เขตเลือกตั้งที่ 2

กกต. ตรวจความพร้อมรับมอบและส่งมอบบัตรเลือกตั้งเมืองพัทยา

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน วันนี้เราจะมาอัปเดตข่าวสารเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนวันเลือกตั้งที่หลายคนตั้งตารอ โดยล่าสุดทาง กกต. ตรวจความพร้อมรับมอบและส่งมอบบัตรเลือกตั้งเมืองพัทยา เพื่อเป็นการยืนยันความพร้อมในการจัดการเลือกตั้งสมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยาให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใสที่สุดครับ

กกต. ตรวจความพร้อมรับมอบและส่งมอบบัตรเลือกตั้งเมืองพัทยา

เมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2569 คณะกรรมการการเลือกตั้ง นำโดยนายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ และนายอนันต์ สุวรรณรัตน์ ได้ลงพื้นที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามภาพรวมการบริหารจัดการเลือกตั้ง ซึ่งการที่ กกต. ตรวจความพร้อมรับมอบและส่งมอบบัตรเลือกตั้งเมืองพัทยา ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องชาวพัทยาว่า ทุกคะแนนเสียงที่หย่อนลงไปนั้นจะถูกคุ้มครองอย่างดีเยี่ยม

กระบวนการตรวจสอบที่เข้มงวดเพื่อความโปร่งใส

การดำเนินการเลือกตั้งเมืองพัทยาในครั้งนี้มีจุดที่น่าสนใจมากมาย โดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้ง เรามาดูกันว่าทาง กกต. ให้ความสำคัญกับอะไรบ้าง:

  • การตรวจสอบจำนวนบัตรเลือกตั้งและวัสดุอุปกรณ์ให้ครบถ้วนก่อนแจกจ่าย
  • การเตรียมความพร้อมของหน่วยเลือกตั้งทั้ง 113 หน่วยทั่วเมืองพัทยา
  • การเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเป็นกลางทางการเมืองอย่างเคร่งครัด
  • การอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในการมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

นอกจากนี้ คณะกรรมการยังได้ลงพื้นที่ตรวจความพร้อมของหน่วยเลือกตั้งที่โรงเรียนเมืองพัทยา 4 เพื่อให้มั่นใจว่าสถานที่ต่างๆ มีความปลอดภัยและพร้อมรองรับผู้มาใช้สิทธิอย่างเพียงพอ การรักษาระเบียบกติกาอย่างเข้มงวดของเจ้าหน้าที่ ยิ่งทำให้เราเห็นภาพชัดเจนว่ากระบวนการเลือกตั้งในครั้งนี้ยึดมั่นในหลักความเป็นธรรมและสุจริต ซึ่งเป็นรากฐานของประชาธิปไตยที่เราทุกคนมีส่วนร่วมได้

หากเพื่อนๆ คนไหนเป็นชาวเมืองพัทยา อย่าลืมไปใช้สิทธิของตัวเองกันนะครับ เพราะทุกเสียงคือพลังในการขับเคลื่อนเมืองของเราให้พัฒนาไปตามที่เราต้องการ หากมีข้อสงสัยหรืออยากทราบข้อมูลการเลือกตั้งเพิ่มเติม สามารถติดตามข่าวสารจากทาง กกต. ได้อย่างต่อเนื่องครับ

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมมือกันเป็นหูเป็นตาเพื่อให้การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นไปอย่างราบรื่นที่สุด สำหรับใครที่ยังไม่ได้วางแผนไปเลือกตั้ง อย่าลืมตรวจสอบหน่วยเลือกตั้งและเตรียมเอกสารยืนยันตัวตนให้พร้อม แล้วไปพบกันที่คูหาเลือกตั้งนะครับ!

