การเลือกตั้ง

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 มั่นใจ ดร.โจ-ผู้สมัคร สก.

เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 มั่นใจ ดร.โจ-ผู้สมัคร สก.

การเมืองกรุงเทพมหานครกำลังเข้มข้นขึ้นทุกขณะ เมื่อเข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 มั่นใจ “ดร.โจ-ผู้สมัคร สก.” น้อมรับโพล “มัลลิกา” แซง โดยนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมายืนยันถึงความพร้อมของทีมงานทุกคนในการสู้ศึกครั้งสำคัญนี้

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า พรรคไม่มีการเปลี่ยนแปลงในส่วนของ ศ.ดร.สุรพล นิติไกรพจน์ ซึ่งยังคงนั่งแท่นประธานยุทธศาสตร์ให้เหมือนเดิม สิ่งที่พรรคมุ่งเน้นในตอนนี้คือการนำเสนอนโยบายเพื่อการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ไม่ใช่แค่เรื่องพื้นฐานอย่างทางเท้าหรือไฟส่องสว่าง แต่รวมไปถึงการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างส่วยเทศกิจและสินบนใบอนุญาต

มุมมองต่อโพลสำรวจและการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 มั่นใจ “ดร.โจ-ผู้สมัคร สก.”

แม้ผลโพลล่าสุดจะชี้ให้เห็นว่าคู่แข่งอย่างนางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข กำลังมีคะแนนนำ แต่ทางพรรคประชาชนยังคงแสดงความเป็นมืออาชีพด้วยการน้อมรับทุกข้อคิดเห็น นายณัฐพงษ์ย้ำเตือนด้วยประสบการณ์ส่วนตัวว่า โพลที่แม่นยำที่สุดคือโพลในวันเลือกตั้งจริง ดังนั้นการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 มั่นใจ “ดร.โจ-ผู้สมัคร สก.” จะยังคงมุ่งหน้าลงพื้นที่สื่อสารนโยบายให้ถึงมือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นโยบายหลักที่พรรคประชาชนนำเสนอในช่วงโค้งสุดท้าย มีประเด็นที่น่าสนใจดังนี้:

  • การขับเคลื่อนงบประมาณ กทม. ให้มีความโปร่งใสผ่าน สก. ทั้ง 50 เขต
  • การยกระดับเศรษฐกิจปากท้องของคนกรุงให้ดีขึ้น
  • การทำงานควบคู่กับ สส. 119 คน เพื่อผลักดันกฎหมายจากสภาฯ สู่ท้องถิ่น
  • การสร้างการเปลี่ยนแปลงผ่านผู้นำที่กล้าคิดกล้าทำ

ท้ายที่สุด การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ใช่เพียงแค่การเลือกตัวบุคคล แต่มันคือการเลือกอนาคตของเมืองหลวงที่ทุกคนปรารถนาให้ดีกว่าเดิม ขอเชิญชวนชาวกรุงเทพฯ ทุกท่านออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ เพื่อใช้อำนาจที่มีในการกำหนดทิศทางของเมืองด้วยความหวังและพลังที่แท้จริง

ที่มา – เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569 มั่นใจ “ดร.โจ-ผู้สมัคร สก.” น้อมรับโพล “มัลลิกา” แซง

หม่อมกร ชูนโยบาย ชุมชนอาสา ดูแลเด็กเล็ก ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง

ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. กลายเป็นที่จับตามองอย่างมาก เมื่อ หม่อมกร ชูนโยบาย ชุมชนอาสา ดูแลเด็กเล็ก ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง อย่างเต็มรูปแบบ เพื่อตอบโจทย์วิถีชีวิตคนเมืองที่เปลี่ยนไป โดย ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ผู้สมัครหมายเลข 1 ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนย่านอิสรภาพและตลาดโพธิ์สามต้นเพื่อตอกย้ำความมุ่งมั่นนี้

เจาะลึกนโยบาย หม่อมกร ชูนโยบาย ชุมชนอาสา ดูแลเด็กเล็ก ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง

ปัญหาของครอบครัวยุคใหม่ในกรุงเทพฯ คือการแบกรับภาระดูแลคนในบ้านพร้อมกับการทำงาน หม่อมกรจึงมองเห็นว่าเราต้องเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองแห่งการเกื้อกูล โดยมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนดังนี้:

รายละเอียด หม่อมกร ชูนโยบาย ชุมชนอาสา ดูแลเด็กเล็ก ผู้สูงอายุและผู้ป่วยติดเตียง

  • สร้างเครือข่ายชุมชนเข้มแข็ง: ใช้พลังของคนในพื้นที่และอาสาสมัครสาธารณสุข ร่วมกันสำรวจและดูแลกลุ่มเปราะบางอย่างใกล้ชิด
  • กิจกรรมเชื่อมสัมพันธ์ต่างวัย: จัดพื้นที่เรียนรู้ให้เด็กและผู้สูงอายุได้ใช้เวลาร่วมกัน เพื่อลดความเหงาและสร้างความอบอุ่นในครอบครัว
  • ยกระดับการรักษาเชิงรุก: เชื่อมต่อระบบโรงพยาบาลและศูนย์บริการสาธารณสุขเข้าถึงบ้านผู้ป่วยติดเตียงผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล

การเดินหน้าในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การหาเสียง แต่เป็นการเสนอแนวทางที่ใช้ใจทำ เพื่อให้คนกรุงเทพฯ ไม่ว่าจะอยู่ในซอยเล็กหรือชุมชนใหญ่ได้รับสวัสดิการที่ทั่วถึง หม่อมกรเชื่อมั่นว่าหากเราใช้ความร่วมมือของคนในชุมชนเป็นฐานราก คุณภาพชีวิตของคนทุกช่วงวัยจะถูกยกระดับขึ้นอย่างยั่งยืนแน่นอน

ในฐานะคนกรุงเทพฯ คุณคิดว่านโยบายที่เน้นการลงมือทำผ่านกลไกชุมชนเช่นนี้ จะเป็นทางออกที่ช่วยแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้จริงหรือไม่? มาร่วมแสดงความคิดเห็นและเตรียมตัวไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งเพื่อกำหนดทิศทางเมืองของเราให้เป็นเมืองที่น่าอยู่สำหรับทุกคนกันครับ

ที่มา – “หม่อมกร” ลุยโค้งสุดท้าย ชูนโยบาย “ชุมชนอาสา” ดูแลเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียงครบวงจร

“พงษ์ศักดิ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 จำลองเหตุการณ์ Security Phone

“พงษ์ศักดิ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 จำลองเหตุการณ์ Security Phone

โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ปี 2569 เริ่มร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุด นายพงษ์ศักดิ์ พัวพรพงษ์ หรือ ดร.ซัน ผู้สมัครอิสระเบอร์ 3 ได้สร้างความฮือฮาด้วยการจัดกิจกรรมจำลองสถานการณ์จริงเพื่อโชว์วิสัยทัศน์ผ่านนโยบาย “พงษ์ศักดิ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 จำลองเหตุการณ์ Security Phone กลางอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เพื่อให้พี่น้องชาวกรุงมองเห็นภาพชัดเจนขึ้นว่า เทคโนโลยีจะเข้ามาช่วยยกระดับความปลอดภัยในชีวิตประจำวันได้อย่างไร

ในวันที่ 21 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ดร.ซัน ได้ลงพื้นที่เดินหน้าพูดคุยกับประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเน้นย้ำว่านโยบายหลักอย่าง “Security Phone” หรือการสร้างความปลอดภัยขั้นสูงสุดนั้น ไม่ใช่เพียงแค่คำสัญญา แต่เป็นแผนการวางเครือข่ายอัจฉริยะกว่า 100,000 จุดทั่วกรุงเทพฯ เพื่อเป็นเกราะป้องกันให้กับทั้งคนกรุงเทพฯ ผู้มาเยือน และนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามายังเมืองหลวงแห่งนี้

เจาะลึกนโยบาย “พงษ์ศักดิ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 จำลองเหตุการณ์ Security Phone

สำหรับระบบ Security Phone ที่ถูกนำเสนอโดย “พงษ์ศักดิ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 จำลองเหตุการณ์ Security Phone ในครั้งนี้ มีจุดเด่นที่น่าสนใจหลายประการ เพื่อเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองน่าอยู่และปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง โดยมีรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • การเชื่อมต่อแบบเรียลไทม์: ใช้เทคโนโลยีการสื่อสาร 2 ทาง เพื่อแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือเข้าสู่ศูนย์กลางทันที
  • เน็ตเวิร์กที่ครอบคลุม: ติดตั้งจุดบริการรวม 100,000 จุด โดยกระจายในทุกเขตเขตละ 2,000 จุด เพื่อการตอบสนองที่รวดเร็ว
  • ศูนย์ครอบครัวกรุงเทพ: เป็นหัวใจหลักในการบริหารจัดการข้อมูลเหตุการณ์ต่างๆ ช่วยให้เจ้าหน้าที่ส่งความช่วยเหลือได้ตรงจุดและแม่นยำ
  • ความปลอดภัยสำหรับทุกคน: ไม่ว่าจะเป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติ ทุกคนจะได้รับสิทธิประโยชน์จากการรักษาความปลอดภัยที่เท่าเทียมกัน

