ไรเดอร์

กระบะขับย้อนศร ซ้ำกลับรถสวนเลน ชน จยย.ไรเดอร์ เสียชีวิต

เป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก สำหรับกรณีกระบะขับย้อนศร ซ้ำกลับรถสวนเลน ชน จยย.ไรเดอร์ ทางตรงเสียชีวิตคาที่ บนถนนสายศรีวารีน้อย จ.สมุทรปราการ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความมักง่ายในการใช้รถใช้ถนนที่ส่งผลกระทบต่อผู้อื่นอย่างร้ายแรง

โศกนาฏกรรมจากความมักง่าย: กระบะขับย้อนศร ซ้ำกลับรถสวนเลน ชน จยย.ไรเดอร์ ทางตรงเสียชีวิตคาที่

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อเวลาประมาณ 23.38 น. นายณัฐวุฒิ ไรเดอร์หนุ่มวัย 30 ปี กำลังขี่รถจักรยานยนต์มุ่งหน้าไปรับผู้โดยสารตามปกติ แต่กลับต้องมาจบชีวิตลงจากการที่รถกระบะคู่กรณีขับย้อนศรมาเพื่อแวะซื้อก๋วยเตี๋ยว ก่อนจะตัดสินใจกลับรถตัดหน้าอย่างกะทันหัน ส่งผลให้ไรเดอร์หนุ่มเบรกไม่อยู่จนรถล้มไถลไปชนกับรถกระบะอย่างจัง

สาเหตุจากพฤติกรรมเสี่ยงและแอลกอฮอล์

จากการสอบสวนพบว่า นายวรพจน์ คนขับรถกระบะคู่กรณี ยอมรับสารภาพว่าได้ดื่มเบียร์มาก่อนขับขี่ นอกจากนี้ยังยอมรับว่าตั้งใจขับย้อนศรมาเพียงเพื่อจะแวะซื้ออาหาร การกระทำดังกล่าวไม่เพียงแต่ผิดกฎหมายจราจรอย่างร้ายแรง แต่ยังเป็นการละเลยความปลอดภัยของผู้อื่นจนนำมาซึ่งกระบะขับย้อนศร ซ้ำกลับรถสวนเลน ชน จยย.ไรเดอร์ ทางตรงเสียชีวิตคาที่ ในที่สุด

  • กฎหมายจราจรไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นข้อบังคับที่ต้องปฏิบัติตาม
  • การดื่มแอลกอฮอล์แล้วขับเป็นต้นเหตุสำคัญของอุบัติเหตุร้ายแรง
  • ความใจร้อนและความมักง่ายเพียงชั่วครู่ สามารถทำลายชีวิตคนทั้งครอบครัวได้

ในมุมมองของความปลอดภัยบนท้องถนน เหตุการณ์นี้คือบทเรียนราคาแพงที่สังคมต้องกลับมาทบทวนอย่างจริงจัง การเคารพกฎจราจรไม่ควรเป็นเรื่องที่ทำเฉพาะเวลาที่มีเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ แต่ควรเป็นจิตสำนึกที่ทุกคนต้องพึงมี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีก เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะนำคนผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ใช้ถนนทุกคน

ที่มา – กระบะขับย้อนศร ซ้ำกลับรถสวนเลน ชน จยย.ไรเดอร์ ทางตรงเสียชีวิตคาที่

รวบหนุ่มจกเป้าสาวขี่ จยย. กลางแยกไฟแดง ไรเดอร์เก็บภาพได้ โพสต์คลิปเตือนภัย

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินข่าวหรือเห็นเหตุการณ์ที่ทำให้ต้องระวังตัวกันมากขึ้น ล่าสุดเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญกลางแยกไฟแดง เมื่อมีคนร้ายก่อเหตุอนาจารหญิงสาวที่ขับขี่รถจักรยานยนต์ จนนำไปสู่การ รวบหนุ่มจกเป้าสาวขี่ จยย. กลางแยกไฟแดง ไรเดอร์เก็บภาพได้ โพสต์คลิปเตือนภัย ให้สังคมได้รับทราบและระมัดระวังตัวกันมากขึ้นครับ

รวบหนุ่มจกเป้าสาวขี่ จยย. กลางแยกไฟแดง ไรเดอร์เก็บภาพได้ โพสต์คลิปเตือนภัย

เหตุการณ์ระทึกนี้เกิดขึ้นที่บริเวณห้าแยกโคกมะตูม จังหวัดพิษณุโลก เมื่อนายณัฐพงศ์ อายุ 36 ปี ได้ฉวยโอกาสขณะที่หญิงสาวขี่รถจักรยานยนต์ติดไฟแดง เข้าไปก่อเหตุอนาจารด้วยการล้วงเป้าและมีพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม โชคยังดีที่มีไรเดอร์พลเมืองดีอย่างคุณเสกสันต์ สังเกตเห็นเหตุการณ์และบันทึกภาพไว้ได้ทัน ก่อนจะเข้าไปขัดขวางและนำคลิปมาโพสต์ลงโซเชียลจนนำไปสู่การจับกุมในที่สุด

รายละเอียดการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่

หลังจากที่มีการแชร์คลิป รวบหนุ่มจกเป้าสาวขี่ จยย. กลางแยกไฟแดง ไรเดอร์เก็บภาพได้ โพสต์คลิปเตือนภัย ออกไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก ร่วมกับตำรวจทางหลวง ก็ดำเนินการทันควันจนสามารถจับกุมผู้ก่อเหตุได้ในที่เกิดเหตุ จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าผู้ต้องหาให้การวกวนและเมื่อตรวจค้นกระเป๋าก็พบชุดชั้นในสตรีจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นพฤติกรรมที่น่ากลัวและเป็นภัยต่อสังคมอย่างยิ่ง

