กลุ่มเสี่ยง

เตือนค่าดัชนีความร้อน 16 เมษายน 2569 ระดับอันตราย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ช่วงหน้าร้อนแบบนี้ในกรุงเทพฯ อากาศร้อนอบอ้าวสุดๆ ไปเลยใช่ไหมล่ะ วันนี้มีข่าวสำคัญที่เราต้องฟังให้ดีเลยนะ เพราะกรุงเทพมหานครออกเตือนค่าดัชนีความร้อน 16 เมษายน 2569แล้ว โดยค่าดัชนีความร้อนสูงสุดอยู่ในระดับอันตรายเลยทีเดียว! ทางศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร โพสต์แจ้งเตือนผ่านเฟซบุ๊กให้ประชาชนระวังสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง ต้องสังเกตอาการตัวเอง ถ้ามีอะไรผิดปกติรีบไปพบแพทย์ทันที

ค่าดัชนีความร้อน 16 เมษายน 2569

จากประกาศของศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569 ระบุชัดเจนว่า ค่าดัชนีความร้อน (Heat Index) ในวันนั้นอยู่ในเกณฑ์อันตราย ซึ่ง Heat Index คือค่าที่คำนวณจากอุณหภูมิอากาศผสมกับความชื้น ทำให้รู้สึกว่าร้อนกว่าอุณหภูมิจริงมากๆ ถ้าอยู่ในระดับอันตราย แสดงว่าอาจทำให้เกิดปัญหาสุขภาพรุนแรงได้ง่าย เช่นฮีทสโตรก หรือโรคลมแดด

ค่าดัชนีความร้อนคืออะไร และเกณฑ์ต่างๆ

ค่าดัชนีความร้อน หรือ Heat Index เป็นดัชนีที่บอกความรู้สึกร้อนของร่างกาย โดย NOAA (องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ) กำหนดเกณฑ์ดังนี้:

  • ปกติ: ต่ำกว่า 27°C – รู้สึกสบาย
  • ระวัง: 27-32°C – เริ่มร้อน ควรดื่มน้ำเยอะ
  • อันตราย: 32-41°C – เสี่ยงฮีทเครียด หลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง
  • อันตรายมาก: มากกว่า 54°C – อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

สำหรับค่าดัชนีความร้อน 16 เมษายน 2569ในกรุงเทพฯ เข้าขั้นอันตราย ทำให้บุคคลทั่วไปต้องระวัง และกลุ่มเสี่ยงอย่างเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคหัวใจ เบาหวาน หอบหืด ต้องพิถีพิถันเป็นพิเศษ

อาการที่ต้องสังเกตเมื่อเจอค่าดัชนีความร้อนสูง

ถ้าคุณรู้สึกเวียนหัว คลื่นไส้ ใจสั่น เหงื่อออกมากผิดปกติ กล้ามเนื้อเป็นตะคริว หรือสับสน คือสัญญาณเตือน! โดยเฉพาะในกรุงเทพที่รถติด อากาศอบอ้าว ความชื้นสูงยิ่งทำให้ค่าดัชนีความร้อน 16 เมษายน 2569พุ่งปรี๊ด ทางศูนย์แนะนำให้รีบย้ายไปที่เย็น พัดลมหรือแอร์ ดื่มน้ำเกลือแร่ และถ้าอาการหนักให้ไปโรงพยาบาลทันที

วิธีป้องกันตัวเองจากค่าดัชนีความร้อนระดับอันตราย

ป้องกันง่ายๆ แต่ได้ผลดี ดังนี้:

  • ดื่มน้ำอย่างน้อย 2-3 ลิตรต่อวัน หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มแอลกอฮอล์และกาแฟ
  • อยู่ในร่มเงา หลีกเลี่ยงแดดตรงช่วง 10.00-16.00 น.
  • สวมเสื้อผ้าสีอ่อน ระบายอากาศดี หมวกกันแดด
  • อาบน้ำบ่อยๆ ใช้พัดลมเป่าตอนนอน
  • กินอาหารเบาๆ ผลไม้ที่มีน้ำเยอะ เช่น แตงโม ส้ม

