ข่าวการเมือง

อัปเดตสถานการณ์แม่น้ำน่าน คาดเที่ยงคืนนี้ระดับน้ำสูงสุด

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดน่านกำลังเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพี่น้องประชาชนที่อาศัยอยู่ริมฝั่งน้ำ หลังทางชลประทานน่านได้ออกมา อัปเดตสถานการณ์แม่น้ำน่าน คาดเที่ยงคืนนี้ ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุด ก่อนทยอยลดลง เพื่อให้ทุกคนเตรียมตัวรับมือกับมวลน้ำที่กำลังไหลผ่านเขตเทศบาลเมืองน่านได้อย่างทันท่วงที

อัปเดตสถานการณ์แม่น้ำน่าน คาดเที่ยงคืนนี้ ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุด ก่อนทยอยลดลง

จากการรายงานล่าสุด ณ จุดวัดน้ำ N1 ระดับน้ำมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยคาดการณ์ว่าในช่วงเวลาเที่ยงคืนถึงตีสองของคืนนี้ ระดับน้ำจะแตะจุดสูงสุดที่ประมาณ 9.10 เมตร ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ได้กำชับให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังน้ำท่วมขังในบางจุด โดยเฉพาะบริเวณเขตเทศบาลเมืองน่านที่มักได้รับผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลมาจากอำเภอปัวและท่าวังผา

มาตรการรับมือเมื่อ อัปเดตสถานการณ์แม่น้ำน่าน คาดเที่ยงคืนนี้ ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุด ก่อนทยอยลดลง

สำหรับพี่น้องชาวน่าน สิ่งสำคัญที่สุดคือการตั้งสติและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อมีการแจ้ง อัปเดตสถานการณ์แม่น้ำน่าน คาดเที่ยงคืนนี้ ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุด ก่อนทยอยลดลง แบบนี้ ควรเตรียมความพร้อมดังนี้:

  • เตรียมของมีค่า: เก็บของขึ้นที่สูงให้พ้นระดับน้ำ 9.10 เมตร
  • สำรองปัจจัย 4: เตรียมอาหาร น้ำดื่ม ยารักษาโรค และอุปกรณ์ไฟฟ้าที่จำเป็น
  • อพยพตามคำสั่ง: หากเจ้าหน้าที่หรือผู้นำชุมชนแจ้งเตือนให้อพยพ ขอให้รีบเคลื่อนย้ายไปยังศูนย์พักพิงที่จัดไว้ให้ทันที
  • ติดตามข้อมูล: ตรวจสอบระดับน้ำจากจุดวัด N1 เป็นระยะผ่านช่องทางของชลประทานน่าน

ทางด้านนายมีชัย ปฏิยุทธ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานน่าน ได้ให้ข้อมูลที่น่าสบายใจขึ้นบ้างว่า อัตราการเพิ่มของน้ำเริ่มชะลอตัวลงอย่างเห็นได้ชัด จากเดิมที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันอัตราการเพิ่มระดับน้ำน้อยลงมาก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าหากไม่มีฝนตกลงมาเพิ่ม มวลน้ำจะค่อยๆ ถูกระบายลงสู่เขื่อนสิริกิติ์อย่างเป็นระบบ โดยทางชลประทานน่านได้วางแผนระบายน้ำผ่านเวียงสา ซึ่งมีศักยภาพในการรองรับน้ำได้ดี จึงมั่นใจได้ว่าจะไม่มีอุปสรรคในการจัดการมวลน้ำในครั้งนี้

แม้เหตุการณ์น้ำท่วมจะสร้างความลำบากให้แก่พี่น้องชาวน่าน แต่ด้วยความร่วมมือของทั้งภาครัฐและประชาชนในพื้นที่ที่ต่างตื่นตัวและเตรียมพร้อมรับมือกันอย่างเต็มที่ เชื่อมั่นว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงได้ในเร็ววัน ขอให้ทุกคนปลอดภัยและผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยดีครับ

ที่มา – อัปเดตสถานการณ์ “แม่น้ำน่าน” คาดเที่ยงคืนนี้ ระดับน้ำจะขึ้นสูงสุด ก่อนทยอยลดลง

