“ภราดร” ห่วง! เร่งระบายน้ำ หวั่นเขื่อนภูมิพลเต็ม

สถานการณ์น้ำน่าเป็นห่วง! “ภราดร” เร่งระบายน้ำลงทุ่งสองฝั่ง ป้องกันเขื่อนภูมิพลเต็มความจุ สกัดน้ำเข้ากรุงเทพฯ พร้อมพิจารณามาตรการเยียวยาพื้นที่ประสบภัยซ้ำซาก

นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยผลการประชุมบริหารจัดการน้ำเมื่อวันที่ 10 พฤศจิกายนที่ผ่านมาว่า สถานการณ์น้ำน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนภูมิพลสูงถึง 90 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่การระบายน้ำอยู่ที่ 45-48 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ทำให้ปริมาณน้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นวันละ 40 ล้านลูกบาศก์เมตร หากสถานการณ์เป็นเช่นนี้ต่อไป คาดว่าอีกไม่นานเขื่อนภูมิพลจะเต็มความจุ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องเพิ่มการระบายน้ำเพื่อป้องกันเขื่อนล้น จากเดิม 45 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน อาจต้องเพิ่มเป็น 50-55 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน

การเพิ่มการระบายน้ำจะส่งผลให้ระดับน้ำในแม่น้ำปิงและแม่น้ำเจ้าพระยาสูงขึ้น กรมชลประทานกำลังพิจารณาแนวทางการระบายน้ำเพิ่มเติม โดยมีมาตรการดังนี้:

  • ลดการระบายน้ำจากเขื่อนสิริกิติ์ เนื่องจากปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนไม่มากเท่าเขื่อนภูมิพล จากเดิมระบาย 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ลดลงเหลือ 5 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน หรือน้อยกว่านั้น
  • เพิ่มการระบายน้ำออกทางฝั่งตะวันตกและตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อรักษาระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาให้คงที่

พื้นที่รับน้ำทางฝั่งตะวันตกและตะวันออกอาจได้รับผลกระทบบ้าง จึงได้กำชับให้เร่งระบายน้ำเข้าทุ่ง แต่ต้องคำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่ และใช้เป็นพื้นที่เก็บน้ำชั่วคราว เมื่อระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาลดลงแล้วจึงค่อยปล่อยน้ำออกจากทุ่ง

“ภราดร” รับสถานการณ์น้ำน่าห่วง เร่งระบายลงทุ่ง 2 ฝั่ง หวั่นเขื่อนภูมิพลเต็มความจุ

กรณีปัญหาความขัดแย้งเรื่องน้ำระหว่างชาวบ้านในจังหวัดอ่างทองและพระนครศรีอยุธยา ได้มีการพูดคุยเพื่อหาแนวทางแก้ไขแล้ว นายกรัฐมนตรีติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเร่งหาแนวทางแก้ไขโดยด่วน รัฐบาลมีมาตรการเยียวยาผู้ประสบภัย โดยก่อนหน้านี้ ครม. ได้อนุมัติงบประมาณส่วนหนึ่งแล้ว และปภ. กำลังสำรวจเพิ่มเติมเพื่ออนุมัติงบประมาณเป็นระยะ เพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว

มาตรการเยียวยาเพิ่มเติมสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม

ขณะนี้กำลังพิจารณามาตรการเพิ่มเติมเพื่อช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นเวลานาน เช่น ในจังหวัดอ่างทองและพระนครศรีอยุธยา ซึ่งจมอยู่ใต้น้ำเป็นเวลา 2-3 เดือน จะมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นแนวทางที่นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญ

ส่วนสถานการณ์น้ำในกรุงเทพฯ นั้น หากไม่เร่งระบายน้ำและหาพื้นที่เก็บน้ำ น้ำจะไหลเข้าสู่กรุงเทพฯ อย่างแน่นอน จึงจำเป็นต้องนำน้ำไปเก็บในระบบชลประทานหรือในทุ่งให้มากที่สุด โดยไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

สำหรับข้อเสนอของฝ่ายค้านในการพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เช่น การดีดบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมซ้ำซากนั้น กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา โดยเฉพาะในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และอำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง และอีกหลายอำเภอ จะต้องพิจารณาแนวทางการดำเนินการอย่างเหมาะสม

สถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้เป็นสิ่งที่ท้าทาย รัฐบาลกำลังพยายามอย่างเต็มที่ในการบริหารจัดการน้ำและช่วยเหลือผู้ประสบภัย เราหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นในเร็ววัน และขอเป็นกำลังใจให้ผู้ประสบภัยทุกท่าน

ที่มา – “ภราดร” รับสถานการณ์น้ำน่าห่วง เร่งระบายลงทุ่ง 2 ฝั่ง หวั่นเขื่อนภูมิพลเต็มความจุ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Scroll to top