เลือกตั้งนอกเขต

ประจวบฯ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วยเสร็จแล้ว

วันนี้เรามีข่าวสำคัญเกี่ยวกับ ประจวบฯ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วย ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปอย่างเรียบร้อย บรรยากาศตึงเครียดแต่โปร่งใส โดยกกต.ประจวบคีรีขันธ์จัดการนับคะแนน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อในเขตเลือกตั้งที่ 1 อำเภอสามร้อยยอด หลังจากมีข้อสงสัยเรื่องความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในการนับครั้งแรก ผลออกมาพบว่าคะแนนตรงกับจำนวนบัตรและผู้ใช้สิทธิ์เป๊ะ ๆ ทำให้ทุกคนมั่นใจในระบบมากขึ้น

ประจวบฯ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วย เป็นอย่างไรบ้าง

การนับคะแนนเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. ที่หอประชุมที่ว่าการอำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ สองหน่วยที่ถูกสั่งนับใหม่คือ หน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลไร่ใหม่ และหน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบลสามร้อยยอด ของเขต 1 ทั้งสองหน่วยมีประชาชน นักการเมือง และผู้สมัคร ส.ส. จากหลายพรรคมาร่วมสังเกตการณ์อย่างคับคั่ง เจ้าหน้าที่ขนหีบบัตรจากสถานีตำรวจมาอย่างปลอดภัย แล้วเริ่มนับทันที

รายละเอียดผลคะแนนหน่วยเลือกตั้งที่ 2 ตำบลไร่ใหม่

หน่วยนี้มีผู้ใช้สิทธิ์ 438 คน และบัตรที่ลงคะแนน ส.ส.บัญชีรายชื่อก็ 438 บัตรพอดี หลังนับใหม่ พบบัตรดี 399 ใบ บัตรเสีย 26 ใบ และบัตรไม่เลือกพรรคใด 13 ใบ รวมตรงเป๊ะ มีเพียงความคลาดเคลื่อนเล็กน้อยในการรวมคะแนนบัตรดีขาดไป 1 คะแนนเมื่อวันที่ 8 ก.พ. 2569 เท่านั้นเอง

ผลการนับหน่วยเลือกตั้งที่ 8 ตำบลสามร้อยยอด

ส่วนหน่วยที่ 8 มีผู้ใช้สิทธิ์ 341 คน บัตรลงคะแนน 341 ใบ นับใหม่ได้บัตรดี 301 ใบ บัตรเสีย 32 ใบ บัตรไม่เลือก 8 ใบ ก็ตรงกันทุกประการ คลาดเคลื่อนคือการขีดบัตรเสียขาดไป 1 คะแนนในครั้งก่อน การนับใหม่นี้ยืนยันความถูกต้อง 100%

สาเหตุที่ต้องประจวบฯ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วย

นายศักดิ์ชัย เลิศกิตติวัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ อธิบายว่า แม้จะเป็นความผิดพลาดเล็กน้อยแค่ 1 คะแนน แต่ก็ต้องนับใหม่เพื่อความแม่นยำ เพราะคะแนนทั้งหมดจะนำไปคำนวณสัดส่วน ส.ส.บัญชีรายชื่อทั่วประเทศ หลังนับเสร็จ จะรายงานผลในแบบ สส.5/18 ส่งกกต.กลางทันที

ภาพรวมสถิติเลือกตั้ง ส.ส.บัญชีรายชื่อ จ.ประจวบคีรีขันธ์

สำหรับการเลือกตั้งปี 2569 ในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ทั้ง 3 เขต มีผู้มีสิทธิ์ 437,499 คน มาใช้สิทธิ์ 325,282 คน (74.35%) บัตรดี 299,883 ใบ (92.19%) บัตรเสีย 16,460 ใบ (5.06%) และบัตรไม่เลือกพรรค 8,937 ใบ (2.75%) พรรคที่ได้คะแนนสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่:

  • อันดับ 1: พรรคประชาชน 81,133 คะแนน
  • อันดับ 2: พรรคภูมิใจไทย 60,440 คะแนน
  • อันดับ 3: พรรคประชาธิปัตย์ 60,353 คะแนน

ผลการออกเสียงประชามติในพื้นที่

ส่วนประชามติ ผู้มีสิทธิ์ 437,499 คน มาใช้ 313,574 คน (71.67%) เห็นชอบ 154,216 คน ไม่เห็นชอบ 118,612 คน ไม่แสดงความเห็น 32,106 คน บัตรเสีย 8,639 ใบ (2.76%) สะท้อนความเห็นที่หลากหลายของชาวประจวบ

ความเห็นจากผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน

นายมรกต โอเอี่ยม ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชนที่มาร่วมสังเกตการณ์ กล่าวว่า เห็นใจเจ้าหน้าที่ที่เหนื่อยล้า แต่ขอให้กกต.กลางโปร่งใสมากขึ้น ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่หรือเรียนรู้จากต่างประเทศ เพื่อลดคลางแคลงใจในสังคม

การ ประจวบฯ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วย ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความถูกต้องของกระบวนการเลือกตั้ง แม้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยแต่สะสมความเชื่อมั่นให้ประชาชนได้มาก โดยรวมแล้วระบบการเลือกตั้งไทยยังคงแข็งแกร่ง แต่ควรปรับปรุงด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อความรวดเร็วและโปร่งใสยิ่งขึ้น ในมุมมองของผม นี่คือก้าวสำคัญสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง

หากคุณสนใจข่าวการเมืองและเลือกตั้ง ลองติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด และแชร์ความคิดเห็นของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – ประจวบฯ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ 2 หน่วยเสร็จแล้ว ผลคะแนนตรงจำนวนบัตร-ผู้ใช้สิทธิ

“สุดารัตน์” เดินหน้าฟ้อง กกต. ปมบาร์โค้ด

สุดารัตน์” เดินหน้าฟ้อง กกต. ปมบาร์โค้ดรู้ชื่อคนลงคะแนน กลายเป็นประเด็นร้อนในวงการการเมืองไทย เมื่อคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทย รวมพลคนไม่ทน ร่วมยื่นฟ้องคณะกรรมการการเลือกตั้งต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบในภาคกลาง ฐานละเมิดกฎหมายเลือกตั้งอย่างร้ายแรง หลังจากที่ กกต. ยอมรับเองว่าระบบบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสามารถสแกนติดตามย้อนกลับไปยังชื่อผู้ลงคะแนนได้จริง ซึ่งถือเป็นการทำลายหลักการเลือกตั้งลับที่เป็นหัวใจของประชาธิปไตย

“สุดารัตน์” เดินหน้าฟ้อง กกต. ปมบาร์โค้ดรู้ชื่อคนลงคะแนน

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 คุณหญิงสุดารัตน์ประกาศชัดเจนว่าจะดำเนินคดีกับ กกต. อย่างถึงที่สุด เนื่องจากข้ออ้างของ กกต. ที่บอกว่าแยกบัตรกับต้นขั้วแล้วและเก็บเป็นความลับนั้น ไม่น่าเชื่อถือเลย โดยเฉพาะเมื่อการเลือกตั้งที่ผ่านมาเต็มไปด้วยข้อครหาการทุจริต การซื้อสิทธิ์ขายเสียง และข้อพิรุธมากมายที่จับผู้กระทำผิดไม่ได้สักราย การใส่บาร์โค้ดที่ track ได้ชื่อผู้ลงคะแนน จึงเป็นหลักฐานชัดเจนว่ามีเจตนาละเมิดรัฐธรรมนูญและกฎหมายเลือกตั้ง

ทำไมบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งถึงผิดกฎหมาย

หลักการสำคัญของการเลือกตั้งคือ ความลับในการลงคะแนน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 85 และ พ.ร.ป.ว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. มาตรา 96 หากบาร์โค้ดสามารถสแกนแล้วรู้ได้ว่าคนไหนลงคะแนนให้พรรคหรือผู้สมัครคนใด ก็เท่ากับเปิดช่องให้มีการข่มขู่ ซื้อเสียง หรือ操控คะแนนได้ง่ายดาย กกต. รู้ดีว่ารหัสเหล่านี้ขัดกฎหมาย แต่ยังคงใช้ต่อไป ทำให้ประชาชนสูญเสียความไว้วางใจในการเลือกตั้งครั้งนี้ทั้งหมด

ขั้นตอนการฟ้องร้องสองแนวทางหลัก

คุณหญิงสุดารัตน์วางแผนฟ้องสองส่วน เพื่อให้เกิดผลทางกฎหมายสูงสุด ดังนี้

  • ส่วนแรก: ฟ้องบุคคล ยื่นต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ฐานเจ้าพนักงานละเว้นปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 โทษหนักจำคุก เพราะ กกต. จงใจใส่รหัส track ในบัตรเลือกตั้งที่ขัดรัฐธรรมนูญชัดเจน
  • ส่วนที่สอง: ขอให้เลือกตั้งใหม่ ยื่นร้องศาลรัฐธรรมนูญและศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง เพื่อวินิจฉัยว่าการเลือกตั้งขัดรัฐธรรมนูญ สั่งจัดการเลือกตั้งใหม่ที่โปร่งใสกว่าเดิม คืนสิทธิให้ประชาชน

นอกจากนี้ ยังเชิญชวนประชาชนทุกภาคส่วนส่งหลักฐานมา เช่น ภาพถ่ายบัตรเลือกตั้ง คลิปวิดีโอข้อผิดปกติ หรือข้อมูลทุจริต ส่งได้ที่เพจคุณหญิงสุดารัตน์หรือเพจพรรคไทยสร้างไทย เพื่อรวบรวมเป็นหลักฐานฟ้องร้องร่วมกัน ทวงคืนอำนาจอธิปไตยที่ถูกบิดเบือน

ผลกระทบและความสำคัญต่อประชาธิปไตยไทย

ประเด็น “สุดารัตน์” เดินหน้าฟ้อง กกต. ปมบาร์โค้ดรู้ชื่อคนลงคะแนน ไม่ใช่แค่คดีการเมือง แต่เป็นการต่อสู้เพื่อความโปร่งใสในระบบเลือกตั้ง หากปล่อยผ่าน คะแนนเสียงประชาชนจะไร้ค่า การทุจริตจะยิ่งลุกลาม สร้างความแตกแยกในสังคม การยื่นฟ้องครั้งนี้จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการปฏิรูประบบเลือกตั้งให้สมบูรณ์แบบมากขึ้น ประชาชนควรติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะอาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ที่ยุติธรรม

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวของพรรคไทยสร้างไทยแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องสิทธิประชาชน หากศาลสั่งเลือกตั้งใหม่ จะเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของประชาธิปไตยไทย ลองคิดดูสิครับ ถ้าทุกคนร่วมมือส่งหลักฐาน เราจะเปลี่ยนแปลงได้จริง

CTA: คุณมีหลักฐานการเลือกตั้งผิดปกติหรือไม่? ส่งมาแชร์ที่คอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามอัปเดตคดีนี้เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ ร่วมกันทวงความยุติธรรมคืนมา!

ที่มา – “สุดารัตน์” เดินหน้าฟ้อง กกต. ปมบาร์โค้ดรู้ชื่อคนลงคะแนน-จ่อยื่นศาลให้เลือกตั้งใหม่

สรุปดราม่า บัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด กกต. ยัน

สรุปดราม่า บัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด กกต. ยันเป็นไปตามหลักการ ออกเสียงโดยตรงและลับ ทำให้เกิดกระแสถกเถียงรุนแรงในสังคมไทยช่วงหลังเลือกตั้ง 62 เขต ผู้ใช้โซเชียลหลายรายตั้งข้อสงสัยว่าบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งอาจถูกใช้ติดตามย้อนหลังว่าใครลงคะแนนให้พรรคไหน สร้างความกังวลเรื่องความลับของการเลือกตั้ง นำไปสู่การเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งใหม่

สรุปดราม่า บัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด กกต. ยันเป็นไปตามหลักการ

จุดเริ่มต้นของดราม่านี้มาจากผู้ใช้เฟซบุ๊กที่โพสต์ภาพบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งแบบแบ่งเขต (บัตรสีเขียว) และแบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) พบว่ามีบาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ด เมื่อสแกนแล้วปรากฏรหัสเฉพาะตัว ทำให้หลายคนหวาดกลัวว่าระบบนี้จะช่วยให้ตรวจสอบได้ว่า “ใครกาเบอร์อะไร” ซึ่งขัดกับหลักการเลือกตั้งที่ต้องลับสุดยอด

กกต. รีบออกมาชี้แจงทันทีว่า บาร์โค้ดเหล่านี้เป็นมาตรการรักษาความปลอดภัย เพื่อติดตามที่มาของบัตรว่ามาจากล็อตไหน หน่วยเลือกตั้งไหน ไม่ใช่เพื่อเชื่อมโยงกับพรรคการเมืองหรือตัวผู้ลงคะแนน แต่ประเด็นนี้กลับกลายเป็นไฟลามทุ่งในโซเชียลมีเดียข้ามคืน

