อากาศร้อนจัด

ผกก.สภ.นาโพธิ์ ช็อกหมดสติ เร่งนำตัวส่ง รพ. คาดอากาศร้อนจัด

ข่าวช็อกวงการตำรวจบุรีรัมย์ เมื่อผกก.สภ.นาโพธิ์ ช็อกหมดสติ เร่งนำตัวส่ง รพ. คาดอากาศร้อนจัด ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องเร่งช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เรื่องนี้เกิดขึ้นในช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะในภาคอีสานที่กำลังเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ ทำให้หลายคนกังวลถึงสุขภาพของเจ้าหน้าที่ผู้เสียสละที่ต้องทำงานหนัก

ผกก.สภ.นาโพธิ์ ช็อกหมดสติ เร่งนำตัวส่ง รพ. คาดอากาศร้อนจัด

วันที่ 10 เมษายน 2569 รถพยาบาลโรงพยาบาลนาโพธิ์ อำเภอนาโพธิ์ จังหวัดบุรีรัมย์ ได้รีบนำตัว พ.ต.อ.พงศกร พลยางนอก ผู้กำกับการสถานีตำรวจนาโพธิ์ ซึ่งเป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจสามพรานรุ่น 57 ไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์ หลังจากที่ท่านหมดสติในห้องนอนบ้านพักโดยไม่ทราบสาเหตุชัดเจน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นขณะที่ท่านกำลังเตรียมตัวเดินทางไปประชุมที่ภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อวางแผนดูแลความเรียบร้อยในช่วงเทศกาลสงกรานต์

ลำดับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

พลขับรถประจำตำแหน่งเล่าว่า ได้ไปรอรับผกก.ที่บ้านพักใกล้สภ.นาโพธิ์ เพื่อพาไปประชุม แต่รอนานผิดปกติ ไม่เห็นออกมา และโทรศัพท์ไม่รับสาย ด้วยเวลาจำกัด จึงเปิดประตูเข้าไปตรวจดู พบว่าผกก.นอนหมดสติในห้องนอนทันที จึงรีบโทรแจ้งโรงพยาบาลนาโพธิ์ และนำส่งอย่างเร่งด่วน โดยระหว่างทางต้องแวะโรงพยาบาลคูเมืองเพราะเครื่องมือในรถไม่พอ ระยะทางรวมกว่า 90 กิโลเมตร กว่าจะถึงโรงพยาบาลศูนย์บุรีรัมย์

พล.ต.ต.วรายุส์ จันทร์เยี่ยม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ไปรอรับและดูอาการตั้งแต่ต้นทาง แพทย์ตรวจพบปัญหาหัวใจ ต้องผ่าตัดบายพาสอย่างเร่งด่วน ล่าสุดอาการพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่สาเหตุยังรอวินิจฉัย เบื้องต้นคาดจากอากาศร้อนจัดประกอบกับการทำงานหนัก

ผลกระทบจากอากาศร้อนและคำแนะนำป้องกัน

ในช่วงหน้าร้อนแบบนี้ โดยเฉพาะบุรีรัมย์ที่อุณหภูมิทะลุ 40 องศาเซลเซียส อากาศร้อนจัดสามารถก่อให้เกิดภาวะช็อกฮีทได้ง่าย โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานกลางแจ้งหรือเครียดสูงอย่างเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผกก.สภ.นาโพธิ์เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนของความขยัน แต่สุขภาพต้องมาก่อน

  • ดื่มน้ำให้เพียงพออย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายหนักช่วงเที่ยงวัน
  • สวมเสื้อผ้าสีอ่อนระบายอากาศดี
  • สังเกตอาการเวียนหัว คลื่นไส้ หายใจลำบาก
  • พักผ่อนให้เพียงพอ โดยเฉพาะก่อนปฏิบัติหน้าที่สำคัญ

นอกจากนี้ ในช่วงสงกรานต์ที่กำลังจะมาถึง เจ้าหน้าที่ทุกคนต้องระวังตัวเป็นพิเศษ เพราะต้องดูแลประชาชนจำนวนมาก ข่าวผกก.สภ.นาโพธิ์ ช็อกหมดสตินี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนดูแลสุขภาพให้ดี

ข้อมูลล่าสุด แพทย์ยืนยันว่าผกก.อาการดีขึ้นแล้ว และมีแนวโน้มฟื้นตัวเต็มที่ สามารถกลับมาปฏิบัติหน้าที่ได้ในเร็ววัน หวังว่าจะเป็นข่าวดีสำหรับพี่น้องชาวบุรีรัมย์

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านที่กำลังเผชิญอากาศร้อนจัด ดูแลตัวเองให้ดี หากมีอาการผิดปกติรีบพบแพทย์ทันที เพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบผกก.สภ.นาโพธิ์ ช็อกหมดสติ เร่งนำตัวส่ง รพ.ไม่ให้เกิดขึ้น ติดตามข่าวสารสุขภาพและเหตุการณ์ท้องถิ่นเพิ่มเติมได้ที่บล็อกของเรา!