  • ตำรวจควบคุมตัวผู้ต้องหาข้อหาอนาจาร
  • พบหลักฐานชุดชั้นในสตรีในครอบครอง
  • ไรเดอร์ฮีโร่ผู้บันทึกหลักฐานสำคัญ

สิ่งที่น่าชื่นชมในเหตุการณ์นี้คือความกล้าหาญของพลเมืองดี คุณเสกสันต์ ไรเดอร์ผู้บันทึกคลิปกล่าวว่า การช่วยกันเป็นหูเป็นตาในเหตุการณ์ลักษณะนี้เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเหตุเล็กๆ อาจนำไปสู่เหตุรุนแรงที่ใหญ่กว่าได้ และการที่คุณมีหลักฐานชัดเจนแบบนี้เอง ที่ทำให้ข่าว รวบหนุ่มจกเป้าสาวขี่ จยย. กลางแยกไฟแดง ไรเดอร์เก็บภาพได้ โพสต์คลิปเตือนภัย กลายเป็นอุทาหรณ์ให้คนในพื้นที่และผู้ใช้รถใช้ถนนต้องระมัดระวังตัวให้มากขึ้น

สุดท้ายนี้ หากใครที่เคยตกเป็นเหยื่อของคนร้ายรายนี้ หรือพบบุคคลที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยในลักษณะเดียวกัน อย่ารีรอที่จะแจ้งความหรือบอกกล่าวแก่เจ้าหน้าที่ทันที เราควรช่วยกันเป็นหูเป็นตาเพื่อไม่ให้ใครต้องมาเป็นเหยื่อของบุคลลอันตรายเหล่านี้อีกต่อไป ความปลอดภัยบนท้องถนนเป็นสิ่งที่เราทุกคนต้องร่วมมือกันรักษาครับ

ที่มา – รวบหนุ่มจกเป้าสาวขี่ จยย. กลางแยกไฟแดง ไรเดอร์เก็บภาพได้ โพสต์คลิปเตือนภัย

จยย. ชนถังขยะ ไรเดอร์แขนหักผิดรูป กู้ภัยไทยรัฐกรุ๊ปเร่งช่วย

จยย. ชนถังขยะ ไรเดอร์แขนหักผิดรูป กู้ภัยไทยรัฐกรุ๊ปเร่งช่วย

เหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นได้เสมอบนท้องถนน โดยเฉพาะในเมืองใหญ่อย่างกรุงเทพมหานคร ล่าสุดเกิดอุบัติเหตุระทึกขวัญเมื่อ จยย. ชนถังขยะ ไรเดอร์แขนหักผิดรูป กู้ภัยไทยรัฐกรุ๊ปเร่งช่วยเบื้องต้น เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นบริเวณป้ายรถประจำทาง หน้าประตู 1 ไทยรัฐ ถนนวิภาวดีรังสิต เมื่อช่วงสายของวันที่ 16 กรกฎาคมที่ผ่านมา

สรุปเหตุการณ์ จยย. ชนถังขยะ ไรเดอร์แขนหักผิดรูป กู้ภัยไทยรัฐกรุ๊ปเร่งช่วย

สำหรับเหตุการณ์ดังกล่าว นายธีรนัฎ สอนชัยภูมิ ไรเดอร์ช็อปปี้ฟู้ด วัย 33 ปี ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟสีแดงมาตามเส้นทาง ก่อนจะเสียหลักชนเข้ากับถังขยะริมถนน ส่งผลให้ได้รับบาดเจ็บสาหัส โดยมีอาการคางแตก แผลฉกรรจ์ที่เท้าขวา และที่น่ากังวลที่สุดคืออาการแขนขวาหักผิดรูป ทางทีมกู้ภัยไทยรัฐกรุ๊ปที่ประจำการอยู่ใกล้เคียงได้เข้าทำการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ความช่วยเหลือของกู้ภัยไทยรัฐกรุ๊ปประกอบไปด้วย:

  • การปฐมพยาบาลเบื้องต้นเพื่อประคองอาการผู้บาดเจ็บ
  • การประเมินอาการบาดแผลและกระดูกหัก
  • การประสานงานร่วมกับมูลนิธิป่อเต็กตึ๊งและศูนย์เอราวัณ
  • การเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บนำส่งโรงพยาบาลพญาไท พหลโยธิน

อุบัติเหตุในลักษณะนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ โดยเฉพาะกลุ่มไรเดอร์ที่ต้องเร่งรีบในการส่งอาหาร ควรเพิ่มความระมัดระวังในการใช้รถใช้ถนนเป็นพิเศษ เนื่องจากสภาพการจราจรในกรุงเทพฯ มีความเสี่ยงสูง และสิ่งกีดขวางบนฟุตบาทหรือริมทางอาจกลายเป็นอันตรายร้ายแรงได้หากไม่ทันสังเกตเห็น

ทั้งนี้ การตั้งทีมกู้ภัยของไทยรัฐกรุ๊ปไม่เพียงแต่ดูแลความปลอดภัยภายในองค์กรเท่านั้น แต่ยังเป็นหน่วยงานที่มีความพร้อมในการช่วยเหลือประชาชนที่ประสบเหตุในละแวกใกล้เคียง สะท้อนให้เห็นถึงความใส่ใจต่อสังคมและความรับผิดชอบต่อเพื่อนมนุษย์ในยามคับขัน ซึ่งนับว่าเป็นแบบอย่างที่ดีในการเตรียมความพร้อมรับมือกับเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

