เลือกตั้งใหม่

เตรียมจัดเลือกตั้งภายใน 60 วัน หลัง นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นในจังหวัดนนทบุรี กรณีการเสียชีวิตของ พ.ต.อ.ธงชัย เย็นประเสริฐ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นนทบุรี ได้สร้างความตกใจให้กับคนในพื้นที่เป็นอย่างมาก ล่าสุดทางคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนนทบุรี (กกต.นนทบุรี) ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับทิศทางการเมืองท้องถิ่นว่าต้องมีการ เตรียมจัดเลือกตั้งภายใน 60 วัน หลัง นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต ตามข้อกำหนดของกฎหมายเพื่อให้การบริหารงานในจังหวัดเดินหน้าต่อไปได้

เตรียมจัดเลือกตั้งภายใน 60 วัน หลัง นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต

นางสาวชุลีพร ชาญใบพัด ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดนนทบุรี ได้เปิดเผยถึงกระบวนการหลังจากนี้ว่า กกต. จำเป็นต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งใหม่ภายในระยะเวลา 60 วันนับจากวันที่ตำแหน่งว่างลง ซึ่งกำหนดการสำคัญคือภายในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 โดยประเด็นที่ประชาชนหลายคนสงสัยคือ สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามปกติ จะไม่มีการเลือกตั้งใหม่ในส่วนนี้ จะเป็นการเลือกตั้งเฉพาะตำแหน่งนายก อบจ. เพียงตำแหน่งเดียวเท่านั้น

รายละเอียดการปฏิบัติงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน

นอกจากเรื่องการ เตรียมจัดเลือกตั้งภายใน 60 วัน หลัง นายก อบจ.นนทบุรี เสียชีวิต แล้ว สิ่งที่ประชาชนควรรู้คือผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อทีมผู้บริหารชุดเดิม ดังนี้:

  • รองนายก อบจ. ทั้ง 3 คน จะต้องพ้นจากตำแหน่งทันทีเมื่อนายก อบจ. เสียชีวิต
  • ปลัด อบจ.นนทบุรี จะเข้ามาทำหน้าที่เป็นผู้รักษาราชการแทน เพื่อดูแลภารกิจต่างๆ ของจังหวัดชั่วคราว
  • ทาง กกต. กำลังหารือร่วมกับปลัด อบจ. ในฐานะผู้อำนวยการการเลือกตั้งท้องถิ่น เพื่อวางแผนงานและประกาศวันรับสมัครให้เร็วที่สุด

สถานการณ์นี้ถือเป็นช่วงรอยต่อที่สำคัญสำหรับการเมืองท้องถิ่นนนทบุรี การเลือกตั้งใหม่ในครั้งนี้จะเป็นการเปิดโอกาสให้คนนนทบุรีได้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกผู้นำคนใหม่ที่จะเข้ามาสานต่องานและพัฒนาจังหวัดต่อไป แม้บรรยากาศจะเต็มไปด้วยความโศกเศร้า แต่ในมุมของการบริหารบ้านเมือง การเลือกตั้งคือหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตยที่จะทำให้การดำเนินงานของ อบจ. นนทบุรี กลับมามีประสิทธิภาพสูงสุดอีกครั้ง เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าจะมีใครลงสมัครชิงตำแหน่งนี้บ้าง และใครจะเป็นผู้ได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องชาวนนทบุรีในวันเลือกตั้งที่จะถึงนี้

ที่มา – เตรียมจัดเลือกตั้งภายใน 60 วัน หลัง “นายก อบจ.นนทบุรี” เสียชีวิต

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้เลือกตั้ง นายก อบจ.ขอนแก่น ใหม่

ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้เลือกตั้ง นายก อบจ.ขอนแก่น ใหม่

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่ชาวขอนแก่นกำลังให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อล่าสุดศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้มีคำพิพากษาสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อตำแหน่งบริหารสูงสุดของท้องถิ่น โดยมีคำสั่งให้มีการเลือกตั้ง นายก อบจ.ขอนแก่น ใหม่ หลังจากพิจารณาพยานหลักฐานจากกรณีที่มีการร้องเรียนเรื่องความไม่โปร่งใสในการเลือกตั้งที่ผ่านมา

รายละเอียดเหตุผลเบื้องหลังคำสั่งเลือกตั้ง นายก อบจ.ขอนแก่น ใหม่

สำหรับการอ่านคำพิพากษาในคดีหมายเลขดำที่ ลต.อบจ.1/2569 ศาลอุทธรณ์ภาค 4 ได้พิจารณาพฤติการณ์ของพยานที่ กกต. กล่าวอ้าง ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแจกเงินและมีพฤติการณ์ส่อไปในทางทุจริต การเลือกตั้งครั้งใหม่นี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทุกฝ่ายต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด โดยศาลระบุชัดเจนว่าคำกล่าวอ้างของพยานที่ระบุว่าเป็นการจ่ายค่าจ้างขับรถหรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ นั้นไม่สามารถรับฟังได้ และพฤติกรรมดังกล่าวถือเป็นเรื่องที่กระทบต่อภาพลักษณ์ความโปร่งใสของจังหวัดขอนแก่นอย่างรุนแรง

เหตุผลหลักที่ศาลตัดสินให้มีการเลือกตั้งใหม่ มีดังนี้:

  • พฤติการณ์ของพยานที่ส่อไปในทางทุจริตและไม่โปร่งใส
  • หลักฐานการแจกเงินที่ผู้รับมีความเชื่อมโยงกับความน่าเชื่อถือของผู้สมัคร
  • การปกป้องภาพลักษณ์และชื่อเสียงของจังหวัดขอนแก่นจากการซื้อสิทธิขายเสียง

ในระหว่างการรับฟังคำพิพากษา นายวัฒนา ช่างเหลา ได้เดินทางมาพร้อมทีมทนายความด้วยท่าทีสงบ ก่อนจะเดินทางกลับโดยไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ กับสื่อมวลชน ขั้นตอนต่อไปหลังจากนี้จะเป็นหน้าที่ของ กกต. และ อบจ.ขอนแก่น ที่จะต้องดำเนินการจัดการเลือกตั้งใหม่ให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายเลือกตั้งท้องถิ่นอย่างเคร่งครัด

ความเคลื่อนไหวนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญของแวดวงการเมืองระดับท้องถิ่นที่สะท้อนว่า ทุกกระบวนการตรวจสอบมีความหมาย และเสียงของประชาชนในการเลือกตั้งต้องเป็นไปอย่างสุจริตยุติธรรมที่สุด เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าผู้สมัครแต่ละรายจะมีท่าทีอย่างไร และบรรยากาศการเลือกตั้งครั้งใหม่จะเข้มข้นขึ้นเพียงใด

ที่มา – ศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำสั่งให้เลือกตั้ง “นายก อบจ.ขอนแก่น” ใหม่

ดร.เรือบิน เผยบาร์โค้ดย้อนลำดับบัตร หวั่น Big Data

การเลือกตั้งในประเทศไทยกำลังเผชิญประเด็นร้อนที่หลายคนจับตา นั่นคือเรื่อง บาร์โค้ดย้อนลำดับบัตร ซึ่ง “ดร.เรือบิน” หรือนายธรรม์ธีร์ สุกโชติรัตน์ ผู้อำนวยการดีโหวต มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้ออกมาเผยว่าสามารถพิสูจน์ได้แล้ว ว่าบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้งสามารถย้อนกลับไปเชื่อมโยงกับบุคคลที่มาใช้สิทธิได้ สร้างความกังวลเรื่องการนำข้อมูลไปใช้เป็น Big Data วางแผนการเมืองในอนาคต

“ดร.เรือบิน” เผยพิสูจน์แล้ว บาร์โค้ดย้อนลำดับบัตร

ในที่ประชุมของคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ที่โรงแรมโนโวเทล กรุงเทพฯ ดร.เรือบินได้อธิบายวิธีการตรวจสอบอย่างละเอียด โดยใช้กล้องบันทึกภาพผู้มาใช้สิทธิในวันเลือกตั้งใหม่ที่กรุงเทพมหานคร เมื่อ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตลอดทั้งวัน จากนั้นนำภาพมาจำลองด้วย AI เพื่อคาดเดาการเลือกตั้งของแต่ละคน โดยเปรียบเทียบกับลำดับบัตรสีเขียวและสีชมพูในช่วงนับคะแนน สามารถจับคู่ได้ว่าบัตรใบไหนเป็นของผู้ใช้สิทธิคนที่เท่าไหร่

กระบวนการนี้เผยให้เห็นช่องโหว่ใหญ่ เพราะผู้ที่ตั้งใจทุจริตสามารถตรวจสอบได้ว่าการซื้อเสียงสำเร็จหรือไม่ แม้จะไม่แม่นยำ 100% แต่ก็เพียงพอต่อการนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ โดยเฉพาะหากหน่วยงานที่มีอำนาจรวบรวมเป็น Big Data เพื่อวางแผนทางการเมืองระยะยาว

สมชัย ศรีสุทธิยากร เสนอเลือกตั้งจำลองถอดรหัสบาร์โค้ด

ด้านนายสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีตกรรมการการเลือกตั้ง ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่าบัตรสีเขียวมี QR Code ที่เชื่อมกับเล่มบัตร ซึ่งแต่ละเล่มมี 20 ใบ ใช้โค้ดเดียวกัน จึงอาจไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่บัตรสีชมพูมีบาร์โค้ดด้านล่างที่สแกนได้ด้วยมือถือ แสดงรหัส 9 หลักของแต่ละใบ ทำให้ย้อนกลับไปยังบุคคลได้ง่ายๆ เพียงแค่สังเกตหน่วยเลือกตั้ง

เพื่อพิสูจน์ชัดเจน สมชัยประกาศจัดเลือกตั้งจำลองในวันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 13.30 น. โดยเชิญสื่อมวลชน 10 คนมาใช้สิทธิในคูหา ถ่ายรูปเก็บไว้ หลังจากนั้นให้ทีมผู้เชี่ยวชาญ 5 ทีมและทีมประชาชน 5 ทีม (นักศึกษา มัธยม ประถม ประชาชนทั่วไป) ถอดรหัสบาร์โค้ดภายใน 30 นาที โดยใช้อุปกรณ์ตัวเอง เพื่อแสดงว่าบัตรเลือกตั้งแบบนี้ไม่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ยังเชิญอัครราชทูต各国และนักวิชาการมาร่วมเป็นสักขีพยาน รวมถึงส่งเรื่องไปยังวุฒิสภา คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง เพื่อยืนยันว่าการเลือกตั้ง 8 กุมภาพันธ์ ไม่มีความลับในการออกเสียง

ความเสี่ยงของบาร์โค้ดย้อนลำดับบัตรต่อประชาธิปไตย

บาร์โค้ดย้อนลำดับบัตร ไม่เพียงเปิดช่องให้ทุจริต แต่ยังเสี่ยงต่อการละเมิดความเป็นส่วนตัวของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง กกต. อ้างว่าใช้ป้องกันบัตรปลอม แต่ดร.เรือบินมองว่าถ้านับคะแนนใหม่ทั่วประเทศ จะเห็นความคลาดเคลื่อนชัดเจน การเลือกตั้งครั้งหน้าคงไม่มีโค้ดนี้แล้ว แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องแก้ไข

  • ช่องโหว่หลัก: บาร์โค้ดเชื่อมลำดับผู้มาโหวต
  • เครื่องมือถอดรหัส: AI + กล้องบันทึก + สแกนมือถือ
  • ผลกระทบ: Big Data สำหรับวางแผนซื้อเสียงและจัดการการเมือง
  • แนวทางแก้: เลือกตั้งจำลอง + ปฏิรูป กกต. + แก้รัฐธรรมนูญ

ประเด็นนี้สะท้อนถึงความจำเป็นในการปฏิรูปองค์กรอิสระ เพื่อให้การเลือกตั้งโปร่งใสและยุติธรรมแท้จริง หากปล่อยไว้ ประชาธิปไตยไทยอาจถูกบ่อนทำลายจากเทคโนโลยีที่ควรช่วยเหลือ

คุณคิดอย่างไรกับเรื่องบาร์โค้ดย้อนลำดับบัตรนี้? มันจะเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยได้หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อให้คนไทยตื่นตัวเรื่องการเลือกตั้งที่โปร่งใสกันเถอะ!

ที่มา – “ดร.เรือบิน” เผยพิสูจน์แล้ว บาร์โค้ดย้อนลำดับบัตร หวั่นถูกใช้ข้อมูล Big Data วางแผนการเมือง

“กัณวีร์” แฉ โผล่อีกลงคะแนนแล้ว แต่ไม่มีคะแนน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามาคุยกันเรื่องร้อนๆ ที่กำลังเป็นประเด็นใหญ่ในวงการเลือกตั้งไทยเลยนะครับ “กัณวีร์” แฉ โผล่อีกลงคะแนนแล้ว แต่ไม่มีคะแนน นี่แหละครับที่นายกัณวีร์ สืบแสง หัวหน้าพรรคพลวัต ออกมาแฉแบบจัดเต็ม เกี่ยวกับความผิดปกติในการนับคะแนนเลือกตั้ง สส. ครั้งนี้ที่กำลังจะกลายเป็นประวัติศาสตร์อัปยศของไทยไปซะแล้ว

“กัณวีร์” แฉ โผล่อีกลงคะแนนแล้ว แต่ไม่มีคะแนน

ย้อนกลับไปวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 กกต. กำลังจะประกาศรับรองผลเลือกตั้ง สส. หลังจากวันเลือกตั้งเมื่อ 8 กุมภาพันธ์ ผ่านไปถึง 17 วันเต็มๆ กว่าจะได้ผลออกมา 95% นับว่านานพอสมควรสำหรับระบบที่ควรจะโปร่งใสและรวดเร็วใช่ไหมล่ะครับ แต่ที่สำคัญกว่าคือ นายกัณวีร์ชี้ว่าการเลือกตั้งครั้งนี้มีปัญหาเพียบ ทั้งบัตรเขย่งไม่ว่าจะหลักร้อยหรือพัน คะแนนหาย และการเขย่าแบบต่างๆ ที่ทำให้ประชาชนตั้งคำถามว่าอำนาจสูงสุดอยู่ที่ไหนกันแน่

ปัญหาหลักที่ “กัณวีร์” แฉ โผล่อีกลงคะแนนแล้ว แต่ไม่มีคะแนน คือการใช้บาร์โค้ดและ QR Code ในบัตรเลือกตั้งทั้งแบบบัญชีรายชื่อและเขต ซึ่งทำให้ไม่มีความลับในการลงคะแนนเลย แม้ กกต. จะอ้างว่ามีมาตรการเข้มงวดแค่ไหน แต่เจตนาชัดเจนว่าสามารถตรวจสอบบัตรต้นทางกับบัตรลงคะแนนได้ นายกัณวีร์ที่เคยทำงานด้านเก็บชั้นความลับราชการมานาน ย้ำว่าความลับต้องมีองค์ประกอบ 4 อย่าง

องค์ประกอบของ “ความลับ” ที่ขาดหายไปในการเลือกตั้ง

  • มีข้อเท็จจริง
  • มีคนรู้ข้อเท็จจริงนั้น
  • มีการเก็บข้อเท็จจริงโดยไม่มีช่องทางเข้าถึง
  • หลักฐานไม่สามารถถูกล่วงรู้ได้

แต่ในเลือกตั้งครั้งนี้ ขาดข้อ 3 และ 4 ไปเรียบร้อย ทำให้ไม่ใช่ความลับจริงๆ แถมยังมีข่าวว่าการเลือกตั้งใหม่ยิ่งแย่ ถ่ายรูปผู้มาใช้สิทธิ์ เรียงลำดับ แล้วลิงก์กับบาร์โค้ดได้อีก!

ที่หนักสุดคือกรณีของพรรคพลวัตเองเลยครับ ได้ยินจากพี่ท่านหนึ่งใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา หมู่คอหงส์ บอกว่าลงคะแนนเบอร์ 7 พรรคพลวัตชัดๆ แต่พอไปดูกระดานรวมคะแนนในหน่วย กลับไม่มีเบอร์ 7 แม้แต่คะแนนเดียว! ไปถามเจ้าหน้าที่ก็โดนบอกให้ไปดูกระดานรวมเฉยๆ นี่มันอะไรกันครับ เขย่ง เขย่า ปิดบัง คะแนนหายครบสูตร

นายกัณวีร์สรุปว่าการเลือกตั้งแบบนี้ อำนาจไม่ใช่ของประชาชนแน่นอน ไหนๆ ก็บอกว่าอำนาจสูงสุดเป็นของประชาชน แต่ทำไมกระบวนการถึงมืดมนขนาดนี้ คุณล่ะครับคิดยังไงกับเรื่องนี้ มันสะท้อนปัญหาการเมืองไทยที่ลึกซึ้งแค่ไหน

ผมว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องเทคนิค แต่กระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตยทั้งหมด ถ้าคะแนนลงแล้วหายแบบนี้ ครั้งหน้าจะกล้าออกมาใช้สิทธิ์กันไหม ในต่างประเทศอย่างญี่ปุ่นหรือเยอรมนี การเลือกตั้งโปร่งใสขนาดไหน ตรวจสอบได้ทุกขั้นตอนโดยไม่ละเมิดความลับ ไทยเราควรเรียนรู้และปรับปรุงด่วน ก่อนที่ประชาชนจะหมดศรัทธาไปหมด

สุดท้าย นายกัณวีร์เรียกร้องแบบสั้นๆ ว่า “คืนอำนาจให้ประชาชน” ซึ่งผมเห็นด้วยสุดๆ คุณคิดว่าทำยังไงถึงจะแก้ได้ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ หรือติดตามบล็อกเราเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองร้อนๆ ต่อไป อย่าปล่อยให้อำนาจหลุดมือไปง่ายๆ นะ!

