กรุงเตหะราน

“ทรัมป์” ลั่นไม่เจรจาอิหร่าน ขู่กวาดล้างกองทัพ-ผู้นำให้สิ้นซาก

“ทรัมป์” ลั่นไม่เจรจาอิหร่าน ขู่กวาดล้างกองทัพ-ผู้นำให้สิ้นซาก เป็นคำประกาศที่สะเทือนขวัญจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางที่ลุกลามเข้าสู่สัปดาห์ที่สอง สงครามระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอลกับอิหร่านกำลังส่งผลกระทบรุนแรงต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่พุ่งสูง

“ทรัมป์” ลั่นไม่เจรจาอิหร่าน ขู่กวาดล้างกองทัพ-ผู้นำให้สิ้นซาก

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศกร้าวบนเครื่องบินแอร์ฟอร์ซ วัน ระหว่างการเดินทาง โดยยืนยันว่าไม่สนใจเจรจากับอิหร่านอีกต่อไป สงครามจะยุติลงเมื่อกองทัพและผู้นำอิหร่านถูกกำจัดจนสิ้นซาก “เมื่อถึงจุดหนึ่ง คงไม่มีใครเหลือให้พูดว่า ‘เรายอมแพ้’ แล้ว” ทรัมป์กล่าวกับนักข่าว

ทรัมป์ยังปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการโจมตีโรงเรียนสตรีในอิหร่านที่คร่าชีวิตเด็กนับร้อย โดยชี้ว่าเป็นฝีมืออิหร่านเองจากอาวุธที่ไม่แม่นยำ แม้เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ บางรายจะยอมรับความเป็นไปได้จากฝั่งตน

การตอบโต้จากอิหร่านและสถานการณ์เลบานอน

ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน ของอิหร่าน ขอโทษประเทศเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียที่ได้รับผลจากโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ และขอให้วางตัวเป็นกลาง แต่ปฏิเสธยอมจำนนโดยไร้เงื่อนไขของทรัมป์ว่าเป็น “ความเพ้อฝัน” สภาผู้นำชั่วคราวอิหร่านตกลงหยุดโจมตีเพื่อนบ้านชั่วคราว เว้นแต่ถูกใช้เป็นฐานโจมตี

ในเลบานอน สถานการณ์รุนแรง อิสราเอลถล่มอาคารพักอาศัยในเบรุต ทำให้ยอดตายพุ่งเกือบ 300 รายตั้งแต่จันทร์ ขณะที่เตหะรานมีเสียงระเบิดสนั่น อิสราเอลอ้างทำลายคลังแสง แต่พลเรือนอิหร่านตายกว่า 1,332 ราย

ผลกระทบเศรษฐกิจโลกจากสงคราม

ช่องแคบฮอร์มุซถูกปิด ส่งผลโลจิสติกส์สะดุด ราคาน้ำมันทะยานสูงสุดในรอบปี คูเวต อิรัก กาตาร์ ลดผลิตน้ำมัน ซาอุฯ ขู่ตอบโต้หากถูกโจมตีโครงสร้างพลังงาน

  • ยอดตายอิหร่าน: พลเรือน 1,332 ราย บาดเจ็บพันคน
  • อิสราเอล: ตาย 10 รายจากอิหร่าน
  • สหรัฐฯ: ทหารตาย 6 นาย ร่างถึงเดลาแวร์
  • เลบานอน: ตาย ~300 รายจากอิสราเอล

กลุ่มนักบวชอิหร่านเรียกร้องเลือกผู้นำสูงสุดใหม่ด่วน ประชุมอาทิตย์นี้ ท่ามกลางทางตันทางการทูต

สถานการณ์นี้ชี้ให้เห็นว่าสงครามอาจยืดเยื้อ ส่งผลเศรษฐกิจไทยที่พึ่งพาน้ำมันต้องจับตา ผู้สนใจข่าวต่างประเทศควรติดตามอัปเดตเพื่อวางแผนการเงินให้ดี

คุณคิดอย่างไรกับคำขู่ของทรัมป์? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – “ทรัมป์” ลั่นไม่เจรจาอิหร่าน ขู่กวาดล้างกองทัพ-ผู้นำให้สิ้นซาก

ผู้นำอิสราเอลลั่นโจมตีอิหร่านสุดกำลัง ใกล้ครองน่านฟ้า

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวต่างประเทศ! วันนี้มีเรื่องร้อนที่ใครๆ ก็กำลังจับตามอง นั่นคือ ผู้นำอิสราเอลลั่น จะโจมตีอิหร่านสุดกำลังต่อไป โวใกล้ครองน่านฟ้าได้แล้ว คำประกาศกร้าวจากนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ที่ทำให้สถานการณ์ตะวันออกกลางยิ่งตึงเครียดเข้าไปใหญ่ มาดูกันครับว่ามันเกิดอะไรขึ้น และจะส่งผลกระทบยังไงบ้าง

ผู้นำอิสราเอลลั่น จะโจมตีอิหร่านสุดกำลังต่อไป โวใกล้ครองน่านฟ้าได้แล้ว

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 หรือตรงกับปีนี้พอดี เนทันยาฮูได้ออกแถลงการณ์ที่บันทึกไว้ล่วงหน้า ประกาศชัดเจนว่าอิสราเอลจะไม่หยุดยั้ง จะโจมตีอิหร่านด้วย “สรรพกำลังทั้งหมดที่เรามี” เขายังโวด้วยว่ากองทัพอิสราเอลร่วมกับสหรัฐฯ ใกล้จะยึดครองน่านฟ้าของอิหร่านได้ทั้งหมดแล้ว สุดยอดไปเลยใช่ไหมครับ? นี่ไม่ใช่แค่คำขู่ธรรมดา แต่ตามด้วยการโจมตีกรุงเตหะรานระลอกใหม่ทันทีหลังแถลง!

เนื้อหาในแถลงการณ์ของเนทันยาฮูมีอะไรบ้าง?

ในคลิปแถลง เนทันยาฮูบอกว่าพวกเขาควบคุม “น่านฟ้าอิหร่านได้เกือบทั้งหมด” และยังมี “เป้าหมายและเซอร์ไพรส์อีกมากมาย” รออยู่ เขายังสัญญาว่าจะสั่นคลอนระบอบการปกครองอิหร่าน จนเกิดการเปลี่ยนแปลงใหญ่โต นอกจากนี้ยังส่งคำขู่ตรงๆ ไปยังกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) หน่วยรบชั้นนำของอิหร่านว่า “เรากำลังเล็งพวกคุณอยู่” โหดมาก!

  • เป้าหมายหลัก: สร้างเงื่อนไขให้ชาวอิหร่านลุกขึ้นกำหนดชะตากรรมตัวเอง
  • คำกระตุ้น: เรียกร้องให้ประชาชนอิหร่านฮือฮาจัดการทรราช
  • วิสัยทัศน์: ปลดปล่อยอิหร่านเพื่ออยู่ร่วมกันอย่างสงบ แต่สุดท้ายขึ้นกับพวกเขาเอง

ไม่ใช่แค่อิหร่านนะครับ เนทันยาฮูยังพูดถึงกลุ่มฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอนที่อิสราเอลโจมตีหนักขึ้นเรื่อยๆ เขาเรียกร้องให้รัฐบาลเลบานอนทำตามข้อตกลงหยุดยิงเดือนพฤศจิกายน 2567 โดยปลดอาวุธฮิซบอลเลาะห์ มิฉะนั้นจะมีผลกระทบเลวร้ายแน่นอน “ถึงเวลากำหนดโชคชะตาด้วยมือตัวเอง” คำพูดนี้ฟังดูจริงจังมาก

สถานการณ์หลังประกาศ: อิสราเอล-อิหร่านจะไปทางไหน?

หลังจาก ผู้นำอิสราเอลลั่น จะโจมตีอิหร่านสุดกำลังต่อไป โวใกล้ครองน่านฟ้าได้แล้ว สถานการณ์ยิ่งเดือด อิสราเอลเพิ่งทิ้งระเบิดเตหะรานใหม่ๆ ทำให้ IRGC ต้องตอบโต้ สหรัฐฯ ที่ร่วมมือกันนี้ ทำให้สมดุลกำลังในภูมิภาคเปลี่ยนไปเยอะ เราเห็นได้จากปฏิบัติการร่วมที่เน้นยึดน่านฟ้าและฐานทัพสำคัญ ถ้าอิหร่านตอบโต้หนัก อาจลามไปชาติอื่นๆ อย่างเลบานอนหรือซาอุฯ ได้

มาดูประเด็นสำคัญกันแบบเป็นกันเองหน่อยนะครับ สงครามนี้อาจไม่ใช่แค่สองฝ่าย แต่เกี่ยวข้อง proxy wars มากมาย ฮิซบอลเลาะห์ ฮามาส หรือกลุ่มอื่นๆ ในตะวันออกกลาง ตอนนี้โลกกำลังจับตาว่าประธานาธิบดีทรัมป์ (สมมติจากบริบท) จะหนุนอิสราเอลแค่ไหน เพราะนโยบายแข็งกร้าวของเขาเคยทำให้อิหร่านเจ็บหนักมาแล้ว

จากมุมมองผม สถานการณ์นี้เสี่ยงมากครับ อิสราเอลได้เปรียบทางเทคโนโลยีและพันธมิตร แต่ประชาชนอิหร่านอาจลุกฮือจริงถ้าการกดขี่หนักขึ้น อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนระบอบด้วยสงครามอาจนำมาซึ่งความวุ่นวายยาวนาน เหมือนที่เคยเกิดในอิรักหรือลิเบีย

เพื่อให้เข้าใจชัดขึ้น ลองดู timeline สั้นๆ:

  • พฤศจิกายน 2567: ข้อตกลงหยุดยิงเลบานอน
  • ต้น 2569: อิสราเอลโจมตี IRGC เพิ่ม
  • 7 มี.ค. 2569: แถลงการณ์เนทันยาฮู + โจมตีเตหะราน

สุดท้ายแล้ว เพื่อนๆ คิดยังไงกับเรื่องนี้? อิสราเอลจะสำเร็จไหม หรืออิหร่านจะพลิกเกม? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ และอย่าลืมกดติดตามบล็อกเพื่ออัพเดทข่าวต่างประเทศล่าสุด แบบเรียลไทม์! สถานการณ์เปลี่ยนแปลงเร็วมาก อย่าพลาดนะ

ที่มา – ผู้นำอิสราเอลลั่น จะโจมตีอิหร่านสุดกำลังต่อไป โวใกล้ครองน่านฟ้าได้แล้ว

ปธน. UAE ฉุน เรียกอิหร่านเป็น “ศัตรู” หลังโดนโจมตีต่อเนื่อง

ปธน. UAE ฉุน เรียกอิหร่านเป็น “ศัตรู” หลังโดนโจมตีต่อเนื่อง เป็นข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในวงการข่าวต่างประเทศ เมื่อประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ออกมาแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่ออิหร่าน หลังจากที่ UAE ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนอย่างไม่หยุดหย่อน สถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลางครั้งนี้กำลังลุกลามบานปลาย

ปธน. UAE ฉุน เรียกอิหร่านเป็น “ศัตรู” หลังโดนโจมตีต่อเนื่อง

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน หรือที่รู้จักกันในชื่อ MBZ ได้ส่งคำเตือนเด็ดขาดถึงอิหร่าน โดยระบุว่า UAE ไม่ใช่ “เหยื่อที่เคี้ยวง่าย” และเรียกกรุงเตหะรานว่า “ศัตรู” โดยตรง ท่าทีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสงครามที่ปะทุขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ ทำให้ UAE ต้องเผชิญการโจมตีมากกว่า 1,200 ครั้ง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 3 ราย บาดเจ็บกว่า 100 ราย และโครงสร้างพื้นฐานในกรุงอาบูดาบีกับดูไบเสียหายหนัก

ถ้อยแถลงเด็ดขาดจาก MBZ ระหว่างเยี่ยมโรงพยาบาล

MBZ กล่าวระหว่างเยี่ยมโรงพยาบาลที่รักษาพลเรือนผู้บาดเจ็บว่า “UAE นั้นสวยงามและเป็นต้นแบบที่น่าดำเนินตาม แต่อย่าให้ภาพลักษณ์นั้นหลอกตา มือของเรแข็งแกร่ง เนื้อของเราขม และเราไม่ใช่เหยื่อที่เคี้ยวได้ง่ายๆ” ถ้อยแถลงนี้ถือเป็นครั้งแรกที่เขาแสดงจุดยืนชัดเจนตั้งแต่สงครามเริ่มต้น และเกิดขึ้นหลังระบบป้องกันภัยทางอากาศของ UAE สกัดขีปนาวุธอิหร่านได้สำเร็จ

ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน ออกมาบอกว่า อิหร่านจะหยุดโจมตีประเทศเพื่อนบ้าน หากไม่ถูกยั่วยุก่อน แต่ UAE ไม่เชื่อมั่นและตอบโต้ด้วยการโจมตีกลับในวันเดียวกัน