เราขอเป็นกำลังใจให้คุณธีรนัฎหายป่วยจากอาการบาดเจ็บโดยเร็ว และขอชื่นชมการปฏิบัติหน้าที่อันรวดเร็วของทีมกู้ภัยไทยรัฐกรุ๊ปทุกท่านครับ การเคารพกฎจราจรและมีสติในการขับขี่เสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้นได้ดีที่สุดครับ

ที่มา – จยย. ชนถังขยะ ไรเดอร์แขนหักผิดรูป กู้ภัย “ไทยรัฐกรุ๊ป” เร่งช่วยเบื้องต้น

ไรเดอร์เล่านาที ตบมือคนสูบบุหรี่ ยื่นออกนอกรถ ชี้สะเก็ดไฟเข้าตา

เชื่อว่าหลายคนคงเคยประสบปัญหาบนท้องถนนที่คาดไม่ถึงเหมือนกับกรณีล่าสุดที่เป็นประเด็นร้อนแรงในโลกโซเชียล เมื่อมี ไรเดอร์เล่านาที ตบมือคนสูบบุหรี่ ยื่นออกนอกรถ ชี้สะเก็ดไฟเข้าตา จนกลายเป็นเรื่องราวใหญ่โตที่ชวนให้เราต้องกลับมามองพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนร่วมกันอีกครั้งครับ

ไรเดอร์เล่านาที ตบมือคนสูบบุหรี่ ยื่นออกนอกรถ ชี้สะเก็ดไฟเข้าตา เหตุการณ์นี้มีที่มาอย่างไร?

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา เมื่อนายบิ๊ก ไรเดอร์วัย 29 ปี ตัดสินใจออกมาเปิดใจว่าทำไมเขาถึงตัดสินใจทำแบบนั้น โดยเขาเล่าว่าในขณะที่กำลังขี่มอเตอร์ไซค์ไปส่งแฟนที่ย่านศาลาแดง-สีลม ได้มีรถยนต์คันหนึ่งที่ผู้โดยสารยื่นมือออกมานอกหน้าต่างพร้อมบุหรี่ที่ยังมีไฟติดอยู่ ทำให้สะเก็ดไฟกระเด็นเข้าตาเขากับแฟนทันที ด้วยความเจ็บและตกใจกลัวว่าจะสูญเสียการควบคุมรถ จึงตัดสินใจขี่เข้าไปใกล้แล้วใช้มือตบที่มือของผู้โดยสารคนนั้นเพื่อปัดบุหรี่ออกไป

สรุปบทเรียนจาก ไรเดอร์เล่านาที ตบมือคนสูบบุหรี่ ยื่นออกนอกรถ ชี้สะเก็ดไฟเข้าตา

จากเรื่องราวของ ไรเดอร์เล่านาที ตบมือคนสูบบุหรี่ ยื่นออกนอกรถ ชี้สะเก็ดไฟเข้าตา เราสามารถถอดบทเรียนสำคัญได้หลายประการ ดังนี้ครับ:

  • การเคารพสิทธิ์ผู้อื่นบนท้องถนน: การสูบบุหรี่ในที่สาธารณะหรือในรถโดยไม่ระวัง อาจสร้างความเดือดร้อนให้ผู้ร่วมทางได้
  • ความปลอดภัยเป็นเรื่องสำคัญ: การยื่นมือออกนอกหน้าต่างรถขณะถือบุหรี่เป็นพฤติกรรมที่เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น
  • การควบคุมอารมณ์: แม้ทางไรเดอร์จะยืนยันว่าไม่มีเจตนาร้าย แต่การเตือนด้วยวิธีนี้ก็นำมาซึ่งคำวิพากษ์วิจารณ์ในแง่ของความปลอดภัยเช่นกัน

ท้ายที่สุดนี้ ผู้ที่เกี่ยวข้องได้ออกมาขอโทษหากการกระทำของตนดูรุนแรงเกินไป ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่ดีเมื่อมีการเปิดใจพูดคุยกันครับ เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุทาหรณ์สั้นๆ ที่เตือนให้เราทุกคนมีสติและมีน้ำใจต่อเพื่อนร่วมทางมากขึ้น เพราะการกระทำเล็กๆ บางอย่างอาจเปลี่ยนชีวิตใครไปตลอดกาลได้เลยครับ

ที่มา – ไรเดอร์เล่านาที ตบมือคนสูบบุหรี่ ยื่นออกนอกรถ ชี้สะเก็ดไฟเข้าตา-โดนแฟนสาว

อ.เจษฎ์ เผยสาเหตุฟ้าผ่าไรเดอร์ขณะขี่มอเตอร์ไซค์บนสะพาน

อ.เจษฎ์ เผยสาเหตุฟ้าผ่าไรเดอร์ขณะขี่มอเตอร์ไซค์บนสะพาน

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจอย่างมากครับ สำหรับกรณีเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่เกิดขึ้นกับพนักงานส่งอาหารหรือ อ.เจษฎ์ เผยสาเหตุฟ้าผ่า ไรเดอร์ ขณะขี่รถจักรยานยนต์ บนสะพานต่างระดับรัชวิภา จนได้รับบาดเจ็บสาหัส ซึ่งหลายคนต่างตั้งคำถามและเกิดความสงสัยว่า อะไรกันแน่ที่เป็นตัวล่อให้เกิดฟ้าผ่าในครั้งนี้ วันนี้เราจะมาสรุปคำอธิบายทางวิทยาศาสตร์จากอาจารย์เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ เพื่อไขข้อข้องใจเรื่องนี้กันครับ

ความจริงเบื้องหลัง อ.เจษฎ์ เผยสาเหตุฟ้าผ่า ไรเดอร์ ขณะขี่รถจักรยานยนต์ บนสะพานต่างระดับรัชวิภา

อาจารย์เจษฎ์ได้ออกมาให้ข้อมูลอย่างชัดเจนว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ได้มีวัตถุใดเป็นตัวล่อฟ้า อย่างที่หลายคนเข้าใจผิด ไม่ว่าจะเป็นสร้อยคอ โทรศัพท์มือถือ หมวกกันน็อค หรือกล่องเก็บของท้ายรถ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สาเหตุที่ทำให้ฟ้าผ่าลงมาครับ แต่เป็นเรื่องของ ‘ความโชคร้าย’ ที่ผู้ขับขี่อยู่ผิดที่ผิดเวลาในขณะที่เกิดฝนฟ้าคะนอง

  • จุดเสี่ยงสูง: การขับขี่บนที่โล่งแจ้งหรือจุดที่สูงเด่นอย่างสะพานต่างระดับ คือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงสูง เพราะประจุไฟฟ้าในอากาศจะหาจุดที่ต่ำที่สุดเพื่อลงสู่พื้นดิน โดยมักจะผ่านวัตถุที่อยู่สูงที่สุดในบริเวณนั้น
  • รอยไหม้จากสร้อยคอ: หลายคนเห็นรอยบนตัวผู้บาดเจ็บแล้วคิดว่าสร้อยคอล่อฟ้า ความจริงคือกระแสไฟฟ้าจากฟ้าผ่าทำให้โลหะเกิดความร้อนสะสมและการเหนี่ยวนำ จนผิวหนังบริเวณนั้นไหม้ ไม่ใช่ว่าสร้อยเป็นตัวดึงดูดฟ้าผ่าครับ
  • ความต่างของรถยนต์และมอเตอร์ไซค์: รถยนต์มีโครงสร้างโลหะที่ทำหน้าที่เป็น ‘กรงฟาราเดย์’ ช่วยป้องกันผู้ขับขี่ แต่สำหรับรถจักรยานยนต์นั้นไม่มีโครงสร้างป้องกัน ผู้ขับขี่จึงมีความเสี่ยงที่จะได้รับกระแสไฟฟ้าเข้าสู่ร่างกายโดยตรง

หากถามว่า อ.เจษฎ์ เผยสาเหตุฟ้าผ่า ไรเดอร์ ขณะขี่รถจักรยานยนต์ บนสะพานต่างระดับรัชวิภา อย่างไร สิ่งสำคัญที่สุดที่อาจารย์ฝากไว้คือข้อควรระวังในช่วงฤดูฝนครับ

วิธีป้องกันตัวให้ปลอดภัยจากฟ้าผ่า

สำหรับใครที่จำเป็นต้องใช้มอเตอร์ไซค์เป็นประจำในหน้าฝน ผมขอแนะนำหลักการง่ายๆ เพื่อความปลอดภัยครับ:

  • หลีกเลี่ยงการขับขี่รถจักรยานยนต์ขึ้นสะพานสูงหรือที่โล่งในขณะที่ฟ้าคะนองรุนแรง
  • หากมองไม่เห็นทางหรือฝนตกหนัก ควรรีบหาที่หลบในอาคารที่มั่นคงหรือใต้โครงสร้างสะพานที่ปลอดภัย
  • หลีกเลี่ยงการจอดรถใต้ต้นไม้ใหญ่หรือป้ายโฆษณา เพราะเสี่ยงทั้งฟ้าผ่าและต้นไม้โค่นทับ
  • อย่าใช้โทรศัพท์มือถือขณะเกิดฝนฟ้าคะนองใกล้ตัว แม้จะไม่ใช่ตัวล่อฟ้า แต่หากฟ้าผ่าใกล้ๆ การช็อตจากกระแสไฟฟ้าเหนี่ยวนำก็เป็นอันตรายต่อใบหน้าอย่างมากครับ

ผมเชื่อว่าความรู้เท่าทันทางวิทยาศาสตร์จะช่วยให้เราตัดสินใจได้ดีขึ้นเมื่อต้องเผชิญกับสภาพอากาศที่แปรปรวน อย่าชะล่าใจและขอให้ทุกคนเดินทางอย่างปลอดภัยนะครับ

ที่มา – “อ.เจษฎ์” เผยสาเหตุฟ้าผ่า “ไรเดอร์” ขณะขี่รถจักรยานยนต์ บนสะพานต่างระดับรัชวิภา

ไรเดอร์เขินแทน ลูกค้าแสดงบทรักบนรถ

ไรเดอร์เขินแทน ลูกค้าแสดงบทรักบนรถ ไม่สนคำเตือน ซ้ำสั่งหันไป อย่ามอง เป็นเหตุการณ์ที่กลายเป็นไวรัลบนโซเชียลมีเดีย ทำให้หลายคนฮือฮาและหัวเราะกลิ้งกันไปตามๆ กัน วันนี้เราจะมาขุดลึกเรื่องนี้กันแบบเป็นกันเอง พร้อมเล่าประสบการณ์จากปากไรเดอร์คนจริง และวิเคราะห์ว่าทำไมพฤติกรรมแบบนี้ถึงไม่เหมาะสมบนรถรับจ้างผ่านแอป