ที่มา – “กัณวีร์” แฉ โผล่อีกลงคะแนนแล้ว แต่ไม่มีคะแนน ชี้เลือกตั้งครั้งนี้ มีทั้งเขย่ง-เขย่า-คะแนนหาย

“อนุทิน” บอกทุกอย่างมีขั้นตอน เชื่อเป็นรัฐบาลรักษาการไม่นาน

“อนุทิน” บอกทุกอย่างมีขั้นตอน เชื่อเป็นรัฐบาลรักษาการไม่นาน เป็นประโยคที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้กล่าวกับสื่อมวลชนเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 สร้างความสนใจให้กับประชาชนและนักการเมืองจำนวนมากในช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองไทยกำลังตึงเครียด

“อนุทิน” บอกทุกอย่างมีขั้นตอน เชื่อเป็นรัฐบาลรักษาการไม่นาน

เหตุการณ์เกิดขึ้นที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 14.00 น. ก่อนที่นายอนุทินจะเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานฉลองพระชนมายุ 99 พรรษา สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อัมพร อมฺพโร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ในวันที่ 26 มิถุนายน และการประชุมคณะกรรมการอำนวยการจัดงานเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสุทิดา พัชรสุธาพิมลลักษณ พระบรมราชินี เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ 3 มิถุนายน นายอนุทินได้ทักทายสื่อมวลชนที่ดักรอสัมภาษณ์ด้วยคำว่า “เจริญพร”

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงผลกระทบจากการเป็นรัฐบาลรักษาการที่อาจยืดเยื้อ นายกรัฐมนตรีตอบอย่างมั่นใจว่า “ไม่นานหรอก ทุกอย่างมีขั้นตอน” คำตอบนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นในกระบวนการทางการเมืองที่กำลังดำเนินไป โดยรัฐบาลรักษาการมีหน้าที่รักษาการบริหารประเทศชั่วคราว จนกว่าจะมีรัฐบาลใหม่มาบริหารต่อ

ความหมายของรัฐบาลรักษาการและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

รัฐบาลรักษาการคือรัฐบาลที่ปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวหลังการเลือกตั้งหรือการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล โดยมีข้อจำกัด เช่น ไม่สามารถตั้งกระทรวงใหม่หรือแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการระดับสูงได้ คำกล่าวของ “อนุทิน” บอกทุกอย่างมีขั้นตอน เชื่อเป็นรัฐบาลรักษาการไม่นาน จึงช่วยคลายความกังวลของประชาชนที่กลัวว่ารัฐบาลจะลากยาว ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและนโยบายสาธารณะ

  • ช่วยรักษาความมั่นคงทางการเมือง
  • เร่งกระบวนการจัดตั้งรัฐบาลใหม่
  • ลดความเสี่ยงต่อการหยุดชะงักของโครงการรัฐ
  • สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

ในบริบทของการเมืองไทยปัจจุบัน การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรครั้งล่าสุดนำไปสู่การเจรจาระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อจัดตั้งรัฐบาลผสม นายอนุทินในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นพรรคสำคัญในการเจรจา จึงมีบทบาทสำคัญ คำพูดนี้ยืนยันว่ารัฐบาลรักษาการจะไม่ยืดเยื้อเกินไป

มุมมองอนาคตของการเมืองไทย

จากคำกล่าว “อนุทิน” บอกทุกอย่างมีขั้นตอน เชื่อเป็นรัฐบาลรักษาการไม่นาน คาดว่ารัฐบาลใหม่น่าจะเกิดขึ้นภายในไม่กี่สัปดาห์ หากการเจรจาระหว่างพรรคสำเร็จ นโยบายหลักที่คาดว่าจะเร่งดำเนินการ ได้แก่ การกระตุ้นเศรษฐกิจ การแก้ปัญหาค่าครองชีพ และการปฏิรูปโครงสร้างการเมือง นอกจากนี้ ยังมีประเด็นร้อนอย่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่รอการพิจารณา

ประชาชนควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากทุกขั้นตอนทางการเมืองส่งผลโดยตรงต่อชีวิตประจำวัน การที่นายอนุทินแสดงความมั่นใจนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่ช่วยลดความไม่แน่นอนในประเทศ

ในมุมมองของผู้เขียน คำพูดนี้ไม่เพียงคลายกังวล แต่ยังแสดงถึงความเป็นมืออาชีพของผู้นำไทยที่ยึดมั่นในกระบวนการประชาธิปไตย ลองติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตความคืบหน้า!

ที่มา – “อนุทิน” บอกทุกอย่างมีขั้นตอน เชื่อเป็นรัฐบาลรักษาการไม่นาน

เลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ หน่วยที่ 4 เขต 6 จ.อุดรธานี “พรรคเพื่อไทย” คะแนนนำ

วันนี้เรามาพูดถึงเรื่องร้อนๆ ในวงการการเมืองท้องถิ่นกันครับ เลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ หน่วยที่ 4 เขต 6 จ.อุดรธานี “พรรคเพื่อไทย” คะแนนนำ ซึ่งเป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะชาวอุดรธานีและผู้ติดตามสถานการณ์เลือกตั้งทั่วประเทศ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากมีปัญหาในหน่วยเลือกตั้งเดิม ทำให้ต้องจัดการเลือกตั้งใหม่เฉพาะ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ

เลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ หน่วยที่ 4 เขต 6 จ.อุดรธานี “พรรคเพื่อไทย” คะแนนนำ

backstory ของเรื่องนี้เริ่มจากกรณีที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) หน่วยที่ 4 ม.4 ต.โพนสูง อ.ไชยวาน จ.อุดรธานี เกิดพลาดฉีกบัตรเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อผิด ส่งผลให้การลงคะแนนมีปัญหา สุดท้ายสนง.กกต.อุดรธานีรายงานไปยังกกต.กลาง ซึ่งมีมติให้เลือกตั้งใหม่ในวัน 22 ก.พ. 2569 เฉพาะส่วนปาร์ตี้ลิสต์เท่านั้น

การเลือกตั้งครั้งนี้จัดขึ้นที่ศาลาประชาคมหมู่บ้าน บ้านห้วยยาง โดยมี นส.สมิหรา เดชะอังกูร ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดอุดรธานี เป็นผู้ควบคุมหลัก ร่วมด้วยนายสฤษดิ์ รัตนวงศ์ นายอำเภอไชยวาน ปลัดอำเภอ นักสังเกตการณ์จาก We Watch 5 ท่าน เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.ไชยวาน นำโดย พ.ต.อ.รัฐพลชัย เพ็ญสงคราม ผู้กำกับการ มาควบคุมให้โปร่งใส

ผลการนับคะแนนอย่างเป็นทางการ

ผู้มาใช้สิทธิ์ในหน่วยนี้มี 335 คน จากผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด 700 คนในประเทศ และ 30 คนในต่างประเทศ การนับคะแนนดำเนินไปอย่างช้าๆ แต่ชัดเจน ท่ามกลางสายตาของสักขีพยาน เมื่อปิดหีบเวลา 18.20 น. ผลออกมาว่า:

  • พรรคเพื่อไทย: 86 คะแนน (นำโด่ง)
  • พรรคภูมิใจไทย: 81 คะแนน (ตามติด)
  • พรรคประชาชน: 70 คะแนน

สรุปบัตรทั้งหมด: บัตรดี 322 ใบ, บัตรเสีย 4 ใบ, ไม่เลือกพรรค 9 ใบ แสดงให้เห็นถึงการเลือกตั้งที่ค่อนข้างเรียบร้อย แม้จะมีปัญหาเดิม

ความสำคัญของการเลือกตั้งใหม่นี้

เหตุการณ์ เลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ หน่วยที่ 4 เขต 6 จ.อุดรธานี “พรรคเพื่อไทย” คะแนนนำ ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กๆ แต่สะท้อนถึงความโปร่งใสของระบบเลือกตั้งไทย ปัญหาฉีกบัตรผิดเกิดขึ้นได้ แต่กกต.แก้ไขได้รวดเร็ว ชาวบ้านในพื้นที่อย่างบ้านห้วยยาง ต.โพนสูง ก็ได้แสดงเสียงของตัวเองอีกครั้ง ผลที่พรรคเพื่อไทยนำ อาจบ่งชี้ถึงกระแสการเมืองท้องถิ่นที่ยังแรง โดยเฉพาะในภาคอีสานที่เป็นฐานเสียงหลัก

นอกจากนี้ การมีนักสังเกตการณ์และตำรวจมาร่วม ช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชน หากเทียบกับเลือกตั้งใหญ่ การนับคะแนนที่นี่ช้าแต่ละเอียด ถ้วนถี่ หลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดซ้ำ

บทวิเคราะห์และแนวโน้ม

จากคะแนน พรรคเพื่อไทยได้เปรียบเล็กน้อย แต่พรรคภูมิใจไทยไล่จี้ใกล้เคียง แสดงถึงการแข่งขันที่สูสี พรรคประชาชนตามมาในอันดับ 3 ซึ่งอาจส่งผลต่อที่นั่งส.ส.บัญชีรายชื่อโดยรวม ชาวอุดรธานีซึ่งเป็นจังหวัดใหญ่ในอีสาน ผลลัพธ์นี้อาจเป็นสัญญาณบวกสำหรับพรรครัฐบาล

สำหรับภาพบรรยากาศ มีผู้สื่อข่าวและชาวบ้านมาร่วมเฝ้าดูจำนวนมาก บ่งบอกถึงความสนใจสูงในประเด็นนี้ หากคุณอยู่แถวอุดรธานี ลองแวะไปดูด้วยตัวเองครั้งหน้าได้นะครับ

สรุปแล้ว เลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ หน่วยที่ 4 เขต 6 จ.อุดรธานี “พรรคเพื่อไทย” คะแนนนำ เป็นตัวอย่างที่ดีของการแก้ปัญหาเลือกตั้งอย่างมีประสิทธิภาพ สะท้อนประชาธิปไตยที่ยังเข้มแข็งในท้องถิ่น

คุณคิดอย่างไรกับผลนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้ติดตามกันครับ! ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมที่นี่เพื่อไม่พลาดทุกเหตุการณ์สำคัญ

ที่มา – เลือกตั้งปาร์ตี้ลิสต์ใหม่ หน่วยที่ 4 เขต 6 จ.อุดรธานี “พรรคเพื่อไทย” คะแนนนำ

นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ จ.น่าน เขต 1 หน่วย 3 ปชน.-กล้าธรรมเท่ากัน

เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 มีการรายงานผลการ นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ จ.น่าน เขต 1 หน่วย 3 “ปชน.-กล้าธรรม” ได้คะแนนสูงสุดเท่ากัน ซึ่งกลายเป็นประเด็นร้อนในพื้นที่ทันที หลังจากเกิดเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.) ฉีกบัตรลงคะแนนผิดพลาดถึง 69 ใบ ส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งก่อนเป็นโมฆะ และต้องจัดเลือกตั้งใหม่เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สิทธิอย่างเต็มที่

นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ จ.น่าน เขต 1 หน่วย 3 “ปชน.-กล้าธรรม” ได้คะแนนสูงสุดเท่ากัน

บรรยากาศตลอดวันเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ประชาชนในอำเภอเมืองน่านทยอยเดินทางมาใช้สิทธิอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวทางการเมืองของชาวน่าน ผู้มีสิทธิทั้งหมด 579 คน มีผู้มาใช้สิทธิ 349 คน คิดเป็นเปอร์เซ็นต์ประมาณ 60% ลดลงจากครั้งก่อนที่ 425 คน เนื่องจากบางส่วนทำงานหรือศึกษาอยู่ต่างจังหวัด

บรรยากาศการเลือกตั้ง

สาเหตุของการเลือกตั้งใหม่

เหตุการณ์ฉีกบัตรผิดพลาดเกิดขึ้นในการเลือกตั้งครั้งก่อน ทำให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) จังหวัดน่านต้องสั่งให้โมฆะเฉพาะหน่วยที่ 3 เขต 1 เพื่อรักษาความยุติธรรม นี่เป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการทำงานที่รอบคอบของเจ้าหน้าที่เลือกตั้ง เพราะแม้จะเป็นความผิดพลาดเล็กน้อย แต่ส่งผลกระทบต่อสิทธิของประชาชนทั้งหน่วย

บรรยากาศและการอำนวยความสะดวก

ตั้งแต่เช้าตรู่ หน่วยเลือกตั้งเปิดรับผู้มาใช้สิทธิทันที มีเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกเต็มที่ รวมถึงจัดสถานที่ให้ผู้สูงอายุและผู้พิการได้ใช้สิทธิได้ง่ายดาย บรรยากาศอบอุ่น ผู้เลือกตั้งหลายคนแสดงความยินดีที่ได้มีโอกาสลงคะแนนใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชนที่ให้ความสำคัญกับการเมืองท้องถิ่น

เมื่อถึงเวลา 17.00 น. หีบเลือกตั้งปิดลงทันที และเริ่มนับคะแนนต่อหน้าประชาชน ผู้สมัคร และผู้สังเกตการณ์ เพื่อความโปร่งใสทุกขั้นตอน

การนับคะแนน

ผลการนับคะแนนแบบไม่เป็นทางการ

  • หมายเลข 3 นายเชาว์วิชญ์ ยาน้อย พรรคประชาชน: 112 คะแนน
  • หมายเลข 8 ว่าที่ร้อยเอกณัฐ เธียรสูตร พรรคกล้าธรรม: 112 คะแนน

ทั้งสองพรรคได้คะแนนสูงสุดเท่ากัน สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ติดตามผล สะท้อนถึงการแข่งขันที่สูสีในเขตนี้ กกต.ยืนยันว่าจะรวบรวมผลและประกาศอย่างเป็นทางการต่อไป ผู้ที่เคยใช้สิทธิครั้งก่อนไม่ต้องกังวลเรื่องแจ้งเหตุไม่ไปใช้สิทธิ

เจ้าหน้าที่ดูแล
ผลคะแนน

การดูแลความเรียบร้อย

นายประธาน พรหมเผ่า ผู้อำนวยการสำนักงาน กกต. จังหวัดน่าน เดินทางมาสังเกตการณ์ด้วยตนเอง ขณะที่ พ.ต.อ.ชาญณรงค์ รัชตประทาน ผู้กำกับการ สภ.เมืองน่าน นำกำลังพลดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยใกล้ชิด ทำให้การเลือกตั้งผ่านไปด้วยดี ไม่มีเหตุวุ่นวายใดๆ

การจัดการครั้งนี้ยึดตามมาตรฐานเดียวกับวันเลือกตั้งทั่วไป ตั้งแต่เปิดหน่วย จัดการบัตรลงคะแนน ไปจนถึงนับคะแนน ทุกอย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการรักษาความสุจริต

ผลการนับคะแนนที่สูสีนี้แสดงให้เห็นถึงความนิยมที่แบ่งเกลี่ยกันของทั้งสองพรรคในพื้นที่ ซึ่งอาจนำไปสู่การต่อสู้รอบนอกในขั้นตอนต่อไป ชาวน่านคงต้องจับตาดูการประกาศผลอย่างเป็นทางการต่อไป

หากคุณสนใจข่าวการเมืองท้องถิ่นและการเลือกตั้ง ติดตามอัปเดตล่าสุดจากเราเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ สามารถแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ด้วยนะครับ!

ที่มา – นับคะแนนเลือกตั้งใหม่ จ.น่าน เขต 1 หน่วย 3 “ปชน.-กล้าธรรม” ได้คะแนนสูงสุดเท่ากัน

กทม. หน่วย 10 เขต 15 พรรคประชาชนเหมาทั้งเขต

สวัสดีเพื่อนๆ ชาวเน็ตทุกคน วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัพเดทกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ หลังจากที่การเลือกตั้งใหม่ใน กทม. หน่วย 10 เขต 15 พรรคประชาชนเหมาทั้งเขต ปิดหีบไปเรียบร้อย ทีมงาน กปน. ก็ลงมือ นับคะแนนกันอย่างรวดเร็วทันที ตื่นเต้นมากเพราะประชาชนและนักการเมืองแห่มาสังเกตการณ์เพียบ บรรยากาศคึกคักสุดๆ เหมือนดูบอลโลกเลยล่ะ!