ผลกระทบจากการโจมตีต่อเนื่องของอิหร่าน

นับตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ UAE ถูกโจมตีด้วยมิสไซล์และโดรนอย่างต่อเนื่อง สร้างความเสียหายรุนแรงต่อเศรษฐกิจและชีวิตประชาชน:

  • กรุงอาบูดาบี: อาคารรัฐบาลและโรงงานอุตสาหกรรมเสียหายหนัก
  • นครดูไบ: ท่าอากาศยานและโรงแรมหรูถูกกระทบ ส่งผลให้การท่องเที่ยวชะงักงัน
  • ผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บ: อย่างน้อย 3 ศพ และกว่า 100 ราย ส่วนใหญ่เป็นพลเรือน
  • เศรษฐกิจ: น้ำมันและการค้าถูกกระทบ มูลค่าความเสียหายหลายพันล้านดอลลาร์

MBZ ยังย้ำว่า “เรากำลังปกป้องชาติ ประชาชน และผู้อยู่อาศัย ขอพระเจ้าคุ้มครอง UAE และประทานความมั่นคง” พร้อมสัญญาว่า UAE จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นในอนาคต

บริบทความขัดแย้ง UAE-อิหร่าน

ความตึงเครียดระหว่าง UAE กับอิหร่านมีรากเหง้าจากข้อพิพาทเรื่องเกาะในอ่าวเปอร์เซีย สงครามตัวแทนในเยเมน และคู่แข่งทางเศรษฐกิจ UAE ที่เป็นศูนย์กลางการเงินโลก กำลังเผชิญอิหร่านที่ขยายอิทธิพลผ่านกลุ่มติดอาวุธ การโจมตีครั้งนี้ยิ่งทำให้ชาติในอ่าวเปอร์เซียอย่างซาอุฯ และกาตาร์ต้องจับตาใกล้ชิด

นักวิเคราะห์เห็นว่า ถ้อยแถลงของ MBZ เป็นสัญญาณว่า UAE พร้อมตอบโต้เต็มรูปแบบ อาจดึงสหรัฐฯ และอิสราเอลเข้ามาเกี่ยวข้อง สถานการณ์นี้อาจลุกลามเป็นสงครามภูมิภาค

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์ปธน. UAE ฉุน เรียกอิหร่านเป็น “ศัตรู” หลังโดนโจมตีต่อเนื่อง แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของสันติภาพในตะวันออกกลาง UAE ที่เคยเป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญ ต้องหันมาเสริมแกร่งด้านกลาโหม นี่คือบทเรียนสำหรับทุกชาติที่ต้องไม่ประมาทศัตรู

ติดตามข่าวต่างประเทศล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – ปธน. UAE ฉุน เรียกอิหร่านเป็น “ศัตรู” หลังโดนโจมตีต่อเนื่อง

อิหร่านดับพุ่ง 1,348 ศพ หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลถล่ม

อิหร่านดับพุ่ง 1,348 ศพ หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลถล่ม เกือบ 200 รายเป็นเด็ก สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนัก เมื่อการโจมตีจากสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากในอิหร่าน ข่าวนี้ไม่เพียงสะเทือนใจ แต่ยังจุดประกายความกังวลเรื่องสงครามโลกครั้งใหม่ด้วย

อิหร่านดับพุ่ง 1,348 ศพ หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลถล่ม เกือบ 200 รายเป็นเด็ก

ตามรายงานล่าสุดจากสำนักข่าวนักสิทธิมนุษยชน หรือ HRANA ซึ่งมีฐานอยู่ในสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 จำนวนผู้เสียชีวิตพลเรือนในอิหร่านจากการโจมตีที่เริ่มมาตั้งแต่วันเสาร์ก่อนหน้านี้ พุ่งสูงถึง 1,172 ราย และเมื่อรวมกับบุคลากรทางทหารที่เสียชีวิตอีก 176 ราย รวมทั้งหมด 1,348 ศพแล้ว ที่น่าเศร้าที่สุดคือ ในจำนวนนี้มีเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีถึง 194 ราย ซึ่งคิดเป็นเกือบ 200 ราย สะท้อนให้เห็นถึงความโหดร้ายของสงครามที่ไม่เลือกหน้า

การโจมตีขยายวงกว้างทั่ว 28 จังหวัด

ไม่ใช่แค่กรุงเตหะรานและภาคตะวันตกเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ แต่การโจมตีได้กระจายไปทั่วประเทศ ในช่วง 24 ชั่วโมงจนถึง 17.00 น. วันศุกร์ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ มีเหตุการณ์โจมตีอย่างน้อย 136 ครั้ง สร้างความเสียหายจากการโจมตีถึง 664 ครั้ง นับว่ารุนแรงกว่าหลายวันที่ผ่านมาแบบเท่าตัว ความรุนแรงนี้ทำให้อิหร่านดับพุ่ง 1,348 ศพ หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลถล่ม เกือบ 200 รายเป็นเด็ก อย่างรวดเร็ว

เป้าหมายหลักยังคงอยู่ที่กรุงเตหะรานและพื้นที่ภาคตะวันตก แต่การโจมตีแบบกระจายนี้แสดงถึงกลยุทธ์ที่กว้างขวางมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าอาจเป็นการตอบโต้ต่อการสนับสนุนกลุ่มฮูธีและฮามาสของอิหร่าน ซึ่งลุกลามมาจากความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์

สถานที่สำคัญที่ถูกโจมตีละเมิดกฎมนุษยธรรม

สิ่งที่น่าตกใจคือ มีสถานที่ที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศถูกทำลายด้วย ระหว่างวันพฤหัสบดีถึงเย็นวันศุกร์ เช่น ศูนย์สภาเสี้ยววงเดือนแดงอิหร่าน ที่พักอาศัย 3 แห่งในกรุงเตหะราน และอาคารบริษัทน้ำมันแห่งชาติอิหร่าน (NIOC) การโจมตีจุดเหล่านี้ไม่เพียงสร้างความสูญเสียทางชีวิต แต่ยังทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของประเทศ

  • พลเรือนเสียชีวิต: 1,172 ราย รวมเด็ก 194 ราย
  • ทหารเสียชีวิต: 176 ราย
  • จำนวนเหตุการณ์: 136 ครั้ง โจมตี 664 ครั้ง
  • จังหวัดที่ได้รับผลกระทบ: 28 จังหวัดทั่วประเทศ
  • สถานที่เสียหาย: สภาเสี้ยววงเดือนแดง, ที่พักอาศัย, บริษัทน้ำมัน

