เมาแล้วขับ

ศปถ.สรุปยอด 7 วันอันตราย 4 วัน ตายพุ่ง 154 ศพ

เทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ถือเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขและการรวมญาติ แต่ก็มาพร้อมกับความเสี่ยงอุบัติเหตุทางถนนที่สูงขึ้นเช่นเคย ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน หรือ ศปถ. ได้แถลงสรุปยอดอุบัติเหตุในช่วง 7 วันอันตราย วันที่ 4 พบผู้เสียชีวิตพุ่งสูงถึง 51 ราย สะสม 4 วันแรกตาย 154 ศพ สร้างความห่วงใยให้กับประชาชนที่กำลังเดินทางกลับภูมิลำเนาหรือเล่นน้ำสงกรานต์กันอย่างคึกคัก

ศปถ.สรุปยอด 7 วันอันตราย 4 วัน ตายพุ่ง 154 ศพ

จากข้อมูลที่ ศปถ. รวบรวม วันที่ 13 เมษายน 2569 ซึ่งเป็นวันแรกของ “วันครอบครัว” เกิดอุบัติเหตุทางถนน 237 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 224 ราย และผู้เสียชีวิต 51 ราย สะสม 4 วัน (10-13 เม.ย.) เกิดอุบัติเหตุรวม 755 ครั้ง บาดเจ็บ 705 ราย เสียชีวิต 154 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตถึง 43 จังหวัด แสดงให้เห็นถึงความพยายามของเจ้าหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น

สาเหตุหลักและยานพาหนะที่พบมากที่สุด

สาเหตุอันดับหนึ่งคือการ ขับรถเร็ว ร้อยละ 41.77 ตามด้วย ดื่มแล้วขับ ร้อยละ 27.43 ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดคือรถจักรยานยนต์ ร้อยละ 70.93 ส่วนใหญ่เกิดบนเส้นทางตรง ร้อยละ 75.53 และในถนน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 36.29 ช่วงเวลาสูงสุดคือ 15.01-18.00 น. ร้อยละ 20.25 ผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตส่วนใหญ่อยู่ในวัย 20-29 และ 30-39 ปี

  • จังหวัดเกิดอุบัติเหตุสูงสุดวันนั้น: ชุมพรและเชียงราย (12 ครั้ง)
  • ผู้บาดเจ็บสูงสุด: ชุมพร (13 คน)
  • ผู้เสียชีวิตสูงสุด: ปทุมธานีและเลย (4 ราย)

สะสม 4 วัน จังหวัดลำปางนำโด่งอุบัติเหตุ 33 ครั้ง บาดเจ็บ 34 ราย ขณะที่กรุงเทพฯ มีผู้เสียชีวิตสูงสุด 8 ราย จังหวัดตายเป็นศูนย์ 22 จังหวัด

มาตรการบังคับใช้ 10 ข้อหาหลักต่อเนื่อง

ศปถ. กำชับทุกจังหวัดและ กทม. บังคับใช้ 10 ข้อหาหลัก อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เล่นน้ำ (Zoning) และวันครอบครัว ห้ามขายเหล้าให้เยาวชน ห้ามพฤติกรรมเสี่ยง เช่น นั่งท้ายกระบะ ยืนบนรถ ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูง ใช้ “ด่านชุมชน” และ “ด่านครอบครัว” ตักเตือนผู้ดื่มแล้วขับ ไม่สวมหมวกกันน็อค หรือขับรถที่ชำรุด หากไม่ฟังให้ประสานตำรวจดำเนินคดีทันที

นอกจากนี้ ยังเตรียมรับมือประชาชนเดินทางกลับ กทม. ล่วงหน้า โดยตรวจรถโดยสารสาธารณะให้พร้อม พนักงานขับต้องแอลกอฮอล์เป็นศูนย์ ไม่เสพยา หยุดพักทุก 4 ชม. อย่างน้อย 30 นาที ผู้โดยสารช่วยสังเกตพฤติกรรมขับขี่ผิดปกติ

คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยในช่วงสงกรานต์

  • ขับรถด้วยความเร็วเหมาะสม ไม่เกิน 90 กม./ชม. บนทางหลวง
  • งดดื่มสุราก่อนขับขี่ 100%
  • สวมหมวกกันน็อคและเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง
  • ตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง พักผ่อนให้เพียงพอ
  • หลีกเลี่ยงเส้นทางเสี่ยง เลือกใช้รถโดยสารสาธารณะ

สถิติที่ ศปถ.สรุปยอด 7 วันอันตราย 4 วัน ตายพุ่ง 154 ศพ ชี้ให้เห็นว่าอุบัติเหตุส่วนใหญ่ป้องกันได้ หากทุกคนมีวินัยในการใช้รถใช้ถนน ในมุมมองของผู้เขียน สิ่งสำคัญคือการเปลี่ยนพฤติกรรมจาก “เสี่ยงแล้วรอด” เป็น “ปลอดภัยไว้ก่อน” โดยเฉพาะวัยหนุ่มสาวที่เป็นกลุ่มเสี่ยงหลัก เพื่อให้เทศกาลสงกรานต์เป็นช่วงเวลาดีๆ จริงๆ

หากพบอุบัติเหตุหรือต้องการความช่วยเหลือ รีบแจ้งสายด่วน 1784 ตลอด 24 ชม. หรือ Line @1784DDPM ช่วยชีวิตคนได้ทันเวลา ขับขี่ปลอดภัย กลับบ้านอย่างปลอดภัยกันนะทุกคน!

ที่มา – ศปถ.สรุปยอด 7 วันอันตราย 4 วัน ตายพุ่ง 154 ศพ บังคับใช้ 10 ข้อหาหลักต่อเนื่อง

“บริทนีย์ สเปียร์ส” ตัดสินใจเข้ารับการบำบัด หลังถูกจับเมาแล้วขับ

“บริทนีย์ สเปียร์ส” ตัดสินใจเข้ารับการบำบัด หลังถูกจับเมาแล้วขับ เป็นข่าวใหญ่ที่แฟนๆ ทั่วโลกให้ความสนใจ โดยเฉพาะสาวกป๊อปไอคอนคนนี้ที่ผ่านมรสุมชีวิตมาหนักหน่วง ล่าสุด สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า บริทนีย์ วัย 44 ปี ได้สมัครใจเข้าสถานบำบัดอย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ 12 เมษายน เพียงเดือนเดียวหลังถูกตำรวจจับกุมข้อหาขับรถขณะมึนเมาจากเหล้าและยา