ที่มา – ผกก.สภ.นาโพธิ์ ช็อกหมดสติ เร่งนำตัวส่ง รพ. คาดอากาศร้อนจัด

กรมอุตุ เผยอากาศร้อนทั่วไทย 25-31 มี.ค. ภาคเหนือ 40 องศา

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคน! วันนี้มีอัปเดตพยากรณ์อากาศร้อนระอุมาฝากกัน จากกรมอุตุนิยมวิทยา เผย 25-31 มี.ค. 69 อากาศร้อนทั่วไทย ภาคเหนือพุ่งทะลุ 40 องศาฯ ช่วงนี้เข้าสู่ฤดูร้อนเต็มตัว ประเทศไทยตอนบนจะร้อนอบอ้าวทั่วแผ่นดิน โดยเฉพาะภาคเหนือที่อุณหภูมิสูงสุดอาจพุ่งทะลุ 40-41 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว กลางวันฟ้าหลัว มีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงเป็นระยะๆ ใครที่ต้องออกนอกบ้านเตรียมตัวให้พร้อมเลยนะ

กรมอุตุนิยมวิทยา คาดการณ์ลักษณะอากาศ 7 วันข้างหน้า 25-31 มี.ค. 69 ว่าประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนทั่วไปและร้อนจัดบางพื้นที่ เกิดจากความกดอากาศต่ำปกคลุม ลมตะวันออกเฉียงใต้พัดอ่อนๆ ทำให้อากาศแห้งร้อน ในวันที่ 27-29 มี.ค. ลมจะแรงขึ้น ส่งผลให้มีฝนฟ้าคะนอง ลมแรง และลูกเห็บบางแห่งในภาคเหนือและอีสาน ส่วนภาคใต้ฝนน้อย ร้อนตอนกลางวัน คลื่นทะเลสูง 1 เมตร

กรมอุตุนิยมวิทยา เผย 25-31 มี.ค. 69 อากาศร้อนทั่วไทย ภาคเหนือพุ่งทะลุ 40 องศาฯ

ตามที่กรมอุตุนิยมวิทยา เผย 25-31 มี.ค. 69 อากาศร้อนทั่วไทย ภาคเหนือพุ่งทะลุ 40 องศาฯนั้น ประชาชนควรระวังอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง โดยเฉพาะคนที่อยู่กลางแจ้ง หลีกเลี่ยงใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างเก่าๆ หรือป้ายโฆษณาไม่แน่นหนา เกษตรกรเร่งเสริมโครงไม้ผล ป้องกันผลผลิตเสียหายจากลมและฝน รวมถึงดูแลสัตว์เลี้ยงให้รอดพ้นจากความร้อนจัดด้วยนะครับ

พยากรณ์อากาศรายภาค 25-31 มี.ค. 69

ภาคเหนือ อุณหภูมิพุ่งสูงสุด 36-41 องศาเซลเซียส

วันที่ 25-26 และ 30-31 มี.ค. ร้อนทั่วไป ร้อนจัดบางแห่ง ฟ้าหลัว มีฝนฟ้าคะนอง 10% ลมกระโชกแรงตอนล่าง วันที่ 27-29 มีฝน 10-20% ลูกเห็บบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 20-26°C สูงสุด 36-41°C ลมตะวันตกเฉียงใต้ 5-15 กม./ชม. ระวังร้อนมากๆ เลย!

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

วันที่ 25-27 และ 30-31 ร้อน ร้อนจัดบางแห่ง ฟ้าหลัว ฝน 10% ลมแรง วันที่ 28-29 ฝน 10-20% ลูกเห็บ อุณหภูมิต่ำสุด 22-27°C สูงสุด 36-40°C ลมตะวันออกเฉียงใต้ 10-15 กม./ชม.

ภาคกลาง

ตลอดช่วงร้อน ร้อนจัดบางแห่ง ฟ้าหลัว ฝน 10% ลมแรง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27°C สูงสุด 33-40°C ลมใต้ 10-15 กม./ชม. กรุงเทพฯ และปริมณฑลคล้ายกัน ต่ำสุด 25-27°C สูงสุด 34-39°C

ภาคตะวันออก

ร้อนกลางวัน ฝน 10-20% ลมแรง ลมตะวันออกเฉียงใต้ 10-30 กม./ชม. คลื่นต่ำกว่า 1 ม. ฝนเกิน 1 ม. อุณหภูมิ 25-28°C ต่ำสุด 33-39°C สูงสุด

ภาคใต้ ฝั่งตะวันออก

ร้อนกลางวัน ฝน 10% ลมตะวันออก 15-30 กม./ชม. คลื่น 1 ม. อุณหภูมิ 22-27°C ต่ำสุด 32-38°C สูงสุด

ภาคใต้ ฝั่งตะวันตก

ร้อนกลางวัน ฝน 10-20% วันที่ 25-27 ลมตะวันออก วันที่ 28-31 ลมตะวันตกเฉียงเหนือ คลื่น 1 ม. อุณหภูมิ 23-27°C ต่ำสุด 33-38°C สูงสุด

เคล็ดลับรับมืออากาศร้อนจากผู้เชี่ยวชาญ

  • ดื่มน้ำมากๆ อย่างน้อย 2 ลิตรต่อวัน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟ
  • สวมเสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศดี ใส่หมวกกันแดด
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วง 10.00-16.00 น.
  • เกษตรกร: รดน้ำต้นไม้ตอนเช้าหรือเย็น ใช้ตาข่ายกันลูกเห็บ
  • เด็กและผู้สูงอายุ ดูแลเป็นพิเศษ ป้องกันฮีทสโตรก

ช่วงอากาศร้อนแบบนี้ การเตรียมตัวล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงได้เยอะ อย่าลืมเช็คพยากรณ์อากาศทุกวันจากเว็บกรมอุตุนิยมวิทยาหรือแอปพลิเคชัน เพื่อวางแผนชีวิตประจำวันให้ปลอดภัย ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมจากบล็อกเราได้เลยนะครับ!

