ไอซ์ รักชนก ศรีนอก

วีระยุทธ รดน้ำอีสานสงกรานต์ ลิซ่า หาดใหญ่เงียบ

เทศกาลสงกรานต์ปีนี้เต็มไปด้วยสีสันและความอบอุ่นจากนักการเมืองที่ลงพื้นที่พบปะประชาชน โดยเฉพาะ “วีระยุทธ” รดน้ำดำหัวพี่น้องชาวอีสานช่วงสงกรานต์-“ลิซ่า” ไปหาดใหญ่ คนบ่นเงียบกว่าเก่า ซึ่งเป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะสะท้อนภาพการเมืองที่ใกล้ชิดกับ民眾ในช่วงวันหยุดยาว

“วีระยุทธ” รดน้ำดำหัวพี่น้องชาวอีสานช่วงสงกรานต์-“ลิซ่า” ไปหาดใหญ่ คนบ่นเงียบกว่าเก่า

วันที่ 13 เมษายน 2567 ที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นางสาวภคมน หนุนอนันต์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ลิซ่า” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ร่วมประเพณีสงกรานต์และพบปะประชาชนในพื้นที่ เธอได้ติดตามสถานการณ์การเยียวยาพี่น้องหลังเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ปลายปีก่อน และสำรวจบรรยากาศการค้าขายในเมืองหาดใหญ่

จากที่พบปะพูดคุยกับประชาชนและผู้ประกอบการ พบว่าบรรยากาศสงกรานต์ปีนี้ยังไม่คึกคักเท่าปีที่แล้ว แม้จะมีการฟื้นฟูเมืองไปบ้าง แต่หลายรายต้องปิดกิจการเพราะผลกระทบจากน้ำท่วม บวกกับราคาน้ำมันที่พุ่งสูง ทำให้ย่านการค้าบางส่วนเงียบเหงากว่าปกติ ผู้ประกอบการหลายคนบ่นว่า “ปีนี้คนน้อยกว่าปีที่แล้วเยอะ” สะท้อนปัญหาเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

ลิซ่า พบปะประชาชนหาดใหญ่

วีระยุทธ นำทีม ส.ส. รดน้ำดำหัวพี่น้องอีสาน สงกรานต์คึกคัก

ในขณะเดียวกัน ทางภาคอีสาน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ได้พา “ไอซ์-รักชนก ศรีนอก”, “โตโต้-ปิยะรัฐ จงเทพ”, และ “อานันท์ อมรินทร์” ส.ส.จังหวัดอุดรธานี ร่วมกิจกรรมสงกรานต์ที่จังหวัดอุดรธานีและขอนแก่น ประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

กิจกรรมเริ่มต้นที่ชุมชนบ้านผาสุก จ.อุดรธานี โดยร่วมพิธีรดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ต่อด้วยสรงน้ำพระที่วัดทิพย์รัฐนิมิตร สักการะศาลหลักเมือง แล้วเดินทางไปจ.ขอนแก่น ร่วมสนุกที่ถนนข้าวเหนียว แยกถนนหน้าเมือง บรรยากาศเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและน้ำสงกรานต์

  • รดน้ำดำหัวผู้สูงอายุ ชุมชนบ้านผาสุก อ.อุดรธานี
  • สรงน้ำพระ วัดทิพย์รัฐนิมิตร
  • สักการะศาลหลักเมืองอุดรธานี
  • ร่วมเทศกาลถนนข้าวเหนียว จ.ขอนแก่น
วีระยุทธ รดน้ำอีสาน
กิจกรรมสงกรานต์อุดรธานี
ถนนข้าวเหนียวขอนแก่น
ส.ส. พรรคประชาชน
รดน้ำผู้สูงอายุ
บรรยากาศสงกรานต์

การลงพื้นที่ครั้งนี้ของพรรคประชาชน แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจฟังเสียงประชาชนทั้งในภาคเหนือ ใต้ และอีสาน สงกรานต์ไม่ใช่แค่งานเลี้ยง แต่เป็นโอกาสเชื่อมโยงหัวใจกับปัญหาจริงๆ เช่น ที่หาดใหญ่ ต้องช่วยเยียวยาเศรษฐกิจหลังน้ำท่วม ขณะที่อีสานคึกคักด้วยประเพณีดั้งเดิม

ในมุมมองของผม การที่นักการเมืองอย่างวีระยุทธและลิซ่าลงพื้นที่แบบนี้ ทำให้ประชาชนรู้สึกไม่โดดเดี่ยว โดยเฉพาะในช่วงที่เศรษฐกิจยังลำบาก หากรัฐบาลช่วยลดราคาน้ำมันและสนับสนุนผู้ประกอบการมากขึ้น คงช่วยให้สงกรานต์ปีหน้าคึกคักกว่านี้แน่นอน

คุณคิดอย่างไรกับ “วีระยุทธ” รดน้ำดำหัวพี่น้องชาวอีสานช่วงสงกรานต์-“ลิซ่า” ไปหาดใหญ่ คนบ่นเงียบกว่าเก่า ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่านกันนะครับ!

ที่มา – “วีระยุทธ” รดน้ำดำหัวพี่น้องชาวอีสานช่วงสงกรานต์-“ลิซ่า” ไปหาดใหญ่ คนบ่นเงียบกว่าเก่า

“ไอซ์” เดือด ท้า “สุชาติ” สาบานไม่โกง ถาม กกต.