“ประสิทธิ์” ลงเวียงสาตรวจจุดเสี่ยงบ้านไหล่น่าน เฝ้าระวังน้ำหลากคืนนี้

“ประสิทธิ์” ลงเวียงสาตรวจจุดเสี่ยงบ้านไหล่น่าน เฝ้าระวังน้ำหลากคืนนี้

ในสถานการณ์วิกฤตที่ฝนตกหนักต่อเนื่องในจังหวัดน่าน การลงพื้นที่จริงคือหัวใจสำคัญของการรับมือภัยธรรมชาติ ล่าสุด “ประสิทธิ์” ลงเวียงสาตรวจจุดเสี่ยงบ้านไหล่น่าน เฝ้าระวังน้ำหลากคืนนี้ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ว่าจะได้รับความช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

นายประสิทธิ์ โนทะ สส.น่าน จากพรรคกล้าธรรม ได้ผนึกกำลังร่วมกับนายกเทศมนตรีตำบลเวียงสาและทีมเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ลงพื้นที่ตรวจสอบระดับน้ำอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในพื้นที่บ้านไหล่น่าน ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงที่มักจะได้รับผลกระทบจากน้ำป่าไหลหลากได้ง่ายเมื่อมีฝนตกสะสม การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประเมินสถานการณ์ แต่ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความใส่ใจต่อชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านอย่างแท้จริง

การเตรียมพร้อมรับมือในพื้นที่เสี่ยง

นอกจากตัวเลขระดับน้ำแล้ว การเตรียมแผนสำรองคือสิ่งที่ “ประสิทธิ์” ลงเวียงสาตรวจจุดเสี่ยงบ้านไหล่น่าน เฝ้าระวังน้ำหลากคืนนี้ ให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก โดยเน้นย้ำถึงมาตรการดังนี้:

  • การเฝ้าระวังระดับน้ำตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะในช่วงดึกที่น้ำอาจเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
  • การจัดเตรียมทีมกู้ภัยและอุปกรณ์ช่วยเหลือให้พร้อมประจำจุดที่เข้าถึงได้ยาก
  • การสื่อสารข้อมูลข่าวสารกับประชาชนในพื้นที่ให้ทั่วถึง เพื่อป้องกันความตื่นตระหนกและเพิ่มความปลอดภัย

นายประสิทธิ์กล่าวทิ้งท้ายว่า “สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ความห่วงใย แต่คือการลงมือทำ การอยู่เคียงข้างพี่น้องประชาชนในเวลาที่ยากลำบากคือภารกิจหลักของเรา หากใครได้รับความเดือดร้อน ทีมงานพร้อมประสานความช่วยเหลือทันที”

การที่ “ประสิทธิ์” ลงเวียงสาตรวจจุดเสี่ยงบ้านไหล่น่าน เฝ้าระวังน้ำหลากคืนนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการทำงานเชิงรุกในฐานะตัวแทนประชาชน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลงโดยเร็ว และขอส่งกำลังใจให้ชาวเวียงสาทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยความปลอดภัยครับ หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าลืมเก็บของขึ้นที่สูงและติดตามประกาศจากทางการอย่างใกล้ชิดนะครับ

ที่มา – “ประสิทธิ์” ลงเวียงสาตรวจจุดเสี่ยงบ้านไหล่น่าน เฝ้าระวังน้ำหลากคืนนี้

ภัทรพงษ์ จี้ สุชาติ แจงกมธ. ปม TOR ไทย-เมียนมา มลพิษทางน้ำ

ภัทรพงษ์ จี้ สุชาติ แจงกมธ. ปม TOR ไทย-เมียนมา มลพิษทางน้ำ

กลายเป็นประเด็นร้อนที่สังคมกำลังจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อนายภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ สส.เชียงใหม่ จากพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการฯ ได้ออกมาเคลื่อนไหวเรียกร้องให้ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เข้าชี้แจงรายละเอียดในประเด็น ภัทรพงษ์ จี้ สุชาติ แจงกมธ. ปม TOR ไทย-เมียนมา มลพิษทางน้ำ โดยเฉพาะข้อสงสัยเรื่องร่างขอบเขตอำนาจหน้าที่ (TOR) ที่มีเงื่อนไขห้ามเปิดเผยข้อมูลหากไม่ได้รับความยินยอมจากทั้งสองฝ่าย ซึ่งส่งผลกระทบต่อสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของประชาชน

วิกฤตสารหนูปนเปื้อนในพื้นที่เกษตรกรรม

ปัญหาเรื่อง ภัทรพงษ์ จี้ สุชาติ แจงกมธ. ปม TOR ไทย-เมียนมา มลพิษทางน้ำ นั้นไม่ใช่เรื่องไกลตัว เพราะปัจจุบันผลการตรวจจากกรมพัฒนาที่ดินพบว่าพื้นที่ลุ่มแม่น้ำกกและแม่น้ำสายมีสารหนูปนเปื้อนสูงถึง 164 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัม ซึ่งเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 25 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมไปหลายเท่าตัว แต่กลับพบว่ายังมีการทำเกษตรกรรมอยู่ในพื้นที่ดังกล่าวโดยที่รัฐยังไม่มีมาตรการเยียวยาหรือแจ้งเตือนที่ชัดเจน

สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความกังวลใจ คือเนื้อหาในร่าง TOR ฉบับดังกล่าวที่ดูเหมือนจะถูกกำหนดมาจากฝั่งไทยเอง โดยมีกรมควบคุมมลพิษเป็นผู้รับผิดชอบหลัก ทำให้เกิดคำถามว่าทำไมรัฐบาลถึงต้องพยายามปิดบังข้อมูลสำคัญที่กระทบต่อสุขภาพและวิถีชีวิตของคนไทยในพื้นที่ชายแดน การที่รัฐมนตรีไม่เข้าร่วมประชุมกับคณะอนุกรรมาธิการฯ ยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยว่ารัฐบาลกำลังเพิกเฉยต่อความเดือดร้อนของประชาชนหรือไม่

  • การปนเปื้อนในแม่น้ำสายสำคัญ: แม่น้ำกก, แม่น้ำสาย, แม่น้ำรวก, แม่น้ำโขง, แม่น้ำกระบุรี และแม่น้ำสาละวิน
  • ผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร: พบค่าสารหนูในดินสูงเกินมาตรฐานอย่างน่าตกใจ
  • ความโปร่งใสของข้อมูล: เรียกร้องให้รัฐมนตรีเปิดเผยรายละเอียด TOR เพื่อความเป็นธรรม

ในฐานะประชาชน เราควรช่วยกันส่งเสียงเรียกร้องให้รัฐมนตรีเร่งกำหนดวันเวลาที่พร้อมจะเข้าชี้แจงต่อคณะอนุกรรมาธิการฯ เพื่อให้เกิดการจัดการปัญหาอย่างเป็นรูปธรรม แทนการปล่อยให้เกษตรกรต้องรับมือกับสารพิษเพียงลำพัง การแก้ปัญหามลพิษทางน้ำข้ามแดนต้องอาศัยความร่วมมือและความโปร่งใส นี่คือสิทธิขั้นพื้นฐานที่ประชาชนทุกคนพึงได้รับครับ

ที่มา – “ภัทรพงษ์” จี้ “สุชาติ” แจงกมธ. ปม TOR ไทย-เมียนมา มลพิษทางน้ำ

“ซาบีดา” จับมือออสเตรเลีย ร่วมมือ 5 เรื่องด้านศิลปะและวัฒนธรรม 2 ประเทศ

เชื่อว่าหลายคนคงได้ยินข่าวดีในแวดวงวัฒนธรรมกันมาบ้างแล้ว กับความเคลื่อนไหวล่าสุดของกระทรวงวัฒนธรรมไทย โดยนางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่ได้เดินทางไปหารือทวิภาคีกับนาย Tony Burke รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศิลปวัฒนธรรมแห่งเครือรัฐออสเตรเลีย เพื่อผลักดันนโยบายซอฟต์พาวเวอร์และกระชับความสัมพันธ์ผ่านงานศิลปะ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญของ “ซาบีดา” จับมือออสเตรเลีย ร่วมมือ 5 เรื่องด้านศิลปะและวัฒนธรรม 2 ประเทศ ที่จะส่งผลดีต่อวงการศิลปินไทยในอนาคต

“ซาบีดา” จับมือออสเตรเลีย ร่วมมือ 5 เรื่องด้านศิลปะและวัฒนธรรม 2 ประเทศ

การพบกันครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการพูดคุยตามมารยาททางการทูตเท่านั้น แต่เป็นการวางรากฐานเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดยทั้งสองฝ่ายได้ตกลงที่จะดำเนินงานร่วมกันใน 5 ประเด็นหลัก เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมและยกระดับคุณค่าทางวัฒนธรรมของทั้งสองชาติให้โดดเด่นยิ่งขึ้นในระดับสากล