สุดท้าย ข้อมูลนี้ช่วยให้คุณ insight ว่าฤดูร้อนปีนี้รุนแรงกว่าปกติจากเอลนีโญ ดูแลสุขภาพให้ดี อยู่เย็นเป็นสุขกันทุกคน

ที่มา – กรมอุตุนิยมวิทยา เผย 25-31 มี.ค. 69 อากาศร้อนทั่วไทย ภาคเหนือพุ่งทะลุ 40 องศาฯ

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง 22-23 มี.ค. 69

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง 22-23 มี.ค. 69 เป็นข่าวที่ชาวไทยตอนบนต้องให้ความสนใจอย่างยิ่ง โดยเฉพาะในช่วงที่อากาศร้อนอบอ้าวแบบนี้ การมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงกะทันหันอาจนำมาซึ่งความเสี่ยงต่างๆ ที่เราต้องเตรียมรับมือให้ดี วันนี้เราจะมาอัปเดตพยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้าอย่างละเอียด เพื่อให้ทุกคนวางแผนชีวิตประจำวันได้อย่างปลอดภัย

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง 22-23 มี.ค. 69

ตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 22-23 มี.ค. 69 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศร้อนจัดในตอนกลางวัน แต่จะมีฝนฟ้าคะนองและลมกระโชกแรงบางแห่ง โดยสาเหตุหลักมาจากความกดอากาศต่ำที่เกิดจากความร้อนปกคลุมทั่วบริเวณ ขณะที่ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้มาร่วมเสริมให้เกิดพายุฝนแบบกะทันหัน ภาคเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจึงเสี่ยงสูงที่สุด

รายละเอียดพยากรณ์อากาศช่วง 22-28 มี.ค. 69

หลังจากวันที่ 22-23 มี.ค. 69 แล้ว ในช่วง 24-28 มี.ค. 69 อากาศจะยังคงร้อนโดยทั่วไป มีฟ้าหลัวในตอนกลางวัน และร้อนจัดบางพื้นที่ในภาคเหนือและภาคกลาง มีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง ลมใต้และตะวันออกเฉียงใต้กำลังอ่อนลง ทำให้ฝนน้อยลงแต่ความร้อนยังคงพีค ส่วนภาคใต้มีฝนน้อย อากาศร้อนตอนกลางวัน ลมตะวันออกและตะวันออกเฉียงใต้กำลังอ่อนปกคลุมอ่าวไทยและทะเลอันดามัน คลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ในที่ฝนจะสูงกว่า

  • ภาคเหนือ: ร้อนจัด มีฝนฟ้าคะนอง ลมแรง ระวังน้ำท่วมฉับพลัน
  • ภาคกลาง: อากาศร้อน ฟ้าหลัว ฝนบางแห่ง
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: ลมอ่อนลงแต่ยังร้อน
  • ภาคใต้: ฝนน้อย คลื่น 1 เมตร

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง 22-23 มี.ค. 69 โดยเน้นย้ำให้ประชาชนระวังอันตรายจากฟ้าผ่า ลมพัดแรงที่อาจทำให้ต้นไม้หัก ป้ายโฆษณาล้ม หรือหลังคาพัง หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างที่ไม่มั่นคง ห้ามเล่นกีฬากลางแจ้งหรือเดินทางโดยไม่จำเป็นในช่วงบ่ายถึงเย็น

สำหรับเกษตรกร ควรเสริมโครงสร้างเรือนกระจก ไม้ผลต่างๆ ให้แข็งแรง เตรียมถังน้ำหรือระบบระบายน้ำป้องกันน้ำท่วมผลผลิต ดูแลสัตว์เลี้ยงให้อยู่ในที่ปลอดภัย และพักผ่อนในช่วงร้อนจัดเพื่อป้องกันฮีทสตร็อก ดื่มน้ำมากๆ สวมเสื้อผ้าสีอ่อนระบายอากาศดี ใช้ครีมกันแดด และติดตามข่าวสารจากแอปกรมอุตุฯ

นอกจากนี้ ฝนฟ้าคะนองในฤดูร้อนมักมาพร้อมฟ้าผ่า ซึ่งเป็นอันตรายร้ายแรงอันดับต้นๆ ในไทย สถิติพบว่าทุกปีมีผู้เสียชีวิตจากฟ้าผ่าหลายราย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบท การมี กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง 22-23 มี.ค. 69 ล่วงหน้าอย่างนี้ช่วยให้เราป้องกันได้ทัน ลมกระโชกแรงความเร็ว 30-50 กม./ชม. สามารถทำให้รถล้มหรืออุบัติเหตุจราจรได้ ฉะนั้นขับขี่ระมัดระวัง สวมหมวกกันน็อกเสมอ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สภาพอากาศแบบนี้เป็นผลจากภาวะโลกร้อนที่ทำให้พายุรุนแรงขึ้น ไทยตอนบนจึงเจอบ่อยครั้ง แนะนำติดตั้งระบบเตือนภัยส่วนตัว เช่น สายฝนอัตโนมัติสำหรับฟาร์ม หรือแอปแจ้งเตือนด่วน เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านเตรียมตัวให้พร้อม เตรียมร่ม เสื้อกันฝน และติดตามอัปเดตพยากรณ์อากาศทุกวันจากเว็บไซต์ของเรา เพื่อชีวิตที่ปลอดภัยในช่วงอากาศแปรปรวนนี้ หากมีคำถามเพิ่มเติม แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง-ลมกระโชกแรง 22-23 มี.ค. 69

ดัชนีความร้อน ปี 2569 รุนแรงขึ้น เฝ้าระวังเม.ย.-พ.ค.