ตัวเลขเหล่านี้มาจาก HRANA ซึ่งติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด แม้จะมีสำนักงานในสหรัฐฯ แต่กลุ่มนี้มีเครือข่ายนักเคลื่อนไหวในอิหร่านที่รายงานข้อมูลเรียลไทม์

บริบทและผลกระทบระยะยาว

ความขัดแย้งนี้เริ่มต้นจากอะไร? อิหร่านถูกกล่าวหาว่าสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธต่อต้านอิสราเอล เช่น ฮิซบอลเลาะห์และฮูธี สหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ (จากข้อมูลล่าสุด) จึงเข้ามาเสริมอิสราเอลด้วยการโจมตีทางอากาศและขีปนาวุธ ผลที่ตามมาคือ ผู้ลี้ภัยนับล้าน ระบบเศรษฐกิจอิหร่านยิ่งพังทลายจากราคาน้ำมันผันผวน และความเสี่ยงสงครามภูมิภาค

นอกจากนี้ การเสียชีวิตของเด็กเกือบ 200 รายยังจุดชนวนการประณามจากนานาชาติ สหประชาชาติเรียกร้องให้หยุดยิงทันที ขณะที่อิหร่านขู่ตอบโต้แบบสมมาตร

ในมุมมองของเรา สถานการณ์อิหร่านดับพุ่ง 1,348 ศพ หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลถล่มนี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่าสงครามไม่มีผู้ชนะ การเจรจาคือทางออกเดียว คุณคิดอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ และติดตามข่าวอัพเดทต่างประเทศเพื่อไม่พลาดพัฒนาการสำคัญ

ที่มา – อิหร่านดับพุ่ง 1,348 ศพ หลังสหรัฐฯ–อิสราเอลถล่ม เกือบ 200 รายเป็นเด็ก

โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่โจมตีอิหร่านหนัก หาเป้าใหม่

โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ลั่น วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก ชี้กำลังหาเป้าหมายใหม่ สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดสุดขีด เมื่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาโพสต์ข้อความดุเดือดผ่านแพลตฟอร์ม Truth Social ของตัวเอง ประกาศกร้าวว่าจะยกระดับการโจมตีอิหร่านในวันนี้เลยทีเดียว เพื่อนๆ ที่ติดตามข่าวต่างประเทศคงต้องตั้งตัวกันให้ดี เพราะนี่อาจเป็นจุดเปลี่ยนครั้งใหญ่ในความขัดแย้งที่ยืดเยื้อมานาน

โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ลั่น วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก ชี้กำลังหาเป้าหมายใหม่

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 หรือวันนี้เอง ทรัมป์ได้โพสต์ข้อความที่ชัดเจนมาก โดยบอกว่า “วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก” และกำลังพิจารณาเป้าหมายใหม่ๆ ที่ไม่เคยถูกโจมตีมาก่อน เพื่อให้การโจมตีครั้งนี้สร้างความเสียหายอย่างสิ้นเชิง ทรัมป์ยังเขียนต่อด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าวว่า “พื้นที่และกลุ่มบุคคลที่ไม่เคยถูกพิจารณาให้เป็นเป้าหมายจนถึงขณะนี้ กำลังอยู่ภายใต้การพิจารณาอย่างจริงจังเพื่อการทำลายล้างอย่างสิ้นซากและความตายที่แน่นอน เนื่องจากพฤติกรรมที่เลวร้ายของอิหร่าน”

ไม่ใช่แค่ขู่เฉยๆ นะครับ ทรัมป์ยังอ้างถึงคำพูดของประธานาธิบดีอิหร่าน มาซูด เปเซชเคียน ที่เพิ่งออกมาแถลงข่าวขอโทษประเทศเพื่อนบ้านในตะวันออกกลาง โดยบอกว่าอิหร่านจะไม่ยิงใส่พวกเขาอีก ทรัมป์มองว่านี่คือการ “ยอมจำนน” และเกิดขึ้นเพราะการโจมตีอย่างต่อเนื่องของสหรัฐฯ และอิสราเอลเท่านั้น เขายังเหน็บอิหร่านด้วยว่า จาก “อันธพาลแห่งตะวันออกกลาง” กลายเป็น “ผู้แพ้แห่งตะวันออกกลาง” และจะเป็นแบบนี้ไปอีกนาน จนกว่าจะล่มสลายไปเลย!

รายละเอียดคำขู่จากทรัมป์

  • วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก โดยเลือกเป้าหมายใหม่ที่ไม่เคยถูกแตะมาก่อน
  • มุ่งทำลายล้างสิ้นซากและความตายแน่นอน เพื่อตอบโต้พฤติกรรมเลวร้าย
  • อ้างว่าประธานาธิบดีอิหร่านยอมจำนนต่อเพื่อนบ้านเพราะแรงกดดันจากสหรัฐฯ-อิสราเอล
  • อิหร่านกลายเป็นผู้แพ้ และอาจล่มสลายในอนาคตอันใกล้

โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ลั่น วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก ชี้กำลังหาเป้าหมายใหม่ แบบนี้ ทำให้ชาวเน็ตและนักวิเคราะห์การเมืองทั่วโลกต้องจับตา สถานการณ์อาจลุกลามเป็นสงครามเต็มรูปแบบได้ทุกเมื่อ

บริบทความขัดแย้งสหรัฐ-อิหร่าน

ย้อนกลับไป ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่านไม่ได้เพิ่งเกิด ทรัมป์เคยสั่งสังหารนายพลกาเซม โซไลมานี ในปี 2563 ซึ่งทำให้อิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธใส่ฐานทัพสหรัฐฯ ในอิรัก ปัจจุบัน อิหร่านถูกกล่าวหาว่าพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายอย่างฮูติในเยเมน และฮิซบอลเลาะห์ในเลบานอน รวมถึงโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดง สหรัฐฯ และอิสราเอลจึงเพิ่มการโจมตีฐานที่มั่นของอิหร่านและพันธมิตร

การที่ทรัมป์กลับมาด้วยนโยบาย “อเมริกาพร้อมก่อน” ทำให้เขาไม่ลังเลที่จะใช้กำลังทหาร ตอนนี้กองทัพสหรัฐฯ มีเรือบรรทุกเครื่องบินและเครื่องบินรบประจำการในภูมิภาค พร้อมโจมตีได้ทันที นักวิเคราะห์บางคนบอกว่านี่เป็นกลยุทธ์กดดันให้อิหร่านเจรจาเรื่องนิวเคลียร์ใหม่ แต่บางคนกังวลว่าจะนำไปสู่สงครามใหญ่

