อิสราเอล

สนามบินภูเก็ต สงครามตะวันออกกลางกระทบ 15 ไฟล์ท

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ นักเดินทางทุกคน! ถ้าคุณกำลังวางแผนบินไป-มาภูเก็ตหรือเส้นทางตะวันออกกลาง วันนี้มีอัปเดตสำคัญที่ห้ามพลาดเลยนะคะ สนามบินภูเก็ต สงครามตะวันออกกลาง กำลังสร้างความปั่นป่วนให้กับเที่ยวบินหลายสิบไฟล์ท ส่งผลให้ผู้โดยสารจำนวนมากต้องลุ้นกันตัวโก่ง มาดูรายละเอียดกันว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้าง และเราควรเตรียมตัวยังไง

สนามบินภูเก็ต สงครามตะวันออกกลางส่งผลกระทบ 15 ไฟล์ท

สนามบินภูเก็ต สงครามตะวันออกกลาง

เมื่อเวลา 08.00 น. วันที่ 1 มี.ค. 2569 เพจศูนย์ข้อมูลภูเก็ตได้โพสต์แจ้งด่วนว่า มีเที่ยวบินประจำวันที่ยกเลิกหรือได้รับผลกระทบถึง 15 เที่ยวบิน จากข้อมูล ณ เวลา 05.55 น. โดยเกี่ยวข้องกับ สนามบินภูเก็ต สงครามตะวันออกกลาง ที่ความตึงเครียดในภูมิภาคนี้ทำให้เส้นทางบินต้องเปลี่ยนแปลงกะทันหัน สายการบินที่เดือดร้อนหลักๆ 4 เจ้า ได้แก่ Qatar Airways, Etihad Airways, Unicair (เที่ยวบินส่วนตัว) และ Air Arabia แบ่งเป็นขาออก 8 เที่ยวบิน และขาเข้า 7 เที่ยวบิน

สายการบินที่ได้รับผลกระทบจากสนามบินภูเก็ต สงครามตะวันออกกลาง

  • Qatar Airways: เส้นทางยอดฮิตไปโดฮา ต้องวนกลับหลายไฟล์ท
  • Etihad Airways: กรณีเครื่องบิน ETD 417 เส้นทางภูเก็ต-อาบูดาบี ออกบินเวลา 15.30 น. วันที่ 28 ก.พ. 2569 แต่ midway ต้องตัดสินใจวนกลับลงจอดที่ภูเก็ตอีกครั้งเพื่อความปลอดภัย คาดถึงประมาณ 23.30 น.
  • Unicair (Private Flight): เที่ยวบินส่วนตัวที่ใช้เส้นทางผ่านตะวันออกกลาง
  • Air Arabia: สายการบินราคาประหยัดที่บินตรงตะวันออกกลาง

เหตุการณ์นี้เกิดจากสถานการณ์ไม่สงบในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง ส่งผลให้ภาคอากาศยานปิดน่านฟ้าหลายจุด เครื่องบินที่บินผ่านต้องหลีกเลี่ยงหรือเปลี่ยนเส้นทาง สนามบินภูเก็ตซึ่งเป็นฮับท่องเที่ยวสำคัญของไทย จึงได้รับผลกระทบโดยตรงเพราะมีไฟล์ทตรงไปยัง UAE, Qatar และจุดอื่นๆ ในภูมิภาคนี้จำนวนมาก โดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่นที่นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางแห่มาพักผ่อนที่ทะเลอันดามัน

คำแนะนำสำหรับผู้โดยสารที่เดินทางจากสนามบินภูเก็ต

ท่าอากาศยานภูเก็ตได้ออกประกาศผ่านเพจ AOT/Phuket International Airport แนะนำให้ผู้โดยสารที่จะบินไปตะวันออกกลางเตรียมตัวดีๆ นะคะ นี่คือเคล็ดลับที่เรารวบรวมมาให้:

  • ตรวจสอบสถานะเที่ยวบินกับสายการบินโดยตรงผ่านแอปหรือเว็บไซต์อย่างสม่ำเสมอ
  • ติดตามประกาศจากสนามบินและเพจศูนย์ข้อมูลภูเก็ตแบบเรียลไทม์
  • เผื่อเวลาเดินทางมาสนามบินเยอะๆ อย่างน้อย 3-4 ชั่วโมง เพื่อรับมือความล่าช้า
  • หากเที่ยวบินถูกเลื่อนหรือยกเลิก ติดต่อเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ชั้น 3 อาคารผู้โดยสารระหว่างประเทศ โทร. 0-7635-2302
  • เตรียมเอกสารและประกันการเดินทางที่ครอบคลุมกรณีเหตุสุดวิสัย

จากที่ติดตามมา สถานการณ์แบบนี้ไม่ใช่ครั้งแรกนะคะ ครั้งก่อนๆ ที่มีข้อพิพาทในตะวันออกกลาง เครื่องบินจากไทยหลายเส้นทางก็ต้อง reroute ไปบินอ้อมยุโรปหรืออินเดียแทน ทำให้กินเวลาและน้ำมันเพิ่ม สนามบินภูเก็ตซึ่งรองรับผู้โดยสารกว่า 12 ล้านคนต่อปี จึงต้องปรับตัวรับมือกับวิกฤตโลกแบบนี้บ่อยๆ สำหรับ Etihad Airways เที่ยวบินที่วนกลับ ผู้โดยสารยังอยู่ภายใต้การดูแลของเจ้าหน้าที่ และรอประกาศแผนบินใหม่

ในมุมมองของเรา สถานการณ์ สนามบินภูเก็ต สงครามตะวันออกกลาง เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเดินทางสมัยนี้เชื่อมโยงกับ geopolitics ทั่วโลก ถ้าคุณมีแผนบินในช่วงนี้ ลองเช็กแอป Flightradar24 เพื่อดูเส้นทางบินจริงแบบเรียลไทม์ด้วยนะคะ จะช่วยให้วางแผนได้ดีขึ้น

สุดท้ายนี้ ขอให้เพื่อนๆ เดินทางปลอดภัยทุกคน! ถ้าคุณเคยเจอเหตุการณ์เที่ยวบินล่าช้าเพราะสงครามหรือเหตุไม่คาดฝัน แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยค่ะ จะได้ช่วยเตือนใจนักเดินทางคนอื่นๆ และอย่าลืม subscribe เพื่ออัปเดตข่าวการท่องเที่ยวล่าสุดนะคะ สถานการณ์โลกเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ตรวจสอบก่อนบินคือกุญแจสำคัญเลย!

