แสวง บุญมี

“กุสุมาลวตี” นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต.

“กุสุมาลวตี” นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต.

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองในแวดวงการเมืองไทย เมื่อ “เจ๊แมว” นางกุสุมาลวตี ศิริโกมุท ได้เดินหน้าบุกสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อดำเนินการทางกฎหมายครั้งสำคัญ โดยการนำหมายศาลอาญามายื่นขอรับสำนวนการไต่สวนที่หลายคนรอคอย ซึ่งการที่ “กุสุมาลวตี” นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต. ในครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นการรวบรวมหลักฐานสำคัญเพื่อใช้ในการต่อสู้คดีความที่กำลังดำเนินอยู่

เปิดเบื้องหลังการเคลื่อนไหว กุสุมาลวตี นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต.

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2569 ณ สำนักงาน กกต. โดยคุณกุสุมาลวตีได้เดินทางเข้าพบเลขาธิการ กกต. เพื่อขอรับเอกสารสำนวนของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ซึ่งเธออ้างว่าจำเป็นต้องรีบนำไปประกอบการพิจารณาคดีที่พรรคภูมิใจไทยได้ยื่นฟ้องเธอในข้อหาหมิ่นประมาท จากกรณีที่เธอเคยออกมาวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. ปี 2567 ที่ผ่านมา

ความสำคัญของสำนวนชุดนี้อยู่ที่:

  • เป็นข้อมูลคำวินิจฉัยของอนุกรรมการไต่สวนชุดที่ 26 ทั้งหมด
  • เป็นหลักฐานที่ระบุถึงบุคคลที่เกี่ยวข้องกว่า 229 คน
  • ครอบคลุมเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงกับคดียุบพรรคและการเลือก สว.

นางกุสุมาลวตีเปิดเผยว่า หากทาง กกต. ไม่ส่งเอกสารชุดนี้ให้ศาล หรือเลือกส่งสำนวนของชุดอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง เธอและทีมกฎหมายก็พร้อมที่จะใช้มาตรา 144 เพื่อนำเอกสารชุดที่ 26 นี้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมด้วยตนเอง เพื่อเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนและสร้างความโปร่งใสให้กับกระบวนการตรวจสอบ โดยศาลได้กำหนดนัดพิจารณาคดีอีกครั้งในวันที่ 9 ตุลาคม 2569 ซึ่งถือเป็นเดดไลน์สำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการให้เสร็จสิ้น

การเคลื่อนไหวของเจ๊แมวในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการใช้ช่องทางกฎหมายเพื่อต่อสู้ในประเด็นที่สังคมให้ความสนใจ การติดตามว่าผลของสำนวนชุดที่ 26 จะนำไปสู่จุดเปลี่ยนสำคัญในคดีการเมืองอย่างไร เป็นสิ่งที่ประชาชนต้องคอยติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย ไม่ว่าผลคดีจะออกมาเป็นอย่างไร นี่คือบทเรียนราคาแพงของการตรวจสอบนักการเมืองที่ต้องอาศัยทั้งความกล้าหาญและข้อเท็จจริงทางกฎหมายที่หนักแน่น

ที่มา – “กุสุมาลวตี” นำหมายศาลอาญา ขอสำนวนไต่สวนคดีฮั้ว สว. อนุฯ ชุดที่ 26 จาก กกต.

อดีตผู้สมัคร สว. แฉยับ “แสวง” รู้กระบวนการฮั้ว สว. ท้าเปิดหีบพิสูจน์โพยฮั้ว

อดีตผู้สมัคร สว. แฉยับ “แสวง” รู้กระบวนการฮั้ว สว. ท้าเปิดหีบพิสูจน์โพยฮั้ว

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดกลุ่มอดีตผู้สมัคร สว. ได้ออกมาเดินหน้าแฉยับถึงความไม่โปร่งใส โดยระบุว่า อดีตผู้สมัคร สว. แฉยับ “แสวง” รู้กระบวนการฮั้ว สว. ท้าเปิดหีบพิสูจน์โพยฮั้ว ท่ามกลางข้อสงสัยว่า กกต. ปล่อยปละละเลยให้เกิดกระบวนการที่อาจขัดต่อกฎหมายและหลักธรรมาภิบาลอย่างร้ายแรง

เบื้องลึกความไม่ชอบมาพากลในวันเลือก สว.

