การเมืองไทย

“หัวหน้าเท้ง” ปลอบมวลชน ยอมรับวืดตั้งรัฐบาลแต่ไม่ท้อ

ค่ำคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 บรรยากาศบริเวณหน้าอาคารอนาคตใหม่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลากหลาย เมื่อ หัวหน้าเท้ง ปลอบมวลชน ยอมรับวืดตั้งรัฐบาลแต่ไม่ท้อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ลงมาพบปะผู้สนับสนุนที่ยังคงรวมตัวกันให้กำลังใจ แม้ผลเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการจะเผยว่าพรรคไม่สามารถจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่หัวหน้าเท้งไม่ยอมแพ้ กลับใช้โอกาสนี้ปลุกใจให้ทุกคนสู้ต่อไปในฐานะฝ่ายค้านที่แข็งแกร่ง

หัวหน้าเท้ง พรรคประชาชน

หัวหน้าเท้ง ปลอบมวลชน ยอมรับวืดตั้งรัฐบาลแต่ไม่ท้อ

หลังการแถลงข่าวประเมินสถานการณ์เลือกตั้ง นายณัฐพงษ์กล่าวกับมวลชนที่มาร่วมด้วยหัวใจว่า ทุกคนเชื่อมั่นในการเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคประชาชนคือทางออกของประเทศ ตลอด 8 ปีที่ผ่านมา พรรคได้ทำงานหนัก สร้างความสำเร็จมากมายร่วมกับประชาชน แม้คะแนนจะยังไม่พอตั้งรัฐบาล แต่การต่อสู้ไม่หยุดนิ่ง หัวหน้าเท้งย้ำชัด ‘อย่าเพิ่งท้อ อย่าเพิ่งหมดหวัง สู้ด้วยกันต่อไป’ คำพูดนี้ทำให้ผู้สนับสนุนหลายคนน้ำตาคลอ สัมผัสได้ถึงความมุ่งมั่นที่ไม่ยอมแพ้

พรรคประชาชนที่สืบสานอุดมการณ์จากพรรคอนาคตใหม่และก้าวไกล ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนจำนวนมากในการเลือกตั้งครั้งนี้ แม้จะพลาดโอกาสเป็นรัฐบาล แต่บทบาทฝ่ายค้านจะเป็นเครื่องมือสำคัญในการตรวจสอบอำนาจ ผลักดันนโยบายเพื่อประชาชนต่อไป

รักชนก ศรีนอก พรรคประชาชน

ไอซ์ รักชนก ยิ้มสู้ต่อ หลังสุชาติ ชมกลิ่น โชว์กินส้มเย้ย

ในส่วนของนางสาวรักชนก ศรีนอก หรือไอซ์ แคนดิเดตส.ส.ชลบุรี เขต 1 ได้เดินออกมาพบมวลชนด้วยรอยยิ้มสดใส ยืนยันว่าถ้าประชาชนไม่ท้อ พรรคก็ไม่ท้อเช่นกัน แม้เขตนี้จะแพ้ให้กับนายสุชาติ ชมกลิ่น จากพรรคภูมิใจไทย ที่โชว์กินส้มตำเย้ยชัยชนะ แต่ไอซ์เลือกส่งยิ้มกว้าง ไม่ตอบโต้ใดๆ แสดงถึงความเข้มแข็งและไม่ยั่วยุ

สุชาติ ชมกลิ่น กินส้ม

บทบาทฝ่ายค้าน: สู้ต่อเพื่อประชาชน

หัวหน้าเท้ง ปลอบมวลชน ยอมรับวืดตั้งรัฐบาลแต่ไม่ท้อ ไม่ใช่แค่คำปลอบ แต่เป็นกลยุทธ์ชัดเจน พรรคประชาชนจะใช้ตำแหน่งฝ่ายค้านในการตรวจสอบรัฐบาลใหม่ ผลักดันประเด็นสำคัญ เช่น การปฏิรูปโครงสร้างอำนาจ การแก้ปัญหาคอร์รัปชัน และนโยบายที่เป็นประชาชนนิยม

  • ตรวจสอบการจัดสรรงบประมาณรัฐบาลอย่างโปร่งใส
  • ผลักดันกฎหมายคุ้มครองสิทธิประชาชน
  • ติดตามคดีทางการเมืองที่ค้างคา
  • สร้างเครือข่ายประชาชนทั่วประเทศ
  • เตรียมพร้อมเลือกตั้งท้องถิ่นและครั้งหน้า

จากประสบการณ์ในอดีต ฝ่ายค้านที่เข้มแข็งอย่างพรรคก้าวไกลเคยเปลี่ยนแปลงการเมืองไทยได้มากมาย ครั้งนี้พรรคประชาชนจะสานต่อ sứภพนั้น โดยมีนายณัฐพงษ์เป็นผู้นำที่ได้รับความเชื่อถือ

วิเคราะห์สถานการณ์หลังเลือกตั้ง

ผลเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยและพรรคร่วมอื่นๆ ได้เปรียบในการเจรจาตั้งรัฐบาล แต่พรรคประชาชนคว้าที่นั่งส.ส.จำนวนมากพอเป็นแกนนำฝ่ายค้านหลัก สิ่งนี้จะทำให้รัฐบาลใหม่ต้องระวังตัวมากขึ้น การเมืองไทยกำลังเข้าสู่ยุคใหม่ที่ประชาชนมีพลังมากกว่าเดิม

ในมุมมองส่วนตัว แม้จะหัวหน้าเท้งจะยอมรับวืดตั้งรัฐบาล แต่ทัศนคติไม่ท้อนี้คือกุญแจสำคัญที่จะนำพรรคไปสู่ชัยชนะครั้งใหญ่ในอนาคต พลังของมวลชนที่รวมตัวกันคืนนั้นพิสูจน์แล้วว่าความหวังยังไม่ดับ

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์และแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ หัวหน้าเท้ง ปลอบมวลชน ยอมรับวืดตั้งรัฐบาลแต่ไม่ท้อ แล้วสู้ต่อไป!