ที่มา – สนามบินภูเก็ต สงครามตะวันออกกลางส่งผลกระทบ 15 ไฟล์ท 4 สายการบิน วนกลับ-จอดนิ่ง

ด่วน! อยาตอลเลาะห์ คาเมเนอี เสียชีวิต สื่ออิหร่านยืนยัน

เพื่อนๆ ช็อกกันใหญ่เลยใช่มั้ยคะ? ด่วน! สื่ออิหร่านยืนยัน “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” เสียชีวิตแล้ว หลังถูกโจมตีครั้งใหญ่ จากสหรัฐฯ และอิสราเอล เมื่อช่วงเช้าวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ผู้นำสูงสุดวัย 86 ปีของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านจากไปอย่างกะทันหัน ทำให้สถานการณ์ตะวันออกกลางร้อนระอุยิ่งกว่าเดิม ก่อนหน้านี้ไม่กี่ชั่วโมง ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ยังแถลงยืนยันว่าคาเมเนอีถูกกำจัดในการโจมตีร่วมกัน จนอิหร่านต้องออกมาประกาศรับทราบอย่างเป็นทางการ

ด่วน! สื่ออิหร่านยืนยัน “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” เสียชีวิตแล้ว หลังถูกโจมตีครั้งใหญ่

ข่าวนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะคะ เพราะอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ดำรงตำแหน่งผู้นำสูงสุดมาตั้งแต่ปี 1989 ต่อจากอยาตอลเลาะห์ รูฮอลลาห์ โคมัยนี ผู้ก่อการปฏิวัติอิสลามที่โค่นล้มกษัตริย์โมฮัมหมัด เรซา ชาห์ ปาห์ลาวี ภายใต้การนำของเขา อิหร่านเปลี่ยนไปมาก จากระบอบกษัตริย์กลายเป็นปกครองโดยนักบวชนิกายชีอะห์ แม้คาเมเนอีจะไม่ค่อยมีบารมีทางศาสนาเท่ารุ่นพี่ แต่เขาสร้างเครือข่ายอำนาจที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม หรือ IRGC ที่กลายเป็นทั้งกองทัพ เศรษฐกิจ และเครื่องมือทางการเมือง

อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เสียชีวิต: พันธมิตร “Axis of Resistance” จะเป็นอย่างไร?

หนึ่งในมรดกสำคัญของคาเมเนอีคือการสร้าง “Axis of Resistance” หรือเครือข่ายพันธมิตรติดอาวุธในตะวันออกกลาง เพื่อต่อต้านอิสราเอลและสหรัฐฯ กลุ่มต่างๆ ได้รับการสนับสนุนจากเตหะรานอย่างเต็มที่ ลองดูรายชื่อหลักๆ ดังนี้:

  • ฮิซบอลเลาะห์ ในเลบานอน: กองกำลังติดอาวุธหลักที่เคยสู้กับอิสราเอลหลายครั้ง
  • ฮามาส ในกาซา: ได้รับเงินและอาวุธจากอิหร่าน สร้างความตึงเครียดในปาเลสไตน์
  • กลุ่มฮูธี ในเยเมน: โจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง ส่งผลกระทบเศรษฐกิจโลก
  • กลุ่มอื่นๆ ในอิรักและซีเรีย: รักษาอิทธิพลของอิหร่านในภูมิภาค

หลังเหตุการณ์ฮามาสโจมตีอิสราเอลเมื่อ 7 ตุลาคม 2023 ทุกอย่างเปลี่ยนไป อิสราเอลตอบโต้หนักมือ สังหารผู้นำพันธมิตรอิหร่านหลายคน ปี 2024 อิสราเอล-อิหร่านปะทะตรงๆ ครั้งแรก และล่าสุดเดือนมิถุนายน 2025 สหรัฐฯ-อิสราเอลถล่มโครงสร้างนิวเคลียร์อิหร่าน จนนำไปสู่จุดจบของคาเมเนอี

โครงการนิวเคลียร์และมรดกที่ทิ้งไว้

คาเมเนอีผลักดันโครงการนิวเคลียร์แม้ถูกสหรัฐฯ คว่ำบาตรหนัก เขาออกฟัตวาอิสลามห้ามอาวุธนิวเคลียร์ แต่ยืนยันสิทธิพลังงานนิวเคลียร์เพื่อสันติ ข้อตกลง JCPOA ปี 2015 เคยช่วยลดระดับยูเรเนียม แต่ทรัมป์ถอนตัวปี 2018 ทำให้อิหร่านเร่งเสริมสมรรถนะใกล้ระดับสงคราม เจรจาใหม่ปี 2025 ล้มเหลว สุดท้ายกลายเป็นเป้าหมายโจมตี

ตอนนี้คำถามใหญ่คือ หลังอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี เสียชีวิต จะเกิดอะไรขึ้น? สภาผู้เชี่ยวชาญ 88 คนจะเลือกผู้นำใหม่ แต่ไม่มีตัวเต็งชัด IRGC น่าจะมีบทบาทสำคัญ หากเกิดสุญญากาศอำนาจ ท่ามกลางประชากร 90 ล้านคนที่หลายคนไม่พอใจระบอบปัจจุบันจากปัญหาเศรษฐกิจและสิทธิสตรี อาจนำไปสู่การประท้วงใหญ่หรือการเปลี่ยนแปลง

ในมุมมองของเรา การจากไปของคาเมเนอีอาจเป็นจุดเริ่มต้นยุคใหม่ให้ตะวันออกกลาง มีทั้งโอกาสสันติภาพหรือความวุ่นวายยิ่งกว่าเดิม คุณคิดว่าอิหร่านจะไปทางไหน? คอมเมนต์บอกเราด้านล่าง แล้วอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะคะ เพื่อติดตามข่าวด่วนแบบ real-time!

