อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

เปิดภาพ สัตว์ป่าหายาก จากกล้องดักถ่าย แห่งผืนป่าแก่งกระจาน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เรามีเรื่องราวสุดตื่นเต้นจากผืนป่ามรดกโลกมาฝากกัน เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินกิตติศัพท์ความอุดมสมบูรณ์ของอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกันมาบ้างแล้ว ล่าสุดมีข่าวดีที่ทำให้เราเห็นว่าธรรมชาติบ้านเรายังคงเปี่ยมไปด้วยชีวิตชีวา ผ่านการเปิดภาพ สัตว์ป่าหายาก จากกล้องดักถ่าย สะท้อนความสมบูรณ์ของผืนป่าแก่งกระจาน ที่ทำให้เหล่านักอนุรักษ์ต้องยิ้มแก้มปริกันเลยทีเดียว

เปิดภาพ สัตว์ป่าหายาก จากกล้องดักถ่าย สะท้อนความสมบูรณ์ของผืนป่าแก่งกระจาน

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่อุทยานฯ ร่วมกับสมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) ประเทศไทย ได้ออกลาดตระเวนสำรวจแม่น้ำเพชรบุรีตอนบน เพื่อติดตามประชากรจระเข้น้ำจืดที่หายากและใกล้สูญพันธุ์ แม้ว่าภารกิจหลักจะมุ่งเน้นที่จระเข้ แต่สิ่งที่ได้มากลับเป็นข้อมูลมหาศาลที่บ่งบอกว่าป่าแห่งนี้คือสวรรค์ของสัตว์ป่านานาชนิด การเปิดภาพ สัตว์ป่าหายาก จากกล้องดักถ่าย สะท้อนความสมบูรณ์ของผืนป่าแก่งกระจาน ผ่านหลักฐานจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าที่ติดตั้งกระจายอยู่ทั่วพื้นที่ ยืนยันได้ดีว่าผืนป่านี้ได้รับการดูแลเป็นอย่างดี

สำรวจความหลากหลายทางชีวภาพที่น่าทึ่ง

จากการสำรวจครั้งนี้ แม้จะไม่พบตัวจระเข้น้ำจืดโดยตรง แต่ทีมงานสามารถเก็บรวบรวมคลิปและภาพถ่ายของสัตว์ป่าชนิดต่างๆ ที่โผล่มาทักทายหน้ากล้อง ไม่ว่าจะเป็น:

  • เสือโคร่งรหัส ZKKT-002M (ชื่อเล่นเท่ๆ ว่า ณเดชน์)
  • ฝูงกระทิงและช้างป่าตัวใหญ่
  • สัตว์ผู้ล่าและสัตว์กินพืช เช่น หมาไน, หมีควาย, และหมีหมา
  • สัตว์น่ารักๆ อย่างนากใหญ่ขนเรียบ, เม่นใหญ่แผงคอยาว, ลิงเสน และลิงแสม

สัตว์เหล่านี้เปรียบเสมือนดัชนีชี้วัดความอุดมสมบูรณ์ของระบบนิเวศ การที่ผู้ล่าระดับสูงอย่างเสือโคร่งสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้ นั่นหมายถึงห่วงโซ่อาหารในป่าแก่งกระจานต้องสมดุลและครบวงจรจริงๆ ครับ

สำหรับใครที่ตั้งตารอข่าวคราวของจระเข้น้ำจืด เจ้าหน้าที่แอบกระซิบว่าพบร่องรอยตีนบริเวณ “ซับชุมเห็ด” ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เหมาะสมมากต่อการหลบซ่อนตัว ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่าน้องอาจจะยังวนเวียนอยู่ในป่าแห่งนี้ ทางเจ้าหน้าที่จะเดินหน้าเฝ้าระวังกันต่อไปอย่างเข้มข้นครับ

สรุปแล้ว การได้เห็นพฤติกรรมสัตว์ป่าผ่านกล้องดักถ่ายทำให้เราเห็นความสำคัญของการอนุรักษ์พื้นที่ป่าไม้เป็นอย่างยิ่ง หากปราศจากความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เราอาจไม่ได้เห็นภาพความน่ารักและวิถีชีวิตดั้งเดิมของสัตว์เหล่านี้กันแน่ๆ เพื่อนๆ ล่ะครับ มีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง หรือมีสัตว์ตัวไหนที่อยากเห็นเป็นพิเศษไหม มาแชร์กันได้นะ!