ดราม่าร้อนแรงในวงการการเมืองไทยกำลังเป็นประเด็นร้อน เมื่อ “ไอซ์” หรือนางสาวรักชนก ศรีนอก ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาแสดงจุดยืนเดือดดาล ท้า “สุชาติ ชมกลิ่น” ผู้สมัครจากพรรคภูมิใจไทยในเขตเลือกตั้งที่ 1 จังหวัดชลบุรี ให้กล้าสาบานว่าจะไม่ทุจริตเลือกตั้ง นอกจากนี้ยังตั้งคำถามตรงๆ ถึง กกต. ว่าคนไหนกันแน่ที่เป็นผู้มีอำนาจเบื้องหลังในชลบุรี หลังจากเกิดข้อสงสัยเรื่องบัตรเขย่งและความผิดปกติในการนับคะแนน

“ไอซ์” เดือด ท้า “สุชาติ” สาบานไม่โกงเลือกตั้ง ถาม กกต. ใครเหรอผู้มีอำนาจในชลบุรี

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากมีกลุ่มประชาชนและนักศึกษานำโดยผู้สนับสนุนพรรคประชาชนบุกไปที่สำนักงาน กกต. จังหวัดชลบุรี เพื่อเรียกร้องให้นับคะแนนใหม่ในเขต 1 ซึ่งเป็นเขตที่นายสุชาติ ชมกลิ่น ลงแข่งขัน หลังพบหลักฐานบัตรเขย่งจำนวนมาก ผลคะแนนไม่ตรงกับจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ หีบเลือกตั้งถูกเปิดและไม่มีเคเบิลไทร์รัดปากหีบให้เรียบร้อย สิ่งเหล่านี้กลายเป็นพิรุธที่จุดชนวนความไม่พอใจของประชาชน

ด้านสำนักงาน กกต.ชลบุรี ได้โพสต์เฟซบุ๊กชี้แจงเมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 ว่า ไม่มีการนับคะแนนใหม่แต่อย่างใด และข่าวที่แพร่สะพัดในเพจต่างๆ ไม่เป็นความจริง ทีมงาน กกต. ยืนยันว่าทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอนและโปร่งใส แต่คำชี้แจงนี้กลับไม่สามารถดับกระแสได้ เพราะ “ไอซ์ รักชนก” ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวระบุชัดเจนว่า ถ้าการนับคะแนนครั้งแรกตรงไปตรงมาและไม่มีอะไรผิดพลาด จะกลัวการนับใหม่ทำไม หลักฐานบัตรเขย่งชัดเจนขนาดนี้ ต้องถามผู้มีอิทธิพลในชลบุรีว่าคือใครกันแน่ กลัวคะแนนพลิกหรือเปล่า

“ไอซ์” เดือด ท้า “สุชาติ” สาบานไม่โกงเลือกตั้ง ถาม กกต. ใครเหรอผู้มีอำนาจในชลบุรี

ไอซ์ยังยกระดับด้วยการท้าทายตรงๆ ต่อนายสุชาติ ชมกลิ่น ให้กล้าสาบานต่อหน้าสาธารณะว่าตัวเองไม่ได้กระทำการทุจริตเลือกตั้ง ถ้าไม่ทำก็ขอให้เจริญรุ่งเรือง ถ้าทำก็ขอให้ชาตินี้ไม่ตายดี คำพูดนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่ไม่ยอมให้การเลือกตั้งขาดความโปร่งใส สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในโซเชียลมีเดียอย่างกว้างขวาง

พิรุธในชลบุรีเขต 1 ที่ทำให้ประชาชนไม่เชื่อถือ

มาดูกันว่าปัญหาในเขตเลือกตั้งที่ 1 ชลบุรีมีอะไรบ้างที่จุดประกายให้เกิดการเรียกร้องนับคะแนนใหม่

  • บัตรเขย่งจำนวนมาก: บัตรที่ถูกกดสองช่องหรือทำเครื่องหมายผิดปกติ พบมากผิดธรรมชาติ
  • ผลคะแนนไม่ตรงกับผู้มาใช้สิทธิ์: จำนวนโหวตเกินหรือขาดจากยอดผู้มาแสดงตัว
  • หีบเลือกตั้งถูกเปิด: ไม่มีเคเบิลไทร์รัดปากหีบ สร้างข้อกังขาว่าอาจมีการแทรกแซง
  • พฤติกรรมน่าสงสัยของเจ้าหน้าที่: มีคลิปและภาพหลักฐานจากผู้เห็นเหตุการณ์

ปัญหาเหล่านี้ไม่ใช่แค่เรื่องเล็กน้อย แต่เป็นรากฐานของความเชื่อมั่นในระบบประชาธิปไตย หาก กกต. ไม่ตอบสนองต่อข้อเรียกร้องของประชาชน อาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่ใหญ่กว่า

บทบาทของ กกต. และผู้มีอิทธิพลในชลบุรี

คำถามสำคัญที่ไอซ์โยนคือ “ใครเหรอผู้มีอำนาจในชลบุรี” ชลบุรีเป็นจังหวัดใหญ่ที่มีนักการเมืองท้องถิ่นและเครือข่ายอิทธิพลแน่นแฟ้น นายสุชาติ ชมกลิ่นเองก็เป็นนักการเมืองอาวุโสที่เคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี การเลือกตั้งครั้งนี้จึงถูกจับตาว่ามีการเล่นงานหรือไม่ กกต.ต้องพิสูจน์ตัวเองด้วยการตรวจสอบอย่างโปร่งใส มิเช่นนั้นชื่อเสียงจะเสียหาย

จากประสบการณ์การเลือกตั้งในอดีต ปัญหาบัตรเขย่งเคยเกิดขึ้นหลายครั้ง และมักนำไปสู่การสั่งนับใหม่หรือยกคดี ครั้งนี้หากปล่อยผ่าน ประชาชนจะหมดศรัทธาในระบบ

มุมมองและผลกระทบต่อการเมืองไทย

เหตุการณ์ “ไอซ์” เดือด ท้า “สุชาติ” สาบานไม่โกงเลือกตั้ง ถาม กกต. ใครเหรอผู้มีอำนาจในชลบุรี แสดงให้เห็นถึงกระแสนักการเมืองรุ่นใหม่ที่กล้าท้าทายระบบเก่า พรรคประชาชนที่นำโดยนปช. กำลังพยายามสร้างภาพลักษณ์โปร่งใส สร้างฐานเสียงจากเยาวชน หากกรณีนี้คลี่คลายด้วยดี จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้การเลือกตั้งครั้งหน้า

อย่างไรก็ตาม หาก กกต.ยังยืนกรานไม่นับใหม่ อาจเกิดการประท้วงใหญ่โต ส่งผลต่อเสถียรภาพการเมือง โดยเฉพาะในพื้นที่ EEC ที่ชลบุรีเป็นหัวใจสำคัญ

ในฐานะผู้สื่อข่าวการเมือง เรามองว่าความโปร่งใสคือหัวใจของประชาธิปไตย ควรมีการตรวจสอบอิสระจากศาลรัฐธรรมนูญหรือ ป.ป.ช. เพื่อยุติข้อพิพาท

คุณคิดอย่างไรกับดราม่าครั้งนี้? ควรนับคะแนนใหม่หรือไม่? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – “ไอซ์” เดือด ท้า “สุชาติ” สาบานไม่โกงเลือกตั้ง ถาม กกต. ใครเหรอผู้มีอำนาจในชลบุรี

ทุกฝ่ายเห็นพ้อง ปรับโครงสร้าง สปส.ครั้งใหญ่ ชง “ไอซ์”

ข่าวดีสำหรับผู้ประกันตนทั่วประเทศ เมื่อทุกฝ่ายเห็นพ้อง ปรับโครงสร้างสำนักงานประกันสังคมครั้งใหญ่ เพื่อแก้ปัญหาค้างคาให้การบริการรวดเร็ว โปร่งใส และมีประสิทธิภาพมากขึ้น ล่าสุดมีการประชุมครั้งสำคัญ โดยปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน และมีข้อเสนอชูชื่อ “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก และสหัสวัต คุ้มคง เข้ามานั่งตำแหน่งที่ปรึกษา ช่วยขับเคลื่อนการปฏิรูปนี้ให้สำเร็จ

ทุกฝ่ายเห็นพ้อง ปรับโครงสร้างสำนักงานประกันสังคมครั้งใหญ่ ชง “ไอซ์” นั่งที่ปรึกษา

สำนักงานประกันสังคม หรือ สปส. ถือเป็นองค์กรสวัสดิการสังคมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ดูแลผู้ประกันตนกว่า 12 ล้านคน มีกองทุนประกันสังคมสะสมหลายแสนล้านบาท แต่ที่ผ่านมามักถูกวิจารณ์เรื่องระบบราชการที่ล่าช้า การเข้าถึงข้อมูลยาก และการบริหารที่ไม่ยืดหยุ่นพอต่อความต้องการของประชาชน ล่าสุด เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานประกันสังคม จ.นนทบุรี พ.ต.ท. วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน ได้เป็นประธานการประชุมที่ปรึกษาและคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูป สปส. ครั้งแรก หลังจากมีคำสั่งแต่งตั้งผู้แทนจากทุกฝ่าย ไม่ว่ารัฐ นายจ้าง และผู้ประกันตน เพื่อร่างโรดแมปให้เสร็จภายใน 60 วัน

การประชุมใช้เวลานานเกือบ 4 ชั่วโมง บรรยากาศเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ ทุกภาคส่วนได้ระบายปัญหาจากประสบการณ์จริง และเสนอแนวทางแก้ไข โดยสรุปเห็นตรงกันว่าต้องเร่งปรับโครงสร้างสำนักงานประกันสังคมครั้งใหญ่ ใน 3 มิติหลัก ได้แก่ ระบบความเป็นราชการที่ติดกรอบระเบียบจนล่าช้า ความโปร่งใสและธรรมาภิบาลที่ประชาชนต้องเข้าถึงข้อมูลได้ง่าย และรูปแบบการบริหารจัดการที่เหมาะสมกับยุคดิจิทัลและอนาคต

3 ประเด็นหลักที่ต้องแก้ไขในการปรับโครงสร้างสำนักงานประกันสังคมครั้งใหญ่

  • ระบบความเป็นราชการ: ระเบียบยุ่งเหยิงทำให้การอนุมัติสิทธิประโยชน์ เช่น ทุพพลภาพ ชราภาพ หรือเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาล ล่าช้าจนผู้ประกันตนเดือดร้อน
  • ความโปร่งใสและธรรมาภิบาล: ข้อมูลกองทุนต้องเปิดเผยให้สมาชิกตรวจสอบได้ทุกเวลา ลดข้อครหาความไม่โปร่งใส
  • รูปแบบการบริหาร: อาจปรับให้คล่องตัวมากขึ้น ไม่ว่าจะใช้รูปแบบรัฐวิสาหกิจ เอกชนเข้ามาบริหารบางส่วน หรือโมเดลใหม่ๆ ที่ทันสมัย

ปลัดแรงงานย้ำว่า จะให้ทุกฝ่ายรวบรวมข้อมูลเสนอประชุมครั้งหน้า และเชิญชวนสถาบัน องค์กรผู้เชี่ยวชาญเสนอตัวศึกษารูปแบบการบริหารใหม่ โดยไม่ต้องรอคำเชิญ เน้นการมีส่วนร่วมเพื่อหาแนวทางที่ดีที่สุด ไม่ตีกรอบว่าจะเป็นเอกชน 100% หรือรัฐ 100% แต่ให้เหมาะสมที่สุด

ข้อเสนอเด่น: ชง “ไอซ์” รักชนก และสหัสวัต นั่งที่ปรึกษา

ฝ่ายผู้ประกันตน โดยนายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี กรรมการประกันสังคม เสนอชื่อ น.ส.รักชนก ศรีนอก หรือ “ไอซ์” นายสหัสวัต คุ้มคง และตัวแทน ILO (องค์การแรงงานระหว่างประเทศ) เข้ามาเป็นที่ปรึกษาเพิ่มเติม ขณะที่ฝ่ายนายจ้างเสนอชื่อนายอานนท์ ศักดิ์วรวิชญ์ นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ และนายสมคิด เลิศไพฑูรย์ นอกจากนี้ ยังเสนอเรื่องเร่งด่วน เช่น เปิดรับฟังความเห็นงบประมาณปี 70 ถ่ายทอดสดประชุมบอร์ดเพื่อสร้างความเชื่อมั่น

น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการ สปส. กล่าวว่า บรรยากาศประชุมสมานฉันท์ ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม โดยเฉพาะกระบวนการจัดจ้างทีมศึกษาที่จะเปิดรับข้อเสนอจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การปฏิรูปยั่งยืน

การปรับโครงสร้างสำนักงานประกันสังคมครั้งใหญ่ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสทองที่ตอบโจทย์กระแสเรียกร้องจากผู้ประกันตน โดยเฉพาะหลังเหตุการณ์การเมืองและปัญหาที่สะสมมานาน หากสำเร็จจะช่วยยกระดับบริการ ลดช่องโหว่ และเพิ่มความเชื่อมั่นในระบบประกันสังคม ซึ่งเป็นหลักประกันชีวิตของแรงงานไทย

ในมุมมองของผู้เขียน การปฏิรูปนี้ไม่ใช่แค่เปลี่ยนโครงสร้าง แต่คือการเปลี่ยน mindset สู่การบริการประชาชนตัวจริง หากมีที่ปรึกษาคนรุ่นใหม่อย่าง “ไอซ์” ที่เข้าใจปัญหาผู้ประกันตน จะช่วยให้เกิดนวัตกรรมใหม่ๆ เช่น แอปพลิเคชันดิจิทัลเต็มรูปแบบ หรือ AI ช่วยอนุมัติสิทธิ

คุณคิดอย่างไรกับการปรับโครงสร้างสำนักงานประกันสังคมครั้งใหญ่? มีข้อเสนออะไรเพิ่มเติมไหม ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ผู้ประกันตนรับรู้ เพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจริง!

ที่มา – ทุกฝ่ายเห็นพ้อง ปรับโครงสร้างสำนักงานประกันสังคมครั้งใหญ่ ชง “ไอซ์” นั่งที่ปรึกษา

ไอซ์เจอถาม! เท้งชวนกาพรรคส้ม คนอุดรฯ ช่วยหน่อย!

“ไอซ์ รักชนก” เจอกับสถานการณ์ที่ชาวบ้านเข้ามาสอบถามถึงผลงานในสภา และการช่วยเหลือประชาชนเมื่อเกิดปัญหาน้ำท่วม ในขณะที่ “ณัฐพงษ์” ประกาศเป้าหมายที่จะทำให้อุดรธานีเป็นสีส้มทั้งจังหวัด พร้อมขอคะแนนเสียงจากชาวอุดรฯ ให้เลือกพรรคอย่างเต็มที่

เมื่อวันที่ 4 มกราคม 2569 เวลา 16.00 น. ที่ตลาดต้นสัก ใกล้แยกพระนั่งเกล้า ถนนนนทบุรี 1 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี นางสาวรักชนก ศรีนอก หรือ ไอซ์ ผู้สมัคร สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ได้ลงพื้นที่ในจังหวัดนนทบุรี พร้อมกับแนะนำตัวนายวุฒากร นุตยกุล ผู้สมัคร สส.เขต 1 ของพรรค

