อิสราเอล

“อนุทิน” ห่วงคนไทย เรียกร้องทุกฝ่ายใช้การทูต ลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังเป็นที่กังวลของทั่วโลก โดยล่าสุด “อนุทิน” ห่วงคนไทย เรียกร้องทุกฝ่ายใช้การทูต ลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หลังจากเกิดเหตุการณ์รุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีของไทย ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนผ่านโพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว

“อนุทิน” ห่วงคนไทย เรียกร้องทุกฝ่ายใช้การทูต ลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายกรัฐมนตรีอนุทิน โพสต์ข้อความระบุว่า ประเทศไทยมีความกังวลอย่างยิ่งต่อสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลาง เราเสียใจอย่างสุดซึ้งที่ประชาชนผู้บริสุทธิ์ต้องมาได้รับผลกระทบจากความรุนแรงครั้งนี้ โดยเฉพาะชาวไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยง นายกฯ อนุทินเน้นย้ำถึงความห่วงใยในสวัสดิภาพและความปลอดภัยของคนไทยทุกคน รวมถึงเพื่อนมนุษย์ในภูมิภาคนั้นด้วย

ความห่วงใยต่อสวัสดิภาพคนไทยในพื้นที่เสี่ยง

จากโพสต์ดังกล่าว นายกฯ อนุทินแสดงความเสียใจอย่างลึกซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับความขัดแย้งระหว่างกลุ่มต่างๆ ในตะวันออกกลาง เช่น ความตึงเครียดระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน หรือกลุ่มฮูธีในเยเมนที่ส่งผลกระทบต่อการเดินเรือในทะเลแดง ชาวไทยจำนวนมากทำงานหรือท่องเที่ยวในประเทศอย่างดูไบ ซาอุดีอาระเบีย หรือเลบานอน จึงเป็นเรื่องน่ายินดีที่ผู้นำไทยให้ความสำคัญกับประเด็นนี้

กระทรวงการต่างประเทศไทยได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และแนะนำให้คนไทยในพื้นที่หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังโซนเสี่ยง พร้อมเตรียมแผนอพยพหากจำเป็น การแสดงออกของนายกฯ อนุทินนี้ สะท้อนถึงความรับผิดชอบของรัฐบาลในการปกป้องพลเมืองไทยในต่างแดน

เรียกร้องให้ใช้การเจรจาทางการทูตทันที

“อนุทิน” ห่วงคนไทย เรียกร้องทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องใช้ความอดทนอดกลั้นอย่างสูงสุด เพื่อลดความตึงเครียดและป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลง นอกจากนี้ ยังขอให้มีการเจรจาทางการทูตอย่างจริงใจทันที ตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ เพื่อรักษาสันติภาพและเสถียรภาพของประชาคมโลก

  • ใช้ความอดทนและหลีกเลี่ยงการยกระดับความขัดแย้ง
  • เจรจาทางการทูตเพื่อลดความตึงเครียด
  • เคารพกฎหมายระหว่างประเทศ
  • ปกป้องพลเรือนและผู้บริสุทธิ์

จุดยืนของไทยในฐานะประเทศที่เน้นสันติภาพและการทูตนี้ สอดคล้องกับนโยบายต่างประเทศที่ผ่านมา เช่น การเป็นกลางในความขัดแย้งโลก สถานการณ์ตะวันออกกลางยังคงผันผวน โดยราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้น ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน รัฐบาลจึงต้องเร่งหาแนวทางรับมือทั้งในด้านการทูตและเศรษฐกิจ

นอกจากนี้ ไทยยังสามารถใช้บทบาทในเวทีอาเซียนและสหประชาชาติเพื่อผลักดันให้มีการหยุดยิงและเจรจา การแสดงความห่วงใยของนายกฯ อนุทินไม่เพียงช่วยเสริมภาพลักษณ์ของไทยในสายตานานาชาติ แต่ยังสร้างความมั่นใจให้ประชาชนไทยในประเทศด้วย

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์เช่นนี้ย้ำเตือนว่าความขัดแย้งใดๆ ล้วนส่งผลกระทบข้ามพรมแดน รัฐบาลไทยควรรีบเร่งประสานงานกับชาติพันธมิตรเพื่ออพยพคนไทยหากจำเป็น และประชาชนควรติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ลองแชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง ว่าคุณคิดอย่างไรกับจุดยืนของนายกฯ อนุทินในครั้งนี้ และติดตามข่าวอัปเดตจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – “อนุทิน” ห่วงคนไทย เรียกร้องทุกฝ่ายใช้การทูต ลดความตึงเครียดในตะวันออกกลาง

กต.ตั้ง War Room ติดตามตะวันออกกลาง สั่งอพยพคนไทย

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนักเลยนะครับ วันนี้เรามีข่าวสำคัญที่ กต. ตั้ง War Room ติดตามเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง สั่งอพยพคนไทยออกจากอิสราเอล-อิหร่าน ซึ่งเป็นมาตรการเร่งด่วนจากกระทรวงการต่างประเทศไทย เพื่อปกป้องความปลอดภัยของพี่น้องชาวไทยที่กำลังอยู่ที่นั่น ผมเชื่อว่าหลายคนคงกังวล โดยเฉพาะคนไทยที่ทำงานหรือท่องเที่ยวในพื้นที่เสี่ยง มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

กต. ตั้ง War Room ติดตามเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง สั่งอพยพคนไทยออกจากอิสราเอล-อิหร่าน

ตามที่เพจเฟซบุ๊กกระทรวงการต่างประเทศรายงาน เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่าง ได้สั่งการให้กระทรวงดำเนินการทันที เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มรุนแรงขึ้น อาจกระทบคนไทยโดยตรง สิ่งที่ทำคือการตั้ง War Room หรือศูนย์ติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เพื่อประสานงานกับสถานทูตไทยทุกแห่งในภูมิภาค