ที่มา – ด่วน! สื่ออิหร่านยืนยัน “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” เสียชีวิตแล้ว หลังถูกโจมตีครั้งใหญ่

กต. แนะคนไทยในตะวันออกกลางไม่ตื่นตระหนก

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดอย่างมาก จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธที่ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอิหร่าน อิสราเอล และบริเวณฐานทัพสหรัฐฯ กระทรวงการต่างประเทศไทย (กต.) ได้ออกประกาศเพื่อให้คนไทยที่อยู่ในภูมิภาคนี้ได้เตรียมตัวรับมืออย่างถูกต้อง โดยเน้นย้ำให้ใจเย็นและปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

กต. แนะคนไทยในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะที่อิหร่าน ไม่ตื่นตระหนก ติดตามข่าวแจ้งเตือนใกล้ชิด

ประกาศฉบับที่ 3 จาก กต. เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ชัดเจนมากว่า กต. แนะคนไทยในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะที่อิหร่าน ไม่ตื่นตระหนก ติดตามข่าวแจ้งเตือนใกล้ชิด สถานการณ์เกิดจากการตอบโต้ทางทหารที่รุนแรง สร้างความเสียหายกว้างขวาง คนไทยจำนวนไม่น้อยที่ทำงานหรือท่องเที่ยวในพื้นที่นี้ ควรหลีกเลี่ยงความตื่นตระหนกที่อาจนำไปสู่การตัดสินใจผิดพลาด เช่น ออกนอกที่พักโดยไม่จำเป็น

แทนที่จะตื่นตระหนก ทางการไทยขอให้ทุกคนอยู่ในที่พักหรือที่หลบภัยที่มั่นคง ติดตามข่าวสารจากแหล่งข้อมูลที่น่าเชื่อถือ เช่น ประกาศจากสถานเอกอัครราชทูตไทยประจำประเทศนั้นๆ และทางการท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ ต้องปฏิบัติตามมาตรการที่ทางการท้องถิ่นกำหนดอย่างเคร่งครัด เช่น การอพยพตามคำสั่ง หรือการจำกัดการเคลื่อนไหว

คำแนะนำสำคัญสำหรับคนไทยในพื้นที่เสี่ยง

  • ไม่ตื่นตระหนก: รักษาสติ หลีกเลี่ยงข่าวลือจากโซเชียลมีเดียที่อาจทำให้หวาดกลัวเกินจริง
  • หลบภัยทันที: เข้าไปในที่พักหรือห้องใต้ดินที่แข็งแรง ปิดม่านและหน้าต่างเพื่อป้องกันเศษกระจก
  • ติดตามข่าวแจ้งเตือน: ใช้แอปข่าวจากทางการ เช่น สายด่วนของสถานทูต หรือเว็บไซต์ กต.
  • หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง: โดยเฉพาะบริเวณฐานทัพสหรัฐฯ ในอิหร่านและประเทศใกล้เคียง งดเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุ
  • เตรียมเอกสาร: เก็บพาสปอร์ต เงินสด และของใช้จำเป็นไว้ใกล้ตัวเสมอ

กต. ยังเน้นว่า กต. แนะคนไทยในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะที่อิหร่าน ไม่ตื่นตระหนก ติดตามข่าวแจ้งเตือนใกล้ชิด เพื่อป้องกันการสูญเสียที่ไม่จำเป็น หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น อาจมีการอพยพโดยเครื่องบินพิเศษ ดังนั้นการรายงานตัวกับสถานทูตตั้งแต่เนิ่นๆ จะช่วยให้ได้รับความช่วยเหลือได้รวดเร็ว

ช่องทางการติดต่อขอความช่วยเหลือฉุกเฉิน

ในกรณีต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อได้ตลอด 24 ชั่วโมง ดังนี้

  • Call Center กรมการกงสุล: 0-2572-8442
  • Hotline กองคุ้มครองผู้ใช้สิทธิ: 096-216-1837
  • 096-183-6736
  • 064-564-7573

นอกจากนี้ ควรดาวน์โหลดแอป “ThaiEmbassy” หรือติดตามเพจเฟซบุ๊กสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศนั้นๆ เพื่อรับแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ สถานการณ์ในตะวันออกกลางมักเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว จากความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับอิสราเอล รวมถึงบทบาทของสหรัฐฯ ที่มีฐานทัพกระจายอยู่ในอิรัก ซีเรีย และพื้นที่อื่นๆ คนไทยที่ทำงานในอุตสาหกรรมน้ำมันหรือการค้า ต้องระวังเป็นพิเศษ

จากประสบการณ์เหตุการณ์คล้ายๆ กันในอดีต เช่น สงครามในอิรักหรือความขัดแย้งในเลแวนต์ การรักษาสติและปฏิบัติตามคำแนะนำทางการเป็นกุญแจสำคัญที่ช่วยชีวิตคนไทยหลายราย อย่าลืมแจ้งญาติในไทยให้ทราบตำแหน่งปัจจุบัน และตั้งค่าโทรศัพท์ให้แจ้งเตือนข่าวต่างประเทศ

สุดท้าย กต. แนะคนไทยในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะที่อิหร่าน ไม่ตื่นตระหนก ติดตามข่าวแจ้งเตือนใกล้ชิด เป็นคำเตือนที่ทุกคนต้องจำ กรุณาติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และหากมีโอกาสให้เดินทางออกจากพื้นที่เสี่ยงโดยเร็วที่สุด หากคุณมีคนใกล้ชิดอยู่ในโซนนี้ แนะนำให้แชร์ข้อมูลนี้เพื่อความปลอดภัยร่วมกัน

