เบี้ยวรอบ 2 อธิบดีปกครอง ไม่มาแจง กมธ.- จ่อใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ
กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมให้ความสนใจอย่างมากครับ เมื่อล่าสุดมีการรายงานว่า เบี้ยวรอบ 2 อธิบดีปกครอง ไม่มาแจง กมธ.- จ่อใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ ในกรณีข้อสงสัยเรื่องการแทรกแซงการเลือกตั้ง ซึ่งทางคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองฯ มองว่าเรื่องนี้มีความสำคัญและละเอียดอ่อนต่อระบอบประชาธิปไตยเป็นอย่างยิ่ง
เหตุการณ์สำคัญเกิดขึ้นในที่ประชุมรัฐสภา เมื่อทางกรรมาธิการได้เชิญอธิบดีกรมการปกครองมาชี้แจงกรณีข้อความ LINE ที่ระบุว่า “ช่วยน้ำเงินด้วย” และประเด็นคิวอาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง แต่แทนที่จะเป็นเจ้าตัวมาตอบคำถาม กลับมีการส่งรองอธิบดีมาแทน ซึ่งเป็นการ เบี้ยวรอบ 2 อธิบดีปกครอง ไม่มาแจง กมธ.- จ่อใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ สร้างความไม่พอใจให้กับคณะทำงานเป็นอย่างมาก
กมธ. พัฒนาการเมืองไม่ทน ขู่ใช้มาตรการทางกฎหมายขั้นเด็ดขาด
ทางด้านคุณชลณัฏฐ์ โกยกุล และคุณภคมน หนุนอนันต์ จากพรรคประชาชน ได้ออกมาสะท้อนความผิดหวังอย่างชัดเจน โดยระบุว่าในเมื่อเป็นเรื่องส่วนบุคคลและเป็นประเด็นที่มีผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชน การให้ข้าราชการระดับรองมาตอบแทนนั้นไม่สามารถให้ข้อมูลเชิงลึกได้ และยังเป็นการผลักภาระให้กับผู้ใต้บังคับบัญชาอย่างไม่เหมาะสม
- การชี้แจงจากตัวแทนไร้น้ำหนัก ไม่สามารถตอบประเด็นสำคัญได้
- กมธ. ยืนยันจะติดตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุดเพื่อหาความจริง
- พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ อาจถูกนำมาใช้หากยังมีการดื้อแพ่งไม่มาชี้แจง
หลายคนมองว่าการที่ เบี้ยวรอบ 2 อธิบดีปกครอง ไม่มาแจง กมธ.- จ่อใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ ครั้งนี้ เป็นการสะท้อนถึงความไม่โปร่งใสและขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่โดยตรง การที่ท่านอธิบดีเลือกจะเลี่ยงการเผชิญหน้ากับคำถามจากสภาฯ ยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยมากขึ้นในสังคมว่าเบื้องหลังเรื่องราวเหล่านี้เกิดอะไรขึ้นกันแน่
ท้ายที่สุดแล้ว ความโปร่งใสของข้าราชการไทยถือเป็นหัวใจสำคัญ หากผู้บริหารระดับสูงยังคงเพิกเฉยต่อการตรวจสอบเช่นนี้ คงเป็นเรื่องยากที่จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้อีกต่อไป เราคงต้องจับตาดูว่าในรอบหน้าที่ กมธ. เรียกตัวไปอีกครั้ง อธิบดีท่านนี้จะยอมเข้ามาตอบคำถามด้วยตัวเอง หรือจะเลือกใช้ไม้ตายให้กฎหมายต้องบังคับใช้กันต่อไป
ที่มา – เบี้ยวรอบ 2 อธิบดีปกครอง ไม่มาแจง กมธ.- จ่อใช้ พ.ร.บ.อำนาจเรียกฯ