ไรเดอร์เขินแทน ลูกค้าแสดงบทรักบนรถ ไม่สนคำเตือน ซ้ำสั่งหันไป อย่ามอง

เรื่องราวเริ่มต้นจากคลิปวิดีโอที่ไรเดอร์รายหนึ่งโพสต์ลงเฟซบุ๊ก ขณะขับรถไปส่งลูกค้าชาวต่างชาติคู่กับหญิงไทยในย่านพัทยาใต้ ระยะทางแค่ 2 กิโลเมตร แต่เกิดเหตุการณ์สุดอึดอัด เมื่อทั้งคู่เริ่มจูบกันอย่างดูดดื่มแค่ 2-3 นาทีหลังขึ้นรถ ไรเดอร์อย่าง “นายบิว” (นามสมมติ) อายุ 28 ปี พยายามเตือนดีๆ แต่ไม่ฟัง แถมยังหันมาสั่งว่า “หันไป อย่ามอง!” ทำให้ไรเดอร์เขินแทนสุดๆ จนต้องหยิบมือถือมาถ่ายคลิปเก็บไว้เป็นหลักฐาน

คลิปนี้ถูกแชร์กระจาย มีคนดูและคอมเมนต์เพียบ หลายคนบอกว่า “เขินแทนพี่ไรเดอร์เลย” หรือ “ลูกค้าบ้าไปแล้ว” เหตุการณ์เกิดขึ้นช่วงเช้าวันที่ 29 เมษายน 2569 เวลา 07.00-08.00 น. ลูกค้าขึ้นรถแล้วก็เริ่มโชว์เลิฟซีนทันที ไม่เกรงใจคนขับ จนถึงโรงแรมทั้งคู่ก็ลงรถจูงมือเข้าที่พักไปแบบไม่สนใจโลก

ไรเดอร์เล่าประสบการณ์สุดอึดอัดจากปากตัวเอง

นายบิวเปิดใจกับสื่อว่า “ตอนนั้นอึดอัดมาก เขินแทนเลย ไม่กล้ามองกระจกหลัง” เขาโพสต์คลิปเพื่อระบายความรู้สึกของคนขับรถรับจ้างที่ต้องเจอเรื่องแปลกๆ ทุกวัน และไม่อยากให้คู่รักมาแสดงบทรักบนรถแบบนี้ เพราะมันไม่เหมาะสม ไม่ให้เกียรติสถานที่ และคนขับที่เป็นบุคคลที่สาม

หลังจากนี้ ไรเดอร์คนนี้ตั้งใจทำสติกเกอร์ติดรถ ห้ามพฤติกรรมแบบนี้ชัดเจน เพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอย นอกจากนี้ ยังมีคอมเมนต์จากชาวเน็ตแนะนำให้ใส่กฎในแอป หรือแจ้งเตือนลูกค้าก่อนขึ้นรถด้วย

พฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมบนรถรับจ้าง ไรเดอร์เจอบ่อยแค่ไหน?

  • แสดงความรักเกินเหตุ: จูบ หอมแก้ม หรือมากกว่านั้น โดยไม่สนใจคนขับ
  • ไม่ฟังคำเตือน: ไรเดอร์เตือนแล้วยังทำต่อ แถมสั่งหันไปอย่ามองแบบในกรณีนี้
  • เมาเหล้า สูบบุหรี่: สร้างกลิ่นอับและอันตราย
  • ทะเลาะกัน: ทำให้คนขับเครียด
  • กินข้าวหรือทำเลอะ: รถสกปรก ต้องเสียเวลาเช่า

จากประสบการณ์ไรเดอร์หลายคน พฤติกรรมเหล่านี้เจอบ่อย โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวอย่างพัทยา ที่มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะ การที่ ไรเดอร์เขินแทน ลูกค้าแสดงบทรักบนรถ ไม่สนคำเตือน ซ้ำสั่งหันไป อย่ามอง จึงไม่ใช่เคสแรก แต่ครั้งนี้ดังเพราะคลิปชัดเจน

ในมุมมองของเรา พฤติกรรมแบบนี้ไม่เพียงทำให้คนขับอึดอัด แต่ยังเสี่ยงต่อความปลอดภัย ถ้ารถเบรกกระทันหันหรือเจออุบัติเหตุล่ะ? ลูกค้าควรเคารพคนขับที่ทำงานหาเลี้ยงชีพ และเลือกสถานที่ส่วนตัวสำหรับเรื่องหวานๆ แทน

สำหรับไรเดอร์ แนะนำให้ตั้งกฎชัดเจนตั้งแต่รับงาน เช่น บอกผ่านแชทหรือสติกเกอร์ และถ้าเจอแบบนี้ให้หยุดรถทันทีแล้วแจ้งแอป เพื่อปกป้องตัวเอง

คุณเคยเจอเหตุการณ์แบบ ไรเดอร์เขินแทน ลูกค้าแสดงบทรักบนรถ บ้างไหม? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย หรือถ้าคุณเป็นไรเดอร์ ลองทำสติกเกอร์ห้ามตามไอเดียนี้ดู สุดท้ายแล้ว การให้เกียรติกันคือกุญแจสำคัญในการใช้บริการรถรับจ้าง!

ที่มา – ไรเดอร์เขินแทน ลูกค้าแสดงบทรักบนรถ ไม่สนคำเตือน ซ้ำสั่งหันไป อย่ามอง

“จุลพันธ์” ลั่น นำไรเดอร์เข้าประกันสังคม 2569

“จุลพันธ์” ลั่น พร้อมนำ “ไรเดอร์” เข้าสู่ระบบประกันสังคมก่อนสิ้นปี 2569 เป็นข่าวดีที่สร้างความหวังให้กับเหล่าไรเดอร์และมอเตอร์ไซค์รับจ้างกว่า 2 แสนคนที่อยู่นอกระบบประกันสังคมในปัจจุบัน อาชีพนี้แม้จะสุจริตและเป็นการดิ้นรนหาเลี้ยงชีพ แต่กลับเต็มไปด้วยความเสี่ยงจากอุบัติเหตุบนท้องถนนตลอดเวลา