กระแสเรียกร้องจากนักการเมืองและประชาชน

นายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้ความเห็นว่าการใส่รหัสเพื่อป้องกันการปลอมแปลงเป็นเรื่องปกติ แต่ต้องไม่เอื้อต่อการตรวจสอบย้อนหลัง น.ต.ศิธา ทิวารี อดีตสมาชิกพรรคไทยสร้างไทย ยกตัวอย่างคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญในปี 2549 ที่การจัดคูหาไม่ถูกต้องยังทำให้การเลือกตั้งโมฆะได้

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ยังชี้ว่าถ้าบาร์โค้ดเชื่อมโยงกับต้นขั้วบัตรได้ กกต. ถือว่าผิดกฎหมาย และเรียกร้องให้กกต. ชี้แจงด่วน กระทั่งเกิดแฮชแท็ก #เลือกตั้งโมฆะ ร้อนแรง ทนายอั๋นยังยื่นหนังสือต่อผู้ตรวจการแผ่นดินเพื่อตรวจสอบ

กกต. ชี้แจงสรุปดราม่า บัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด

วันที่ 13 ก.พ. 2569 กกต. แถลงข่าวเวลา 14.00 น. ยืนยันว่าการลงคะแนนเป็นไปตามหลัก “ออกเสียงโดยตรงและลับ” ตามรัฐธรรมนูญ โดยมีกฎหมายห้ามนำบัตรออกจากหน่วยและห้ามถ่ายภาพ การจะตรวจสอบผู้ลงคะแนนต้องมี 3 อย่างคือ 1. บัตรลงคะแนน 2. ต้นขั้วบัตรที่แยกเก็บ 3. บัญชีรายชื่อผู้มาใช้สิทธิที่แยกไปยังสำนักทะเบียนราษฎร์

บาร์โค้ดและคิวอาร์โค้ดเกิดจากอำนาจกกต. ตามกฎหมายที่อนุญาตให้เพิ่มรหัสพิเศษเพื่อป้องกันการปลอมแปลงและจัดการบัตรได้มีประสิทธิภาพ แม้ถ่ายภาพบัตรติดต้นขั้วจะระบุเลขบัตรได้ แต่ไม่เชื่อมโยงถึงตัวบุคคล ภาพที่เผยแพร่ในโซเชียลยังไม่ละเอียดพอที่จะระบุใคร

สำหรับบัตรประชามติที่ไม่มีบาร์โค้ดนั้น เนื่องจากการพิมพ์ 3 ใบจาก 3 โรงพิมพ์ที่มีเทคโนโลยีต่างกัน แต่บัตรประชามติก็ติดตามได้เช่นกัน เพียงแต่ไม่เปิดเผย

บทวิเคราะห์: ดราม่านี้สะท้อนอะไร?

สรุปดราม่า บัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด กกต. ยันเป็นไปตามหลักการ แสดงให้เห็นถึงความไว้วางใจในสถาบันเลือกตั้งที่ยังเปราะบางในสังคมไทย แม้กกต. จะชี้แจงชัดเจน แต่กระแสโซเชียลก็จุดประกายข้อสงสัยได้ง่าย การเลือกตั้งที่โปร่งใสต้องอาศัยทั้งเทคโนโลยีและกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่แบบนี้ในอนาคต

ประเด็นนี้ยังเชื่อมโยงกับการปฏิรูปการเลือกตั้ง โดยหลายฝ่ายเสนอให้ใช้ระบบดิจิทัลมากขึ้นแต่ต้องรักษาความลับให้ได้ ผู้เชี่ยวชาญด้าน cybersecurity ชี้ว่าบาร์โค้ดทั่วไปไม่ซับซ้อนพอจะติดตามตัวบุคคล เว้นแต่มีข้อมูลครบทั้ง 3 ส่วนจริงๆ

  • จุดเด่นของระบบบาร์โค้ด: ป้องกันปลอมแปลงได้ดี
  • ข้อกังวล: อาจถูกตีความผิดเพี้ยน
  • แนวทางแก้ไข: ชี้แจงล่วงหน้าชัดเจนยิ่งขึ้น

สุดท้าย การเลือกตั้งไทยต้องพัฒนาให้ทันสมัยแต่โปร่งใส คุณคิดว่าดราม่านี้จะจบอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลถึงทุกคน!

ที่มา – สรุปดราม่า บัตรเลือกตั้งมีคิวอาร์โค้ด-บาร์โค้ด กกต. ยันเป็นไปตามหลักการ

เพื่อไทยจ่อรวบรวมหลักฐานปมบาร์โค้ดโผล่

ประเด็นร้อนทางการเมืองที่กำลังสร้างความฮือฮาในสังคมไทย คือ เพื่อไทยจ่อรวบรวมหลักฐานปมบาร์โค้ดโผล่ บนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อผลการเลือกตั้งล่าสุด พรรคเพื่อไทยกำลังเคลื่อนไหวอย่างจริงจัง โดยนายชูศักดิ์ ศิรินิล รองหัวหน้าพรรค ได้ออกมาเผยถึงแผนการรวบรวมพยานหลักฐานเพื่อยื่นร้องเรียนผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน ส่งต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญ ให้วินิจฉัยว่าการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือไม่ เรื่องนี้เกิดจากบาร์โค้ดที่ปรากฏบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจละเมิดหลักการลงคะแนนลับตามรัฐธรรมนูญ

เพื่อไทยจ่อรวบรวมหลักฐานปมบาร์โค้ดโผล่

จากข้อมูลที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2569 ก่อนเข้าประชุมพรรค พรรคเพื่อไทยทราบเรื่องบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งมานาน 2 วันแล้ว และฝ่ายกฎหมายกำลังเร่งรวบรวมข้อเท็จจริงกับพยานหลักฐานอย่างละเอียด ในอดีต การพิมพ์บัตรเลือกตั้งจะมีเพียงรหัสลับเพื่อติดตามว่าบัตรไปอยู่ในหน่วยเลือกตั้งไหน เขตใด แต่ไม่มีเครื่องหมายเล็กๆ แบบบาร์โค้ดที่อาจเชื่อมโยงได้กับผู้ลงคะแนน

ปัญหาคือ บาร์โค้ดนี้อาจระบุได้ว่าบัตรมาจากต้นขั้วบัตรเล่มไหน เนื่องจากประชาชนต้องลงชื่อรับบัตรในต้นขั้ว หากสแกนบาร์โค้ดได้ ก็อาจรู้ตัวบุคคลที่ลงคะแนนให้พรรคหรือผู้สมัครคนใด สิ่งนี้ทำให้ความลับในการลงคะแนนสูญหาย ซึ่งขัดต่อหลักรัฐธรรมนูญมาตรา 101 ที่กำหนดให้การลงคะแนนต้องเป็นความลับ绝对