ดร.พงษ์ศักดิ์ ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า แม้การถ่ายทำเหตุการณ์จำลองครั้งนี้จะเป็นการจุดเริ่มต้นของการสื่อสาร แต่เชื่อว่าวิสัยทัศน์นี้จะสามารถเปลี่ยนมุมมองเรื่องความปลอดภัยในพื้นที่สาธารณะของกรุงเทพฯ ไปอย่างสิ้นเชิง และหากประชาชนต้องการเห็นเมืองที่ “ปลอดภัยสูงสุด” การเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้จะเป็นจุดชี้วัดสำคัญว่าแนวคิดนี้จะถูกนำมาปฏิบัติจริงได้หรือไม่

ในมุมมองของผู้เขียน นโยบายที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีเข้าหาประชาชนอย่างเป็นรูปธรรมเช่นนี้ ถือเป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง โดยเฉพาะเรื่องของการบริหารจัดการความปลอดภัยแบบเรียลไทม์ หากทำได้จริงตามตัวเลข 100,000 จุด คงเป็นก้าวสำคัญที่เปลี่ยนโฉมหน้าความปลอดภัยของกรุงเทพมหานครให้ดียิ่งขึ้นไปอีกขั้น ลองพิจารณาดูว่านโยบายนี้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตของคุณมากน้อยเพียงใดก่อนตัดสินใจเข้าคูหาในวันเลือกตั้งที่ใกล้จะถึงนี้

ที่มา – “พงษ์ศักดิ์” ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 2569 จำลองเหตุการณ์ Security Phone

หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83%

ใกล้เข้ามาทุกทีสำหรับวันตัดสินอนาคตคนกรุงเทพฯ หลายคนคงอยากทราบกระแสความนิยมล่าสุด ซึ่งผลสำรวจจากไทยรัฐโพลชี้ให้เห็นว่า หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83% สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนที่นับวันยิ่งมีมากขึ้น โดยเฉพาะในประเด็นการเมืองและการบริหารเมืองหลวง

หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83% จริงหรือไม่?

จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ผ่านหัวข้อ “เสียงคนกรุงเทพฯ ก่อนเลือกผู้ว่าฯ ภาษี งบเมือง ความโปร่งใส และผู้ว่าฯ ที่คุณอยากได้” พบว่ามีผู้ร่วมโหวตถึง 1,467 คน โดยคะแนนนำมาเป็นอันดับหนึ่งคือ คุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ตามมาด้วยคุณชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร และผู้สมัครรายอื่นๆ ซึ่งผลโพลนี้เปรียบเสมือนดัชนีชี้วัดความคาดหวังของชาวเมืองที่มีต่อตัวผู้สมัครในปัจจุบัน

ความโปร่งใสคือหัวใจสำคัญในการเลือกผู้ว่าฯ

นอกจากตัวเลขคะแนนเสียงแล้ว สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กันคือเหตุผลในการตัดสินใจของผู้อ่านที่ระบุว่า หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83% โดยให้ความสำคัญกับเรื่องอันดับต้นๆ ดังนี้:

  • ความเชื่อมั่นในความโปร่งใส (43.51%)
  • ความเชื่อมั่นในผลงานที่ผ่านมา (36.55%)
  • วิสัยทัศน์สำหรับกรุงเทพฯ ในอนาคต (19.94%)

ด้วยเหตุนี้ ชาวกรุงจึงส่งเสียงสนับสนุนให้มีการเปิดเผยงบประมาณรายเขตแบบ Open Data อย่างแข็งขัน โดยกว่า 61.81% เห็นด้วยอย่างยิ่ง เพื่อให้ประชาชนสามารถเข้ามาตรวจสอบการใช้จ่ายภาษีได้อย่างโปร่งใสและตรงไปตรงมาที่สุด

สำหรับลำดับความสำคัญในการใช้งบประมาณ ภาษีของประชาชนควรถูกนำไปพัฒนาในด้านใดบ้าง?

