โผครมอนุทิน

อนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม

“นายกฯ อนุทิน” ยอมรับมี “รมช.กลาโหม” เหตุคิดว่าจำเป็น ขอรอดู “รมว.ยุติธรรม” ว่าเป็นใคร ก่อนหัวเราะหลังสื่อจี้ถามเป็นอดีตตำรวจหรือไม่ ชี้ ทุกคนต้องมี ความสัมพันธ์กันหมด ปมเชื่อมโยง “บุรีรัมย์” ถามกลับ รมต.ยธ. คนปัจจุบัน สนิทกับใครบ้าง

วันที่ 13 ก.ย. 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโผคณะรัฐมนตรี(ครม.) จะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าได้เมื่อไหร่นั้น ว่า คาดว่าเร็วๆนี้ ซึ่งตอนนี้รายชื่อนำส่งไปประกอบและบางส่วนทยอยส่งกลับมาแล้ว ซึ่งการตรวจสอบต้องการให้เกิดความชัดเจน และไม่มีปัญหา โดยต้องส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า รายชื่อที่ส่งไปไม่มีปัญหา

ส่วนมีความกังวลในการเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ นายอนุทิน กล่าวว่าไม่มีนะ ทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่ตั้งไว้ ซึ่งตนก็เร่งถามไปที่เลขาคณะรัฐมนตรี และรัฐบาลที่ผ่านมาตนได้สอบถามไปว่า หลังจากมีการประกาศโปรดเกล้า นายกรัฐมนตรีใช้เวลาเท่าไหร่ ในการแถลงชื่อคณะรัฐมนตรี เลขาธิการครม.ก็ได้ตอบกลับมาว่า “นี่ก็เร็วแล้ว” ซึ่งต้องยอมรับว่าระยะภายหลังต้องมีการอิงคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องของจริยธรรม เราจึงต้องสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้มีอะไรขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ส่วนตอนนี้ชื่อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมลงตัวแล้วหรือไม่ เพราะรัฐมนตรีคนอื่นมีการเปิดเผยชื่อออกมาหมดแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า เดี๋ยวขอรอให้ทุกอย่างเรียบร้อย ย้ำว่าเปิดเผยหมดทุกอย่าง ซึ่งตอนนี้ส่วนใหญ่ลงตัวหมดแล้ว และในส่วนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายอนุทินบอกว่า มี คิดว่ามีความจำเป็น แต่ส่วนจะเป็นใครขอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน

ส่วนที่พรรคประชาชนมีการตั้งคำถามว่า ชื่อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีความสัมพันธ์กับทางจังหวัดบุรีรัมย์ นายอนุทินย้อนถามกลับว่า และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนปัจจุบัน มีความสัมพันธ์กับใครบ้างหรือไม่ ก่อนย้ำว่าทุกคนก็มีความสำคัญ และความสัมพันธ์กันหมด ซึ่งต้องมีความรู้จักกันบ้าง รู้หน้าค่าตากัน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นอดีตตำรวจ นายอนุทินไม่ตอบ ก่อนจะหัวเราะแล้วเดินออกจากวงสัมภาษณ์ ก่อนจะหันมาพูดอีกว่า คนปัจจุบันเป็น ก่อนจะไม่ตอบว่าคนถัดไปเป็นหรือไม่

อนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม

อนุทินตอบคำถามเรื่อง รมว.ยุติธรรม

จากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) และมีประเด็นที่น่าสนใจคือการที่ท่านอนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรมนั้น ทำให้หลายฝ่ายจับตามองไปยังตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นพิเศษ

คำถามสำคัญคือใครจะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม? นายอนุทินยังคงอุบไว้ก่อน โดยให้เหตุผลว่าขอให้ทุกอย่างเรียบร้อยเสียก่อน แต่ก็ยอมรับเป็นนัยว่าตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นมีความจำเป็น

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือคำถามที่ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่จะมีความเชื่อมโยงกับจังหวัดบุรีรัมย์หรือไม่ ซึ่งนายอนุทินได้ตอบกลับด้วยคำถามที่ชวนคิดว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนปัจจุบันมีความสัมพันธ์กับใครบ้าง ก่อนจะย้ำว่าทุกคนมีความสัมพันธ์กันหมด

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อถูกถามว่าว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นอดีตตำรวจหรือไม่ นายอนุทินก็ไม่ได้ตอบคำถามนี้โดยตรง แต่เลือกที่จะหัวเราะแล้วเดินออกจากวงสัมภาษณ์ ซึ่งยิ่งทำให้เกิดความสงสัยและความสนใจในตำแหน่งนี้มากขึ้นไปอีก

การที่นายอนุทินอนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรมไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่ ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ไปต่างๆ นานา แต่สิ่งที่แน่นอนคือตำแหน่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และการตัดสินใจเลือกบุคคลที่เหมาะสมจะส่งผลต่อการบริหารงานของรัฐบาลในภาพรวม

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของรัฐบาลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้เราเข้าใจถึงทิศทางและความเป็นไปของประเทศ และสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างรอบด้าน

ดังนั้นการที่ อนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม จึงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

การแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่นี้จะเป็นใคร และจะมีนโยบายในการบริหารงานอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด เชื่อว่าในเร็วๆ นี้เราคงจะได้ทราบกันอย่างแน่นอน

ที่มา – “อนุทิน” รับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม ชี้ทุกคนต้องมีความสัมพันธ์กันหมด

“นิพนธ์” ยัน! ลูกสาวไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์

“นิพนธ์ บุญญามณี” แจง ลูกสาวปฏิเสธเก้าอี้รัฐมนตรี เหตุธุรกิจเติบโต หาคนดูแลไม่ได้ ย้ำ ไม่มีส่งใครแทน แจ้งนายกฯ แล้ว ด้าน “นิธิยา บุญญามณี” เผยเหตุผล 3 ข้อ ไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์

เมื่อเวลา 16.50 น. วันที่ 13 ก.ย. ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ให้สัมภาษณ์ถึงกระแสข่าว น.ส.นิธิยา บุญญามณี บุตรสาว ขอไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ว่า เป็นความจริง โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามีกระแสข่าวว่าบุตรสาวของตนได้ถูกทาบทาม ให้ดำรงตำแหน่งในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ จึงขอโอกาสนี้แจ้งให้ทุกคนทราบแล้วตนได้แจ้งเรื่องนี้ให้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีรับทราบแล้ว ว่า น.ส.นิธิยา ไม่ประสงค์ที่จะเข้าร่วมในคณะรัฐมนตรี (ครม.) เนื่องจากติดภารกิจทางบ้านที่เป็นธุรกิจครอบครัว และหาคนมาดูแลแทนไม่ได้ กำลังขยายการผลิตโดยโรงงานที่ น.ส.นิธิยา ดูแลอยู่กำลังมีการขยายการผลิต และการตลาด ซึ่งต้องตัดสินใจจนวินาทีสุดท้าย เพราะไม่เช่นนั้นจะกระทบกับธุรกิจที่บ้านที่เป็นธุรกิจเกี่ยวกับอาหารสัตว์ ซึ่งเมื่อหาคนมาแทนไม่ได้จึงตัดสินใจไม่รับตำแหน่ง ก็ต้องขอขอบคุณนายกรัฐมนตรีและทีมงานทุกคน ที่ได้ให้โอกาส

