'สุชาติ' สั่งด่วนเร่งดับไฟป่าแก่งกระจาน ขู่เอาผิดแก๊งบุกรุกป่าต้นน้ำกว่า 1,700 ไร่

“สุชาติ” สั่งด่วนเร่งดับไฟป่าแก่งกระจาน

สถานการณ์ไฟป่าที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานกำลังเป็นที่กังวลของประชาชนและหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อ“สุชาติ” สั่งด่วนเร่งดับไฟป่าแก่งกระจาน เพื่อปกป้องพื้นที่มรดกโลกทางธรรมชาติอันทรงคุณค่าแห่งนี้ อุทยานแห่งชาติแก่งกระจานเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มป่าแก่งกระจานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกของยูเนสโกเมื่อปี 2562 ถือเป็นสมบัติล้ำค่าของประเทศไทยที่อุดมไปด้วยความหลากหลายทางชีวภาพและเป็นแหล่งต้นน้ำสำคัญของภาคตะวันตก

“สุชาติ” สั่งด่วนเร่งดับไฟป่าแก่งกระจาน

วันที่ 14 เมษายน 2569 ที่บ้านบางกลอย อำเภอแก่งกระจาน จังหวัดเพชรบุรี นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (รมว.ทส.) ได้มอบหมายให้ นายมงคล ไชยภักดี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เป็นประธานในการนำเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบและควบคุมไฟป่า โดยเหตุไฟป่าเริ่มต้นมาตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน 2569 เมื่อตรวจพบจุดความร้อนบริเวณป่าต้นน้ำชั้น 1A ซึ่งเป็นพื้นที่สูงชันห่างจากหมู่บ้านบางกลอยประมาณ 4 กิโลเมตร

เจ้าหน้าที่อุทยานฯ ได้ระดมกำลังภาคพื้นดิน 30 นาย ร่วมกับผู้นำชุมชน เดินเท้าเข้าไปกว่า 5 ชั่วโมงเพื่อควบคุมเพลิงไหม้ และจัดกำลังอีก 30 นายสับเปลี่ยนเสบียงสนับสนุน อย่างไรก็ตาม ไฟป่ายังคงลุกลามอย่างต่อเนื่องจนถึงวันที่ 12 เมษายน 2569 และมีแนวโน้มจะขยายตัวเข้าสู่พื้นที่ชุมชนใกล้เคียง ส่งผลให้ รมว.ทส. ต้องสั่งการเร่งด่วนให้บูรณาการกำลังทุกภาคส่วน โดยสนับสนุนอากาศยานปีกหมุนหมายเลข 1110 เข้าช่วยดับไฟทางอากาศ จัดทำแนวกันไฟ และตรวจสอบสาเหตุอย่างเข้มงวดเพื่อบังคับใช้กฎหมายเด็ดขาด

สาเหตุไฟป่าจากการบุกรุกป่า

จากการลงพื้นที่ตรวจสอบ คณะเจ้าหน้าที่พบจุดเกิดเหตุการกระทำผิด 2 จุดหลัก โดยกลุ่มบุคคลได้บุกรุกถางป่า โค่นล้มต้นไม้ใหญ่ และจุดไฟสุมเพื่อหวังครอบครองที่ดินทำเกษตรกรรม ส่งผลให้แปลงที่ 1 มีไฟลุกลามไหม้ป่าธรรมชาติเสียหายกว่า 1,700 ไร่ ขณะที่แปลงที่ 2 เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ 3 งาน ไฟยังไม่ลุกลามเข้าป่าธรรมชาติ เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นฝีมือของกลุ่มบุคคลในพื้นที่ เนื่องจากภูมิประเทศเข้าถึงยาก ชาวบ้านต่างถิ่นไม่น่าจะสามารถเข้าไปได้

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายหลายฉบับ เช่น พระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ. 2484 พระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ. 2507 พระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 และประกาศจังหวัดเพชรบุรี เรื่องกำหนดเขตควบคุมไฟป่า เจ้าหน้าที่จึงจัดทำบันทึกการตรวจสอบ ตรวจยึดของกลาง และส่งดำเนินคดีที่สถานีตำรวจภูธรแก่งกระจาน เพื่อสอบสวนขยายผลและนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษทั้งคดีอาญาและชดใช้ค่าเสียหายทางทรัพยากรธรรมชาติ

  • จุดเกิดเหตุหลัก: ป่าต้นน้ำชั้น 1A สูงชัน 4 กม. จากบ้านบางกลอย
  • ความเสียหาย: ป่าธรรมชาติกว่า 1,700 ไร่
  • มาตรการรับมือ: สนธิกำลังภาคพื้นดินและทางอากาศ จัดแนวกันไฟ
  • กฎหมายที่ใช้: พรบ.ป่าไม้ พรบ.ป่าสงวน พรบ.อุทยานแห่งชาติ
  • ผู้ต้องหาคาดว่า: กลุ่มบุคคลในพื้นที่

ปัญหาไฟป่าและการบุกรุกป่าในพื้นที่แก่งกระจานไม่ใช่ครั้งแรก โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่แห้งแล้ง ทำให้เพลิงลุกลามได้ง่าย ป่าที่นี่ไม่เพียงเป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่าหายาก เช่น ชะนีมวยขาวและสมันชะนี แต่ยังเป็นแหล่งเก็บกักคาร์บอนและป้องกันน้ำท่วมในฤดูฝน การที่“สุชาติ” สั่งด่วนเร่งดับไฟป่าแก่งกระจาน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการปกป้องทรัพยากรธรรมชาติ หากไม่รีบควบคุม อาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบนิเวศและวิถีชีวิตชุมชนชาวกะเหรี่ยงที่อาศัยใกล้เคียง

นอกจากนี้ ยังพบว่าปัญหาการบุกรุกป่าต้นน้ำเกิดขึ้นบ่อยครั้งทั่วประเทศ สาเหตุหลักมาจากความต้องการที่ดินทำกินและการขาดการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็ง รัฐบาลจึงต้องเพิ่มมาตรการ เช่น การใช้เทคโนโลยีดาวเทียมตรวจจับจุดความร้อน การรณรงค์ให้ความรู้แก่ชุมชน และการตั้งหน่วยเฝ้าระวังพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

ในมุมมองของผู้เขียน การดำเนินการครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการบูรณาการกำลังทุกภาคส่วน หากประชาชนช่วยกันรายงานเบาะแสและหลีกเลี่ยงการจุดไฟในป่า จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก ลองคิดดูสิครับ ถ้าป่ามรดกโลกอย่างแก่งกระจานเสียหายไป เราจะเสียโอกาสในการท่องเที่ยวเชิงนิเวศและมรดกให้ลูกหลานอย่างไร

มาเป็นส่วนหนึ่งในการปกป้องป่าไทยกันเถอะ! หากพบไฟป่าหรือการบุกรุก รายงานได้ที่สายด่วนกรมอุทยานฯ 1302 หรือแอป iPark ช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมให้ยั่งยืน

ที่มา – “สุชาติ” สั่งด่วนเร่งดับไฟป่าแก่งกระจาน ขู่เอาผิดแก๊งบุกรุกป่าต้นน้ำกว่า 1,700 ไร่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: