กรมอุตุนิยมวิทยา

อัปเดตเส้นทาง “พายุคาจิกิ” จ่อขึ้นฝั่ง 25-26 ส.ค.นี้

กรมอุตุนิยมวิทยาอัปเดตเส้นทาง “พายุคาจิกิ” ที่ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนแล้ว โดยคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามและ สปป.ลาว ในช่วงวันที่ 25-26 สิงหาคมนี้ สถานการณ์“พายุคาจิกิ” จะเป็นอย่างไรต่อไป ติดตามรายละเอียดล่าสุดกันได้เลย

อัปเดตล่าสุดเส้นทาง “พายุคาจิกิ”

เมื่อวันที่ 23 สิงหาคม 2568 เฟซบุ๊กกรมอุตุนิยมวิทยาได้โพสต์ข้อความอัปเดตสถานการณ์พายุเวลา 07.00 น. โดยระบุว่า พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนที่มีชื่อว่า “คาจิกิ (KAJIKI)” แล้ว

คาจิกิ (KAJIKI) หมายถึงชื่อปลาทะเลที่มีสีสวยงาม ตั้งชื่อโดยประเทศญี่ปุ่น และเป็นพายุลูกที่ 13 จากการนับจำนวนพายุของ RSMC โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

พายุคาจิกิกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งถือว่าเคลื่อนตัวค่อนข้างเร็ว คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามและ สปป.ลาว ในช่วงวันที่ 25-26 สิงหาคม 2568 นี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังคงเน้นย้ำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากสถานการณ์ยังมีการเปลี่ยนแปลงได้

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจาก “พายุคาจิกิ”

ถึงแม้ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามและ สปป.ลาว แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะได้รับผลกระทบจาก“พายุคาจิกิ” โดยเฉพาะในเรื่องของฝนที่อาจตกหนักในบางพื้นที่ ดังนั้นประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น ระมัดระวังอันตรายจากลมกระโชกแรงและน้ำท่วมฉับพลัน

  • ตรวจสอบสภาพอากาศอย่างสม่ำเสมอจากกรมอุตุนิยมวิทยา
  • ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่

นอกจากนี้ เกษตรกรควรเตรียมป้องกันพืชผลทางการเกษตรจากความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากฝนตกหนักและลมกระโชกแรง จัดเตรียมระบบระบายน้ำให้พร้อมใช้งาน เพื่อป้องกันน้ำท่วมขังในพื้นที่เกษตรกรรม

สถานการณ์“พายุคาจิกิ” ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – อัปเดตเส้นทาง “พายุคาจิกิ” จ่อเคลื่อนขึ้นฝั่งเวียดนาม-สปป.ลาว ช่วง 25-26 ส.ค.นี้

อุตุฯ เตือน! พายุดีเปรสชัน ฝนตกหนัก 24-27 ส.ค.

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน ฉบับที่ 3 เรื่อง พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักมากบริเวณประเทศไทย ช่วง 24–27 ส.ค. ประชาชนควรเตรียมรับมือกับสถานการณ์และติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

อุตุฯ เตือน! พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักมากบริเวณประเทศไทย ช่วง 24–27 ส.ค.

วันที่ 23 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 3 เตือนภัยเกี่ยวกับ พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักมากบริเวณประเทศไทย ช่วง 24–27 ส.ค. โดยเน้นย้ำให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยระวังอันตรายจากฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก

สถานการณ์ปัจจุบัน (23 ส.ค. 68 เวลา 04.00 น.) พายุดีเปรสชันได้ก่อตัวขึ้นบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน โดยมีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 17.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 117.0 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุลูกนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และมีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน

คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามและประเทศลาวตอนบนในช่วงวันที่ 25–26 ส.ค. 68 ประกอบกับในช่วงเวลาดังกล่าว มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้สถานการณ์ฝนในประเทศไทยรุนแรงยิ่งขึ้น

พื้นที่ไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวัง พายุดีเปรสชันและฝนตกหนัก?