มาตรการช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่เสี่ยง

กระทรวงฯ ได้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทยในกรุงเทลอาวีฟ (อิสราเอล) และกรุงเตหะราน (อิหร่าน) อย่างใกล้ชิด ออกประกาศเตือนตั้งแต่แรกๆ และมี hotline สำหรับคนไทยโดยเฉพาะ นอกจากนี้ ยังมีประกาศชัดเจนให้คนไทยในอิสราเอลและอิหร่านเร่งอพยพออกจากพื้นที่ทันที ส่วนคนที่ไม่มีธุระจำเป็น ก็ควรเลี่ยงการเดินทางไปยังโซนเสี่ยงเหล่านี้ครับ

  • จัดตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์ 24 ชม. ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
  • สถานทูตไทยทุกแห่งพร้อมแผนอพยพฉุกเฉิน
  • Call Center กรมการกงสุล: 0-2572-8442 สำหรับขอความช่วยเหลือเร่งด่วน
  • ประสานสมาคมคนไทยและสถานทูตต่างชาติในไทย เพื่อคุ้มครองคนไทยเต็มที่

นี่คือมาตรการหลัก 4 ข้อที่กระทรวงประกาศไว้ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วและจริงจังในการดูแลคนไทยต่างแดน ผมคิดว่าการมี War Room แบบนี้เป็นไอเดียดีมาก เพราะช่วยให้ข้อมูลอัปเดตทันเหตุการณ์ ไม่ต้องรอ passive อย่างเดียว

ทำไมสถานการณ์ตะวันออกกลางถึงน่ากังวล?

ตะวันออกกลางเป็นจุด hotspot ของความขัดแย้งมานาน อิสราเอล-อิหร่านกำลังปะทะกันหนัก มีข่าวการโจมตีขีปนาวุธและการตอบโต้ ซึ่งอาจลุกลามเป็นสงครามใหญ่ได้ คนไทยที่นั่นส่วนใหญ่เป็นแรงงาน นักเรียน หรือนักธุรกิจ ต้องระวังสุดๆ ครับ จากสถิติกรมการกงสุล มีคนไทยในอิสราเอลราว 1,000 คน และอิหร่านอีกไม่น้อย การอพยพเร็วคือทางรอดที่ดีที่สุด

นอกจากนี้ กระทรวงยังแนะนำให้คนไทยลงทะเบียน ThaiSafe ผ่านแอป TIAT หรือเว็บกรมการกงสุล เพื่อให้ทางทูตติดตาม位置ได้ง่าย ถ้ายังไม่อพยพ ควรหลีกเลี่ยงพื้นที่สาธารณะ เก็บเอกสารสำคัญ และเตรียมกระเป๋าเดินทางพร้อมตลอด

เคล็ดลับสำหรับคนไทยที่เดินทางต่างประเทศ

จากประสบการณ์เหตุการณ์คล้ายๆ กัน เช่น สงครามยูเครนหรืออัฟกานิสถาน เคล็ดลับสำคัญคือติดตามข่าวจากแหล่ง官方อย่างกระทรวงการต่างฯ เท่านั้น อย่าหลงเชื่อข่าวลือในโซเชียล อีกอย่างคือซื้อประกันการเดินทางที่ครอบคลุมสงครามหรือความไม่สงบ และแจ้งครอบครัวหรือเพื่อนไว้เสมอ สำหรับคนที่กำลังวางแผนทริปตะวันออกกลางตอนนี้ ผมแนะนำเลื่อนไปก่อนครับ รอสถานการณ์คลี่คลายดีกว่า

โดยรวมแล้ว การที่ กต. ตั้ง War Room ติดตามเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง สั่งอพยพคนไทยออกจากอิสราเอล-อิหร่าน ถือเป็นการตอบสนองที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ สะท้อนว่ารัฐบาลใส่ใจคนไทยทุกคนจริงๆ หากคุณหรือคนใกล้ชิดอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โทร hotline ทันที อย่ารอช้า! ติดตามอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เพจกระทรวงการต่างประเทศนะครับ เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

คำแนะนำสุดท้าย: ความปลอดภัยมาก่อนเสมอ ถ้าอยู่ต่างแดน อย่าลืมเช็คข่าวทุกวันและฟังคำเตือนจากทูตครับ

ที่มา – กต. ตั้ง War Room ติดตามเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง สั่งอพยพคนไทยออกจากอิสราเอล-อิหร่าน

UK-ฝรั่งเศส-เยอรมนี แถลงประณามอิหร่าน โจมตีตะวันออกกลาง

UK-ฝรั่งเศส-เยอรมนี แถลงประณามอิหร่าน โจมตีประเทศในตะวันออกกลาง เป็นข่าวใหญ่ที่กำลังเป็นกระแสในแวดวงการเมืองโลก เมื่อผู้นำจากสามมหาอำนาจยุโรปออกแถลงการณ์ร่วมกัน เพื่อตอบโต้การกระทำที่รุนแรงของอิหร่านในภูมิภาคนี้

UK-ฝรั่งเศส-เยอรมนี แถลงประณามอิหร่าน โจมตีประเทศในตะวันออกกลาง

เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักร ได้ร่วมกับ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และฟรีดริช แมร์ซ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ออกแถลงการณ์ร่วมประณามอิหร่านอย่างรุนแรง หลังจากที่อิหร่านตอบโต้การโจมตีจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลด้วยการยิงมิสไซล์ใส่ประเทศเพื่อนบ้านหลายแห่งในตะวันออกกลาง การกระทำนี้สร้างความตึงเครียดให้กับภูมิภาคที่เปราะบางอยู่แล้ว

แถลงการณ์ระบุชัดเจนว่า ฝรั่งเศส เยอรมนี และสหราชอาณาจักร ได้เรียกร้องให้อิหร่านระงับโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธนำวิถีมานาน รวมถึงหยุดกิจกรรมที่ทำลายเสถียรภาพในภูมิภาคและการกดขี่ประชาชนของตนเอง แม้สามประเทศนี้จะไม่ได้มีส่วนร่วมในการโจมตีของสหรัฐฯ และอิสราเอล แต่พวกเขายังคงติดต่อใกล้ชิดกับพันธมิตรเหล่านี้ เพื่อรักษาเสถียรภาพและปกป้องชีวิตพลเรือน