ที่มา – กต. แนะคนไทยในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะที่อิหร่าน ไม่ตื่นตระหนก ติดตามข่าวแจ้งเตือนใกล้ชิด

สื่ออิหร่านอ้าง นักเรียนหญิงดับแล้ว 108 ศพ หลังโรงเรียนโดนโจมตี

สื่ออิหร่านอ้าง นักเรียนหญิงดับแล้ว 108 ศพ หลังโรงเรียนโดนโจมตี เป็นข่าวร้ายที่สะเทือนใจทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นกับเด็กหญิงนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ในโรงเรียนประถมหญิงล้วน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางยิ่งรุนแรงขึ้นหลังจากที่สหรัฐฯ และอิสราเอลถูกกล่าวหาว่าดำเนินการโจมตีทางทหารในพื้นที่ทางตอนใต้ของอิหร่าน

สื่ออิหร่านอ้าง นักเรียนหญิงดับแล้ว 108 ศพ หลังโรงเรียนโดนโจมตี

สำนักข่าว IRIB ซึ่งเป็นสื่อของรัฐบาลอิหร่านรายงานข้อมูลล่าสุด โดยอ้างอิงจากอัยการเมืองมินาบ (Minab) ว่าจำนวนนักเรียนหญิงที่เสียชีวิตจากการโจมตีเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 108 ศพ โรงเรียนประถมหญิงล้วนแห่งนี้ตั้งอยู่ในจังหวัดฮอร์โมซกัน ซึ่งเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญใกล้กับอ่าวเปอร์เซีย เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา สร้างความสูญเสียครั้งใหญ่ให้กับชุมชนท้องถิ่น

ผู้ว่าราชการจังหวัดฮอร์โมซกันได้ประกาศให้วันอาทิตย์เป็นวันไว้อาลัยทั่วทั้งจังหวัด โดยมีพิธีศพและการไว้อาลัยอย่างสมเกียรติ วิดีโอที่เผยแพร่โดย IRIB แสดงภาพห่อศพอย่างน้อย 8 รายวางเรียงบนพื้นอาคารที่พังทลาย ภาพเหล่านี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของความสูญเสียที่ไม่อาจยอมรับได้

รายละเอียดเพิ่มเติมจากเหตุการณ์ในจังหวัดลาเมิร์ด

นอกจากเหตุการณ์ที่เมืองมินาบแล้ว ยังมีรายงานการโจมตีอีกแห่งในจังหวัดลาเมิร์ด (Lamerd) ทางตอนใต้เช่นกัน สำนักข่าว IRNA รายงานว่ามีพลเรือนเสียชีวิตอย่างน้อย 18 ศพ จากการยิงถล่มศูนย์กีฬาและย่านที่พักอาศัย ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเด็กๆ และมีผู้บาดเจ็บอีกประมาณ 100 ราย เจ้าหน้าที่สาธารณสุขยืนยันว่าสถานการณ์ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะเด็กที่ได้รับผลกระทบรุนแรง

  • จำนวนผู้เสียชีวิตที่มินาบ: อย่างน้อย 108 ศพ (นักเรียนหญิง)
  • จำนวนผู้เสียชีวิตที่ลาเมิร์ด: อย่างน้อย 18 ศพ (พลเรือนส่วนใหญ่เป็นเด็ก)
  • ผู้บาดเจ็บรวม: กว่า 100 ราย
  • สถานที่เกิดเหตุ: โรงเรียนประถมหญิงล้วน, ศูนย์กีฬา, ย่านที่อยู่อาศัย
  • ผู้ถูกกล่าวหา: สหรัฐฯ และอิสราเอล

เหตุการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อระหว่างอิหร่านกับชาติพันธมิตรตะวันตก สื่ออิหร่านอ้าง นักเรียนหญิงดับแล้ว 108 ศพ หลังโรงเรียนโดนโจมตี ทำให้เกิดคำถามใหญ่เกี่ยวกับผลกระทบของสงครามต่อพลเรือน โดยเฉพาะเด็กและเยาวชนที่ควรได้รับการคุ้มครอง

ผลกระทบและปฏิกิริยาจากนานาชาติ

ชุมชนนานาชาติเริ่มแสดงความกังวลต่อเหตุการณ์นี้ บางประเทศเรียกร้องให้มีการสอบสวนอิสระเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง ขณะที่อิหร่านประกาศว่าจะตอบโต้อย่างเด็ดขาด สถานการณ์อาจนำไปสู่การยกระดับความตึงเครียดในภูมิภาค ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

นอกจากนี้ องค์กรสิทธิมนุษยชนหลายแห่งเรียกร้องให้หยุดยิงและปกป้องพลเรือน โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีโรงเรียนและสถานที่ราชการ การสูญเสียนักเรียนหญิงจำนวนมากเช่นนี้ไม่เพียงสร้างความเศร้าโศก แต่ยังเป็นเครื่องเตือนใจถึงความโหดร้ายของความขัดแย้งทางทหาร

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สื่ออิหร่านอ้าง นักเรียนหญิงดับแล้ว 108 ศพ หลังโรงเรียนโดนโจมตี อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้เกิดการเจรจาสันติภาพใหม่ หากทุกฝ่ายยอมรับความจริงและหาทางออกที่ยั่งยืน สงครามไม่เคยสร้างผู้ชนะที่แท้จริง โดยเฉพาะเมื่อเด็กๆ ต้องเป็นเหยื่อ

ติดตามข่าวสารต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักรู้ให้กับสังคม

ที่มา – สื่ออิหร่านอ้าง นักเรียนหญิงดับแล้ว 108 ศพ หลังโรงเรียนโดนโจมตี

รู้จัก คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน

รู้จัก คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ผู้ปกครองประเทศมานานหลายทศวรรษ ท่ามกลางข่าวลือจากสหรัฐฯ และอิสราเอลที่อ้างว่าเขาถูกสังหารในการโจมตีทางอากาศเมื่อวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 วันนี้เราจะพาคุณไปทำความรู้จักกับบุคคลสำคัญคนนี้แบบละเอียดยิบ เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ตะวันออกกลางที่กำลังร้อนระอุ

คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน คือใคร

อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี หรือที่รู้จักกันในชื่อ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2482 ที่เมืองมัชฮัด เมืองศาสนาหลักทางตะวันออกเฉียงเหนือของอิหร่าน เขาเป็นบุตรชายของนักวิชาการทางศาสนา ทำให้เติบโตมาในครอบครัวที่มีรากฐานมั่นคงในวงการศาสนานิกายชีอะห์ ตั้งแต่อายุยังน้อย คาเมเนอี就开始เข้าร่วมขบวนการต่อต้านชาห์โมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ในปี พ.ศ. 2505 โดยสนับสนุนอยาตอลเลาะห์ โคมัยนี ผู้นำการปฏิวัติอิสลาม

เส้นทางสู่การเป็นผู้นำสูงสุด

หลังการปฏิวัติอิสลามสำเร็จในปี พ.ศ. 2522 คาเมเนอี ได้รับบทบาทสำคัญหลายตำแหน่ง เช่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และมีส่วนก่อตั้งกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นกำลังทหารหลักของอิหร่านในปัจจุบัน เมื่อโคมัยนีเสียชีวิตในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2532 สมัชชาผู้เชี่ยวชาญก็เลือกคาเมเนอีให้เป็นผู้นำสูงสุดคนใหม่ แม้ตอนนั้นเขาจะยังไม่ใช่ “มหาอยาตอลเลาะห์” ตามรัฐธรรมนูญ

เพื่อแก้ปัญหานี้ รัฐธรรมนูญถูกแก้ไขให้ผู้นำสูงสุดต้องมี “ภูมิธรรมทางวิชาการอิสลาม” ซึ่งคาเมเนอีตอบโจทย์ ทำให้เขาได้รับการเลื่อนยศเป็นอยาตอลเลาะห์ทันที นับจากนั้น คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ก็ครองอำนาจเบ็ดเสร็จทั้งการเมือง กองทัพ และศาสนา

นโยบายและจุดยืนของคาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน

ตลอดการปกครองกว่า 30 ปี คาเมเนอีแสดงจุดยืนแข็งกร้าวต่อตะวันตก โดยเฉพาะสหรัฐอเมริกาที่เขาเรียกว่า “ปีศาจใหญ่” เขาปราบปรามฝ่ายตรงข้ามอย่างเด็ดขาด รวมถึงการใช้กำลังทหารปราบปรามผู้ประท้วง เช่น ในเหตุการณ์ Green Movement ปี 2552

ในด้านต่างประเทศ คาเมเนอีสนับสนุนกลุ่มพันธมิตรอย่าง حزب‌اللهในเลบานอน และฮูธีในเยเมน รวมถึงเรียกร้องให้ “กวาดล้าง” รัฐอิสราเอลบ่อยครั้ง เขายังเคยตั้งคำถามถึงความจริงของ Holocaust ในที่สาธารณะ ทำให้ความสัมพันธ์กับอิสราเอลและสหรัฐฯ ตึงเครียดสุดขีด ข่าวลือการถูกสังหารล่าสุดจากผู้นำทั้งสองชาตินี้ จึงยิ่งจุดชนวนความขัดแย้ง

ชีวิตส่วนตัวและมรดก

คาเมเนอีมีบุตร 6 คน และเห็นประธานาธิบดีอิหร่านถึง 7 คนแล้ว ตั้งแต่ฮะซาน โรฮานี ไปจนถึงอิบราฮิม ไรซี เขายังคงมีอิทธิพลสูงสุดเหนือรัฐบาลพลเรือน ชีวิตส่วนตัวของเขาค่อนข้างเรียบง่าย หลีกเลี่ยงสื่อตะวันตก

  • เกิด: พ.ศ. 2482 ที่มัชฮัด
  • ขึ้นสู่อำนาจ: พ.ศ. 2532
  • กองกำลังหลัก: IRGC
  • จุดยืน: ต่อต้านสหรัฐฯ-อิสราเอล
  • ครอบครัว: บุตร 6 คน

นอกจากนี้ คาเมเนอียังมีบทบาทในการเจรจานิวเคลียร์ JCPOA แต่สุดท้ายถอนตัว ทำให้เกิดการคว่ำบาตรจากสหรัฐฯ

สถานการณ์ข่าวการเสียชีวิตของ คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการจากอิหร่าน ซึ่งอาจเป็นกลยุทธ์สงครามข้อมูล หากเป็นจริง อาจนำไปสู่ความโกลาหลในตะวันออกกลาง ผู้สืบทอดคือใครยังเป็นปริศนา ลองคิดดูสิ ถ้าคาเมเนอีไม่อยู่ อิหร่านจะเปลี่ยนทิศทางหรือไม่?

ติดตามข่าวสารต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด!

ที่มา – รู้จัก “คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดอิหร่าน ที่สหรัฐฯ-อิสราเอล อ้างว่าถูกสังหารแล้ว

ทรัมป์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว

ในเหตุการณ์ที่สะเทือนโลกเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 ทรัมป์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว หลังจากการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่โดยสหรัฐฯ และอิสราเอล นี่คือข่าวที่กำลังเป็นกระแสทั่วโลก ทำให้หลายฝ่ายจับตามองสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด

ทรัมป์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social โดยระบุชัดเจนว่า อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ได้เสียชีวิตแล้ว ข้อความดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศที่เกิดขึ้นเมื่อเช้าวันเสาร์ ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิสราเอล

เนื้อหาข้อความจากทรัมป์แบบเต็มๆ

ทรัมป์เขียนว่า “คาเมเนอี หนึ่งในบุคคลที่ชั่วร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์ เสียชีวิตแล้ว นี่ไม่เพียงแต่เป็นความยุติธรรมสำหรับประชาชนชาวอิหร่าน แต่ยังรวมถึงชาวอเมริกันผู้ยิ่งใหญ่ทุกคน และผู้คนจากหลายประเทศทั่วโลก ที่ถูกสังหารหรือทำให้พิการโดยคาเมเนอีและแก๊งอันธพาลกระหายเลือดของเขา เขาไม่สามารถหลบหนีหน่วยข่าวกรองและระบบติดตามที่ล้ำสมัยของเราได้ และจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดกับอิสราเอล ไม่มีสิ่งใดที่เขาหรือผู้นำคนอื่นๆ ที่ถูกสังหารไปพร้อมกับเขาจะทำได้”

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังกล่าวถึงโอกาสสำหรับชาวอิหร่านในการทวงคืนประเทศ โดยชี้ว่า กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) กองทัพ และกองกำลังความมั่นคงต่างๆ กำลังมองหาการคุ้มครองจากสหรัฐฯ เขาเตือนว่า “ตอนนี้พวกเขาสามารถรับการคุ้มครองได้ แต่ในภายหลังพวกเขาจะได้รับเพียงความตายเท่านั้น!”