อย่างไรก็ตาม ตนยินดีที่จะสนับสนุนภารกิจของนายกรัฐมนตรี ในการขับเคลื่อนและผลักดันโครงการต่างๆ

เมื่อถามย้ำว่า จะไม่ส่งคนอื่นขึ้นมาแทน น.ส.นิธิยา ใช่หรือไม่ นายนิพนธ์ กล่าวว่า ไม่มี ขณะที่นายสรรเพชญ บุญญามณี สส. สงขลา พรรค ปชป. บุตรชาย ก็ไม่รับตำแหน่ง ซึ่งนายกฯ ก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะที่ผ่านมาเป็นเพียงกระแสข่าวเท่านั้น

“นิพนธ์” รับเรื่องจริง ลูกสาวไม่รับตำแหน่งรมช.พาณิชย์-“นิธิยา” ยก 3 ข้อเหตุผล

ขณะที่เมื่อวันที่ 12 กันยายน ที่ผ่านมา น.ส.นิธิยา บุญญามณี บุตรสาว นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรมช.มท. ได้ออกหนังสือชี้แจงไม่ขอรับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ตามที่มีชื่อในโผ ครม. อนุทิน 1 ใจความว่า เรียนพี่น้องประชาชนและสื่อมวลชนทุกท่าน

ตามที่ได้มีข่าวปรากฏว่าดิฉัน น.ส.นิธิยา บุญญามณี ได้รับการทาบทามให้ดำรงตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ในคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นั้น ดิฉันขอเรียนชี้แจง ดังนี้

  1. ขอเรียนว่าดิฉันรู้สึกตื่นเต้นและมีความยินดียิ่งที่ได้รับการทาบทาม เพราะเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ และมีความน่าภาคภูมิใจที่จะได้มีโอกาสทำงานรับใช้ชาติและประชาชนทำนองเดียวกับคุณพ่อ อย่างไรก็ตาม ด้วยความตระหนักในความรับผิดชอบในงานเดิมในภาคเอกชน ที่ต้องรับผิดชอบอยู่ และยังไม่สามารถหาผู้ที่เหมาะสมมาดูแลแทนได้ ในช่วงการขยายกำลังการผลิต และขยายการตลาด อาจไม่สามารถทุ่มเทให้เกิดประสิทธิภาพเต็มที่ตามที่รัฐบาลและพี่น้องประชาชนคาดหวัง
  2. ดิฉันขอกราบขอบพระคุณคณะทำงานของท่านอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ที่ได้ให้ความไว้วางใจและสนับสนุนทาบทามให้ดิฉันเข้ามาดำรงตำแหน่งดังกล่าว ถือเป็นเกียรติอย่างสูงในชีวิต
  3. สุดท้ายดิฉันขออภัย ที่ทำให้หลายฝ่ายเกิดความกังวลและเสียเวลาไปในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาและขอยืนยันว่า แม้ไม่ได้เข้ามารับตำแหน่งทางการเมืองในครั้งนี้ แต่ยังคงพร้อมสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและมุ่งมั่นทำงานเพื่อประโยชน์ของพี่น้องประชาชนในบทบาทที่เหมาะสมต่อไป

ทำไมนิธิยา บุญญามณี ถึงไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์?

เรื่องราวของการ ไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในวงการการเมืองไทย เหตุผลหลักที่เธอให้ไว้คือภาระหน้าที่ทางธุรกิจที่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถทุ่มเทเวลาให้กับการทำงานในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ได้อย่างเต็มที่ การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบและความมุ่งมั่นในการบริหารธุรกิจของเธออย่างแท้จริง

นอกจากเหตุผลทางธุรกิจแล้ว น.ส.นิธิยา ยังได้กล่าวขอบคุณคณะทำงานของนายกรัฐมนตรีที่ให้ความไว้วางใจและเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งอันทรงเกียรติ แต่ด้วยความเสียใจที่ไม่สามารถตอบรับโอกาสนี้ได้ เธอได้ยืนยันว่าจะยังคงสนับสนุนการทำงานของรัฐบาลและทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนในบทบาทอื่นๆ ต่อไป

การ ไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์ ในครั้งนี้ถือเป็นการตัดสินใจที่น่าสนใจและแสดงให้เห็นถึงความซื่อตรงต่อตนเองและภาระหน้าที่ที่มีอยู่ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ยังคงเป็นบุคคลที่น่าจับตามองในแวดวงธุรกิจและพร้อมที่จะสนับสนุนการพัฒนาประเทศในด้านต่างๆ ต่อไป

สรุปเหตุผลสำคัญที่ น.ส.นิธิยา บุญญามณี ตัดสินใจไม่รับตำแหน่ง รมช.พาณิชย์:

  • ภาระหน้าที่ทางธุรกิจที่กำลังขยายตัว
  • ความต้องการทุ่มเทให้กับการพัฒนาธุรกิจอย่างเต็มที่
  • ความรับผิดชอบต่อพนักงานและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในธุรกิจ

การตัดสินใจของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการพิจารณาความพร้อมและความเหมาะสมของตนเอง ก่อนที่จะรับตำแหน่งทางการเมืองใดๆ เพื่อให้มั่นใจว่าจะสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างเต็มศักยภาพและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชน หากท่านกำลังคิดจะก้าวเข้าสู่สนามการเมือง การพิจารณาปัจจัยเหล่านี้อย่างรอบคอบจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้

ท้ายที่สุดแล้ว การ ไม่รับตำแหน่งรมช.พาณิชย์ ของ น.ส.นิธิยา บุญญามณี เป็นการตัดสินใจที่น่าเคารพและแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็นในบทบาทนักธุรกิจหรือผู้สนับสนุนการพัฒนาประเทศในด้านอื่นๆ

ที่มา – “นิพนธ์” รับเรื่องจริง ลูกสาวไม่รับตำแหน่งรมช.พาณิชย์-“นิธิยา” ยก 3 ข้อเหตุผล

เปิดประวัติ “ศศิธร กิตติธรกุล” ว่าที่ รมช.มหาดไทย

เจาะลึกประวัติ “ศศิธร กิตติธรกุล” ลูกสาว “โกหงวน” ผู้มีญาติเป็น สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ตัวเต็งว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ในครม.อนุทิน 1

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 มีรายงานว่ารายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้รับการยืนยันแล้วว่าเสร็จสิ้นเป็นที่เรียบร้อย โดยมีการอัปเดตว่า น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