รายละเอียดแถลงการณ์ UK-ฝรั่งเศส-เยอรมนี แถลงประณามอิหร่าน

ในแถลงการณ์ที่ออกมาระบุว่า “เราขอประณามการโจมตีของอิหร่านต่อประเทศต่างๆ ในภูมิภาคด้วยถ้อยคำที่รุนแรงที่สุด อิหร่านต้องงดเว้นจากการโจมตีทางทหารแบบไม่เลือกหน้า” นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ผู้นำอิหร่านแสวงหาทางออกผ่านการเจรจา และให้ประชาชนชาวอิหร่านมีสิทธิกำหนดอนาคตของตนเอง สิ่งนี้สะท้อนถึงจุดยืนของยุโรปที่ต้องการหลีกเลี่ยงสงครามใหญ่ในตะวันออกกลาง

  • ประเด็นหลักในแถลงการณ์: ระงับโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธ
  • หยุดกิจกรรมก่อความไม่สงบในภูมิภาค
  • ยุติการใช้ความรุนแรงต่อประชาชน
  • เรียกร้องการเจรจาแทนการโจมตี
  • ปกป้องพลเรือนและเสถียรภาพ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งที่ยืดเยื้อ โดยอิหร่านถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธในภูมิภาค ซึ่งนำไปสู่การตอบโต้จากสหรัฐฯ และอิสราเอล การที่ UK-ฝรั่งเศส-เยอรมนี ออกมาแถลงแบบนี้ แสดงให้เห็นถึงบทบาทของยุโรปในการเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ย แม้จะไม่ได้เข้าร่วมทางทหารโดยตรง

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า การประณามครั้งนี้อาจนำไปสู่การเจรจาใหม่เกี่ยวกับข้อตกลงนิวเคลียร์ JCPOA ที่เคยล้มเหลวไปแล้ว หากอิหร่านยอมถอย มันจะช่วยลดความเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์ในอนาคต แต่หากไม่ ก็อาจทำให้สถานการณ์ยิ่งรุนแรงขึ้น

สำหรับประชาชนทั่วไป ข่าว UK-ฝรั่งเศส-เยอรมนี แถลงประณามอิหร่าน โจมตีประเทศในตะวันออกกลาง นี้เตือนใจให้เราติดตามสถานการณ์โลกอย่างใกล้ชิด เพราะผลกระทบอาจลุกลามมาถึงราคาน้ำมันและเศรษฐกิจโลกได้

คุณคิดอย่างไรกับจุดยืนของยุโรปในครั้งนี้? การเจรจาจะสำเร็จหรือไม่? แชร์ความเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวต่างประเทศจากเราเพื่ออัปเดตล่าสุด!

ที่มา – UK-ฝรั่งเศส-เยอรมนี แถลงประณามอิหร่าน โจมตีประเทศในตะวันออกกลาง

“ตรีนุช” ยันดูแลแรงงานไทยอิสราเอล-UAEเต็มที่

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้หลายคนเป็นห่วง“ตรีนุช” ยันรัฐบาลดูแลแรงงานไทยในอิสราเอล-UAE เต็มที่ สั่งทูตหากจำเป็นต้องอพยพให้รีบทำ ล่าสุดนางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมาสั่งการให้ทูตไทยในพื้นที่เร่งดูแลพี่น้องแรงงานไทยให้ดีที่สุด หลังจากมีข่าวความขัดแย้งที่อาจลุกลาม กระทรวงแรงงานยืนยันว่ารัฐบาลไทยไม่ทิ้งประชาชนแน่นอน

“ตรีนุช” ยันรัฐบาลดูแลแรงงานไทยในอิสราเอล-UAE เต็มที่ สั่งทูตหากจำเป็นต้องอพยพให้รีบทำ

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นางสาวตรีนุช เทียนทอง ได้แสดงความห่วงใยต่อแรงงานไทยที่กำลังทำงานอยู่ในอิสราเอลและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) หลังจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางมีความเสี่ยงสูงขึ้น โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮูธีหรืออิหร่านที่อาจขยายวง รมว.แรงงานได้กำชับให้สำนักงานแรงงานประจำสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงอาบูดาบี และกรุงเทลอาวีฟ ติดตามสถานการณ์แบบเรียลไทม์ พร้อมเตรียมแผนอพยพฉุกเฉินหากจำเป็น

ปัจจุบันมีแรงงานไทยในอิสราเอลประมาณ 30,000 คน ส่วนใหญ่ทำงานในฟาร์มและก่อสร้าง ขณะที่ใน UAE มีราว 300,000 คน ทำงานด้านก่อสร้าง โรงแรม และบริการ รัฐบาลไทยจึงเร่งประสานงานเพื่อความปลอดภัย โดยสั่งให้ฝ่ายแรงงานแจ้งเตือนพี่น้องแรงงานให้ระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง และรายงานตัวกับทูตตลอดเวลา

ช่องทางการติดต่อขอความช่วยเหลือด่วนสำหรับแรงงานไทย

  • ใน UAE (กรุงอาบูดาบี): ฝ่ายแรงงานประจำสถานทูต โทร. (+971) 2557 6833
  • ในอิสราเอล (กรุงเทลอาวีฟ): สถานทูตไทย โทร. (+972) 5 4636 8150, ฝ่ายแรงงาน (+972) 5 4469 3476-7 หรือ PIBA (มีล่ามไทย) 1-700-707-889
  • CALL CENTER กรมการกงสุล: (+66) 2 572 8442 (24 ชม.) หรือแอป THAI CONSULAR
  • สถานทูตกรุงเตหะราน (อิหร่าน): (+98) 912 500 7933 หรือ (+98) 912 159 8699