“บริทนีย์ สเปียร์ส” ตัดสินใจเข้ารับการบำบัด หลังถูกจับเมาแล้วขับ

เหตุการณ์เริ่มต้นเมื่อ 4 มีนาคม ตำรวจทางหลวงแคลิฟอร์เนียได้รับแจ้งรถ BMW ขับเร็วและส่ายไปมาอย่างอันตราย บนทางหลวง เจ้าหน้าที่เรียกตรวจพบบริทนีย์มีอาการเมาชัดเจน ไม่ผ่านการทดสอบแอลกอฮอล์และยา ตัวแทนของเธอออกแถลงการณ์ยอมรับว่าเป็นเรื่อง “ให้อภัยไม่ได้” และกำลังเร่งวางแผนเยียวยาชีวิตที่ล่าช้ามานาน เพื่อให้เธอกลับมาใช้ชีวิตปกติสุข

ตัวแทนบอกกับ BBC ว่า “บริทนีย์กำลังเลือกทางที่ถูกต้อง ปฏิบัติตามกฎหมาย นี่คือก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงที่รอคอยมานาน เธอจะได้ความช่วยเหลือเต็มที่ ลูกๆ ก็จะไปอยู่ด้วย” การบำบัดครั้งนี้เกิดก่อนขึ้นศาลรับทราบข้อหาแค่ 3 สัปดาห์เท่านั้น

เส้นทางชีวิตสุดดราม่าของบริทนีย์ สเปียร์ส

บริทนีย์ สเปียร์ส คือราชินีป๊อปที่ขายเพลงได้กว่า 150 ล้านชุดทั่วโลก ฮิตติดชาร์ตด้วยเพลงอย่าง Baby One More Time และ Toxic แต่ชีวิตส่วนตัวเต็มไปด้วยดราม่า ตั้งแต่แต่งงาน-หย่า ดูแลลูกสองคน จนถึง conservatorship ที่บิดาควบคุมชีวิตเธอ 13 ปี สิ้นสุดปี 2021 หลังแฟนคลับ #FreeBritney เคลื่อนไหวหนัก

  • 1998: เดบิวต์กับ …Baby One More Time กลายเป็นวัยรุ่นซูเปอร์สตาร์
  • 2004: แต่งงาน Jason Alexander สั้นๆ และ Kevin Federline มีลูกชายสองคน
  • 2007: วิกฤตจิตใจ โกนหัว ถือมีด ข่าวเมาและยา
  • 2008: เข้าบำบัดครั้งแรก เริ่ม conservatorship
  • 2021: สิ้นสุดการควบคุมทางกฎหมาย ได้อิสระ
  • 2024: เมาแล้วขับ นำไปสู่การบำบัดล่าสุด

ปัญหาสุขภาพจิตและการเสพติดเป็นประเด็นที่ celeb ฮอลลีวูดหลายคนเผชิญ บริทนีย์เคยเล่าในสารคดี Britney vs Spears ถึงความทุกข์ทรมานภายใต้การควบคุม แฟนๆ เชื่อว่านี่คือจุดเริ่มต้นใหม่ การตัดสินใจเข้ารับการบำบัดแสดงถึงความเข้มแข็ง แม้ถูกจับเมาแล้วขับ

ในวงการบันเทิง การขอความช่วยเหลือไม่ใช่ความอ่อนแอ แต่เป็นสัญญาณของการฟื้นฟู บริทนีย์มีฐานแฟนคลับมหาศาลที่พร้อมสนับสนุน เธออาจกลับมาสดใสกว่าเดิม ด้วยเพลงใหม่หรือโปรเจกต์ที่น่าตื่นเต้น

สำหรับคนทั่วไป ข่าวนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการดูแลสุขภาพจิตและหลีกเลี่ยงการขับขณะเมา ถ้าคุณหรือคนใกล้ตัวมีปัญหา อย่าลังเลขอความช่วยเหลือจากมืออาชีพ สามารถเริ่มจากสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ได้เลย

การตัดสินใจของ “บริทนีย์ สเปียร์ส” ตัดสินใจเข้ารับการบำบัด หลังถูกจับเมาแล้วขับ คือแรงบันดาลใจให้ทุกคนกล้าที่จะเปลี่ยนแปลง คุณคิดอย่างไรกับข่าวนี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวบันเทิงอัปเดตได้ที่บล็อกเรา!

ที่มา – “บริทนีย์ สเปียร์ส” ตัดสินใจเข้ารับการบำบัด หลังถูกจับเมาแล้วขับ

7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 3 ลำปางอุบัติเหตุสูงสุด

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปี 2569 ถือเป็นช่วงที่ทุกคนเฝ้าระวังเพราะเป็น “7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 3 เสียชีวิต 24 ราย “ลำปาง” เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด” ตามสถิติที่ศูนย์อำนวยการความปลอดภัยทางถนน (ศปถ.) แถลงเมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 จากข้อมูลวันที่ 12 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ 3 ของการรณรงค์ พบว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้น 171 ครั้ง ผู้บาดเจ็บ 169 คน และผู้เสียชีวิตสูงถึง 24 ราย สะสม 3 วัน (10-12 เม.ย.) มีอุบัติเหตุรวม 515 ครั้ง บาดเจ็บ 486 คน เสียชีวิต 95 ราย จังหวัดที่ไม่มีผู้เสียชีวิตมี 30 จังหวัด

7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 3 เสียชีวิต 24 ราย “ลำปาง” เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด

สถิติชัดเจนเผยให้เห็นปัญหาที่รุนแรง โดยเฉพาะในจังหวัดลำปางที่เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด 25 ครั้ง และบาดเจ็บ 25 คน กรุงเทพมหานครมีผู้เสียชีวิตสะสมสูงสุด 6 ราย สุพรรณบุรีเกิดอุบัติเหตุวันละ 10 ครั้ง แพร่บาดเจ็บ 9 คน กทม.เสียชีวิต 3 รายในวันนั้น สิ่งที่น่ากลัวคือสาเหตุหลักยังคงเป็นพฤติกรรมเสี่ยงเดิมๆ

สาเหตุหลักและปัจจัยเสี่ยง

  • ขับรถเร็ว: สูงสุดร้อยละ 46.20
  • ดื่มแล้วขับ: ร้อยละ 24.56
  • ยานพาหนะหลัก: รถจักรยานยนต์ ร้อยละ 77.17
  • สถานที่: เส้นทางตรง ร้อยละ 81.29 ถนนใน อบต./หมู่บ้าน ร้อยละ 39.77 ถนนกรมทางหลวง ร้อยละ 34.50
  • ช่วงเวลา: 15.01-18.00 น. ร้อยละ 24.56
  • กลุ่มอายุ: 20-29 ปี ร้อยละ 22.80