ที่มา – กกต. ตรวจความพร้อมรับมอบและส่งมอบบัตรเลือกตั้งเมืองพัทยา สร้างความเชื่อมั่น ปชช. ทุกขั้นตอน

สุพรรณบุรี นับคะแนนใหม่ พรรคส้มคะแนนเพิ่ม 100+

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวโซเชียลที่รักข่าวการเมือง วันนี้เรามีเรื่องฮือฮาจากจังหวัดสุพรรณบุรีมาอัปเดตกันครับ คือ สุพรรณบุรี นับคะแนนใหม่ 2 หน่วย หลังจากที่ กกต. สุพรรณบุรีสั่งให้มีการนับคะแนนใหม่เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2567 ที่ผ่านมา ส่งผลให้คะแนนของพรรคส้ม หรือพรรคประชาชน เพิ่มขึ้นกว่า 100 คะแนนรวมสองหน่วย ขณะที่ผู้สมัครผู้ชนะเดิมจากพรรคภูมิใจไทยกลับคะแนนลดฮวบ! เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่อดีตผู้สมัคร ส.ส. ก้าวไกล โพสต์ภาพเทียบผลให้เห็นชัดๆ ไปเลยครับ

สุพรรณบุรี นับคะแนนใหม่ 2 หน่วย: ภาพรวมเหตุการณ์

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังการเลือกตั้ง ส.ส. แบ่งเขตเลือกตั้งเขต 2 สุพรรณบุรี โดย กกต. สุพรรณบุรีมีคำสั่งให้นับคะแนนใหม่ใน 2 หน่วยเลือกตั้งหลักๆ ได้แก่ หน่วยที่ 1 ตำบลบางตาเถร อำเภอสองพี่น้อง และหน่วยที่ 4 ตำบลบ้านช้าง อำเภอสองพี่น้อง (แต่จากโพสต์ยังมีภาพหน่วย 4 ต.องครักษ์ อ.บางปลาม้า ด้วย) รวมถึงบางหน่วยสำหรับบัญชีรายชื่อ แต่ที่เด่นคือผลแบ่งเขตที่เปลี่ยนแปลงชัดเจนมาก

นายณัฐพิชา รอดชีพ หรือ ลูกนัท อดีตผู้สมัคร ส.ส. เขต 2 สุพรรณบุรี จากพรรคก้าวไกล ได้โพสต์ภาพใบรายงานผลการนับคะแนนเดิมวันที่ 8 กุมภาพันธ์ เทียบกับผลนับใหม่ 27 กุมภาพันธ์ บนเฟซบุ๊กของตัวเอง โดยระบุว่า “นี่แค่หน่วยเดียวนะครับ อันดับ 1 จาก 427 เหลือ 263 อันดับ 2 จาก 104 เป็น 228” และอีกโพสต์ “อีกหน่วยครับ อันดับ 1 จาก 297 เหลือ 212 อันดับ 2 จาก 129 เป็น 165” ชัดเจนมาก!

รายละเอียดผลสุพรรณบุรี นับคะแนนใหม่ หน่วยที่ 1

ในหน่วยเลือกตั้งที่ 1 ตำบลบางตาเถร อำเภอสองพี่น้อง เขต 2:

  • ผู้สมัครพรรคภูมิใจไทย (อันดับ 1 เดิม): จาก 427 คะแนน ลดเหลือ 263 คะแนน (ลดลง 164 คะแนน)
  • ผู้สมัครพรรคประชาชน (อันดับ 2): จาก 104 คะแนน เพิ่มเป็น 228 คะแนน (เพิ่ม 124 คะแนน)

เห็นได้ชัดว่าคะแนนพรรคส้มทะลุเพิ่มแบบไม่น่าเชื่อ!

ผลนับคะแนนหน่วยที่ 4: พรรคส้มยังพุ่งต่อ

ส่วนหน่วยเลือกตั้งที่ 4 (ตำบลองครักษ์ อำเภอบางปลาม้า เขต 2):

  • พรรคภูมิใจไทย: จาก 297 คะแนน เหลือ 212 คะแนน (ลด 85 คะแนน)
  • พรรคประชาชน: จาก 129 คะแนน เป็น 165 คะแนน (เพิ่ม 36 คะแนน)

รวมสองหน่วย พรรคส้มได้คะแนนเพิ่มกว่า 160 คะแนน ขณะภูมิใจไทยเสียไปเกือบ 250 คะแนนเลยทีเดียว ถึงแม้ผู้สมัครภูมิใจไทยจะยังชนะในเขตนี้ แต่คะแนนที่หายไปมหาศาลแบบนี้ ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการนับคะแนนครั้งแรก