จากอิทธิพลของ พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักมากบริเวณประเทศไทย ช่วง 24–27 ส.ค. จะทำให้ประเทศไทยมีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่:

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
  • ภาคเหนือ
  • ภาคกลาง
  • ภาคตะวันออก
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันตก
  • กรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ในพื้นที่เหล่านี้ จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ และมีลมกระโชกแรง ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณดังกล่าวควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

คำแนะนำสำหรับประชาชน:

  • ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก
  • ตรวจสอบสภาพบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้างให้แข็งแรง
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรตรวจสอบเส้นทางและสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง

ท่านสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักมากบริเวณประเทศไทย ช่วง 24–27 ส.ค. นี้เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้ อย่าประมาทและดูแลตัวเองให้ปลอดภัย

ที่มา – อุตุฯ ฉบับ 3 เตือนพายุดีเปรสชัน และฝนตกหนักมากบริเวณประเทศไทย ช่วง 24–27 ส.ค.

ประกาศ! พายุดีเปรสชัน จ่อเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 1 เตือนเรื่อง “พายุดีเปรสชัน” ที่กำลังจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็น “พายุโซนร้อน” ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ทำให้มีฝนตกเพิ่มมากขึ้นในช่วงวันที่ 24-27 สิงหาคมนี้ เตรียมรับมือ พายุดีเปรสชัน จ่อเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย กันนะครับ!

พายุดีเปรสชัน จ่อเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย จริงหรือ?

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง “พายุดีเปรสชันและฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย” ฉบับที่ 1 โดยระบุว่า พายุดีเปรสชันบริเวณเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ กำลังเคลื่อนตัว คาดว่าจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนบนในวันที่ 23 สิงหาคม 2568 และมีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน ก่อนจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามและประเทศลาวตอนบน ในช่วงวันที่ 25–26 สิงหาคม 2568

สถานการณ์นี้ยังประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ทำให้สถานการณ์น่ากังวลยิ่งขึ้นไปอีก

ผลกระทบที่จะเกิดจากพายุดีเปรสชัน จ่อเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย

จากอิทธิพลของ พายุดีเปรสชัน จ่อเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย ดังกล่าว ทำให้ในช่วงวันที่ 24–27 สิงหาคม 2568 ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ กับมีลมแรงบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ดังนั้น ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

คำแนะนำและข้อควรปฏิบัติ

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจากกรมอุตุนิยมวิทยา
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ขอให้ทุกคนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ในช่วงสถานการณ์ที่ พายุดีเปรสชัน จ่อเป็นพายุโซนร้อน กระทบไทย เช่นนี้ การเตรียมตัวรับมือและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่คุณรัก

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 “พายุดีเปรสชัน” จ่อทวีกำลังแรงขึ้นเป็น “พายุโซนร้อน” กระทบไทย

อุตุฯ เตือน! เฝ้าระวัง “พายุดีเปรสชัน” กระทบไทย

กรมอุตุนิยมวิทยาออกมาเตือนให้ประชาชนเฝ้าระวัง “พายุดีเปรสชัน” ที่กำลังก่อตัวบริเวณทะเลฟิลิปปินส์ ซึ่งมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นและส่งผลกระทบต่อประเทศไทย นอกจากนี้ ยังได้ชี้แจงถึงสถานการณ์ของ “พายุโซนร้อนคาจิกิ” ที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิดอีกด้วย

เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กเกี่ยวกับสถานการณ์ “พายุโซนร้อนคาจิกิ” โดยระบุว่า ข่าวที่สื่อสังคมออนไลน์นำเสนอเรื่องพายุโซนร้อนดังกล่าว เป็นข้อมูลที่ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากประเทศไทยยังอยู่ในช่วงฤดูฝน และมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ยังคงพัดปกคลุม ทำให้มีฝนตกกระจายและตกหนักในบางพื้นที่