ตัวเลขเหล่านี้สะท้อนว่าปัญหายังไม่คลี่คลาย แม้จะมีการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” มาตั้งแต่วันที่ 10 เมษายน ศปถ. จึงกำชับจังหวัดและ กทม. บังคับใช้กฎหมายเข้มงวด โดยเฉพาะมาตรการ 10 ข้อหลัก เช่น ควบคุมจำหน่ายแอลกอฮอล์ไม่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 20 ปี หากฝ่าฝืนและเกิดเหตุ จะดำเนินคดีร้านค้า ผู้สนับสนุน และผู้ปกครอง เพิ่มด่านชุมชน ด่านครอบครัว ตรวจตรา ตักเตือนก่อนเกิดเหตุ และเตรียมระบบช่วยเหลือผู้บาดเจ็บให้รวดเร็ว

มาตรการป้องกันในวันสงกรานต์ตัวจริง

วันที่ 13 เมษายน เป็นวันเล่นน้ำสงกรานต์หลัก ประชาชนออกมาเที่ยว เล่นน้ำ ดื่มสังสรรค์จำนวนมาก ศปถ. ประสานให้ดูแลพื้นที่เล่นน้ำ สถานท่องเที่ยว ห้ามเล่นน้ำเสี่ยงอันตราย เช่น สาดน้ำใส่จยย.โดยตรง เล่นกลางถนน หรือยืนท้ายกระบะ นายผดุงศักดิ์ สรุจิกำจรวัฒนะ ประธานแถลงข่าว ย้ำให้ประเมินสภาพร่างกายก่อนขับ หยุดพักหากไม่พร้อม นายสหรัฐ วงศ์สกุลวิวัฒน์ รองอธิบดี ปภ. เสริมว่าต้องประชาสัมพันธ์ให้เล่นน้ำอย่างระมัดระวัง

เพื่อลด 7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 3 เสียชีวิต 24 ราย “ลำปาง” เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด แบบนี้ในวันต่อๆ ไป ทุกคนต้องช่วยกัน โดยเฉพาะผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ที่เสี่ยงสูงสุด หลีกเลี่ยงเส้นทางตรงยามเย็น และไม่ดื่มเหล้าเด็ดขาด จังหวัดต้องเฝ้าระวังต่อเนื่อง

คำแนะนำเพื่อความปลอดภัยสงกรานต์

  • ตรวจสภาพรถก่อนเดินทาง พักผ่อนให้พอ
  • ไม่ขับเร็ว ไม่ดื่มแล้วขับ ใช้เข็มขัดนิรภัย หมวกกันน็อค
  • เล่นน้ำในพื้นที่ปลอดภัย ไม่รบกวนผู้สัญจร
  • แจ้งเหตุอุบัติเหตุทันทีทางสายด่วน 1784 หรือ Line @1784DDPM

สถิติปีนี้ยังน่าเป็นห่วง แต่หากทุกภาคส่วนร่วมมือ ลดพฤติกรรมเสี่ยงได้ อุบัติเหตุจะลดลงแน่นอน สงกรานต์ปีนี้ ขอให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัย สนุกกับวันปีใหม่ไทยโดยไม่ต้องเสียใจ ช่วยกันเป็นส่วนหนึ่งของการรณรงค์ ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ เพื่อครอบครัวที่รออยู่

ที่มา – 7 วันอันตราย สงกรานต์ วันที่ 3 เสียชีวิต 24 ราย “ลำปาง” เกิดอุบัติเหตุสะสมสูงสุด

เชียงใหม่ยังครองแชมป์เมาแล้วขับสงกรานต์ 2569

เทศกาลสงกรานต์ปี 2569 นี้ ยังคงเป็นช่วงเวลาที่น่าห่วงใยสำหรับอุบัติเหตุทางถนน โดยเฉพาะคดีเมาแล้วขับที่ยังคงพุ่งสูง ล่าสุดกรมคุมประพฤติได้อัปเดตสถิติที่น่าตกใจ เชียงใหม่ ยังครองแชมป์คดีเมาแล้วขับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ตามด้วยนนทบุรี สมุทรปราการ ทำให้เราต้องตื่นตัวและช่วยกันรณรงค์เพื่อความปลอดภัย

เชียงใหม่ ยังครองแชมป์คดีเมาแล้วขับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ตามด้วยนนทบุรี สมุทรปราการ

เมื่อวันที่ 13 เมษายน 2569 ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ได้เปิดเผยตัวเลขคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติในวันที่ 12 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ศาลในหลายพื้นที่ปิดทำการ ทำให้มีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติเพียง 140 คดีเท่านั้น โดยส่วนใหญ่เป็นคดีขับรถในขณะเมาสุรา 133 คดี คิดเป็น 95% และคดีขับเสพ 7 คดี คิดเป็น 5% สถิติสะสม 3 วันแรกตั้งแต่วันที่ 10-12 เมษายน พบว่ามีคดีทั้งหมด 1,750 คดี แบ่งเป็นเมาแล้วขับ 1,613 คดี (92.2%) ขับเสพ 134 คดี (7.6%) และขับรถประมาท 3 คดี (0.2%)

จังหวัดท็อป 3 ที่มีคดีเมาแล้วขับสูงสุด

สำหรับจังหวัดที่มีสถิติสูงสุด 3 อันดับแรกยังคงไม่เปลี่ยนแปลง เชียงใหม่นำโด่งด้วย 246 คดี ตามด้วยนนทบุรี 147 คดี และสมุทรปราการ 145 คดี เชียงใหม่ ยังครองแชมป์คดีเมาแล้วขับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ตามด้วยนนทบุรี สมุทรปราการ สะท้อนให้เห็นว่าพื้นที่ท่องเที่ยวและกรุงเทพฯ ปริมณฑลยังเป็นจุดเสี่ยงสูง โดยเฉพาะช่วงที่ประชาชนเดินทางกลับภูมิลำเนาและสาดน้ำกันอย่างคึกคัก

  • เชียงใหม่: 246 คดี – พื้นที่ท่องเที่ยวชื่อดัง เมาแล้วขับพุ่งสูง
  • นนทบุรี: 147 คดี – ปริมณฑลที่จราจรหนาแน่น
  • สมุทรปราการ: 145 คดี – ใกล้สนามบินและแหล่งงาน

ตัวเลขเหล่านี้ไม่ใช่แค่ตัวเลข แต่เป็นสัญญาณเตือนถึงความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นชีวิต ทรัพย์สิน หรือครอบครัวที่ต้องพลัดพราก

มาตรการเข้มงวดจากกรมคุมประพฤติ

อธิบดีกรมคุมประพฤติไม่ได้นิ่งนอนใจ แต่กำชับมาตรการ “คุมประพฤติห่วงใย ร่วมสร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติเหตุทางถนน” โดยบูรณาการกับทุกภาคส่วน อาสาสมัครคุมประพฤติและผู้ถูกคุมความประพฤติได้ลงพื้นที่จริง เช่น

