ข่าวการเมืองไทย

รมว.ยธ. เผย หมายเรียก 2 ก.ค. “ภาวุธ” และพวก เข้าชี้แจงดีเอสไอคดี Forex

รมว.ยธ. เผย หมายเรียก 2 ก.ค. “ภาวุธ” และพวก เข้าชี้แจงดีเอสไอคดี Forex

กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เมื่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ออกมาให้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับคดีแชร์ Forex ที่กำลังได้รับความสนใจ โดยเฉพาะเรื่องการออกหมายเรียก นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้เข้ามาให้ข้อมูลต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้ เพื่อชี้แจงความเชื่อมโยงที่เกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว

สำหรับเหตุการณ์ รมว.ยธ. เผย หมายเรียก 2 ก.ค. “ภาวุธ” และพวก เข้าชี้แจงดีเอสไอคดี Forex นั้น ถือเป็นขั้นตอนสำคัญทางกฎหมาย เพื่อให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม โดยทางดีเอสไอได้เตรียมความพร้อมในการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งรวมถึงธุรกรรมทางการเงินจำนวนมหาศาลกว่า 6-7 หมื่นรายการที่ต้องเร่งวิเคราะห์ เพื่อหาเส้นทางการเงินว่ามีความผิดปกติอย่างไรบ้าง

ความคืบหน้าการทำงานของดีเอสไอในคดี Forex

ทางด้านรายละเอียดเกี่ยวกับการออกหมายเรียก รมว.ยธ. เผย หมายเรียก 2 ก.ค. “ภาวุธ” และพวก เข้าชี้แจงดีเอสไอคดี Forex ได้ย้ำว่า การออกหมายเรียกครั้งนี้ไม่ได้มีเฉพาะคุณภาวุธเท่านั้น แต่ยังมีบุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย และเปิดช่องให้หากใครมีความพร้อมก็สามารถเข้าพบพนักงานสอบสวนได้ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงกำหนดการ เพื่อเป็นการแสดงความบริสุทธิ์ใจและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่

  • ดีเอสไอประสานงานร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) อย่างใกล้ชิด
  • มีการส่งเรื่องให้ ปปง. ตรวจสอบเส้นทางการเงินอย่างละเอียด
  • การตรวจค้น 24 จุดที่ผ่านมาช่วยให้ได้หลักฐานสำคัญจำนวนมาก

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องคลิปโฆษณาชวนเชื่อที่กลายเป็นข้อถกเถียงว่าเป็นการเทรดปกติหรือเข้าข่ายการชักชวนลงทุนอย่างผิดกฎหมาย โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมได้ระบุว่า เรื่องนี้จะต้องใช้ดุลยพินิจของศาลในการตัดสิน ซึ่งเป็นการยึดตามพยานหลักฐานที่แต่ละฝ่ายได้มอบให้แก่พนักงานสอบสวน

ในมุมมองของผู้ติดตามข่าวสาร การที่เจ้าหน้าที่ออกมาให้ข้อมูลทุกๆ 15 วันถือเป็นเรื่องที่ดีมาก เพราะช่วยลดกระแสข่าวลือและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนว่าคดีนี้จะไม่มีการเงียบหายไปอย่างแน่นอน เราคงต้องจับตาดูกันต่อไปว่าผลสรุปของคดีนี้จะเป็นอย่างไร และการเข้าให้ปากคำในวันที่ 2 กรกฎาคมนี้จะนำไปสู่ข้อมูลใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อผู้เสียหายมากน้อยขนาดไหน

ที่มา – รมว.ยธ. เผย หมายเรียก 2 ก.ค. “ภาวุธ” และพวก เข้าชี้แจงดีเอสไอคดี Forex

นายกฯ เชิญ รมต.เพื่อไทย ทานอาหารกลางวัน “สุริยะ” เผยทำงานง่ายขึ้น

บรรยากาศทางการเมืองในช่วงบ่ายวันนี้ดูผ่อนคลายขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เมื่อนายกฯ เชิญ รมต.เพื่อไทย ทานอาหารกลางวัน “สุริยะ” เผยทำงานง่ายขึ้น โดยเป็นการนัดหมายกันที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างพรรคร่วมรัฐบาลให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นกว่าเดิม

