ไลน์หลุด

อดีตปลัดภูเก็ต ยื่นฟ้องกลับ อธิบดีปกครอง ผิด ม.157

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงข้าราชการ เมื่ออดีตปลัดภูเก็ต ยื่นฟ้องกลับ “อธิบดีปกครอง” ผิดม.157 ปมไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” หลังจากที่มีคำสั่งย้ายให้ไปช่วยราชการโดยไม่มีเหตุผลอันควร ซึ่งงานนี้เจ้าตัวไม่ขออยู่เฉย พร้อมสู้สุดใจเพื่อความถูกต้องและธรรมาภิบาลในระบบราชการไทย

อดีตปลัดภูเก็ต ยื่นฟ้องกลับ “อธิบดีปกครอง” ผิดม.157 ปมไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย”

เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่ นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร อดีตปลัดจังหวัดภูเก็ต ได้ยื่นฟ้องนายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 8 โดยระบุว่าได้รับข้อความผ่านแอปพลิเคชันไลน์จากอธิบดีฯ ว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” ซึ่งตีความได้ว่าเป็นการสั่งการให้ช่วยเหลือพรรคการเมืองพรรคใดพรรคหนึ่งในช่วงเวลาการเลือกตั้งที่ข้าราชการต้องวางตัวเป็นกลางอย่างเคร่งครัด

เหตุผลเบื้องหลัง อดีตปลัดภูเก็ต ยื่นฟ้องกลับ “อธิบดีปกครอง” ผิดม.157

การกระทำดังกล่าวถือเป็นประเด็นสำคัญที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจาก:

  • เป็นการละเมิดหลักความเป็นกลางทางการเมืองของข้าราชการที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้
  • เกิดการใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบในการสั่งย้ายข้าราชการที่ปฏิเสธการทำผิดจริยธรรม
  • มีการร้องเรียนว่าเกิดการกลั่นแกล้งหลังจากที่ปลัดฯ ได้ปฏิบัติหน้าที่อย่างแข็งขันในการยึดคืนผืนป่าริมหาดจำนวน 65 ไร่

ความเสียหายที่เกิดขึ้นไม่ได้ส่งผลแค่ต่อตัวบุคคล แต่ยังส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในระบบราชการไทย การที่ อดีตปลัดภูเก็ต ยื่นฟ้องกลับ “อธิบดีปกครอง” ผิดม.157 ปมไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย” ในครั้งนี้ จึงถือเป็นบททดสอบสำคัญของกระบวนการยุติธรรมว่าคนผิดจะได้รับผลกรรมอย่างไร และข้าราชการน้ำดีจะได้รับความคุ้มครองหรือไม่

หากการตรวจสอบพบว่าเป็นเรื่องจริง ถือว่าเป็นการกระทำที่ทำลายความเที่ยงธรรมของการเลือกตั้งอย่างร้ายแรง เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าผลของคดีนี้จะจบลงอย่างไร และจะมีใครอีกบ้างที่ถูกพาดพิงถึงในกรณีนี้ เพราะระบบราชการไทยต้องเป็นที่พึ่งของประชาชน ไม่ใช่เครื่องมือของพรรคการเมืองใดครับ

ที่มา – อดีตปลัดภูเก็ต ยื่นฟ้องกลับ “อธิบดีปกครอง” ผิดม.157 ปมไลน์หลุด “ช่วยน้ำเงินด้วย”

เบี้ยวรอบ 2 อธิบดีปกครอง ไม่มาแจง กมธ.- จ่อใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ

เบี้ยวรอบ 2 อธิบดีปกครอง ไม่มาแจง กมธ.- จ่อใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากครับ เมื่อล่าสุดมีการรายงานว่า เบี้ยวรอบ 2 อธิบดีปกครอง ไม่มาแจง กมธ.- จ่อใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ ในกรณีข้อสงสัยเรื่องการแทรกแซงการเลือกตั้ง ซึ่งทางคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ มองว่าเรื่องนี้มีความสำคัญและละเอียดอ่อนต่อระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างยิ่ง

เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในที่ประชุมรัฐสภา เมื่อทางกรรมาธิการได้เชิญอธิบดีกรมการปกครองมาชี้แจงกรณีข้อความ LINE ที่ระบุว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” และประเด็นคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง แต่แทนที่จะเป็นเจ้าตัวมาตอบคำถาม กลับมีการส่งรองอธิบดีมาแทน ซึ่งเป็นการ เบี้ยวรอบ 2 อธิบดีปกครอง ไม่มาแจง กมธ.- จ่อใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ สร้างความไม่พอใจให้กับคณะทำงานเป็นอย่างมาก

กมธ. พัฒนาการเมืองไม่ทน ขู่ใช้มาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด

ทางด้านคุณชลณัฏฐ์ โกยกุล และคุณภคมน หนุนอนันต์ จากพรรคประชาชน ได้ออกมาสะท้อนความผิดหวังอย่างชัดเจน โดยระบุว่าในเมื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคลและเป็นประเด็นที่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน การให้ข้าราชการระดับรองมาตอบแทนนั้นไม่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกได้ และยังเป็นการผลักภาระให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างไม่เหมาะสม

  • การชี้แจงจากตัวแทนไร้น้ำหนัก ไม่สามารถตอบประเด็นสำคัญได้
  • กมธ. ยืนยันจะติดตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดเพื่อหาความจริง
  • พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ อาจถูกนำมาใช้หากยังมีการดื้อแพ่งไม่มาชี้แจง

หลายคนมองว่าการที่ เบี้ยวรอบ 2 อธิบดีปกครอง ไม่มาแจง กมธ.- จ่อใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ ครั้งนี้ เป็นการสะท้อนถึงความไม่โปร่งใสและขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่โดยตรง การที่ท่านอธิบดีเลือกจะเลี่ยงการเผชิญหน้ากับคำถามจากสภาฯ ยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยมากขึ้นในสังคมว่าเบื้องหลังเรื่องราวเหล่านี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่

ท้ายที่สุดแล้ว ความโปร่งใสของข้าราชการไทยถือเป็นหัวใจสำคัญ หากผู้บริหารระดับสูงยังคงเพิกเฉยต่อการตรวจสอบเช่นนี้ คงเป็นเรื่องยากที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้อีกต่อไป เราคงต้องจับตาดูว่าในรอบหน้าที่ กมธ. เรียกตัวไปอีกครั้ง อธิบดีท่านนี้จะยอมเข้ามาตอบคำถามด้วยตัวเอง หรือจะเลือกใช้ไม้ตายให้กฎหมายต้องบังคับใช้กันต่อไป

ที่มา – เบี้ยวรอบ 2 อธิบดีปกครอง ไม่มาแจง กมธ.- จ่อใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ

Scroll to top