  • สนับสนุนจุดบริการประชาชน 35 จุด ผู้เข้าร่วม 663 ราย
  • ปรับภูมิทัศน์จุดเกิดอุบัติเหตุบ่อย 1 ครั้ง 17 ราย
  • อบรมกฎหมายจราจรและโทษแอลกอฮอล์ 1 ครั้ง 214 ราย
  • เฝ้าสังเกตพฤติกรรมขับขี่ผ่านกล้อง CCTV เรียลไทม์ 10 ราย

กิจกรรมเหล่านี้แสดงถึงความมุ่งมั่นในการทั้งบังคับใช้กฎหมาย สร้างจิตสำนึก และป้องกันเชิงรุก เพื่อให้ทุกคน “ดื่มไม่ขับ” และสนุกกับสงกรานต์อย่างปลอดภัย

ข้อคิดและเคล็ดลับป้องกันเมาแล้วขับ

เมาแล้วขับไม่ใช่เรื่องตลก มันคร่าชีวิตคนไทยปีละนับพัน ในช่วงสงกรานต์ยิ่งเสี่ยงเพราะรถเยอะ สาดน้ำกันสนุก แต่ถ้าดื่มแล้วขับ อาจกลายเป็นโศกนาฏกรรมได้ทันที เพื่อนๆ ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้ดู

  • วางแผนเดินทาง: ใช้แท็กซี่ Grab หรือรถสาธารณะ
  • กำหนดคนขับ: คนที่ไม่ดื่มรับผิดชอบขับ
  • รณรงค์เพื่อน: ถ้าเพื่อนเมา อย่าปล่อยให้ขับ
  • ตรวจสอบรถ: ยาง ลมเบรก สภาพรถให้พร้อม

สถิติ เชียงใหม่ ยังครองแชมป์คดีเมาแล้วขับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ตามด้วยนนทบุรี สมุทรปราการ เป็นเครื่องเตือนใจว่าเราทุกคนต้องมีส่วนร่วม สร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติเหตุทางถนนให้ได้มากที่สุด

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านเฉลิมฉลองสงกรานต์อย่างมีความสุขและปลอดภัย ช่วยกันแชร์ข้อความนี้เพื่อเตือนใจคนรอบข้าง “ดื่มไม่ขับ รักชีวิตตัวเองและผู้อื่น” หากมีประสบการณ์หรือเคล็ดลับดีๆ แชร์ในคอมเมนต์ได้เลยนะครับ!

ที่มา – เชียงใหม่ ยังครองแชมป์คดีเมาแล้วขับ ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ตามด้วยนนทบุรี สมุทรปราการ

เมาไม่ขับ หลับข้างถนน ตร.ปลุกวุ่น หนุ่มเมาเปิดใจ

ช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา เกิดเหตุสุดฮาแต่ก็น่าเป็นห่วง เมื่อมีหนุ่มรายหนึ่งเมาไม่ขับ หลับข้างถนน สร้างความวุ่นวายให้ตำรวจต้องรีบมาปลุกและพาไปดูแลที่โรงพัก เรื่องนี้กลายเป็นข่าวที่หลายคนขำขันแต่ก็เตือนใจเรื่องการดื่มเหล้าในช่วงเทศกาลได้ดีทีเดียว มาฟังรายละเอียดกันเลย

เมาไม่ขับ หลับข้างถนน ตร.ปลุกวุ่น

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 เมษายน 2567 เวลาตี 2 ของคืนนั้น พ.ต.อ.อาทิตย์ ยาแก้ว ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองระยอง สั่งการให้เจ้าหน้าที่สายตรวจเฝ้าระวังเหตุร้ายในช่วงฉลองสงกรานต์ โดยเน้นกวดขันเมาแล้วขับเป็นพิเศษ ขณะนั้น ร.ต.ต.จรัญ ขวัญพรหม รองสารวัตรป้องกันปราบปราม ได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่ามีชายเมาเหล้าสุดท้ายนอนหมดสติอยู่ในป่าข้างถนนท่าบรรทุก หมู่บ้านเนินพระ อำเภอเมือง จังหวัดระยอง

เจ้าหน้าที่รีบรุดไปตรวจสอบทันที พบชายวัย 41 ปีชื่อนายอนุสรณ์ นอนแน่นิ่งริมทาง สภาพเมาหนัก บ่นปวดหัวหนัก ไม่สามารถขับรถกลับบ้านได้ ตำรวจกลัวว่าจะเกิดอันตรายทั้งต่อตัวเองและผู้อื่น จึงพาตัวนายอนุสรณ์ไปพักฟื้นสร่างเมาที่สถานีตำรวจภูธรเมืองระยองก่อน

หนุ่มเมารายนี้สารภาพอะไร?

เมื่อผู้สื่อข่าวเข้าไปสอบถาม นายอนุสรณ์ที่ยังงัวเงียอยู่ พูดอ้อแอ้เล่าให้ฟังว่า ตัวเองมาสังสรรค์กับเพื่อนๆ ในช่วงสงกรานต์ เผลอเมาจนฟุบหลับไป ภาพตัดไปไม่รู้ตัว แล้วก็ตื่นมาพบว่าหลับอยู่ข้างทาง “ปกติเมียไม่ให้ดื่มเลยครับ วันนี้เมียกลับบ้านต่างจังหวัดช่วงเทศกาล เลยให้ดื่มได้ 1 ปีต่อ 1 ครั้ง พอดีวันนี้เลยจัดเต็ม” คำพูดนี้ทำเอาทุกคนที่ได้ยินขำกลิ้ง แต่ก็สะท้อนถึงความเข้มงวดของภรรยาที่ห่วงสุขภาพสามีจริงๆ

เมาไม่ขับ หลับข้างถนน อันตรายแค่ไหน?

แม้ว่าเคสนี้จะจบลงแบบปลอดภัยเพราะนายอนุสรณ์ไม่ได้ขับรถ แต่การเมาไม่ขับ หลับข้างถนนแบบนี้เสี่ยงมากๆ นะครับ อาจโดนรถชน ถูกขโมยของ หรือสุขภาพทรุดเพราะนอนพื้นเย็นๆ ได้ง่ายๆ โดยเฉพาะช่วงสงกรานต์ที่รถเยอะและคนเมามาก

สถิติจากศูนย์ข้อมูลแห่งชาติด้านความปลอดภัยทางถนนระบุว่า ในช่วงสงกรานต์ปีที่ผ่านมา มีอุบัติเหตุจากเมาแล้วขับกว่า 20% ของยอดรวม แนะนำให้ทุกคนทำตามหลัก เมาไม่ขับ จริงๆ หากดื่มก็ให้เพื่อนพากลับ หรือเรียกแท็กซี่ Grab ดีกว่า

  • วางแผนก่อนดื่ม: กำหนดคนขับที่ไม่ดื่ม
  • ใช้บริการขนส่งสาธารณะ
  • พักรถทุก 2 ชม. หากขับไกล
  • ดื่มน้ำเยอะ สลับกับเหล้า
  • แจ้งคนใกล้ชิดเส้นทางกลับบ้าน