ระหว่างการเดินแนะนำตัวผู้สมัคร ได้มีกลุ่มแฟนคลับเข้ามาขอถ่ายรูปเซลฟี่เป็นจำนวนมาก แต่เหตุการณ์ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อชาวบ้านรายหนึ่งที่กำลังเดินซื้อของในตลาด ได้เดินตรงเข้ามาหา ไอซ์ รักชนก และถามว่า “ด่าพระมหากษัตริย์ไหม” ไอซ์ รักชนก จึงถามกลับไปว่าอะไรนะคะ ชาวบ้านจึงพูดต่อว่า “ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์” ไอซ์ รักชนก ตอบกลับไปว่า “ชาติเราคือประชาชน ดังนั้นพวกเรายืนข้างประชาชน” ชาวบ้านคนดังกล่าวก็ยังคงตั้งคำถามต่อไปว่า “เข้าสภาทำอะไรเพื่อประชาชนบ้าง ประชาชนเดือดร้อนน้ำท่วมไม่เห็นไปช่วยประชาชนเลย” ไอซ์ รักชนก พยายามจะอธิบาย แต่ชาวบ้านคนดังกล่าวไม่ยอมรับฟังและเดินหนีไป ทำให้กองเชียร์ตะโกนโห่ไล่ แต่ ไอซ์ รักชนก ได้ยกมือห้ามไม่ให้ใครเข้าไปต่อว่า และไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น

ในส่วนของการหาเสียงในวันนี้ ไอซ์ รักชนก ได้กล่าวถึงนโยบายของพรรคประชาชน ที่ชูเรื่อง “ไทยไม่เทา ไทยเท่ากัน ไทยทันโลก” โดยจะเร่งปราบปรามสแกมเมอร์ในมือถือ รวมถึงสแกมเมอร์ที่เป็นเพื่อนบ้านและสแกมเมอร์ในสภา นอกจากนี้ ทางพรรคยังให้ความสำคัญกับเรื่องความเท่าเทียม โดยเสนอสวัสดิการเด็กเล็ก 0-6 ขวบ จาก 600 บาท เป็น 1,200 บาท และเบี้ยผู้สูงอายุ จาก 600, 700, 800 เป็น 1,000 บาท และตั้งเป้าที่จะเพิ่มเป็น 1,500 บาทภายใน 1 ปี

หลังจากใช้เวลาแนะนำตัวผู้สมัครประมาณ 1 ชั่วโมง ไอซ์ รักชนก และทีมงานได้เดินทางไปที่ตลาดมณียา ในพื้นที่ ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี ซึ่งเป็นเขตเลือกตั้งที่ 5 โดยมีนายปรีติ เจริญศิลป์ เป็นผู้ลงสมัคร สส.

“ไอซ์” โดนอีกแล้ว เจอชาวบ้านปรี่ถามตอนหาเสียง- “เท้ง” ขอคนอุดรฯ ช่วยกันกาพรรคส้ม

ทางด้าน จ.อุดรธานี นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี จากพรรคประชาชน ได้ขึ้นกล่าวปราศรัยภายใต้หัวข้อ “วาระประชาชนคนอุดรฯ” พร้อมกับผู้สมัคร สส. จังหวัดอุดรธานีทั้ง 10 เขต ที่ลานจอดรถ ยูดีทาวน์ โดยมีประชาชนให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น พร้อมทั้งมอบช่อดอกไม้และตะโกนเรียก “นายกฯ เท้ง” นายณัฐพงษ์กล่าวว่า รู้สึกตื่นเต้นที่ประเทศไทยกำลังจะเปลี่ยนแปลง และกล่าวถึงจดหมายฉบับหนึ่งที่ได้รับระหว่างการหาเสียงตั้งแต่สระบุรี โคราช ขอนแก่น จนมาถึงอุดรธานี ซึ่งเป็นกำลังใจที่สำคัญ

จดหมายฉบับดังกล่าวมาจากน้องคนหนึ่งอายุ 16 ปี ที่โคราช โดยมีเนื้อหาว่า “ถึงคุณเท้ง หนูเป็นแค่เยาวชนอายุ 16 ปี คนหนึ่ง อีกไม่กี่ปีข้างหน้าก็จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ เลือกตั้งครั้งนี้ก็ยังไม่มีโอกาสเลือกตั้ง แต่ถึงอย่างไร หนูก็หวังว่าประเทศจะดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้ และก็หวังว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ จะได้พรรคประชาชนเป็นรัฐบาล ขอบคุณคุณเท้ง ขอบคุณทุกๆ คนที่สู้มาตั้งแต่อนาคตใหม่ ก้าวไกล และพรรคประชาชน”

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า จดหมายฉบับนี้เตือนใจตนถึงคุณค่าพื้นฐานที่ง่ายที่สุดของการเมืองไทยในตอนนี้ โดยที่ไม่ต้องพูดถึงนโยบายกว่า 200 อย่าง