ที่มา – เปิดภาพ “สัตว์ป่าหายาก” จากกล้องดักถ่าย สะท้อนความสมบูรณ์ของผืนป่าแก่งกระจาน

เตรียมรับขวัญ คาด เสือดำแก่งกระจาน ตั้งท้อง หลังโชว์สวีท

เชื่อว่าช่วงนี้ใครที่เป็นแฟนคลับธรรมชาติและสัตว์ป่าต้องยิ้มไม่หุบแน่นอนครับ เพราะมีข่าวดีจากอุทยานแห่งชาติแก่งกระจานว่าเรากำลังจะมีสมาชิกตัวน้อยๆ เพิ่มขึ้น เมื่อหัวหน้าอุทยานฯ ได้ออกมาเปิดเผยผ่านภาพถ่ายที่นักท่องเที่ยวบันทึกไว้ได้ว่า เตรียมรับขวัญ คาด เสือดำแก่งกระจาน ตั้งท้อง หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีภาพชุดที่ทำเอาคนรักสัตว์ตื่นเต้นกันไปทั่วโซเชียล

เตรียมรับขวัญ คาด เสือดำแก่งกระจาน ตั้งท้อง สะท้อนความสมบูรณ์ของป่า

เหตุการณ์น่าประทับใจนี้เกิดขึ้นเมื่อนักท่องเที่ยวชื่อคุณจิรายุ เอกกุล ได้พบกับเสือดำตัวเมียเดินออกมาโชว์ตัวบนถนนทางขึ้นเขาพะเนินทุ่ง และยังใจดีแวะนอนพักผ่อนให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมความสง่างามแบบใกล้ชิดเป็นเวลากว่า 1 ชั่วโมง ซึ่งเมื่อเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบภาพถ่ายอย่างละเอียด ก็พบสัญญาณบวกว่า เตรียมรับขวัญ คาด เสือดำแก่งกระจาน ตั้งท้อง อย่างเห็นได้ชัดครับ

ทำไมการตั้งท้องครั้งนี้ถึงเป็นข่าวดีของคนรักสัตว์?

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม ที่ผ่านมา มีนักท่องเที่ยวถ่ายภาพเสือดำ 2 ตัวกำลังหยอกล้อและผสมพันธุ์กันในพื้นที่ กม. 21-22 ทำให้นี่ไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ตอกย้ำว่าผืนป่ามรดกโลกแห่งนี้ยังคงอุดมสมบูรณ์มากเพียงใด การที่ เตรียมรับขวัญ คาด เสือดำแก่งกระจาน ตั้งท้อง ในครั้งนี้ถือเป็นสัญญาณที่ดีเยี่ยมต่อการอนุรักษ์สายพันธุ์สัตว์ป่าคุ้มครองให้คงอยู่คู่เมืองไทยต่อไป

  • ความเป็นส่วนตัวของสัตว์ป่า: การพบเห็นถือเป็นโชคดี แต่เราควรให้เกียรติสัตว์ป่าเสมอ
  • วิธีปฏิบัติตัวเมื่อเจอสัตว์ป่า: 1. เว้นระยะห่างให้ปลอดภัย 2. ห้ามใช้เสียงดัง 3. ห้ามให้อาหารสัตว์ป่าเด็ดขาด

ทางเจ้าหน้าที่อุทยานเน้นย้ำเสมอครับว่า การให้อาหารสัตว์ป่าจะทำให้พวกมันเสียสัญชาตญาณสัตว์ป่าและนำไปสู่พฤติกรรมที่ไม่คาดคิด การปล่อยให้เขาใช้ชีวิตตามธรรมชาติในบ้านที่สมบูรณ์ที่สุดคือวิธีอนุรักษ์ที่ดีที่สุดครับ สำหรับเพื่อนๆ ที่มีแพลนจะไปเที่ยวแก่งกระจาน ขอให้ปฏิบัติตามกฎอย่างเคร่งครัด เพื่อช่วยกันรักษาเจ้าเสือดำและลูกน้อยที่จะเกิดมาในอนาคตให้ปลอดภัยครับ