เคสนี้เป็นตัวอย่างที่ดีว่า แม้เมียจะให้ดื่มปีละครั้ง แต่ก็ต้องรู้จัก限度ตัวเอง ไม่งั้นไม่ใช่แค่หลับข้างถนน แต่เสี่ยงชีวิตได้

บทเรียนจากเหตุเมาไม่ขับ หลับข้างถนน

นอกจากกรณีนี้ ยังมีข่าวเมาแล้วขับเกิดขึ้นอีกมากในระยองและทั่วประเทศ ตำรวจต้องทำงานหนักเพื่อความปลอดภัยของทุกคน สุดท้ายแล้ว นายอนุสรณ์จะถูกญาติมาติดต่อรับตัวกลับ หลังสร่างเมาเรียบร้อย

เห็นแล้วก็ขำแต่ก็นึกถึงความรับผิดชอบ ถ้าคุณหรือเพื่อนมีแพลนดื่มในเทศกาลหน้า อย่าลืมหลักเมาไม่ขับนะครับ มันช่วยชีวิตได้จริงๆ

คุณเคยเจอเหตุเมาไม่ขับ หลับข้างถนนแบบนี้บ้างไหม? มาแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์กัน หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ เตือนใจก่อนสงกรานต์ปีหน้า!

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนสนุกกับเทศกาลอย่างปลอดภัย เมาไม่ขับคือคำตอบที่ดีที่สุด

ที่มา – เมาไม่ขับ หลับข้างถนน ตร.ปลุกวุ่น หนุ่มเปิดใจภาพตัด เพราะ 1 ปีเมียให้ดื่มได้ 1 ครั้ง

เมาแล้วขับสงกรานต์ 69 วันที่ 2 เชียงใหม่แชมป์

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวเน็ตทุกคน! ช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ สงกรานต์ 69 นี่สนุกสุดๆ เลยนะ สาดน้ำเล่นสงกรานต์ รดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ แต่ก็ต้องระวังตัวให้ดี โดยเฉพาะเรื่อง เมาแล้วขับสงกรานต์ 69 ที่สถิติพุ่งสูงจนน่าตกใจในวันที่สองของ “7 วันอันตราย” วันนี้เรามีข้อมูลล่าสุดจากกรมคุมประพฤติมาอัปเดตกัน จะได้รู้เท่าทันและขับขี่ปลอดภัยกันถ้วนหน้า

เมาแล้วขับสงกรานต์ 69 วันที่สอง พุ่งสูง 1,174 คดี

เมื่อวันที่ 12 เมษายน 2569 ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ ได้เปิดเผยสถิติคดีที่ศาลสั่งคุมความประพฤติในวันที่ 11 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่สองของช่วงเทศกาล พบว่ามีคดีเข้าสู่กระบวนการคุมความประพฤติรวมทั้งสิ้น 1,174 คดี เลยทีเดียว! แบ่งเป็นคดีเมาแล้วขับถึง 1,127 คดี คิดเป็นร้อยละ 96 ของทั้งหมด ส่วนคดีขับเสพอยู่ที่ 47 คดี หรือร้อยละ 4

หากดูสะสมตั้งแต่วันที่ 10-11 เมษายน 2 วันแรก มีคดีรวม 1,610 คดี โดยเมาแล้วขับ 1,480 คดี (91.9%) ขับเสพ 127 คดี (7.9%) และขับรถประมาท 3 คดี (0.2%) สถิติแบบนี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า เมาแล้วขับสงกรานต์ 69 ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ต้องเร่งแก้ไข เพราะอาจนำไปสู่อุบัติเหตุร้ายแรงได้ทุกเมื่อ

น่าใจหายจริงๆ นะเพื่อนๆ เทศกาลที่ควรจะมีความสุข กลับกลายเป็นวันที่อันตรายเพราะพฤติกรรมเสี่ยงแบบนี้ เมาแล้วขับไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันส่งผลกระทบทั้งตัวเอง ครอบครัว และผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ

เชียงใหม่ครองแชมป์เมาแล้วขับสงกรานต์ 69 สถิติสูงสุด

สำหรับจังหวัดที่มีสถิติเมาแล้วขับสูงสุด 3 อันดับแรกในวันดังกล่าว ได้แก่:

  • เชียงใหม่ 246 คดี – แชมป์อันดับ 1! น่าจะเพราะเป็นเมืองท่องเที่ยว ปาร์ตี้สงกรานต์คึกคัก
  • นนทบุรี 147 คดี
  • สมุทรปราการ 145 คดี

เชียงใหม่ที่ขึ้นแท่นแชมป์แบบนี้ ทำให้ชาวเชียงใหม่และนักท่องเที่ยวต้องตื่นตัวกันมากขึ้น อย่าให้สถิติพุ่งแบบนี้ซ้ำรอยนะครับ

กรมคุมประพฤติรณรงค์เข้ม ลดเมาแล้วขับสงกรานต์ 69

ทางกรมคุมประพฤติไม่ได้นั่งดูเฉยๆ นะ เขาดำเนินมาตรการเชิงรุกภายใต้แนวคิด “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” และ “คุมประพฤติร่วมสร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติภัยทางถนน” โดยกำชับสำนักงานคุมประพฤติทั่วประเทศบูรณาการกับทุกภาคส่วน จัดกิจกรรมรณรงค์ต่อเนื่อง เช่น:

  • สนับสนุนภารกิจด่านชุมชนและด่านตรวจ 29 จุด มีผู้เข้าร่วม 386 ราย
  • จัดอบรมให้ความรู้กฎหมายจราจร โทษภัยของแอลกอฮอล์
  • นำผู้ถูกคุมความประพฤติเฝ้าสังเกตพฤติกรรมขับขี่ผ่านกล้อง CCTV แบบเรียลไทม์ เพื่อสร้างจิตสำนึก

มาตรการเหล่านี้เจ๋งมากเลย ช่วยเสริมให้ทุกคนตระหนักถึงความเสี่ยง แต่สุดท้ายแล้ว จิตสำนึกส่วนบุคคลสำคัญที่สุด

ทำไมเมาแล้วขับสงกรานต์ 69 ถึงอันตรายขนาดนี้?

เมาแล้วขับทำให้การตัดสินใจช้าลง มองเห็นไม่ชัด ส่งผลให้อุบัติเหตุเกิดง่าย จากสถิติปีก่อนๆ เมาแล้วขับเป็นสาเหตุหลักของเดธใน 7 วันอันตราย ทางที่ดีคือวางแผนล่วงหน้า ถ้าจะดื่มก็ให้เพื่อนขับ หรือใช้บริการแท็กซี่ Grab ส่งกลับบ้านปลอดภัย อย่าคิดว่า “เมาแค่นิดเดียว” เพราะนิดเดียวก็พอกับตายได้!