บริบทสำคัญคือ พรรคประชาชนก่อตั้งโดยกลุ่มอดีต ส.ส. ก้าวไกล หลังพรรคก้าวไกลถูกศาลรัฐธรรมนูญสั่งยุบเมื่อเดือนสิงหาคม 2567 (รอเช็คปี) พรรคนี้ใช้สีส้มเหมือนเดิม จึงถูกเรียกว่า “พรรคส้ม” ในข่าวการเมือง การนับใหม่ครั้งนี้จึงยิ่งน่าสนใจ เพราะอาจสะท้อนฐานเสียงที่แท้จริงในพื้นที่สุพรรณบุรี ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่การแข่งขันดุเดือด

นอกจากนี้ ยังมีการนับคะแนนบัญชีรายชื่อใน 3 หน่วย ได้แก่ หน่วย 11 ต.สนามชัย อ.เมืองสุพรรณฯ เขต 1, หน่วย 1 บางตาเถร เขต 2, และหน่วย 4 อ.บางปลาม้า เขต 2 แต่ผลเด่นสุดยังอยู่ที่แบ่งเขตครับ

เหตุการณ์สุพรรณบุรี นับคะแนนใหม่ 2 หน่วย นี้ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์ในโซเชียลอย่างกว้างขวาง หลายคนชื่นชมกกต.ที่สั่งตรวจสอบ แต่ก็มีเสียงเรียกร้องให้ตรวจสอบหน่วยอื่นๆ เพิ่ม เพื่อความเป็นธรรมในการเลือกตั้งครั้งนี้ ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของระบบเลือกตั้งไทยโดยรวม

ในมุมมองของผม การนับคะแนนใหม่แบบนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าความโปร่งใสสำคัญแค่ไหน หากปล่อยผ่านไป ฐานเสียงพรรคส้มอาจถูกกดทับโดยไม่เป็นธรรม สุดท้ายแล้ว ประชาชนอย่างเราก็ได้ประโยชน์จากความถูกต้องครับ

คุณคิดเห็นอย่างไรกับกรณีสุพรรณบุรี นับคะแนนใหม่นี้? พรรคส้มจะพลิกเกมได้ไหม? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่นี่เลย!

ที่มา – สุพรรณบุรี นับคะแนนใหม่ 2 หน่วย พรรคส้มคะแนนเพิ่ม 100 กว่าคะแนน ขณะผู้ชนะจากภูมิใจไทย คะแนนลด

“พิพัฒน์” ลุยหาดใหญ่ ทวงคืนโอกาส 30 ปี


“พิพัฒน์” ลุยหาดใหญ่ ทวงคืนโอกาส 30 ปี

“พิพัฒน์” ปักธงหาดใหญ่! ลุยเวทีหาเสียงเขต 2 หนุน “ศาสตรา” คนร่วมกว่า 1,200 ชี้ถึงเวลาทวงคืนโอกาส 30 ปี ดันโครงการสำคัญ ทั้งถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่ รถไฟรางคู่ และการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม หวังฟื้นฟูให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภาคใต้อีกครั้ง

เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา บรรยากาศการเมืองในเขตเลือกตั้งที่ 2 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เป็นไปอย่างคึกคัก นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำและแม่ทัพภาคใต้ของพรรคภูมิใจไทย ได้ลงพื้นที่จัดเวทีปราศรัย เพื่อสนับสนุน นายศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัคร สส.เขต 2 เบอร์ 3 ของพรรคภูมิใจไทย โดยเป็นการจัดเวทีย่อยครั้งที่ 10 ท่ามกลางประชาชนที่ให้ความสนใจเข้าร่วมกว่า 1,200 คน แสดงให้เห็นถึงการแข่งขันที่เข้มข้นในการเลือกตั้งครั้งนี้ และการที่พรรคภูมิใจไทยมุ่งเน้นการยึดพื้นที่หาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการจัดเวทีใหญ่ในพื้นที่อีกครั้ง

นายพิพัฒน์ ได้กล่าวปราศรัยว่า ตนเองนั้นเกิดและเติบโตที่อำเภอหาดใหญ่ โดยเฉพาะในย่านตลาดกิมหยง ซึ่งในอดีตเคยเป็นศูนย์กลางการค้าและการท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคใต้ ผู้คนจากทุกสารทิศและประเทศเพื่อนบ้านต่างเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยกันอย่างคึกคัก แต่ในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา หาดใหญ่กลับหยุดชะงัก ขาดการพัฒนาที่เป็นระบบ จนถึงวันนี้ถึงเวลาแล้วที่จะต้อง “พอแล้ว” กับการปล่อยให้เมืองเศรษฐกิจที่สำคัญแห่งนี้ต้องถอยหลังต่อไป