  • ความปลอดภัย แสงสว่าง และกล้อง CCTV (56.91%)
  • การลดค่าโดยสารขนส่งมวลชนให้ถูกลง (25.60%)
  • การเพิ่มพื้นที่สีเขียวเพื่อคุณภาพชีวิต (17.49%)

อย่างไรก็ตาม ผลโพลนี้เป็นเพียงความคิดเห็นบางส่วนจากกลุ่มผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เท่านั้น ไม่ใช่การการันตีผลการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทุกคนคือกุญแจสำคัญที่จะตัดสินว่าใครคือผู้ที่จะเข้ามาบริหารกรุงเทพฯ ต่อไป อย่าลืมรักษาสิทธิของตนเองในวันจริง แล้วไปร่วมลงคะแนนเพื่ออนาคตเมืองที่คุณต้องการกันนะครับ

ที่มา – หากเลือกตั้งวันนี้ ผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์เลือกชัชชาติ 60.83% และหนุนเปิดงบรายเขตแบบ Open Data

“เท้ง” ชี้สนาม กทม.คือฝันใหญ่พรรคประชาชน ปลุกกาเพื่อเปลี่ยน

เชื่อว่าพี่น้องชาวกรุงเทพฯ หลายคนคงได้ยินกระแสความเคลื่อนไหวที่น่าจับตามองในขณะนี้ เมื่อนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ได้ออกมาประกาศชัดเจนว่า “เท้ง” ชี้สนาม กทม.คือฝันใหญ่พรรคประชาชน ปลุกกาเพื่อเปลี่ยน เพื่อมุ่งเน้นการสร้างการเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง ผ่านการสนับสนุน ดร.โจ และ สก. จากพรรคประชาชน ในวันเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงนี้

“เท้ง” ชี้สนาม กทม.คือฝันใหญ่พรรคประชาชน ปลุกกาเพื่อเปลี่ยน

การเลือกตั้งท้องถิ่นในกรุงเทพฯ ครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเลือกพ่อเมืองคนใหม่ แต่คือการผลักดันวาระการเมืองที่ก้าวหน้า นายณัฐพงษ์ย้ำเสมอว่า พรรคประชาชนมีความมุ่งมั่นที่จะรื้อระบบงบประมาณแสนล้านให้โปร่งใส และการที่ “เท้ง” ชี้สนาม กทม.คือฝันใหญ่พรรคประชาชน ปลุกกาเพื่อเปลี่ยน นั้น สะท้อนให้เห็นว่าพรรคไม่ได้มองแค่เรื่องงบประมาณพื้นฐาน แต่พยายามผลักดันการเลือกตั้งระดับเขตเพื่อให้ตัวแทนประชาชนเข้าไปจัดการปัญหาที่ฝังรากลึกอย่าง “ส่วย” และความไม่โปร่งใสในระดับเขตโดยตรง

เหตุผลที่ต้องเลือก ดร.โจ และ สก. พรรคประชาชน

การทำงานของพรรคประชาชนที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็นกฎหมายสมรสเท่าเทียมหรือการปฏิรูปกองทัพ พิสูจน์แล้วว่าหากเราฝันใหญ่และลงมือทำอย่างจริงจัง ประชาชนจะอยู่เคียงข้างเสมอ การที่จะเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่ “แคร์คน” ได้นั้น จำเป็นต้องมีกระบวนการดังนี้:

  • การบริหารที่มืออาชีพ: ดร.โจและทีมงานพร้อมเข้ามาทำงานทันทีโดยไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน
  • ความโปร่งใสของสภากทม.: สก.จากพรรคประชาชนจะเป็นกุญแจสำคัญในการตรวจสอบการอนุมัติงบแสนล้าน
  • การแก้ไขปัญหาส่วยอย่างเป็นรูปธรรม: ขจัดการเรียกรับผลประโยชน์ที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าเดือดร้อน

นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังทิ้งท้ายด้วยประสบการณ์ขำๆ กรณีไมโครโฟนดับกลางงาน โดยเปรียบเทียบว่า “สายไมค์เปราะบางเหมือนการเมืองไทย สะกิดนิดเดียวคดีก็มา” ซึ่งสร้างเสียงหัวเราะและเตือนสติให้เห็นถึงความท้าทายที่พรรคต้องเผชิญ อย่างไรก็ตาม ความตั้งใจยังคงแน่วแน่ว่าการกากบาทเลือกพรรคประชาชนคือการกากบาทเพื่ออนาคตที่ดีกว่าของคนเมือง