ในการเสวนาครบรอบ 2 ปีการเลือก สว. ที่อาคารรัฐสภา พยานบุคคลหลายท่านได้ร่วมตีแผ่ข้อมูลที่น่าตกใจ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการนำโพยเข้าไปในคูหาเลือกตั้ง ซึ่งในวันเลือก สว. ระดับประเทศเมื่อวันที่ 26 มิ.ย. 2567 มีความพยายามของเจ้าหน้าที่ที่ดูเหมือนจะเอื้อให้เกิดการใช้โพยอย่างโจ่งแจ้ง นอกจากนี้ยังมีการตรวจพบว่าผู้สมัครหลายคนมีคุณสมบัติไม่ตรงตามที่ระบุไว้ ทั้งเรื่องวุฒิการศึกษาและประวัติการทำงาน แต่ กกต. กลับเพิกเฉยต่อการตรวจสอบ ซึ่งเป็นการตั้งคำถามว่า อดีตผู้สมัคร สว. แฉยับ “แสวง” รู้กระบวนการฮั้ว สว. ท้าเปิดหีบพิสูจน์โพยฮั้ว นั้นมีมูลเหตุความเป็นจริงมากน้อยเพียงใด

  • ความผิดปกติในการใช้โพยเลือกตั้งภายในคูหา
  • การรับรองคุณสมบัติผู้สมัครที่ผิดพลาดและไม่เป็นไปตามจริง
  • การละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ของ ผอ.กกต. ระดับพื้นที่

นอกจากนี้ ยังมีการตั้งข้อสังเกตว่าการจัดสถานที่เลือกตั้งแบบรวมกันทำให้ขาดความเป็นส่วนตัวตามกฎหมาย อีกทั้งระเบียบที่ให้ใช้หมายเลขเดิมตั้งแต่ระดับจังหวัดจนถึงระดับประเทศ ยิ่งเปิดช่องโหว่ให้มีการฮั้วคะแนนได้อย่างง่ายดาย โดยมีรายงานระบุว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ได้รับทราบถึงแผนการเหล่านี้มาโดยตลอด แต่กลับไม่มีการสั่งระงับหรือตรวจสอบอย่างจริงจัง จนเป็นเหตุให้ อดีตผู้สมัคร สว. แฉยับ “แสวง” รู้กระบวนการฮั้ว สว. ท้าเปิดหีบพิสูจน์โพยฮั้ว เพื่อเรียกร้องความยุติธรรมคืนสู่ระบอบประชาธิปไตย

ข้อเสนอแนะ: กกต. ต้องเปิดหีบพิสูจน์ความจริง

เสียงเรียกร้องจากอดีตผู้สมัคร สว. คือการท้าให้ กกต. เปิดหีบลงคะแนนเพื่อพิสูจน์ว่ามีการลงคะแนนซ้ำหรือการฮั้วเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะในฐานะองค์กรอิสระ กกต. ไม่ควรทำหน้าที่เป็นศาลเพื่อตัดสินชี้ขาดเอง แต่ควรส่งเรื่องให้กระบวนการยุติธรรมเป็นผู้ตรวจสอบ เพื่อรักษาความเชื่อมั่นของประชาชนต่อการเลือกตั้งในอนาคต

ท้ายที่สุดแล้ว ความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญของการเลือกตั้ง หาก กกต. ยังคงปิดบังความจริงและเพิกเฉยต่อหลักฐานที่ชัดเจน ประชาชนย่อมมีสิทธิ์ตั้งคำถามถึงความเที่ยงธรรมในการทำงาน ความพยายามของกลุ่มผู้สมัครที่ออกมาเรียกร้องในครั้งนี้ ไม่ใช่เพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตัว แต่เป็นการปกป้องสิทธิของประชาชนทั้งประเทศที่ต้องการเห็น สว. ที่มาจากการเลือกตั้งอันบริสุทธิ์และยุติธรรมจริงๆ

ที่มา – อดีตผู้สมัคร สว. แฉยับ “แสวง” รู้กระบวนการฮั้ว สว. ท้าเปิดหีบพิสูจน์โพยฮั้ว

“แสวง” ยัน กกต. รับฟังทุกความเห็นคดีฮั้ว สว. ไม่กระทบข้อเท็จจริงในสำนวน

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง สำหรับความคืบหน้าของคดีฮั้วเลือก สว. ที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง ล่าสุด “แสวง” ยัน กกต. รับฟังทุกความเห็นคดีฮั้ว สว. ไม่กระทบข้อเท็จจริงในสำนวน พร้อมสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนว่าทุกขั้นตอนดำเนินการตามกรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

“แสวง” ยัน กกต. รับฟังทุกความเห็นคดีฮั้ว สว. ไม่กระทบข้อเท็จจริงในสำนวน

นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าเรื่องนี้ว่า คดีฮั้ว สว. เป็นเรื่องที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและสังคมในทุกๆ วัน แต่ไม่ว่าจะมีกิจกรรมการเคลื่อนไหวหรือการแสดงความคิดเห็นอย่างไรก็ตาม ย่อมไม่สามารถเปลี่ยนแปลงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นไปแล้วได้ กกต. ยังคงยึดมั่นในกระบวนการพิจารณาตามที่กฎหมายกำหนดไว้ทุกประการ

กระบวนการยุติธรรมที่ไม่หวั่นไหวต่อแรงกระเพื่อมทางสังคม

การที่ “แสวง” ยัน กกต. รับฟังทุกความเห็นคดีฮั้ว สว. ไม่กระทบข้อเท็จจริงในสำนวน ยังสะท้อนให้เห็นว่า กกต. แยกแยะความแตกต่างระหว่าง “ความเห็น” กับ “พยานหลักฐาน” ได้อย่างชัดเจน โดยนายแสวงระบุว่า:

  • กฎหมายเป็นที่ตั้ง: กกต. ทำงานตามความถูกต้องของกฎหมาย ไม่ใช่ทำตามความต้องการของกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง
  • พยานหลักฐานคือหัวใจสำคัญ: การตัดสินใจในคำวินิจฉัยทุกเรื่องมีที่มาที่ไปจากข้อเท็จจริงที่รวบรวมได้ ไม่ใช่ตัดสินด้วยความรู้สึก
  • การเปิดรับฟังเป็นสิทธิเสรีภาพ: การวิพากษ์วิจารณ์หากไม่ละเมิดสิทธิผู้อื่นถือเป็นเรื่องปกติในระบอบประชาธิปไตย แต่กระบวนการสำนวนของ กกต. จะเดินหน้าตามขั้นตอนที่วางไว้

สำหรับกรอบเวลาในการพิจารณานั้น กกต. คาดการณ์ว่าจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนสิงหาคมนี้ โดยเหลือการประชุมพิจารณาอีกเพียงไม่กี่ครั้งเท่านั้น ส่วนกรณีผู้ถูกกล่าวหาฟ้องร้องผู้ที่นำข้อมูลไปเปิดเผยนั้น ถือเป็นเรื่องการรักษาสิทธิส่วนตัวของผู้เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ส่งผลกระทบต่อสำนวนคดีที่ กกต. กำลังดำเนินการอยู่แต่อย่างใด

ในฐานะประชาชน เราควรเฝ้าติดตามผลการพิจารณาด้วยความเข้าใจว่ากระบวนการยุติธรรมต้องใช้เวลาในการตรวจสอบพยานหลักฐานอย่างละเอียดถี่ถ้วน เพื่อให้เกิดความชัดเจนและโปร่งใสที่สุดแก่ทุกฝ่าย ความยุติธรรมที่แท้จริงไม่ได้ขึ้นอยู่กับกระแสสังคม แต่ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงที่ปรากฏในสำนวนคดีนั่นเอง

ที่มา – “แสวง” ยัน กกต. รับฟังทุกความเห็นคดีฮั้ว สว. ไม่กระทบข้อเท็จจริงในสำนวน

“แสวง” ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ไม่สนข่าวประเมินไม่ผ่าน

ในโลกของการเมืองไทยที่สถานการณ์มีความเข้มข้นตลอดเวลา ล่าสุดนายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นร้อนที่หลายคนจับตามอง หลังมีกระแสข่าวลือเรื่องการประเมินผลการปฏิบัติงานที่ไม่ผ่านเกณฑ์จนอาจกระทบต่อเก้าอี้เลขาธิการ กกต. แต่เจ้าตัวกลับยืนยันอย่างหนักแน่นว่า “แสวง” ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ยันไม่เสียกำลังใจ ปมข่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินเก้าอี้เลขาฯ กกต. โดยมองว่าเป็นเรื่องปกติของการทำงานในระบบราชการ

“แสวง” ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ยันไม่เสียกำลังใจ ปมข่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินเก้าอี้เลขาฯ กกต.

การแถลงผลงานในโอกาสครบรอบ 28 ปีของสำนักงาน กกต. นายแสวงได้ใช้โอกาสนี้ในการยืนยันความมุ่งมั่นในการทำงาน โดยระบุว่าตนยังคงมีไฟในการขับเคลื่อนองค์กรให้เข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ แม้จะมีข่าวเชิงลบออกมา แต่ก็ไม่ทำให้ความตั้งใจลดน้อยลง คำถามที่หลายคนอยากรู้คือ “แสวง” ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ยันไม่เสียกำลังใจ ปมข่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินเก้าอี้เลขาฯ กกต. หรือไม่ ซึ่งคำตอบที่ได้รับคือความภูมิใจในบทบาทหน้าที่ตนเองอย่างแท้จริง

ก้าวสู่ปีที่ 29 ของ กกต. กับความท้าทายใหม่

เมื่อเรามองไปข้างหน้า กกต. ภายใต้การนำของนายแสวงเตรียมปฏิรูปองค์กรครั้งใหญ่ผ่าน 5 ยุทธศาสตร์หลัก ได้แก่:

  • การยกระดับเลือกตั้งด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล
  • การเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ประชาชนตรวจสอบได้ง่ายขึ้น
  • การพัฒนาระบบกำกับดูแลการเมือง
  • การสร้างพลเมืองประชาธิปไตยในยุคใหม่
  • การปรับองค์กรให้เป็นองค์กรดิจิทัลสมรรถนะสูง

นายแสวงเน้นย้ำเสมอว่า การเลือกตั้งที่ดีไม่ใช่เพียงแค่หน้าที่ของกกต. ฝ่ายเดียว แต่ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมจากทุกภาคส่วนในสังคม การที่องค์กรจะก้าวต่อไปอย่างมั่นคงได้นั้น ความโปร่งใสต้องมาคู่กับการตรวจสอบที่สร้างสรรค์ ไม่ใช่เพียงการใช้อารมณ์ความรู้สึกในการตัดสินผลงาน

บทสรุปจากเลขาฯ กกต.

แม้จะมีพายุข่าวลือโหมกระหน่ำ แต่สิ่งหนึ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือความมุ่งมั่นของนายแสวงที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่อง การที่เจ้าตัวยืนยันว่าไม่เสียกำลังใจและยังคงภูมิใจในฐานะบุคลากรของ กกต. ถือเป็นสัญญาณว่าองค์กรยังคงเดินหน้าต่อไปเพื่อเป้าหมายสูงสุดคือประชาธิปไตยที่เป็นธรรมสำหรับคนไทยทุกคน เราในฐานะประชาชนควรร่วมจับตาดูแนวทางการปรับตัวของ กกต. ว่าจะเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลได้ทันตามความหวังของสังคมหรือไม่ และนี่ถือเป็นบททดสอบครั้งสำคัญที่ต้องพิสูจน์ด้วยผลงาน ไม่ใช่แค่คำพูด

ที่มา – “แสวง” ลั่นภูมิใจที่เป็นคน กกต. ยันไม่เสียกำลังใจ ปมข่าวไม่ผ่านเกณฑ์ประเมินเก้าอี้เลขาฯ กกต.

“ณรงค์” แซว “แสวง บุญมี” งานครบรอบ 28 ปี กกต. ให้อาบน้ำมนต์

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน วันนี้เรามาติดตามบรรยากาศงานบุญสุดชื่นมื่นภายในสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งกันครับ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ทาง กกต. ได้จัดงานวันสถาปนาครบรอบ 28 ปี อย่างยิ่งใหญ่ภายใต้แนวคิด “สุจริต โปร่งใส เป็นกลาง และเที่ยงธรรม” โดยในงานนี้มีเหตุการณ์สร้างรอยยิ้มที่ทุกคนพูดถึงกันมากคือช็อตที่ประธาน กกต. แซวเลขาธิการ กกต. จนกลายเป็นประเด็นที่ใครๆ ต่างก็อมยิ้มตามกัน

“ณรงค์” แซว “แสวง บุญมี” งานครบรอบ 28 ปี กกต. ให้อาบน้ำมนต์

ภายในงานดังกล่าว นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ได้นำคณะกรรมการและผู้บริหารร่วมประกอบพิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์และทำบุญเลี้ยงพระเพื่อความเป็นสิริมงคล แต่ไฮไลต์ที่สร้างสีสันให้งานนี้คงหนีไม่พ้นช่วงที่ประธาน กกต. นำน้ำพระพุทธมนต์มาประพรมให้กับผู้ร่วมงาน โดยเมื่อเดินไปถึงนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ท่านประธานก็ได้หยอกล้อว่า “ณรงค์” แซว “แสวง บุญมี” งานครบรอบ 28 ปี กกต. ให้อาบน้ำมนต์ เลยทีเดียวครับ สร้างเสียงหัวเราะให้กับคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี

บรรยากาศชื่นมื่นท่ามกลางภารกิจสำคัญ

การจัดงานในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เน้นเรื่องความเป็นสิริมงคลเท่านั้น แต่ยังเป็นการรวมพลังของเจ้าหน้าที่ กกต. จากทุกภาคส่วน โดยมีแขกผู้มีเกียรติจากหน่วยงานต่างๆ มาร่วมแสดงความยินดีมากมาย นอกจากความสนุกสนานจากช็อต “ณรงค์” แซว “แสวง บุญมี” งานครบรอบ 28 ปี กกต. ให้อาบน้ำมนต์ แล้ว งานนี้ยังมีกิจกรรมดีๆ อีกมากมาย อาทิ:

  • พิธีบวงสรวงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ
  • กิจกรรมทำบุญเลี้ยงพระเพื่อความเป็นสิริมงคลแก่หน่วยงาน
  • การเปิดรับบริจาคเงินสมทบทุนมูลนิธิศรีสวางควัฒนฯ เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยด้อยโอกาส