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นหลัง ทรัมป์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว

  • โอกาสเปลี่ยนแปลงการปกครองในอิหร่าน: ชาวอิหร่านอาจลุกขึ้นต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย
  • การตอบโต้จากกลุ่ม IRGC: อาจเกิดความแตกแยกภายใน
  • สถานการณ์ตะวันออกกลาง: สหรัฐฯ และอิสราเอลอาจเสริมสร้างอิทธิพลมากขึ้น
  • ปฏิกิริยาจากนานาชาติ: จีนและรัสเซียอาจประณามการโจมตีนี้

ทรัมป์ยังเรียกร้องให้ IRGC และตำรวจรวมตัวกับผู้รักชาติชาวอิหร่านอย่างสันติ เพื่อนำพาประเทศกลับสู่ความยิ่งใหญ่ โดยระบุว่าการทิ้งระเบิดจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะบรรลุสันติภาพที่แท้จริง ข้อความปิดท้ายด้วย “ขอขอบคุณสำหรับความสนใจของคุณในเรื่องนี้ ประธานาธิบดี โดนัลด์ เจ. ทรัมป์”

เหตุการณ์นี้ไม่เพียงเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจในภูมิภาค แต่ยังจุดประกายความหวังให้กับประชาชนอิหร่านที่เบื่อหน่ายกับการปกครองแบบเผด็จการมานาน นักวิเคราะห์หลายคนมองว่านี่คือจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ในตะวันออกกลาง โดยสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในการต่อต้านระบอบอิสลามิสต์สุดโต่ง

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงตึงเครียด การทิ้งระเบิดอย่างหนักและแม่นยำจะยังคงดำเนินต่อไปตลอดสัปดาห์ เพื่อให้มั่นใจว่าภัยคุกคามทั้งหมดถูกกำจัด สิ่งนี้จะนำไปสู่สันติภาพถาวรหรือไม่ ต้องติดตามต่อไป

ติดตามข่าวต่างประเทศล่าสุดและวิเคราะห์เชิงลึกได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดทุกพัฒนาการสำคัญในโลกการเมืองระหว่างประเทศ

ที่มา – ทรัมป์ยืนยัน ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน เสียชีวิตแล้ว

เนทันยาฮูอ้าง ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว

เนทันยาฮูอ้าง มีสัญญาณหลายอย่างที่ชี้ว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว เป็นข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในโลกโซเชียลและสื่อต่างประเทศเลยนะครับ สถานการณ์ตึงเครียดระหว่างอิสราเอลกับอิหร่านยิ่งรุนแรงขึ้น เมื่อนายกรัฐมนตรีอิสราเอล เบนจามิน เนทันยาฮู ออกมาแฉแบบนี้ ทำให้หลายคนสงสัยว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่ วันนี้เรามาเจาะลึกกันแบบเป็นกันเองดีกว่า

เนทันยาฮูอ้าง มีสัญญาณหลายอย่างที่ชี้ว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว

เมื่อช่วงค่ำวันเสาร์ที่ 28 ก.พ. 2569 หรือตามปฏิทินไทยคือปีหน้า นายเบนจามิน เนทันยาฮู ได้กล่าวในการแถลงข่าวว่า “มีสัญญาณหลายอย่าง” ที่บ่งบอกว่าอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่าน “ไม่ได้อยู่กับเราอีกต่อไปแล้ว” เขายังพูดถึงการทำลายสถานที่ทำการของคาเมเนอี และบอกว่าปฏิบัติการนี้ต้องใช้ความอดทน และจะดำเนินต่อไปจนกว่าจะสำเร็จ

เนทันยาฮูยังมั่นใจด้วยนะครับว่า “สงครามครั้งนี้จะนำไปสู่สันติภาพที่แท้จริง” แต่ยังไม่ยืนยันชัดๆ ว่าคาเมเนอีถูกสังหารจริงๆ เหมือนเป็นการโยนหินถามทางให้อิหร่านตอบสนอง

เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล
เบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล

การตอบโต้จากฝั่งอิหร่าน

ไม่นานหลังจากนั้น เจ้าหน้าที่อิหร่านก็รีบออกมาปฏิเสธทันทีครับ นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศ บอกกับ NBC ว่า คาเมเนอีและเจ้าหน้าที่ระดับสูงยังมีชีวิตอยู่ดี แม้ว่าอิหร่านจะยังไม่ออกวิดีโอยืนยันตัวตนของคาเมเนอีตั้งแต่เริ่มโจมตีก็ตาม

ต่อมา นายเอสมาอิล บาเกอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศไทยอิหร่าน ยืนยันกับ ABC News ว่า ประธานาธิบดีและผู้นำสูงสุด “ปลอดภัยดี” และระบบรัฐบาลยังทำงานปกติ เหมือนเป็นการสวนกลับแบบตรงๆ ให้เนทันยาฮู

  • สัญญาณที่เนทันยาฮูพูดถึงคืออะไร? ยังไม่ชัดเจน แต่ CNN รายงานว่าคาเมเนอีเป็นเป้าหมายหลักในการโจมตีระลอกแรก
  • อิสราเอลยังไม่ยืนยันการตาย แต่แหล่งข่าวบอกว่ายังตรวจสอบอยู่
  • ไม่มีวิดีโอใหม่จากคาเมเนอี ทำให้เกิดความสงสัย