หากเราต้องการเห็นระบบราชการที่ใช้งานดิจิทัลได้จริง มากกว่าแค่แอปพลิเคชันที่ล่มบ่อย และต้องการให้เงินภาษีแสนล้านถูกใช้ไปในทางที่เกิดประโยชน์กับคนตัวเล็กตัวน้อยที่สุด นี่คือโอกาสที่เราจะร่วมกันเขียนประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับกรุงเทพมหานคร ขอเชิญชวนพี่น้องชาวกทม. ออกไปใช้สิทธิ์เลือกผู้บริหารเมืองที่มีวิสัยทัศน์และการเมืองที่โปร่งใสไปด้วยกันครับ!

ที่มา – “เท้ง” ชี้สนาม กทม.คือฝันใหญ่พรรคประชาชน ปลุกกาเพื่อเปลี่ยน เลือก “ดร.โจ-สก.ปชน.” แก้ส่วย

มัลลิกา มีโอกาสชนะสูง คะแนนหายใจรดต้นคอ ชัชชาติ แล้ว

โค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. บอกเลยว่าบรรยากาศกำลังคึกคักสุดๆ เมื่อล่าสุด ดร.มัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ผู้สมัครหมายเลข 14 ได้ลงพื้นที่ไปพบปะพี่น้องประชาชนถึงตลาดริมบึง เขตหลักสี่ พร้อมประกาศความมั่นใจว่า มัลลิกา มีโอกาสชนะสูง คะแนนหายใจรดต้นคอ ชัชชาติ แล้ว หลังผลโพลล่าสุดขยับขึ้นมาอยู่อันดับ 2 อย่างโดดเด่น

มัลลิกา มีโอกาสชนะสูง คะแนนหายใจรดต้นคอ ชัชชาติ แล้ว

การลงพื้นที่ครั้งนี้ ดร.มัลลิกา ไม่ได้มาเล่นๆ แต่มาพร้อมยุทธศาสตร์ 14 ด้านที่เน้นการแก้ปัญหาแบบ “ทำเป็น” และ “ทำได้ทันที” โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจปากท้องของคนตัวเล็กตัวน้อยที่เธอมองว่าเป็นหัวใจสำคัญ นอกจากนี้เธอยังเน้นย้ำว่า มัลลิกา มีโอกาสชนะสูง คะแนนหายใจรดต้นคอ ชัชชาติ แล้ว อย่างเห็นได้ชัดในพื้นที่ฝั่งธนบุรีและเขตชั้นนอก ซึ่งเธอได้ขอให้ผู้สนับสนุนร่วมแรงร่วมใจกันไปบอกต่อคนใกล้ชิด เพื่อคว้าชัยชนะในศึกครั้งนี้

นโยบาย AI นำสมัย: อนาคตที่เปลี่ยนกรุงเทพฯ

นอกจากนโยบายเศรษฐกิจแล้ว สิ่งที่เตะตาผู้คนมากที่สุดคือการนำเทคโนโลยี AI มาใช้แก้ปัญหาเมืองที่เรื้อรังมานาน:

  • AI Traffic Real-Time: ปฏิวัติการจราจรติดขัด ให้ไหลลื่นกว่าเดิม
  • AI Flood Radar: ติดตามและรับมือน้ำท่วมแบบเชิงรุก
  • Smart Safety: เพิ่มไฟส่องสว่างและกล้อง AI ครอบคลุมพื้นที่เสี่ยง

ดร.มัลลิกา มองว่ากรุงเทพฯ ไม่ควรจมอยู่กับปัญหาเดิมๆ เธอจึงมั่นใจว่าด้วยแนวทางนี้จะช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงให้ทัดเทียมเมืองใหญ่ระดับโลกได้จริง

ในโค้งสุดท้ายนี้ ทุกคะแนนเสียงมีความหมายมากครับ ใครที่รอคอยการเปลี่ยนแปลงและอยากเห็นกรุงเทพฯ ก้าวไปข้างหน้าด้วยนวัตกรรมและนโยบายที่จับต้องได้ อย่าลืมไปใช้สิทธิเลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายน 2569 นี้ เพื่อร่วมกำหนดทิศทางอนาคตของเมืองหลวงของเราไปพร้อมกันครับ