เพื่อไทยจ่อรวบรวมหลักฐานปมบาร์โค้ดโผล่: กรณีที่อาจนำไปสู่เลือกตั้งโมฆะ

พรรคเพื่อไทยประชุมต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวาน เพื่อศึกษาว่าปมนี้ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ ในอดีตมีคำสั่งศาลรัฐธรรมนูญให้เลือกตั้งโมฆะมาแล้ว 2 กรณีหลัก คือ 1) การลงคะแนนไม่เป็นความลับ และ 2) การจัดการเลือกตั้งไม่เป็นไปพร้อมกันทั่วประเทศ หากพิสูจน์ได้ว่าบาร์โค้ดทำให้ไม่ลับ พรรคพร้อมดำเนินการทางกฎหมายทันที

สิ่งสำคัญคือ กกต. ไม่มีอำนาจตีความเลือกตั้งโมฆะเอง สามารถสั่งนับคะแนนใหม่หรือเลือกตั้งใหม่ในหน่วยปัญหาได้เท่านั้น การร้องต้องผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาและกฎหมายเลือกตั้ง

ขั้นตอนและแนวทางการดำเนินการของเพื่อไทย

  • รวบรวมหลักฐาน: ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบบัตรเลือกตั้งจริง พยานบุคคลจากหน่วยเลือกตั้ง และข้อมูลเทคนิคการพิมพ์บัตร
  • ยื่นผู้ตรวจการแผ่นดิน: ร้องให้ผู้ตรวจการสอบสวนและส่งศาลรัฐธรรมนูญ
  • รอวินิจฉัยศาล: หากศาลเห็นว่าโมฆะ ต้องเลือกตั้งใหม่ทั้งประเทศ ส่งผลกระทบใหญ่หลวง
  • ปรึกษากฎหมายต่อเนื่อง: ทีมกฎหมายทำงานหนักตั้งแต่เมื่อวานจนถึงปัจจุบัน เพื่อให้รัดกุม

ปมบาร์โค้ดนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก หากพิสูจน์ได้จริง อาจพลิกโฉมการเมืองไทยทั้งหมด พรรคเพื่อไทยยืนยันว่าจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากมีมูลชัดเจน จะไม่ปล่อยผ่าน

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นย่อยอื่นๆ เช่น การพิมพ์บัตรโดยบริษัทใด กกต. อนุมัติหรือไม่ และมีมาตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อไหร่ การตรวจสอบจะช่วยตอบคำถามเหล่านี้ได้ ผู้สนใจสามารถติดตามพัฒนาการได้จากข่าวสารทางการเมือง

ในมุมมองของผู้เขียน ปมนี้สะท้อนปัญหาความโปร่งใสของระบบเลือกตั้งไทยที่ต้องได้รับการแก้ไขด่วน หากเพื่อไทยชนะคดี อาจนำไปสู่การปฏิรูประบบบัตรเลือกตั้งใหม่ทั้งหมด คุณคิดว่าปมบาร์โค้ดจะทำให้เลือกตั้งโมฆะจริงหรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลแพร่กระจาย สมัครรับข่าวสารทางอีเมลเพื่ออัพเดทข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – เพื่อไทยจ่อรวบรวมหลักฐานปมบาร์โค้ดโผล่- ร้องเลือกตั้งโมฆะต้องทำผ่านผู้ตรวจการแผ่นดิน

พรรคประชาชน เปิดเกมสู้ ยื่นขอนับคะแนนใหม่แล้ว 10 เขต

พรรคประชาชน เปิดเกมสู้ ยื่นขอนับคะแนนใหม่แล้ว 10 เขต หลังจากผลการเลือกตั้งออกมา ล่าสุดพรรคประชาชน (ปชน.) ไม่ยอมแพ้ต่อสิ่งที่เชื่อว่าเป็นความผิดปกติในการนับคะแนน โดยประกาศชัดเจนว่า “แพ้-ชนะเป็นเรื่องยอมรับได้ แต่โกงการนับคะแนนเรารับไม่ได้” ซึ่งเป็นคำลั่นจากเพจเฟซบุ๊กอย่างเป็นทางการของพรรค เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 13.35 น.

พรรคประชาชน เปิดเกมสู้ ยื่นขอนับคะแนนใหม่แล้ว 10 เขต

การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางกระแสข่าวการเลือกตั้งที่ร้อนระอุ พรรคประชาชนได้ตั้งทีมเฉพาะกิจเพื่อรับเรื่องร้องเรียนการนับคะแนนผิดปกติทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ และได้ยื่นเรื่องขอนับคะแนนใหม่ใน 10 เขตทันที เพื่อปกป้องเจตจำนงของประชาชนทุกคะแนนเสียง นี่คือหลักฐานชี้ให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความโปร่งใสของกระบวนการเลือกตั้ง

เหตุผลหลักที่พรรคประชาชนตัดสินใจยื่นขอนับคะแนนใหม่ ก็เพราะพบความผิดปกติในหลายพื้นที่ เช่น คะแนนที่ไม่สอดคล้องกับผลสำรวจก่อนหน้า หรือรายงานจากผู้สังเกตการณ์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อผลลัพธ์การเลือกตั้ง พรรคย้ำว่าทุกคะแนนเสียงคือพลังของประชาชน และพวกเขาจะดำเนินคดีทุกกรณีที่พบการทุจริต

รายชื่อ 10 เขตที่พรรคประชาชนยื่นขอนับคะแนนใหม่

  • ขอนแก่น เขต 3: นายชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง
  • ลำปาง เขต 2: น.ส.สุวิภา กุศลจูง
  • สุราษฎร์ธานี เขต 1: นายรัฐภัทร์ พัฒนาศิริรักษ์
  • ชลบุรี เขต 1: นายวรท ศิริรักษ์
  • มหาสารคาม เขต 1: นายธีระวัฒน์ พรรณะ
  • นครราชสีมา เขต 13: น.ส.นาลันทา บุญชิต
  • ชัยนาท เขต 1: นายทรงพล ภัทราภิรมย์
  • สมุทรปราการ เขต 6: นายวีรภัทร คันธะ
  • ตาก เขต 1: นายคริษฐ์ ปานเนียม
  • สระบุรี เขต 1: นายสรพัช ศรีปราชญ์