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่พายุฝนเล่นงานหนัก ทำให้บัตรเลือกตั้งเสียหาย ต้องเลือกตั้งใหม่ในหน่วยเลือกตั้งที่ 10 เขตเลือกตั้งที่ 15 แขวงคันนายาว เขตคันนายาว กรุงเทพฯ บริเวณอาคารอมรพันธ์แชทเทลไลท์คอนโดทาวน์นั่นเอง เมื่อเวลา 17.26 น. วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2569 เริ่มนับคะแนนทั้ง สส. แบ่งเขต สส. บัญชีรายชื่อ และบัตรประชามติ จนกระทั่ง 18.16 น. เสร็จสิ้นพอดี ผลออกมาทำให้แฟนๆ พรรคประชาชนกรี๊ดแตกแน่นอน

กทม. หน่วย 10 เขต 15 พรรคประชาชนเหมาทั้งเขต

นี่คือหัวใจของข่าววันนี้เลยครับ กทม. หน่วย 10 เขต 15 พรรคประชาชนเหมาทั้งเขต ไม่ใช่แค่ชนะ สส. แบ่งเขตเท่านั้น แต่ปาร์ตี้ลิสต์ก็กวาดเรียบด้วย มาดูรายละเอียดกันแบบละเอียดยิบเลยนะ

ผลคะแนนบัตร สส. แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

  • อันดับ 1: นายวิทวัส ติชะวาณิชย์ ผู้สมัคร สส.กทม. พรรคประชาชน ได้ 134 คะแนน – ชนะขาดลอยเลย!
  • อันดับ 2: นายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ พรรคเพื่อไทย 76 คะแนน
  • อันดับ 3: นายถนอม อ่อนเกตุพล พรรคภูมิใจไทย 50 คะแนน
  • อันดับ 4: น.ส.ฐิตยากร พรโรจนากูร พรรคประชาธิปัตย์ 18 คะแนน

ผลคะแนนบัตร สส. แบบบัญชีรายชื่อ (ปาร์ตี้ลิสต์)

  • อันดับ 1: พรรคประชาชน 143 คะแนน – เหมาแบบไม่เกรงใจใคร
  • อันดับ 2: พรรคภูมิใจไทย 63 คะแนน
  • อันดับ 3: พรรคเพื่อไทย 39 คะแนน
  • อันดับ 4: พรรคประชาธิปัตย์ 23 คะแนน
  • อันดับ 5: พรรคไทยภักดี 6 คะแนน

ผลบัตรประชามติ

  • เห็นชอบ 203 คะแนน – มากกว่า 70%
  • ไม่เห็นชอบ 87 คะแนน
  • ไม่แสดงความเห็น 13 คะแนน

เห็นมั้ยครับ ผลออกมาแบบนี้ พรรคประชาชนครองใจชาวคันนายาวเต็มๆ ชาวบ้านที่นี่ดูจะชื่นชอบนโยบายของพรรคนี้มาก โดยเฉพาะเรื่องแก้ปัญหาชีวิตประจำวันในกรุงเทพฯ ที่รถติด น้ำท่วม อะไรพวกนี้ การที่พรรคกวาดทั้งเขตและลิสต์ แสดงให้เห็นถึงกระแสที่แรงมากในพื้นที่เขตคันนายาว ก่อนหน้านี้ การเลือกตั้งทั่วไป พรรคนี้ก็ทำผลงานดีอยู่แล้ว แต่ครั้งนี้ยิ่งเด่นชัดเพราะเป็นการเลือกตั้งใหม่เฉพาะหน่วย ทำให้เห็นภาพชัดเจน

บริบทและสาเหตุที่ต้องเลือกตั้งใหม่

อย่างที่บอกไป พายุมรสุมวันที่ 8 ก.พ. ทำให้บัตรเลือกตั้งเปียกชุ่ม เสียหายจำนวนมาก ทาง กกต. เลยต้องสั่งเลือกตั้งใหม่ในหน่วยนี้เท่านั้น ประชาชนในพื้นที่ออกมาใช้สิทธิ์กันเกือบเต็ม เพิ่มจากครั้งก่อนด้วยซ้ำ นักการเมืองจากหลายพรรคเดินทางมาร่วมสังเกตการณ์ บรรยากาศตึงเครียดแต่ยุติธรรม ทุกคนจับตาผลเพราะเขตนี้ถือเป็นเขตเดือดของ กทม.

ถ้าดูแนวโน้มทั้งหมด ในกรุงเทพฯ เขต 15 นี้ พรรคเพื่อไทยกับภูมิใจไทยเคยแกร่ง แต่คราวนี้พรรคประชาชนแซงโค้งแบบไม่คาดคิด สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งรุ่นใหม่ที่อยากเห็นการเมืองที่สดชื่น ตรงไปตรงมา ไม่ยึดติดกรอบเก่าๆ

วิเคราะห์ผลกระทบต่อการเมืองใหญ่

ผล กทม. หน่วย 10 เขต 15 พรรคประชาชนเหมาทั้งเขต นี้ ไม่ใช่แค่ชัยชนะเล็กๆ แต่เป็นสัญญาณสำคัญต่อภาพรวม สส.กทม. ในอนาคต พรรคประชาชนอาจได้ที่นั่งเพิ่มในสภา ทำให้สมดุลอำนาจเปลี่ยนไป ส่วนประชามติที่เห็นชอบท่วมท้น แสดงว่าประชาชนในพื้นที่สนับสนุนวาระนั้นชัดเจน ใครที่กำลังติดตามสถานการณ์การเมืองไทย คงต้องจับตาเขตอื่นๆ ต่อไป เพราะนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของคลื่นลูกใหม่

เพื่อนๆ คิดยังไงกับผลนี้บ้าง? พรรคประชาชนจะไปได้ไกลแค่ไหนใน กทม. ลอง comment มาคุยกันได้นะครับ หรือถ้าอยากอัพเดทข่าวการเมืองเพิ่ม แชร์โพสต์นี้และกดติดตาม blog เราด้วย สัญญาว่าจะมีข้อมูลเจาะลึกแบบนี้มาให้เรื่อยๆ!