ที่มา – “หัวหน้าเท้ง” ปลอบมวลชน ยอมรับวืดตั้งรัฐบาลแต่ไม่ท้อ ปลุกใจสู้ต่อในฐานะฝ่ายค้าน

“อนุทิน” โผกอดภรรยาหลังภูมิใจไทยกวาด สส. ถล่มทลาย

คืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2566 บรรยากาศที่ทำการพรรคภูมิใจไทยคึกคักสุดๆ เมื่อ “อนุทิน” โผกอดภรรยาหลังภูมิใจไทยกวาด สส. ถล่มทลาย ยกมือไหว้ท่วมหัวขอบคุณประชาชน กลายเป็นภาพประทับใจที่ใครๆ ก็พูดถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เสี่ยหนู” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาถึงพรรคตอน 21.05 น. ท่ามกลางเสียงเชียร์ดังกระหึ่ม สีหน้าของคุณอนุทินเต็มไปด้วยรอยยิ้มและแววตาตื้นตันใจ เห็นแล้วรู้เลยว่าผลเลือกตั้งรอบนี้ พรรคภูมิใจไทยมาแรงจริงๆ

“อนุทิน” โผกอดภรรยาหลังภูมิใจไทยกวาด สส. ถล่มทลาย ยกมือไหว้ท่วมหัวขอบคุณประชาชน

ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามา คุณอนุทินไม่รอช้า รีบเดินตรงไปสวมกอดนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค ก่อนจะหันไปกอดแกนนำและผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อคนสำคัญๆ เช่น นายสันติ พร้อมพัฒน์, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์, นายศุภชัย ใจสมุทร และนายเกรียงยศ สุดลาภา ทุกคนยิ้มแก้มปริเพราะคะแนนเบื้องต้นนำโด่งในหลายเขตเลือกตั้ง พรรคภูมิใจไทยกำลังกวาดที่นั่ง สส. แบบถล่มทลายจริงๆ

ช็อตเด็ด! โผกอดภรรยาแบบสุดซึ้ง

แต่ที่แฟนๆ ชอบที่สุดคือช็อตที่ “อนุทิน” โผกอดภรรยาหลังภูมิใจไทยกวาด สส. ถล่มทลาย ยกมือไหว้ท่วมหัวขอบคุณประชาชน คุณอนุทินตรงดิ่งไปที่ร้านกาแฟบาริสต้าเพื่อกอด น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภรรยาสุดที่รัก ท่ามกลางกำลังใจจากลูกสาว น.ส.นัยน์ภัค ชาญวีรกูล และลูกชาย นายเศรณี ชาญวีรกูล ที่มาร่วมลุ้นผลด้วยกัน บรรยากาศอบอุ่นแบบครอบครัวการเมืองที่แท้ทรู เห็นแล้วน้ำตาซึมเลยนะ

เมื่อนักข่าวถามถึงกระแสข่าวที่พรรคอาจได้ถึง 200 ที่นั่ง สส. คุณอนุทินถึงกับร้อง “โห” ด้วยความตกใจดีใจ ก่อนยกมือไหว้เหนือหัวแบบท่วมท้น แล้วพูดว่า “อยากกราบขอบคุณพี่น้องประชาชนทุกคนที่ลงคะแนนให้พรรคภูมิใจไทย ขอบคุณจริงๆ ครับ” คำขอบคุณนี้มาจากใจจริงๆ เลย

ทำไมพรรคภูมิใจไทยถึงมาแรงขนาดนี้?

ผลการเลือกตั้งเบื้องต้นแสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยได้รับความไว้วางใจจากประชาชนอย่างล้นหลาม โดยเฉพาะในภาคอีสานและภาคกลางที่เป็นฐานเสียงหลัก นโยบายที่ชัดเจนเรื่องสาธารณสุข การเกษตร และแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ ทำให้พรรคกวาดคะแนนถล่มทลาย กลายเป็นม้ามืดตัวใหม่ของเวทีการเมืองไทย

  • คะแนนนำโด่งในหลายเขต
  • แกนนำสู้เต็มที่ทั้งวัน
  • ครอบครัวอนุทินร่วมลุ้นจนสุดท้าย
  • ขอบคุณประชาชนทุกเสียง

นอกจากนี้ การบริหารพรรคที่โปร่งใสและเข้าถึงประชาชน ทำให้ภาพลักษณ์ดีขึ้นมาก คุณอนุทินเองก็เป็นนักการเมืองรุ่นเก๋าที่มีประสบการณ์ยาวนาน แต่ยังคงความเป็นกันเองแบบนี้แหละที่ทำให้คนรัก

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่แค่ชัยชนะของพรรค แต่เป็นสัญญาณว่าประชาชนต้องการการเมืองที่มั่นคงและใกล้ชิด การเลือกตั้งครั้งนี้ พรรคภูมิใจไทยพิสูจน์แล้วว่าความทุ่มเทมีค่า

คุณคิดยังไงกับโมเมนต์สุดซึ้งของ “เสี่ยหนู” ล่ะ? คอมเมนต์บอกเราหน่อยสิ และอย่าลืมติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมที่นี่ เพื่อไม่พลาดทุกเหตุการณ์สำคัญ!

ที่มา – “อนุทิน” โผกอดภรรยาหลังภูมิใจไทยกวาด สส. ถล่มทลาย ยกมือไหว้ท่วมหัวขอบคุณประชาชน

กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย หลังภูมิใจไทยนำอันดับ 1

ผลการเลือกตั้ง สส. ครั้งล่าสุดสร้างความฮือฮาให้กับวงการการเมืองไทย เมื่อ กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย หลัง “ภูมิใจไทย” คะแนนพุ่งขึ้นอันดับ 1 ทั่วประเทศ บรรยากาศที่ทำการพรรคเปลี่ยนจากเสียงเชียร์คึกคักเป็นความเงียบสงัดในชั่วพริบตา

กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย หลัง “ภูมิใจไทย” คะแนนพุ่งขึ้นอันดับ 1 ทั่วประเทศ

วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2567 หลังปิดหีบเลือกตั้ง ผู้สนับสนุนพรรคประชาชนมารวมตัวกันที่ทำการพรรคอย่างคึกคัก ในช่วงนับคะแนน 10% แรก พรรคประชาชนยังนำในหลายเขต มีเสียงเฮดังลั่น แต่พอคะแนนอัปเดตช่วงค่ำ ภูมิใจไทยแซงขึ้นนำแบบก้าวกระโดด ทิ้งห่างพรรคอื่นๆ ทั่วประเทศ

กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย

แฟนคลับที่เฝ้าดูผลคะแนนหน้าจอใหญ่ชั้นล่างเริ่มเงียบกริบ สีหน้าครึ้มเครียด บางคนลุกเดินทางกลับบ้าน บรรยากาศบางตา ขณะที่ชั้นบน แกนนำพรรคประชาชนประชุมลับเพื่อวิเคราะห์คะแนนเขตที่ยังสูสี

สาเหตุที่ทำให้ “ภูมิใจไทย” พุ่งขึ้นอันดับ 1

กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย หลัง “ภูมิใจไทย” คะแนนพุ่งขึ้นอันดับ 1 ทั่วประเทศ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่มาจากปัจจัยหลายประการ

  • ฐานเสียงเหนียวแน่น: พรรคภูมิใจไทยมีฐานในภาคอีสานและตะวันออก ทวงคะแนนคืนได้ดี
  • นโยบายโดนใจ: สัญญาเรื่องเศรษฐกิจ สุขภาพ และแก้ปัญหาน้ำท่วม ดึงดูดผู้มีสิทธิ์เลือกตั้งจำนวนมาก
  • กลยุทธ์หาเสียง: ลงพื้นที่หนัก ใช้โซเชียลมีเดียเก่ง สร้างกระแสไวรัล
  • คู่แข่งสะดุด: พรรคประชาชนเจอปัญหาภายในและคดีความคลุมเครือ ส่งผลต่อคะแนน

ผลคะแนนไม่เป็นทางการชี้ชัด ภูมิใจไทยได้เก้าอี้ สส. กว่า 140 ที่นั่ง ทิ้งห่างพรรคประชาชนที่เคยนำช่วงแรก สถานการณ์พลิกผันแบบนี้ สะท้อนความผันผวนของการเมืองไทยที่คาดเดายาก

ผลกระทบต่อพรรคประชาชน

แม้หลายเขตยังเบียดเสียด แต่แนวโน้มชัดเจน พรรคประชาชนอาจได้ที่นั่งน้อยกว่าคาด แกนนำต้องปรับกลยุทธ์ด่วนเพื่อกู้คืนความเชื่อมั่นจากกองเชียร์ที่กำลังหงอย

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นร้อน เช่น การนับคะแนนในเขตกรุงเทพฯ และภาคเหนือที่ยังลุ้น นักวิเคราะห์ชี้ว่าผลนี้จะส่งผลต่อการจัดตั้งรัฐบาลครั้งหน้า พรรคภูมิใจไทยอาจกลายเป็นตัวแปรสำคัญ

การเมืองไทยปีนี้เต็มไปด้วยเซอร์ไพรส์ พรรคเล็กพรรคใหญ่ผลัดกันขึ้นลง ผู้สมัครอิสระบางคนก็คว้าชัยในเขตเดือด ติดตามต่อได้ที่เว็บเรา

ความเห็นส่วนตัว: กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย หลัง “ภูมิใจไทย” คะแนนพุ่งขึ้นอันดับ 1 ทั่วประเทศ แสดงให้เห็นว่าการเลือกตั้งไทยต้องอาศัยมากกว่าแค่กระแส ต้องมีนโยบายจริงจังและฐานเสียงแข็งแรง คุณคิดอย่างไร? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และกดติดตามเพื่ออัปเดตข่าวการเมืองล่าสุด!

ที่มา – กองเชียร์พรรคประชาชนหงอย หลัง “ภูมิใจไทย” คะแนนพุ่งขึ้นอันดับ 1 ทั่วประเทศ

“เท้ง” ชวนตรวจสอบรอผลเลือกตั้ง หวังไทยก้าวหน้า

วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นร้อนที่ทุกคนกำลังให้ความสนใจกันอย่างมาก นั่นคือ “เท้ง” ชวนคนตรวจสอบ-รอผลเลือกตั้ง หวังประเทศก้าวหน้าด้วยปากกาของประชาชน ค่ำคืนวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นคืนที่คนไทยทุกคนเฝ้าติดตามผลการเลือกตั้งอย่างใจจดใจจ่อ ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “เท้ง” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความลงเฟซบุ๊กเพื่อขอบคุณทุกคนที่ออกมาใช้สิทธิเลือกตั้ง

“เท้ง” ชวนคนตรวจสอบ-รอผลเลือกตั้ง หวังประเทศก้าวหน้าด้วยปากกาของประชาชน

ข้อความของ “เท้ง” นั้นเต็มไปด้วยความหวังและกำลังใจ โดยระบุว่า “ผมขอขอบคุณประชาชนที่ออกไปใช้สิทธิเลือกตั้ง เพื่อร่วมตัดสินอนาคตประเทศในวันนี้ และขอขอบคุณสมาชิกพรรคประชาชน ผู้สมัคร ทีมงาน และอาสาสมัครทุกคน ที่ทำงานหนักให้การสนับสนุนพรรคตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ผมขอเชิญชวนทุกคนร่วมกันติดตาม ตรวจสอบ และปกป้องทุกคะแนนเสียงของพวกเรา ร่วมกันเฝ้ารอผลการเลือกตั้งในค่ำคืนนี้ ด้วยความหวัง ว่าประเทศไทยจะก้าวไปข้างหน้าได้ ด้วยปากกาของประชาชน”

คำว่า “ปากกาของประชาชน” นี่แหละที่สะท้อนถึงพลังของประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ในยุคที่เทคโนโลยีช่วยให้เราตรวจสอบผลเลือกตั้งได้ง่ายขึ้นผ่านแอปและเว็บไซต์ต่าง ๆ การที่ “เท้ง” ชวนคนตรวจสอบ-รอผลเลือกตั้ง หวังประเทศก้าวหน้าด้วยปากกาของประชาชน ถือเป็นการกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัว ไม่ปล่อยให้คะแนนเสียงของตัวเองสูญหายไป

ทำไม “เท้ง” ชวนคนตรวจสอบ-รอผลเลือกตั้ง ถึงสำคัญมาก?

