000 ล้านบาท

สมคิดคาด รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้งบหมื่นล้าน

“สมคิด เชื้อคง” อัดข้อตกลง 2 พรรค มวยล้มต้มคนดูหลอกคนไทยไม่จริงใจแก้รัฐธรรมนูญ คำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญต้องประชามติ 3 ครั้ง ทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้งบหมื่นล้าน!

วันที่ 11 กันยายน 2568 นายสมคิด เชื้อคง อดีต สส.อุบลราชธานี พรรคเพื่อไทย และอดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้งบหมื่นล้านต้องมีการจัดให้มีการออกเสียงประชามติ 3 ครั้ง ทั้งนี้การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ จะต้องเป็นไปตามบทบัญญัติ หมวด 15 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ ของรัฐธรรมนูญด้วย ซึ่งรัฐสภามีอำนาจแก้ไขเพิ่มเติม ฝ่ายการเมืองเคารพคำวินิจฉัยของศาลที่ออกมา

นายสมคิด กล่าวด้วยว่า จากคำวินิจฉัยที่สุดท้ายการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ต้องกลับมาที่สภา เพื่อขอมติจากสมาชิกในการกำหนดแนวทางการทำประชามติ รวมทั้งการเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญมาตรา 256 ที่บัญญัติว่า กระบวนการและหลักเกณฑ์ในการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญบังคับไว้ นอกจากนี้การทำประชามติทั้ง 3 ครั้งคาดว่าจะใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า 10,000 ล้านบาท เพราะงบประมาณในการทำประชามติในแต่ละครั้งไม่ต่ำกว่า 3,000 ล้านบาท และใช้เวลานานมาก ดังนั้นที่บอกว่าจะดำเนินการภายใน 4 เดือนนั้นไม่มีทางทำได้ เป็นเรื่องโกหกที่เอาไว้หลอกเพื่อผลประโยชน์เท่านั้น เพราะไม่มีทางเป็นจริง

“การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ผ่านมา จะพบว่าพรรคภูมิใจไทยไม่เห็นด้วยตั้งแต่ต้น นอกจากนี้ยังจับมือกับสมาชิกวุฒิสภา ดึงการทำประชามติออกไปอีก 180 วัน ก็ชัดเจนว่าพรรคภูมิใจไทยไม่เคยมีความคิดที่จะแก้รัฐธรรมนูญ เพราะหากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี คิดจะแก้ทำได้ตั้งนานแล้ว ถึงวันนี้ข้อตกลงระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน ไม่ต่างจากมวยล้มต้มคนดูหลอกพรรคประชาชน ทั้งนี้เชื่อว่าพรรคประชาชนก็ทราบดีว่าถูกหลอกแต่เต็มใจที่จะเดินตามเกมของพรรคภูมิใจไทย สุดท้ายก็ทั้งสองพรรคหลอกคนไทยทั้งประเทศอยู่ดี” นายสมคิด กล่าว

สมคิดชี้ รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้งบหมื่นล้าน จริงหรือไม่?

จากกรณีที่นายสมคิด เชื้อคง ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับงบประมาณในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่อาจสูงถึงหมื่นล้านบาท ทำให้เกิดคำถามตามมามากมายว่าตัวเลขนี้เป็นไปได้จริงหรือไม่ และมีปัจจัยอะไรบ้างที่ส่งผลให้งบประมาณในการแก้ไขรัฐธรรมนูญสูงขนาดนี้

ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าใช้จ่ายในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้งบหมื่นล้าน

  • การทำประชามติ 3 ครั้ง: ตามคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องผ่านการทำประชามติถึง 3 ครั้ง ซึ่งแต่ละครั้งมีค่าใช้จ่ายในการดำเนินการค่อนข้างสูง
  • ค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้ง: การจัดการเลือกตั้งแต่ละครั้งต้องใช้งบประมาณจำนวนมาก ทั้งค่าใช้จ่ายในการพิมพ์บัตรเลือกตั้ง ค่าจ้างเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้ง และค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์
  • ค่าใช้จ่ายในการร่างรัฐธรรมนูญ: การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายและรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายในการจ้างที่ปรึกษาและคณะทำงาน
  • ค่าใช้จ่ายในการประชาสัมพันธ์และเผยแพร่ข้อมูล: การเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ประชาชนได้รับทราบเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งต้องใช้งบประมาณในการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์ จัดกิจกรรม และเผยแพร่ข้อมูลผ่านช่องทางต่างๆ

ด้วยปัจจัยหลายประการที่กล่าวมา ทำให้งบประมาณในการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้งบหมื่นล้านอาจเป็นไปได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการงบประมาณและการวางแผนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เป็นไปอย่างโปร่งใส คุ้มค่า และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นเรื่องสำคัญที่ส่งผลกระทบต่ออนาคตของประเทศ การมีส่วนร่วมและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนควรให้ความสนใจ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

ที่มา – “สมคิด” คาด รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ใช้งบพุ่งหมื่นล้าน อัด ปชน.-ภท. ข้อตกลงหลอกคนไทย