นอกจากนี้ สงกรานต์ 69 ยังมีรถเยอะ ถนนลื่นจากน้ำ ทำให้เสี่ยงมากขึ้น รัฐบาลและตำรวจตั้งด่านตรวจเข้มข้น ถ้าถูกจับไม่ใช่แค่ปรับ แต่โดนคุมประพฤติ สูญเสียเวลาและชื่อเสียงอีก

เคล็ดลับขับขี่ปลอดภัย ไม่เมาแล้วขับสงกรานต์ 69

  • ดื่มไม่ขับ ขับไม่ดื่ม – กฎทองที่ต้องจำ!
  • สวมหมวกกันน็อก ถ้าไปด้วยมอเตอร์ไซค์
  • ลดความเร็ว ไม่แซงซ้ายขวา
  • พักรถทุก 2 ชม. ถ้าขับทางไกล
  • เช็ครถก่อนออกเดินทาง เบรก ยาง ลม

ถ้าทำตามนี้ สงกรานต์เราจะสนุกและปลอดภัยแน่นอน

สรุปแล้ว แม้สถิติ เมาแล้วขับสงกรานต์ 69 จะสูง แต่เราทุกคนช่วยกันได้ ลองคิดดูสิ ถ้าทุกคนมีวินัย สงกรานต์จะกลายเป็นเทศกาลแห่งความสุขจริงๆ insight สำคัญคือ จิตสำนึกต้องมาก่อนกฎหมาย มาเริ่มจากตัวเราเองเลย!

เพื่อนๆ ลองสัญญากับตัวเองวันนี้ว่าจะไม่เมาแล้วขับสงกรานต์ 69 และแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ครอบครัว เพื่อช่วยลดสถิติอุบัติเหตุ ร่วมกันสร้าง “7 วันอันตราย” ให้กลายเป็น “7 วันปลอดภัย” นะครับ!

ที่มา – 7 วันอันตรายสงกรานต์ 69 วันที่สอง เมาแล้วขับ 1,174 คดี เชียงใหม่ แชมป์ สถิติสูงสุด

7 วันอันตรายสงกรานต์ 69 วันแรก เมาแล้วขับ 353 คดี

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงเทศกาลสงกรานต์มาถึงแล้ว แต่ปีนี้เราต้องระวังตัวให้มาก เพราะเพิ่งเป็นวันแรกของ 7 วันอันตรายสงกรานต์ 69 วันแรก เมาแล้วขับ 353 คดี ที่กรมคุมประพฤติรายงานออกมาแบบช็อกวงการเลยนะครับ คดีเมาแล้วขับพุ่งสูงถึง 353 คดี จากทั้งหมด 436 คดีที่เข้าสู่กระบวนการคุมประพฤติ นับเป็น 81% เลยทีเดียว น่ากลัวมาก!

7 วันอันตรายสงกรานต์ 69 วันแรก เมาแล้วขับ 353 คดี จังหวัดที่มีสถิติสูงสุด 3 อันดับแรก

ข้อมูลจาก ร.ต.อ.ปิยะ รักสกุล อธิบดีกรมคุมประพฤติ เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2569 เผยว่าวันที่ 10 เม.ย. ซึ่งเป็นวันแรกของแคมเปญป้องกันอุบัติเหตุทางถนนช่วงสงกรานต์ มีคดีขับรถเมาสุราเยอะสุด คิดเป็นสัดส่วนหลัก ส่วนคดีขับเสพ 80 คดี และขับประมาท 3 คดี จังหวัดที่ติดอันดับสูงสุดได้แก่

จังหวัดที่มีสถิติเมาแล้วขับสูงสุด

  • เชียงใหม่: 74 คดี – อันดับ 1 สถานที่ท่องเที่ยวดัง ต้องระวัง!
  • สมุทรปราการ: 54 คดี – อันดับ 2 ใกล้กรุงเทพฯ น่าจะรถติดหนึบ
  • กรุงเทพมหานคร: 43 คดี – อันดับ 3 เมืองหลวงยังมีปัญหา

เห็นสถิติ 7 วันอันตรายสงกรานต์ 69 วันแรก เมาแล้วขับ 353 คดี แล้ว ทำให้คิดได้ว่าปีนี้คนยังไม่เข็ด ถ้าทุกคนเมาแล้วขับแบบนี้ อุบัติเหตุจะพุ่งปรี๊ดแน่ๆ ครับ

มาตรการจากกรมคุมประพฤติเพื่อลดอุบัติเหตุ

กรมคุมประพฤติไม่ได้นั่งดูเฉยๆ นะครับ เขาวางแผนชัดเจนภายใต้แนวคิด “ขับขี่ปลอดภัย ลดความเร็ว ลดอุบัติเหตุ” และ “คุมประพฤติร่วมสร้างสังคมปลอดภัย ลดอุบัติภัยทางถนน” ด้วย 4 มาตรการหลัก ดังนี้

  • เสริมสร้างความรู้และรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงความปลอดภัยทางถนน
  • ลดปัจจัยเสี่ยงด้านถนนและการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย
  • แก้ไขฟื้นฟูผู้ถูกคุมประพฤติในคดีเมาแล้วขับ
  • สนับสนุนสิทธิและช่วยเหลือผู้ประสบอุบัติเหตุ

กิจกรรมรณรงค์เด็ดๆ ที่จัดทั่วประเทศ

นอกจากมาตรการใหญ่แล้ว ยังมีกิจกรรมเล็กๆ น้อยๆ ที่น่าประทับใจ เช่น รณรงค์ประชาสัมพันธ์ 16 ครั้ง มีคนเข้าร่วม 1,419 ราย สนับสนุนด่านตรวจ 57 จุด 471 ราย ผู้ถูกคุมประพฤติช่วยทำความสะอาดจุดเสี่ยง 11 ครั้ง 815 ราย บริจาคโลหิต 6,500 ซีซี จาก 147 ราย อบรมกฎจราจรและโทษแอลกอฮอล์ 5 ครั้ง 440 ราย และเฝ้าดูพฤติกรรมขับรถผ่าน CCTV เรียลไทม์ 46 ราย ทำเอาประชาชนตื่นตัวกันทั้งประเทศเลยครับ

ทำไมเมาแล้วขับถึงอันตรายขนาดนี้?