นอกจากนี้ ตรีนุช ยังฝากถึงญาติพี่น้องที่บ้านในไทยว่า อย่าตื่นตระหนก รัฐบาลกำลังดูแลอย่างใกล้ชิด ขอให้แรงงานปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการท้องถิ่นและทูตไทย เช่น อยู่แต่ในพื้นที่ปลอดภัย หลีกเลี่ยงการเดินทางโดยไม่จำเป็น และติดตามข่าวจากช่องทาง官方เท่านั้น

มาตรการป้องกันความเสี่ยงสำหรับแรงงานไทยในตะวันออกกลาง

เพื่อความปลอดภัยเพิ่มเติม กระทรวงแรงงานแนะนำดังนี้:

  • ติดตั้งแอป THAI CONSULAR และลงทะเบียนข้อมูลตัวเอง
  • เตรียมเอกสารสำคัญและเงินสำรองไว้เสมอ
  • รวมกลุ่มกับเพื่อนร่วมงานไทยเพื่อช่วยเหลือกัน
  • หลีกเลี่ยงข่าวลือ สื่อสารผ่านทูตเท่านั้น

สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยในตะวันออกกลาง แต่รัฐบาลไทยเคยพิสูจน์แล้วในการอพยพแรงงานจากลิเบียหรือซาอุดิฯ ครั้งก่อน ๆ ว่าทำได้ดี ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่ารัฐบาลจะไม่ละเลย

ในมุมมองของผม รัฐบาลไทยภายใต้นโยบายของนายกฯ แสตนดาร์ดนี้แสดงให้เห็นถึงการดูแลประชาชนแบบไม่แบ่ง阶层 แรงงานไทยที่กล้าออกไปหาเลี้ยงชีพต่างประเทศสมควรได้รับการปกป้องเต็มที่ สุดท้ายนี้ ขอให้พี่น้องแรงงานไทยทุกคนปลอดภัย และหากมีอัปเดตใหม่จะนำมาอัปเดตให้ทราบทันที สนับสนุนด้วยการแชร์บทความนี้เพื่อให้ญาติทราบด้วยนะครับ!

ที่มา – “ตรีนุช” ยันรัฐบาลดูแลแรงงานไทยในอิสราเอล-UAE เต็มที่ สั่งทูตหากจำเป็นต้องอพยพให้รีบทำ

สมาคมค้าทองคำ แนะหยุดซื้อขายชั่วคราว สหรัฐโจมตีอิหร่าน

ในสถานการณ์ตึงเครียดที่เกิดขึ้นล่าสุด สมาคมค้าทองคำ แนะหยุดซื้อขายชั่วคราว หลังจากสหรัฐและอิสราเอลโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้ราคาทองคำทั่วโลกมีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว นักลงทุนทองคำในไทยต่างจับตากันอย่างใกล้ชิด เพราะนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการปรับตัวครั้งใหญ่ของราคาทองในประเทศ

สมาคมค้าทองคำ แนะหยุดซื้อขายชั่วคราว เหตุการณ์ไม่ปกติในวันหยุดสุดสัปดาห์

วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 นายกสมาคมค้าทองคำได้ออกมาแถลงอย่างเป็นทางการ โดยอธิบายว่าการหยุดซื้อขายทองคำแท่งชั่วคราวในช่วงสุดสัปดาห์นี้ เกิดจากเหตุการณ์ตอบโต้ทางทหารระหว่างอิสราเอลกับอิหร่าน ซึ่งจุดชนวนความขัดแย้งในตะวันออกกลางให้รุนแรงขึ้น สหรัฐเองก็มีส่วนร่วมในการโจมตี ทำให้สถานการณ์โลกตึงเครียดทันที

ปัญหาหลักคือ ตลาดทองคำทั่วโลกปิดทำการในวันเสาร์-อาทิตย์ จึงไม่มีราคาอ้างอิงที่แน่นอน หากมีการซื้อขายตอนนี้ อาจเกิดความเสียหายทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย สมาคมค้าทองคำจึงขอให้รอจนถึงวันจันทร์ที่ตลาดเปิด เพื่อให้มีราคากลางที่ชัดเจน หน้าร้านทองยังเปิดปกติ แต่จะไม่แสดงราคาซื้อ-ขายทองแท่ง

ราคาทองคำจ่อพุ่งแรง หากสงครามยืดเยื้อ

สมาคมค้าทองคำคาดการณ์ว่า เมื่อตลาดเปิดวันจันทร์ ราคาทองคำโลกอาจปรับขึ้น 150-200 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ จากระดับปัจจุบัน ส่งผลให้ราคาทองในไทยทะลุ 40,000 บาทต่อบาททองคำ และหากสถานการณ์รุนแรงต่อเนื่อง อาจแตะระดับ 80,000 บาทได้ง่ายๆ ทองคำเป็นสินทรัพย์ปลอดภัย (Safe Haven) ในยามสงครามเสมอมา

จากประสบการณ์ในอดีต เช่น สงครามรัสเซีย-ยูเครนเมื่อปี 2565 ราคาทองพุ่งกว่า 20% ภายในไม่กี่เดือน หรือเหตุการณ์ตึงเครียดอิสราเอล-ฮามาส ก็ทำให้ราคาทองปรับขึ้นต่อเนื่อง นี่คือเหตุผลที่นักลงทุนควรระมัดระวัง

  • ปัจจัยหนุนราคาทองพุ่ง: ความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์, การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์, นโยบายดอกเบี้ยเฟดที่อาจชะลอ
  • ความเสี่ยง: หากสงครามคลี่คลายเร็ว ราคาอาจย่อตัวลงกะทันหัน
  • คำแนะนำ: อย่ารีบขายทองเก่าในตอนนี้ รอราคานิ่งก่อน