กิจกรรมทำบุญและแบ่งปันครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจของ กกต. ที่ไม่ได้มีเพียงแค่ภารกิจหลักในการจัดการเลือกตั้ง แต่ยังใส่ใจในเรื่องของการทำความดีและช่วยเหลือสังคม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างภาพลักษณ์องค์กรที่โปร่งใสและเข้าถึงง่ายมากขึ้น ท่ามกลางกระแสการทำงานที่เต็มไปด้วยความกดดันในช่วงนี้ รอยยิ้มและบรรยากาศที่เป็นกันเองแบบนี้ถือเป็นกำลังใจสำคัญให้กับคนทำงานทุกคนครับ

ในมุมมองของผู้เขียน การหยอกล้อกันระหว่างผู้บริหารในที่ทำงานไม่ใช่เรื่องแปลก แต่มันเป็นการแสดงถึงความใกล้ชิดและความผูกพันภายในองค์กร ซึ่งส่งผลดีต่อบรรยากาศการทำงานโดยรวม หวังว่าพลังของน้ำมนต์และความร่วมมือร่วมใจของเจ้าหน้าที่ กกต. ทุกท่าน จะช่วยให้การดำเนินงานในปีที่ 29 เป็นไปอย่างราบรื่นและเปี่ยมด้วยคุณภาพต่อไปครับ

ที่มา – “ณรงค์” แซว “แสวง บุญมี” งานครบรอบ 28 ปี กกต. ให้อาบน้ำมนต์

ประธาน กกต. เผยขั้นตอนประเมินผลงาน “แสวง” รอความเห็นกฤษฎีกาตีความ ปัดดันเลขาฯ กกต. เป็นหนังหน้าไฟ

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังจับตามองสำหรับการทำงานของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยล่าสุด นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. ได้ออกมาเปิดเผยถึงความคืบหน้าสำคัญเกี่ยวกับ ประธาน กกต. เผยขั้นตอนประเมินผลงาน “แสวง” รอความเห็นกฤษฎีกาตีความ ปัดดันเลขาฯ กกต. เป็นหนังหน้าไฟ เพื่อความโปร่งใสและเป็นไปตามหลักข้อกฎหมายที่ถูกต้อง

ประธาน กกต. เผยขั้นตอนประเมินผลงาน “แสวง” รอความเห็นกฤษฎีกาตีความ ปัดดันเลขาฯ กกต. เป็นหนังหน้าไฟ

สำหรับการประเมินผลงานของ นายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. นั้น ทางประธาน กกต. เปิดเผยว่าขณะนี้ต้องรอความชัดเจนจากคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อตีความอำนาจหน้าที่ของ กกต. แต่ละชุดว่ามีสิทธิ์ในการประเมินผลงานอย่างไรบ้าง เพื่อให้ทุกอย่างเป็นไปตามระเบียบที่วางไว้ โดย นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ยืนยันว่าการดำเนินการทุกขั้นตอนจะทำอย่างรอบคอบที่สุด

บทบาทของเลขาฯ กกต. กับกระแสหนังหน้าไฟ

หลายคนตั้งคำถามว่า นายแสวง บุญมี ตกอยู่ในสถานะ ประธาน กกต. เผยขั้นตอนประเมินผลงาน “แสวง” รอความเห็นกฤษฎีกาตีความ ปัดดันเลขาฯ กกต. เป็นหนังหน้าไฟ จริงหรือไม่ ซึ่งประธาน กกต. ปฏิเสธประเด็นนี้อย่างชัดเจน โดยชี้แจงว่าเลขาธิการ กกต. ทำหน้าที่ในบทบาทของท่านเองตามที่กฎหมายมอบหมาย ไม่ได้มีการผลักให้ใครไปรับหน้าแทนทั้งสิ้น ซึ่งการทำงานในคณะกรรมการเป็นการรับผิดชอบร่วมกัน

  • ความคืบหน้าเรื่องการประเมินผลงานเลขาธิการ กกต.
  • การขอคำปรึกษาจากกฤษฎีกาเพื่อความถูกต้องทางกฎหมาย
  • ความชัดเจนเรื่องคดีฮั้ว สว. ว่าจะไม่ได้รับผลกระทบจากการประเมิน

นอกจากนี้ ประธาน กกต. ยังให้ความมั่นใจว่า ต่อให้ผลการประเมินจะเป็นอย่างไร ก็ไม่ส่งผลกระทบต่อคดีความสำคัญอย่างคดีฮั้ว สว. อย่างแน่นอน ย้ำว่า ประธาน กกต. เผยขั้นตอนประเมินผลงาน “แสวง” รอความเห็นกฤษฎีกาตีความ ปัดดันเลขาฯ กกต. เป็นหนังหน้าไฟ ทั้งหมดเป็นกระบวนการบริหารจัดการภายในที่แยกส่วนกันอย่างชัดเจน ไม่มีการแช่แข็งคดีอย่างที่หลายฝ่ายกังวลใจ

บทเรียนครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า การทำงานในองค์กรอิสระท่ามกลางสายตาประชาชน ต้องอาศัยทั้งกฎหมาย ความโปร่งใส และการสื่อสารที่ตรงไปตรงมา เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสับสนหรือข้อครหาในอนาคต เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่า เมื่อกฤษฎีกาตอบกลับมาแล้ว กระบวนการประเมินผลจะมีทิศทางอย่างไรต่อ

ที่มา – ประธาน กกต. เผยขั้นตอนประเมินผลงาน “แสวง” รอความเห็นกฤษฎีกาตีความ ปัดดันเลขาฯ กกต. เป็นหนังหน้าไฟ

โยนถาม กกต. ปมไม่ผ่าน KPI แสวง ยันงานปี 68 จบแล้ว

โยนถาม กกต. ปมไม่ผ่าน KPI แสวง ยันงานปี 68 จบแล้ว

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในแวดวงการเมือง เมื่อมีกระแสข่าวหนาหูว่า นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง กำลังเผชิญกับบททดสอบครั้งสำคัญเกี่ยวกับผลการประเมินงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อเก้าอี้เลขาธิการฯ ในอนาคต โดยเรื่อง โยนถาม กกต. ปมไม่ผ่าน KPI “แสวง” บอกไม่มีความเห็น งานปี 68 จบไปแล้วตั้งแต่ ก.ย. ถือเป็นประเด็นที่สร้างเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในขณะนี้

นายแสวง บุญมี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าวลือดังกล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นผู้ถูกประเมิน ตนขอยืนยันว่าไม่มีความเห็นในประเด็นนี้ โดยระบุว่าในส่วนของการทำหน้าที่เมื่อปี 2568 นั้น ได้สิ้นสุดลงไปตั้งแต่เดือนกันยายนที่ผ่านมาแล้ว และถือว่าเป็นเรื่องระหว่างคู่สัญญาที่ต้องจัดการกันไป

เปิดมุมมองเบื้องหลัง โยนถาม กกต. ปมไม่ผ่าน KPI “แสวง” บอกไม่มีความเห็น งานปี 68 จบไปแล้วตั้งแต่ ก.ย.

นอกจากประเด็นเรื่องการประเมินแล้ว ยังมีกระแสข่าวลือว่าที่ประชุมอาจมีมติ 4 ต่อ 3 เห็นควรให้ประเมินงานไม่ผ่าน ซึ่งนายแสวงได้ชี้แจงว่า ตนยังไม่ทราบรายละเอียดและจะรอฟังมติอย่างเป็นทางการอีกครั้ง ทั้งนี้ ความน่าสนใจของสถานการณ์นี้อยู่ที่ความชัดเจนของการบริหารจัดการภายในองค์กรอิสระอย่าง กกต. ที่ประชาชนให้ความคาดหวังเป็นอย่างสูง

  • ประเด็นความเห็นต่องานปี 2568 ที่จบไปแล้ว
  • ข้อสงสัยเรื่องมติ 4 ต่อ 3 ในการประเมินผลงาน
  • การรอคอยความชัดเจนจาก กกต. ในงานครบรอบ 28 ปี

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 9 มิถุนายน ซึ่งเป็นวันครบรอบ 28 ปีของสำนักงาน กกต. หลายฝ่ายต่างจับตามองว่าทาง กกต. จะมีการชี้แจงไขข้อข้องใจเกี่ยวกับกรณี โยนถาม กกต. ปมไม่ผ่าน KPI “แสวง” บอกไม่มีความเห็น งานปี 68 จบไปแล้วตั้งแต่ ก.ย. อย่างไรบ้าง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับสังคมไทย

ในมุมมองของผม สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นว่าทุกองค์กรย่อมมีระเบียบการประเมินที่เข้มงวด การที่เลขาธิการฯ ออกมาให้ข้อมูลในลักษณะนี้ถือเป็นการแสดงความเป็นมืออาชีพภายใต้กรอบของสัญญาจ้างงาน อย่างไรก็ดี ความโปร่งใสในการปฏิบัติงานคือหัวใจสำคัญที่จะทำให้ประชาชนกลับมาให้ความเชื่อมั่นต่อบทบาทของ กกต. อีกครั้ง ท้ายที่สุดเราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าบทสรุปของเรื่องนี้จะมีทิศทางอย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อแผนการดำเนินงานของ กกต. ในระยะยาวเพียงใดครับ

ที่มา – โยนถาม กกต. ปมไม่ผ่าน KPI “แสวง” บอกไม่มีความเห็น งานปี 68 จบไปแล้วตั้งแต่ ก.ย.