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

ถ้า โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ลั่น วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก จริงๆ ราคาน้ำมันโลกอาจพุ่งทะลุฟ้า เพราะอิหร่านควบคุมช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมัน 20% ของโลก ตลาดหุ้นอาจปั่นป่วน ประเทศในตะวันออกกลางอย่างซาอุฯ อิสราเอล อาจต้องเตรียมรับมือ ขณะที่จีนและรัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรอิหร่าน อาจเข้าแทรกแซง

ในมุมมองของผม สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังห่างไกลจากสันติภาพ ทรัมป์อาจกำลังเล่นเกมโป๊กเกอร์การเมืองเพื่อบีบอิหร่าน แต่ถ้าผิดพลาด ผลเสียจะมหาศาล เราในฐานะคนไทยที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้า ก็ต้องรับภาระราคาน้ำมันแพงตามไปด้วย

คุณคิดอย่างไรกับคำขู่ของทรัมป์? สงครามจะลุกลามหรืออิหร่านจะยอมจำนน? คอมเมนต์มาบอกกันด้านล่าง และอย่าลืมกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวต่างประเทศล่าสุดนะครับ!

ที่มา – โดนัลด์ ทรัมป์ ขู่ลั่น วันนี้อิหร่านจะถูกโจมตีอย่างหนัก ชี้กำลังหาเป้าหมายใหม่

อิหร่านลั่น ยังมีสิทธิ์โจมตีตอบโต้ หลัง ปธน.ขอโทษเพื่อนบ้าน

อิหร่านลั่น ยังมีสิทธิ์โจมตีตอบโต้ หลัง ปธน.ขอโทษเพื่อนบ้าน เป็นประเด็นร้อนที่กำลังเป็นที่สนใจของโลก หลังจากทางการอิหร่านออกมาประกาศชัดเจนถึงสิทธิ์ในการป้องกันตัวเอง แม้ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเคียน จะเคยขอโทษประเทศเพื่อนบ้านไปก่อนหน้านี้ก็ตาม เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดในตะวันออกกลางที่รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ

อิหร่านลั่น ยังมีสิทธิ์โจมตีตอบโต้ หลัง ปธน.ขอโทษเพื่อนบ้าน

เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ทางการอิหร่านได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ ระบุว่าพวกเขายังคงมีสิทธิ์ตอบโต้การโจมตีใดๆ ที่มาจากฐานทัพของสหรัฐอเมริกาในภูมิภาคตะวันออกกลาง แม้ว่าประธานาธิบดีเปเซชเคียนจะได้กล่าวขอโทษต่อประเทศเพื่อนบ้านที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของกลุ่มพันธมิตรที่สนับสนุนอิหร่าน โดยยืนยันว่าจะไม่โจมตีพวกเขาต่อไป เว้นแต่จะถูกโจมตีก่อน

ไม่กี่ชั่วโมงหลังจากนั้น รองหัวหน้าสำนักงานประธานาธิบดีอิหร่านได้ออกคำชี้แจงเพื่อขยายความ โดยเฉพาะหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ อ้างว่าคำพูดของเปเซชเคียนเป็นหลักฐานว่าอิหร่าน “ยอมจำนน” แล้ว รองหัวหน้าสำนักงานย้ำชัดว่า “เราจะตอบโต้ขั้นเด็ดขาดต่อการโจมตีใดๆ ที่มาจากฐานทัพอเมริกัน” และข้อความของประธานาธิบดีหมายถึง หากประเทศในภูมิภาคไม่ให้ความร่วมมือกับสหรัฐในการโจมตีอิหร่าน อิหร่านก็จะไม่โจมตีพวกเขา

ประธานาธิบดีเปเซชเคียนขยายความบนโซเชียลมีเดีย

ประธานาธิบดีเปเซชเคียนเองก็ได้โพสต์ข้อความบน X (ทวิตเตอร์เดิม) เพื่อยืนยันจุดยืน โดยระบุว่าอิหร่านแสวงหาความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้านเสมอ แต่สิ่งนี้ “ไม่ได้ลบล้างสิทธิอันชอบธรรมในการป้องกันตนเอง” ต่อการโจมตีจากสหรัฐฯ และอิสราเอล เขากล่าวว่า “เราจะยืนหยัดและต่อต้านจนหยดสุดท้ายของชีวิตเพื่อปกป้องประเทศของเรา” และเน้นว่าอิหร่านมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพ สิ่งอำนวยความสะดวก และทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคเท่านั้น ไม่ใช่ประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นมิตร

สถานการณ์นี้สะท้อนถึงความซับซ้อนของความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ซึ่งอิหร่านมักถูกกล่าวหาว่าให้การสนับสนุนกลุ่มติดอาวุธต่างๆ แต่ทางการอิหร่านยืนยันว่าพวกเขามีสิทธิ์ป้องกันตัวเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ

ผลกระทบต่อภูมิภาคตะวันออกกลาง

คำประกาศนี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศเพื่อนบ้านอย่างอิรัก ซีเรีย และอื่นๆ ที่มีฐานทัพสหรัฐประจำการอยู่ ความตึงเครียดอาจนำไปสู่การตอบโต้ลูกโซ่ หากมีการโจมตีเกิดขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการท้าทายนโยบายของสหรัฐฯ ภายใต้การนำของทรัมป์ที่พยายามกดดันอิหร่านให้ยอมจำนน

  • อิหร่านยืนยันสิทธิ์ตอบโต้ฐานทัพสหรัฐ
  • ประธานาธิบดีขอโทษเพื่อนบ้าน แต่ไม่ยอมแพ้
  • ทรัมป์ตีความผิด ทางการอิหร่านชี้แจงทันที
  • เน้นป้องกันตัวเองตามกฎหมายระหว่างประเทศ

จากมุมมองผู้เชี่ยวชาญ นี่อาจเป็นกลยุทธ์ของอิหร่านในการลดแรงกดดันจากเพื่อนบ้าน ขณะเดียวกันก็เตือนสหรัฐฯ ว่าพวกเขาพร้อมตอบโต้ สถานการณ์ยังคงน่าจับตา

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมได้ที่ ไทยรัฐข่าวต่างประเทศ เพื่ออัปเดตสถานการณ์ล่าสุด