สำหรับประชาชนทั่วไปที่ถือทองคำไว้เป็นการออมทรัพย์ ไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ควรติดตามข่าวสารจากสมาคมค้าทองคำและเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ นอกจากนี้ สามารถเช็คราคาทองแบบเรียลไทม์ได้จากแอปพลิเคชันร้านทองชั้นนำ

ทิศทางราคาทองคำในอนาคตใกล้

ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่า หากสหรัฐเพิ่มการแทรกแซง สงครามอาจลุกลามไปยังช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันหลักของโลก จะยิ่งดันราคาน้ำมันและทองคำให้สูงขึ้นอีก นักลงทุนรายย่อยควรกระจายพอร์ต เช่น ถือทองคำ 20-30% ของสินทรัพย์ทั้งหมด เพื่อป้องกันความเสี่ยง

ในมุมมองของผม สถานการณ์นี้เป็นโอกาสทองสำหรับนักลงทุนระยะยาว แต่สำหรับมือใหม่ อย่าลงทุนเกินตัว แนะนำศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนตัดสินใจ

CTA: หากคุณกำลังคิดจะซื้อหรือขายทอง รอวันจันทร์ก่อนนะครับ! แชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ที่สนใจทองคำ และคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดว่าราคาทองจะไปถึง 8 หมื่นไหม?

ที่มา – สมาคมค้าทองคำ แนะหยุดซื้อขายชั่วคราว เหตุสหรัฐโจมตีอิหร่าน ดันราคาทองจ่อพุ่งแรง

ด่วน! คนไทยในอิสราเอลที่ไม่มีที่หลบภัย แจ้งสถานทูตด่วน

สวัสดีครับพี่น้องคนไทยทุกท่านที่กำลังติดตามข่าวสาร โดยเฉพาะคนไทยในอิสราเอลที่กำลังเผชิญสถานการณ์ตึงเครียดจากความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ล่าสุดสถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงเทลอาวีฟ ได้ออกประกาศด่วนสำหรับคนไทยในอิสราเอลที่ไม่มีที่หลบภัย (หรือที่เรียกว่า MAMAD/SHELTER) ใกล้ที่พักอาศัยหรือที่ทำงาน หากคุณอยู่ในกลุ่มนี้ อย่ารอช้า รีบแจ้งข้อมูลทันทีเพื่อให้สถานทูตช่วยเหลือได้ไวที่สุดครับ สถานการณ์แบบนี้ ความปลอดภัยต้องมาก่อน!

คนไทยในอิสราเอลที่ไม่มีที่หลบภัย รีบแจ้งข้อมูลมายังสถานทูตไทย

ประกาศนี้โพสต์เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 โดยสถานทูตขอให้แจ้งข้อมูลสำคัญดังนี้ เพื่อจัดหาความช่วยเหลือหรือที่หลบภัยชั่วคราวให้ท่าน อย่าลืมเตรียมข้อมูลให้ครบถ้วนก่อนโทรนะครับ:

ข้อมูลที่ต้องแจ้งสำหรับคนไทยในอิสราเอลที่ไม่มีที่หลบภัย

  • ชื่อ-นามสกุล และหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้
  • ที่อยู่ปัจจุบันที่พัก
  • ชื่อนายจ้าง/บริษัท และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ
  • ชื่อล่าม/บริษัทจัดหางาน และหมายเลขโทรศัพท์ติดต่อ

แจ้งได้ที่เบอร์โทรศัพท์ด่วน: 054-550-1141, 054-469-3476, 054-469-3477, 054-636-8150 โทรได้ 24 ชม. เลยครับ สถานทูตพร้อมรับเรื่องและช่วยเหลือเต็มที่ โดยเฉพาะคนไทยที่ทำงานในฟาร์มหรือพื้นที่ห่างไกลที่อาจไม่มีห้องหลบภัยมาตรฐาน MAMAD ซึ่งเป็นห้องพิเศษที่ Israelis ทุกบ้านต้องมี เสริมโครงสร้างเหล็กหนา ป้องกันจรวดและเศษกระจายได้ดี หากไม่มี สถานทูตจะช่วยประสานหาที่ปลอดภัยให้

ผมเข้าใจดีว่าชีวิตในอิสราเอลตอนนี้ไม่ง่าย โดยเฉพาะแรงงานไทยกว่า 30,000 คนที่กระจายอยู่ทั่วประเทศ ท่ามกลางเหตุการณ์ขีปนาวุธจากกลุ่มฮามาสหรือฮิซบอลเลาะห์ที่ยิงมาบ่อยครั้ง การไม่มีที่หลบภัยเสี่ยงมาก รีบแจ้งเลยเพื่อป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้ครับ

แนวทางปฏิบัติเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัย สำหรับคนไทยในอิสราเอล

นอกจากแจ้งข้อมูลแล้ว สถานทูตยังแนะนำวิธีปฏิบัติทั่วไปเมื่อได้ยินเสียงไซเรนเตือนภัย (Red Alert) ซึ่งดังประมาณ 90 วินาที ให้ทำตามนี้เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ฝึกซ้อมไว้บ่อยๆ นะครับ:

1. ถ้าอยู่ในอาคาร (บ้าน สำนักงาน ฯลฯ)

  • รีบเข้าไปยังห้องนิรภัย (MAMAD) / ห้องเสริมความแข็งแรง / ห้องภายในที่ปลอดภัยทันที
  • ปิดประตู (หมุนมือจับ 90 องศา) และปิดหน้าต่าง (เหล็กหรืออะลูมิเนียม)
  • อยู่ภายในอย่างน้อย 10 นาที เพื่อป้องกันจรวดและเศษซาก

หากไม่มี MAMAD ให้เลือกห้องที่ไม่มีหน้าต่างหรือไกลหน้าต่างที่สุดครับ

2. ถ้าอยู่กลางแจ้ง

  • หากมีอาคารใกล้: รีบวิ่งเข้าอาคารนั้นทันที
  • หากพื้นที่โล่ง: นอนราบกับพื้น ใช้มือหรือกระเป๋าป้องกันศีรษะและท้ายทอย