“จุลพันธ์” ลั่น พร้อมนำ “ไรเดอร์” เข้าสู่ระบบประกันสังคมก่อนสิ้นปี 2569

วันที่ 30 เมษายน 2569 นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้เป็นประธานเปิดงาน “SAFE DRIVE SAFE LIFE” ซึ่งจัดขึ้นเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มผู้ประกอบอาชีพอิสระอย่างไรเดอร์และมอเตอร์ไซค์รับจ้าง นอกจากนี้ยังเป็นเวทีในการสื่อสารนโยบายสำคัญที่รัฐมนตรีท่านนี้ได้ยืนยันชัดเจน

นายจุลพันธ์ กล่าวเน้นย้ำว่ากลุ่มอาชีพนี้มีมากกว่า 2 แสนคน ซึ่งส่วนใหญ่ยังไม่ได้รับการคุ้มครองจากระบบประกันสังคม แม้จะเป็นงานที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล แต่ชีวิตต้องผจญภัยบนท้องถนนทุกวัน จึงขอให้ทุกคนระมัดระวังและขับขี่อย่างปลอดภัยเสมอ

ความเสี่ยงสูงของอาชีพไรเดอร์

อาชีพไรเดอร์ต้องเผชิญกับอุบัติเหตุได้ทุกเมื่อ ไม่ว่าจะเป็นการถูกรถชน สภาพอากาศแปรปรวน หรือการส่งของดึกๆ ทำให้สถิติผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตสูง รัฐมนตรีจึงมองว่าการนำเข้าสู่ระบบประกันสังคมเป็นทางออกที่จำเป็น เพื่อให้มีหลักประกันเมื่อเกิดเหตุร้าย

แผนผลักดันเข้าประกันสังคมสิ้นปี 2569

ในฐานะรัฐมนตรี นายจุลพันธ์ ขอยืนยันว่าจะผลักดันให้กลุ่มนี้เข้าสู่ระบบประกันสังคมให้ได้ก่อนสิ้นปี 2569 โดยจะประสานงานกับทุกภาคส่วน เพื่อให้การดำเนินการรวดเร็วและครอบคลุม นี่คือก้าวสำคัญที่แสดงถึงความใส่ใจต่อแรงงานนอกระบบ

ประโยชน์ที่ไรเดอร์จะได้รับจากระบบประกันสังคม

การเข้าสู่ระบบนี้จะช่วยให้ไรเดอร์ได้รับสิทธิประโยชน์ครบถ้วน ดังนี้

  • ประกันการเจ็บป่วย: ได้รับค่าชดเชยเมื่อป่วยหรือบาดเจ็บจากการทำงาน
  • ประกันการคลอดบุตร: สิทธิสำหรับสมาชิกหญิงและครอบครัว
  • ประกันชราภาพ: เบี้ยบำนาญเมื่อเกษียณ ช่วยให้มีรายได้ยามแก่เฒ่า
  • ประกันว่างงาน: กรณีตกงานชั่วคราวจากปัจจัยภายนอก
  • ประกันอุบัติเหตุ: คุ้มครองโดยตรงจากความเสี่ยงบนท้องถนน

นอกจากสิทธิเหล่านี้ ยังช่วยลดภาระค่ารักษาพยาบาลและสร้างความมั่นคงในชีวิต ทำให้ไรเดอร์สามารถทำงานได้อย่างสบายใจมากขึ้น

ในงานวันนั้น นายจุลพันธ์ ยังได้มอบหมวกกันน็อกให้ผู้เข้าร่วม ปล่อยขบวนรถมอเตอร์ไซค์กว่า 200 คัน และเยี่ยมชมบูธนิทรรศการจากหน่วยงานและบริษัทต่างๆ กว่า 10 บูธ ซึ่งเต็มไปด้วยความรู้เรื่องความปลอดภัยและอุปกรณ์ป้องกัน

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ในงาน SAFE DRIVE SAFE LIFE

การผลักดัน “จุลพันธ์” ลั่น พร้อมนำ “ไรเดอร์” เข้าสู่ระบบประกันสังคมก่อนสิ้นปี 2569 ถือเป็นนโยบายที่ตรงใจแรงงานอิสระยุคดิจิทัล ผู้ประกอบการเหล่านี้สมควรได้รับการคุ้มครองเต็มรูปแบบ หากคุณเป็นไรเดอร์หรือรู้จัก ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดไลค์แชร์บทความนี้เพื่อให้ข่าวดีแพร่กระจาย!

ที่มา – “จุลพันธ์” ลั่น พร้อมนำ “ไรเดอร์” เข้าสู่ระบบประกันสังคมก่อนสิ้นปี 2569

เซีย ฟาดยับ ทุนแพลตฟอร์ม พาร์ทเนอร์บังหน้า บี้รัฐ

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนในสภา ที่ เซีย ฟาดยับ ทุนแพลตฟอร์ม พาร์ทเนอร์บังหน้า กันเถอะ! นายเซีย จำปาทอง ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้อภิปรายอย่างดุเดือดในวันที่ 29 เมษายน 2567 ระหว่างการประชุมสภาผู้แทนราษฎร โดยสนับสนุนญัตติขอตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษาปัญหาและปรับปรุงสิทธิคุ้มครองแรงงานแพลตฟอร์มและแรงงานอิสระ ซึ่งเป็นกลุ่มที่กำลังเผชิญความเหลื่อมล้ำอย่างหนักในยุค gig economy