อากาศร้อนระอุกำลังมาเยือนประเทศไทยอย่างหนักหน่วงในปี 2569 โดยเฉพาะช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม ที่คาดการณ์ว่า ดัชนีความร้อน จะอยู่ในระดับเตือนภัยและอาจรุนแรงถึงขั้นอันตรายมาก อุณหภูมิแบบที่ร่างกายรู้สึกจริงอาจพุ่งสูงถึง 33.0–52.0 องศาเซลเซียส ส่งผลกระทบต่อสุขภาพประชาชนอย่างกว้างขวาง วันนี้เราจะมาดูข้อมูลล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยาและคำแนะนำในการป้องกันตัวเองกันครับ

ดัชนีความร้อน คืออะไร และทำไมต้องเฝ้าระวัง

ดัชนีความร้อน หรือ Heat Index คือค่าความร้อนที่ร่างกายมนุษย์รู้สึกได้จริง (Feel Like) ไม่ใช่แค่อุณหภูมิอากาศธรรมดา แต่คำนวณจากอุณหภูมิรวมกับความชื้นสัมพัทธ์ ซึ่งทำให้รู้สึกร้อนอบอ้าวยิ่งกว่าเดิม เช่น อุณหภูมิ 35 องศา แต่ความชื้นสูง ร่างกายอาจรู้สึกราวกับ 45 องศาเลยทีเดียว ในปีที่ผ่านมา ไทยเคยเจอจุดสูงสุดที่ 59.5 องศาเซลเซียส และมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนถึง 21 ราย ถือเป็นสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่าปีนี้สถานการณ์อาจยิ่งหนักหน่วงขึ้น

จากข้อมูลของนางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 18 มีนาคม 2569 ระบุว่าปี 2569 มีแนวโน้มรุนแรงกว่าเดิม โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ที่ดัชนีความร้อนอาจทะลุระดับอันตราย สภาพอากาศแบบนี้ไม่ใช่แค่ร้อนธรรมดา แต่เชื่อมโยงกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลก ทำให้เกิดคลื่นความร้อนบ่อยครั้งและรุนแรงมากขึ้น

แนวโน้มดัชนีความร้อน ปี 2569 จะรุนแรงแค่ไหน

คาดการณ์ช่วงเมษายน-พฤษภาคม

กรมอุตุนิยมวิทยาเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยคาดว่า ดัชนีความร้อน จะอยู่ในเกณฑ์เตือนภัย (33.0–41.9 °C) ไปจนถึงอันตรายมาก (>=52.0 °C) ซึ่งระดับเหล่านี้เสี่ยงต่อการเกิดโรคจากความร้อน เช่น ผื่นความร้อน ตะคริวจากความร้อน ลมแดด เพลียแดด และที่ร้ายแรงที่สุดคือฮีทสโตรก (Heat Stroke) ที่อาจนำไปสู่การเสียชีวิตได้หากไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที

กลุ่มเสี่ยงหลัก ได้แก่ ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเรื้อรังอย่างโรคหัวใจ ความดันโลหิตสูง เบาหวาน ผู้ที่ทำงานกลางแจ้ง คนอ้วน ผู้ป่วยจิตเวช และผู้ติดสุราเรื้อรัง ทุกคนควรเตรียมตัวรับมือตั้งแต่เนิ่นๆ

7 วิธีป้องกันอันตรายจากดัชนีความร้อน สูงในปี 2569

รัฐบาลและหน่วยงานสาธารณสุขแนะนำ 7 วิธีง่ายๆ แต่ได้ผลดีในการปกป้องตัวเอง ดังนี้

  • 1. ติดตามพยากรณ์อากาศและดัชนีความร้อนทุกวัน หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วง 13.00–16.00 น. ที่ร้อนที่สุด ใช้แอปหรือเว็บกรมอุตุฯ ช่วยได้
  • 2. ดื่มน้ำสะอาดให้เพียงพอ อย่างน้อย 6–8 แก้วต่อวัน ไม่รอให้กระหาย เพราะร่างกายสูญเสียน้ำมากในอากาศร้อน
  • 3. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และน้ำตาลสูง เช่น เบียร์ น้ำอัดลม เพราะทำให้ขาดน้ำยิ่งขึ้น
  • 4. สวมเสื้อผ้าที่เหมาะสม ผ้าระบายอากาศ ใส่หมวก ร่มกันแดด ปกป้องผิวจากแสง UV
  • 5. ระวังผลข้างเคียงจากยา ยาลดความดัน ยาขับปัสสาวะ ยาจิตเวช อาจรบกวนการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย สังเกตอาการตัวเอง
  • 6. ทำงานกลางแจ้งเป็นกลุ่ม เพื่อช่วยเหลือกัน หากมีอาการผิดปกติ
  • 7. ผู้สูงอายุพักผ่อนเยอะๆ ดื่มน้ำบ่อย อยู่ในที่ร่มรื่น ถ่ายเทอากาศดี

หากเกิดอาการรุนแรง เช่น ผิวร้อนแดง ใจสั่นเร็ว ปวดหัว เวียนหัว สับสน ซึม หรือหมดสติ ให้รีบปฐมพยาบาลด้วยการประคบเย็นที่คอ รักแร้ ขาหนีบ แล้วโทร 1669 ส่งโรงพยาบาลทันที อย่ารอช้าเพราะอาจถึงตายได้

ขณะนี้กรุงเทพมหานครแจ้งเตือนดัชนีความร้อนในเกณฑ์เตือนภัยสำหรับวันที่ 18 มีนาคม 2569

  • บุคคลทั่วไป: ลดกิจกรรมกลางแจ้ง 11.00–15.00 น.
  • กลุ่มเสี่ยง: รีบพบแพทย์หากผิดปกติ

ติดตามคุณภาพอากาศได้ที่ airbkk.com และแอป AirBKK

ในยุคที่สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงรวดเร็วแบบนี้ การดูแลสุขภาพจาก ดัชนีความร้อน เป็นเรื่องสำคัญที่สุด อย่าประมาท ลองนำ 7 วิธีนี้ไปปฏิบัติตั้งแต่วันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในช่วงหน้าร้อน ขอให้ทุกท่านปลอดภัย และแชร์ข้อมูลนี้ให้คนรอบข้างด้วยนะครับ!