เมาแล้วขับไม่ใช่เรื่องเล่นๆ นะครับ สุราทำให้สมองทำงานช้าลง ตาพร่ามัว ปฏิกิริยาช้า สถิติอุบัติเหตุส่วนใหญ่มาจากพฤติกรรมนี้แหละ ปีที่แล้ว 7 วันอันตรายมีคนตายเป็นร้อย ถ้าปีนี้ยังแบบนี้ ครอบครัวไหนจะอยู่กัน? เราเห็นข่าวเพื่อนๆ เสียชีวิตบ่อยๆ แล้วยังไม่พอใจเหรอครับ

10 เคล็ดลับขับรถปลอดภัยช่วงสงกรานต์

เพื่อไม่ให้เป็นส่วนหนึ่งของสถิติ มาดู tips กันครับ

  • ดื่มแล้วอย่าขับ หยุดดื่มก่อนขับ 2 ชม.
  • ใช้บริการแท็กซี่หรือ Grab ปลอดภัยกว่า
  • รัดเข็มขัดนิรภัยทุกคน
  • ลดความเร็ว ไม่เกิน 90 กม./ชม. บนทางหลวง
  • พักรถทุก 2 ชม. อย่าขับต่อเนื่อง
  • ตรวจรถก่อนเดินทาง เบรก ไฟ ยาง
  • ไม่ใช้โทรศัพท์ขณะขับ
  • ขับชิดซ้าย เปิดไฟหน้า
  • เตรียมยาแก้เมารถและน้ำดื่ม
  • แจ้งคนทางบ้านเส้นทางเดินทาง

ถ้าทำตามนี้ รับรองปลอดภัย 100% ครับ สถิติ 7 วันอันตรายสงกรานต์ 69 วันแรก เมาแล้วขับ 353 คดี จะได้ลดลงในวันต่อๆ ไป

สุดท้ายนี้ ความปลอดภัยอยู่ที่ตัวเราเอง ขอให้ทุกคนเดินทางสนุก สาดน้ำมันเย็นฉ่ำ แต่กลับบ้านปลอดภัยนะครับ มาช่วยกันสร้างสงกรานต์ที่ไม่มีน้ำตากันเถอะ! ถ้ามี tips เพิ่ม แชร์ในคอมเมนต์เลยครับ

ที่มา – 7 วันอันตรายสงกรานต์ 69 วันแรก เมาแล้วขับ 353 คดี จังหวัดที่มีสถิติสูงสุด 3 อันดับแรก

“ไทเกอร์ วูดส์” ถูกจับเมาแล้วขับ หลังรถพลิกฟลอริดา

ไทเกอร์ วูดส์ ถูกจับเมาแล้วขับ อีกครั้ง! เหตุการณ์สุดช็อกที่ทำให้แฟนกอล์ฟทั่วโลกต้องตะลึง เมื่อยอดนักกอล์ฟในตำนานวัย 50 ปี ประสบอุบัติเหตุรถยนต์พลิกตะแคงใกล้บ้านพักบนเกาะจูปิเตอร์ รัฐฟลอริดา เมื่อช่วงบ่ายวันศุกร์ที่ 27 มี.ค. ที่ผ่านมา รถแลนด์โรเวอร์สุดหรูของเขาพลิกคว่ำหลังพยายามแซงรถบรรทุกด้วยความเร็วสูง ส่งผลให้ถูกจับกุมทันทีในข้อหาเมาแล้วขับ

ไทเกอร์ วูดส์ ถูกจับเมาแล้วขับ: รายละเอียดอุบัติเหตุแบบละเอียดยิบ

ตามรายงานจากสำนักงานเขตมาร์ติน เคาน์ตี้ ตำรวจนายจอห์น บูเดนซีก เผยว่า ไทเกอร์ วูดส์ ขับรถแซงรถบรรทุก ก่อนเฉี่ยวชนท้ายรถคู่กรณี ทำให้รถเสียหลักพลิกตะแคงกลางถนนสองเลน วูดส์ต้องคลานออกจากประตูฝั่งผู้โดยสารด้วยตัวเอง ก่อนเจ้าหน้าที่จะมาถึง ผลตรวจแอลกอฮอล์ผ่านลมหายใจเป็น “ศูนย์” เลยนะ แต่ตำรวจสงสัยว่าอาจมึนเมาจากฤทธิ์ยาบางชนิด เพราะอาการดูไม่ปกติ

ที่แย่กว่านั้น วูดส์ปฏิเสธการตรวจปัสสาวะ ซึ่งผิดกฎหมายฟลอริดา สุดท้ายเลยโดนข้อหาเพิ่มเป็น 3 กระทงใหญ่ ได้แก่:

  • ขับรถขณะมึนเมา
  • ทำให้ทรัพย์สินเสียหาย
  • ปฏิเสธการตรวจร่างกายตามกฎหมาย

เขาถูกควบคุมตัว 8 ชั่วโมงตามระเบียบ ก่อนได้ประกันตัวออกมาแบบเงียบๆ เหตุการณ์นี้เกิดไม่กี่วันหลังจากที่วูดส์เพิ่งกลับมาลงสนามแข่งขัน ทำให้แฟนๆ กังวลหนักว่าจะลง “เดอะ มาสเตอร์ส” วันที่ 9 เม.ย. ได้หรือเปล่า

ประวัติ “ไทเกอร์ วูดส์ ถูกจับเมาแล้วขับ” และปัญหาสุขภาพ

น่าเสียดายที่นี่ไม่ใช่ครั้งแรกเลยสำหรับไทเกอร์ วูดส์ ถูกจับเมาแล้วขับ เขาเคยโดนจับคดีเดียวกันมาแล้วในปี 2017 นอกจากนี้ยังมีอุบัติเหตุรุนแรงปี 2021 ที่ขาหักสาหัสจากรถ Genesis พลิกคว่ำ และประวัติผ่าตัดหลัง เข่า มาอย่างยาวนาน วัย 50 แล้วยังต้องเจอเรื่องแบบนี้ ยิ่งทำให้คนห่วงสุขภาพของเจ้าตัว

โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อนสนิทและอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ออกมาแสดงความเสียใจทันที “วูดส์เป็นคนยอดเยี่ยม ผมรู้สึกแย่จริงๆ ที่ได้ยินข่าวนี้” เขากล่าว แสดงให้เห็นถึงชื่อเสียงที่วูดส์มีในวงการ

เส้นทางนักกอล์ฟในตำนานของไทเกอร์ วูดส์

ถึงจะมีดราม่า แต่ไทเกอร์ วูดส์คือตำนานที่ไม่มีวันลืม! เขาครองมือ 1 โลกยาวนาน 683 สัปดาห์ คว้าแชมป์เมเจอร์ 15 สมัย รองแค่แจ็ค นิคลอส (18 สมัย) และแชมป์ PGA Tour 82 รายการ เทียบเท่าแซม สนีด สร้าง “ไทเกอร์ สแลม” ด้วยการคว้าเมเจอร์ 4 รายการติดต่อกันปี 2000-2001 แชมป์เดอะ มาสเตอร์ส 2019 คือคัมแบ็กสุดยิ่งใหญ่ที่โลกต้องจดจำ

จากเด็ก天才 สู่ซูเปอร์สตาร์ วูดส์เปลี่ยนวงการกอล์ฟให้บูมสุดๆ แฟนๆ ชาวไทยก็หลงรักไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการแข่งเมเจอร์ที่ลุ้นกันตัวโก่ง