ที่มา – “มัลลิกา” ลั่นมีโอกาสชนะสูง คะแนนหายใจรดต้นคอ “ชัชชาติ” แล้ว ขอช่วยกันเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ

“เท้ง” นำคาราวานผู้สมัคร สก. ขอคะแนนช่วงโค้งสุดท้าย

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งกรุงเทพมหานครกันแล้ว บรรยากาศการเมืองในเมืองหลวงดูจะร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือที่แฟนคลับรู้จักกันในชื่อ “เท้ง” หัวหน้าพรรคประชาชน ได้นำทัพผู้สมัคร สก. พรรคประชาชน ลงพื้นที่เดินสายขอคะแนนเสียงจากพี่น้องประชาชนอย่างเข้มข้น

“เท้ง” นำคาราวานผู้สมัคร สก. ขอคะแนนช่วงโค้งสุดท้าย

กิจกรรมในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การเดินสายธรรมดา แต่เป็นการรวมพลังคาราวานรถแห่ที่นำผู้สมัคร สก. ของพรรคประชาชนจากเขตชั้นในออกมาพบปะชาวกรุง เพื่อตอกย้ำว่าทางพรรคพร้อมแล้วที่จะอาสาเข้ามาบริหาร กทม. โดยมี ดร.โจ หรือ นายชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร เป็นความหวังในตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. หมายเลข 10 ที่จะนำพานโยบายดีๆ ไปสู่การปฏิบัติจริง

เส้นทางคาราวานและการตอบรับจากประชาชน

ตลอดเส้นทางคาราวานที่ถือว่าผ่านใจกลางเมืองที่สำคัญ เริ่มต้นจากตลาดวัดแขก เขตบางรัก ไล่เรียงไปจนถึงปทุมวัน พญาไท ดุสิต จนไปสิ้นสุดที่ย่านเยาวชน เขตสัมพันธวงศ์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนจำนวนมากออกมาให้กำลังใจ “เท้ง” นำคาราวานผู้สมัคร สก. ขอคะแนนช่วงโค้งสุดท้าย อย่างอบอุ่น โดยจุดที่น่าจดจำที่สุดคือการที่ประชาชนนำน้ำส้ม 10 ขวดมามอบให้เป็นของขวัญ ซึ่งหัวหน้าพรรคได้กล่าวติดตลกว่า ขอให้พลังของส้ม 10 ขวดนี้กลายเป็น สก. ทั้ง 50 เขต

ทำไมต้องเป็นพรรคประชาชน? คำถามนี้ถูกย้ำผ่านการปราศรัยในแต่ละจุด โดยทีมงานเน้นย้ำถึงเรื่อง:

  • เจตจำนงทางการเมืองที่แน่วแน่ในการพลิกโฉม กทม.
  • ความพร้อมของทีมบริหารที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาเรื้อรัง
  • นโยบายที่ออกแบบมาเพื่อคนกรุงเทพฯ อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม ในช่วงเวลาเพียง 8 วันก่อนวันเลือกตั้ง 28 มิถุนายนนี้ คือช่วงเวลาตัดสินใจครั้งสำคัญของชาวกรุงเทพมหานคร การที่“เท้ง” นำคาราวานผู้สมัคร สก. ขอคะแนนช่วงโค้งสุดท้ายครั้งนี้ ถือเป็นการส่งสัญญาณว่าพรรคประชาชนต้องการผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงจากการบริหารส่วนท้องถิ่นขึ้นมาจริงๆ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ต้องการเห็น กทม. เปลี่ยนไปในทิศทางที่ดีขึ้น อย่าลืมออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ เพราะทุกคะแนนของคุณคือพลังตัวจริงในการกำหนดอนาคตเมืองหลวงของเราครับ

ที่มา – “เท้ง” นำคาราวานผู้สมัคร สก. ขอคะแนนช่วงโค้งสุดท้าย ขอโอกาสพรรคประชาชนบริหาร กทม.