5 กลยุทธ์ขับเคลื่อนความร่วมมือทางวัฒนธรรมไทย-ออสเตรเลีย

สำหรับการดำเนินงานในโครงการ “ซาบีดา” จับมือออสเตรเลีย ร่วมมือ 5 เรื่องด้านศิลปะและวัฒนธรรม 2 ประเทศ นั้น ประกอบไปด้วยรายละเอียดที่น่าสนใจดังนี้:

  • การทวงคืนโบราณวัตถุ: ประสานความร่วมมือในการส่งคืนโบราณวัตถุของไทยที่จัดแสดงหรือเก็บรักษาอยู่ในออสเตรเลียให้กลับคืนสู่มาตุภูมิ
  • งานเทศกาลระดับชาติ: ร่วมกันผลักดันกิจกรรมสำคัญอย่าง Bangkok Design Week ให้เป็นพื้นที่แลกเปลี่ยนไอเดียสร้างสรรค์ระหว่างดีไซน์เนอร์สองประเทศ
  • การพัฒนาศักยภาพศิลปิน: ส่งเสริมโครงการ Artist in residence หรือการแลกเปลี่ยนบุคลากรด้านศิลปะเพื่อให้ศิลปินได้เรียนรู้เทคนิคและเปิดมุมมองใหม่ๆ
  • การทูตทางวัฒนธรรม: ร่วมมือจัดงานฉลองโอกาสครบรอบ 75 ปี ความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-ออสเตรเลีย เพื่อส่งเสริม Soft Power ไทยสู่เวทีโลก
  • การวางแผนยุทธศาสตร์: การจัดทำ Action Plan ฉบับใหม่ เพื่อต่อยอดความตกลงทางวัฒนธรรมที่เคยทำไว้ตั้งแต่ปี 2517 ให้เข้ากับบริบทโลกยุคปัจจุบัน

ความพยายามของกระทรวงวัฒนธรรมในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการนำศิลปะมาเป็นเครื่องมือในการทูต ซึ่งนอกจากจะช่วยเรื่องภาพลักษณ์ประเทศแล้ว ยังเปิดโอกาสให้ศิลปินรุ่นใหม่ของไทยได้มีพื้นที่แสดงศักยภาพในต่างแดนมากขึ้นอีกด้วย เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่า ความสำเร็จจาก “ซาบีดา” จับมือออสเตรเลีย ร่วมมือ 5 เรื่องด้านศิลปะและวัฒนธรรม 2 ประเทศ จะนำไปสู่โปรเจกต์ที่น่าตื่นเต้นอะไรบ้างในอนาคต แต่บอกได้เลยว่านี่คือสัญญาณที่ดีมากสำหรับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์บ้านเราครับ

ที่มา – “ซาบีดา” จับมือออสเตรเลีย ร่วมมือ 5 เรื่องด้านศิลปะและวัฒนธรรม 2 ประเทศ

โรงพยาบาลน่าน ประกาศงดให้บริการตรวจรักษา 20-22 ส.ค. นี้

จากสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่จังหวัดน่าน ส่งผลกระทบให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในหลายพื้นที่ ทำให้การสัญจรไปมาเป็นไปด้วยความยากลำบาก ล่าสุดทาง โรงพยาบาลน่าน ประกาศงดให้บริการตรวจรักษา 20-22 ส.ค. นี้ เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ป่วยและบุคลากรทางการแพทย์ โดยการประกาศครั้งนี้ถือเป็นมาตรการเร่งด่วนเพื่อรับมือกับภาวะน้ำท่วมที่อาจขยายวงกว้างขึ้น

สถานการณ์ล่าสุด โรงพยาบาลน่าน ประกาศงดให้บริการตรวจรักษา 20-22 ส.ค.

การตัดสินใจประกาศหยุดให้บริการชั่วคราวของทางโรงพยาบาลน่านมีความจำเป็นอย่างยิ่ง เนื่องจากระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้นอาจกระทบต่อความปลอดภัยในการเดินทางมาโรงพยาบาล อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลยังคงคำนึงถึงความปลอดภัยของผู้ป่วยเป็นหลัก โดยได้มีการกำหนดข้อยกเว้นสำหรับกรณีเร่งด่วน ดังนี้:

  • ให้บริการเฉพาะผู้ป่วยฉุกเฉินเท่านั้น
  • ให้บริการผู้ป่วยผ่าตัดที่เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลอยู่แล้ว

สำหรับประชาชนที่ต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอาการป่วยหรือตารางนัดหมาย สามารถติดต่อได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 054-719000 เพื่อขอรับคำแนะนำเบื้องต้นก่อนเดินทาง

รายละเอียดการงดให้บริการของ โรงพยาบาลน่าน ประกาศงดให้บริการตรวจรักษา 20-22 ส.ค.