ผลกระทบต่ออาชีพกอล์ฟหลังเหตุการณ์

หลังไทเกอร์ วูดส์ ถูกจับเมาแล้วขับ คำถามใหญ่คืออนาคตการแข่งของเขาจะเป็นยังไง? กับอายุและปัญหาสุขภาพ สถานะทางกฎหมายนี้อาจกระทบสปอนเซอร์และการลงสนาม แฟนๆ หวังว่าเขาจะผ่านพ้นไปได้แบบปี 2017 ที่คัมแบ็กสวยงาม

ในมุมส่วนตัว ผมคิดว่าไทเกอร์ควรโฟกัสสุขภาพและขับขี่ปลอดภัยมากขึ้น สมัยนี้ยานพาหนะหรูเพียบ แต่ความรับผิดชอบต้องมาก่อน คุณล่ะคิดยังไง? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมติดตามข่าวกอล์ฟอัปเดตจากเรา เพื่อไม่พลาดทุกดราม่าและชัยชนะ!

ที่มา – “ไทเกอร์ วูดส์” ถูกจับข้อหาเมาแล้วขับ หลังควบแลนด์โรเวอร์พลิกตะแคงที่ฟลอริดา

สั่งตั้ง กก.สอบตำรวจ ปมชายเส้นเลือดสมองแตก

กรณีปมชายวัย 42 ปีเส้นเลือดในสมองแตก แต่ถูกตำรวจสายตรวจเข้าใจผิดว่าอาการหมดสติมาจากเมาแล้วขับ จับกุมใส่กุญแจมือนำส่งสถานีตำรวจแทนการส่งโรงพยาบาล ทำให้อาการทรุดหนักและยังไม่ฟื้นตัว กำลังเป็นประเด็นร้อนในโซเชียล “สายไหมต้องรอด” ล่าสุด มีความคืบหน้าสำคัญคือ สั่งตั้ง กก.สอบตำรวจทุกนายในวันเกิดเหตุ ปมชายเส้นเลือดสมองแตก ชี้ถือเป็นกรณีศึกษา เพื่อตรวจสอบทุกขั้นตอนและพัฒนาการทำงานของเจ้าหน้าที่

สั่งตั้ง กก.สอบตำรวจทุกนายในวันเกิดเหตุ ปมชายเส้นเลือดสมองแตก ชี้ถือเป็นกรณีศึกษา

พ.ต.อ.เอกราช อุ่นเจริญ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดเผยเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2567 ว่า ได้สั่งการให้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่เกี่ยวข้องในไทม์ไลน์วันเกิดเหตุ ตั้งแต่รับแจ้งเหตุทางวิทยุสื่อสาร การเข้าจุดเกิดเหตุ การตรวจสอบและช่วยเหลือ จนถึงการนำตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล โดยจะตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่กี่นายที่เกี่ยวข้อง และปฏิบัติตามระเบียบหรือไม่

รอง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา เน้นย้ำว่า กรณีนี้จะถูกใช้เป็นกรณีศึกษาในการพัฒนาการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจ เพื่อให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีที่สุด และป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอยที่อาจนำไปสู่ความเสียหายร้ายแรง โดยเฉพาะในกรณีผู้ป่วยฉุกเฉินที่ต้องใช้การตัดสินใจรวดเร็วและถูกต้อง

ไทม์ไลน์เหตุการณ์ปมชายเส้นเลือดสมองแตก

  • รับแจ้งเหตุ: ตำรวจสายตรวจรับแจ้งทางวิทยุว่ามีชายนอนหมดสติข้างถนน
  • เข้าจุดเกิดเหตุ: สายตรวจมาถึงและประเมินว่าผู้บาดเจ็บเมาแล้วขับ เนื่องจากกลิ่นแอลกอฮอล์และพฤติกรรม
  • การจับกุม: ใส่กุญแจมือและนำตัวไปสถานีตำรวจ โดยไม่ส่งโรงพยาบาลทันที
  • อาการทรุด: ที่โรงพักพบอาการผิดปกติ ส่งโรงพยาบาลบางปะหัน แล้วรีเฟอร์ต่อโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา อาการวิกฤต 50/50 ยังไม่รู้สึกตัว

พล.ต.ต.สุรวุฒิ แสงรุ่งเรือง ผบก.ภ.จว.พระนครศรีอยุธยา ได้สั่งให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องชี้แจงข้อเท็จจริงทันที ญาติผู้บาดเจ็บได้ร้องขอความเป็นธรรมผ่านเพจ “สายไหมต้องรอด” ทำให้เรื่องนี้ได้รับความสนใจจากสังคม

การตรวจสอบโรงพยาบาลและคำสั่งกำชับ

นอกจากตรวจสอบตำรวจแล้ว ยังจะประสานโรงพยาบาลบางปะหัน เพื่อสอบขั้นตอนการรับผู้ป่วย รักษาเบื้องต้น และการส่งต่อโรงพยาบาลพระนครศรีอยุธยา ให้ญาติได้รับข้อมูลชัดเจนทุกขั้นตอน พร้อมกำชับตำรวจทุกสถานีให้เพิ่มความรอบคอบในการประเมินสถานการณ์ โดยเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉิน ต้องวิเคราะห์เชิงลึกก่อนตัดสินใจ เพื่อปกป้องสิทธิและความปลอดภัยประชาชน

เส้นเลือดสมองแตก หรือลิ่มเลือดอุดตันสมอง เป็นอาการฉุกเฉินที่ต้องรักษาภายใน 3-4.5 ชั่วโมง (Golden Hour) มิเช่นนั้นอาจพิการหรือเสียชีวิต การเข้าใจผิดเช่นนี้จึงน่าเป็นห่วง และเป็นบทเรียนสำคัญ

สั่งตั้ง กก.สอบตำรวจทุกนายในวันเกิดเหตุ ปมชายเส้นเลือดสมองแตก ชี้ถือเป็นกรณีศึกษา แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบของตำรวจในการแก้ไขปัญหา หากคุณเจอเหตุการณ์คล้าย ควรโทร 1669 สายด่วนการแพทย์ฉุกเฉินทันที และแจ้งตำรวจให้ช่วยเหลือโดยไม่ล่าช้า

กรณีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการปฏิบัติหน้าที่ต้องคำนึงถึงชีวิตประชาชนเหนืออื่นใด คุณคิดว่าตำรวจควรมีแนวทางป้องกันอย่างไรบ้าง? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดแชร์เพื่อสร้างความตระหนักให้สังคมกันครับ!

ที่มา – สั่งตั้ง กก.สอบตำรวจทุกนายในวันเกิดเหตุ ปมชายเส้นเลือดสมองแตก ชี้ถือเป็นกรณีศึกษา

Scroll to top