การเลือกตั้งครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญที่ประชาชนได้แสดงจุดยืนต่ออนาคตของชาติ พรรคประชาชนที่ “เท้ง” สังกัดนั้น มีนโยบายที่เน้นการเปลี่ยนแปลงเพื่อประชาชนเป็นศูนย์กลาง เช่น การปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ และเสริมสร้างประชาธิปไตยที่แท้จริง การชวนทุกคนมาตรวจสอบผลนั้น ช่วยป้องกันปัญหาการทุจริตหรือความผิดพลาดในการนับคะแนน ซึ่งเคยเกิดขึ้นในอดีต

  • ตรวจสอบเบื้องต้น: ดูผลที่หน่วยเลือกตั้งของตัวเองก่อน
  • ติดตามผลรวม: ผ่านเว็บไซต์ กกต. และสื่อที่น่าเชื่อถือ
  • ปกป้องสิทธิ: รายงานหากพบพิรุธทันที
  • รอด้วยความหวัง: เชื่อมั่นในพลังประชาชน

นอกจากนี้ ยังมีภาพแฟ้มจากแฟนเพจของ “เท้ง” ที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการทำงานหนักตลอดแคมเปญเลือกตั้ง พรรคประชาชนได้ทีมงานอาสาที่ทุ่มเท ทำให้พรรคมีกระแสตอบรับดีจากกลุ่มคนรุ่นใหม่และคนที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลง

อนาคตประเทศไทยหลังเลือกตั้งจะเป็นอย่างไร?

ไม่ว่าจะผลออกมาเป็นอย่างไร การที่ผู้นำอย่าง “เท้ง” ออกมา “เท้ง” ชวนคนตรวจสอบ-รอผลเลือกตั้ง หวังประเทศก้าวหน้าด้วยปากกาของประชาชน ก็แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อประชาชน หากพรรคประชาชนได้ที่นั่งมากพอ เราอาจเห็นนโยบายใหม่ ๆ เช่น การกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น การศึกษาฟรีคุณภาพสูง และสวัสดิการที่ครอบคลุมทุกกลุ่ม

ในมุมมองของผม การเลือกตั้งไม่ใช่แค่การลงคะแนน แต่เป็นการเริ่มต้นยุคใหม่ของประชาธิปไตยไทย ประชาชนทุกคนคือผู้กำหนดทิศทางประเทศ ด้วยการมีส่วนร่วมแบบนี้ เราจะเห็นประเทศไทยก้าวหน้าขึ้นจริง ๆ

สุดท้ายนี้ ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมเฝ้าดูผลการเลือกตั้งไปด้วยกัน คอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคาดหวังอะไรจากผลครั้งนี้บ้างนะครับ! มาสร้างประวัติศาสตร์ด้วยกันเถอะ

ที่มา – “เท้ง” ชวนคนตรวจสอบ-รอผลเลือกตั้ง หวังประเทศก้าวหน้าด้วยปากกาของประชาชน

“อนุทิน-เนวิน-ไชยชนก” เช็กอินบุรีรัมย์เลือกตั้ง

วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตให้ฟังกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ อนุทิน-เนวิน-ไชยชนก เช็กอินบุรีรัมย์ใช้สิทธิเลือกตั้ง เรียกได้ว่าสร้างสีสันให้กับหน่วยเลือกตั้งที่บุรีรัมย์สุดๆ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ร่วมกับนายเนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด และนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย เดินทางมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งและออกเสียงประชามติกันอย่างคึกคัก วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ที่หน่วยเลือกตั้งที่ 9 ศาลากลางหมู่บ้านไทยเจริญ จังหวัดบุรีรัมย์

อนุทิน เช็กอินบุรีรัมย์

อนุทิน-เนวิน-ไชยชนก เช็กอินบุรีรัมย์ใช้สิทธิเลือกตั้ง

บรรยากาศเป็นไปอย่างอบอุ่นและคึกคัก นายอนุทินมาในชุดลำลองสีกรมท่า หมวกรูปหัวใจ สีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส บอกเลยว่าดูผ่อนคลายมากๆ ท่านนายกฯ ยังแชร์ว่าประชาชนทั่วประเทศตื่นตัวออกมาใช้สิทธิกันเยอะแยะ การเลือกตั้งครั้งนี้ระบบชัดเจนทั้งสี เบอร์ และคูหา ทำให้โอกาสบัตรเสียน้อยมากๆ เลยครับ

แม้จะมีกระแสข่าวเรื่องพื้นที่ชายแดน แต่ท่านอนุทินยืนยันว่าไม่มีอะไรน่าห่วง ทุกอย่างปกติ ฝ่ายปกครองมีแผนรองรับครบถ้วน 1-2-3 พร้อมดูแลความปลอดภัยเต็มที่ นอกจากนี้ การมาใช้สิทธิ์กับนายเนวินที่นี่ ถือเป็นครั้งที่ 10 แล้วนะครับ ธรรมเนียมเก่าแก่ที่ต้องมาเช็กอินบุรีรัมย์ แล้วแวะกินข้าวด้วยกัน สุดอบอุ่นจริงๆ

เนวิน ชิดชอบ เลือกตั้ง

มั่นใจภูมิใจไทยสร้างประวัติศาสตร์ในการเลือกตั้ง

เมื่อถามถึงฐานเสียงพรรคภูมิใจไทย นายอนุทินตอบแบบถ่อมตัวสุดๆ ว่าทำเต็มที่แล้ว แต่ไม่บังคับใจใครได้ แค่นำเสนอความตั้งใจ หวังประชาชนให้โอกาสกลับไปรับใช้ หลังลงคะแนนก็บินตรงกลับกรุงเทพฯ รอผลเลยครับ

ส่วนนายไชยชนก ชิดชอบ บอกว่ามั่นใจสูงสุดครั้งนี้ เพราะพรรคพิสูจน์ตัวเองด้วยผลงาน แม้บริหารแค่ 2 เดือนแต่สร้างรากฐานสำคัญไว้แล้ว เชื่อว่าประชาชนจะเปิดใจให้ อนุทิน-เนวิน-ไชยชนก เช็กอินบุรีรัมย์ใช้สิทธิเลือกตั้ง และพรรคภูมิใจไทยมากกว่าทุกครั้ง เรียกร้องให้ทุกคนออกมาใช้สิทธิ์เต็มที่ เพื่อชาติเดินหน้าสง่างามในสายตาโลก

ไชยชนก ชิดชอบ พรรคภูมิใจไทย

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีในพรรคภูมิใจไทย และฐานที่มั่นบุรีรัมย์ที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังสะท้อนกระแสการเลือกตั้งที่เข้มข้นทั่วประเทศ ประชาชนตื่นตัวสูง ระบบเลือกตั้งทันสมัย ลดปัญหาบัตรเสียได้ดี

  • บรรยากาศคึกคัก ไร้ความกังวลชายแดน
  • ระบบเลือกตั้งชัดเจน สีเบอร์คูหาเป๊ะ
  • พรรคภูมิใจไทยมั่นใจจากผลงานจริง
  • เชิญชวนทุกคนออกมาใช้สิทธิ์
อนุทิน เนวิน ไชยชนก บุรีรัมย์

ในมุมมองของผม การเลือกตั้งครั้งนี้คือโอกาสสำคัญของทุกพรรค โดยเฉพาะภูมิใจไทยที่เน้นผลงานจริง ไม่ใช่แค่คำพูด คุณล่ะครับ ไปใช้สิทธิ์แล้วหรือยัง? คิดว่าพรรคไหนจะสร้างประวัติศาสตร์ มาคุยกันในคอมเมนต์ได้เลยนะ!

ที่มา – “อนุทิน-เนวิน- ไชยชนก” เช็กอินบุรีรัมย์ใช้สิทธิเลือกตั้ง มั่นใจภูมิใจไทยสร้างประวัติศาสตร์

“อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส.เกิน 180

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามาคุยกันแบบเป็นกันเองเรื่องข่าวร้อนๆ จากพรรคภูมิใจไทยกันเลยดีกว่า โดยเฉพาะประเด็นที่ “อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส. เกิน 180 ที่นั่ง ชี้ล็อกเก้าอี้ครม. ให้ทีมงานหลักอย่างเอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี นี่มันน่าสนใจมากเลยนะครับ เพราะเป็นสัญญาณว่าพรรคภูมิใจไทยมั่นใจสุดๆ กับผลโพลล่าสุด และพร้อมลุยตั้งรัฐบาลแบบไม่เกรงใจใคร!

“อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส. เกิน 180 ที่นั่ง

เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานพรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคและแคนดิเดตนายกฯ ของพรรค ได้ให้สัมภาษณ์สั้นๆ แต่ได้ใจความ เมื่อถูกถามถึงผลโพลที่คาดว่าพรรคจะได้ ส.ส. เกิน 180 ที่นั่ง รองหัวหน้าพรรคตอบกลับแค่ว่า สาธุ! ฟังดูแล้วเหมือนได้ยินเสียงหัวใจของสาวกภูมิใจไทยกระแทกตึกเลยทีเดียวครับ

นายอนุทินยังย้ำชัดว่าต้องใจเย็น รอผลเลือกตั้งจริงๆ ก่อน เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับพี่น้องประชาชนเท่านั้น พรรคภูมิใจไทยเคารพเสียงประชาชนเสมอ ไม่รีบร้อนพูดอะไรล่วงหน้า แม้จะมีกระแสข่าวเรื่องการจับขั้ว ส้ม แดง ฟ้า กับ น้ำเงิน แต่คุณอนุทินบอกว่าเห็นแค่น้ำเงินสู้กับส้มแดงฟ้าเมื่อ 2 วันก่อน และน้ำเงินคนเดียวเท่านั้นเอง ฮ่าๆ แบบนี้คือมั่นใจในพรรคตัวเองสุดๆ เลยนะ

ล็อกเก้าอี้ครม. “เอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี” นั่งรองนายกฯ ควบกระทรวง

ไฮไลต์อีกเรื่องที่แฟนๆ สนใจคือการประกาศล็อกเก้าอี้คณะรัฐมนตรี (ครม.) บนเวทีปราศรัยครั้งสุดท้าย โดยนายอนุทินชี้ชัดว่านายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว และนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ จะได้นั่งรองนายกรัฐมนตรี ควบตำแหน่งรัฐมนตรี หากพรรคเป็นแกนนำตั้งรัฐบาล ซึ่งรัฐธรรมนูญให้ครม.ได้ 36 คนรวมนายกฯ ก็ไม่ผิดกฎหมายอะไร

คุณอนุทินย้ำว่านี่คือเงื่อนไขของพรรค หากได้เป็นหัวขบวน ไม่ต้องไปปรึกษาพรรคร่วมก่อนหรอก เพราะเป็นสิทธิ์ของพรรคแกนนำ ฟังดูแล้วทีมงานคู่ใจเหล่านี้คงเตรียมตัวรอจ็อกเก็ตกันแล้วล่ะครับ!

เงื่อนไขจับขั้วรัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย

สำหรับการตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้ง นายอนุทินบอกว่าต้องรอขั้นตอนรับรองสถานะ ส.ส. ก่อน เพราะนายกฯ ต้องได้รับการขานชื่อในสภา หลังจากนั้นค่อยประสานจับขั้ว ไม่ยากหรอกครับ ตนพูดมาตลอดว่าทุกคนเดาได้อยู่แล้ว แต่ต้องให้ประชาชนตัดสินใจก่อน แล้วพรรคจะทำตามความต้องการของประชาชนให้ถูกใจที่สุด

ส่วนมิติใหม่ในการจับขั้ว? ไม่มีหรอก ต้องดูจำนวน ส.ส. ของแต่ละพรรค แล้วฟังเสียงประชาชนเป็นหลัก สามารถจับมือกับทุกพรรคได้ แต่มีเงื่อนไขชัดเจน:

  • เคารพซึ่งกันและกัน
  • นโยบายไม่เคลือบแคลง ผิดศีลธรรม เช่น กาสิโน
  • ไม่แตะหมวด 1-2 ของรัฐธรรมนูญ
  • ไม่แก้ ม.112

กรอบเงื่อนไขแคบๆ แต่ชัดเจน พรรคการเมืองแต่ละพรรคตัดสินใจเองในคณะบริหารพรรค ไม่ใช่บุคคล

หลังเลือกตั้งประมาณ 20.00-21.00 น. คงรู้ผลชัดเจน แต่คุณอนุทินบอกใจเย็นๆ ก่อน อย่ารีบฟอร์มรัฐบาลเชิญหารือทันที ต้องมีขั้นตอนให้ถูกต้อง

วิเคราะห์สถานการณ์: พรรคภูมิใจไทยจะเป็นแกนนำได้จริงไหม?

จากผลโพลที่ออกมาแบบนี้ ทำให้หลายคนเริ่มมองว่าพรรคภูมิใจไทยอาจได้เป็นแกนนำจริงๆ โดยเฉพาะหากได้ ส.ส. เกิน 180 ที่นั่งตามที่คาด แต่การเมืองไทยมันพลิกผันได้เสมอนะครับ ต้องรอวันจริงๆ ถึงจะรู้ อย่างไรก็ตาม ความมั่นใจของนายอนุทินครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าพรรคเตรียมพร้อมทุกด้าน ทั้งทีมงาน เงื่อนไข และนโยบายที่ยึดประชาชนเป็นหลัก

ในมุมมองของผม การประกาศล็อกเก้าอี้ครม. ล่วงหน้าแบบนี้ เป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด ช่วยรวมใจสมาชิกพรรคและสร้างภาพลักษณ์แข็งแกร่ง แต่ก็อาจถูกมองว่าเร่งรีบเกินไป คุณล่ะคิดยังไง?

สุดท้ายนี้ ผมคิดว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ หากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นแกนนำจริง คงเห็นการทำงานที่รวดเร็วและฟังเสียงประชาชนมากขึ้น สนับสนุนให้ทุกพรรคเคารพผลโหวต และเดินหน้าประเทศให้เจริญรุ่งเรือง

คุณคิดว่าผลเลือกตั้งจะออกมายังไง? พรรคไหนจะได้เป็นแกนนำ? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยนะครับ แล้วอย่าลืมติดตามอัปเดตข่าวการเมืองล่าสุดที่นี่ทุกวัน!

ที่มา – “อนุทิน” สาธุ หากผลโพลได้ สส. เกิน 180 ที่นั่ง ชี้ล็อกเก้าอี้ ครม. “เอกนิติ-สีหศักดิ์-ศุภจี”

ธนพร ท้า ปชน. ประกาศให้ชัดไม่จับมือเพื่อไทย

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวโซเชียลที่สนใจการเมืองไทย วันนี้เรามาคุยกันเรื่องร้อนๆ ที่กำลังเป็นประเด็นฮือฮาในวงการเมืองเลย นั่นคือ ธนพร ท้า ปชน. ประกาศให้ชัดไม่จับมือเพื่อไทย หลังจากที่มีดราม่าปมซื้อเครื่องบินของ “สุริยะ” ต่อจาก “เบน สมิธ” ซึ่งหลายคนตั้งคำถามถึงความเชื่อมโยงกับทุนสีเทา รศ.ธนพร ศรียากูล นักวิเคราะห์การเมืองชื่อดัง ได้ออกมาท้าทายพรรคประชาชนให้แสดงจุดยืนชัดเจน อย่าให้แคมเปญ “มีเรา ไม่มีเทา” กลายเป็นแค่คำขอคะแนนเสียงเท่านั้นเอง

ธนพร ท้า ปชน. ประกาศให้ชัดไม่จับมือเพื่อไทย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 รศ.ธนพร มองว่าหลังเลือกตั้งจบแล้ว การเจรจาจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นขั้นต่อไป ถ้าพรรคภูมิใจไทยได้อันดับ 1 โอกาสจัดตั้งรัฐบาลกว้างมากเพราะไม่มีเงื่อนไขยุ่งยาก แต่ถ้าพรรคประชาชนได้ที่ 1 ควรเจรจากับภูมิใจไทยก่อนเลย และที่สำคัญ พรรคประชาชนต้องประกาศตั้งแต่เนิ่นๆ ว่า จะไม่จับมือกับเพื่อไทย เพื่อยืนยันสโลแกน “มีเรา ไม่มีเทา” ที่เคยชูมาตลอด

ทำไมถึงต้องท้าแบบนี้? เพราะพรรคประชาชนเคยประกาศไม่ร่วมกับพรรคกล้าธรรมแล้ว และแคมเปญนี้เน้นต่อต้านทุนสีเทา การเมืองสะอาด แต่ตอนนี้เพื่อไทยโดนจับตาหนัก จากหลายประเด็น เช่น ข้อครหาเชื่อมโยงทุนสีเทา คดีสแกนม่านตาแลกเหรียญดิจิทัลของอดีตรัฐมนตรีดิจิทัล และผู้สมัคร ส.ส. กาฬสินธุ์ที่ถูกหาว่าเกี่ยวพนันออนไลน์

ปมสุริยะซื้อเครื่องบินจากเบน สมิธ สะเทือนวงการ

ประเด็นร้อนสุดคือกรณี นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ ของเพื่อไทย ซื้อเครื่องบินต่อจาก นายเบน สมิธ ที่ถูกระบุว่าเกี่ยวข้องกับเครือข่ายสแกมเมอร์ในกัมพูชา และอาจโยงไปถึงเส้นเงินของ “ยิม เลียก” กลุ่มทุนสีเทาใหญ่โต รศ.ธนพร บอกชัด ถ้าพรรคประชาชนอยากยืนยัน “มีเรา ไม่มีเทา” จริง ต้องตัดเพื่อไทยออกจากสมการจัดตั้งรัฐบาลตั้งแต่แรก มิฉะนั้นจะถูกมองว่าเป็นแค่กลยุทธ์หาเสียง

  • พรรคประชาชนต้องประกาศจุดยืนชัดเจนก่อนเลือกตั้ง
  • หลีกเลี่ยงพรรคที่มีข้อครหาทุนสีเทา
  • เจรจากับพรรคที่โปร่งใสอย่างภูมิใจไทยก่อน
  • ย้ำแคมเปญ “มีเรา ไม่มีเทา” ให้เป็นจริง ไม่ใช่แค่วาทกรรม

รศ.ธนพร ยังแซวด้วยว่า ถ้านายสุริยะเป็น “อาเจ็ก” ของนายธนาธร แล้วยังตีมึนร่วมรัฐบาลกัน ประชาชนก็ตั้งคำถามได้เต็มที่ว่า คำขวัญนี้เป็นแค่เครื่องมือขอคะแนนหรือเปล่า สถานการณ์การเมืองตอนนี้ตึงเครียดมาก พรรคไหนจะได้จัดตั้งรัฐบาล ขึ้นอยู่กับการเจรจาและจุดยืนที่ชัดเจน

ส่วนตัวผมคิดว่า การเมืองไทยควรมีจุดยืนต่อต้านทุนสีกเทาให้จริงจังกว่านี้ เพราะปัญหาสแกม พนันออนไลน์ ส่งผลกระทบประชาชนโดยตรง ถ้าพรรคประชาชนทำตามที่ธนพรท้า ธนพร ท้า ปชน. ประกาศให้ชัดไม่จับมือเพื่อไทย มันจะเป็นสัญญาณดีให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเห็นภาพชัด คุณล่ะคิดยังไง? พรรคประชาชนจะกล้าประกาศไหม หรือจะเงียบเพื่อโอกาสจัดตั้งรัฐบาล?

ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตได้ที่บล็อกเรา และอย่าลืมแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างนะครับ จะได้แลกเปลี่ยนกัน!

ที่มา – อย่าให้เป็นแค่คำขอคะแนน “ธนพร” ท้า ปชน. ประกาศให้ชัดไม่จับมือเพื่อไทย ย้ำแคมเปญ มีเรา ไม่มีเทา

ภท. ยุติหาเสียง มั่นใจคว้าชัยศึกเลือกตั้ง 69

สวัสดีครับเพื่อนๆ วันนี้เรามีข่าวการเมืองร้อนๆ มาอัปเดตกัน พรรคภูมิใจไทย หรือ ภท. ยุติหาเสียง มั่นใจคว้าชัยศึกเลือกตั้ง 69 แล้วนะครับ หลังจากหาเสียงมาอย่างเข้มข้นตลอด 5 สัปดาห์ ทีมของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค ได้ประกาศยุติกิจกรรมหาเสียงทุกชนิดตั้งแต่ 17.00 น. ของวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่อเตรียมพร้อมสู่วันเลือกตั้งใหญ่ในวันพรุ่งนี้

ภท. ยุติหาเสียง มั่นใจคว้าชัยศึกเลือกตั้ง 69

ในการแถลงข่าวที่ทำการพรรค นายอนุทินพร้อมทีมแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและผู้ช่วยหาเสียง ได้ขอบคุณประชาชนทั่วประเทศที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น การหาเสียงแบบ “ออร์แกนิค” ครั้งนี้ ทำให้พรรคได้ลงพื้นที่จริงๆ ฟังปัญหาจากชาวบ้านโดยตรง ไม่ใช่แค่เวทีหาเสียง แต่เป็นการพูดคุยแบบใกล้ชิด เห็นได้ชัดว่าประชาชนพึงพอใจกับผลงานของรัฐบาลเดิม โดยเฉพาะนโยบายสุดฮิตอย่าง “คนละครึ่งพลัส” ที่ทุกคนเอ่ยถึงและเรียกร้องให้มีเฟส 2 ทันทีถ้าภท. ได้กลับมารับผิดชอบ

นายอนุทินยังมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าพรรคจะได้รับความไว้วางใจจากพี่น้องประชาชน เชิญชวนทุกคนออกไปใช้สิทธิ์ตั้งแต่เวลา 08.00-17.00 น. ของวันพรุ่งนี้ คาดว่าผลคะแนนจะเริ่มชัดเจนช่วง 20.00-21.00 น. แกนนำพรรคจะรวมตัวรอฟังผลที่ทำการพรรค พร้อมตอบคำถามสื่อด้วยครับ

เสียงตอบรับ “คนละครึ่งพลัส” ดังกระหึ่ม

นโยบายคนละครึ่งพลัสกลายเป็นจุดขายหลักของภท. เลยครับ เพราะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ลดค่าครองชีพให้ประชาชน โดยเฉพาะในช่วงที่ทุกคนกำลังลำบากจากโควิดและเงินเฟ้อ ชาวบ้านหลายพื้นที่บอกว่าอยากได้เฟสต่อไป อยากให้รัฐบาลใหม่เร่งทำทันที เรียกได้ว่าเป็นกระแสที่ทำให้ ภท. ยุติหาเสียง มั่นใจคว้าชัยศึกเลือกตั้ง 69 แบบเต็มๆ

  • การหาเสียงแบบออร์แกนิค: ลงพื้นที่จริง ฟังปัญหาชาวบ้าน 5 สัปดาห์เต็ม
  • ผลงานเด่น: นโยบายคนละครึ่งพลัส ได้รับเสียงเรียกร้องเฟส 2 สูง
  • แผนหลังเลือกตั้ง: เตรียมรวมตัวรอผล รองรับทุกสถานการณ์
  • เชิญชวนโหวต: ออกไปใช้สิทธิ์ให้เต็มที่ ผลชัด 20.00 น.