ถ้าวันนี้การเมืองไทยยังมีสีเทา ถ้าคนที่อาสาเป็นผู้แทนสมัครรับเลือกตั้ง รับเงินสีเทา รับเงินกลุ่มทุนใหญ่ กลุ่มอำนาจเดิม ๆ มุ้งใหญ่ ที่ย้ายค่าย ย้ายสีกัน มีการซื้อตัว สส. เป็นว่าเล่น โดยหวังว่าค่ายของฉัน พรรคฉัน จะไปต่อรองเก้าอี้นายกรัฐมนตรีได้ 1 เก้าอี้

ตราบใดที่มีการเมืองสีเทาแบบนี้ นโยบายกว่า 200 เรื่องนั้นก็ทำลำบาก ไม่ว่าจะทำให้ค่าไฟถูกลง ที่ต้องไปสู้กับกลุ่มทุนใหญ่ หรือจะทำสวัสดิการก้าวหน้าก็ต้องใช้เงินภาษี รัฐบาลที่ผ่านมาต้องการทำนโยบายลดแลกแจกแถม ใช้เงินในคลังจนร่อยหรอ เอาแค่นโยบายสองข้อที่เป็นนโยบายหลัก ๆ ของพรรคประชาชน ไม่ต้องพูดถึงนโยบายกว่า 200 ข้อ หากการเมืองมีสีเทาแบบนี้ นโยบาย 200 ข้อก็ทำไม่ได้

ดังนั้น พรรคประชาชนจึงออกมาประกาศชัดว่า การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งระหว่างส้ม กับเทา แล้ว 8 กุมภาพันธ์ เราจะเลือกรัฐบาลส้ม หรือรัฐบาลเทา?

นิยามรัฐบาลเทาดูง่ายๆ พรรคไหนที่ไม่ออกมาประกาศให้ชัดว่าจะไม่ร่วมรัฐบาลกับใครตั้งแต่ประชาชนยังไม่เข้าคูหา พรรคที่บอกเก็บไว้ก่อน เคารพเสียงประชาชน ไว้หลังเลือกตั้งค่อยว่ากัน แบบนี้เหรอที่เป็นการเมืองแบบตรงไปตรงมา

ที่นี่คือเมืองหลวงของคนเสื้อแดง เมืองหลวงของคนรักประชาธิปไตย เอาอุดรให้เป็นสีส้มทั้งจังหวัด ให้เขาได้รู้ว่าเมืองหลวงนี้ไม่มีใครเป็นเจ้าของ

ระหว่างการเมืองส้ม การเมืองเทา เราไม่ได้จะบอกว่าเราทำการเมืองขาวกว่าการเมืองคนอื่น เราไม่เชื่อเรื่องพรรคเทพ พรรคมาร แต่เราเชื่อในหลักการ

คำว่าไม่เทา คือไม่ทนต่อเรื่องสีเทา ตราบใดที่คนในระบบ คนในอำนาจมีส่วนพัวพันกับเรื่องสีเทา ต้องจัดการขั้นเด็ดขาด ไม่ใช่แบบที่อดีตนายกรัฐมนตรีกล่าวกับสื่อมวลชนเองเลยว่าเป็นคนยกหูโทรหาคนที่มีส่วนเกี่ยวพันกับสีเทาให้ลาออก ส่วนอีกคนอยู่ในคณะรัฐมนตรีหน้าตาเฉย แถมบอกว่าสนิทกับคนที่เกี่ยวพันกับคดีฟอกเงินข้ามชาติ เราไม่ได้บอกใครไม่ดี หากติดตามข่าวสารก็จะเห็นว่าตรงไปตรงมาหรือไม่

ทำไม “เท้ง” ถึงขอคนอุดรฯ ช่วยกันกาพรรคส้ม?

การเลือกตั้งครั้งหน้า ตราบใดที่เป็นการเมืองแบบไม่ตรงไปตรงมา เรากังวลว่าคนจะไปรวมขั้วกันจนนำสีเทากลับมา ก่อนจะไปสู่สวัสดิการที่ดี เศรษฐกิจปากท้องดี เอาเรื่องเทาออกจากการเมืองก่อน กว่า 200 นโยบายของเรา เราพูดและทำได้จริง มีทั้งนโยบายเกษตรกรและพัฒนาเศรษฐกิจท่องเที่ยว ที่อุดรธานีนี้มีครบเครื่องทั้งแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ท่องเที่ยวสายความเชื่อ ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์

ในวันที่เราบอกประเทศไทยคือเมืองท่องเที่ยว ถ้ายกตัวอย่างว่ามีรายได้ 100 บาท 70 บาทอยู่ในห้าเมืองหลัก กรุงเทพฯ เชียงใหม่ ภูเก็ต ชลบุรี พัทยา แต่ที่เหลือคือเมืองอื่น เราจะยกระดับการท่องเที่ยวเมืองรอง มีเงินอุดหนุนให้นักท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว

เรื่องปัญหาที่ดิน เจ้าสัวที่ดินที่ถือครองที่ดินมูลค่ามากที่สุดมีจำนวน 1% ของประเทศ ถือครองมูลค่าที่ดิน 99% ของทั้งประเทศ หลายคนมีปัญหาเรื่องสิทธิทำกิน เราจึงมีนโยบายปฏิรูปที่ดิน ทุกประเทศที่พัฒนาแล้วทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ เกษตรกรมีรายได้สูงเพราะเขามีนโยบายปฏิรูปที่ดินมาก่อนหน้านี้หมด