เฝ้าระวัง “พายุดีเปรสชัน” มีแนวโน้มกระทบไทย

สำหรับ “พายุดีเปรสชัน” ที่กำลังก่อตัวบริเวณเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์นั้น คาดว่าจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อนและเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามและลาวตอนบนในช่วงวันที่ 25–26 สิงหาคม 2568 อิทธิพลของพายุลูกนี้จะทำให้ประเทศไทยมีฝนตกหนักถึงหนักมากและมีลมแรง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ตั้งแต่วันที่ 24–27 สิงหาคม 2568

นอกจากนี้ อิทธิพลของพายุดังกล่าวยังส่งผลให้ในช่วงวันที่ 23-26 ส.ค. มรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทยและอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น คลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจมีคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร กรมอุตุนิยมวิทยาจึงขอให้ชาวเรือและผู้ประกอบการเดินเรือเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรทางน้ำ และสำหรับเรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว

ผลกระทบจาก “พายุดีเปรสชัน” ที่ต้องระวัง

  • ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่
  • ลมกระโชกแรง
  • คลื่นสูงในทะเล
  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยง

กรมอุตุนิยมวิทยาขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยจากกรมฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือและลดความเสี่ยงจากสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจาก “พายุดีเปรสชัน” นี้ เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์!

ดังนั้น ประชาชนควรติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วม และลมกระโชกแรงที่อาจเกิดขึ้น และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการอย่างเคร่งครัด

ที่มา – อุตุฯ เตือนเฝ้าระวัง “พายุดีเปรสชัน” มีแนวโน้มกระทบไทย แจง “พายุโซนร้อนคาจิกิ”

อุตุฯ เตือน! ฝนตกหนักมาก 24-27 ส.ค.นี้

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน! เตรียมรับมือ ฝนตกหนักมากบางพื้นที่ 24–27 ส.ค. โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือของประเทศไทย ใครที่กำลังวางแผนเดินทาง หรือมีบ้านอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

อุตุฯ เตือน 24–27 ส.ค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-ภาคเหนือ มีฝนตกหนักมากบางพื้นที่

สถานการณ์ฝนที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ เป็นผลมาจากมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง ประกอบกับมีหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมบริเวณประเทศลาวตอนบน และเวียดนามตอนบน ทำให้ประเทศไทยมีฝนตกอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นในช่วงปลายเดือนสิงหาคมนี้

รายละเอียดการคาดการณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา

  • ช่วงวันที่ 24–27 ส.ค. 2568: ประเทศไทยจะมีฝนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนและภาคเหนือ จะมี ฝนตกหนักมากบางพื้นที่
  • พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง: จังหวัดตาก สกลนคร นครพนม นครราชสีมา จันทบุรี และตราด ขอให้ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนตกสะสมที่อาจเกิดขึ้น
  • สถานการณ์ทะเล: บริเวณทะเลอันดามันตอนบน มีคลื่นสูง 1-2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

พายุดีเปรสชันที่อาจส่งผลกระทบ

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังได้ติดตามสถานการณ์พายุดีเปรสชันบริเวณหัวเกาะลูซอน ประเทศฟิลิปปินส์ ซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนบนในคืนนี้ (22 ส.ค.) และมีแนวโน้มจะทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุโซนร้อน ซึ่งจะขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามและประเทศลาวตอนบน ในช่วงวันที่ 25–26 ส.ค. 68 ทำให้ประเทศไทยมี ฝนตกหนักมากบางพื้นที่

คำแนะนำสำหรับประชาชน

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจากกรมอุตุนิยมวิทยา
  • เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • ตรวจสอบสภาพบ้านเรือน และสิ่งปลูกสร้างให้อยู่ในสภาพที่แข็งแรง
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ให้เตรียมพร้อมอพยพไปยังที่ปลอดภัย หากได้รับการแจ้งเตือน

สรุปคือ ช่วงวันที่ 24-27 ส.ค. นี้ ภาคอีสานและภาคเหนือ ต้องเจอกับ ฝนตกหนักมากบางพื้นที่ อย่างแน่นอน เตรียมตัวรับมือกันให้พร้อมนะครับ วางแผนการเดินทางเผื่อเวลา และดูแลสุขภาพกันด้วยนะ

ที่มา – อุตุฯ เตือน 24–27 ส.ค. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-ภาคเหนือ มีฝนตกหนักมากบางพื้นที่

เตรียมร่มได้เลย! ทั่วไทยฝนเพิ่มขึ้น ตกหนักบางแห่ง

เตรียมร่มให้พร้อม! กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศวันนี้ ทั่วไทยฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในภาคตะวันออกและภาคใต้ฝั่งตะวันตก ระวังน้ำท่วมฉับพลันในบางพื้นที่ กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีฝนร้อยละ 70

เตรียมร่มได้เลย ทั่วไทยฝนเพิ่มขึ้น ตกหนักบางแห่ง

วันนี้ (16 ส.ค. 68) กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยมีฝนเพิ่มขึ้นอยู่ในเกณฑ์กระจายถึงเกือบทั่วไป และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบางพื้นที่ในภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ขอให้ประชาชนโดยเฉพาะบริเวณจังหวัดพิษณุโลก เพชรบูรณ์ จันทบุรี ตราด ระนอง และพังงา ระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม เนื่องจากมีร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้น

ในขณะที่มีหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณภาคเหนือตอนล่างสำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 17 ส.ค. นี้ไว้ด้วย

พยากรณ์อากาศวันนี้: เตรียมร่มให้พร้อมเพราะทั่วไทยฝนเพิ่มขึ้น

พยากรณ์อากาศสำหรับประเทศไทย 06.00 น. วันนี้ ถึง 06.00 น. วันพรุ่งนี้

  • ภาคเหนือ: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร และเพชรบูรณ์ อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-15 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู ชัยภูมิ ขอนแก่น มหาสารคาม นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ และอุบลราชธานี อุณหภูมิต่ำสุด 22-24 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  • ภาคกลาง: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง บริเวณจังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และกาญจนบุรี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
  • ภาคตะวันออก: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 80 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก): มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร และสุราษฎร์ธานี อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีขึ้นมา ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ตั้งแต่จังหวัดนครศรีธรรมราชลงไป ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก): มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณจังหวัดระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่ อุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส ตั้งแต่จังหวัดภูเก็ตขึ้นมา: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ตั้งแต่จังหวัดกระบี่ลงไป: ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
  • กรุงเทพและปริมณฑล: มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 70 ของพื้นที่ และมีฝนตกหนักบางแห่ง อุณหภูมิต่ำสุด 25-27 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.

จากรายงานสภาพอากาศ เตรียมร่มได้เลย ทั่วไทยฝนเพิ่มขึ้น อย่างแน่นอน โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงภัยที่กล่าวมาข้างต้น ควรติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและครอบครัว อย่าลืมตรวจสอบสภาพรถและเส้นทางก่อนออกเดินทางด้วยนะครับ

ที่มา – ​เตรียมร่มได้เลย ทั่วไทยฝนเพิ่มขึ้น ตกหนักบางแห่ง

อุตุฯ เตือน! ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝน

กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์ฝนสะสมรายวัน 15 วันล่วงหน้า เตือนช่วง 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝนเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน ใกล้หย่อมความกดอากาศต่ำและร่องมรสุม เผย ในระยะนี้ยังไม่มีสัญญาณก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนที่จะเคลื่อนเข้าไทย แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

วันที่ 12 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา อัปเดตผลการพยากรณ์ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝนรายวัน (ทุกๆ 24 ชม. : นับตั้งแต่ 07.00 น. ถึง 07.00 น. วันรุ่งขึ้น) และลมที่ระดับ 925 hPa (750 ม.) 15 วันล่วงหน้า ระหว่าง 12-26 ส.ค. 68 จากศูนย์พยากรณ์อากาศระยะกลางยุโรป (ECMWF) วิเคราะห์ตามผลจากแบบจำลองฯ