เขตเหล่านี้ครอบคลุมหลายจังหวัดทั่วประเทศ แสดงให้เห็นว่าปัญหาการนับคะแนนไม่ได้จำกัดอยู่แค่พื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง การยื่นขอนับใหม่จะช่วยให้เกิดความยุติธรรม และอาจพลิกผลการเลือกตั้งในบางเขตได้ หากพบความผิดพลาดจริง

ความสำคัญของการปกป้องคะแนนเสียงประชาชน

ในยุคที่ประชาธิปไตยไทยกำลังถูกทดสอบ พรรคประชาชนกำลังแสดงบทบาทผู้นำในการต่อสู้กับการทุจริตเลือกตั้ง การเคลื่อนไหว พรรคประชาชน เปิดเกมสู้ ยื่นขอนับคะแนนใหม่แล้ว 10 เขต ไม่เพียงแต่ช่วยผู้สมัครของพรรคเท่านั้น แต่ยังเป็นการตั้งมาตรฐานให้กับระบบเลือกตั้งไทยทั้งระบบ หากปล่อยให้เกิดช่องโหว้แบบนี้ต่อไป ประชาชนจะสูญเสียความเชื่อมั่นในกระบวนการ民主

จากข้อมูลเบื้องต้น ทีมเฉพาะกิจของพรรคได้รับเรื่องร้องเรียนนับร้อยเคสทั่วประเทศ และกำลังเร่งตรวจสอบเพิ่มเติม นี่อาจนำไปสู่การตรวจสอบใหญ่ครั้งใหม่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กกต. หรือศาลการเมือง

นอกจากนี้ พรรคยังเรียกร้องให้ประชาชนที่มีหลักฐานความผิดปกติมาร่วมแจ้งเบาะแส เพื่อร่วมกันปกป้องสิทธิเลือกตั้ง สิ่งนี้สะท้อนถึงปรัชญาของพรรคที่ยึดมั่นในหลักประชาชนเป็นใหญ่

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

หากการนับคะแนนใหม่ยืนยันผลเดิม พรรคประชาชนก็พร้อมยอมรับ แต่ถ้าพบความผิดพลาด อาจนำไปสู่การเลือกตั้งใหม่ในบางเขต ส่งผลต่อการจัดสรร ส.ส. และการจัดตั้งรัฐบาล การต่อสู้นี้จึงเป็นเกมชี้ชะตาการเมืองไทยในระยะสั้น

ผู้เชี่ยวชาญการเมืองมองว่า การยื่นขอนับใหม่ของพรรคประชาชนเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ช่วยรักษาฐานเสียงและภาพลักษณ์พรรคในฐานะนักสู้เพื่อประชาชน

สุดท้ายแล้ว การเมืองที่ดีต้องเริ่มจากเลือกตั้งที่โปร่งใส พรรคประชาชนกำลังทำหน้าที่นั้นอย่างเต็มที่ คุณคิดอย่างไรกับการเคลื่อนไหวครั้งนี้? มาแสดงความเห็นในคอมเมนต์ และแชร์บทความนี้เพื่อกระจายข้อมูลให้แพร่หลาย ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวันกับเรา!

ที่มา – พรรคประชาชน เปิดเกมสู้ ยื่นขอนับคะแนนใหม่แล้ว 10 เขต

ชาวบ้านประท้วงเลือกตั้งอุบลราชธานี เขต 6 ขอตรวจคะแนนใหม่

ชาวบ้านถือป้ายประท้วง เลือกตั้ง “อุบลราชธานี เขต 6” ขอตรวจสอบผลนับคะแนนใหม่ หลังสงสัยความโปร่งใสในการนับคะแนนที่อำเภอเขมราฐ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ชาวบ้านและผู้สนับสนุนพรรคไทรวมพลังรวมตัวกันจำนวนมาก เรียกร้องให้มีการตรวจสอบใหม่เพราะคะแนนสูสีและยังไม่ประกาศผลอย่างเป็นทางการ

ชาวบ้านถือป้ายประท้วง เลือกตั้ง “อุบลราชธานี เขต 6” ขอตรวจสอบผลนับคะแนนใหม่

เหตุการณ์ประท้วงเกิดขึ้นเวลา 20.00 น. ที่ที่ว่าการอำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี เขตเลือกตั้งที่ 6 ครอบคลุมอำเภอนาตาล เขมราฐ และโพธิ์ไทร ชาวบ้านไม่พอใจที่อำเภอเขมราฐล่าช้าในการประกาศผล โดยคะแนนระหว่าง นายกิตติกร เชิดชู ผู้สมัครหมายเลข 2 พรรคไทรวมพลัง ได้ 31,581 คะแนน และ น.ส.ธัญธารีย์ สันตพันธุ์ หมายเลข 3 พรรคเพื่อไทย ได้ 33,248 คะแนน ห่างกันเพียง 1,667 คะแนนเท่านั้น มีผู้มาใช้สิทธิ์ 78,114 คน และบัตรเสีย 4,510 ใบ

นางกนกนุช นุชชม ผู้อำนวยการพรรคไทรวมพลัง เปิดเผยว่า พื้นที่อำเภอโพธิ์ไทรประกาศผลแล้ว แต่เขมราฐยังไม่ประกาศ เจ้าหน้าที่อ้างว่านับคะแนนยังไม่เสร็จ ชาวบ้านจึงมารวมตัว เมื่อเข้าไปดูภายในหอประชุม พบกล่องบัตรเลือกตั้งพับกองทิ้งไว้จำนวนมาก ทำให้เกิดความสงสัยยิ่งขึ้น จึงเรียกร้องให้ กกต. จังหวัดมาตรวจสอบและเลือกตั้งใหม่

ชาวบ้านถือป้ายประท้วง เลือกตั้ง อุบลราชธานี เขต 6

เหตุผลที่ชาวบ้านเรียกร้องตรวจสอบผลนับคะแนนใหม่

  • ล่าช้าค่ำไม่ประกาศผล ขณะที่อำเภอใกล้เคียงเสร็จแล้ว
  • คะแนนสูสีแต่ไม่ให้ตรวจสอบ
  • พบกล่องบัตรเลือกตั้งพับกองทิ้ง สงสัยการเก็บรักษา
  • บัตรเสียจำนวนมาก 4,510 ใบ ผิดปกติ

นางพัชรีภรณ์ ทองสุทธิ์ อายุ 50 ปี ชาวบ้านจากตำบลสารภี อำเภอโพธิ์ไทร กล่าวว่า “เรารักประชาธิปไตย ต้องการเลือกตั้งโปร่งใส ทำไมอำเภอโพธิ์ไทรประกาศได้ แต่เขมราฐไม่ชี้แจง คะแนนประกาศมาก็ไม่ตรงกัน ต้องตรวจสอบและเลือกตั้งใหม่” ชาวบ้านวางแผนรวมตัวร้อง กกต. จังหวัดอุบลราชธานี ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์