บริบทความขัดแย้งอิสราเอล-อิหร่าน

เรื่องนี้ไม่ได้เกิดขึ้นลอยๆ นะครับ อิสราเอลกับอิหร่านมีปัญหามานาน ทั้งเรื่องนิวเคลียร์ โปรksi กลุ่มอย่างฮามาสและฮิซบอลเลาะห์ การโจมตีครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของสงครามเงาที่รุนแรงขึ้น ถ้าคาเมเนอีตายจริง อาจเปลี่ยนแปลงสมดุลอำนาจในตะวันออกกลางเลย

หลายคนวิเคราะห์ว่า เนทันยาฮูอาจใช้ข้อมูลนี้เพื่อกดดันอิหร่าน หรือสร้างโมเมนตัมในประเทศตัวเองที่กำลังเผชิญปัญหาการเมืองภายใน แต่ไม่ว่าจะจริงหรือไม่ สถานการณ์ก็ตึงเครียดสุดๆ

นอกจากนี้ สำนักข่าวต่างประเทศยังรายงานถึงการโจมตีที่อิสราเอลทำลายฐานที่มั่นของอิหร่าน ทำให้เกิดคำถามว่าสงครามจะลุกลามไปถึงไหน

เพื่อให้เข้าใจง่าย ลองดู timeline สรุปนะครับ:

  • เช้าวันเสาร์: อิสราเอลโจมตีเป้าหมายในอิหร่าน รวมคาเมเนอี
  • ค่ำวันเสาร์: เนทันยาฮูแถลง เนทันยาฮูอ้าง มีสัญญาณหลายอย่างที่ชี้ว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว
  • ทันที: อิหร่านปฏิเสธ ยืนยันปลอดภัย

สุดท้ายแล้ว สถานการณ์แบบนี้แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังห่างไกลจากสันติภาพ การเมืองโลกมันซับซ้อนจริงๆ คุณคิดว่าคาเมเนอีตายจริงมั้ย? คอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ และอย่าลืมติดตามข่าวอัปเดตจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกพัฒนาการสำคัญ!

ที่มา – เนทันยาฮูอ้าง มีสัญญาณหลายอย่างที่ชี้ว่า ผู้นำสูงสุดอิหร่านอาจตายแล้ว

อนุทิน สั่งเตรียมอากาศยานรับคนไทยในอิหร่าน

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังรุนแรงขึ้น โดยเฉพาะในอิหร่านและอิสราเอล ทำให้คนไทยที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต้องเผชิญความไม่แน่นอน รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล ได้แสดงความรับผิดชอบทันที ด้วยการสั่งการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพื่อให้พี่น้องชาวไทยปลอดภัยและกลับบ้านได้เร็วที่สุด

อนุทิน สั่งเตรียมอากาศยานไปรับคนไทยในอิหร่าน

นายกรัฐมนตรี อนุทิน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2569 ระบุชัดเจนว่า ได้สั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศและผู้บัญชาการทหารอากาศเตรียมอากาศยานเพื่อไปรับคนไทยที่ติดค้างอยู่ในอิหร่าน โดยให้เป็นลำดับแรก เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบมีแนวโน้มขยายวงกว้าง ซึ่งอาจกระทบต่อคนไทยหลายหมื่นคนในแถบตะวันออกกลาง แม้ไทยจะไม่เกี่ยวข้องโดยตรง แต่ความปลอดภัยของประชาชนคือ優先สูงสุด

มาตรการเตรียมพร้อม 24 ชั่วโมงจากทุกหน่วยงาน

นอกจากนี้ อนุทิน สั่งเตรียมอากาศยานไปรับคนไทยในอิหร่าน แล้ว ยังมอบหมายให้หน่วยงานต่างๆ ร่วมมือกันอย่างเต็มที่ โดยกระทรวงการต่างประเทศนำโดยรัฐมนตรี สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว ได้ตั้งศูนย์ปฏิบัติการติดตามสถานการณ์ทันที เพื่อช่วยเหลือคนไทยแบบครบวงจร ขณะที่หน่วยงานอื่นๆ ก็ได้รับคำสั่งให้พร้อมรบกวน 24 ชั่วโมง ดังนี้

  • สำนักนายกรัฐมนตรี: ประสานงานกลาง
  • กระทรวงการคลัง: จัดสรรงบประมาณฉุกเฉิน
  • กระทรวงแรงงาน: ช่วยเหลือด้านอาชีพและสวัสดิการ
  • กระทรวงสาธารณสุข: เตรียมรับมือสุขภาพผู้เดินทางกลับ
  • กระทรวงกลาโหม: สนับสนุนกำลังทหารและเครื่องบิน
  • กระทรวงมหาดไทย: จัดการข้อมูลและที่พักชั่วคราว

การเตรียมการครั้งนี้ไม่เพียงช่วยชีวิตคนไทยในอิหร่านเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลไทยไม่ทิ้งประชาชนไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหน ในอดีตไทยเคยช่วยเหลือคนไทยจากตะวันออกกลางในวิกฤตต่างๆ มาแล้ว เช่น สงครามในซีเรียหรือเลบานอน ทำให้ครั้งนี้ประชาชนมั่นใจในมาตรการของรัฐ

ผลกระทบทางเศรษฐกิจและโอกาสพลิกวิกฤต

อนุทิน สั่งเตรียมอากาศยานไปรับคนไทยในอิหร่าน ท่ามกลางความกังวลเรื่องเศรษฐกิจโลกที่อาจชะงักงันจากราคาน้ำมันพุ่งสูง ไทยซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันและส่งออกไปตะวันออกกลาง จะได้รับผลกระทบแน่นอน แต่รัฐบาลยืนยันว่าจะลดผลกระทบให้น้อยที่สุด โดยติดตามสถานการณ์จากหน่วยความมั่นคงทุกวัน และหาทางพลิกวิกฤตเป็นโอกาส เช่น ส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในหรือกระจายห่วงโซ่อุปทาน