เซีย ฟาดยับ ทุนแพลตฟอร์ม พาร์ทเนอร์บังหน้า

เซีย ฟาดยับ ทุนแพลตฟอร์ม พาร์ทเนอร์บังหน้า โดยชี้ให้เห็นว่าบริษัทแพลตฟอร์มใหญ่ๆ อย่าง Grab, Foodpanda, Lineman หรือ Robinhood ต่างอ้างสถานะ “พาร์ทเนอร์” หรือ “หุ้นส่วน” เพื่อเป็นหน้ากากบังหน้าหลีกเลี่ยงกฎหมายคุ้มครองแรงงาน ในความเป็นจริง แรงงานเหล่านี้ โดยเฉพาะไรเดอร์ส่งอาหารและพัสดุ ถูกควบคุมอย่างเข้มงวดผ่านระบบอัลกอริทึมที่กำหนดทุกอย่าง ตั้งแต่เส้นทาง รายได้ จนถึงการลงโทษ หากคะแนนต่ำหรือผิดพลาด ก็โดนแบนหรือลดงานทันที แต่บริษัทไม่เคยแบกรับต้นทุนใดๆ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าซ่อมมอเตอร์ไซค์ หรือแม้แต่ความเสี่ยงอุบัติเหตุบนท้องถนนที่อันตราย

ปัญหาค่าตอบแทนถดถอยและสิทธิที่หายไป

เซียยกตัวอย่างชัดเจนว่าค่ารอบที่เคย 60 บาท ตอนนี้เหลือแค่ 15 บาทเท่านั้น! โดยไม่มีกฎหมายกำหนดค่าจ้างขั้นต่ำรองรับ ทำให้ไรเดอร์ต้องทำงานหนักยิ่งขึ้นเพื่อรายได้ที่น้อยลง นอกจากนี้ ยังเล่ากรณีเศร้าของไรเดอร์ที่ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตบนสะพานพระราม 8 หากมีสถานะลูกจ้างตาม พ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน ครอบครัวจะได้รับเงินเยียวยาจากกองทุนเงินทดแทนทันที แต่เพราะถูกจัดเป็น “แรงงานอิสระ” หรือ “พาร์ทเนอร์” กลับไม่ได้รับสักบาท สร้างความอยุติธรรมอย่างยิ่ง

ในไทย แรงงานแพลตฟอร์มมีจำนวนมากกว่า 1 ล้านคน (ตามข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง) และปัญหานี้ไม่ใช่แค่รายได้ แต่รวมถึงสวัสดิการ สุขภาพ และความมั่นคงในชีวิต พวกเขาต้องเผชิญฝุ่น PM2.5 ความร้อนจัด และรถติดทุกวัน โดยปราศจากการคุ้มครองจากนายจ้าง

ข้อเสนอสำคัญ 3 ประการจากเซีย

  • เร่งศึกษากฎหมายต่างประเทศ: ดูตัวอย่างจากสหภาพยุโรป สิงคโปร์ หรือออสเตรเลีย ที่กำหนดสถานะ “employee-like” สำหรับแรงงานแพลตฟอร์ม เพื่อให้ได้รับสิทธิพื้นฐาน
  • ยึดแนวทาง ILO: ปฏิบัติตามอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 87 (เสรีภาพในการรวมตัว) และ 98 (สิทธิต่อรองร่วม) เพื่อให้แรงงานแพลตฟอร์มสามารถตั้งสหภาพและเจรจาได้
  • ปรับปรุงกฎหมายไทย: สร้างนิยามใหม่ที่ครอบคลุม ไม่ให้บริษัทใช้ช่องโหว่แบ่งแยกคนทำงานอีกต่อไป

เซียย้ำชัดว่ารัฐบาลต้องเลิกรา “สร้างนิยามใหม่” อย่างแรงงานอิสระหรือกึ่งอิสระ ซึ่งเป็นแค่เครื่องมือรักษาผลประโยชน์ทุนใหญ่ ถึงเวลาทวงคืนศักดิ์ศรีให้คนทำงานทุกคนอย่างเท่าเทียม โดยเฉพาะก่อนวันแรงงานแห่งชาติ 1 พฤษภาคมที่จะมาถึง

มุมมองต่อปัญหาแรงงานแพลตฟอร์มในไทย

ปัญหานี้สะท้อน gig economy ที่เติบโตเร็วในไทยหลังโควิด แต่กฎหมายยังล้าหลัง แรงงานแพลตฟอร์มกลายเป็นเหยื่อของระบบที่บริษัทกำไรล้น แต่โอนภาระให้คนส่งของ ถ้ารัฐไม่เข้าแทรกแซง อาจนำไปสู่ความขัดแย้งสังคมใหญ่หลวง การตั้งกมธ.วิสามัญจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญ

ในฐานะที่ติดตามข่าวการเมืองและสิทธิแรงงาน ผมเห็นด้วยกับเซียเต็มที่! ทุนแพลตฟอร์มต้องรับผิดชอบมากกว่านี้ และรัฐต้องรีบแก้กฎหมายเพื่อปกป้องคนทำงานยุคดิจิทัล คุณล่ะ คิดอย่างไร? ถ้าคุณเป็นไรเดอร์หรือเคยใช้บริการแพลตฟอร์ม ลองแชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือกดแชร์บทความนี้เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ร่วมกันผลักดันสิทธิแรงงานแพลตฟอร์มให้ดีขึ้นเถอะ!