นอกจากโรงพยาบาลน่านแล้ว ทางด้าน โรงพยาบาลน่าน 2 ก็ได้ออกมาแจ้งประกาศในทิศทางเดียวกัน โดยของดการให้บริการตรวจรักษาในวันที่ 20 และ 21 สิงหาคม 2569 สำหรับผู้ที่มีนัดหมายตรวจรักษาในช่วงวันดังกล่าว ทางโรงพยาบาลยืนยันว่าจะมีการจัดส่งยาไปให้ถึงที่พัก เพื่อลดความเสี่ยงในการเดินทางออกนอกพื้นที่ท่ามกลางสถานการณ์น้ำท่วมเช่นนี้ โดยเมื่อสถานการณ์เข้าสู่ภาวะปกติ ทางโรงพยาบาลจะรีบประกาศแจ้งให้ประชาชนทราบอีกครั้งถึงกำหนดการเปิดให้บริการตามปกติ

เราขอเป็นกำลังใจให้กับพี่น้องชาวน่านทุกคนที่กำลังเผชิญกับวิกฤตน้ำท่วมในครั้งนี้ ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิดและดูแลสุขภาพร่างกายให้แข็งแรง หากท่านมีความจำเป็นต้องเดินทางหรือมีอาการป่วยฉุกเฉิน โปรดใช้ความระมัดระวังในการเดินทางเป็นพิเศษ หรือรีบประสานงานกับหน่วยงานกู้ภัยในพื้นที่ทันที หากสถานการณ์คลี่คลายลง ทางเราจะรีบนำข้อมูลการเปิดให้บริการของโรงพยาบาลมาแจ้งให้ทราบอีกครั้งครับ

ที่มา – “โรงพยาบาลน่าน” ประกาศงดให้บริการตรวจรักษา ช่วง 20-22 ส.ค. จากสถานการณ์น้ำท่วม

ชี้ช่องโหว่กฎหมายเกณฑ์ลดโทษ หลังเล่าต๋าถูกปล่อยตัว

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในสังคมทันที เมื่อข่าวการปล่อยตัว “เล่าต๋า แสนลี่” อดีตราชายาเสพติดชื่อดังถูกเผยแพร่ออกไป โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดเผยว่าเขาได้รับโทษจำคุกจริงเพียงไม่ถึง 10 ปี จากโทษจำคุกตลอดชีวิต ทำเอาหลายคนตั้งคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นกับระบบยุติธรรมไทย ซึ่งประเด็นเรื่อง ชี้ช่องโหว่กฎหมายเกณฑ์ลดโทษ หลังเล่าต๋าถูกปล่อยตัว กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่ามีความเหลื่อมล้ำหรือไม่

ชี้ช่องโหว่กฎหมายเกณฑ์ลดโทษ หลังเล่าต๋าถูกปล่อยตัว สะท้อนปัญหาใหญ่

กรณีของเล่าต๋าเป็นกรณีศึกษาที่สะท้อนให้เห็นว่า การบริหารโทษในปัจจุบันอาจมีช่องโหว่ที่เอื้อประโยชน์ให้กับผู้มีอิทธิพล นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ ได้ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมผู้ต้องขังคดีร้ายแรงระดับนี้ถึงได้รับการลดโทษพิเศษจนเหลือระยะเวลาติดคุกเพียงสั้นๆ ซึ่งหากเรามองไปที่กระบวนการพิจารณาชั้นนักโทษ จะพบว่ามีหลายปัจจัยที่สังคมเคลือบแคลงใจ เช่น การใช้เกณฑ์ผู้สูงอายุหรือสุขภาพมาเป็นเหตุผลในการลดโทษ โดยไม่ได้คำนึงถึงความร้ายแรงของฐานความผิดอย่างเพียงพอ

ทำไมสังคมต้องตั้งคำถามเกี่ยวกับเกณฑ์ลดโทษในคดีอุกฉกรรจ์

ปัญหาเรื่อง ชี้ช่องโหว่กฎหมายเกณฑ์ลดโทษ หลังเล่าต๋าถูกปล่อยตัว ไม่ได้จบแค่เรื่องการลดโทษ แต่มันลามไปถึงความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประชาชน หากคดียาเสพติดรายใหญ่ที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติยังสามารถหลุดรอดออกมาได้ง่ายดายเช่นนี้ แล้วผู้บริสุทธิ์จะมั่นใจได้อย่างไรว่ากฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์จริง นอกจากนี้ยังมีข้อเรียกร้องให้ตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้ที่เกี่ยวข้องในกระบวนการพิจารณาลดโทษ ว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนแอบแฝงอยู่หรือไม่

  • การแบ่งแยกเกณฑ์อภัยโทษระหว่างคดีทั่วไปและคดีอุกฉกรรจ์ให้ชัดเจน
  • การเพิ่มความเข้มงวดในการพิจารณาชั้นนักโทษสำหรับนักโทษคดียาเสพติด
  • การตรวจสอบความโปร่งใสของคณะกรรมการพิจารณาพักโทษโดยหน่วยงานภายนอก
  • การนำประวัติความผิดมาประกอบการพิจารณามากกว่าแค่พฤติกรรมในเรือนจำ

ความกังวลที่สำคัญที่สุดคือเรื่องการ “กระทำผิดซ้ำ” ซึ่งเราเคยเห็นตัวอย่างมาแล้วหลายครั้งว่านักโทษที่ได้รับการลดโทษหรืออภัยโทษ มักจะกลับไปสร้างความเดือดร้อนให้สังคมอีก รัฐบาลจึงจำเป็นต้องเร่งปฏิรูปกฎหมายฉบับนี้โดยด่วน โดยเฉพาะเงื่อนไขในการพิจารณาที่ต้องเข้มงวดมากขึ้น และต้องมีการตรวจสอบเส้นทางการเงินของผู้มีอำนาจที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการดังกล่าว เพื่อไม่ให้ช่องโหว่เหล่านี้ถูกใช้เป็นเครื่องมือของกลุ่มผู้มีอิทธิพลในการเอาตัวรอดจากความผิดร้ายแรงที่ก่อไว้

ในท้ายที่สุด สังคมคาดหวังว่ารัฐบาลจะจริงจังกับการแก้ไขปัญหาที่ ชี้ช่องโหว่กฎหมายเกณฑ์ลดโทษ หลังเล่าต๋าถูกปล่อยตัว ไม่ใช่เพียงแค่การตอบคำถามรายวัน แต่คือการรื้อระบบโครงสร้างการบริหารโทษให้มีความเป็นธรรมและเท่าเทียมกันทุกคน เพื่อเรียกคืนความเชื่อมั่นของประชาชนให้กลับคืนมา เพราะกฎหมายที่ยุติธรรมคือรากฐานสำคัญของความสงบสุขในประเทศ

ที่มา – ชี้ช่องโหว่กฎหมายเกณฑ์ลดโทษ หลัง “เล่าต๋า” ถูกปล่อยตัว แนะสอบเส้นทางการเงินผู้มีอำนาจ

น้ำท่วมน่าน พบผู้เสียชีวิต 1 ราย “พลพีร์” สั่งอพยพกลุ่มเปราะบาง

สถานการณ์น้ำท่วมน่าน พบผู้เสียชีวิต 1 ราย “พลพีร์” สั่งอพยพกลุ่มเปราะบางเส้นทางน้ำผ่าน

จากสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในภาคเหนือ โดยเฉพาะเหตุน้ำท่วมน่าน พบผู้เสียชีวิต 1 ราย “พลพีร์” สั่งอพยพกลุ่มเปราะบางเส้นทางน้ำผ่านนั้น นายพลพีร์ สุวรรณฉวี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินความเสียหายและเร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยอย่างเร่งด่วน โดยเน้นย้ำเรื่องความปลอดภัยของชีวิตเป็นสำคัญ

มาตรการรับมือและการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่

ปัจจุบันกระทรวงมหาดไทยได้ร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานเพื่อให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด โดยมีรายละเอียดมาตรการดังนี้:

  • การกู้คืนระบบไฟฟ้า: การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคเร่งซ่อมแซมเสาไฟฟ้าที่ล้มและจ่ายกระแสไฟสำรองให้แก่โรงพยาบาลและศูนย์อพยพ
  • การสนับสนุนน้ำดื่มและอาหาร: กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และการประปาส่วนภูมิภาคได้จัดส่งน้ำดื่มสะอาดและรถผลิตน้ำดื่มให้เพียงพอต่อความต้องการ
  • การสื่อสาร: ประสานงานกับเครือข่ายมือถือเพื่อให้สัญญาณการติดต่อสื่อสารในศูนย์อพยพใช้งานได้ตลอดเวลา

สถานการณ์ล่าสุดในจังหวัดน่านพบว่ามีพื้นที่ได้รับผลกระทบใน 4 อำเภอ และกำลังเฝ้าระวังมวลน้ำที่จะไหลผ่านไปยังอำเภอเมืองน่าน โดยเหตุการณ์น้ำท่วมน่าน พบผู้เสียชีวิต 1 ราย “พลพีร์” สั่งอพยพกลุ่มเปราะบางเส้นทางน้ำผ่าน ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องยกระดับการเตือนภัย โดยเฉพาะการเคลื่อนย้ายกลุ่มเปราะบาง ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยติดเตียงออกจากพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้าเพื่อป้องกันความสูญเสียซ้ำซ้อน

ความคืบหน้าและการเตรียมความพร้อมรับมือมวลน้ำ

นายพลพีร์ยังได้ระบุว่า มวลน้ำจากจังหวัดน่านจะไหลลงสู่เขื่อนสิริกิติ์โดยตรง ซึ่งถือเป็นสัญญาณที่ดีเพราะกลุ่มเมฆฝนเริ่มเบาบางลง อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ยังคงเตรียมเครื่องจักรกลหนักเพื่อฟื้นฟูพื้นที่ทันทีที่น้ำลด ทั้งนี้ ขอให้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยของทุกคน

เราขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านและเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่กำลังปฏิบัติงานท่ามกลางความยากลำบาก หากท่านพบเห็นผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเร่งด่วน สามารถติดต่อสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การช่วยเหลือเข้าถึงกลุ่มคนที่มีความเสี่ยงสูงได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงทีที่สุด

ที่มา – น้ำท่วมน่าน พบผู้เสียชีวิต 1 ราย “พลพีร์” สั่งอพยพกลุ่มเปราะบางเส้นทางน้ำผ่าน

ยาที่มีส่วนผสมของ “ฟลูออไรด์ 5000 ppm” สำหรับใช้ในช่องปาก เป็นยาอันตราย

อัปเดตประกาศกระทรวงสาธารณสุข: ยาที่มีส่วนผสมของ “ฟลูออไรด์ 5000 ppm” สำหรับใช้ในช่องปาก เป็นยาอันตราย

ใครที่กำลังเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปากต้องอ่านด่วน! เมื่อไม่นานมานี้ กระทรวงสาธารณสุขได้ออกมาประกาศสำคัญที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้บริโภคและผู้ประกอบการร้านขายยา โดยกำหนดให้ยาที่มีส่วนผสมของ “ฟลูออไรด์ 5000 ppm” สำหรับใช้ในช่องปาก เป็นยาอันตราย ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป เพื่อเป็นการควบคุมคุณภาพและความปลอดภัยในการใช้งานของประชาชนอย่างใกล้ชิด

ทำความเข้าใจใหม่: ทำไมต้องประกาศให้ ยาที่มีส่วนผสมของ “ฟลูออไรด์ 5000 ppm” สำหรับใช้ในช่องปาก เป็นยาอันตราย?

การปรับเปลี่ยนสถานะทางกฎหมายในครั้งนี้ ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะถูกแบนห้ามใช้แต่อย่างใด แต่เป็นการยกระดับมาตรฐานการควบคุม การที่ทางการประกาศให้ยาที่มีส่วนผสมของ “ฟลูออไรด์ 5000 ppm” สำหรับใช้ในช่องปาก เป็นยาอันตราย มีจุดประสงค์เพื่อให้มีการสั่งจ่ายหรือให้คำแนะนำโดยผู้เชี่ยวชาญอย่างเภสัชกรหรือทันตแพทย์เท่านั้น เนื่องจากการได้รับฟลูออไรด์ในปริมาณที่สูงเกินความจำเป็นอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพช่องปากและร่างกายได้หากใช้งานไม่ถูกวิธี