เจาะลึกระบบเลือกตั้งไทยดีที่สุด ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกตั้ง

เชื่อว่าหลายคนคงเคยมีคำถามว่าทำไมการเลือกตั้งในบ้านเราถึงดูมีความซับซ้อนและบางครั้งก็กังขาในเรื่องความโปร่งใส วันนี้เรามาทำความเข้าใจมุมมองจาก คุณแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ที่ได้ออกมาให้ความเห็นว่าในความเป็นจริงแล้ว ระบบเลือกตั้งไทยดีที่สุด เพราะถูกออกแบบมาโดยเน้นให้หัวใจสำคัญอยู่ที่การมีส่วนร่วมของประชาชนทุกภาคส่วน

เหตุผลแท้จริงที่ ระบบเลือกตั้งไทยดีที่สุด ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกตั้ง

การจะบอกว่าระบบดีนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของตัวบทกฎหมาย แต่เป็นเรื่องของกระบวนการที่เปิดกว้างให้คนไทยทุกคนสามารถตรวจสอบได้ คุณแสวงย้ำว่าหัวใจสำคัญไม่ได้อยู่ที่เจ้าหน้าที่กรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง หรือ กปน. เพียงอย่างเดียว แต่ความโปร่งใสจะเกิดขึ้นได้จริงก็ต่อเมื่อประชาชนหันมาสนใจและร่วมกันสังเกตการณ์ตั้งแต่เริ่มเปิดหีบจนถึงตอนนับคะแนน

ทำไมประชาชนถึงเป็นกุญแจสำคัญ

คุณแสวงชี้ให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ กกต. ทั่วประเทศมีจำนวนจำกัด เมื่อเทียบกับหน่วยเลือกตั้งนับแสนหน่วยทั่วไทย ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของพวกเราทุกคนที่จะต้องช่วยกันดูแล:

  • สังเกตการณ์การปฏิบัติหน้าที่ของ กปน. ในหน่วยเลือกตั้ง
  • ทักท้วงทันทีหากพบความผิดปกติระหว่างการลงคะแนน
  • ร่วมเป็นหูเป็นตาตรวจสอบผลคะแนนที่ไม่ใช่หน้าที่ของ กกต. เพียงกลุ่มเดียว

หลายครั้งที่เราเห็นข่าว กปน. ทำงานผิดพลาด สาเหตุส่วนใหญ่มักมาจากความไม่คุ้นชินหรือความหลงลืม เพราะกรรมการเหล่านี้เปลี่ยนหน้ากันไปในแต่ละครั้ง แต่ถ้าประชาชนมีความตื่นตัวและคอยทักท้วง ข้อผิดพลาดเหล่านั้นย่อมลดลงและสร้างความมั่นใจให้กับการเลือกตั้งได้มากขึ้น

หากเราต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง ระบบเลือกตั้งไทยดีที่สุด ประชาชนมีส่วนร่วมเลือกตั้ง จะกลายเป็นความจริงที่จับต้องได้ง่ายที่สุด เพียงแค่เราเปลี่ยนบทบาทจากการเป็นผู้คอยจับผิดหลังจบงาน มาเป็นการร่วมสังเกตการณ์อย่างใกล้ชิดในวันสำคัญ การเลือกตั้งในทุกระดับจะเป็นของประชาชนอย่างแท้จริงและปราศจากข้อครหาครับ

ที่มา – “แสวง” ยกระบบเลือกตั้งไทยดีที่สุด ประชาชนมีส่วนร่วม เลือกตั้งโปร่งใสเป็นหน้าที่ทุกคน

กกต. เริ่มถกคดีฮั้ว สว. แล้วไม่ขาดอายุความ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวเน็ตทุกท่าน! วันนี้มีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกันนะครับ เรื่องที่หลายคนรอคอย นั่นคือ กกต. เริ่มถกคดีฮั้ว สว. แล้ว โดยเลขาธิการ กกต. ออกมาเผยความคืบหน้าว่า ที่ประชุมเริ่มพิจารณาสำนวนคำร้องนี้เรียบร้อยแล้ว แต่เพราะข้อมูลหลักฐานมีปริมาณมหาศาล เลยต้องใช้เวลาแบบไม่รีบร้อน แต่รับประกันเลยว่าจะไม่ขาดอายุความแน่นอน มาฟังรายละเอียดกันแบบเป็นกันเองเลยครับ

กกต. เริ่มถกคดีฮั้ว สว.