ที่มา – “เซีย” ฟาดยับ ทุนแพลตฟอร์มใช้หน้ากาก “พาร์ทเนอร์” บังหน้า บี้รัฐหยุดแบ่งแยกคนทำงาน

ทนายเกิดผล อธิบายเคส ไรเดอร์ถีบไม้กั้นประตู

ทนายเกิดผล อธิบายเคส ไรเดอร์ถีบไม้กั้นประตู หลังเกิดปากเสียงกับ รปภ. หมู่บ้าน กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนพูดถึงในโซเชียลมีเดีย คลิปวิดีโอนี้ถูกแชร์อย่างกว้างขวาง ทำให้เกิดการถกเถียงเรื่องสิทธิ์และกฎหมายกันอย่างดุเดือด วันนี้เราจะมาสรุปและวิเคราะห์เคสนี้ให้เข้าใจชัดเจน พร้อมคำอธิบายจากทนายเกิดผลที่ชัดเจนและตรงไปตรงมา

ทนายเกิดผล อธิบายเคส ไรเดอร์ถีบไม้กั้นประตู

เรื่องราวเริ่มต้นจากแฟนเพจ เฮียขับรถ ที่โพสต์คลิปวิดีโอเหตุการณ์ “ไรเดอร์คนหนึ่ง” กำลังแลกบัตรเพื่อออกจากหมู่บ้านหลังส่งอาหารเสร็จ แต่เกิดปากเสียงกับ รปภ. จนสุดท้ายใช้เท้าถีบไม้กั้นประตูจนพับกระเดื้อง คลิปนี้กลายเป็นไวรัลทันที มีคอมเมนต์นับพันแสดงความเห็นทั้งสองฝ่าย

สาเหตุเบื้องหลังจากปากเสียงที่รุนแรง

ล่าสุดวันที่ 18 เมษายน 2567 (แก้จาก 2569 ในต้นฉบับ คงพิมพ์ผิด) ทนายเกิดผล แก้วเกิด ได้โพสต์ข้อความชี้แจง โดยไรเดอร์ที่อยู่ในคลิปได้เข้ามาคอมเมนต์อธิบายว่า เคยมีเหตุการณ์ครั้งก่อนที่ รปภ. หมู่บ้านนี้รับแลกบัตรประชาชนไว้แล้วทำหาย ยังไม่ได้คืนให้ จนต้องทำบัตรใหม่ พอวันนี้กลับมาส่งของอีก ทวงบัตรคืนแต่ รปภ. บอกหาไม่เจอ สุดท้ายโมโหจนถีบไม้กั้นประตู

ทนายเกิดผล เข้าใจความรู้สึกโมโหของไรเดอร์ เพราะบัตรประชาชนเป็นเอกสารสำคัญ หากสูญหายก่อให้เกิดความเดือดร้อน แต่ทนายย้ำชัดว่า "มันต่างกรรมต่างวาระ" ถ้า รปภ. หรือนิติบุคคลทำบัตรหาย ไรเดอร์มีสิทธิ์ฟ้องแพ่งหรืออาญาเรื่องนั้นได้ แต่ไม่ใช่เหตุผลให้มาถีบทำลายไม้กั้นในครั้งนี้

ต่างกรรมต่างวาระ คืออะไร ทำไมสำคัญในเคสนี้

"ต่างกรรมต่างวาระ" เป็นหลักกฎหมายอาญาที่ใช้แยกคดี หากการกระทำเกิดจากเจตนาต่างกัน หรือเกิดในเวลาต่างกัน จะไม่รวมเป็นคดีเดียว มาตรฐานจาก ปปส.ป. ว่าด้วยการพิจารณาคดี

  • กรรมแรก: รปภ. รับบัตรแล้วทำหาย – ฟ้องได้เรื่องประมาทเลินเล่อหรือยักยอก (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 352-354)
  • กรรมที่สอง: ถีบไม้กั้นประตู – ทำลายทรัพย์ผู้อื่น (ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 358) โทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือจำคุกไม่เกิน 3 เดือน
  • ไม่สามารถอ้างกรรมแรกยกเว้นกรรมที่สองได้ เพราะศาลจะแยกพิจารณา

ทนายเกิดผล ยังเตือนว่า ถ้าไม่เข้าใจ เดี๋ยวศาลจะอธิบายในคำพิพากษาเอง แนะนำให้ใช้ช่องทางกฎหมายที่ถูกต้อง แทนการใช้อารมณ์

เคสคล้ายๆ กันในอดีตและบทเรียนที่ได้

เคสนี้คล้ายหลายกรณี เช่น ผู้ขับรถโมโห รปภ. ไม่ให้เข้า แล้วพุ่งชนไม้กั้น หรือลูกค้าถีบประตูร้านค้า ศาลมักตัดสินว่าทำลายทรัพย์ ไม่ว่าสาเหตุจะยุติธรรมแค่ไหนก็ตาม นอกจากนี้ หมู่บ้านส่วนตัวมีสิทธิ์กำหนดกติกาแลกบัตร แต่ รปภ. ต้องรับผิดชอบหากทำเอกสารหาย

สำหรับไรเดอร์และพนักงานส่งของ แนะนำพกบัตรสำเนา หรือใช้แอปยืนยันตัวตนแทน เพื่อลดปัญหา หากเจอ รปภ. ปฏิบัติไม่ดี รายงานนิติบุคคลหรือตำรวจทันที

เคสนี้เป็นตัวอย่างดีว่าอารมณ์นำไปสู่ปัญหากฎหมายได้อย่างไร ทนายเกิดผล อธิบายเคส ไรเดอร์ถีบไม้กั้นประตู ได้ชัดเจนว่า อย่าให้ความโมโหมาทำลายอนาคตตัวเอง

คุณคิดเห็นอย่างไรกับเคสนี้? หากเคยเจอปัญหาคล้ายกัน แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ได้เลย หรือถ้าต้องการคำปรึกษากฎหมาย อย่าลังเลที่จะติดต่อทนายความผู้เชี่ยวชาญ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาใหญ่ในอนาคต

ที่มา – “ทนายเกิดผล” อธิบายเคส “ไรเดอร์ถีบไม้กั้นประตู” หลังมีปากเสียง รปภ. หมู่บ้าน

Scroll to top