ช่วงวันที่ 12-19 ส.ค. 68 เป็นช่วงที่ทั่วไทยยังมีฝน/ฝนฟ้าคะนอง เกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคอีสาน บริเวณใกล้หย่อมความกดอากาศต่ำและร่องมรสุม ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

ส่วนภาคอื่นๆ จะมีฝนเพิ่มขึ้นจากอิทธิพลของมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่เริ่มมีกำลังแรงขึ้น โดยฝนจะเริ่มตกกระจายถึงเกือบทั่วไปและตกหนักบางแห่ง ขอให้ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

สำหรับภาคใต้ จะเริ่มมีฝนฟ้าคะนองกระจายและตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะฝั่งอันดามันด้านรับมรสุม คลื่นลมแรงขึ้น ต้องเตรียมความพร้อมรับมือกับสภาวะฝนตกหนัก ฝนตกต่อเนื่องและฝนตกสะสม โดยฝน/ฝนฟ้าคะนอง มักเกิดขึ้นในช่วงเย็นถึงค่ำ ซึ่งอาจทำให้เกิดสภาวะน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ขอให้ประชาชนใช้รถใช้ถนนด้วยความระวัง ฝนตกถนนลื่น ผู้ที่ทำงานกลางแจ้งควรเตรียมเต็นท์ ร่ม และเสื้อกันฝน เกษตรกรควรหาแหล่งกักเก็บและสำรองน้ำ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่มีฝนน้อยในช่วงที่ผ่านมา เพื่อป้องกันปัญหาการขาดแคลนน้ำในอนาคต

ในช่วงวันที่ 20 – 26 ส.ค. 68 ยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง แต่ปริมาณและพื้นที่อาจจะลดลงกว่าช่วงที่ผ่านมา ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนที่ตกต่อเนื่องและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายได้

ในระยะนี้ยังไม่มีสัญญาณการก่อตัวของพายุหมุนเขตร้อนที่จะเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย แต่อาจจะมีหย่อมความกดอากาศต่ำที่จะก่อตัวในทะเลจีนใต้ (ทางด้านตะวันออกชายฝั่งเวียดนาม) และอ่าวตังเกี๋ย และเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคอีสาน ในช่วงวันที่ 14-17 สิงหาคม 2568 ซึ่งเป็นสภาวะปกติในช่วงฤดูฝน ยังต้องติดตามความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด

สำหรับพายุโซนร้อนกำลังแรง “โพดุล (PODUL)” ในมหาสมุทรแปซิฟิกตะวันตก กำลังเคลื่อนตัวทางตะวันตก คาดว่าจะเคลื่อนผ่านเกาะไต้หวัน และเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศจีนทางด้านตะวันออก

ในช่วง 12 – 14 ส.ค. 68 ขอเตือนผู้ที่จะเดินทางไปในบริเวณดังกล่าว ให้ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง พายุนี้ไม่มีผลกระทบกับประเทศไทย ดังนั้น อย่าได้ตื่นตระหนกหรือวิตกกังวลกับข่าวลือที่ส่งต่อผ่านสื่อโซเชียลต่างๆ ฝนที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ในช่วงนี้ยังคงมาจากอิทธิพลของร่องมรสุมและมรสุมที่พัดตามฤดูกาล

โดยปกติแล้ว ช่วงเดือนสิงหาคมถึงกันยายน เป็นช่วงที่มีฝนตกชุกสำหรับประเทศไทย (ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ตามการประมวลผลข้อมูลใหม่ ดังนั้น ควรใช้เป็นแนวทางประกอบการตัดสินใจและติดตามสภาพอากาศเบื้องต้นอย่างสม่ำเสมอ)

ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝน ต้องเฝ้าระวัง!