ที่อุดรธานีกว่า 70% ทำเกษตรกรรม เรามีทั้งนโยบายเกษตร นโยบายท่องเที่ยว สองนโยบายหลักนี้ตอบโจทย์พี่น้องชาวอุดรฯ แน่นอน 11 มกราคมนี้ ฝากติดตามการเปิดตัวทีมบริหารของพรรคประชาชน ตอนนี้เปิดให้เห็นแล้วบางส่วน จะเปิดทีละคน นอกจากนโยบายที่ดี ทีมบริหารมืออาชีพของเราหน้าตาเป็นอย่างไร ดูผ่านรายการ The Professionals ได้

สิ่งหนึ่งที่ฝังอยู่ในหัวสมองและจิตใจตน คือวิธีการทำงานการเมืองของพวกเราตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ ก้าวไกล ถึงประชาชน คำพูดของนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เมื่อปี 2562 ที่ผมเริ่มมาสมัคร สส. คุณธนาธรมาที่ขอนแก่น เจอผู้สนับสนุนพรรค สิ่งที่นายธนาธรไม่สามารถทำได้ แกนนำไม่สามารถทำได้ คือลงไปเจอผู้สนับสนุนให้ครบทุกจังหวัด ทั้งประเทศ

ทุกคนเป็นปากเป็นเสียงแทนพวกเราได้ ไม่ต้องถามตน ไม่ต้องถามผู้สมัครหรืออดีตแกนนำ ทุกคนทำกันได้ ว่าเรามีส้ม ไม่มีเทา มีความเป็นประชาธิปไตย เถียงกับ IO แทนเราได้หมดเลย นี่คือหนึ่งในวิธีทำงานตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่

นายณัฐพงษ์กล่าวต่อไปว่า สมาชิกเราเติบโตขึ้นทุกวัน สิ่งที่ทำให้ตนตื้นตัน คือ สิ่งที่ตนถามนายธนาธร ตั้งแต่สมัคร สส. เขต ครั้งแรก ว่าถ้าอยากทำการเมืองให้ดี อยากช่วยหาเสียงต้องทำอย่างไร เขาตอบว่า อย่านั่งในห้องแอร์ ให้ไปลงพื้นที่ จากนั้นจึงจำได้ขึ้นใจและลงมือทำ

นักการเมืองที่ดีต้องถ่อมตน โค้งต่อประชาชน หลังตรงต่อเผด็จการ ทำงานในพื้นที่ ลงพื้นที่ทุกวัน เจอเรื่องไม่ถูกต้อง ต้องเป็นปากเป็นเสียงให้ประชาชน ซื่อตรงกับประชาชน ทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวมไม่ใช่ประโยชน์ส่วนตน

8 กุมภาพันธ์นี้ ขอให้ชาวอุดรธานีกาพรรคส้มทั้ง 2 ใบ ส่งผู้สมัคร สส. ทั้ง 10 คนของอุดรธานีเข้าไปทำงานให้พี่น้องประชาชนในสภา

การเมืองไทยยังคงเต็มไปด้วยความท้าทาย แต่การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญ ขอเชิญชวนให้ทุกท่านติดตามข่าวสารและร่วมกันตัดสินใจเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาประเทศไปในทิศทางที่ดีขึ้น

ที่มา – “ไอซ์” โดนอีกแล้ว เจอชาวบ้านปรี่ถามตอนหาเสียง- “เท้ง” ขอคนอุดรฯ ช่วยกันกาพรรคส้ม

พรรคประชาชน ส่ง “ปาล์ม” ชิง สส.กทม.

พรรคประชาชน เปิดตัว ชลณัฏฐ์ โกยกุล หรือ “ปาล์ม” ลงชิงเก้าอี้ สส. เขต บางบอน–จอมทอง–หนองแขม แทน “ไอซ์” รักชนก ศรีนอก ที่จะไปส่งบัญชีรายชื่อ

วันที่ 1 ธ.ค. 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พรรคประชาชน (ปชน.) เปิดตัว น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล หรือ “ปาล์ม” เป็นว่าที่ผู้สมัคร สส.กทม. เขต 28 บางบอน–จอมทอง–หนองแขม แทนผู้สมัครคนเก่า อย่าง “ไอซ์” น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.กทม. โดยมีแนวโน้มสูงที่ น.ส.รักชนก จะถูกดันขึ้นไปเป็นผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ จากผลงานที่เข้าตา นอกจากนี้ ยังเป็นแผนสำรองกรณี น.ส.รักชนก ที่มีคดีติดตัวสารพัด หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมือง ในอนาคตหรือไม่ อย่างไร ก็สามารถดันลำดับบัญชีรายชื่อถัดไปขึ้นมาแทนที่ได้โดยที่ไม่ต้องมีการเลือกตั้งซ่อม