อนุชา ลุยโค้งสุดท้าย ชูยุทธศาสตร์ทีม ปชป. พร้อมแก้ระบบขยะ

เข้าสู่ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. แล้ว บรรยากาศการลงพื้นที่ของ อนุชา ลุยโค้งสุดท้าย ชูยุทธศาสตร์ทีม ปชป. ยกเครื่องแก้ระบบจัดเก็บขยะ ชวนคนกรุงเลือกตั้ง 28 มิ.ย. นั้นเป็นไปอย่างคึกคัก โดยคุณอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครหมายเลข 5 จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้สวมวิญญาณนักสู้ เดินหน้าพบปะพี่น้องประชาชนในหลายเขตสำคัญ เพื่อนำเสนอนโยบายที่ตั้งใจจะเข้ามาเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้ดีขึ้นกว่าเดิม

อนุชา ลุยโค้งสุดท้าย ชูยุทธศาสตร์ทีม ปชป. ยกเครื่องแก้ระบบจัดเก็บขยะ ชวนคนกรุงเลือกตั้ง 28 มิ.ย.

การลงพื้นที่ครั้งนี้ คุณอนุชาไม่ได้มาคนเดียว แต่ยังได้รับพลังสนับสนุนจากคุณอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และทีมผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ที่ลงช่วยหาเสียงอย่างเต็มกำลัง โดยเน้นย้ำเรื่องการทำงานเป็นทีม หรือ “องคาพยพ” ที่พร้อมขับเคลื่อนนโยบายทั้ง 5 ด้าน ให้เป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของปากท้อง การระบายน้ำ หรือแม้แต่การจัดการขยะที่ชาวบ้านบ่นกันหนาหู

จุดเปลี่ยนสำคัญกับการแก้ระบบขยะเมืองหลวง

ปัญหาหนึ่งที่อยู่ใน อนุชา ลุยโค้งสุดท้าย ชูยุทธศาสตร์ทีม ปชป. ยกเครื่องแก้ระบบจัดเก็บขยะ ชวนคนกรุงเลือกตั้ง 28 มิ.ย. คือการจัดการขยะที่ไม่มีประสิทธิภาพ หลายคนสะท้อนว่าอุตส่าห์แยกขยะแล้ว แต่พอรถของ กทม. มาเก็บกลับนำไปรวมกันเสียอย่างนั้น คุณอนุชาจึงประกาศชัดเจนว่าหากได้รับความไว้วางใจ จะขอทลายปัญหาเดิมๆ โดยการยกเครื่องระบบจัดเก็บขยะใหม่ทั้งหมด ทั้งต้นทางและปลายทาง เพื่อให้กรุงเทพฯ กลับมาสะอาดน่าอยู่อีกครั้ง

  • จัดการขยะคัดแยกจริงตั้งแต่ชุมชน
  • พัฒนาระบบรถเก็บขยะให้ทันสมัย
  • สร้างความเชื่อมั่นให้ประชาชนผ่านผลงาน

นอกจากนี้ ในเรื่องนโยบายภาพรวม คุณอนุชายังมั่นใจว่านโยบายของพรรคประชาธิปัตย์นั้นตรงใจชาวกรุงแน่นอน โดยเฉพาะการมี สก. ที่แข็งแกร่งในทุกเขต ซึ่งทุกคนล้วนเป็นคนคุ้นเคยในพื้นที่ ทำงานหนักมาอย่างต่อเนื่องแม้ในยามที่ไม่มีตำแหน่งทางการเมือง นี่คือบทพิสูจน์ถึงความมุ่งมั่นที่พรรคประชาธิปัตย์มีให้กับคนกรุงเทพฯ มาโดยตลอด

สำหรับใครที่ยังลังเล หรือรอดูผลโพลต่างๆ คุณอนุชาฝากทิ้งท้ายไว้ว่า ไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไร จะแพ้หรือชนะ แต่ตนเองยังคงรักษามาตรฐานการทำงานและความจริงใจที่มีต่อประชาชนไว้เสมอ และขอเชิญชวนให้พี่น้องชาวกรุงเทพมหานครทุกคน ออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งในวันที่ 28 มิถุนายนนี้ เพื่อกำหนดอนาคตของเมืองหลวงด้วยตัวคุณเอง เพราะทุกคะแนนเสียงคือพลังสำคัญในการขับเคลื่อนนโยบายที่ อนุชา ลุยโค้งสุดท้าย ชูยุทธศาสตร์ทีม ปชป. ยกเครื่องแก้ระบบจัดเก็บขยะ ชวนคนกรุงเลือกตั้ง 28 มิ.ย. อยากทำให้สำเร็จ

ที่มา – “อนุชา” ลุยโค้งสุดท้าย ชูยุทธศาสตร์ทีม ปชป. ยกเครื่องแก้ระบบจัดเก็บขยะ ชวนคนกรุงเลือกตั้ง 28 มิ.ย.