ประวัติ ศศิธร กิตติธรกุล

สำหรับ น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล มีชื่อเล่นว่า ก้อย เป็นบุตรสาวของ นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ หรือ “โกหงวน” และเป็นญาติของ นายกิตติ กิตติธรกุล สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย คนกระบี่มักเรียกเธอว่า นายกก้อย เพราะเคยดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดกระบี่ ส่วนการศึกษา จบปริญญาตรีที่ Louisiana State University ในสาขา B.S. International Trade and Finance ประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้นศึกษาต่อในระดับปริญญาโทที่ University of La Verne ในสาขา MBA. In Supply Chain Management ที่สหรัฐอเมริกาเช่นเดียวกัน

ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง ประธานเขตพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามัน สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เคยดำรงตำแหน่งอดีตที่ปรึกษารองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กรรมการวิทยาเขตผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ วิทยาเขตกระบี่ และกรรมการในจังหวัดกระบี่ อีกทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งเลขานุการนายกสมาคมแม่บ้านองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ รวมถึงเป็นคณะทำงานอีกหลายคณะ เช่น คณะทำงานติดตามประเมินการประกอบกิจการและวิถีชีวิตของประชาชนระดับจังหวัด เพื่อศึกษามาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรค คณะทำงานศูนย์ปฏิบัติการควบคุมโรคจังหวัดกระบี่ (ศปก.ก.กบ.) และคณะทำงานการควบคุมกำกับการดำเนินงาน Big Cleaning Week จังหวัดกระบี่

ในช่วงโค้งสุดท้ายของการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีอนุทิน ชื่อของ ศศิธร กิตติธรกุล ก็ได้ถูกเสนอชื่อให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

เส้นทางการเมืองที่น่าจับตาของ ศศิธร กิตติธรกุล

การก้าวเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยของ น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล ถือเป็นก้าวสำคัญในเส้นทางการเมืองของเธอ ด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญที่สั่งสมมา ทั้งในด้านการบริหาร การท่องเที่ยว และการทำงานร่วมกับภาครัฐและเอกชน ทำให้หลายฝ่ายคาดหวังว่าเธอจะสามารถนำความรู้ความสามารถมาพัฒนาและขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงมหาดไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ การที่ น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล เป็นคนรุ่นใหม่ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ยังเป็นที่น่าจับตามองว่าเธอจะสามารถนำแนวคิดและเทคโนโลยีใหม่ๆ มาประยุกต์ใช้ในการบริหารราชการได้อย่างไร เพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนและพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป

การเข้ารับตำแหน่งของ น.ส.ศศิธร ไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จส่วนตัว แต่ยังเป็นโอกาสสำคัญที่จะได้พิสูจน์ศักยภาพของคนรุ่นใหม่ในการบริหารประเทศ

ศศิธร กิตติธรกุล จะสามารถนำพาความเปลี่ยนแปลงและความเจริญก้าวหน้ามาสู่กระทรวงมหาดไทยและประเทศไทยได้มากน้อยแค่ไหน คงต้องติดตามดูกันต่อไป

ที่มา – ประวัติ “ศศิธร กิตติธรกุล” ว่าที่ รมช.มหาดไทย ในครม.อนุทิน 1

โผ ครม.อนุทิน 1: ดัน “ศศิธร” นั่ง รมต!

โผ “ครม.อนุทิน 1” ดัน “ศศิธร กิตติธรกุล” ทายาท “โกหงวน” บ้านใหญ่กระบี่ นายก อบจ. 8 สมัย ผงาดนั่งรัฐมนตรี ลุ้นเปิดตัวคนนอกนั่ง “รมว.ยุติธรรม” พบส่งชื่อ “พล.ต.ท.รุทธพล” ตรวจประวัติด้วย

วันที่ 11 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการจัดโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน 1 ที่ส่วนใหญ่ลงตัวเกือบหมดแล้ว เหลือเพียงบางตำแหน่งที่ถูกจับตามองเป็นพิเศษ คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มีรายงานข่าวว่าจะเปิดตัวเป็นคนนอกเร็วๆ นี้ ล่าสุดมีชื่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นแคนดิเดตถูกส่งชื่อไปตรวจสอบคุณสมบัติควบคู่กับรายชื่ออื่นด้วยในตำแหน่งนี้

ขณะเดียวกัน ก็มีชื่อของ น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล ประธานเขตพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นบุตรสาวของ นายสมศักดิ์ กิตติธรกุล นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดกระบี่ หรือ “โกหงวน” และเป็นญาติของ นายกิตติ กิตติธรกุล สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ที่ส่งตรวจสอบประวัติไปด้วย ส่วนจะดำรงตำแหน่งใดต้องรอการตรวจสอบประวัติเสร็จก่อน แต่กระแสข่าวว่าจะมานั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย

จับตา! โผ ครม.อนุทิน 1 กับการผลักดัน “ศศิธร” สู่รัฐมนตรี

การเคลื่อนไหวทางการเมืองล่าสุดที่น่าจับตามองคือความคืบหน้าของ โผ ครม.อนุทิน 1 ซึ่งกำลังเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในแวดวงการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การคาดการณ์ถึงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างๆ ที่กำลังจะมีการเปลี่ยนแปลงและแต่งตั้งใหม่

หนึ่งในชื่อที่โดดเด่นและถูกจับตามองเป็นพิเศษคือ น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล ทายาทของ “โกหงวน” บ้านใหญ่แห่งกระบี่ ที่มีกระแสข่าวว่าจะได้รับการผลักดันให้ขึ้นนั่งในตำแหน่งรัฐมนตรี ซึ่งสร้างความฮือฮาและความสนใจให้กับผู้คนจำนวนมาก

ใครคือ “ศศิธร กิตติธรกุล” ที่ถูกกล่าวถึงใน โผ ครม.อนุทิน 1 ?

น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล ไม่ได้เป็นเพียงทายาทของนักการเมืองท้องถิ่นชื่อดังเท่านั้น แต่ยังเป็นผู้ที่มีบทบาทสำคัญในภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทย โดยดำรงตำแหน่งประธานเขตพื้นที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถและความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการและการพัฒนาด้านการท่องเที่ยว

การที่ชื่อของ น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล ปรากฏใน โผ ครม.อนุทิน 1 จึงเป็นที่น่าจับตามองว่าเธอจะสามารถนำประสบการณ์และความรู้ความสามารถของเธอมาใช้ในการบริหารประเทศและพัฒนาด้านต่างๆ ได้อย่างไรบ้าง

นอกจากตำแหน่งของ น.ส.ศศิธร กิตติธรกุล แล้ว ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก็เป็นอีกหนึ่งตำแหน่งที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยมีกระแสข่าวว่าจะมีการเปิดตัวบุคคลภายนอกที่มีความรู้ความสามารถเข้ามาดำรงตำแหน่งนี้ ซึ่งล่าสุดมีชื่อของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นหนึ่งในแคนดิเดตที่ถูกส่งชื่อไปตรวจสอบคุณสมบัติ

การเปลี่ยนแปลงใน โผ ครม.อนุทิน 1 ครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองของประเทศไทย ซึ่งจะต้องติดตามกันต่อไปว่าการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้จะส่งผลต่อการพัฒนาประเทศและชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างไรบ้าง

โผ ครม.อนุทิน 1 ยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงที่หลายฝ่ายกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจเลือกบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาดำรงตำแหน่งต่างๆ จะเป็นตัวชี้วัดสำคัญถึงทิศทางการบริหารประเทศในอนาคต

ที่มา – โผ ครม.อนุทิน 1 ดัน “ศศิธร” ทายาท “โกหงวน” บ้านใหญ่กระบี่ ผงาดนั่ง รมต.