ที่มา – เตรียมรับขวัญ คาด “เสือดำแก่งกระจาน” ตั้งท้อง หลังโชว์สวีทต่อหน้านักท่องเที่ยว

“สุชาติ” สั่งด่วนเร่งดับไฟป่าแก่งกระจาน

สถานการณ์ไฟป่าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกำลังเป็นที่กังวลของประชาชนและหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ“สุชาติ” สั่งด่วนเร่งดับไฟป่าแก่งกระจาน เพื่อปกป้องพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติอันทรงคุณค่าแห่งนี้ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มป่าแก่งกระจานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกเมื่อปี 2562 ถือเป็นสมบัติล้ำค่าของประเทศไทยที่อุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของภาคตะวันตก

“สุชาติ” สั่งด่วนเร่งดับไฟป่าแก่งกระจาน

วันที่ 14 เมษายน 2569 ที่บ้านบางกลอย อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้มอบหมายให้ นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นประธานในการนำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและควบคุมไฟป่า โดยเหตุไฟป่าเริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2569 เมื่อตรวจพบจุดความร้อนบริเวณป่าต้นน้ำชั้น 1A ซึ่งเป็นพื้นที่สูงชันห่างจากหมู่บ้านบางกลอยประมาณ 4 กิโลเมตร

เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ระดมกำลังภาคพื้นดิน 30 นาย ร่วมกับผู้นำชุมชน เดินเท้าเข้าไปกว่า 5 ชั่วโมงเพื่อควบคุมเพลิงไหม้ และจัดกำลังอีก 30 นายสับเปลี่ยนเสบียงสนับสนุน อย่างไรก็ตาม ไฟป่ายังคงลุกลามอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 12 เมษายน 2569 และมีแนวโน้มจะขยายตัวเข้าสู่พื้นที่ชุมชนใกล้เคียง ส่งผลให้ รมว.ทส. ต้องสั่งการเร่งด่วนให้บูรณาการกำลังทุกภาคส่วน โดยสนับสนุนอากาศยานปีกหมุนหมายเลข 1110 เข้าช่วยดับไฟทางอากาศ จัดทำแนวกันไฟ และตรวจสอบสาเหตุอย่างเข้มงวดเพื่อบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด

สาเหตุไฟป่าจากการบุกรุกป่า

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ คณะเจ้าหน้าที่พบจุดเกิดเหตุการกระทำผิด 2 จุดหลัก โดยกลุ่มบุคคลได้บุกรุกถางป่า โค่นล้มต้นไม้ใหญ่ และจุดไฟสุมเพื่อหวังครอบครองที่ดินทำเกษตรกรรม ส่งผลให้แปลงที่ 1 มีไฟลุกลามไหม้ป่าธรรมชาติเสียหายกว่า 1,700 ไร่ ขณะที่แปลงที่ 2 เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ 3 งาน ไฟยังไม่ลุกลามเข้าป่าธรรมชาติ เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มบุคคลในพื้นที่ เนื่องจากภูมิประเทศเข้าถึงยาก ชาวบ้านต่างถิ่นไม่น่าจะสามารถเข้าไปได้

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ เช่น พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และประกาศจังหวัดเพชรบุรี เรื่องกำหนดเขตควบคุมไฟป่า เจ้าหน้าที่จึงจัดทำบันทึกการตรวจสอบ ตรวจยึดของกลาง และส่งดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรแก่งกระจาน เพื่อสอบสวนขยายผลและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษทั้งคดีอาญาและชดใช้ค่าเสียหายทางทรัพยากรธรรมชาติ

  • จุดเกิดเหตุหลัก: ป่าต้นน้ำชั้น 1A สูงชัน 4 กม. จากบ้านบางกลอย
  • ความเสียหาย: ป่าธรรมชาติกว่า 1,700 ไร่
  • มาตรการรับมือ: สนธิกำลังภาคพื้นดินและทางอากาศ จัดแนวกันไฟ
  • กฎหมายที่ใช้: พรบ.ป่าไม้ พรบ.ป่าสงวน พรบ.อุทยานแห่งชาติ
  • ผู้ต้องหาคาดว่า: กลุ่มบุคคลในพื้นที่