ที่มา – “ดัชนีความร้อน” ปีนี้ 2569 แนวโน้มรุนแรงขึ้น เฝ้าระวังอากาศร้อนจัด เม.ย. – พ.ค.

เตือนอากาศร้อนภาคเหนือ-อีสาน-กลาง เม.ย.-พ.ค. ปีนี้ร้อนจัดกว่าปีที่ผ่านมา

เตือนอากาศร้อนภาคเหนือ-อีสาน-กลาง เม.ย.- พ.ค. ปีนี้ร้อนจัดกว่าปีที่ผ่านมา คำเตือนนี้มาจากรองโฆษกรัฐบาล ที่แจ้งให้ทุกคนรู้ว่าหน้าร้อนปี 2569 จะรุนแรงกว่าปีที่แล้วมาก โดยเฉพาะค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ที่ร่างกายรู้สึกได้จริง อาจพุ่งสูงถึงระดับอันตราย ส่งผลกระทบสุขภาพประชาชนอย่างหนัก หลังจากปีที่แล้วมีผู้เสียชีวิตจากความร้อนถึง 21 รายแล้ว

เตือนอากาศร้อนภาคเหนือ-อีสาน-กลาง เม.ย.- พ.ค. ปีนี้ร้อนจัดกว่าปีที่ผ่านมา

จากข้อมูลกรมอุตุนิยมวิทยา สถานการณ์อากาศร้อนจัดกำลังมาเยือน โดยในเดือนเมษายน-พฤษภาคม ค่าดัชนีความร้อนจะอยู่ในระดับเตือนภัย (33.0–41.9 °C) ไปจนถึงอันตรายมาก (>52.0 °C) โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง ปีที่แล้วค่าดัชนีสูงสุดถึง 59.5 °C เลยทีเดียว ดัชนีนี้คำนวณจากอุณหภูมิและความชื้น ไม่ใช่แค่อุณหภูมิอากาศอย่างเดียว ทำให้รู้ว่าร่างกายเรารู้สึกร้อนขนาดไหน

ความร้อนแบบนี้เสี่ยงทำให้เกิดโรคจากความร้อน เช่น ผื่นความร้อน ตะคริวจากความร้อน ลมแดด เพลียแดด และร้ายแรงสุดคือฮีทสโตรก ที่อาจถึงตายได้ รัฐบาลจึงขอให้กลุ่มเสี่ยงอย่างผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หญิงตั้งครรภ์ ผู้ป่วยเรื้อรัง (หัวใจ ความดัน เบาหวาน) คนทำงานกลางแจ้ง คนอ้วน ผู้ป่วยจิตเวช และติดเหล้าเรื้อรัง ระวังตัวเป็นพิเศษ

7 วิธีป้องกันอันตรายจากเตือนอากาศร้อนภาคเหนือ-อีสาน-กลาง

  • ติดตามพยากรณ์อากาศและดัชนีความร้อน: หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วง 13.00-16.00 น. ที่ร้อนสุด
  • ดื่มน้ำเยอะๆ: อย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน ไม่ต้องรอกระหาย เพราะร่างกายขาดน้ำก่อนรู้ตัว
  • งดเหล้าและน้ำหวาน: เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ น้ำอัดลม น้ำหวาน ทำให้ขาดน้ำ更快
  • แต่งตัวให้เหมาะ: เสื้อผ้าระบายอากาศ หมวก ร่มกันแดด ปกป้องผิวจากรังสียูวี
  • ระวังยาที่กิน: ยาลดความดัน แก้หวัด ขับปัสสาวะ ยาจิตเวช อาจรบกวนการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย สังเกตอาการตัวเอง
  • ทำงานกลางแจ้งเป็นกลุ่ม: ช่วยกันดูอาการผิดปกติ หากมีใครเป็นให้ช่วยได้ทัน
  • ดูแลผู้สูงอายุ: ดื่มน้ำบ่อย พักผ่อน ในที่อากาศถ่ายเท หลีกเลี่ยงกลางแจ้งตอนร้อน

นอกจากนี้ ควรรู้จักอาการอันตราย เช่น ผิวร้อนแดง ใจเต้นเร็ว ปวดหัว เวียนหัว สับสน พูดไม่รู้เรื่อง ซึม หรือสลบ หากเจอให้ปฐมพยาบาลด่วน: ใช้ผ้าน้ำเย็นหรือน้ำแข็งประคบหลังคอ รักแร้ ขาหนีบ ลดไข้ร่างกาย แล้วโทร 1669 ส่งโรงพยาบาลทันที

เพื่อให้เข้าใจดัชนีความร้อนมากขึ้น Heat Index คือค่าที่รวมความชื้นเข้าไปด้วย ทำให้รู้สึกเหมือนอยู่ในอบโอวนา โดยทั่วไป ถ้าดัชนีเกิน 32 °C ก็เริ่มเสี่ยงแล้ว ปีนี้คาดว่าหลายพื้นที่จะแตะระดับสูง ลองเช็กแอปกรมอุตุทุกวันนะครับ

หน้าร้อนปีนี้รุนแรงขนาดนี้ ทุกคนต้องช่วยตัวเองและคนรอบข้าง โดยเฉพาะในภาคเหนืออย่างเชียงใหม่ ลำปาง อีสานอย่างขอนแก่น อุดร กลางอย่างกรุงเทพฯ นนทบุรี รีบเตรียมตัวด้วย 7 วิธีนี้ จะได้สุขภาพดี สนุกกับหน้าร้อนโดยไม่ต้องกลัวโรคความร้อน ลองแชร์เคล็ดลับป้องกันของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยนะ!