“ภูมิธรรม” เข้า มท. วันสุดท้าย ไขปม MOA แก้ รธน.

“ภูมิธรรม” เข้ากระทรวงมหาดไทยวันสุดท้าย แจงทำงานจนกว่าจะโปรดเกล้าฯ ครม.ใหม่ บอกพี่น้องประชาชนรู้ดีอะไรเป็นอะไร ปม MOA แก้รัฐธรรมนูญ พรรคประชาชนถูกหลอกหรือไม่ พร้อมย้ำจุดยืนเพื่อไทย

เมื่อเวลา 12.07 น.วันที่ 11 กันยายน 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางเข้าปฏิบัติหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทย พร้อมเปิดเผยว่า ตนมีอำนาจในการทำงานวันสุดท้ายจนกว่าจะพ้นตำแหน่งรัฐมนตรีก็ต่อเมื่อจะมีการโปรดเกล้าฯ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ชุดใหม่ และเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณทั้งคณะ จากนั้นอำนาจก็จะหมดไป ซึ่ง ครม. ทั้งคณะจะสามารถปฏิบัติหน้าที่และเซ็นเอกสารได้ก็ต่อเมื่อเสร็จสิ้นการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา ซึ่งตนมาวันนี้ไม่ได้ต้องการมาทำเรื่องอื่น แต่หากมีเรื่องที่ค้างและเป็นปัญหาต่อประชาชนตนก็จะทำ ซึ่งก็มีน้อยมาก ไม่ได้มีอะไร

นายภูมิธรรม กล่าวต่อไปว่าเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ก็มีการนำหนังสือไปให้ตนเซ็น คาดว่าสัปดาห์นี้จะเป็นสัปดาห์สุดท้ายในการทำงาน โดยวันนี้ตนคงมาทำงานที่กระทรวงมหาดไทยเป็นวันสุดท้าย และหากหลังจากนี้มีเรื่องอะไรก็สามารถนำเอกสารไปให้ตนเซ็นที่พรรคเพื่อไทยได้

ขณะเดียวกัน นายภูมิธรรม ในฐานะแกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) จากการเลือกตั้ง ซึ่งผิดจาก MOA ระหว่างพรรคภูมิใจไทย (ภท.) กับพรรคประชาชน (ปชน.) ทำให้มองกันว่าพรรคประชาชนถูกหลอกหรือไม่ ว่า เรื่องนี้คงต้องถามพี่น้องประชาชนน่าจะรู้ดีว่าอะไรเป็นอะไร ในส่วนของพรรคเพื่อไทยยังยืนยันอยู่ในจุดที่ต้องพยายามแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นให้ได้ อย่างน้อยต้องดีกว่าเดิม เพราะตนรู้อยู่แล้วและพูดมาตลอด ตอนเป็นคณะกรรมการศึกษาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญรู้ว่ามันมีอุปสรรค มีข้อจำกัดเยอะ ไม่ได้จะแก้ให้เป็นประชาธิปไตย 100 เปอร์เซ็นต์ แต่จะทำให้เป็นประชาธิปไตยที่ดีกว่าเดิม.

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าระหว่างที่ นายภูมิธรรม เดินขึ้นห้องทำงานที่ชั้น 2 ของกระทรวงมหาดไทย ได้หันมาส่งยิ้มและโบกมือให้สื่อมวลชนด้วย.

การทำงานวันสุดท้ายของ “ภูมิธรรม” ที่กระทรวงมหาดไทย สะท้อนถึงการเปลี่ยนผ่านทางการเมืองที่กำลังจะเกิดขึ้น การแก้ไขรัฐธรรมนูญยังคงเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาดูต่อไป ความเห็นของประชาชนต่อ MOA แก้ รธน. และบทบาทของพรรคต่างๆ จะเป็นตัวกำหนดทิศทางในอนาคต

“ภูมิธรรม” เข้า มท. วันสุดท้าย ประชาชนรู้ดี ปชน. ถูกหลอกหรือไม่ MOA แก้ รธน.

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ท่าทีของพรรคเพื่อไทยที่ยังคงยืนยันที่จะแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้น แม้จะมีอุปสรรคและข้อจำกัดมากมาย การแก้ รธน.ให้เป็นประชาธิปไตยมากขึ้นกว่าเดิมนั้นจึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย

อนาคตของการแก้ รธน. จะเป็นอย่างไร?

การแก้ รธน.นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาประชาธิปไตยในประเทศไทย พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมรัฐบาลอื่นๆ จะสามารถหาทางออกและผลักดันการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้สำเร็จลุล่วงไปได้อย่างไร?

สถานการณ์ทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว ทำให้การติดตามข่าวสารและวิเคราะห์ข้อมูลเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราเข้าใจถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสังคมและประเทศชาติ

ที่มา – “ภูมิธรรม” เข้า มท. วันสุดท้าย ประชาชนรู้ดี ปชน. ถูกหลอกหรือไม่ MOA แก้ รธน.

สันติ กั๊ก! ชื่อหลุดโผ ครม.อนุทิน จริงหรือ?

“สันติ” กั๊ก ชื่อหลุดโผ “ครม.อนุทิน 1” บอกยังแค่ข่าวลือ ขอรอลุ้นผลตรวจสอบคุณสมบัติก่อน รับจากปมการศึกษา 30-40 ปี สอบจริยธรรมเข้ม ไม่ปฏิเสธส่งชื่อ “พัฒนา พร้อมพัฒน์” ลูกชายประกบเสียบแทน

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 10 กันยายน 2568 นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ที่พรรคภูมิใจไทย (ภท.) กรณีมีกระแสว่ามีชื่อหลุดออกจากโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุทิน 1 ว่า ตอนนี้ยังเป็นข่าวลืออยู่ เพราะตนเพิ่งส่งประวัติไปเมื่อช่วงเย็นวันที่ 9 กันยายน 2568 แต่ถึงอย่างไรก็ไม่มีปัญหา ซึ่งตนยังไม่ได้รับแจ้งอะไร

ผู้สื่อข่าวถามต่อ คิดว่าชื่อไม่ขัดคุณสมบัติอะไรใช่หรือไม่ นายสันติ ระบุว่า “อาจจะมีปัญหาในเรื่อง 30-40 ปี ที่แล้ว ที่มีเหตุการณ์อะไรบ้าง แต่ก็เป็นตอนเด็กๆ ซึ่งเรื่องนี้เป็นความผิดไม่มี แต่เดี๋ยวนี้มันมีเรื่องของจริยธรรม ที่มันกว้างใหญ่กว่าทะเล ฉะนั้น ก็ต้องไปดูว่าเขาตรวจสอบแล้วเป็นอย่างไร ซึ่งตัวผมก็เคยเป็นรัฐมนตรีมาไม่รู้กี่กระทรวงแล้ว เป็นสิบปี แต่เดี๋ยวนี้จากกรณี นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกฯ ก็มีเรื่องจริยธรรม ต้องไปไกลมาก ต้องไปดูว่าผู้ที่ตรวจสอบเขาจะพิจารณาอย่างไร และข่าวที่ออกมาตอนนี้ก็เป็นข่าวลือ”