  • ผลกระทบต่อผู้บริโภค: คุณไม่สามารถซื้อผลิตภัณฑ์ที่มีความเข้มข้นสูงระดับนี้ได้ด้วยตนเองตามร้านค้าทั่วไป ต้องได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น
  • ผลกระทบต่อร้านขายยา: ต้องมีการจัดเก็บและจำหน่ายตามระเบียบของยาอันตรายอย่างเคร่งครัด
  • คำแนะนำด้านความปลอดภัย: ควรปรึกษาทันตแพทย์ก่อนเริ่มใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีฟลูออไรด์สูงเพื่อป้องกันภาวะฟลูออไรด์เกิน (Fluorosis)

ในมุมมองของเรา การปรับเกณฑ์ครั้งนี้ถือเป็นเรื่องที่ดีและเป็นก้าวสำคัญของระบบสาธารณสุขไทย เพราะเป็นการสร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะได้รับผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมกับสภาวะสุขภาพฟันของตนเองภายใต้การดูแลของผู้เชี่ยวชาญ การที่เราหันมาให้ความสำคัญกับรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ในการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์สุขภาพ จะช่วยป้องกันผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ในระยะยาวได้เป็นอย่างดี อย่าลืมตรวจสอบฉลากให้ดีทุกครั้งก่อนตัดสินใจซื้อหรือใช้งานนะครับ

ที่มา – ประกาศให้ยาที่มีส่วนผสมของ “ฟลูออไรด์ 5000 ppm” สำหรับใช้ในช่องปาก เป็นยาอันตราย

จุลพันธ์ ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม

จากสถานการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่จังหวัดน่าน นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้ออกมายืนยันถึงความห่วงใยและมาตรการเยียวยาอย่างเร่งด่วน โดยล่าสุดได้สั่งการให้ จุลพันธ์ ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม เพื่อให้ความช่วยเหลือแรงงานและผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบให้ทันท่วงทีที่สุด

จุลพันธ์ ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ได้เผยผ่านช่องทางส่วนตัวว่า รัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจต่อเหตุการณ์น้ำท่วมในครั้งนี้ โดยได้ระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานทั้ง 5 แห่ง หรือที่เรียกกันว่า “5 เสือแรงงาน” ลงพื้นที่ดูแลประชาชนอย่างใกล้ชิด เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้ครอบคลุมทุกมิติ ทั้งในส่วนของลูกจ้างที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมจนไม่สามารถไปทำงานได้ รวมถึงผู้ประกอบการที่ต้องการความช่วยเหลือในการฟื้นฟูธุรกิจ

มาตรการช่วยเหลือแรงงานที่ได้รับผลกระทบ

สำหรับประเด็นที่พี่น้องแรงงานหลายท่านกังวลใจ ทางกระทรวงแรงงานได้กำหนดแนวทางช่วยเหลือไว้ดังนี้:

  • ลูกจ้างที่ไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ในช่วงน้ำท่วม ให้ถือว่าเป็นการหยุดงานโดยไม่นับเป็นวันลา เพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์ของลูกจ้าง
  • สำหรับนายจ้างที่ต้องการฟื้นฟูกิจการหลังน้ำลด สามารถยื่นขอรับความช่วยเหลือผ่านกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อกู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยต่ำสำหรับซ่อมแซมสถานประกอบการ

การที่ จุลพันธ์ ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญที่แสดงให้เห็นถึงความเอาใจใส่ของภาครัฐ ที่มุ่งเน้นการดูแลสิทธิแรงงานท่ามกลางวิกฤตภัยธรรมชาติ ซึ่งนอกจากมาตรการช่วยเหลือข้างต้นแล้ว ทางกระทรวงยังเปิดช่องทางสายด่วน 1506 ให้ประชาชนสอบถามข้อมูลได้ตลอด 24 ชั่วโมง

เราขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวน่านทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ด้วยความปลอดภัย และเชื่อมั่นว่าการประสานความร่วมมือระหว่างรัฐและเอกชนจะช่วยให้การฟื้นฟูหลังน้ำลดเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากที่สุดครับ

ที่มา – “จุลพันธ์” ห่วงใยพี่น้องชาวน่าน ส่ง 5 หน่วยงาน ก.แรงงาน ลงพื้นที่น้ำท่วม

Scroll to top