สถานการณ์ ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝน ทำให้หลายพื้นที่ต้องเตรียมรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกมาเตือนให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

สิ่งที่ต้องระวังในช่วง ฝนสะสม 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝน

  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยง
  • อุบัติเหตุบนท้องถนนเนื่องจากฝนตกหนักและถนนลื่น
  • ความเสียหายต่อพืชผลทางการเกษตร
  • โรคที่มากับน้ำ

ในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนเช่นนี้ การเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยธรรมชาติ

อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้าน และติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนที่คุณรัก

ที่มา – อุตุฯ พยากรณ์ฝนสะสมล่วงหน้า ช่วง 12-19 ส.ค. ทั่วไทยยังมีฝนเกิดขึ้นได้ต่อเนื่อง

อัปเดต! พายุไต้ฝุ่น “โพดุล” มุ่งหน้าไต้หวัน

“กรมอุตุนิยมวิทยา” ได้ออกมาอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ พายุไต้ฝุ่น “โพดุล” ที่กำลังเคลื่อนตัวไปทางเกาะไต้หวัน โดยยืนยันว่าพายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง ทำให้ประเทศไทยไม่ได้รับผลกระทบจากพายุลูกนี้โดยตรง แต่ถึงกระนั้นก็ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

อัปเดตสถานการณ์ พายุไต้ฝุ่น “โพดุล”

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2568 ทางเฟซบุ๊กกรมอุตุนิยมวิทยา ได้โพสต์ข้อความอัปเดตสถานการณ์พายุหมุนเขตร้อนที่เกิดขึ้นในทะเลจีนใต้และมหาสมุทรแปซิฟิก โดยระบุว่า พายุไต้ฝุ่น “โพดุล” (PODUL) กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตก มุ่งหน้าสู่เกาะไต้หวัน

“โพดุล” ซึ่งมีความหมายว่าต้นหลิว เป็นชื่อที่ตั้งโดยประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนเกาหลี (เกาหลีเหนือ) และเป็นพายุลูกที่ 11 ตามการนับจำนวนพายุของ RSMC โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น

ถึงแม้ว่าพายุนี้จะไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่ทางกรมอุตุนิยมวิทยาก็ได้เตือนผู้ที่จะเดินทางไปยังเกาะไต้หวัน หรือประเทศจีนทางด้านตะวันออก ในช่วงวันที่ 12 – 14 สิงหาคม 2568 ให้ตรวจสอบสภาพอากาศและข่าวสารอย่างละเอียดก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัย

ทำความเข้าใจผลกระทบของ พายุไต้ฝุ่น “โพดุล”

สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ ฝนที่อาจเกิดขึ้นในประเทศไทยในช่วงนี้ ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากอิทธิพลของมรสุมและร่องมรสุมเป็นหลัก ไม่ได้มีสาเหตุโดยตรงมาจากอิทธิพลของพายุ “โพดุล” อย่างไรก็ตาม สถานการณ์สภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและประกาศเตือนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงเป็นสิ่งจำเป็น

สำหรับผู้ที่วางแผนจะเดินทางไปยังพื้นที่ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากพายุ ควรเตรียมตัวให้พร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เช่น การตรวจสอบเส้นทางการเดินทาง การเตรียมอุปกรณ์จำเป็น และการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

แม้ว่าประเทศไทยจะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากพายุ “โพดุล” แต่ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติเช่นนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ การมีความรู้ความเข้าใจ การติดตามข่าวสาร และการวางแผนรับมืออย่างเหมาะสม จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

  • ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง
  • ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ
  • เตรียมอุปกรณ์จำเป็นในกรณีที่เกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • วางแผนการเดินทางสำรองในกรณีที่เส้นทางหลักถูกปิด

การติดตามสถานการณ์พายุและการเตรียมพร้อมรับมือเป็นสิ่งสำคัญ แม้ว่าพายุลูกนี้จะไม่ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่มีประโยชน์เสมอ

ที่มา – อัปเดตสถานการณ์ พายุไต้ฝุ่น “โพดุล” กำลังเคลื่อนตัวไปทางเกาะไต้หวัน

Scroll to top