ทางด้านคำถามว่าเรื่อง 30 ปีที่แล้วจะสุ่มเสี่ยงจนทำให้ขาดคุณสมบัติหรือไม่ นายสันติ ตอบว่า “ก็ไม่รู้ไง ครั้งที่แล้วผมก็เป็น รมช.สาธารณสุข ก็ไม่ได้ทำอะไรผิด ช่วงก่อนหน้านั้น ก็ รมช.คลัง รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ก็เป็นมาแล้ว”

เมื่อถามย้ำว่ามีปัญหาเรื่องของการศึกษาใช่หรือไม่ นายสันติ เผยว่า เป็นเรื่องของการศึกษาสมัยก่อน แต่ที่จริงเราก็ไม่ได้ผิดอะไร เดี๋ยวให้เขาส่งกลับมาก่อน ค่อยเล่าให้ฟัง มันไม่ยากหรอก เพราะเราไม่เคยทำอะไรผิดอยู่แล้ว ส่วนคำถามว่าหากคุณสมบัติไม่ผ่าน มีแผนรองรับอย่างไรบ้าง นายสันติ ระบุว่า ถ้าไม่ผ่านก็ไปช่วยเขา ไม่มีอะไร

ขณะที่ประเด็นคำถามจะส่ง นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ บุตรชาย มานั่งรัฐมนตรีแทนหรือไม่ นายสันติ บอกว่า ลูกชายตนก็อายุ 40 กว่าแล้ว จบจากต่างประเทศ จบมาเยอะแยะ ทำงานมามากมาย เขาเก่งกว่าตนอีก ประสบการณ์การเมืองเขาก็ทำได้ ไม่มีอะไร

เมื่อถามย้ำว่าหากคุณสมบัติไม่ผ่านจะผลักดันลูกชายมาทำหน้าที่ใช่หรือไม่ นายสันติ กล่าวว่า ยังไม่รู้ อย่าเพิ่งไปคิดเลย ให้การตรวจสอบคุณสมบัติออกมาก่อน ผู้สื่อข่าวถามต่อแสดงว่าได้ส่งประวัติของนายพัฒนา ให้ตรวจสอบด้วยใช่หรือไม่ นายสันติ ระบุว่า เขาก็อยากจะมาฝึกอยู่แล้ว อาจจะมาเป็นที่ปรึกษาหรืออะไรก็แล้วแต่ ฉะนั้นเขาก็ต้องเช็กประวัติตัวเองก่อน.

“สันติ” กั๊กชื่อหลุดโผ “ครม.อนุทิน” ยังแค่ข่าวลือ ไม่ปฏิเสธส่งชื่อลูกชายประกบ

จากกรณีที่ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับกระแสข่าวลือเรื่องชื่อของตนเองหลุดออกจากโผ“ครม.อนุทิน” นั้น ได้สร้างความสงสัยให้กับหลายฝ่ายถึงความเป็นไปได้และผลกระทบที่จะเกิดขึ้น

ความเป็นไปได้ของข่าวลือ “สันติ” กั๊กชื่อหลุดโผ “ครม.อนุทิน”

ถึงแม้ว่านายสันติจะออกมากล่าวว่าเป็นเพียงข่าวลือ แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธถึงความเป็นไปได้ที่อาจจะเกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีการกล่าวถึงประเด็นเรื่องคุณสมบัติที่อาจมีปัญหาจากเหตุการณ์ในอดีต รวมถึงเรื่องจริยธรรมที่กำลังถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น

นอกจากนี้ การที่นายสันติเปิดเผยว่าได้มีการส่งประวัติของนายพัฒนา พร้อมพัฒน์ บุตรชาย ไปให้ตรวจสอบด้วยนั้น ยิ่งทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า อาจมีการเตรียมพร้อมสำหรับกรณีที่นายสันติไม่ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติจริง

ประเด็นสำคัญที่น่าสนใจคือ การที่นายสันติยอมรับว่าเรื่องคุณสมบัติอาจมีปัญหาจากเหตุการณ์ในอดีต รวมถึงเรื่องจริยธรรมที่กำลังถูกตรวจสอบอย่างเข้มข้น ทำให้หลายฝ่ายจับตามองว่าผลการตรวจสอบจะออกมาเป็นอย่างไร และจะมีผลต่อการตัดสินใจในการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่หรือไม่

การเมืองไทยมักเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน การที่นายสันติออกมาให้สัมภาษณ์ในลักษณะกั๊กๆ ทำให้สถานการณ์มีความคลุมเครือมากยิ่งขึ้น จึงต้องติดตามกันต่อไปว่าสุดท้ายแล้วเรื่องราวนี้จะจบลงอย่างไร

หากมองในภาพรวม การที่เกิดข่าวลือเรื่อง “สันติ” กั๊กชื่อหลุดโผ “ครม.อนุทิน” แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและความไม่แน่นอนทางการเมือง การพิจารณาคุณสมบัติและจริยธรรมของบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งทางการเมืองเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าผู้ที่เข้ามาบริหารประเทศมีความเหมาะสมและสามารถนำพาประเทศไปในทิศทางที่ถูกต้อง

ดังนั้น สิ่งที่ประชาชนควรทำคือติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด วิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้าน และใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ทางการเมืองได้อย่างถูกต้องและมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของประเทศ

ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจว่าจะแต่งตั้งใครเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมืองนั้นขึ้นอยู่กับผู้มีอำนาจ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนเป็นหลัก

ที่มา – “สันติ” กั๊กชื่อหลุดโผ “ครม.อนุทิน” ยังแค่ข่าวลือ ไม่ปฏิเสธส่งชื่อลูกชายประกบ

“ไผ่ ลิกค์” แจงคดี มั่นใจ “ธรรมนัส” ได้นั่ง รมต.