ภาพประท้วงที่อำเภอเขมราฐ

เหตุการณ์ชาวบ้านถือป้ายประท้วง เลือกตั้ง “อุบลราชธานี เขต 6” ขอตรวจสอบผลนับคะแนนใหม่ สะท้อนปัญหาความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้งท้องถิ่น การนับคะแนนต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ เพื่อรักษาความศรัทธาของประชาชน หากไม่แก้ไข อาจนำไปสู่ข้อพิพาทใหญ่

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นบัตรเสียจำนวนมากที่ต้องตรวจสอบ เพราะอาจบ่งชี้ถึงปัญหาการพิมพ์บัตรหรือการโกงเลือกตั้ง ผู้สมัครและพรรคการเมืองควรเตรียมหลักฐานให้ครบถ้วนเพื่อยื่นร้องเรียน กกต. จะติดตามผลการร้องเรียนนี้อย่างไร คงต้องรอคำชี้ขาดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ชาวบ้านรวมตัวประท้วง

การเลือกตั้งที่โปร่งใสคือหัวใจของประชาธิปไตย หากคุณสนใจข่าวการเมืองท้องถิ่น ลองติดตามเพิ่มเติมและแชร์ความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เราจะอัปเดตความคืบหน้าทุกวัน

ที่มา – ชาวบ้านถือป้ายประท้วง เลือกตั้ง “อุบลราชธานี เขต 6” ขอตรวจสอบผลนับคะแนนใหม่

ไล่เรียงไทม์ไลน์ ชลบุรีเขต 1 มวลชนบุกร้องกกต.

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เราจะมาไล่เรียงไทม์ไลน์ “ชลบุรีเขต 1” กันแบบละเอียดยิบเลยนะครับ เหตุการณ์สุดวุ่นวายที่มวลชนรวมตัวบุกร้องกกต. เพื่อจี้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ หลังจากพบพิรุธเรื่องหีบบัตรเลือกตั้งที่ไม่ได้ปิดรัดกุม ไม่มีสายเคเบิลไทร์รัดและไม่มีลายมือชื่อเจ้าหน้าที่ปิดทับตามระเบียบ ทำเอาประชาชนหลายคนหวั่นใจเรื่องความโปร่งใสในการนับคะแนนมากๆ เลยครับ

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นตั้งแต่เย็นวันที่ 9 ก.พ. 2569 และลากยาวมาถึงวันที่ 10 ก.พ. โดยมวลชนชาวชลบุรีรวมตัวกันที่สนามหน้า อ.เมืองชลบุรี ตรงข้ามโรงยิม ต.บางปลาสร้อย เพื่อเรียกร้องให้มีการตรวจสอบและนับคะแนนใหม่ การเจรจากับนายอำเภอและผอ.กกต.ชลบุรี ก็ไม่เป็นผล จนต้องรอรองเลขาฯ กกต. เดินทางมาชี้แจงเอง บรรยากาศตึงเครียดแต่ยังสงบเรียบร้อยครับ

ไล่เรียงไทม์ไลน์ “ชลบุรีเขต 1” มวลชนบุกร้อง กกต. จี้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่

เพื่อให้เข้าใจง่ายๆ เรามาไล่เรียงไทม์ไลน์ “ชลบุรีเขต 1” กันทีละขั้นตอนเลยนะครับ เหตุการณ์นี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมจับตามอง เพราะเกี่ยวข้องกับความเชื่อมั่นในระบบเลือกตั้งของเราโดยตรง

ช่วงเย็น วันที่ 9 ก.พ. 2569

  • มวลชนเดินทางมารวมตัวที่สนามหน้า อ.เมืองชลบุรี เรียกร้องให้กกต.ชลบุรีตรวจสอบผลนับคะแนนเขต 1 ใหม่ หลังพบหีบบัตรเลือกตั้งเก็บไว้ไม่มิดชิด ไม่มีสายเคเบิลไทร์รัดและไม่มีลายมือชื่อปิดทับ ตามกฎกกต. ทำให้เกิดความสงสัยในความโปร่งใส

ตอนนั้นประชาชนสอบถามเจ้าหน้าที่ ก็ได้คำตอบว่าสายเคเบิลไทร์หมด ทำเอาทุกคนยิ่งไม่เชื่อถือ กลัวว่าจะมีปัญหาในการนับคะแนนจริงๆ ครับ

มวลชนรวมตัวชลบุรีเขต 1

เวลา 20.00 น.

  • มวลชนปิดล้อมรถบรรทุกหีบบัตร กดดันไม่ให้เคลื่อนย้าย รอกำลังเสริมจากกกต. ที่นำรถบรรทุกมาจอดเก็บไว้ที่ยิม พร้อมเจ้าหน้าที่ดูแลความสงบ

เวลา 21.00 น.

นายวรจักร สถาพรภิญโญ นายอำเภอเมืองชลบุรี เรียกตัวแทนมวลชน 6 คนมาพูดคุย ประสานผอ.กกต.ชลบุรี ชี้แจงว่าต้องยื่นเรื่องตามขั้นตอน ไม่สามารถนับใหม่ทันทีได้ แต่ได้แจ้งกกต.กลางแล้ว ประชาชนยังไม่พอใจเพราะกังวลเรื่องการเก็บรักษา

เวลา 23.30 น.

  • มวลชนปักหลักรอคำตอบ นายอำเภอเสนออายัดหีบบัตรไว้ก่อน และแจ้งว่ารองเลขาฯ กกต. จะมาเจรจา
เหตุการณ์ไล่เรียงไทม์ไลน์ ชลบุรีเขต 1

เวลา 01.35 น. วันที่ 10 ก.พ.

ร.ต.อ.ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง เดินทางมาถึง ยืนยันไม่มีอำนาจสั่งนับใหม่ ต้องรอกกต.ชุดใหญ่ประชุมตอน 10.00 น.

เวลา 03.15 น.

  • พบใบนับคะแนนหน่วยที่ 15 ทิ้งในถังขยะที่โรงเรียนอนุบาลวัดกลางดอน โชว์ให้รองเลขาฯ กกต. ดู แนะนำให้เก็บหลักฐานยื่นกกต.ชุดใหญ่

เวลา 08.00 น.