3. ถ้าอยู่ในรถยนต์ส่วนตัว

  • หยุดรถทันที ดับเครื่อง ลงจากรถ เข้าอาคารใกล้ที่สุด
  • หากไม่มีอาคาร: นอนราบห่างจากรถ ป้องกันศีรษะ
  • หากออกไม่ได้: หยุดรถ ก้มต่ำกว่าขอบหน้าต่าง รอ 10 นาที

4. ในระบบขนส่งสาธารณะ

  • รถบัสระหว่างเมือง/รถโรงเรียน: คนขับหยุด เปิดประตู ผู้โดยสารก้มต่ำกว่าหน้าต่าง ป้องกันศีรษะ
  • รถบัสในเมือง: หยุดรถ เปิดประตู ลงเข้าอาคาร หรือก้มตัวหากไม่มี
  • รถไฟ/สถานี: ลดเร็วเหลือ 30 กม./ชม. 10 นาที ก้มต่ำกว่าหน้าต่าง

หลังไซเรนหยุด อยู่ในที่ปลอดภัยอีก 10 นาที อย่าเข้าใกล้วัตถุต้องสงสัย จรวดตก หรือพื้นที่ถูกโจมตี (อาจมีระเบิดซ้ำ) แจ้งตำรวจทันที และติดตามข่าวจากช่องทาง官方 เช่น Home Front Command app หรือเว็บไซต์ทางการ

เคล็ดลับเพิ่มเติม: ดาวน์โหลดแอป Red Alert เพื่อแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์ เก็บกระเป๋า应急ไว้เสมอ มีน้ำ อาหารแห้ง เอกสาร และยา สื่อสารกับสถานทูตและครอบครัวในไทยบ่อยๆ ครับ

ในฐานะคนไทยที่ห่วงใย สถานการณ์ในอิสราเอลตอนนี้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ การแจ้งข้อมูลให้สถานทูตช่วยคนไทยในอิสราเอลที่ไม่มีที่หลบภัย เป็นทางออกที่ดีที่สุด อย่าประมาท รีบโทรแจ้งวันนี้เลยครับ เพื่อให้คุณและเพื่อนๆ ปลอดภัยกลับบ้านได้ไวๆ สถานทูตไทยอยู่เคียงข้างเสมอ!

CTA: หากคุณรู้จักคนไทยในอิสราเอลที่ไม่มีที่หลบภัย ส่งข้อความหรือโทรแจ้งให้พวกเขาด่วนเลยนะครับ ชีวิตสำคัญที่สุด!

ที่มา – คนไทยในอิสราเอลที่ไม่มีที่หลบภัย รีบแจ้งข้อมูลมายัง สถานทูตไทย กรุงเทลอาวีฟด่วน

ส่องศักยภาพขีปนาวุธอิหร่าน: ขีดความสามารถ ระยะยิง

ส่องศักยภาพขีปนาวุธอิหร่าน กำลังเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตามอง โดยเฉพาะท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างอิหร่าน สหรัฐฯ และอิสราเอล อิหร่านแสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถทางทหารที่น่าทึ่ง ด้วยคลังขีปนาวุธพิสัยไกลที่ใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง ซึ่งสามารถยิงได้ไกลถึง 2,000 กิโลเมตร ครอบคลุมเป้าหมายสำคัญอย่างอิสราเอลได้อย่างสบายๆ

ข้อมูลจากข่าวกรองสหรัฐฯ ชี้ว่าอิหร่านมีขีปนาวุธจำนวนมหาศาล โดยขีปนาวุธเหล่านี้ใช้ระบบนำวิถีในช่วงปล่อยตัว จากนั้นบินตามวิถีโค้ง paraballistic ก่อนตกลงสู่เป้าหมาย หัวรบสามารถปรับแต่งได้หลากหลาย ทั้งแบบระเบิดทั่วไป แบบคลัสเตอร์ หรือแม้แต่หัวรบนิวเคลียร์ในทางทฤษฎี ซึ่งทำให้ชาติตะวันตกหวาดกลัว แม้อิหร่านจะยืนยันว่าไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ก็ตาม

ส่องศักยภาพขีปนาวุธอิหร่าน: รายชื่อสำคัญและระยะยิง

มาดูรายชื่อขีปนาวุธหลักในคลังแสงของอิหร่านกัน ซึ่งแต่ละรุ่นมีจุดเด่นที่แตกต่าง:

  • เซจิล (Sejil): ขีปนาวุธเชื้อเพลิงแข็งสองขั้นตอน ระยะยิง 2,000 กม. ความเร็วสูง สามารถยิงจากฐานเคลื่อนที่ได้รวดเร็ว
  • เอมัด (Emad): เวอร์ชันปรับปรุงจากชาฮาบ ระยะยิง 1,700 กม. มีระบบนำวิถีแม่นยำสูง (CEP 500 เมตร) เหมาะสำหรับโจมตีจุดยุทธศาสตร์
  • กาดร์ (Ghadr): ระยะยิง 1,950 กม. เชื้อเพลิงเหลว ปรับปรุงจากชาฮาบ-3 ให้มีน้ำหนักเบาและไกลกว่าเดิม
  • ชาฮาบ-3 (Shahab-3): รุ่นคลาสสิก ระยะยิง 1,300-2,000 กม. เป็น backbone ของกองทัพอิหร่าน
  • คอร์รามชาห์ร (Khorramshahr): ใหม่ล่าสุด ระยะยิง 2,000 กม. หัวรบหนัก 1,800 กก. สามารถบรรทุกหัวรบหลายลูก
  • โฮเวย์เซห์ (Hoveyzeh): ขีปนาวุธร่อน (cruise missile) ระยะยิง 1,350 กม. บินต่ำหลบเรดาร์ได้ดี

ระยะยิงทั้งหมดครอบคลุมตะวันออกกลางทั้งภูมิภาค รวมถึงฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรักและซาอุฯ

ยุทธศาสตร์ทางทหารและฐานที่มั่น

ส่องศักยภาพขีปนาวุธอิหร่าน ไม่ใช่แค่จำนวน แต่รวมถึงยุทธศาสตร์ที่ชาญฉลาด ฐานยิงส่วนใหญ่อยู่ใต้ดินทั่วประเทศ โดยเฉพาะรอบกรุงเตหะราน ทำให้ยากต่อการทำลายด้วยการโจมตีล่วงหน้า อิหร่านเคยทดสอบจริงในสงคราม 12 วันกับอิสราเอลเมื่อมิถุนายน 2025 สร้างความเสียหายหนัก แม้อิสราเอลจะอ้างทำลายแท่นยิงได้บางส่วน

ยุทธศาสตร์หลักคือ ‘การยับยั้ง’ (deterrence) ต่อสหรัฐฯ และอิสราเอล โดยพัฒนาเทคโนโลยีต่อเนื่อง เช่น ขีปนาวุธ hypersonic ความเร็วเหนือเสียง 5 มัค เส้นทางบิน unpredictable ทำให้ระบบ Iron Dome หรือ Arrow ของอิสราเอลสกัดกั้นยาก

เทคโนโลยีส่วนหนึ่งได้จากเกาหลีเหนือ (แบบแปลน Sejil), รัสเซีย (ระบบนำวิถี), และจีน (cruise missile) นอกจากนี้ยังมีขีปนาวุธร่อนพิสัยไกล 3,000 กม. เพิ่มทางเลือกโจมตีหลากหลาย สร้างความท้าทายต่อระบบป้องกันภัยทางอากาศของศัตรู

การพัฒนาเหล่านี้ช่วยให้อิหร่านรักษาสมดุลอำนาจในภูมิภาค แม้เผชิญ санкции จากตะวันตก แต่ก็แสดงถึงความมุ่งมั่นในการพึ่งพาตนเองทางทหาร

ในมุมมองผู้เชี่ยวชาญ ส่องศักยภาพขีปนาวุธอิหร่านชี้ให้เห็นว่า อิหร่านกำลังก้าวสู่มหาอำนาจ导弹ในเอเชียตะวันตกเฉียงใต้ ซึ่งอาจเปลี่ยนสมการความมั่นคงในตะวันออกกลางไปตลอดกาล หากคุณสนใจเรื่องนี้ ติดตามข่าวอัปเดตล่าสุดและแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณมองอนาคตของภูมิภาคนี้อย่างไร!

ที่มา – ส่องศักยภาพขีปนาวุธอิหร่าน: ขีดความสามารถ ระยะยิง และยุทธศาสตร์ทางทหาร

รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน

เวทีการเมืองโลกกำลังสั่นคลอนอย่างหนัก หลังจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีอิหร่านอย่างกะทันหัน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงขึ้น เมื่ออิหร่านตอบโต้แบบจัดหนัก ล่าสุด รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ได้รับความสนใจจากทั่วโลก ผู้นำหลายชาติออกมาแสดงจุดยืนที่หลากหลาย ตั้งแต่การประณามไปจนถึงการสนับสนุน

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความขัดแย้งยืดเยื้อ โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลมองว่าอิหร่านกำลังพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่อความมั่นคงโลก การโจมตีดังกล่าวทำให้พลเรือนจำนวนมากได้รับผลกระทบ สร้างความกังวลให้กับนานาชาติที่กลัวสงครามจะลุกลาม ข้อมูลจากสำนักข่าวชั้นนำอย่าง CNN เผยว่า ผู้นำโลกเริ่มออกแถลงการณ์เพื่อควบคุมสถานการณ์

รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน

นี่คือสรุปท่าทีสำคัญจากผู้นำและหน่วยงานต่างประเทศที่ออกมาแสดงความเห็นหลังเหตุการณ์ โดยแบ่งตามภูมิภาคและจุดยืน เพื่อให้เข้าใจง่าย

ท่าทีจากยุโรปและสหภาพยุโรป

  • นางคายา คัลลาส หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศ EU: ระบุว่าสถานการณ์อันตรายยิ่ง ได้หารือกับอิสราเอลแล้ว ย้ำการคุ้มครองพลเรือนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ
  • กระทรวงการต่างประเทศไทยสวิตเซอร์แลนด์: วิตกกังวลต่อการโจมตี เรียกร้องทุกฝ่ายอดกลั้น ปกป้องโครงสร้างพื้นฐานพลเรือน
  • ประธานาธิบดีสโลวีเนีย นาตาชา เปียร์ซ มูซาร์: ติดตามด้วยความกังวล เตือนว่าความตึงเครียดคุกคามสันติภาพตะวันออกกลาง

ท่าทีจากเอเชียและแปซิฟิก

  • นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย อันวาร์ อิบราฮิม: เตือนว่าอาจนำไปสู่หายนะ เรียกร้องวอชิงตันและเตหะรานใช้วิถีทางการทูต
  • สถานเอกอัครราชทูตอินเดีย: ไม่เอนเอียงฝ่ายใด แนะนำชาวอินเดียเพิ่มความระวัง หลีกเลี่ยงเดินทางไม่จำเป็น

ท่าทีจากออสเตรเลีย ยูเครน และอื่นๆ

  • กระทรวงการต่างประเทศไทยยูเครน: ชี้ว่าเตหะรานมีโอกาสป้องกันการลุกลาม สนับสนุนความมั่นคง เสรีภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของประชาชนอิหร่าน
  • นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย แอนโทนี อัลบาเนซี: สนับสนุนสหรัฐฯ ป้องกันอิหร่านมีนิวเคลียร์ ยืนหยัดเคียงข้างประชาชนอิหร่านต่อสู้การกดขี่

จาก รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน เห็นได้ชัดว่ามุมมองแตกต่างกัน บางชาติเน้นสันติภาพและมนุษยธรรม ขณะที่บางแห่งสนับสนุนการป้องกันตัว สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของ geopolitics ในตะวันออกกลาง ซึ่งอาจกระทบเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้น