ความเห็นส่วนตัว: เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางยังห่างไกลจากจุดสิ้นสุด ผู้ประกอบการและนักลงทุนควรติดตามใกล้ชิด เพราะอาจกระทบราคาน้ำมันและเสถียรภาพโลก คุณคิดอย่างไร ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – อิหร่านลั่น ยังมีสิทธิ์โจมตีตอบโต้ หลัง ปธน.ขอโทษเพื่อนบ้าน

ด่วน ซาอุฯ สกัดขีปนาวุธ 3 ลูก ฐานทัพ พริ้นส์ สุลต่าน

ด่วน ซาอุฯ สกัดขีปนาวุธ 3 ลูก ที่พุ่งเป้ามายังฐานทัพอากาศสำคัญ “พริ้นส์ สุลต่าน” สำเร็จเรียบร้อย! สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดสุดๆ เลยครับเพื่อนๆ วันนี้เรามาเจาะลึกกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง และทำไมถึงเสี่ยงให้สงครามลุกลามไปทั่วภูมิภาค

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2569 ทางการซาอุดีอาระเบียประกาศอย่างเป็นทางการว่าระบบป้องกันภัยทางอากาศของประเทศสามารถดักจับและทำลายขีปนาวุธวิถีโค้งได้ถึง 3 ลูก ซึ่งถูกยิงตรงมาที่ฐานทัพอากาศ “พริ้นส์ สุลต่าน” (Prince Sultan Air Base) ฐานทัพนี้เป็นหนึ่งในฐานสำคัญของซาอุฯ และเคยเป็นที่ประจำการของกองทัพอากาศสหรัฐฯ ด้วยนะครับ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นท่ามกลางการปะทะกันระหว่างกลุ่มที่สนับสนุนโดยอิหร่าน กับฝ่ายสหรัฐฯ-อิสราเอล-ซาอุฯ ที่กำลังขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ

ซาอุฯ สกัดขีปนาวุธ 3 ลูก เล็งฐานทัพอากาศ “พริ้นส์ สุลต่าน”

รายละเอียดของเหตุการณ์ ซาอุฯ สกัดขีปนาวุธ 3 ลูก นี้ มาจากระบบป้องกันขั้นสูงอย่าง Patriot หรือ THAAD ที่ซาอุฯ นำเข้าจากสหรัฐฯ ซึ่งพิสูจน์ประสิทธิภาพได้อีกครั้ง ขีปนาวุธที่ถูกยิงมาน่าจะมาจากกลุ่มฮูธีในเยเมน ที่ได้รับการสนับสนุนอาวุธจากอิหร่าน แหล่งข่าวระบุว่ามันเป็น ballistic missile แบบโค้งที่อันตรายมาก แต่ซาอุฯ จัดการได้ทันเวลา ไม่มีรายงานความเสียหายหรือบาดเจ็บ

ก่อนหน้านี้ ซาอุฯ และชาติเพื่อนบ้านในอ่าวเปอร์เซียอย่าง UAE ก็ถูกโจมตีคล้ายๆ กันหลายครั้งแล้วครับ ตั้งแต่ปี 2019 ที่ Aramco โรงกลั่นน้ำมันถูกโดรนโจมตี จนราคาน้ำมันโลกพุ่งทะลุฟ้า ครั้งนี้เลยยิ่งน่ากังวลเพราะมันเล็งฐานทัพทหารโดยตรง

บริบทสงครามตัวแทนที่กำลังลุกลาม

เหตุการณ์ ซาอุฯ สกัดขีปนาวุธ 3 ลูก เกิดขึ้นหลังจากอิหร่านตอบโต้การโจมตีของอิสราเอลที่สถานกงสุลอิหร่านในซีเรียเมื่อไม่กี่วันก่อน สหรัฐฯ ก็เข้ามามีส่วนด้วยการโจมตีฐานฮูธีในเยเมน สถานการณ์เลยร้อนแรงแบบ chain reaction ไปทั่ว กลุ่มฮูธีประกาศว่าจะโจมตีเรือสินค้าในทะเลแดงต่อไป ส่งผลให้เส้นทางค้าขายโลกสะดุด

  • การโจมตี Aramco ปี 2019: โดรน 18 ลูกจากอิหร่าน?
  • ขีปนาวุธใส่ Abu Dhabi สนามบิน UAE ปี 2022
  • โดรนโจมตีเรือในทะเลแดงช่วงสงครามกาซา
  • ล่าสุด: สหรัฐโจมตีฮูธี หลังโดรนโจมตีเรือ US

ทั้งหมดนี้ชี้ให้เห็นว่าอิหร่านกำลังใช้ proxy war ผ่านกลุ่มติดอาวุธเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะตรงๆ กับซาอุฯ และสหรัฐฯ แต่ถ้าซาอุฯ โดนหนักกว่านี้ อาจตอบโต้เยเมนเต็มรูปแบบได้นะครับ

ผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและไทย

ตะวันออกกลางคือแหล่งน้ำมัน 30% ของโลก ถ้าสงครามลุกลาม ราคาน้ำมันเบนซินดีเซลในไทยพุ่งแน่นอน จากปัจจุบัน 35-40 บาท/ลิตร อาจแตะ 50 ได้ง่ายๆ ส่งผลให้ค่าครองชีพแพงขึ้น Inflation พุ่ง ส่งออกไทยที่พึ่งพาน้ำมันก็เดือดร้อน นอกจากนี้ หุ้นพลังงานโลกอย่าง Exxon, Aramco ก็ผันผวนหนัก

ในมุมการทูต ซาอุฯ เพิ่งคืนดีกับอิหร่านผ่านจีนไกล่เกลี่ยปีที่แล้ว แต่เหตุการณ์นี้แสดงว่าความเชื่อมั่นยังเปราะบาง สหรัฐฯ ภายใต้ไบเดนเน้น diplomacy แต่ถ้าทรัมป์กลับมา ปีหน้าอาจ hardline กว่านี้

ส่วนตัวผมมองว่าเหตุการณ์นี้เป็นสัญญาณเตือนใหญ่ ถ้าทุกฝ่ายไม่ยับยั้ง สงครามภูมิภาคเต็มรูปแบบอาจเกิดขึ้นจริง ลุ้นกันยาวๆ เลยครับ แต่ระบบป้องกันของซาอุฯ แข็งแกร่งขนาดนี้ ก็นับว่าสบายใจขึ้นบ้าง

คุณคิดยังไงกับสถานการณ์นี้? คิดว่าจะกระทบไทยหนักแค่ไหน ลองคอมเมนต์บอกกันด้านล่างนะครับ และอย่าลืมแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ ได้อ่าน ติดตามเพจเราเพื่ออัพเดทข่าวต่างประเทศแบบเรียลไทม์!