ที่มา – เตือนอากาศร้อนภาคเหนือ-อีสาน-กลาง เม.ย.- พ.ค. ปีนี้ร้อนจัดกว่าปีที่ผ่านมา

กรมอุตุฯ เผยจังหวัดร้อนจัด 5 มี.ค. เพชรบูรณ์ 38°C

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้อากาศร้อนแผดเผาจริงๆ เลยนะ กรมอุตุนิยมวิทยา เผยจังหวัดร้อนจัด 5 มี.ค. โดยจังหวัดเพชรบูรณ์กลายเป็นแชมป์ร้อนสุด วัดอุณหภูมิสูงสุดได้ถึง 38 องศาเซลเซียส! ข่าวนี้มาจากรายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่เพจเฟซบุ๊กของกรมอุตุฯ โพสต์ข้อมูลอุณหภูมิสูงสุดเมื่อวานนี้ (5 มี.ค.) ใครที่อยู่ในพื้นที่ภาคเหนือตอนล่างอย่างเพชรบูรณ์ คงรู้สึกได้ถึงความร้อนอบอ้าวแบบสุดๆ

กรมอุตุนิยมวิทยา เผยจังหวัดร้อนจัด 5 มี.ค.

ตามรายงานของ กรมอุตุนิยมวิทยา เผยจังหวัดร้อนจัด 5 มี.ค. อุณหภูมิสูงสุดทั่วประเทศไทยอยู่ที่ 38.0 องศาเซลเซียส ตรงบริเวณอำเภอเมืองเพชรบูรณ์ จังหวัดเพชรบูรณ์ ส่วนในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล อุณหภูมิสูงสุดวัดได้ 37.1 องศาเซลเซียส ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เขตคลองเตย เรียกได้ว่าร้อนไม่แพ้กันเลยครับ โดยเฉพาะคนกรุงที่ต้องเจอทั้งรถติดและแดดเปรี้ยง

รายละเอียดอุณหภูมิสูงสุดและต่ำสุด

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังรายงานอุณหภูมิต่ำสุดเช้าวันนี้ (6 มี.ค.) ทั่วประเทศอยู่ที่ 17.1 องศาเซลเซียส ที่อำเภอเมืองพะเยา จังหวัดพะเยา ขณะที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลต่ำสุด 24.4 องศาเซลเซียส วัดได้ที่อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี และกรมอุตุนิยมวิทยาเขตบางนา สะท้อนให้เห็นว่าอากาศยังคงแตกต่างกันระหว่างภาคต่างๆ ของไทย

สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นในช่วงเข้าสู่ฤดูร้อนของไทย ซึ่งปกติเดือนมีนาคมจะเริ่มร้อนจัด โดยเฉพาะภาคเหนือและภาคกลางตอนบน ปัจจัยหลักมาจากกระแสลมตะวันตกและความกดอากาศสูงที่ทำให้อากาศแห้งและร้อนขึ้น หากเทียบกับปีก่อนๆ ปีนี้ร้อนเร็วกว่าปกติ อาจเกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้อุณหภูมิโลกสูงขึ้นด้วย

ผลกระทบจากอากาศร้อนจัดในจังหวัดร้อนจัด 5 มี.ค.

อากาศร้อนจัดแบบนี้ส่งผลกระทบหลายอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสุขภาพประชาชนที่เสี่ยงโรคลมแดด ผิวแห้ง และขาดน้ำ รวมถึงเกษตรกรที่พืชผลอาจเสียหายจากแล้ง ในเพชรบูรณ์ซึ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำคัญ การร้อนจัดอาจกระทบต่อการเจริญเติบโตของพืชผล เช่น ข้าวโพดและมันสำปะหลัง นอกจากนี้ การใช้ไฟฟ้าเพิ่มขึ้นจากเครื่องปรับอากาศก็ทำให้ค่าไฟแพงและเสี่ยงไฟดับ

วิธีรับมืออากาศร้อนจากกรมอุตุนิยมวิทยา

เพื่อป้องกันผลกระทบ กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนติดตามพยากรณ์อากาศทุกวัน และปฏิบัติตามคำเตือนเมื่อมีคลื่นความร้อน สำหรับเคล็ดลับรับมืออากาศร้อนจัด มีดังนี้

  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ อย่างน้อย 8 แก้วต่อวัน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟ
  • สวมเสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศดี และทาครีมกันแดด SPF 30+ เมื่อออกนอกบ้าน
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้งช่วง 10.00-16.00 น. ซึ่งเป็นเวลาร้อนสุด
  • กินอาหารสด ผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เช่น สับปะรด แตงโม เพื่อเติมน้ำให้ร่างกาย
  • เปิดพัดลมหรือแอร์ในห้อง แต่ประหยัดพลังงานโดยตั้งอุณหภูมิ 25-27 องศา
  • เด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยเรื้อรัง ต้องดูแลเป็นพิเศษ หากมีอาการปวดหัว คลื่นไส้ ให้รีบพบแพทย์

ในปี 2569 นี้ คาดว่าคลื่นความร้อนจะเกิดบ่อยขึ้น เนื่องจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลง กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ทุกคนเตรียมตัวรับมือให้ดี หากเทียบกับข้อมูลย้อนหลัง เพชรบูรณ์เคยร้อนถึง 40 องศาในบางปี ดังนั้น 38 องศายังถือว่ายังไม่สุดขีด แต่ก็ร้อนมากพอให้ระวัง

นอกจากนี้ ยังมีจังหวัดอื่นๆ ที่ร้อนใกล้เคียง เช่น นครสวรรค์ อุทัยธานี ที่มักมีอุณหภูมิสูงในช่วงนี้ ผู้ที่เดินทางไปภาคเหนือควรเช็คสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัย

พยากรณ์อากาศล่วงหน้าและคำแนะนำ

สำหรับวันถัดไป กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าอุณหภูมิจะยังคงสูง โดยมีโอกาสฝนตกบางพื้นที่ในภาคเหนือตอนบน แต่ภาคกลางยังร้อนต่อเนื่อง ใครที่วางแผนกิจกรรมกลางแจ้ง ควรมีแผนสำรองไว้ สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนดูแลสุขภาพให้ดีในช่วงอากาศร้อนแบบนี้ ถ้าคุณมีเคล็ดลับรับมืออากาศร้อนยังไง แชร์กันในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะครับ! ติดตามอัปเดตพยากรณ์อากาศจากเราเพื่อไม่พลาดข่าวสำคัญ

ข้อคิดเห็น: อากาศร้อนจัดแบบนี้เป็นสัญญาณเตือนให้เราดูแลสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ลดการใช้พลาสติกและปลูกต้นไม้เพื่อลดความร้อนในเมืองครับ

ที่มา – กรมอุตุนิยมวิทยา เผยจังหวัดร้อนจัด 5 มี.ค. “เพชรบูรณ์” อุณหภูมิสูงสุด 38 องศาฯ

อากาศร้อนจัด สวนสัตว์โคราช สปริงเกอร์คลายร้อน

อากาศร้อนจัดกำลังแผดเผาทั่วประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคอีสานอย่างโคราชที่อุณหภูมิพุ่งสูงถึง 34 องศาเซลเซียส สวนสัตว์โคราชต้องเร่งมือติดตั้ง สวนสัตว์โคราช สปริงเกอร์ พ่นละอองน้ำเพื่อช่วยคลายร้อนให้สัตว์น้อยใหญ่ ลดความเครียดและป้องกันสุขภาพเสื่อมโทรม โดยเฉพาะสัตว์เลื้อยคลานอย่างเต่ายักษ์และงูเหลือมที่ต้องการความชื้นสูง

สวนสัตว์โคราช สปริงเกอร์ พ่นน้ำคลายร้อนให้สัตว์

สวนสัตว์โคราช สปริงเกอร์: มาตรการเร่งด่วนรับมือฤดูร้อน

เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 สภาพอากาศอบอ้าวแสงแดดจัดจ้าในช่วงบ่าย ส่งผลกระทบโดยตรงต่อสวัสดิภาพสัตว์ในสวนสัตว์นครราชสีมา เจ้าหน้าที่จึงปรับแผนทันทีด้วยการติดตั้งสปริงเกอร์และระบบพ่นละอองน้ำตามคอกสัตว์ต่างๆ เพื่อลดอุณหภูมิ ลดความร้อนสะสม และช่วยให้สัตว์รู้สึกสบายตัวมากขึ้น

การติดตั้ง สวนสัตว์โคราช สปริงเกอร์ นี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ในปีนี้ต้องเร่งรีบเพราะอุณหภูมิสูงผิดปกติ สัตว์หลายชนิดเริ่มแสดงอาการเครียด เช่น นอนนิ่ง หายใจถี่ หรือไม่ยอมกินอาหาร ซึ่งหากปล่อยไว้อาจนำไปสู่โรคระบบทางเดินหายใจหรือปัญหาสุขภาพอื่นๆ

เต่ายักษ์อัลดราบราที่สวนสัตว์โคราช ได้รับสปริงเกอร์คลายร้อน

สวนสัตว์โคราช สปริงเกอร์ ช่วยเต่ายักษ์อย่างไร

เต่ายักษ์อัลดราบราและเต่าซูลคาต้าจากแอฟริกาและทะเลทราย ทนร้อนได้ดีแต่ต้องการความชื้นในการควบคุมอุณหภูมิร่างกาย พวกมันชอบแช่โคลนหรือน้ำชุ่มชื้น สปริงเกอร์จึงถูกติดตั้งเพิ่มเพื่อฉีดพ่นน้ำให้พื้นดินชุ่ม อากาศเย็นลง ช่วยให้เต่าเคลื่อนไหวได้ดี ลดความเสี่ยงเจ็บป่วยจากความแห้งแล้ง

นอกจากนี้ ยังช่วยเสริมระบบภูมิคุ้มกัน ทำให้เต่ายักษ์เหล่านี้แข็งแรง สามารถปรับตัวกับฤดูร้อนไทยได้ดีขึ้น

งูเหลือมในสวนสัตว์โคราช คลายร้อนด้วยสปริงเกอร์

ประโยชน์ต่องูเหลือมและสัตว์อื่นๆ

สำหรับงูเหลือมที่เพิ่งออกจากฤดูหนาว พ่นน้ำช่วงเช้า-กลางวันช่วยให้ผ่อนคลาย เผาผลาญดี เคลื่อนไหวคล่อง กินอาหารเก่งขึ้น สุขภาพดี ลด stress ในฤดูร้อน

  • ลดอุณหภูมิคอกสัตว์ลง 3-5 องศา
  • เพิ่มความชื้นอากาศ 40-60%
  • กระตุ้นพฤติกรรมธรรมชาติ เช่น เล่นน้ำ กินอาหาร
  • ป้องกันโรคผิวหนังแห้งและระบบทางเดินอาหาร

สวนสัตว์โคราชมีสัตว์กว่า 200 ชนิด ส่วนใหญ่จากแอฟริกาทนร้อน แต่ยังเฝ้าดูสัตว์หนาวอย่างเพนกวินและแมวน้ำเป็นพิเศษ ด้วยการเพิ่มน้ำแข็งและระบบทำความเย็น

สัตว์อื่นๆ ในสวนสัตว์โคราช ได้รับการดูแลจากสปริงเกอร์
ภาพรวมการติดตั้งสปริงเกอร์ที่สวนสัตว์โคราช

การดูแลสัตว์ในฤดูร้อนแบบนี้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทของเจ้าหน้าที่สวนสัตว์โคราช ที่ไม่เพียงช่วยสัตว์แต่ยังเป็นแบบอย่างในการอนุรักษ์ ถ้าคุณรักสัตว์ อย่าพลาดแวะไปเยี่ยมชม สวนสัตว์โคราช สปริงเกอร์ ด้วยตัวเอง สัมผัสความน่ารักของสัตว์ที่คลายร้อน พร้อมเรียนรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมไปในตัว สนับสนุนสวนสัตว์โคราชวันนี้เพื่ออนาคตของสัตว์ป่าไทย!