“ไผ่ ลิกค์” เผย ฝ่ายกฎหมายยื่นกฤษฎีกาตีความตรวจคุณสมบัติ หลัง สลค. ตรวจคุณสมบัติละเอียดยิบ แจงมีแค่คดีทะเลาะวิวาทช่วยแม่ 20 ปีที่แล้ว ยันไม่ท้อ มั่นใจ “ธรรมนัส” ได้เป็นรัฐมนตรี

วันที่ 10 กันยายน 2568 นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม กล่าวถึงการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรี สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ว่า คุณสมบัติของตนเองจะผ่านหรือไม่ผ่านตอนนี้เป็นกระบวนการทางกฎหมายที่ตนเองเห็นแย้ง ซึ่งได้ขอให้กฤษฎีกาตีความ เนื่องจากกรณีนี้ตนเองถูกตรวจสอบหลายรอบแล้วแต่ก็ยังติดเงื่อนไขอยู่

นายไผ่ ชี้แจงเพิ่มเติมว่า คดีที่ตนเองติดนั้นเป็นคดีเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งเป็นคดีเกี่ยวกับการทะเลาะวิวาท เหตุจากคนบุกรุกเข้ามาในพื้นที่ และมารดาถูกผลักจึงเข้าไปช่วย ซึ่งคดีดังกล่าวก็ให้รอลงอาญาในคดีทะเลาะวิวาท ส่วนตัวมองว่าถ้ายึดเอาความผิดนี้มาเป็นบรรทัดฐานก็ไม่ยุติธรรมสำหรับการเป็นรัฐมนตรี เพราะไม่ใช่ความผิดร้ายแรงฆ่าคนตาย

ส่วนที่ยื่นคุณสมบัติให้กฤษฎีกาตรวจสอบและตีความไม่ได้ทำเพื่อตนเอง แต่อยากเปิดทางให้คนอื่นที่มีคดีไม่ใหญ่แต่ต้องได้รับการพิจารณาในการเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี พร้อมย้ำว่าตนเองไม่ได้กังวลจะได้เป็นรัฐมนตรีหรือไม่ แต่ปัจจุบันเป็น สส. ยังช่วยเหลือประชาชนได้ เพียงแต่รู้สึกว่ากรอกคุณสมบัติรัฐมนตรีหลายครั้ง ก็หลุดทุกครั้ง ทั้งที่ไม่ได้มีการกระทำที่จะทำให้มีความผิดถึงขั้นผิดจริยธรรม และมั่นใจว่าคดีที่ตนเองโดนจะไม่ถูกนำมาโยงเกี่ยวกับจริยธรรม

ขณะเดียวกัน นายไผ่ ยังบอกอีกว่า แม้ไม่ได้เป็นรัฐมนตรีก็ไม่ท้อและไม่ได้เสียใจ เข้าใจว่าคนกำแพงเพชรอยากจะมีรัฐมนตรีของจังหวัดตัวเองเพื่อไปพัฒนา แต่ยืนยันว่าความตั้งใจในการทำงาน สส. จะไม่หมดแน่นอน ส่วนกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.พะเยา และประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม มั่นใจ 100% ได้นั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสัดส่วนรัฐมนตรีของในพรรคกล้าธรรมไม่ได้มีปัญหาลงตัวหมดแล้ว

ในช่วงท้าย นายไผ่ ยังบอกอีกว่า ตอนนี้มีว่าที่รัฐมนตรี 10 คน ที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติซึ่งต้องลุ้นว่าจะผ่านครบทุกคนหรือไม่ นี่จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้การเข้ามาทำงานของรัฐบาลชุดนี้อาจจะต้องล่าช้าออกไป

“ไผ่ ลิกค์” แจงคดี 20 ปีที่แล้ว มั่นใจ “ธรรมนัส” ได้นั่ง รมต.

จากกรณีที่นายไผ่ ลิกค์ สส.กำแพงเพชร เลขาธิการพรรคกล้าธรรม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงการตรวจสอบคุณสมบัติรัฐมนตรีที่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีนั้น ประเด็นสำคัญอยู่ที่การตีความทางกฎหมายเกี่ยวกับคดีความในอดีตของตัวนายไผ่เอง โดยนายไผ่ยืนยันว่า “ไผ่ ลิกค์” แจงคดี ดังกล่าวเป็นเรื่องของการทะเลาะวิวาทเมื่อ 20 ปีที่แล้ว ซึ่งเกิดจากการเข้าไปช่วยเหลือมารดาที่ถูกบุกรุกพื้นที่

ทำไม “ไผ่ ลิกค์” ถึงมั่นใจว่า “ธรรมนัส” ได้นั่ง รมต.

นอกจากประเด็นเรื่องคดีความของตนเองแล้ว นายไผ่ยังได้แสดงความมั่นใจอย่างเต็มที่ว่า ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะได้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างแน่นอน โดยเหตุผลที่ “ไผ่ ลิกค์” แจงคดี ของตนเอง ก็เพื่อต้องการเปิดทางให้บุคคลอื่น ๆ ที่มีคดีความไม่ร้ายแรงได้มีโอกาสเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีได้เช่นกัน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะผลักดันบุคคลที่เหมาะสมเข้าสู่ตำแหน่งบริหารประเทศ

ทั้งนี้ นายไผ่ยังกล่าวถึงภาพรวมของการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรีในพรรคกล้าธรรมว่าลงตัวเรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเข้าร่วมรัฐบาลชุดใหม่

สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้ยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่บ้าง เนื่องจากยังมีว่าที่รัฐมนตรีอีกหลายท่านที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งต้องรอลุ้นผลว่าจะผ่านการตรวจสอบครบทุกคนหรือไม่ อย่างไรก็ตาม การออกมาให้สัมภาษณ์ของ “ไผ่ ลิกค์” แจงคดี ความของตนเองและความมั่นใจในตัว ร.อ.ธรรมนัส ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามอง

แม้ว่าการเข้ามาทำงานของรัฐบาลชุดใหม่อาจต้องล่าช้าออกไปบ้าง แต่ความมุ่งมั่นและความตั้งใจของนักการเมืองแต่ละท่านที่จะเข้ามาพัฒนาประเทศชาติก็ยังคงเป็นสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง

ที่มา – “ไผ่ ลิกค์” แจงคดี 20 ปีที่แล้ว ทะเลาะวิวาทช่วยแม่ มั่นใจ “ธรรมนัส” ได้นั่ง รมต.

นายกฯ ค้านพนัน รอถก สส. แก้ รธน. เปิดตัว รมว.ยุติธรรม

“อนุทิน” จ่อรื้อโยกย้ายมหาดไทยคืนความยุติธรรม พร้อมทบทวนโป๊กเกอร์ ลั่น ไม่เห็นด้วยใช้พนันกระตุ้นเศรษฐกิจ คงต้องรอนายกฯ คนอื่น แจงตรวจประวัติรมต. ต้องใช้เวลา จ่อเปิดตัวว่าที่ รมว.ยุติธรรม

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 10 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่พรรคภูมิใจไทย กรณีนั่งควบตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (มท.1) จะพิจารณากรณีที่มีการแก้ระเบียบกระทรวงมหาดไทยให้กีฬาโป๊กเกอร์ถูกกฎหมาย รวมถึงพิจารณาสัญชาติให้ นายเบนจามิน เมาเออร์เบอร์เกอร์ ล็อบบี้ยิสต์ที่ถูกปฏิเสธไปก่อนหน้านี้หรือไม่ ว่า ต้องรอให้ตนเข้ากระทรวงก่อน แต่ตนกับเรื่องการพนันเคยบอกแล้วว่าที่มีอยู่ประเภทต่างๆ ถ้านอกเหนือจากนั้นต้องพิจารณาเป็นเรื่องๆ ไป จะมาบอกว่ากระตุ้นเศรษฐกิจโดยการใช้การพนัน คงต้องรอนายกฯ คนอื่น อย่ารอตนเลย เพราะไม่เห็นด้วยทางนี้