ปัญหาไฟป่าและการบุกรุกป่าในพื้นที่แก่งกระจานไม่ใช่ครั้งแรก โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่แห้งแล้ง ทำให้เพลิงลุกลามได้ง่าย ป่าที่นี่ไม่เพียงเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายาก เช่น ชะนีมวยขาวและสมันชะนี แต่ยังเป็นแหล่งเก็บกักคาร์บอนและป้องกันน้ำท่วมในฤดูฝน การที่“สุชาติ” สั่งด่วนเร่งดับไฟป่าแก่งกระจาน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ หากไม่รีบควบคุม อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตชุมชนชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยใกล้เคียง

นอกจากนี้ ยังพบว่าปัญหาการบุกรุกป่าต้นน้ำเกิดขึ้นบ่อยครั้งทั่วประเทศ สาเหตุหลักมาจากความต้องการที่ดินทำกินและการขาดการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็ง รัฐบาลจึงต้องเพิ่มมาตรการ เช่น การใช้เทคโนโลยีดาวเทียมตรวจจับจุดความร้อน การรณรงค์ให้ความรู้แก่ชุมชน และการตั้งหน่วยเฝ้าระวังพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

ในมุมมองของผู้เขียน การดำเนินการครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการกำลังทุกภาคส่วน หากประชาชนช่วยกันรายงานเบาะแสและหลีกเลี่ยงการจุดไฟในป่า จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก ลองคิดดูสิครับ ถ้าป่ามรดกโลกอย่างแก่งกระจานเสียหายไป เราจะเสียโอกาสในการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและมรดกให้ลูกหลานอย่างไร

มาเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องป่าไทยกันเถอะ! หากพบไฟป่าหรือการบุกรุก รายงานได้ที่สายด่วนกรมอุทยานฯ 1302 หรือแอป iPark ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน

ที่มา – “สุชาติ” สั่งด่วนเร่งดับไฟป่าแก่งกระจาน ขู่เอาผิดแก๊งบุกรุกป่าต้นน้ำกว่า 1,700 ไร่

หาชมยาก! เสือโคร่ง “ณเดช” อวดโฉมหล่อ

นาทีประทับใจ! กล้องดักถ่ายสัตว์ป่าบันทึกภาพช่วงเวลาหาชมยากของ “ณเดช” เสือโคร่งตัวผู้สุดหล่อแห่งอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน อวดความน่ารักด้วยการเอาคางถูกับต้นไม้และอ้าปากหาวโชว์เขี้ยว เป็นภาพที่สะท้อนถึงความสมบูรณ์ของผืนป่าได้อย่างดีเยี่ยม

เมื่อวันที่ 27 มกราคม 2568 เพจเฟซบุ๊ก กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอจากกล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน พร้อมข้อความบรรยายว่า เป็นช่วงเวลาพิเศษที่หาชมได้ยาก เมื่อ “ณเดช” (KKT02M) เสือโคร่งตัวผู้ แสดงพฤติกรรมธรรมชาติที่น่ารักและน่าประทับใจต่อหน้ากล้อง Camera Trap

ในคลิปวิดีโอเริ่มต้นด้วยภาพของ “ณเดช” ที่กำลังยืนเอาคางถูกับต้นไม้อย่างสบายอารมณ์ ซึ่งเป็นพฤติกรรมการทำเครื่องหมายกลิ่นเพื่อประกาศอาณาเขต จากนั้น “ณเดช” ก็เดินตรงมาที่หน้ากล้องอย่างมั่นใจและอ้าปากหาวกว้าง ราวกับจะโชว์ความหล่อให้ทุกคนได้ชื่นชม เป็นภาพที่หาชมได้ยากและเต็มไปด้วยความเป็นธรรมชาติ

กล้องดักถ่ายภาพสัตว์ป่าตัวนี้ ถูกติดตั้งไว้บริเวณด่านสัตว์ป่าตามเเม่น้ำเพชรบุรีตั้งแต่กลางปี 2568 และเพิ่งทำการเก็บกู้ข้อมูลไปเมื่อเดือนมกราคม 2569 ที่ผ่านมา ภาพที่ได้จึงถือเป็นของขวัญปีใหม่อันล้ำค่าสำหรับทีมงานและผู้ที่ห่วงใยสัตว์ป่าของไทย