นายกฯ ยังเชิญชวนประชาชนร่วมกราบอาราธนาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ขอพรให้คนไทยในพื้นที่เสี่ยงปลอดภัย พร้อมให้คำมั่นว่ารัฐบาลจะทำทุกอย่างให้ภารกิจสำเร็จเร็วที่สุด ด้วยแฮชแท็ก #ประเทศไทยรวมเลือดเนื้อชาติเชื้อไทย #คนไทยไม่มีวันทอดทิ้งกัน

การดำเนินการของรัฐบาลครั้งนี้ชี้ให้เห็นถึงความเป็นเอกภาพและความรวดเร็วในการรับมือวิกฤต ซึ่งเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับอนาคต หากคุณมีญาติหรือเพื่อนในอิหร่าน ควรติดต่อสถานทูตไทยทันทีเพื่อลงทะเบียนและรับความช่วยเหลือ

คำเรียกร้องสู่การกระทำ: ติดตามข่าวอัปเดตสถานการณ์คนไทยในต่างประเทศ และแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลถึงคนอื่นๆ ด้วย หากมีประสบการณ์หรือความเห็นเกี่ยวกับการช่วยเหลือคนไทยต่างแดน คอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ!

ที่มา – “อนุทิน” สั่งเตรียมอากาศยานไปรับคนไทยในอิหร่าน ให้ทุกหน่วยเตรียมพร้อมตลอด 24 ชั่วโมง

อิหร่านจ่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดฉากโจมตี

อิหร่านจ่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดฉากโจมตี สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางรุนแรงขึ้นอย่างไม่คาดคิด เมื่อกองทัพอิหร่านเตรียมปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก สื่ออิหร่านรายงานว่ากองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ส่งข้อความเตือนเรือเดินสมุทรทุกชาติ ห้ามผ่านช่องแคบนี้แล้ว

อิหร่านจ่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดฉากโจมตี

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางทหารต่ออิหร่านในช่วงเช้าวันเสาร์ โดยมุ่งเป้าไปที่ผู้นำระดับสูงของอิหร่าน สำนักข่าว Tasnim ซึ่งใกล้ชิดกับ IRGC รายงานเมื่อ 28 ก.พ. 2569 ว่า ช่องแคบฮอร์มุซ บริเวณทางตอนใต้ของอิหร่าน ระหว่างอ่าวเปอร์เซียและอ่าวโอมาน จะถูกปิดกั้นทันที

หน่วยงาน UKMTO ของสหราชอาณาจักรยืนยันเช่นกันว่า เรือหลายลำได้รับคำเตือนจาก IRGC แล้ว ทำให้เกิดความตื่นตระหนกในวงการเดินเรือและพลังงานโลก

ช่องแคบฮอร์มุซคืออะไร และทำไมถึงสำคัญ?

ช่องแคบฮอร์มุซมีความยาวประมาณ 33 กิโลเมตร กว้างสุด 96 กม. แต่จุดแคบสุดแค่ 21 กม. ถือเป็น “จุดยุทธศาสตร์คอขวด” สำหรับการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติราว 1 ใน 5 ของโลก หรือวันละกว่า 21 ล้านบาร์เรล โดย 90% เป็นน้ำมันดิบจากประเทศอ่าวเปอร์เซีย เช่น ซาอุฯ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ฯลฯ

  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลก: หากปิดช่องแคบ ราคาน้ำมันอาจพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่งผลให้เงินเฟ้อทั่วโลกสูงขึ้น
  • เส้นทางเลี่ยง: เรือต้องอ้อมแหลมกู๊ดโฮปของแอฟริกา เพิ่มต้นทุน 30-40%
  • ผลต่อไทย: ไทยนำเข้าน้ำมันกว่า 80% ผ่านทางนี้ อาจทำให้ราคาน้ำมันแพงขึ้น ส่งผลต่อค่าครองชีพ
  • ประวัติศาสตร์: อิหร่านเคยขู่ออกมาตรการนี้ในปี 2019 ช่วงสงครามการค้าสหรัฐ-อิหร่าน

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่าการโจมตีครั้งนี้เพื่อยุติภัยคุกคามต่อสหรัฐ และเปิดโอกาสให้ชาวอิหร่านล้มล้างระบอบผู้ปกครอง แต่ฝ่ายอิหร่านโต้ว่าเป็นการโจมตีผิดกฎหมายโดยปราศจากการยั่วยุ และตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่อิสราเอลและฐานทัพสหรัฐในอ่าวเปอร์เซีย

สถานการณ์ลุกลามอาจนำไปสู่สงครามเต็มรูปแบบในตะวันออกกลาง สหรัฐได้เพิ่มกำลังทหารในภูมิภาค ขณะที่จีนและรัสเซียประณามการโจมตีของสหรัฐ-อิสราเอล นักวิเคราะห์เตือนว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของวิกฤตพลังงานครั้งใหญ่ที่สุดในรอบทศวรรษ

นอกจากนี้ ช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นเส้นทางสำคัญสำหรับก๊าซธรรมชาติเหลว (LNG) จากกาตาร์ ซึ่งส่งออกส่วนใหญ่ไปยุโรป หากปิดจะยิ่งซ้ำเติมวิกฤตพลังงานยุโรปที่กำลังเผชิญจากสงครามยูเครน

มุมมองอนาคต: การปิดช่องแคบอาจเป็นเพียงการขู่ แต่หากเกิดขึ้นจริง โลกต้องเตรียมรับมือกับความไม่แน่นอนทางพลังงาน

ติดตามสถานการณ์นี้อย่างใกล้ชิด เพราะอาจกระทบราคาน้ำมันในไทยโดยตรง แบ่งปันบทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ทราบข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – อิหร่านจ่อปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังสหรัฐฯ-อิสราเอล เปิดฉากโจมตี

Scroll to top