นอกจากนี้ สามารถติดตามข้อมูลแบบเรียลไทม์ได้ที่ เว็บไซต์ airbkk.com หรือแอป AirBKK ที่มีทั้งค่าฝุ่น PM2.5 และค่าดัชนีความร้อนครบถ้วน

ในมุมมองของผม ช่วงสงกรานต์ปีนี้ร้อนแบบไม่เคยเป็นมาก่อน คงเพราะเอลนีโญ่และ urban heat island ในเมืองหลวง สิ่งสำคัญคือเราต้องปรับตัว อย่ารอให้ป่วยก่อนค่อยรักษา มาดูแลสุขภาพกันตั้งแต่ตอนนี้เลยนะครับ! ถ้าคุณมีเคล็ดลับต้านร้อน แชร์กันในคอมเมนต์ได้เลย ดาวน์โหลดแอป AirBKK ไว้ติดตามเตือนภัยกันด้วยล่ะ

ที่มา – เตือน “ค่าดัชนีความร้อน” วันที่ 16 เมษายน 2569 สูงสุดอยู่ในระดับอันตราย

“กรมควบคุมโรค” แนะ 4 กลุ่มเสี่ยงที่ควรฉีดวัคซีนป้องกัน “ไข้กาฬหลังแอ่น”

ไข้กาฬหลังแอ่น หรือที่รู้จักในชื่อทางการแพทย์ว่าโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจากเชื้อนีสเซเรียเมนิงจิติディส เป็นโรคติดเชื้อรุนแรงที่แพร่กระจายผ่านละอองฝอยจากการไอ จาม หรือสัมผัสใกล้ชิด สามารถคร่าชีวิตได้ภายใน 24 ชั่วโมงหากไม่ได้รับการรักษา及时 ล่าสุด กรมควบคุมโรค ได้ออกคำแนะนำสำคัญสำหรับประชาชน โดยเฉพาะ “กรมควบคุมโรค” แนะ 4 กลุ่มเสี่ยงที่ควรฉีดวัคซีนป้องกัน “ไข้กาฬหลังแอ่น” เพื่อลดความเสี่ยงในกลุ่มที่เสี่ยงสูง

“กรมควบคุมโรค” แนะ 4 กลุ่มเสี่ยงที่ควรฉีดวัคซีนป้องกัน “ไข้กาฬหลังแอ่น”

ตามประกาศจากเพจเฟซบุ๊กของกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข เมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2567 ได้ระบุกลุ่มเสี่ยงชัดเจน 4 กลุ่มที่ควรเร่งฉีดวัคซีนป้องกันโรคนี้ทันที เนื่องจากวัคซีนมีประสิทธิภาพสูงในการป้องกันการติดเชื้อและอาการรุนแรง มาดูกันว่ากลุ่มไหนบ้าง

1. นักเรียน นักศึกษาที่จะไปเรียนต่อต่างประเทศ

กลุ่มนี้เป็นกลุ่มเสี่ยงหลัก โดยเฉพาะผู้ที่ต้องเดินทางไปประเทศที่มีการระบาดของไข้กาฬหลังแอ่น เช่น เขต Meningitis Belt ในทวีปแอฟริกา (ตั้งแต่แกมเบีย บูร์กินาฟาโซ เซเนกัล กีนี ไปจนถึงเอธิโอเปีย) หรือประเทศที่กำหนดให้ฉีดวัคซีนก่อนเข้า เช่น บางมหาวิทยาลัยในยุโรปหรืออเมริกาเหนือที่กังวลเรื่องการระบาดในหอพักนักศึกษา การอยู่ใกล้ชิดกันในที่พักอาจทำให้เชื้อแพร่เชื้อง่าย