ทั้งนี้ สำหรับประวัติ น.ส.ชลณัฏฐ์ หรือ “ปาล์ม” นั้น มีประสบการณ์ด้านสื่อสารมวลชน เช่น เคยเป็นพิธีกรรายการต่างๆ ในช่อง ThaiPBS เป็นต้น จบปริญญาตรี อักษรศาสตร์ วิชาเอก-ภาษาอังกฤษ วิชาโท-นิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักสูตรพัฒนาศักยภาพผู้หญิงสู่การเป็นผู้นำทางการเมือง WEPLA: Women’s Empowerment and Political Leadership Academy หลักสูตรการดำเนินงานทางกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม กรณีความรุนแรงในครอบครัวและความรุนแรงในชีวิตคู่ (DV Learning by TIJ) ประวัติการทำงานการเมือง ผู้ประสานงาน กลุ่มสว.ประชาชน 2567 ตัวแทน กลุ่มสว.ประชาชน ยื่นคำฟ้องต่อศาลปกครองกลางให้ยกเลิกระเบียบการแนะนำตัวแบบเก่าของ กกต. คณะทำงาน Safe Zone Thailand ภาคประชาสังคมที่ผลักดันการปฏิรูปกฎหมาย และจริยธรรมในวิชาชีพจิตวิทยาการปรึกษา และเสนอนโยบายเพื่อสร้างพื้นที่ปลอดภัยทางสุขภาพจิตอย่างยั่งยืน

พรรคประชาชน ส่ง “ปาล์ม” ชิงเก้าอี้ สส.กทม. แทนเขต “ไอซ์ รักชนก”

การเปลี่ยนแปลงตัวผู้สมัคร สส.กทม. ในครั้งนี้ ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของพรรคประชาชน ในการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งที่จะมาถึง การส่ง น.ส.ชลณัฏฐ์ โกยกุล หรือ “ปาล์ม” ลงสมัครแทน น.ส.รักชนก ศรีนอก นั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคที่จะรักษาฐานเสียงเดิม และขยายฐานไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่

ทำไมพรรคประชาชนถึงเลือก “ปาล์ม” ชิงเก้าอี้ สส.กทม.?

การตัดสินใจของพรรคประชาชนในการส่ง “ปาล์ม” ลงสมัครรับเลือกตั้ง สส.กทม. ในครั้งนี้ มีหลายปัจจัยที่น่าสนใจ นอกเหนือจากประสบการณ์ด้านสื่อสารมวลชนที่โดดเด่นแล้ว “ปาล์ม” ยังมีประวัติการทำงานด้านสังคมที่เข้มแข็ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นด้านสิทธิสตรีและความเท่าเทียมทางเพศ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นคุณสมบัติที่สอดคล้องกับอุดมการณ์ของพรรคประชาชน

นอกจากนี้ การที่ “ไอซ์ รักชนก” เตรียมขยับไปสู่บัญชีรายชื่อ ทำให้เกิดช่องว่างในเขตเลือกตั้งเดิม การมีผู้สมัครที่มีความสามารถและประสบการณ์อย่าง “ปาล์ม” เข้ามาเติมเต็ม จึงเป็นกลยุทธ์ที่เหมาะสมในการรักษาความต่อเนื่องทางการเมืองของพรรค

การที่ น.ส.รักชนก อาจจะต้องไปอยู่ในบัญชีรายชื่อนั้นอาจจะมาจากผลงานที่โดดเด่น ทำให้พรรคต้องการที่จะใช้ศักยภาพของเธอให้เป็นประโยชน์ในภาพรวมของประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นแผนสำรอง หากเกิดสถานการณ์ไม่คาดฝันทางการเมือง การมีบุคลากรที่พร้อมจะเข้ามาทำหน้าที่แทนได้ทันที จึงเป็นการเตรียมความพร้อมที่รอบคอบ

การเลือก “ปาล์ม” ลงสมัคร สส.กทม. ในครั้งนี้ จึงเป็นการผสมผสานระหว่างการรักษาฐานเสียงเดิม การขยายฐานไปยังกลุ่มคนรุ่นใหม่ และการเตรียมความพร้อมสำหรับสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่แน่นอน

สิ่งที่น่าจับตามองต่อไป คือ การที่ “ปาล์ม” จะสามารถสร้างความแตกต่าง และดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชนในเขตเลือกตั้งได้อย่างไร การนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชน และการสร้างความไว้วางใจให้กับผู้มีสิทธิเลือกตั้ง จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะชี้วัดความสำเร็จในการเลือกตั้งครั้งนี้

การเมืองไทยเต็มไปด้วยความเปลี่ยนแปลง การที่พรรคประชาชน ตัดสินใจส่ง “ปาล์ม” ชิงเก้าอี้ สส.กทม. แทนเขต “ไอซ์ รักชนก” นั้น แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการปรับตัว และการวางแผนระยะยาวของพรรค การมีบุคลากรที่มีความสามารถหลากหลาย และการเตรียมพร้อมสำหรับทุกสถานการณ์ จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้พรรคการเมืองสามารถเติบโต และยืนหยัดอยู่ในสนามการเมืองได้อย่างยั่งยืน

การแข่งขันในการเลือกตั้ง สส.กทม. ครั้งนี้ จึงเป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างยิ่ง และผลลัพธ์ที่ออกมา จะเป็นตัวชี้วัดที่สำคัญถึงอนาคตทางการเมืองของพรรคประชาชน

ที่มา – พรรคประชาชน ส่ง “ปาล์ม” ชิงเก้าอี้ สส.กทม. แทนเขต “ไอซ์ รักชนก”

Scroll to top