ที่มา – ด่วน ซาอุฯ สกัดขีปนาวุธ 3 ลูก เล็งฐานทัพอากาศ “พริ้นส์ สุลต่าน” เสี่ยงสงครามตะวันออกกลางลุกลาม

อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ประกอบการและคนที่สนใจเรื่องเศรษฐกิจไทย วันนี้เรามาคุยกันเรื่องที่กำลังเป็นกระแสเดือดๆ เลย นั่นคือ อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ที่ทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งปรี๊ด ส่งผลกระทบตรงๆ ต่อต้นทุนการผลิตและโลจิสติกส์ของเรา กระทรวงอุตสาหกรรม (อก.) ไม่รอช้า รีบออกมาตรการเร่งด่วน 4 ด้าน เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการอย่างเราปรับตัวได้ทัน

อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง สถานการณ์เป็นยังไง?

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม บอกว่ากำลังจับตาสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างอิหร่าน-อิสราเอล-สหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเหตุการณ์ปิดช่องแคบฮอร์มุซเมื่อ 28 ก.พ. 2569 ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญถึง 20% ของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบพุ่งจาก 79 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล (ข้อมูล 6 มี.ค. 2569) อาจแตะ 150 ดอลลาร์ ถ้าสงครามยืดเยื้อ ต้นทุนเชื้อเพลิงในโรงงานพุ่ง แถมค่าระวางเรือและประกันสินค้าขึ้น 50-140% เลยทีเดียว

กระทรวงฯ วิเคราะห์แล้ว พบว่าอุตสาหกรรมที่ใช้พลังงานสูงจะโดนหนักสุด เช่น

  • การผลิตปูนซีเมนต์และคอนกรีต
  • การผลิตแก้ว/กระจกแผ่น
  • การผลิตกระเบื้องและเซรามิก
  • การผลิตก๊าซและปิโตรเลียม
  • การผลิตสิ่งทอและเสื้อผ้า
  • การผลิตเยื่อกระดาษและกระดาษ
  • ปิโตรเคมี (เรื่องวัตถุดิบ)

ส่วนอุตสาหกรรมอย่างอิเล็กทรอนิกส์ อัญมณี เครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ ยังรับมือได้ในระยะสั้น แต่ต้องเฝ้าระวังถ้าสถานการณ์ยาว แต่ก็มีอุตสาหกรรมที่ได้ประโยชน์นะครับ เช่น อาหารและเครื่องดื่ม รถ EV/Hybrid ป้องกันประเทศ ยางพารา และบรรจุภัณฑ์กระดาษ

อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม อัด 4 มาตรการเร่งด่วนช่วยยังไง?

จากเสียงสะท้อนผู้ประกอบการ อก. รวบรวมปัญหา 2 กลุ่มใหญ่ คือ การบริหารความเสี่ยงวัตถุดิบ/โลจิสติกส์ และการปรับตัวธุรกิจ จากนั้นอัด 4 มาตรการเร่งด่วน ดังนี้

  • ปรับกระบวนการผลิต: ส่งเสริมลงทุนเทคโนโลยีทันสมัย ประหยัดพลังงาน เป็นมิตรสิ่งแวดล้อม สำรองวัตถุดิบ ปรับแผนผลิต
  • ลดต้นทุน: สนับสนุนโซลาร์รูฟท็อป พลังงานชีวมวล SAF จากกากน้ำตาล/น้ำมันปาล์ม ช่วยเกษตรกรด้วย
  • แหล่งเงินทุน: สินเชื่อ SME จากกองทุนพัฒนา SMEs, SME Green Productivity จาก SME D Bank, Soft Loan ดอกเบี้ยต่ำ
  • สิทธิประโยชน์: ภาษีลดหย่อนสำหรับธุรกิจยั่งยืน ลดใช้พลังงาน
ภาพประกอบ อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม

นอกจากนี้ ยังมีแผนระยะกลาง-ยาว ปรับโครงสร้างอุตสาหกรรม เพิ่มประสิทธิภาพพลังงาน ลดพึ่งพานำเข้า ส่งเสริม Local Content และ Made in Thailand ร่วมกับสภาอุตสาหกรรมฯ

“เราไม่ได้มองแค่ระยะสั้น แต่เตรียมระบบทั้งหมด เพื่อให้ภาคอุตสาหกรรมไทยยืดหยุ่น รักษาความแข่งขันท่ามกลางความผันผวนโลก” รัฐมนตรีฯ กล่าว

สรุปนะครับ อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง เป็นสัญญาณดีว่ารัฐบาลใส่ใจภาคเอกชน ถ้าคุณเป็นเจ้าของโรงงาน ลองเช็คดูว่าธุรกิจตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงไหม แล้วรีบใช้มาตรการเหล่านี้ปรับตัว เช่น ติดโซลาร์ ลดพึ่งนำเข้า หรือหาตลาดใหม่ จะช่วยให้ธุรกิจแข็งแกร่งขึ้นแน่นอน แนะนำติดตามข่าวอัพเดทจากกระทรวงฯ และปรึกษาที่ปรึกษาธุรกิจเพื่อวางแผนล่วงหน้า ธุรกิจไทยต้องสู้ต่อไปครับ!

ที่มา – อก.เฝ้าระวังต้นทุนภาคอุตสาหกรรม หวั่นราคาน้ำมันพุ่ง อัด 4 มาตรการเร่งด่วนช่วยผู้ประกอบการ

“ควีน ปาห์ลาวี” ชี้ คาเมเนอีตายไม่ล้มระบอบอิสลาม

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุ หลังการโจมตีทางทหารของสหรัฐและอิสราเอลที่ส่งผลให้ “อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี” ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ระดับสูงหลายราย ล่าสุด “ควีน ปาห์ลาวี” ชี้ การเสียชีวิตของคาเมเนอีไม่ทำให้ระบอบอิสลามล่มสลายโดยอัตโนมัติ จากคำให้สัมภาษณ์ของฟาราห์ ปาห์ลาวี หรือที่รู้จักในนามพระราชินีหม้ายของโมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ชาห์องค์สุดท้ายของอิหร่าน กับสำนักข่าวเอเอฟพี ซึ่งเป็นมุมมองที่อาจเปลี่ยนมุมมองของหลายคนต่ออนาคตของอิหร่าน

“ควีน ปาห์ลาวี” ชี้ การเสียชีวิตของคาเมเนอีไม่ทำให้ระบอบอิสลามล่มสลายโดยอัตโนมัติ