มวลชนยังปักหลักรอผลประชุมกกต. รองเลขาฯ ยังเฝ้าพื้นที่

เหตุการณ์ไล่เรียงไทม์ไลน์ “ชลบุรีเขต 1” นี้ สะท้อนปัญหาความไม่ไว้วางใจในกระบวนการเลือกตั้งครับ การเก็บรักษาหีบบัตรต้องได้มาตรฐานจริงๆ เพื่อป้องกันข้อครหา ถ้ามีหลักฐานชัดเจน กกต.ชุดใหญ่คงต้องพิจารณานับใหม่ให้โปร่งใส ประชาชนมีสิทธิ์ตรวจสอบได้เต็มที่เลยนะครับ

คุณล่ะครับ คิดว่าควรนับคะแนนใหม่ไหม? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ เพื่อรักษาความยุติธรรมในการเลือกตั้งของเราครับ!

ที่มา – ไล่เรียงไทม์ไลน์ “ชลบุรีเขต 1” มวลชนบุกร้อง กกต. จี้นับคะแนนเลือกตั้งใหม่

มวลชนด้อมส้มบุกบางละมุง ร้องนับคะแนน สส.ชลบุรี เขต 8

เหตุการณ์มวลชนด้อมส้มบุก อ.บางละมุง ร้อง กกต. ขอนับคะแนนเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขต 8 ใหม่กลายเป็นประเด็นร้อนในแวดวงการเมืองชลบุรี เมื่อกลุ่มผู้สนับสนุนผู้สมัครจากพรรคประชาชนรวมตัวกันกว่า 200 คน เพื่อเรียกร้องความโปร่งใสในการนับคะแนนเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 8 ซึ่งครอบคลุมพื้นที่อำเภอบางละมุงและพัทยา การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดจากข้อสงสัยหลายประการที่ประชาชนพบเห็นระหว่างกระบวนการเลือกตั้ง สะท้อนถึงความตื่นตัวของประชาชนในการตรวจสอบผลการเลือกตั้ง

มวลชนด้อมส้มบุก อ.บางละมุง ร้อง กกต. ขอนับคะแนนเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขต 8 ใหม่

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 บริเวณหน้าที่ทำการอำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี น.ส.มนัสวิน จันทร์เจริญ หรือที่รู้จักในนาม “ครูเบนซ์” ผู้สมัคร ส.ส. เขต 8 จากพรรคประชาชน ได้นำมวลชนด้อมส้ม กลุ่มผู้ช่วยหาเสียง นักเรียน นักศึกษา และพ่อค้าแม่ค้าพ่อบ้านแม่บ้าน รวมเกือบ 200 คน มาร่วมประท้วงอย่างสงบ พวกเขาต้องการให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นับคะแนนใหม่ และขอคัดสำเนาเอกสารรายงานผลการนับคะแนน หรือใบ ส.ส.5/18 ที่ติดประกาศหน้าหน่วยเลือกตั้ง เพื่อตรวจสอบบัตรดี บัตรเสีย และคะแนนของผู้สมัครแต่ละคน

สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดการรวมตัว

ครูเบนซ์และมวลชนชี้แจงว่าประชาชนมีข้อเคลือบแคลงใจจากข้อมูลที่ส่งมาให้ โดยพบปัญหาหลายอย่างในหน่วยเลือกตั้งต่างๆ ดังนี้

  • บัตรลงคะแนนสีเขียวหมดก่อนบัตรสีชมพู: ทำให้เจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ต้องเบิกเล่มใหม่ สร้างความสงสัยในปริมาณบัตร
  • แสงสว่างไม่เพียงพอ: หน่วยนับคะแนนมีไฟเพียงดวงเดียวต่อคูหา ในขณะที่มี 15 คูหา ทำให้ผู้สังเกตการณ์มองสัญลักษณ์และคะแนนไม่ชัดเจน นำไปสู่การขานคะแนนผิดพลาด
  • ผลคะแนนไม่ตรงกัน: เมื่อเปรียบเทียบกับเอกสาร ส.ส.5/18 พบความคลาดเคลื่อน ซึ่งอาจเกิดจากการวินิจฉัยบัตรหรือบันทึกคะแนน

นอกจากนี้ นายนาธนาธาร ประมูลพงษ์ ว่าที่ ส.ส. เขต 10 พรรคประชาชน ก็มาร่วมด้วย เพื่อสนับสนุนการตรวจสอบ นายอนุศักดิ์ พิริยอมร นายอำเภอบางละมุง ในฐานะผู้อำนวยการเลือกตั้งเขต 8 และนายคำไพร เหลาแสน ปลัดอำเภอ ได้รับเรื่องร้องเรียนและชี้แจงว่า อำเภอไม่มีอำนาจตัดสิน ต้องยื่นต่อกกต.จังหวัด

การชี้แจงจากกกต.ชลบุรี

ครูเบนซ์ได้โทรศัพท์ต่อสายตรงกับกกต.จังหวัดชลบุรี ซึ่งชี้แจงว่า เอกสาร ส.ส.5/18 จะรวบรวมส่งกกต.จังหวัดเพื่อตรวจสอบ ถ่ายสำเนา และเผยแพร่บนเว็บไซต์กกต.จังหวัดและกกต.กลาง หลังประกาศผลอย่างเป็นทางการ ประชาชนสามารถดาวน์โหลดตรวจสอบได้ หากทักท้วงในหน่วยแล้ว ต้องยื่นเอกสารรับรองต่อกกต.จังหวัด สำหรับความคลาดเคลื่อน 1-2 คะแนน อาจเกิดจากการขานหรือวินิจฉัยบัตร แต่หากจำนวนผู้มาใช้สิทธิตรงกับบัตรที่ใช้ จะไม่ถือเป็นบัตรเกิน การนับใหม่ทำได้เฉพาะขั้นตอนตรวจสอบ

เวลา 17.00 น. ครูเบนซ์ชี้แจงขั้นตอนให้มวลชนฟัง ทุกคนลงรายชื่อสนับสนุนร้องเรียน ก่อนแยกย้ายโดยสงบ ไม่มีเหตุรุนแรง

อัปเดตผลคะแนนล่าสุด

ผลนับคะแนน 94% ณ 19.33 น. วันที่ 9 ก.พ. 2569 อันดับ 1 เชาวลิตร แสงอุทัย พรรคภูมิใจไทย 35,060 คะแนน อันดับ 2 ครูเบนซ์ 31,463 คะแนน อันดับ 3 ชาญยุทธ เฮงตระกูล พรรคเพื่อไทย 4,138 คะแนน คะแนนนำสูสีชั้นนำ ทำให้เกิดคำถามถึงความถูกต้อง