ที่มา – อากาศร้อนจัด สวนสัตว์โคราชเร่งติดตั้ง “สปริงเกอร์” หลังอุณหภูมิพุ่งสูง 34 องศาฯ

วิกฤต! พิษคลื่นความร้อน ออสเตรเลียอ่วมไฟป่า

ออสเตรเลียกำลังเผชิญวิกฤต พิษคลื่นความร้อน ทุบสถิติ อุณหภูมิพุ่งสูงเกือบ 50 องศาเซลเซียส ส่งผลให้เกิดไฟป่ารุนแรงอย่างน้อย 6 จุดทั่วประเทศ สถานการณ์น่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า คลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมพื้นที่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของออสเตรเลีย ทำให้อุณหภูมิสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ นักดับเพลิงกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อควบคุมไฟป่าที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว

สถานีโทรทัศน์ ABC News รายงานว่า ไฟป่า 2 จุดอยู่ใน “ระดับฉุกเฉิน” หลายชุมชนได้รับการแจ้งเตือนให้อพยพ เฝ้าระวัง หรือหาที่หลบภัย เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเตือนว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ประชาชนควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

กรมอุตุนิยมวิทยาเผยว่า บางพื้นที่ในรัฐวิกตอเรียมีอุณหภูมิสูงเป็นประวัติการณ์ แตะ 48.9 องศาเซลเซียส ขณะที่เมลเบิร์นวัดได้ 40 องศาเซลเซียส

คริส ฮาร์ดแมน หัวหน้าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของรัฐวิกตอเรีย กล่าวว่า สภาพอากาศที่ร้อนจัดทำให้การทำงานของเจ้าหน้าที่เป็นไปอย่างยากลำบาก

ขณะนี้ไฟป่าที่แคมเปอร์ดาวน์และออตเวย์สอยู่ในระดับฉุกเฉิน และไฟป่าที่ลาร์ราลีก็น่ากังวลอย่างมาก

เจสัน เฮฟเฟอร์แนน หัวหน้าเจ้าหน้าที่ดับเพลิงชนบท (CFA) กล่าวว่า ไฟป่าที่ออตเวย์สอาจทำให้เกิด “ฝนลูกไฟ” ซึ่งสามารถกระเด็นไปติดและก่อให้เกิดไฟไหม้จุดใหม่ลามไปข้างหน้าได้

ยังไม่ทราบความเสียหายจากไฟป่าทั้งหมด แต่อลิสแตร์ เดรย์ตัน รองผู้ควบคุมสถานการณ์ของออสเตรเลีย ระบุว่ามีรายงานว่าบ้านเรือนบางส่วนถูกไฟไหม้

นอกจากรัฐวิกตอเรียที่ห้ามจุดไฟโดยเด็ดขาดแล้ว รัฐเซาท์ออสเตรเลียก็ประกาศเฝ้าระวังความเสี่ยงที่จะเกิดไฟป่า “รุนแรงที่สุด” เช่นกัน

นางแคโรไลน์ แมคเอลเนย์ หัวหน้าฝ่ายสาธารณสุขของรัฐวิกตอเรีย เตือนว่า สภาพอากาศร้อนจัดต่อเนื่องนี้ส่งผลเสียต่อสุขภาพอย่างร้ายแรง ผู้สูงอายุ เด็ก และผู้มีโรคประจำตัวเสี่ยงมากที่สุด

“ความร้อนจัดอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น เพลียแดดและโรคลมแดด และยังสามารถกระตุ้นภาวะหัวใจวายหรือโรคหลอดเลือดสมองได้”

พิษคลื่นความร้อน: วิกฤตที่ออสเตรเลียต้องเผชิญ

ผลกระทบจากพิษคลื่นความร้อน ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การเกิดไฟป่าเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง การเตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรุนแรงจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

การรับมือกับพิษคลื่นความร้อนและไฟป่า

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควร:

  • ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมอพยพหากได้รับคำสั่ง
  • ดูแลสุขภาพของตนเองและคนรอบข้าง โดยเฉพาะผู้สูงอายุ เด็ก และผู้มีโรคประจำตัว
  • ดื่มน้ำให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายกลางแจ้งในช่วงเวลาที่อากาศร้อนจัด
  • อยู่ในที่ร่มหรือห้องปรับอากาศ

พิษคลื่นความร้อน เป็นภัยคุกคามที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การตระหนักถึงความเสี่ยงและเตรียมพร้อมรับมือจึงเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

วิกฤต พิษคลื่นความร้อน ที่ออสเตรเลียกำลังเผชิญอยู่เป็นสัญญาณเตือนถึงผลกระทบที่รุนแรงของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ เราทุกคนมีส่วนร่วมในการลดผลกระทบนี้ได้ โดยการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม

ที่มา – พิษคลื่นความร้อน ออสเตรเลียรับมือไฟป่ารุนแรง อุณหภูมิพุ่งเฉียด 50 องศา

Scroll to top