ภูมิธรรม: ไม่เคยได้ยินซื้อเสียงโหวต 2 พันล้าน

รักษาการนายกฯ ลั่น อย่าไปคิดสิ่งที่ยังไม่เกิด ถามกลับใครพูดปมซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้าน หวังล้มรัฐบาลหากมีการโหวตนายกฯ ใหม่ มอง สส.เพื่อไทยเชื่อ “แพทองธาร” บริสุทธิ์ใจ ไม่มีใครรู้ผลศาลจะเป็นอย่างไร

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 28 สิงหาคม 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่ทำเนียบรัฐบาล ถึงกระแสข่าวมีการซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้านบาท เพื่อล้มรัฐบาล หากมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี โดยนายภูมิธรรม ย้อนถามสื่อว่า “ใครหรอครับ บอกมาเลย ผมจะได้ไปเจอ ผมยังไม่เคยได้ยินเรื่องนี้”

ผู้สื่อข่าวถามต่อกังวลหรือไม่หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม วันที่ 29 สิงหาคม 2568 แล้วต้องเลือกนายกรัฐมนตรีใหม่อาจมีการพลิกขั้ว นายภูมิธรรม กล่าวว่า อย่าไปคิดสิ่งที่ยังไม่เกิด ตรงนั้นจะเกิดเมื่อ น.ส.แพทองธาร มีความผิด ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่ามีความผิดหรือไม่ เอาไปทีละขั้นตอน

ส่วนคำถามถึงกรณีที่ สส.พรรคเพื่อไทย จะนั่งรถบัสจากพรรคเพื่อไทยมาให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ที่ทำเนียบรัฐบาลนั้น นายภูมิธรรม ตอบว่า ตนไม่ทราบ คงมาให้กำลังใจนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมาตนไม่ได้เข้าพรรคเลยเพราะมีภารกิจเยอะ จึงไม่ทราบว่าเขาคุยอะไรกัน

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึงเรื่องที่มีการมองกันว่าบรรดา สส. รู้ผลล่วงหน้าแล้ว นายภูมิธรรม ระบุว่า อย่าไปคิดอย่างนั้น ตนเชื่อว่า สส.พรรคเพื่อไทย เชื่อในความตั้งใจและความบริสุทธิ์ใจของนายกรัฐมนตรี เชื่อว่าข้อกล่าวหาไม่ใช่ปัญหา ผู้เชี่ยวชาญด้านต่างประเทศหลายส่วนก็บอกว่าเป็นเรื่องธรรมดาทางการทูต ดังนั้น สส. จึงมั่นใจและคิดว่าจะประสบความสำเร็จ เลยอยากมาแสดงความยินดี ทั้งนี้ ไม่มีใครรู้ว่าศาลรัฐธรรมนูญจะใช้ดุลพินิจอย่างไร

ไม่เคยได้ยินซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้าน ล้มรัฐบาล มองเพื่อไทยเชื่อนายกฯ บริสุทธิ์ใจ

จากกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับ ซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้าน เพื่อล้มรัฐบาลที่อาจเกิดขึ้นในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่นั้น นายภูมิธรรม เวชยชัย ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว โดยเน้นย้ำว่าตนเองไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน และยังตั้งคำถามกลับไปยังผู้ที่ปล่อยข่าวนี้อีกด้วย

ภูมิธรรมตอบประเด็นซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้าน

นอกจากนี้ นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณีที่ สส. พรรคเพื่อไทยเดินทางมาให้กำลังใจ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร โดยเชื่อว่าเป็นการแสดงออกถึงความมั่นใจและความเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ใจของนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม นายภูมิธรรมย้ำว่า ผลการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญยังเป็นสิ่งที่ไม่มีใครสามารถคาดเดาได้

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การคาดการณ์หรือการด่วนสรุปใดๆ อาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดและความสับสนได้ สิ่งสำคัญคือการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้สามารถวิเคราะห์สถานการณ์และตัดสินใจได้อย่างถูกต้อง

ประเด็นเรื่อง ซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้าน บาทเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและต้องพิจารณาด้วยความระมัดระวัง การแพร่กระจายข่าวสารที่ไม่ได้รับการยืนยันอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนและเสถียรภาพทางการเมืองได้ ดังนั้น จึงควรตรวจสอบข้อมูลและแหล่งข่าวอย่างถี่ถ้วนก่อนที่จะเชื่อหรือเผยแพร่ข้อมูลใดๆ ต่อไป การแสดงความเห็นหรือการตัดสินใจใดๆ ควรอยู่บนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน เพื่อป้องกันการเข้าใจผิดและการสร้างความขัดแย้ง

การติดตามสถานการณ์ทางการเมืองอย่างใกล้ชิดและการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนทุกคน เพื่อให้สามารถเข้าใจถึงความเป็นไปของสถานการณ์และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในระบอบประชาธิปไตยได้อย่างมีประสิทธิภาพ การแสดงความคิดเห็นและการถกเถียงกันอย่างสร้างสรรค์เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการพัฒนาสังคมและการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น

ที่มา – ไม่เคยได้ยินซื้อเสียงโหวต 2,000 ล้าน ล้มรัฐบาล มองเพื่อไทยเชื่อนายกฯ บริสุทธิ์ใจ

Scroll to top