อนุชา-อภิสิทธิ์ หาเสียงชู AI ปฏิรูปจราจร-น้ำท่วมกรุงฯ

ช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. บรรยากาศการลงพื้นที่เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุด อนุชา-อภิสิทธิ์ หาเสียงบางนา-พระโขนง ชู AI ปฏิรูปจราจร-น้ำท่วม โค้งสุดท้ายปลุกความหวังคนกรุงฯ ซึ่งถือเป็นประเด็นสำคัญที่ประชาชนในพื้นที่ให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยทางทีมงานพรรคประชาธิปัตย์ได้ลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนพร้อมเสนอวิสัยทัศน์ใหม่ๆ เพื่อมุ่งหวังเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่น่าอยู่กว่าเดิม

อนุชา-อภิสิทธิ์ หาเสียงบางนา-พระโขนง ชู AI ปฏิรูปจราจร-น้ำท่วม โค้งสุดท้ายปลุกความหวังคนกรุงฯ

นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. มาพร้อมกับ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ได้เน้นย้ำถึงแนวคิดการนำเทคโนโลยีทันสมัยเข้ามาแก้ปัญหาเมือง โดยเฉพาะการนำ AI มาใช้จัดการจราจรและระบบระบายน้ำ เพื่อให้ครอบคลุมและแม่นยำยิ่งขึ้น

รายละเอียดนโยบายที่น่าสนใจ

  • การบริหารจัดการน้ำ: เปลี่ยนระบบเปิด-ปิดประตูระบายน้ำแบบ Manual ให้เป็น AI เพื่อการจัดการน้ำเสียและน้ำท่วมขังอย่างรวดเร็ว
  • การจราจร: นำ AI มาควบคุมไฟจราจรทั่วเครือข่ายถนนฝั่งบางนา-พระโขนง เพื่อลดปัญหาการจราจรติดขัดในซอย พร้อมเสริมรถ Feeder เชื่อมต่อรถไฟฟ้าสีเขียว
  • สิ่งแวดล้อม: มุ่งสู่เป้าหมาย Zero Landfill ด้วยการปรับปรุงศูนย์ขยะอ่อนนุชเป็นระบบปิดและการเปลี่ยนขยะเป็นพลังงาน

นอกเหนือจากเรื่องโครงสร้างพื้นฐาน ภายใต้แคมเปญ อนุชา-อภิสิทธิ์ หาเสียงบางนา-พระโขนง ชู AI ปฏิรูปจราจร-น้ำท่วม โค้งสุดท้ายปลุกความหวังคนกรุงฯ ยังมีการนำเสนอแนวทางเรื่องสาธารณสุขเชิงรุก ทั้งการเพิ่มจุดบริการสาธารณสุขและระบบฐานข้อมูลผู้ป่วยที่เชื่อมโยงกัน เพื่อลดขั้นตอนการเดินทางและความยุ่งยากของผู้สูงอายุในชุมชน

สำหรับการก้าวไปสู่ “Bangkok Vision” ที่พรรคประชาธิปัตย์นำเสนอนั้น ไม่ใช่เพียงแค่การแก้ปัญหาพื้นฐานให้ดีขึ้น แต่ยังรวมถึงการนำแอปพลิเคชันอย่าง “ส่องรัฐ” มาเปิดเผยข้อมูลเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบความโปร่งใสของเมือง ถือเป็นการสร้างความหวังใหม่ในการเปลี่ยนแปลงกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองที่มีอนาคตและมีความเข้มแข็งในด้านการบริหารจัดการอย่างแท้จริง การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่คนกรุงฯ จะได้ตัดสินใจเลือกทิศทางของเมืองไปพร้อมกัน

หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากเห็นกรุงเทพฯ เปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้น การติดตามนโยบายจากเวทีปราศรัยและการร่วมตัดสินใจในวันเลือกตั้งจะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่จับต้องได้สำหรับอนาคตของพวกเราทุกคน

ที่มา – “อนุชา-อภิสิทธิ์” หาเสียงบางนา-พระโขนง ชู AI ปฏิรูปจราจร-น้ำท่วม โค้งสุดท้ายปลุกความหวังคนกรุงฯ

Scroll to top