เขื่อนสิริกิติ์

“อนุชา” พร้อมชลประทานชัยนาท ฟังปัญหาเกษตรกรขาดแคลนน้ำทำนา จ่อเสนอถึงรัฐบาล

สวัสดีครับพี่น้องชาวเกษตรกรทุกท่าน วันนี้เรามีประเด็นสำคัญในจังหวัดชัยนาทมาฝากกันครับ เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา นายอนุชา นาคาศัย สส.ชัยนาท พรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาความเดือดร้อนของเกษตรกรอย่างใกล้ชิด โดยหัวข้อสำคัญคือ “อนุชา” พร้อมชลประทานชัยนาท ฟังปัญหาเกษตรกรขาดแคลนน้ำทำนา จ่อเสนอถึงรัฐบาล เพื่อเร่งหาทางออกให้กับพี่น้องที่กำลังเผชิญกับสภาวะฝนทิ้งช่วงอย่างหนักในขณะนี้

“อนุชา” พร้อมชลประทานชัยนาท ฟังปัญหาเกษตรกรขาดแคลนน้ำทำนา จ่อเสนอถึงรัฐบาล

การลงพื้นที่ในครั้งนี้เกิดขึ้นที่อาคารโดม เทศบาลตำบลหนองน้อย อำเภอวัดสิงห์ จังหวัดชัยนาท โดยมีการระดมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน นายอำเภอวัดสิงห์ และนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด เพื่อร่วมกันวางแผนรับมือ หลังจากเกษตรกรต้องประสบปัญหาขาดแคลนน้ำทำนาอย่างรุนแรงอันเนื่องมาจากสถานการณ์เอลนีโญ นายอนุชาเน้นย้ำว่าจะเร่งผลักดันข้อเสนอเหล่านี้เข้าสู่ที่ประชุมรัฐบาลโดยเร็วที่สุด เพื่อให้เกิดการปรับปรุงระบบชลประทานให้ครอบคลุมพื้นที่นอกเขตชลประทานด้วย

สรุปสถานการณ์: ทำไมเกษตรกรจึงขาดแคลนน้ำทำนา?

ทางผู้อำนวยการโครงการชลประทานชัยนาทได้ชี้แจงสาเหตุหลักที่ทำให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยามีระดับต่ำจนโรงสูบน้ำทุ่งวัดสิงห์ไม่สามารถดำเนินการได้ตามปกติ โดยสรุปประเด็นสำคัญได้ดังนี้:

  • ระดับน้ำแม่น้ำเจ้าพระยาต่ำกว่าเกณฑ์ปกติอย่างมาก
  • ผลกระทบจากปรากฏการณ์เอลนีโญและฝนทิ้งช่วงในพื้นที่ภาคกลาง
  • ความจำเป็นในการปรับแผนการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์

ทางชลประทานยืนยันว่า ขณะนี้กำลังเร่งปรับการระบายน้ำเพื่อยกระดับน้ำเหนือน้ำเจ้าพระยาให้สูงกว่า 15.50 เมตร/รทก. เพื่อให้สถานีสูบน้ำในทุ่งวัดสิงห์ รวมถึงทุ่งฝั่งตะวันออกและตะวันตกสามารถกลับมาใช้งานได้อีกครั้ง นอกจากนี้ ยังมีการจัดสรรน้ำในระบบชลประทานหมุนเวียนให้ทั่วถึงทุกพื้นที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจนกว่าจะเข้าสู่ช่วงฤดูฝนที่คาดว่าจะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมถึงตุลาคมที่จะถึงนี้

ในฐานะตัวแทนประชาชน นายอนุชาได้ฝากถึงหน่วยงานท้องถิ่นให้บูรณาการร่วมกันทำงานอย่างเข้มข้น เพื่อให้เกษตรกรสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเกษตรกรเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ภาคการเกษตรของไทยยังคงอยู่รอดและผลิตผลผลิตที่มีคุณภาพต่อไป เราเชื่อมั่นว่าการที่ทุกฝ่ายร่วมมือกันภายใต้การติดตามอย่างใกล้ชิดเช่นนี้ จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืนในอนาคตครับ

ที่มา – “อนุชา” พร้อมชลประทานชัยนาท ฟังปัญหาเกษตรกรขาดแคลนน้ำทำนา จ่อเสนอถึงรัฐบาล

“ภราดร” ห่วง! เร่งระบายน้ำ หวั่นเขื่อนภูมิพลเต็ม

สถานการณ์น้ำน่าเป็นห่วง! “ภราดร” เร่งระบายน้ำลงทุ่งสองฝั่ง ป้องกันเขื่อนภูมิพลเต็มความจุ สกัดน้ำเข้ากรุงเทพฯ พร้อมพิจารณามาตรการเยียวยาพื้นที่ประสบภัยซ้ำซาก