ฟาราห์ ปาห์ลาวี วัย 87 ปี ซึ่งลี้ภัยอยู่ในกรุงปารีสตั้งแต่การปฏิวัติอิหร่านปี 1979 เปิดเผยว่า แม้การเสียชีวิตของคาเมเนอีจะเป็นเหตุการณ์สำคัญทางประวัติศาสตร์ แต่ไม่ได้หมายความว่าระบอบสาธารณรัฐอิสลามจะพังทลายลงทันที เธอเน้นย้ำว่า การสิ้นสุดของบุคคลสำคัญเพียงคนเดียว ไม่ได้ทำให้โครงสร้างอำนาจทั้งระบบล้มครืนโดยอัตโนมัติ

พระองค์เรียกร้องให้ประชาคมโลกเคารพต่ออธิปไตยของอิหร่าน และสนับสนุนประชาชนอิหร่านให้กำหนดอนาคตของตนเอง โดยปัจจัยหลักคือความสามารถของประชาชนในการรวมตัวกัน สร้างการเปลี่ยนผ่านที่สันติ ระเบียบ และอยู่ภายใต้นิติธรรม

“ควีน ปาห์ลาวี” ชี้ทางออกอนาคตอิหร่านผ่านประชาชน

นอกจากนี้ ฟาราห์ ปาห์ลาวียังกล่าวถึงบุตรชาย เรซา ปาห์ลาวี วัย 65 ปี ซึ่งอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา และถูกมองว่าเป็นหนึ่งในทางเลือกทางการเมืองหากระบอบปัจจุบันล่มสลาย เขากำลังเตรียมแผนสำหรับกระบวนการเปลี่ยนผ่าน โดยล่าสุดโพสต์ข้อความในแพลตฟอร์ม X เรียกร้องให้ชนกลุ่มน้อยทางชาติพันธุ์ในอิหร่านร่วมมือกัน สร้างเอกภาพชาติ โดยไม่ใช้ความขัดแย้งเป็นโอกาสแยกดินแดน

เรซา ปาห์ลาวีได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นจากกระแสประท้วงทั่วอิหร่านในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งผู้ประท้วงหลายคนตะโกนชื่อสนับสนุนเขา สะท้อนถึงความหวังในตัวบุคคลจากราชวงศ์ปาห์ลาวี

ฟาราห์ ปาห์ลาวียังเรียกร้องให้โลกสนับสนุนสิทธิพื้นฐานของชาวอิหร่าน เช่น สิทธิเลือกผู้นำ การแสดงความคิดเห็นเสรี และชีวิตที่มีศักดิ์ศรีกับความมั่งคั่ง โดยเน้นว่าการสนับสนุนควรมุ่งไปที่ประชาชน ไม่ใช่เกมภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมขอให้ทางการอิหร่านยับยั้งชั่งใจ หลีกเลี่ยงการนองเลือด

ประวัติศาสตร์อิหร่าน: จากราชวงศ์ปาห์ลาวีสู่ระบอบอิสลาม

เพื่อเข้าใจบริบท ต้องย้อนดูประวัติศาสตร์ ราชวงศ์ปาห์ลาวีปกครองอิหร่านตั้งแต่ปี 1925 โดยโมฮัมหมัด เรซา ปาห์ลาวี ชาห์องค์สุดท้าย ดำเนินนโยบาย现代化 ทำให้อิหร่านเจริญรุ่งเรืองทางเศรษฐกิจและสังคม แต่ถูกวิจารณ์เรื่องการกดขี่ทางการเมือง สิ้นสุดลงด้วยการปฏิวัติอิสลามปี 1979 นำโดยอยาตอลเลาะห์ รูฮอลลาห์ โคเมนี นำไปสู่การสถาปนาสาธารณรัฐอิสลาม

ตั้งแต่นั้น ผู้นำสูงสุดอย่างคาเมเนอี (ต่อจากโคเมนีปี 1989) ถืออำนาจสูงสุดเหนือประธานาธิบดีและรัฐสภา ระบอบนี้เผชิญวิกฤตภายในหลายครั้ง โดยเฉพาะประท้วงใหญ่ในเดือนมกราคมที่ผ่านมา ซึ่งถูกปราบปรามรุนแรง สำนักข่าว HRANA รายงานผู้เสียชีวิตกว่า 7,000 คน และถูกจับกว่า 53,000 คน ตัวเลขจริงอาจสูงกว่านั้น

  • สาเหตุประท้วง: เศรษฐกิจย่ำแย่จาก санкции, การกดขี่สิทธิสตรีและเสรีภาพ
  • บทบาทโซเชียลมีเดีย: ช่วยขยายกระแสต่อต้านระบอบ
  • กระแสราชวงศ์เก่า: ชื่อปาห์ลาวีถูกหยิบยกเป็นสัญลักษณ์อิสรภาพ

ฟาราห์ ปาห์ลาวีเคยกล่าวก่อนหน้านี้ว่ากระแสประท้วง “ไม่มีวันย้อนกลับ” และชัยชนะของประชาชนจะนำสันติภาพมาสู่โลก

วิเคราะห์: ระบอบอิสลามจะล่มสลายหรือไม่?

แม้คาเมเนอีจะจากไป แต่โครงสร้างอิสลามยังแข็งแกร่ง มีสภาผู้พิทักษ์รัฐธรรมนูญคัดเลือกผู้นำใหม่ได้ รัฐบาลมีกองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ที่ทรงพลัง ทว่าแรงกดดันภายในจากประท้วงและภายนอกจาก санкцииอาจเร่งการเปลี่ยนแปลง

“ควีน ปาห์ลาวี” ชี้ การเสียชีวิตของคาเมเนอีไม่ทำให้ระบอบอิสลามล่มสลายโดยอัตโนมัติ แต่เป็นโอกาสให้ประชาชนลุกขึ้นกำหนดชะตากรรม นี่คือ insight สำคัญที่นักวิเคราะห์ควรพิจารณา

ในมุมมองของผู้เขียน สถานการณ์อิหร่านเข้าสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ หากประชาคมโลกสนับสนุนประชาชนอย่างแท้จริง อาจนำไปสู่ประชาธิปไตยที่ยั่งยืน คุณคิดว่าอนาคตอิหร่านจะเป็นอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อติดตามข่าวสารตะวันออกกลางแบบอัปเดต!

ที่มา – “ควีน ปาห์ลาวี” ชี้ การเสียชีวิตของคาเมเนอีไม่ทำให้ระบอบอิสลามล่มสลายโดยอัตโนมัติ

Scroll to top