2. ผู้เดินทางไปแสวงบุญฮัจย์หรืออุมเราะห์

ทุกปี ประเทศซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นจุดหมายของการแสวงบุญ จะกำหนดให้ผู้แสวงบุญต้องฉีดวัคซีนป้องกันไข้กาฬหลังแอ่นก่อนเดินทาง เนื่องจากมีผู้คนหนาแน่นจากทั่วโลกมารวมตัวกัน ทำให้เสี่ยงต่อการระบาดสูง กรมควบคุมโรคจึงเน้นย้ำให้ฉีดล่วงหน้า 10-14 วัน

3. ผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง

รวมถึงผู้ที่ตัดม้ามออก ผู้ใช้ยากดภูมิคุ้มกัน หรือผู้ป่วยโรคภูมิคุ้มกันบกพร่องบางชนิด เช่น HIV ที่ควบคุมได้ ร่างกายของกลุ่มนี้ต่อสู้เชื้อได้อ่อนแอ ทำให้โรคพัฒนาเป็นรุนแรงเร็ว ควรปรึกษาแพทย์เพื่อฉีดวัคซีนแบบพิเศษ

4. ผู้ปฏิบัติงานในห้องปฏิบัติการ

บุคลากรทางการแพทย์หรือนักวิจัยที่ต้องสัมผัสเชื้อนีสเซเรียเมนิงจิติディสโดยตรงในแล็บ ต้องฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันการติดเชื้อจากการทำงาน แม้จะมีมาตรการป้องกัน แต่การฉีดวัคซีนช่วยเพิ่มชั้นป้องกัน

นอกจากการฉีดวัคซีนแล้ว กรมควบคุมโรคยังแนะนำมาตรการป้องกันพื้นฐาน เช่น สวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ หลีกเลี่ยงการใช้ของส่วนตัวร่วมกัน เช่น แก้วน้ำ ผ้าเช็ดหน้า และรักษาระยะห่างในสถานที่แออัด วัคซีนป้องกันไข้กาฬหลังแอ่นมีหลายชนิด เช่น MenACWY ที่ป้องกันกลุ่มเซโรกรุ๊ปหลัก และ MenB สำหรับกรุ๊ป B ที่พบบ่อยในบางพื้นที่ สามารถรับบริการได้ที่โรงพยาบาลรัฐและเอกชนทั่วไป โดยราคาประมาณ 2,000-5,000 บาทต่อโดส

ไข้กาฬหลังแอ่นมีอาการอย่างไร และอันตรายแค่ไหน?

โรคนี้เริ่มต้นด้วยไข้สูง ปวดหัวรุนแรง คอแข็ง สับสน อาจมีผื่นแดงหรือม่วงคล้ายรอยช้ำ และช็อกได้รวดเร็ว อัตราการเสียชีวิตสูงถึง 10-15% แม้รักษาแล้ว และผู้รอดชีวิตอาจมีอัมพาต หูหนวก หรือสมองเสียหายถาวร ในไทยพบผู้ป่วยไม่บ่อย แต่มีการนำเข้าจากต่างประเทศ โดยเฉพาะช่วงแสวงบุญ

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า ปีละมีผู้เสียชีวิตทั่วโลกกว่า 100,000 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กและวัยรุ่น การฉีดวัคซีนจึงเป็นกลยุทธ์สำคัญในการควบคุมโรค

หากคุณหรือคนใกล้ตัวอยู่ใน 4 กลุ่มเสี่ยงที่ “กรมควบคุมโรค” แนะ 4 กลุ่มเสี่ยงที่ควรฉีดวัคซีนป้องกัน “ไข้กาฬหลังแอ่น” อย่ารอช้า! ติดต่อโรงพยาบาลใกล้บ้านเพื่อตรวจสอบและฉีดวัคซีนโดยด่วน การป้องกันล่วงหน้าจะช่วยให้คุณเดินทางหรือใช้ชีวิตได้อย่างอุ่นใจ ในมุมมองของผู้เขียน การฉีดวัคซีนไม่ใช่แค่ป้องกันตัวเอง แต่ยังปกป้องคนรอบข้างด้วย