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมบริหารจัดการน้ำเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า สถานการณ์น้ำน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนภูมิพลสูงถึง 90 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่การระบายน้ำอยู่ที่ 45-48 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นวันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป คาดว่าอีกไม่นานเขื่อนภูมิพลจะเต็มความจุ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำเพื่อป้องกันเขื่อนล้น จากเดิม 45 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน อาจต้องเพิ่มเป็น 50-55 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

การเพิ่มการระบายน้ำจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำปิงและแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น กรมชลประทานกำลังพิจารณาแนวทางการระบายน้ำเพิ่มเติม โดยมีมาตรการดังนี้:

  • ลดการระบายน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ เนื่องจากปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนไม่มากเท่าเขื่อนภูมิพล จากเดิมระบาย 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ลดลงเหลือ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือน้อยกว่านั้น
  • เพิ่มการระบายน้ำออกทางฝั่งตะวันตกและตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อรักษาระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้คงที่

พื้นที่รับน้ำทางฝั่งตะวันตกและตะวันออกอาจได้รับผลกระทบบ้าง จึงได้กำชับให้เร่งระบายน้ำเข้าทุ่ง แต่ต้องคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ และใช้เป็นพื้นที่เก็บน้ำชั่วคราว เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงแล้วจึงค่อยปล่อยน้ำออกจากทุ่ง

“ภราดร” รับสถานการณ์น้ำน่าห่วง เร่งระบายลงทุ่ง 2 ฝั่ง หวั่นเขื่อนภูมิพลเต็มความจุ

กรณีปัญหาความขัดแย้งเรื่องน้ำระหว่างชาวบ้านในจังหวัดอ่างทองและพระนครศรีอยุธยา ได้มีการพูดคุยเพื่อหาแนวทางแก้ไขแล้ว นายกรัฐมนตรีติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งหาแนวทางแก้ไขโดยด่วน รัฐบาลมีมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัย โดยก่อนหน้านี้ ครม. ได้อนุมัติงบประมาณส่วนหนึ่งแล้ว และปภ. กำลังสำรวจเพิ่มเติมเพื่ออนุมัติงบประมาณเป็นระยะ เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว

มาตรการเยียวยาเพิ่มเติมสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ขณะนี้กำลังพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นเวลานาน เช่น ในจังหวัดอ่างทองและพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลา 2-3 เดือน จะมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นแนวทางที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ

ส่วนสถานการณ์น้ำในกรุงเทพฯ นั้น หากไม่เร่งระบายน้ำและหาพื้นที่เก็บน้ำ น้ำจะไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ อย่างแน่นอน จึงจำเป็นต้องนำน้ำไปเก็บในระบบชลประทานหรือในทุ่งให้มากที่สุด โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

สำหรับข้อเสนอของฝ่ายค้านในการพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เช่น การดีดบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมซ้ำซากนั้น กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา โดยเฉพาะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง และอีกหลายอำเภอ จะต้องพิจารณาแนวทางการดำเนินการอย่างเหมาะสม

สถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้เป็นสิ่งที่ท้าทาย รัฐบาลกำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการบริหารจัดการน้ำและช่วยเหลือผู้ประสบภัย เราหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นในเร็ววัน และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่าน

ที่มา – “ภราดร” รับสถานการณ์น้ำน่าห่วง เร่งระบายลงทุ่ง 2 ฝั่ง หวั่นเขื่อนภูมิพลเต็มความจุ

“ชัชชาติ” ไม่คิดลาออกผู้ว่าฯ กทม. ลงอีกสมัย?

“ชัชชาติ สิทธิพันธุ์” ยืนยันหนักแน่นว่าเขาจะไม่ลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครก่อนที่จะหมดวาระอย่างแน่นอน โดยให้เหตุผลว่าการลาออกก่อนเวลาจะทำให้เกิดการสิ้นเปลืองงบประมาณในการจัดการเลือกตั้งถึงสองครั้ง นอกจากนี้ เขายังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งอีกสมัยหรือไม่

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 ณ อาคารไอราวัตพัฒนา ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เข้าร่วมการประชุมสภากรุงเทพมหานคร สมัยประชุมวิสามัญ สมัยแรก (ครั้งที่ 1) ประจำปีพุทธศักราช 2568 โดยกล่าวถึงการพิจารณางบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 วาระที่สองและวาระที่สาม ซึ่งจะมีการพิจารณาอย่างเข้มข้นเพื่อให้ได้ข้อสรุปที่รอบคอบและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน

สำหรับงบประมาณที่ขอไปนั้น ส่วนใหญ่ได้รับการอนุมัติตามที่ตั้งเป้าไว้ โดยจะเน้นการจัดสรรงบประมาณลงสู่พื้นที่เขตให้มากขึ้น เช่น การก่อสร้างและปรับปรุงถนน รวมถึงการก่อสร้างฝายถนน ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายเส้นเลือดฝอย นอกจากนี้ ยังมีงบประมาณสำหรับการพัฒนาเส้นเลือดใหญ่ เช่น การก่อสร้างโรงพยาบาลแห่งใหม่ และการติดตั้งเซ็นเซอร์วัดการสั่นสะเทือนจากแผ่นดินไหวบนอาคารสูงของโรงพยาบาลแห่งใหม่ ซึ่งได้รับการอนุมัติงบประมาณตามที่เสนอไป

ในส่วนของสถานการณ์น้ำท่วมนั้น นายชัชชาติแสดงความกังวลเกี่ยวกับปริมาณน้ำเหนือที่ไหลลงมาจากเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งมีปริมาณใกล้เคียงกับปี 2554 อย่างไรก็ตาม ในปีนี้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดระหว่างกรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อบริหารจัดการน้ำและรองรับสถานการณ์หากมีพายุเข้ามาเพิ่มเติม คาดว่าจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้ดีกว่าปี 2554

สำหรับมาตรการของกรุงเทพมหานคร ได้มีการตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยาและแก้ไขปัญหาฟันหลอ 10 จุด โดยการวางแนวกระสอบทรายเพื่อป้องกันน้ำล้นเข้าสู่ชุมชนริมแม่น้ำ นอกจากนี้ ยังมีการตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำจากพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง เช่น คลองรังสิตและคลองมหาสวัสดิ์ เพื่อป้องกันผลกระทบจากน้ำที่ไหลมาจากทางตอนเหนือของกรุงเทพฯ โดยได้มีการหารือกับจังหวัดข้างเคียงอย่างต่อเนื่อง เช่น สมุทรปราการและนนทบุรี เพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำ

“ชัชชาติ” ไม่เคยคิดลาออกผู้ว่าฯ กทม.

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวเรื่องการลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร นายชัชชาติ ยืนยันว่าเขาไม่เคยมีความคิดที่จะลาออก เนื่องจากหากลาออกก่อนหมดวาระ จะทำให้เกิดการสิ้นเปลืองงบประมาณในการจัดการเลือกตั้ง และจะไม่สอดคล้องกับการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) นอกจากนี้ การลาออกจะทำให้การทำงานของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและ ส.ก. ไม่สอดคล้องกัน เนื่องจากต้องจัดการเลือกตั้งถึงสองครั้ง

ยังไม่ตัดสินใจลงสมัคร “ชัชชาติ” อีกสมัย

ผู้สื่อข่าวได้ถามเพิ่มเติมว่า นายชัชชาติได้ตัดสินใจว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งอีกสมัยหรือไม่ นายชัชชาติกล่าวว่า “ชัชชาติ” ไม่เคยคิดลาออกผู้ว่าฯ กทม. และตอนนี้ยังไม่ได้ตัดสินใจ เนื่องจากยังมีเวลาในการดำรงตำแหน่งผู้ว่าฯ อีกพอสมควร ขณะนี้เขายังสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ และการประกาศหรือไม่ประกาศว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งอีกสมัยก็ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเขา

เขากล่าวเสริมว่า สิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้คือการมุ่งมั่นทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในกรุงเทพมหานครให้ดีขึ้น การตัดสินใจเรื่องการลงสมัครรับเลือกตั้งอีกสมัยเป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยคำนึงถึงปัจจัยต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน

โดยสรุปแล้ว นายชัชชาติยังคงมุ่งมั่นที่จะปฏิบัติหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต่อไปจนกว่าจะหมดวาระ และยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งอีกสมัยหรือไม่ เขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในกรุงเทพมหานคร

ถึงแม้ว่าการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งหน้าจะยังอีกนาน แต่การที่นายชัชชาติยังไม่ตัดสินใจว่าจะลงสมัครอีกครั้งหรือไม่ ก็ทำให้เกิดความสนใจและความคาดหวังจากประชาชนหลายฝ่าย หากเขาตัดสินใจลงสมัครอีกครั้ง ก็เชื่อว่าจะได้รับการสนับสนุนอย่างท่วมท้น แต่หากเขาตัดสินใจที่จะไม่ลงสมัคร ก็เชื่อว่าจะมีผู้ที่เหมาะสมเข้ามาสานต่องานของเขาต่อไป

ที่มา – “ชัชชาติ” ไม่เคยคิดลาออกผู้ว่าฯ กทม. ยังไม่ตัดสินใจลงอีกสมัยหรือไม่

Scroll to top