ผู้สื่อข่าวถามต่อ จะทบทวนให้โป๊กเกอร์กลับไปเป็นสิ่งผิดกฎหมายหรือไม่ นายอนุทิน ระบุว่า ตนตอบไปชัดเจนแล้ว แต่ขอทราบรายละเอียดก่อน เพราะหลังจากตนออกจากตำแหน่ง รมว.มหาดไทย 2 วัน ปรากฏว่าประกาศเรื่องนี้เข้ามาเลยและไม่ได้มาบอกตน ไม่รู้จะไปถามใครเพราะไม่มีหน้าที่แล้ว แต่เมื่อกลับมากำลังจะมีหน้าที่ก็จะเชิญคนที่แก้ เช่น กรมการปกครอง เพราะตอนที่ตนเป็น รมว.มหาดไทย ก็บอกว่าไม่ควรทำ แต่พอตนไม่อยู่ก็ทำก็ต้องเชิญมาถาม

นายกฯ ค้านพนันกระตุ้นเศรษฐกิจ รอหารือ สส. ปมแก้ รธน. จ่อเปิดตัวว่าที่ รมว.ยุติธรรม

ส่วนกรณีที่มีการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทยที่มองว่าไม่เป็นธรรม จะคืนความเป็นธรรมให้หรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า ประเทศอยู่ได้ด้วยธรรมะและความยุติธรรม ที่ผ่านมาไม่มีความยุติธรรมและบางครั้งไม่ค่อยมีธรรมะ เราก็เอาธรรมะและความยุติธรรมกลับมาสู่ประเทศของเราอีกครั้ง เมื่อถามย้ำว่าจะทบทวนคนที่ถูกโยกย้ายใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่าแน่นอน

ทางด้านประเด็น ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้ทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญทั้งฉบับ 2 หรือ 3 ครั้ง จะต้องปรึกษาพรรคประชาชนก่อนหรือไม่ นายอนุทิน เผยว่า ต้องปรึกษากับสมาชิกรัฐสภาว่ามีความเห็นอย่างไร ขณะนี้ตนเพิ่งได้รับข้อมูลจากข่าวศาลรัฐธรรมนูญแต่ยังไม่อ่านรายละเอียด ดังนั้น ขออ่านรายละเอียดและสอบถามข้อมูลก่อน

ในประเด็นว่าระยะเวลา 4 เดือนจะเป็นเงื่อนไขให้ยืดเวลาเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญให้เสร็จตามที่ตกลงไว้หรือไม่ นายกฯ ค้านพนันกระตุ้นเศรษฐกิจ รอหารือ สส. ปมแก้ รธน. จ่อเปิดตัวว่าที่ รมว.ยุติธรรม นายอนุทิน ตอบว่าเป็นคนละเรื่องกัน เมื่อถามอีกว่าในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดแรก จะตั้งไข่เรื่องทำประชามติเลยหรือไม่ นายกฯ ระบุว่า ทุกอย่างมีไทม์ไลน์ของมันอยู่แล้ว

เมื่อถามถึงผลการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (General Border Committee: GBC) ไทย-กัมพูชา สมัยพิเศษ ครั้งที่ 1 ที่ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทน รมว.กลาโหม เข้าร่วมที่จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา ซึ่งมีรายงานข่าวว่าที่ประชุมมีมติให้ถอนอาวุธหนักและยุทโธปกรณ์ทำลายล้างสูงออกจากพื้นที่ชายแดน นายกฯ กล่าวว่า ตนต้องได้รับรายงานโดยตรงจากพล.อ.ณัฐพล ก่อน

สำหรับกรณีมีการให้ผ่อนปรนการเปิดด่านชายแดนด้วยนั้น นายอนุทิน เผยว่า ตอนนี้ได้รับรายงานแค่จากสื่อต่างๆ ทางไลน์ ตนจะเอามาอ้างอิงก่อนไม่ได้จนกว่า พล.อ.ณัฐพล รายงานเข้ามา ซึ่ง พล.อ.ณัฐพล ก็รับปากกับตนแล้วว่ากลับถึงประเทศไทยก็จะโทรศัพท์มานัดเวลากับตน

ความคืบหน้าล่าสุด นายกฯ ค้านพนันกระตุ้นเศรษฐกิจ รอหารือ สส. ปมแก้ รธน. จ่อเปิดตัวว่าที่ รมว.ยุติธรรม

นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการตรวจสอบประวัติ ครม. ว่า เลขาธิการคณะรัฐมนตรี ได้รับรายชื่อและส่งไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีการตอบกลับมาหลายคนแล้ว และจะทยอยตอบกลับมา so far so good เมื่อถามต่อว่าจะเสร็จสิ้นการตรวจสอบคุณสมบัติเมื่อใด นายอนุทิน กล่าวว่า บางทีมีความล่าช้าเนื่องจากต้องไปถามหน่วยงานทุกจังหวัด ซึ่งมีทั้งหมด 77 จังหวัด ตนเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่สำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรีกล่าวว่าเป็นไปตามข้อปฏิบัติ จึงต้องให้ดำเนินการเรื่องนี้ ซึ่งเป็นเรื่องดีเอาให้มันจบทั้งหมด เพราะพอบอกไม่มีปัญหา ตั้งไป 3 วันกลับมีปัญหา ก็ให้มันจบ เมื่อทุกอย่างส่งกลับมาเรียบร้อยจะเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสรุปให้มีความเห็นตรงกันอีกครั้งว่าข้อมูลครบถ้วนสมบูรณ์และจะเร่งนำขึ้นทูลเกล้าฯ ต่อไป

ในกรณีบุคคลที่อาจมีปัญหา เช่น นายวรภัค ธันยาวงษ์ ที่มีคดีความใน ป.ป.ช. นายอนุทิน ตอบกลับว่า อย่าเอ่ยชื่อบุคคล ทุกคนได้รับการส่งชื่อไปตรวจสอบประวัติในทุกๆ ด้านอยู่แล้ว คนที่ตรวจสอบก็เป็นองค์กรอิสระ หรือเป็นหน่วยงานที่ต้องดูแลในเรื่องของทะเบียนประวัติอะไรต่างๆ เมื่อตอบมาเป็นอย่างไรก็อย่างนั้น ยืนยันว่าทุกคนที่มีปัญหาก็เป็นไม่ได้ ส่วนที่มีบุคคลที่ส่งชื่อไปแล้วถูกตีกลับมีปัญหา นายอนุทิน ยืนยันว่าตอนนี้ยังไม่มี เมื่อส่งกลับมา เลขาธิการ ครม. ก็จะรวบรวมและสรุปให้ตนเองทราบ ถ้าไม่ผ่านก็เสนอไม่ได้