ที่มา – “กรมควบคุมโรค” แนะ 4 กลุ่มเสี่ยงที่ควรฉีดวัคซีนป้องกัน “ไข้กาฬหลังแอ่น”

รพ.บ้านโป่ง ผนึกเครือข่าย นำรถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่ คัดกรองวัณโรคเชิงรุก

ในยุคที่โรคติดต่อยังคงเป็นภัยคุกคามต่อสุขภาพประชาชน รพ.บ้านโป่ง ผนึกเครือข่าย นำรถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่ คัดกรองวัณโรคเชิงรุก กลายเป็นข่าวดีสำหรับชาวอำเภอบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี โรงพยาบาลบ้านโป่งร่วมมือกับสาธารณสุขอำเภอ เครือข่าย อสม. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดบริการเอ็กซ์เรย์ปอดเคลื่อนที่ไปยังชุมชนต่างๆ เพื่อค้นหาผู้ป่วยวัณโรคตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ลดการแพร่กระจายเชื้อ และช่วยให้ประชาชนเข้าถึงบริการสุขภาพได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างผู้สูงอายุและผู้ป่วยเบาหวาน

รพ.บ้านโป่ง ผนึกเครือข่าย นำรถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่ คัดกรองวัณโรคเชิงรุก

กิจกรรมนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2569 ที่วัดหนองหญ้าปล้อง ตำบลสวนกล้วย อำเภอบ้านโป่ง ชาวบ้านจำนวนมาก โดยเฉพาะผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง เดินทางมารับบริการเอ็กซ์เรย์ปอดฟรี เจ้าหน้าที่จากงานป้องกันควบคุมโรค กลุ่มงานเวชกรรมสังคมของโรงพยาบาลบ้านโป่ง สำนักงานสาธารณสุขอำเภอ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และ อสม. คอยอำนวยความสะดวกอย่างใกล้ชิด วัตถุประสงค์หลักคือการค้นหาผู้ป่วยวัณโรคเชิงรุก ลดการแพร่เชื้อในครอบครัวและชุมชน ลดภาระค่าเดินทาง และลดความแออัดในโรงพยาบาล

รถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่คัดกรองวัณโรค รพ.บ้านโป่ง

นพ.วิบูลย์ ภัณฑบดีกรณ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลบ้านโป่ง กล่าวว่า วัณโรคยังคงเป็นปัญหาสุขภาพระดับโลก ในประเทศไทยพบผู้ป่วยใหม่กว่า 1 แสนรายต่อปี โดยเฉพาะในเขตสุขภาพที่ 4 พบปัญหาวัณโรคดื้อยา (MDR-TB) ที่รักษายากและนานกว่าปกติ การเอ็กซ์เรย์ปอดจึงเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจคัดกรอง รถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่ที่ได้รับการสนับสนุนจาก อบจ.ราชบุรี ช่วยให้กลุ่มที่เข้าถึงบริการยาก เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้มีรายได้น้อย สามารถตรวจได้ถึงบ้าน หากมีคนในครอบครัวป่วยวัณโรค ควรตรวจทุก 6 เดือน เป็นเวลา 2 ปี

อาการเตือนภัยวัณโรคที่ไม่ควรมองข้าม

สังเกตสัญญาณเตือนสำคัญ เช่น ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์ ไข้ต่ำๆ ช่วงเย็น เบื่ออาหาร และน้ำหนักลด หากพบอาการเหล่านี้ รีบตรวจทันที เพราะรักษาฟรีทั้งหมด นอกจากนี้ยังมี “วัณโรคแฝง” ที่เชื้อหลับใหลในร่างกาย รอวันที่ภูมิคุ้มกันอ่อนแอแล้วกำเริบ ปัจจุบันมียามาตรฐานรักษาหายขาดได้

  • ไอเรื้อรังเกิน 2 สัปดาห์
  • ไข้ต่ำๆ ในช่วงเย็น
  • เบื่ออาหาร น้ำหนักลด
  • เหนื่อยง่าย หายใจลำบาก
  • มีประวัติสัมผัสผู้ป่วยวัณโรค
เจ้าหน้าที่คัดกรองวัณโรค รพ.บ้านโป่ง ผนึกเครือข่าย

กลุ่มเสี่ยงหลักในอำเภอบ้านโป่ง

ว่าที่พันตรี ดร.สมภพ ห่วงทอง สาธารณสุขอำเภอบ้านโป่ง เผยว่า อำเภอมีประชากรรวมแฝงจากภาคอุตสาหกรรมกว่า 130,000 คน เป้าหมายคัดกรองกลุ่มเสี่ยงเกิน 90% โดยมี อสม. ช่วยประชาสัมพันธ์ถึงบ้าน หลังตรวจ หากภาพเอ็กซ์เรย์ผิดปกติ เช่น รอยโรคหรือโพรงฝี จะส่งตรวจเสมหะยืนยันและรักษาทันที ทีมสาธารณสุขและ อสม. ดูแลกินยาครบ療程 เพื่อหายขาด

การริเริ่ม รพ.บ้านโป่ง ผนึกเครือข่าย นำรถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่ คัดกรองวัณโรคเชิงรุก ไม่เพียงช่วยชีวิตผู้ป่วย แต่ยังป้องกันการระบาดในชุมชน สถิติผู้ป่วยนับแสนรายต่อปีย้ำว่าการตรวจเชิงรุกคือกุญแจสำคัญ หากเราร่วมมือกัน สังคมไทยจะพ้นภัยวัณโรคได้เร็วขึ้น

หากคุณหรือคนใกล้ตัวมีอาการสงสัย รีบตรวจวัณโรควันนี้ ติดต่อโรงพยาบาลบ้านโป่งหรือหน่วยบริการใกล้บ้าน เพื่อสุขภาพที่ดีของทุกคน

ที่มา – รพ.บ้านโป่ง ผนึกเครือข่าย นำรถเอ็กซ์เรย์เคลื่อนที่ คัดกรองวัณโรคเชิงรุก

“โสภณ” เผย ได้นั่งรองนายกฯ ต่อ ขึ้นกับภท. แก้ยาเสพติด

“โสภณ” เผย ได้นั่งรองนายกฯ ต่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ ภท. – เหตุยิง ผอ. ต้องแก้ยาเสพติด เป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะหลังเกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญที่หาดใหญ่ เมื่อผู้อำนวยการโรงเรียนถูกยิงเสียชีวิตจากวัยร้ายวัย 18 ปี ที่มีปัญหายาเสพติด นายโสภณ ซารุมย์ รองนายกรัฐมนตรีคนเก่าและว่าที่ ส.ส. บุรีรัมย์ เขต 5 ได้ออกมาแสดงความเห็นอย่างชัดเจนว่า ปัญหานี้แก้ได้ด้วยการตัดไฟแต่ต้นลม คือจัดการยาเสพติดให้เด็ดขาด

“โสภณ” เผย ได้นั่งรองนายกฯ ต่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ ภท. – เหตุยิง ผอ. ต้องแก้ยาเสพติด

จากข้อมูลที่นายโสภณให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2567 เหตุการณ์ยิงผู้อำนวยการโรงเรียนในอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ไม่ใช่ครั้งแรกในไทย แต่ส่วนใหญ่ผู้ก่อเหตุมักมีปัญหาสุขภาพจิตจากการเสพยาเสพติด โดยเฉพาะยาบ้าที่แพร่ระบาดไปทุกหมู่บ้าน ทุกวัย วัยร้ายรายนี้ก็เช่นกัน หลอนยา จนก่อเหตุรุนแรงถึงในโรงเรียน ทำให้มีนักเรียนบาดเจ็บหลายราย สร้างความสะเทือนใจให้สังคม

นายโสภณย้ำว่า การปราบยาเสพติดให้หมดสิ้นทำยาก แต่เราสามารถลดลงได้มาก หากทำตามแนวทางที่เขาประสบความสำเร็จมาแล้วในเขตเลือกตั้งบุรีรัมย์ โดยเห็นด้วยกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่บอกต้องตัดไฟต้นลม โครงการที่ว่านี้คือ “รวมพลังรักศรัทธาแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” ซึ่งมีองค์ประกอบสำคัญดังนี้

ขั้นตอนโครงการแก้ยาเสพติดของโสภณ ซารุมย์

  • ตั้งศูนย์บำบัดยาเสพติดประจำอำเภอ เพื่อให้เข้าถึงง่าย
  • เอ็กซเรย์ตรวจสารเสพติดทุกหมู่บ้าน หากพบให้เข้ากิจกรรมบำบัด 7 วันทันที
  • หลังบำบัด ติดตามอีก 120 วัน หากกลับไปเสพซ้ำ ถูกดำเนินคดี เสียเวลาและค่าปรับ
  • หากออกมาก็เริ่มนับหนึ่งใหม่ จนกว่าจะเลิกได้

ผลลัพธ์ที่ได้คือ ลดการเสพในเยาวชนมากกว่า 60% และเหตุร้ายจากคนหลอนยาลดลงตามไปด้วย หลังได้เป็นรองนายกฯ ก็เริ่มขยายไปภาคอีสาน แต่สภาถูกยุบซะก่อน ตอนนี้ในฐานะสมาชิกพรรค จะเสนอนโยบายนี้ให้พรรคภูมิใจไทยนำกลับมาใช้ต่อ ส่วนตัวจะได้นั่งตำแหน่งรองนายกฯ อีกหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพรรค แต่ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งไหน ก็จะทำต่อไปตามสไตล์ของตัวเอง

นายโสภณ ซารุมย์ รองนายกรัฐมนตรี

ปัญหายาเสพติดไม่ใช่แค่เรื่องสุขภาพ แต่กระทบความมั่นคงสังคม เหตุยิงผอ.ที่หาดใหญ่เป็นเครื่องเตือนใจว่า ถ้าไม่แก้ต้นตอ ความรุนแรงจะเกิดซ้ำๆ คนเสพยาเสพติดไม่เลือกเวลา สถานที่ แม้แต่ครอบครัวตัวเองยังทำร้ายได้ โครงการแบบนี้ที่บูรณาการชุมชน รัฐ ศาล กฎหมาย เข้าด้วยกัน น่าจะเป็นทางออกที่ยั่งยืน

โครงการแก้ยาเสพติดของโสภณ ซารุมย์

ในมุมมองของผม การที่ “โสภณ” เผย ได้นั่งรองนายกฯ ต่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ ภท. – เหตุยิง ผอ. ต้องแก้ยาเสพติด แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของพรรคภูมิใจไทยที่ให้ความสำคัญกับปัญหายาเสพติดมานาน ถ้าพรรคได้โอกาสบริหารอีก จะเห็นการขยายโครงการนี้ทั่วประเทศแน่นอน สังคมไทยจะปลอดภัยขึ้นเยอะ คุณล่ะคิดยังไงกับนโยบายนี้? ลองแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ เพื่อช่วยกันผลักดันให้เกิดผลจริง

สุดท้ายแล้ว การแก้ยาเสพติดต้องอาศัยความร่วมมือทุกฝ่าย ไม่ใช่แค่รัฐบาล แต่ชุมชนต้องมีส่วนร่วมด้วย ถ้าทำได้ ปัญหาความรุนแรงแบบนี้จะลดลงอย่างเห็นได้ชัด

ที่มา – “โสภณ” เผย ได้นั่งรองนายกฯ ต่อหรือไม่ ขึ้นอยู่กับ ภท. – เหตุยิง ผอ. ต้องแก้ยาเสพติด

Scroll to top