เสือโคร่ง ณเดช

“ณเดช” ไม่ใช่เสือโคร่งหน้าใหม่สำหรับทีมติดตามเสือโคร่งในแก่งกระจาน เพราะเขาได้รับการบันทึกภาพไว้ตั้งแต่ปี 2562 และยังคงปรากฏตัวให้เห็นอย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน การที่สามารถติดตามเสือโคร่งตัวเดิมได้ยาวนานกว่า 7 ปี แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของระบบนิเวศและความปลอดภัยของผืนป่าแห่งนี้

การปรากฏตัวของเสือโคร่งอย่างต่อเนื่องในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน สะท้อนให้เห็นถึงความอุดมสมบูรณ์ของผืนป่ามรดกโลกแห่งนี้ ที่มีฐานอาหารที่สมบูรณ์ มีประชากรสัตว์กีบที่เป็นเหยื่อของเสือโคร่งอย่างเพียงพอต่อการดำรงชีพ นอกจากนี้ยังพบสัตว์ป่าหายากอีกมากมาย เช่น จระเข้น้ำจืด ลิง ค่าง สัตว์ตระกูลเสือชนิดอื่นๆ นกนานาพันธุ์ รวมถึงแมลงที่มีบทบาทสำคัญในระบบนิเวศ

กลุ่มป่าแก่งกระจานจึงเป็นพื้นที่ที่มีคุณค่าอย่างยิ่ง ที่พวกเราทุกคนต้องร่วมมือกันดูแลรักษา เพื่อให้ “ณเดช” และเพื่อนๆ ของเขายังคงมีบ้านที่ปลอดภัย มีพื้นที่ในการหากิน ทำเครื่องหมายอาณาเขต และใช้ชีวิตตามธรรมชาติ เพื่อให้ลูกหลานของเราได้มีโอกาสชื่นชมความงดงามของสัตว์ป่าเหล่านี้ในอนาคต ขอกราบขอบพระคุณทีมงานเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจ ปกป้องผืนป่าและสัตว์ป่า

ช่วงเวลาหาชมยาก เสือโคร่ง “ณเดช”

ทำไมการพบเจอ “ณเดช” ถึงสำคัญ?

การพบเจอเสือโคร่ง “ณเดช” ในช่วงเวลาหาชมยากนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของความน่ารักน่าประทับใจเท่านั้น แต่ยังเป็นการยืนยันถึงความสำเร็จในการอนุรักษ์ผืนป่าและสัตว์ป่าของไทย ที่แสดงให้เห็นว่าผืนป่าแก่งกระจานยังคงเป็นบ้านที่ปลอดภัยและอุดมสมบูรณ์สำหรับสัตว์ป่านานาชนิด

  • ความต่อเนื่องของการปรากฏตัว: การที่ “ณเดช” ยังคงปรากฏตัวให้เห็นอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานานกว่า 7 ปี แสดงให้เห็นถึงความมั่นคงของระบบนิเวศ
  • ความอุดมสมบูรณ์ของอาหาร: การมีประชากรสัตว์กีบที่เพียงพอต่อการดำรงชีพของเสือโคร่ง เป็นสัญญาณที่ดีว่าผืนป่าแห่งนี้ยังคงมีอาหารที่อุดมสมบูรณ์
  • ความหลากหลายทางชีวภาพ: การพบสัตว์ป่าหายากนานาชนิด แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางชีวภาพที่สำคัญของผืนป่าแก่งกระจาน

ดังนั้น การดูแลรักษาผืนป่าแก่งกระจานจึงไม่ใช่แค่การปกป้องสัตว์ป่าเพียงชนิดเดียว แต่เป็นการรักษาระบบนิเวศทั้งหมด เพื่อให้ “ณเดช” และเพื่อนร่วมโลกของเขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างยั่งยืน และส่งต่อความงดงามของธรรมชาติให้กับคนรุ่นหลังต่อไป อย่าลืมร่วมกันสนับสนุนการอนุรักษ์ เพราะทุกการกระทำเล็กๆ น้อยๆ ของเรา สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ได้

ที่มา – ช่วงเวลาหาชมยาก เสือโคร่ง “ณเดช” อวดเขี้ยวโชว์ความหล่อ หน้ากล้องดักถ่ายสัตว์ป่า

Scroll to top