นอกจากนี้ ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการตอบโต้ของอิหร่านอาจนำไปสู่สงครามตัวแทนที่กว้างขึ้น เกี่ยวข้องกับกลุ่มฮูธีหรือฮิซบอลเลาะห์ ผู้นำโลกจึงเร่งผลักดันการเจรจา ONU และ IAEA เพื่อตรวจสอบโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์นี้อาจเป็นจุดเปลี่ยน หากทุกฝ่ายหันมาใช้วิถีทางการทูตแทนอาวุธ จะช่วยรักษาสันติภาพได้ ลองคิดดูสิว่าถ้าสงครามลุกลาม ผลกระทบจะตกถึงประชาชนทั่วโลกอย่างไร

ติดตามข่าวสารอัปเดตสถานการณ์ตะวันออกกลาง และ รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน ได้ที่เว็บไซต์ของเรา คอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับเรื่องนี้!

ที่มา – รวมท่าทีผู้นำโลก หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลโจมตีอิหร่าน

คลิกอ่านข่าวเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อิหร่าน

ปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง CAAT เตือนเช็กเที่ยวบิน

สถานการณ์ร้อนระอุในตะวันออกกลาง! ประกาศปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง จากความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและอิหร่าน กำลังส่งผลกระทบหนักต่อการบินทั่วโลก สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (CAAT) ออกมาเตือนผู้โดยสารให้รีบเช็กสถานะเที่ยวบินด่วน หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง ส่งผลกระทบอะไรบ้าง?

ปัจจุบัน รัฐบาลอิสราเอลประกาศปิดน่านฟ้าทั้งหมดสำหรับเที่ยวบินพลเรือน ห้ามประชาชนเดินทางไปสนามบิน จนกว่าจะมีประกาศใหม่ ขณะที่อิหร่านปิดน่านฟ้าทั่วประเทศตามมาตรการความปลอดภัยเช่นกัน หลายประเทศในภูมิภาคอย่างสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ คูเวต ก็ปิดบางส่วน สาเหตุมาจากการโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธตอบโต้กันรุนแรง ทำให้เส้นทางบินหลักที่เชื่อมยุโรป-เอเชียต้องเปลี่ยนทิศทาง

ผลกระทบที่เห็นชัดคือ สายการบินใหญ่ๆ ต้องปรับเส้นทางบินอ้อม อาจทำให้เที่ยวบินล่าช้า ยกเลิก หรือค่าโดยสารแพงขึ้น โดยเฉพาะเที่ยวบินที่ต่อเครื่องในตะวันออกกลาง หรือบินผ่านพื้นที่นั้น ผู้โดยสารไทยที่วางแผนไปยุโรป เอเชียกลาง ควรเช็กข้อมูลจากสายการบินอย่างใกล้ชิด

ปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง CAAT เตือนผู้โดยสาร

CAAT แนะนำผู้โดยสารทำอย่างไรเมื่อปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง

CAAT ขอให้ผู้โดยสารตรวจสอบสถานะเที่ยวบินก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง หากเที่ยวบินล่าช้าหรือยกเลิก สามารถเรียกร้องสิทธิ์ได้ เช่น การดูแลอาหาร ที่พัก หรือชดเชยเงิน ตามกฎหมายไทย โดยเฉพาะผู้โดยสารที่ออกจากไทยจะได้รับคุ้มครองเต็มที่ แม้ประเทศระหว่างทางไม่มีกฎคล้ายกัน

  • เช็กสถานะผ่านแอปหรือเว็บไซต์สายการบิน
  • ติดตามประกาศจาก CAAT และ IATA
  • เตรียมแผนสำรอง เช่น เปลี่ยนเที่ยวบินหรือเลื่อนวันเดินทาง
  • ซื้อประกันการเดินทางที่ครอบคลุมความเสี่ยงทางการเมือง
  • หากมีปัญหา ร้องเรียนที่ complaint.caat.or.th

นอกจากนี้ CAAT กำลังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ร่วมกับหน่วยงานความปลอดภัยและสายการบิน เพื่ออัปเดตข้อมูลให้ชาวไทยทราบทันที หากสถานการณ์คลี่คลาย น่านฟ้าอาจเปิดได้เร็ว แต่ตอนนี้ความปลอดภัยมาก่อน

สิทธิผู้โดยสารที่ควรรู้เมื่อมีปัญหาจากปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง

ตามระเบียบของ CAAT หากเที่ยวบินล่าช้ามากกว่า 3 ชม. สายการบินต้องจัดอาหารและน้ำดื่ม ถ้าล่าช้าเกิน 6 ชม. มีสิทธิ์ได้ที่พักและค่าชดเชย หากยกเลิก สามารถขอเงินคืนเต็มจำนวนหรือเปลี่ยนเที่ยวบินฟรี ผู้โดยสารอย่าลืมเก็บเอกสารทุกอย่างไว้เป็นหลักฐาน

ในมุมกว้างขึ้น ความขัดแย้งนี้เตือนใจเราว่า การเดินทางทางอากาศมีความเสี่ยงจากเหตุการณ์โลกเสมอ ดังนั้นวางแผนให้รอบคอบ ใช้เทคโนโลยีช่วยติดตาม และเลือกสายการบินที่มีนโยบายยืดหยุ่น

คำแนะนำสุดท้าย: รีบเช็กสถานะเที่ยวบินของคุณวันนี้เลย! อย่าให้การปิดน่านฟ้าตะวันออกกลางมาทำให้แผนเที่ยวพัง ปลอดภัยไว้ก่อนนะครับ

ที่มา – ประกาศปิดน่านฟ้าตะวันออกกลาง CAAT เตือนผู้โดยสารเช็กสถานะเที่ยวบินยกเลิก เลี่ยงพื้นที่เสี่ยง

Scroll to top