ส่วนตัวผมมองว่า นี่คือ insight สุดล้ำค่าของการเมืองไทยยุคใหม่ ที่พรรคเล็กๆ แต่มีวิสัยทัศน์ชัด สามารถพลิกเกมได้ ถ้าพรรคใหญ่ไม่ปรับตัว อาจเสียพื้นที่ในเมืองหลวงไปแบบถาวรเลยนะ

ที่มา – กทม. หน่วย 10 เขต 15 นับคะแนนเสร็จแล้ว “พรรคประชาชน” เหมาทั้งเขต-ปาร์ตี้ลิสต์

เริ่มนับคะแนนแล้ว กทม. หน่วย 9 เขต 15 ไอติมสังเกตการณ์

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เรามีข่าวร้อน ๆ มาอัปเดตกันแบบเรียลไทม์เลยนะ เริ่มนับคะแนนแล้ว กทม. หน่วย 9 เขต 15 หลังจากปิดหีบเลือกตั้งใหม่เมื่อช่วงบ่ายแก่ ๆ ที่ผ่านมา งานนี้มีคุณไอติม หรือ นายพริษฐ์ วัชรสินธุ โฆษกพรรคประชาชน และว่าที่ ส.ส. บัญชีรายชื่อ มาร่วมสังเกตการณ์ด้วยตัวเองเลย สุดยอดไปเลยใช่มั้ยล่ะ ก่อนที่พรรคประชาชนจะยื่นฟ้องมาตรา 157 ในสัปดาห์นี้ด้วย

เริ่มนับคะแนนแล้ว กทม. หน่วย 9 เขต 15 “ไอติม” ร่วมสังเกตการณ์

มาดูรายละเอียดกันหน่อยนะครับ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2567 (ในเนื้อข่าวเขียน 2569 คงพิมพ์ผิด) เวลา 17.00 น. หีบเลือกตั้งปิดลงแล้วที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 เขต 15 เขตคันนายาว กรุงเทพฯ ณ อาคารอมรพันธ์แชทเทลไลท์คอนโดทาวน์ (R4) แขวงคันนายาว นอกจากนี้ยังมีเลือกตั้งใหม่ที่อุดรธานีและน่านด้วย แต่โฟกัสหลักอยู่ที่ กทม. นี่แหละ

บรรยากาศคึกคักมาก มีประชาชนและสื่อมวลชนมารอสังเกตการณ์นับคะแนนเพียบ คุณไอติมให้สัมภาษณ์ว่า ถ้ากกต. ยืนยันว่าการเลือกตั้งวันนี้ยังเป็นการออกเสียงลับเหมือนเดิม ก็ต้องได้ผลเหมือนวันที่ 8 ก.พ. นะ ถ้าแนวทางต่างออกไป ก็เท่ากับยอมรับว่ามีปัญหาในบัตรเลือกตั้ง หรือช่องโหว่จาก กกต. เองเลย

5 สิ่งสำคัญที่ต้องจับตาในการนับคะแนนครั้งนี้

คุณไอติมยังเน้นย้ำ 5 เรื่องที่ต้องเช็คให้ดี เพื่อให้การเลือกตั้งโปร่งใส มาดูกันครับ:

  • บัตรเลือกตั้งต้องมี barcode/QR code โดยเฉพาะบัตร ส.ส. บัญชีรายชื่อ (สีชมพู) ต้องมีรหัสบัตรเฉพาะใบ ไม่ใช่แค่รหัสเล่มหรือหน่วย
  • ตอนรับบัตร ต้องเห็นรหัสบัตรที่ขั้ว เช่น Axxxxx0001 ชัด ๆ
  • คนต่อคิวกัน รหัสบัตรต้องเรียงลำดับ เช่น 0001 กับ 0002
  • เจ้าหน้าที่เขียนลำดับผู้มีสิทธิ์ที่ขั้ว (ลำดับในบัญชี ไม่ใช่ลำดับรับบัตร)
  • นับคะแนนต้องชูบัตรขานเสียงต่อหน้า ทุกใบเลยนะ

เห็นมั้ยครับ เรื่องพวกนี้สำคัญมาก เพื่อป้องกันการตรวจสอบย้อนกลับไม่ได้ พรรคประชาชนยืนยันว่า “ลับ” หมายถึงตรวจสอบย้อนไม่ได้จริง ๆ ตามรัฐธรรมนูญ ไม่ใช่แค่ยากหน่อย ไม่ได้กล่าวหา กกต. ทุจริตจงใจ แต่บาร์โค้ดกับเลขขั้วในวันที่ 8 ก.พ. มันทำให้ไม่ลับแล้วอ่ะ

พรรคประชาชนเตรียมยื่นฟ้องมาตรา 157

นอกจากนี้ พรรคยังมอบหมาย นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง ฝ่ายกฎหมาย จัดทำคำฟ้องมาตรา 157 แล้วเกือบเสร็จ รอผลสังเกตการณ์วันนี้ไปเติม แล้วยื่นสัปดาห์นี้เลย ข่าวนับคะแนนเริ่มตอน 17.26 น. ที่ กทม. ส่วนน่านกับอุดรธานีก็กำลังนับอยู่

เป็นการเลือกตั้งใหม่ที่ทุกคนจับตา เพราะเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสของระบบเลือกตั้งไทย ถ้าวันนี้ต่างจากเดิม ก็น่าสนใจมากว่าจะมีผลยังไงต่อคดีใหญ่

ส่วนตัวผมคิดว่า การมีตัวแทนพรรคอย่างคุณไอติมไปสังเกตการณ์แบบนี้ดีมาก ช่วยให้ประชาชนมั่นใจได้มากขึ้น ถ้าทุกอย่างเรียบร้อย ก็เป็นสัญญาณดีสำหรับประชาธิปไตยไทยนะครับ

ติดตามผลนับคะแนนแบบสด ๆ ได้ที่ช่องทางข่าวต่าง ๆ และอย่าลืมไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งครั้งหน้าด้วยนะทุกคน! ถ้าชอบบทความนี้ แชร์ต่อให้เพื่อน ๆ ด้วยล่ะ

ที่มา – เริ่มนับคะแนนแล้ว กทม. หน่วย 9 เขต 15 “ไอติม” ร่วมสังเกตการณ์ ก่อน ปชน. ยื่นฟ้อง 157

Scroll to top