เหตุการณ์มวลชนด้อมส้มบุก อ.บางละมุง ร้อง กกต. ขอนับคะแนนเลือกตั้ง สส.ชลบุรี เขต 8 ใหม่นี้เน้นย้ำความสำคัญของกระบวนการเลือกตั้งที่โปร่งใส ปราศจากข้อครหา เพื่อให้ประชาชนเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย การเลือกตั้ง ส.ส.ชลบุรี เขต 8 เป็นสนามสำคัญในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างพัทยาและบางละมุง ซึ่งมีผู้มาใช้สิทธิสูง หากกกต.รับเรื่อง อาจนำไปสู่การตรวจสอบลึกซึ้งยิ่งขึ้น

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวของมวลชนครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการมีส่วนร่วมของประชาชน แสดงถึงพลังของ “ด้อมส้ม” ที่ไม่ยอมแพ้ต่อความไม่ชัดเจน หากคุณพบข้อสงสัยในการเลือกตั้ง ก็อย่าลังเลที่จะร้องเรียนกกต. เพื่อความยุติธรรม ติดตามอัปเดตล่าสุดและแบ่งปันความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – มวลชนด้อมส้มบุก อ.บางละมุง ร้อง กกต. ขอนับคะแนนเลือกตั้ง “สส.ชลบุรี” เขต 8 ใหม่

“เท้ง” ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาว กทม. ยันเดินหน้าต่อ ไม่ท้อ

“เท้ง” ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาว กทม. ยันเดินหน้าต่อ ไม่ท้อ เจอด้อมส้มร้องไห้ต่อหน้า เป็นภาพที่ประทับใจมากในวันนี้ เมื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน นำทีมขึ้นขบวนรถแห่ขอบคุณชาวกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะเขตบางกะปิ ที่ช่วยให้พรรคสไลด์แลนด์ทั้ง 33 เขต สมัยที่ 2 ติดต่อกัน ครั้งแรกในประวัติศาสตร์การเมืองไทย

“เท้ง” ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาว กทม. ยันเดินหน้าต่อ ไม่ท้อ เจอด้อมส้มร้องไห้ต่อหน้า

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 เท้ง-ณัฐพงษ์ พร้อม “ฮา-ก่อเกียรติ” และ “พิจารณ์ เชาพัฒนวงษ์” ว่าที่ ส.ส.กทม.เขต 14 ออกแห่ขอบคุณตั้งแต่ที่ทำการพรรค ผ่านรามคำแหง มาถึงเดอะมอลล์บางกะปิ และถนนลาดพร้าว 101 ตลอดเส้นทาง ชาวบ้านออกมาโบกมือ ตะโกน “สู้ๆ” บางคนถือถุงส้มมอบให้เป็นกำลังใจ สร้างบรรยากาศคึกคัก แม้ผลเลือกตั้งรวมจะไม่เป็นใจ

เท้งกล่าวผ่านไมค์ว่า “วันนี้ผมหัวหน้าเท้ง มาขอบคุณชาว กทม. ที่ยังมีรอยยิ้มและไม่หมดหวัง ถึงเราไม่ชนะจัดตั้งรัฐบาล แต่เราจะเติมกำลังใจให้กัน เดินหน้าต่อ 8 ปีที่ผ่านมาเราเดินมาไกล เดินอีกหน่อยจะเป็นไร อีก 4 ปีข้างหน้าเราจะเป็นรัฐบาล” คำพูดนี้จุดประกายความหวังให้ผู้สนับสนุน

เท้งขึ้นรถแห่ขอบคุณชาวกทม

ช่วงบ่ายทีมงานมาถึงตลาดมีเดีย บางกะปิ เวลา 17.09 น. ชาวบ้านแห่มาทักทาย ถ่ายรูป ชูป้าย “เท้งสู้ๆ” บางคนกอดหอมแก้ม บางคนมอบดอกไม้และถุงส้ม เท้งทักทายพ่อค้าแม่ค้า “สวัสดีครับ วันนี้ผมเท้งมาเติมความหวัง ขอสัญญาไม่ท้อ สู้ไปด้วยกัน”

โมเมนต์สุดซึ้ง เยาวชนด้อมส้มร้องไห้ต่อหน้า

ไฮไลต์คือกลุ่มเยาวชนด้อมส้ม เดินเข้ามาร้องไห้ต่อหน้า บอกว่า “พี่เท้งสู้เพื่ออนาคตของพวกหนูด้วยนะ” เท้งปลอบและขอบคุณ สร้างน้ำตาคลอให้ทุกคน หลังเดินตลาด เท้งยังตอบคำถามเรื่องนับคะแนนใหม่ “เราจะปกป้องทุกคะแนนเสียง” และถามชาวบางกะปิ “เมื่อคืนใครนอนไม่หลับบ้าง? น้ำตาแห่งความหวัง เดินหน้าต่อ ขอเสียงคนไม่ท้อ!”

  • พรรคประชาชนชนะสไลด์แลนด์ กทม. 33 เขต 2 สมัย
  • ขบวนแห่จากที่ทำการพรรค-เดอะมอลล์-ตลาดมีเดีย
  • ประชาชนมอบถุงส้ม-ดอกไม้-กำลังใจล้นหลาม
  • เยาวชนร้องไห้ “สู้เพื่ออนาคตพวกหนู”
  • ยืนยันเดินหน้าทำกฎหมายเพื่อประชาชน

เหตุการณ์นี้แสดงพลังประชาชนที่เหนียวแน่น แม้การเมืองซับซ้อน แต่ความหวังยังไม่ดับ พรรคประชาชนยังมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและผลักดันนโยบายเพื่อประชาชน เช่น สวัสดิการพื้นฐาน การศึกษา สุขภาพ

ในมุมมองผู้เขียน เหตุการณ์ “เท้ง” ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาว กทม. ยันเดินหน้าต่อ ไม่ท้อ เจอด้อมส้มร้องไห้ต่อหน้า เป็นสัญญาณว่ารากหญ้ายังแข็งแกร่ง การเมืองไทยต้องการผู้นำที่ใกล้ชิดประชาชนแบบนี้ สู้ต่อไป!

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดต และร่วมสนับสนุนพรรคที่คุณรักได้ที่เว็บไซต์ของเรา

ที่มา – “เท้ง” ขึ้นรถแห่ขอบคุณชาว กทม. ยันเดินหน้าต่อ ไม่ท้อ เจอด้อมส้มร้องไห้ต่อหน้า

เท้งที่ตลาดมีเดียเยาวชนด้อมส้มร้องไห้

Scroll to top