นอกจากนี้ พรรคยังเน้นย้ำถึงการแก้ปัญหาเกษตรกร สาธารณสุข และเศรษฐกิจ ซึ่งเป็น pain point ของประชาชนส่วนใหญ่ การยุติหาเสียงครั้งนี้ไม่ใช่แค่หยุด แต่เป็นการเตรียมพร้อมสู่ชัยชนะ พวกเราคนไทยควรสนับสนุนพรรคที่ทำผลงานจริงใช่ไหมล่ะครับ

ในมุมมองของผม ภท. มีโอกาสสูงมากในศึกเลือกตั้ง 69 ครั้งนี้ เพราะนโยบายที่จับต้องได้และใกล้ชิดประชาชน ถ้าคุณกำลังลังเล ลองนึกถึงคนละครึ่งที่เคยช่วยเหลือครอบครัวคุณดูครับ

CTA: อย่าลืมไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งพรุ่งนี้ แล้วมาติดตามผลอัปเดตที่นี่นะครับ เราจะรายงานทุกความเคลื่อนไหวให้คุณทราบทันที!

ที่มา – ภท. ยุติหาเสียง มั่นใจคว้าชัยศึกเลือกตั้ง 69 จากเสียงตอบรับ “คนละครึ่งพลัส”

“ลุงป้อม” กลับบ้านเกิดลพบุรี ควงผู้สมัคร พปชร. ไหว้พระเสริมสิริมงคล

“ลุงป้อม” กลับบ้านเกิดลพบุรี ควงผู้สมัคร พปชร. ไหว้พระเสริมสิริมงคล เป็นข่าวที่สร้างความประทับใจให้กับชาวลพบุรีและแฟนคลับทั่วประเทศ เมื่อ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หรือที่ทุกคนเรียกติดปากว่า “ลุงป้อม” ได้เดินทางกลับบ้านเกิดที่จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2569 ท่ามกลางบรรยากาศอบอุ่นและเป็นกันเองจากพี่น้องประชาชนที่มารอต้อนรับอย่างล้นหลาม

ลุงป้อม กลับบ้านเกิดลพบุรี

“ลุงป้อม” กลับบ้านเกิดลพบุรี ควงผู้สมัคร พปชร. ไหว้พระเสริมสิริมงคล

การเดินทางครั้งนี้ ลุงป้อมได้โชว์ความฟิตเต็มที่ โดยเริ่มต้นที่บ้านทรงไทย “เรือนรับตะวัน” ในอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ซึ่งเป็นบ้านเกิดของท่านเอง บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่น เมื่อ นายสุชาติ ลายน้ำเงิน ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลพบุรี เขต พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น และพาเยี่ยมชมพื้นที่ต่างๆ ลุงป้อมใช้เวลาพูดคุยกับชาวบ้านอย่างใกล้ชิด สอบถามสารทุกข์สุขดิบ อวยพรให้ทุกคนสุขภาพแข็งแรงและมีความสุข ประชาชนต่างชื่นชมว่าท่านยังดูแข็งแรง กระฉับกระเฉง และมีอัธยาศัยไมตรีจงรักภักดี

ลุงป้อม พูดคุยกับชาวบ้าน

ไหว้พระวัดเชียงงา สร้างสิริมงคลและรำลึกความหลัง

หลังจากนั้น ลุงป้อมได้เดินทางไปยังวัดเชียงงา อำเภอบ้านหมี่ เพื่อสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์และกราบพระประธานในอุโบสถเพื่อเสริมสิริมงคล ท่านเล่าถึงความผูกพันกับสถานที่แห่งนี้ที่เป็นจุดเริ่มต้นชีวิตเมื่อกว่า 80 ปีก่อน โดยเฉพาะการพบปะกับลูกหลานของคนทำคลอดที่มารอพบ สร้างช่วงเวลาน่าประทับใจให้ทุกคนที่ร่วมเหตุการณ์ การทำบุญไหว้พระครั้งนี้ไม่เพียงเสริมขวัญกำลังใจให้ตัวท่านเอง แต่ยังเป็นการเชื่อมโยงรากเหง้าทางวัฒนธรรมของชาวลพบุรี

ลุงป้อม ไหว้พระวัดเชียงงา

ตลอดการเดินทาง “ลุงป้อม” กลับบ้านเกิดลพบุรี ควงผู้สมัคร พปชร. ไหว้พระเสริมสิริมงคล ยังคงเน้นการพูดคุยแลกเปลี่ยนกับชาวบ้าน รับฟังปัญหาและวิถีชีวิตชุมชน ก่อนกลับยังแวะชิมอาหารพื้นบ้านที่บ้านพักของนายสุชาติ ลายน้ำเงิน ชาวบ้านและแฟนคลับแนะนำของกินอร่อยประจำลพบุรี เช่น ตำลพบุรี ลวกจิ้ม และสินค้าชุมชุม เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

กิจกรรมเด่นในทริปบ้านเกิดลพบุรี

  • เยี่ยมบ้านทรงไทย “เรือนรับตะวัน” พบปะชาวบ้านอย่างใกล้ชิด
  • ไหว้พระวัดเชียงงา เสริมสิริมงคลและรำลึกอดีต
  • ชิมอาหารพื้นถิ่น สนับสนุน OTOP ลพบุรี
  • พูดคุยกับผู้สมัคร พปชร. วางแผนพัฒนาพื้นที่

ทริปนี้แสดงให้เห็นถึงความเป็นกันเองของลุงป้อมที่ยังคงใกล้ชิดประชาชน แม้จะเป็นบุคคลสำคัญทางการเมือง การกลับบ้านเกิดยังช่วยเสริมภาพลักษณ์พรรคพลังประชารัฐในพื้นที่ลพบุรี ซึ่งเป็นฐานเสียงสำคัญ หากคุณเป็นชาวลพบุรีหรือแฟนข่าวการเมือง อย่าลืมติดตามพัฒนาการต่อไป เพราะนี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของกิจกรรมอีกมากมาย

สุดท้าย การเดินทางครั้งนี้ไม่เพียงเติมเต็มความทรงจำส่วนตัว แต่ยังเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนเห็นคุณค่าของรากเหง้าและการทำบุญเสริมบุญบารมี ลองวางแผนเที่ยวลพบุรีตามรอยลุงป้อมดูสิครับ!

ที่มา – “ลุงป้อม” กลับบ้านเกิดลพบุรี ควงผู้สมัคร พปชร. ไหว้พระเสริมสิริมงคล

Scroll to top