ขณะที่จะสามารถสรุปรายชื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ เมื่อใดนั้น นายอนุทิน บอกว่ายังระบุไม่ได้ เพราะไม่ได้ตรวจสอบเอง ต้องส่งไปยังองค์กรต่างๆ แต่ละองค์กรทราบอยู่แล้วว่าจะต้องเร่งอย่างเต็มที่ เพราะเป็นเรื่องของการบริหารราชการแผ่นดิน

ผู้สื่อข่าวถามต่อไป จะพูดอะไรกับประชาชนหรือไม่เรื่องการจัดโผ ครม. ครั้งนี้ที่ทุกคนคาดหวังและเห็นโฉมหน้าพอดูได้ และกำลังรออยู่ นายอนุทิน กล่าวว่า เร่งดำเนินการอยู่ แต่ก็อยู่ในห้วงเวลา ตนถามทีมงานตลอดเวลา ต้องทำให้เสร็จในห้วงเวลาตรงไหนที่ช้า ต้องใช้กลไกนั้นเร่ง แต่ทีมงานก็เปรียบเทียบว่าตอนนี้ยังไม่อยู่ในการควบคุมของเรา อยู่ในระหว่างการตรวจสอบประวัติ ความร่วมมือจากหน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่ได้สังกัดรัฐบาล ก็ได้แต่บอกถึงความจำเป็นให้เร่งตรวจสอบโดยเร็ว แต่ดีแล้วที่ตรวจสอบโดยละเอียด ถ้าเร่งๆ มา เดี๋ยวตอบมาว่าไม่มีอะไร อีกแป๊บจะเจอแล้วจะยุ่งเหมือนกัน จึงขอให้มีความละเอียดให้ได้มากที่สุด

ขณะผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่ดูเหมือนว่าจะเหลือเพียงตำแหน่งเดียวที่ยังไม่ ล่าสุดได้ชื่อแล้วซึ่งจะเปิดตัวในเร็วๆ นี้คาดว่าเป็นโควตาคนนอก.

การตัดสินใจของนายกฯ ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความรอบคอบในการพิจารณาเรื่องต่างๆ อย่างถี่ถ้วน โดยเฉพาะเรื่องที่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ โดยการรับฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่าย จะช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างเป็นธรรมและรอบด้านมากยิ่งขึ้น การเปิดตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการบริหารประเทศ และจะเป็นที่จับตาของประชาชนอย่างใกล้ชิด

ที่มา – นายกฯ ค้านพนันกระตุ้นเศรษฐกิจ รอหารือ สส. ปมแก้ รธน. จ่อเปิดตัวว่าที่ รมว.ยุติธรรม

“ศุภจี” ยัน! มีชื่อ ครม.อนุทิน 1 รมว.พาณิชย์

“ศุภจี” โต้ข่าวหลุดโผ ครม.อนุทิน 1 “นายกฯ หนู” ยันมีชื่อเป็น รมว.พาณิชย์ ยืนยันชัดเจน เตรียมเปิดตัวเร็วๆ นี้

จากกระแสข่าวลือเรื่องการปรับเปลี่ยนโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่กำลังอยู่ในช่วงตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลเฉพาะกิจนี้ ซึ่งโผ ครม.อนุทิน 1 ได้มีการทาบทามและเปิดตัวรัฐมนตรีโควตาคนนอกหลายท่าน โดยเฉพาะในส่วนของกระทรวงเศรษฐกิจ

ล่าสุด มีข่าวลือว่า นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดุสิตธานี จำกัด (มหาชน) ซึ่งได้รับการทาบทามให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ อาจจะหลุดจากโผ ครม. แต่เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามไปยัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับการยืนยันว่า นางศุภจี ยังคงมีชื่ออยู่ในครม.อนุทิน 1 ในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในสัดส่วนของคนนอก และมีกำหนดการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้

ต่อมา นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยยืนยันว่าข่าวลือดังกล่าวไม่เป็นความจริง และตนเองจะเดินทางไปยังที่ทำการพรรคภูมิใจไทยในวันพรุ่งนี้ เพื่อยืนยันความพร้อมในการเข้าร่วมรัฐบาล

อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย

“ศุภจี” โต้ข่าวหลุดโผ ครม.อนุทิน 1 “นายกฯ หนู” ยันมีชื่อเป็น รมว.พาณิชย์

ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการจับตาอย่างใกล้ชิดถึงการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ และการคัดเลือกบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาบริหารประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกระทรวงเศรษฐกิจที่ต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ มากมาย

ข่าวลือที่เกิดขึ้นสร้างความสับสนให้กับประชาชนเเละนักลงทุน แต่การยืนยันจากทั้งนายอนุทินและนางศุภจี ทำให้สถานการณ์ชัดเจนขึ้น และสร้างความมั่นใจให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องได้ในระดับหนึ่ง

ทำความรู้จักกับ ครม.อนุทิน 1

การที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้รับการทาบทามให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลใหม่ในการดึงบุคคลที่มีความสามารถและประสบการณ์จากภาคเอกชนเข้ามาช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งถือเป็นแนวทางที่น่าสนใจและอาจนำมาซึ่งนโยบายใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศในระยะยาว

ทั้งนี้ การแต่งตั้งครม.อนุทิน 1 ยังคงต้องรอการพิจารณาและอนุมัติอย่างเป็นทางการ แต่การที่มีชื่อของนางศุภจี ปรากฏอยู่ ย่อมเป็นที่น่าจับตามองว่าเธอจะสามารถนำประสบการณ์และความเชี่ยวชาญมาช่วยยกระดับกระทรวงพาณิชย์และเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างไร

สำหรับประวัติของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ นั้น ถือเป็นนักธุรกิจหญิงที่ประสบความสำเร็จอย่างสูงในแวดวงธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว การที่เธอตัดสินใจเข้าร่วมรัฐบาล แสดงให้เห็นถึงความเสียสละและความมุ่งมั่นที่จะทำประโยชน์เพื่อส่วนรวม

อย่างไรก็ตาม การเข้ามาดำรงตำแหน่งทางการเมืองย่อมมาพร้อมกับความท้าทายและความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ นางศุภจีจะต้องเผชิญกับปัญหาต่างๆ ที่ซับซ้อน และต้องทำงานร่วมกับผู้คนจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ

สุดท้ายนี้ เราหวังว่าการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้น จะนำมาซึ่งความเจริญก้าวหน้าและความมั่นคงให้กับประเทศไทย และขอเป็นกำลังใจให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์

การที่นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการให้ความสำคัญกับภาคเอกชน และการดึงบุคคลที่มีความรู้ความสามารถจากหลากหลายสาขาอาชีพมาร่วมกันพัฒนาประเทศ ผมเชื่อว่าด้วยประสบการณ์และความเชี่ยวชาญของนางศุภจี จะสามารถนำพาเศรษฐกิจของประเทศให้ก้าวหน้าไปอีกขั้น

ที่มา – “ศุภจี” โต้ข่าวหลุดโผ ครม.อนุทิน 1 “นายกฯ หนู” ยันมีชื่อเป็น รมว.พาณิชย์

Scroll to top