ที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 15 พฤษภาคม 2567 ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนอย่างเป็นทางการ โดยบอกว่าตอนนี้ กกต. กำลังประชุมพิจารณาคำร้องเกี่ยวกับการเลือกตั้ง สว. โดยเฉพาะคดีฮั้วประมูลหรือการสมรู้ร่วมคิดในการเลือกตั้ง สว. ซึ่งเป็นประเด็นใหญ่ที่สังคมให้ความสนใจมาตั้งแต่การเลือกตั้งรอบล่าสุด นอกจากนี้ ยังมีสำนวนคดีอื่นๆ ที่ต้องพิจารณาไปพร้อมกันด้วย

สิ่งที่น่าสนใจคือ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา มีเรื่องร้องเรียนเข้ามาถึง 5,000 เรื่องเลยทีเดียว! กกต. สามารถเคลียร์ไปได้แล้ว 2,500 เรื่อง เหลืออีกครึ่งหนึ่งหรือประมาณ 2,500 เรื่องที่ต้องจัดการให้เสร็จภายใน 1 ปีข้างหน้า เลขาฯ ยืนยันชัดเจนว่า สำนวนของสำนักงาน กกต. ไม่เคยขาดอายุความ เว้นแต่กรณีพิเศษที่ต้องขอขยายเวลา เช่นกรณีคดีฮั้ว สว. นี้แหละครับ พวกเขาจะพยายามเร่งให้เร็วที่สุด แต่ต้องถูกต้องและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

กำหนดการประชุมพิจารณา กกต. เริ่มถกคดีฮั้ว สว.

เพื่อให้การพิจารณาเป็นระบบ ที่ประชุม กกต. ได้กำหนดตารางการประชุมไว้ชัดเจน โดยใน 1 สัปดาห์ จะใช้เวลา 1 วันเต็มๆ สำหรับคดีฮั้ว สว. โดยเฉพาะ เพราะเอกสารพยานหลักฐานมีจำนวนมาก ต้องใช้เวลาศึกษาให้ละเอียด ตัวอย่างเช่น:

  • วันจันทร์: ประชุมพิจารณาคำร้องคดีฮั้ว สว. แบบเต็มวัน
  • วันอังคาร: ประชุมเรื่องการบริหารงานและสำนวนคำร้องทั่วไป
  • วันพุธ: ประชุมเพิ่มเติม โดยที่ประชุมจะกำหนดวันเฉพาะอีกครั้ง

ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าจะเสร็จสิ้นการพิจารณาเมื่อใด แต่สิ่งที่ชัดเจนคือ จะไม่ปล่อยให้ขาดอายุความเด็ดขาด อายุความในคดีเลือกตั้งนี้สำคัญมาก เพราะถ้าขาดไป คดีก็จบ ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ ชาวบ้านอย่างเราจึงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

มาดูบริบทกันหน่อยนะครับ คดีฮั้ว สว. นี้เกิดจากข้อกล่าวหาว่ามีการสมรู้ร่วมคิด ฮั้วประมูลที่นั่ง สว. ในเขตต่างๆ หลังการเลือกตั้ง สว. เมื่อปี 2567 ซึ่งมีผู้สมัครจำนวนมาก แต่ถูกตรวจพบความผิดปกติในการลงคะแนนและการรวมกลุ่ม ทำให้ กกต. ต้องรับคำร้องมาพิจารณา หากพิสูจน์ได้ว่ามีการฮั้วจริง อาจนำไปสู่การตัดสิทธิ์หรือดำเนินคดีอาญาได้ ส่งผลกระทบใหญ่ต่อภาพลักษณ์ของ สว. ชุดใหม่ที่กำลังเข้ารับตำแหน่ง

นอกจากนี้ กกต. ยังต้องจัดการร้องเรียนอื่นๆ อีกมากมาย เช่น การเลือกตั้งท้องถิ่น การหาเสียงผิดกฎหมาย ฯลฯ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าระบบการเลือกตั้งไทยยังมีช่องโหว่ให้ปรับปรุง การที่ กกต. เริ่มถกคดีฮั้ว สว. แบบจริงจังแบบนี้ ถือเป็นสัญญาณดีว่าองคากรจะทำงานโปร่งใสขึ้น

ในมุมมองของผมนะครับ การพิจารณาคดีแบบนี้ต้องใช้เวลา แต่สำคัญกว่าคือคุณภาพ ถ้าทำรีบๆ แล้วผิดพลาด ก็เท่ากับไม่เกิดประโยชน์ ชาวเน็ตอย่างเราควรให้กำลังใจ กกต. และติดตามข่าวสารต่อไป เพื่อให้การเมืองไทยสะอาดขึ้น หากคุณมีประสบการณ์หรือความเห็นเกี่ยวกับคดีเลือกตั้ง ลองคอมเมนต์มาบอกกันหน่อยครับ! หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วยนะ จะได้ช่วยกันเฝ้าระวัง

สรุปใจความสำคัญ: กกต. เริ่มถกคดีฮั้ว สว. แล้ว ไม่รีบรัดแต่รับประกันไม่ขาดอายุความ ด้วยการประชุมเฉพาะกิจ 1 วัน/สัปดาห์

ที่มา – กกต. เริ่มถกคดีฮั้ว สว. แล้ว ไม่ยืนยันจะเสร็จเมื่อไหร่ แต่ไม่ขาดอายุความ

Scroll to top