นายพิพัฒน์ยังกล่าวอีกว่า หาดใหญ่มีศักยภาพที่ครบถ้วน ทั้งระบบถนน ระบบรถไฟ และการคมนาคมทางอากาศ ทำให้เป็นศูนย์กลางการคมนาคมและโลจิสติกส์ของภาคใต้ ซึ่งเชื่อมต่อไปยังประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ได้ แต่กลับต้องเผชิญกับปัญหาการจราจรที่ติดขัดอย่างรุนแรง โครงการถนนวงแหวนรอบหาดใหญ่ที่ริเริ่มมาตั้งแต่ปี 2542 โดยมีระยะทางกว่า 65 กิโลเมตร แต่จนถึงปัจจุบันกลับได้รับการอนุมัติงบประมาณเพื่อก่อสร้างจริงเพียงแค่ 7 กิโลเมตรเท่านั้น

“คำถามคือ ส่วนที่เหลือจะเสร็จทันในยุคที่เรายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ นี่คือเหตุผลสำคัญว่าทำไมภาคใต้ถึงต้องทวงคืนโอกาสที่หายไปกว่า 30 ปี” นายพิพัฒน์กล่าว

ในส่วนของโครงสร้างพื้นฐาน นายพิพัฒน์ชี้ให้เห็นว่า การพัฒนาภาคใต้ไม่สามารถพึ่งพาเพียงแค่ระบบถนนอย่างเดียวได้ โดยเฉพาะระบบรถไฟรางคู่ ซึ่งในปัจจุบัน การเดินทางจากกรุงเทพฯ มาสิ้นสุดเพียงแค่จังหวัดชุมพรเท่านั้น ทำให้ภาคใต้ตอนล่างยังขาดทางเลือกในการขนส่งที่มีประสิทธิภาพ ดังนั้น พรรคภูมิใจไทยจึงมีนโยบายที่จะผลักดันการขยายรถไฟรางคู่ลงสู่ภาคใต้ เพื่อเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจและลดต้นทุนในการเดินทาง

ทำไมต้องทวงคืนโอกาส 30 ปี ให้หาดใหญ่?

นายพิพัฒน์ยังกล่าวถึงปัญหาน้ำท่วมที่เกิดขึ้นซ้ำซากในหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง โดยระบุว่า ได้มีการหารือร่วมกับหน่วยงานด้านคมนาคมหลายหน่วยงาน ทั้งกรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท และการทางพิเศษแห่งประเทศไทย เพื่อบูรณาการการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ ทั้งการพัฒนาโครงข่ายถนนคู่ขนาน การแก้ไขปัญหาคอขวดของการจราจร และการบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ

ด้านนายศาสตรา ศรีปาน ผู้สมัคร สส. เขต 2 กล่าวเสริมถึงความร่วมมือกับการทำงานร่วมกับภาควิชาการ โดยเฉพาะการศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมร่วมกับมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ พร้อมเสนอแนวนโยบายในการจัดตั้ง “กองทุนภัยพิบัติ” เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยตั้งเป้าหมายที่จะเยียวยาครัวเรือนที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาน้ำท่วม “ครั้งละ 100,000 บาท” เพื่อลดภาระและความเดือดร้อนของประชาชนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับชาวหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา ในการเลือกผู้แทนที่เข้าใจถึงปัญหาของพื้นที่ กล้าที่จะตั้งคำถามในสภา และสามารถดึงงบประมาณมาพัฒนาบ้านเกิดได้อย่างแท้จริง พร้อมยืนยันว่าจะมุ่งมั่นทำงานในพื้นที่หาดใหญ่อย่างต่อเนื่องตลอดสองวัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่า พรรคภูมิใจไทยพร้อมที่จะ “ปักธงหาดใหญ่” และขับเคลื่อนการพัฒนาภาคใต้ให้ก้าวหน้าอย่างแท้จริง

การทวงคืนโอกาส 30 ปี ไม่ใช่เเค่การหาเสียง เเต่เป็นการสัญญาที่จะเปลี่ยนแปลง

ที่มา – “พิพัฒน์”ลุยหาเสียงหาดใหญ่ ทวงคืนโอกาส 30 ปี ฟื้นศูนย์กลางเศรษฐกิจภาคใต้

Scroll to top