นายกฯ เชิญ รมต.เพื่อไทย ทานอาหารกลางวัน “สุริยะ” เผยทำงานง่ายขึ้น

การพูดคุยกันผ่านมื้ออาหารในครั้งนี้ ถือเป็นบรรยากาศที่ดีตามที่หลายฝ่ายคาดหวัง สมาชิกจากพรรคเพื่อไทยหลายท่านได้ร่วมโต๊ะอาหารกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ณ ตึกไทยคู่ฟ้า การที่ นายกฯ เชิญ รมต.เพื่อไทย ทานอาหารกลางวัน “สุริยะ” เผยทำงานง่ายขึ้น ในครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำว่าแม้จะต่างพรรค แต่เป้าหมายในการพัฒนาประเทศยังคงเดินหน้าไปในทิศทางเดียวกัน

เบื้องหลังการเจรจาผ่านเมนูมื้อกลางวัน

สำหรับประเด็นที่ใครหลายคนอยากทราบว่ามีการกำชับงานสำคัญใดเป็นพิเศษหรือไม่ นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดเผยสั้นๆ ว่าไม่มีเรื่องด่วนหรือประเด็นกดดันใดๆ ทั้งสิ้น แต่เป็นเพียงการพบปะเพื่อสร้างความเข้าใจที่ดีต่อกัน ซึ่งผลลัพธ์ที่จะตามมาคือการประสานงานในอนาคตที่รวดเร็วและราบรื่นยิ่งขึ้น

หากเราวิเคราะห์ถึงเหตุผลที่ นายกฯ เชิญ รมต.เพื่อไทย ทานอาหารกลางวัน “สุริยะ” เผยทำงานง่ายขึ้น นั้น มักจะเป็นกลยุทธ์การบริหารจัดการคนและการสร้าง Soft Power ในที่ทำงาน เพราะความเห็นอกเห็นใจและความเป็นกันเองคือจิ๊กซอว์สำคัญของการทำงานเป็นทีม โดยรายชื่อรัฐมนตรีที่เข้าร่วม ได้แก่:

  • นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี
  • นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
  • นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
  • นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
  • และรัฐมนตรีท่านอื่นๆ ที่ตบเท้าเข้าร่วมงานกันอย่างพร้อมเพรียง

ท้ายที่สุดแล้ว การเมืองไทยในยุคนี้อาจไม่จำเป็นต้องเคร่งเครียดตลอดเวลา การหันหน้ามานั่งร่วมโต๊ะรับประทานอาหารกันบ้างถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับเสถียรภาพรัฐบาล และเป็นบทพิสูจน์ว่าช่องทางการสื่อสารที่เปิดกว้างจะนำพาประเทศไปสู่ทางออกที่ดีขึ้นกว่าเดิมเสมอ เราคงต้องจับตาดูต่อไปว่าหลังจากมื้อเที่ยงนี้ จะมีนโยบายดีๆ อะไรออกมาให้ประชาชนได้ติดตามกันอีกบ้าง

ที่มา – นายกฯ เชิญ รมต.เพื่อไทย ทานอาหารกลางวัน “สุริยะ” บอกมีอะไรจะได้ร่วมมือกันง่ายขึ้น

นฤชา งง ภคมน กล่าวหาเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น โอดถูกพาดพิงเกินไป

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงข้าราชการไทย เมื่อ นายนฤชา โฆษาศิวิไลซ์ อธิบดีกรมการปกครอง ออกมาเปิดใจถึงกรณีที่ แบบนี้มันเกินไป “นฤชา” งง “ภคมน” กล่าวหาเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น โอดถูกพาดพิงทุกเรื่อง โดยระบุว่ารู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรมอย่างยิ่งจากการถูกพาดพิงโดย สส. จากพรรคประชาชน

เข้าใจความจริงเมื่อ แบบนี้มันเกินไป “นฤชา” งง “ภคมน” กล่าวหาเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น โอดถูกพาดพิงทุกเรื่อง

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อ นางสาวภคมน หนุนอนันต์ ได้ออกมาเปิดเผยเอกสารที่เชื่อมโยงถึงกระบวนการจัดสอบของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นในสมัยที่นายนฤชายังดำรงตำแหน่งอธิบดี โดยมองว่าอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับความไม่โปร่งใส อย่างไรก็ตาม นายนฤชาได้ออกมาโต้แย้งข้อกล่าวหาทั้งหมดด้วยเหตุผลที่แสดงถึงความโปร่งใสในทุกขั้นตอนการทำงานที่ผ่านมา

เปิดขั้นตอนการทำงานที่โปร่งใสในมุมของนฤชา

นายนฤชาได้ชี้แจงถึงรายละเอียดของการทำงานในช่วงที่ผ่านมาว่า

  • มีการทำ TOR ใหม่ร่วมกับ 5 หน่วยงานหลัก รวมถึง ป.ป.ช. และ ป.ป.ท.
  • เปลี่ยนวิธีการคัดเลือกจากเดิมที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีการจิ้มเลือก มาใช้ระบบ e-Bidding ที่มีการแข่งขันสูงและยุติธรรม
  • กำหนดให้แบ่งการสอบออกเป็น 10 ศูนย์เพื่อป้องกันการทุจริต
  • เน้นตรวจข้อสอบทันทีหลังเสร็จสิ้นเพื่อปิดช่องโหว่

นายนฤชาย้ำว่า การลงนามในสมัยนั้นเป็นเพียงการดำเนินการตามขั้นตอนเอกสารเท่านั้น และตัวเขาก็ถูกย้ายไปดำรงตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยก่อนที่สัญญาจะเริ่มต้นเสียอีก การที่เขาถูกตั้งคำถามว่าทุจริตนั้นจึงเป็นเรื่องที่เกินจริงอย่างมาก และนายนฤชาเองก็ได้กล่าวทิ้งท้ายว่า แบบนี้มันเกินไป “นฤชา” งง “ภคมน” กล่าวหาเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น โอดถูกพาดพิงทุกเรื่อง เพราะที่ผ่านมาเขาทำหน้าที่ด้วยความตรงไปตรงมาเสมอ ไม่มีประวัติบ้าๆ บอๆ อย่างที่ถูกกล่าวหาแน่นอน

ในมุมมองของสถานการณ์การเมืองปัจจุบัน การวิพากษ์วิจารณ์ข้าราชการอาจเป็นกลไกตรวจสอบที่สำคัญ แต่การกล่าวหาลอยๆ โดยไม่มีหลักฐานชัดเจนย่อมส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและความรู้สึกของข้าราชการผู้ปฏิบัติงาน การตรวจสอบควรทำอย่างสร้างสรรค์และตั้งอยู่บนข้อเท็จจริง เพื่อไม่ให้กลายเป็นการลดทอนกำลังใจของคนทำงานที่ตั้งใจทำหน้าที่เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง หรือคุณมีความเห็นอย่างไรต่อกรณีนี้ สามารถร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันได้ครับ

ที่มา – แบบนี้มันเกินไป “นฤชา” งง “ภคมน” กล่าวหาเอี่ยวทุจริตสอบท้องถิ่น โอดถูกพาดพิงทุกเรื่อง

นายกฯ ฟังแล้ว คลิปเสียง อ้าง “รมช.ปริศนา” เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยทันที เมื่อมีการเผยแพร่คลิปเสียงปริศนาที่สร้างความฮือฮาให้กับสังคม โดยเฉพาะประเด็นการเรียกรับผลประโยชน์ในการสอบเข้ารับราชการท้องถิ่น ซึ่งมีการพาดพิงถึงตำแหน่งระดับสูง ทำให้ นายกฯ ฟังแล้ว คลิปเสียง อ้าง “รมช.ปริศนา” เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น ต้องออกมาเคลื่อนไหวและยืนยันถึงความโปร่งใสที่ต้องเร่งพิสูจน์ความจริงให้กระจ่าง

นายกฯ ฟังแล้ว คลิปเสียง อ้าง “รมช.ปริศนา” เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น พร้อมลุยตรวจสอบ

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นจากกระแสข่าวที่ว่ามีชายหญิงพูดคุยกันถึงเรื่องการจ่ายเงินใต้โต๊ะจำนวนสูงถึง 350,000 บาท เพื่อแลกกับการสอบบรรจุเข้ารับราชการ งานนี้ทำเอาประชาชนจับตามองว่าความจริงเป็นอย่างไร การที่ นายกฯ ฟังแล้ว คลิปเสียง อ้าง “รมช.ปริศนา” เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น นั้น ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่ยอมปล่อยให้เรื่องทุจริตผ่านไปได้ง่ายๆ ทุกเม็ดเงินและทุกขั้นตอนต้องตรวจสอบได้ตามหลักธรรมาภิบาล

กระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงในกรณี นายกฯ ฟังแล้ว คลิปเสียง อ้าง “รมช.ปริศนา” เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น

สำหรับลำดับขั้นตอนที่สังคมคาดหวังจากการจัดการเรื่องนี้ ได้แก่:

  • การตรวจสอบต้นตอของคลิปเสียงว่าเป็นของจริงหรือการสร้างสถานการณ์
  • การพิสูจน์ตัวตนของชายหญิงในคลิปและบุคคลที่ถูกพาดพิง
  • การตรวจสอบเส้นทางการเงินและการสอบสวนย้อนหลังเพื่อหาความเชื่อมโยง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ในเบื้องต้นว่า ทางรัฐบาลได้รับทราบข้อมูลดังกล่าวแล้ว และยืนยันว่าการที่ประชาชนสงสัยต้องได้รับการตอบคำถามอย่างชัดเจน ไม่ว่าใครจะเกี่ยวข้องหรือเป็นระดับใด ทุกอย่างต้องเข้าสู่กระบวนการที่ตรงไปตรงมาเพื่อรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของระบบสอบข้าราชการท้องถิ่นเอาไว้ให้ได้

ในฐานะประชาชน เราคงต้องรอดูบทสรุปของการสอบสวนครั้งนี้ ว่าสุดท้ายแล้วใครคือตัวการใหญ่ หรือจะเป็นเพียงความเข้าใจผิดที่ถูกหยิบยกมาสร้างกระแสการเมืองหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ความโปร่งใสคือสิ่งเดียวที่จะเรียกคืนความเชื่อมั่นของประชาชนกลับมาได้ หวังว่าหน่วยงานที่รับผิดชอบจะจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจังโดยไม่มีลำเอียง

ที่มา – นายกฯ ฟังแล้ว คลิปเสียง อ้าง “รมช.ปริศนา” เอี่ยวโกงสอบท้องถิ่น ชี้ ทุกอย่างต้องตรวจสอบ

“คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม.

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองท้องถิ่น เมื่อนายคริส โปตระนันทน์ ออกมาเปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของการบริหารงานภายในกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะการพุ่งเป้าไปที่ “คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม. ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชนที่ต้องการความโปร่งใสในการใช้งบประมาณภาษี

เจาะลึกปม “คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม.

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อนายคริสได้ออกมาแถลงถึงความคืบหน้าในการตรวจสอบพฤติกรรมส่อทุจริตที่เรียกกันว่า “ระบบอากง” ซึ่งเกี่ยวข้องกับการแต่งตั้งโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมและการซื้อขายตำแหน่งในสำนักงานเขตต่างๆ พฤติกรรมเหล่านี้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประสิทธิภาพการทำงานของภาครัฐ และสร้างความเสียหายให้กับเงินงบประมาณของกรุงเทพมหานครอย่างมหาศาล

เปิดกลโกงผ่านการซอยโครงการย่อย

หนึ่งในประเด็นสำคัญจากการติดตามของนายคริส คือวิธีการใช้งบประมาณที่ถูกแบ่งเป็นโครงการย่อยๆ ให้มีมูลค่าต่ำกว่า 5 แสนบาท เพื่อหลีกเลี่ยงการเปิดประมูลตามระเบียบพัสดุ วิธีการนี้เปิดช่องให้เกิดการเลือกผู้รับเหมาแบบเฉพาะเจาะจง ซึ่งมักจะเล็งเห็นได้ว่าอาจเป็นบริษัทที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับการเมืองท้องถิ่น ข้อมูลนี้ถือเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้ “คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม. อย่างต่อเนื่องจนกว่าความจริงจะปรากฏ

นายคริสได้ระบุชื่อเขตที่พบความผิดปกติหลายแห่ง ได้แก่:

  • เขตบางนา และ พระขนง
  • เขตบางแค และ บางซื่อ
  • เขตจตุจักร และ ราชเทวี
  • เขตลาดพร้าว และ ยานนาวา
  • เขตทวีวัฒนา, ตลิ่งชัน และพระนคร

บริษัทเอกชนที่ได้รับงานในเขตเหล่านี้กำลังถูกตรวจสอบว่ามีความเชื่อมโยงกับผู้มีอำนาจในยุคนั้นหรือไม่ ซึ่งนายคริสได้เรียกร้องให้อดีตผู้ว่าฯ กทม. รวมถึง สก. ในพื้นที่ออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงถึงความสัมพันธ์กับบริษัทผู้รับเหมาเหล่านั้น เพื่อแสดงความบริสุทธิ์ใจต่อหน้าสาธารณชน

นอกเหนือจากการตรวจสอบย้อนหลังแล้ว นายคริสยังได้เตรียมเสนอญัตติปฏิรูปการบริหารจัดการ กทม. ทั้งระบบ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้าง “องค์กรอิสระด้านต่อต้านคอร์รัปชันประจำกรุงเทพฯ” ซึ่งองค์กรนี้ต้องทำงานเป็นอิสระ ไม่ขึ้นตรงต่อผู้ว่าฯ กทม. เพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบงบประมาณและปราบปรามการทุจริตโดยเฉพาะ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมหน้าการทำงานของหน่วยงานท้องถิ่นให้มีความเป็นมืออาชีพมากขึ้น

ในฐานะประชาชน เราควรจับตาดูความคืบหน้าในการยื่นเรื่องต่อ ป.ป.ช. ของนายคริสในสัปดาห์หน้า นี่ไม่ใช่แค่การเล่นเกมการเมือง แต่คือการทวงคืนความยุติธรรมและความโปร่งใสให้กับการใช้ภาษีของคนกรุงเทพฯ ทุกบาททุกสตางค์ การตรวจสอบที่เข้มข้นเช่นนี้จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่จะทำให้ผู้บริหารท้องถิ่นต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบและขอบเขตของอำนาจที่ตนเองได้รับมา

ที่มา – “คริส” เกาะติดไม่ปล่อย “ระบบอากง” จ่อยื่น ป.ป.ช. สอบโครงการย่อย กทม.

ไม่เกี่ยวข้องสแกมเมอร์ ภาวุธ ย้ำเป็นลูกค้าเทรดทอง แจง DSI

ข้อเท็จจริงกรณี ไม่เกี่ยวข้องสแกมเมอร์ ภาวุธ ย้ำเป็นลูกค้าเทรดทอง กำลังรวมข้อมูลแจง DSI คดี Forex

กลายเป็นประเด็นที่หลายคนกำลังให้ความสนใจและมีการพูดถึงกันอย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ สำหรับกรณีของ คุณภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่ตกเป็นเป้าสายตาในประเด็นความเกี่ยวข้องกับคดี Forex ล่าสุดเจ้าตัวได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวเพื่อยืนยันว่าตนเอง ไม่เกี่ยวข้องสแกมเมอร์ ภาวุธ ย้ำเป็นลูกค้าเทรดทอง กำลังรวมข้อมูลแจง DSI คดี Forex อย่างชัดเจน เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดที่อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและการทำงานในฐานะผู้แทนราษฎร

เปิดใจ ภาวุธ กับกระแสข่าวดังและเหตุผลที่ถูกจับจ้อง

คุณภาวุธได้ชี้แจงประเด็นต่างๆ ให้สังคมได้รับทราบ โดยเน้นย้ำว่าเขาไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับธุรกิจ Forex แชร์ลูกโซ่ หรือขบวนการแก๊งธุรกิจข้ามชาติใดๆ ทั้งสิ้น โดยสรุปใจความสำคัญได้ดังนี้:

  • สถานะนักลงทุน: คุณภาวุธยอมรับว่าเป็นหนึ่งในลูกค้าที่เปิดพอร์ตเทรดทองคำกับ QRS ตามปกติเหมือนกับนักลงทุนรายย่อยทั่วไป
  • ความสัมพันธ์กับผู้บริหาร: ภาพที่ปรากฏในสื่อเป็นเพียงการพบปะในกลุ่มนักเทรด ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่เนื่องจากตนเป็นบุคคลสาธารณะจึงถูกจับจ้องเป็นพิเศษ
  • กรณีคลิปสัมภาษณ์: ยืนยันว่างานดังกล่าวไปในฐานะนักเรียนเพื่อศึกษาเทคนิค โดยการให้สัมภาษณ์เป็นเพียงการแชร์ประสบการณ์ส่วนตัว ไม่ใช่การโฆษณาชวนเชื่อหรือชักชวนให้ใครสมัครสมาชิก
  • ระบบคะแนนสะสม: การได้รับทริปท่องเที่ยวเป็นไปตามเงื่อนไขคะแนนสะสม (Reward Points) จากยอดเทรดที่เกิดขึ้นจริง ไม่ใช่รายได้จากการทำธุรกิจผิดกฎหมาย

คุณภาวุธกล่าวทิ้งท้ายว่า ขณะนี้กำลังรวบรวมข้อมูลทุกด้านรวมถึงรอเอกสารยืนยันจากสถาบันการเงิน เพื่อเตรียมเข้าให้ข้อมูลต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) อย่างเป็นทางการ การออกมาชี้แจงในครั้งนี้ถือเป็นการแสดงความโปร่งใสและพร้อมที่จะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมเพื่อพิสูจน์ความจริงให้กระจ่างแก่สังคมต่อไป

บทเรียนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่าในยุคดิจิทัล การสื่อสารที่รวดเร็วอาจนำมาซึ่งความเข้าใจผิดได้ง่าย นักลงทุนและบุคคลสาธารณะควรให้ความสำคัญกับการเก็บหลักฐานที่ชัดเจน และการชี้แจงอย่างตรงไปตรงมาคือวิธีที่ดีที่สุดในการปกป้องสิทธิ์ของตนเอง เราคงต้องรอติดตามความคืบหน้าในช่วงที่เอกสารต่างๆ พร้อมและมีการเข้าให้การกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ หากมีข้อมูลเพิ่มเติมเราจะนำมาอัปเดตให้ทราบต่อไป

ที่มา – ไม่เกี่ยวข้องสแกมเมอร์ “ภาวุธ” ย้ำเป็นลูกค้าเทรดทอง กำลังรวมข้อมูลแจง DSI คดี Forex

เลขาฯ ป.ป.ท. บอก ไม่น่าถึงขนาดนั้น ปมกระแสข่าว รมช. เอี่ยวขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น

กลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจในแวดวงการเมืองไทย สำหรับข่าวการทุจริตการสอบท้องถิ่นที่ถูกพูดถึงกันอย่างหนาหู ล่าสุด เลขาฯ ป.ป.ท. บอก ไม่น่าถึงขนาดนั้น ปมกระแสข่าว รมช. เอี่ยวขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น หลังจากที่นายภูมิวิศาล เกษมศุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ได้เข้าพบกับนายกรัฐมนตรีเพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องนี้โดยเฉพาะ

เลขาฯ ป.ป.ท. บอก ไม่น่าถึงขนาดนั้น ปมกระแสข่าว รมช. เอี่ยวขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น

เหตุการณ์เริ่มต้นขึ้นเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ณ ทำเนียบรัฐบาล นายภูมิวิศาล เกษมศุข ได้เดินทางเข้าพบนายกรัฐมนตรีเพื่อรายงานความคืบหน้าและขอรับนโยบายในการจัดการเรื่องการสอบท้องถิ่นที่มีการร้องเรียนว่ามีความไม่โปร่งใสเกิดขึ้น โดยประเด็นที่สังคมให้ความสำคัญมากที่สุดคือคำถามที่ว่า ขบวนการนี้เชื่อมโยงไปถึงระดับรัฐมนตรีช่วยตามข่าวลือหรือไม่ ซึ่งคำตอบของเลขาฯ ป.ป.ท. คือ “ไม่น่าถึงขนาดนั้น”

ความคืบหน้าล่าสุดและประเด็น เลขาฯ ป.ป.ท. บอก ไม่น่าถึงขนาดนั้น ปมกระแสข่าว รมช. เอี่ยวขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น

ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน นายภูมิวิศาลได้ระบุถึงสถานะของคดีในปัจจุบันว่า:

  • ทาง ป.ป.ท. ได้รับเรื่องร้องเรียนเรียบร้อยแล้วและอยู่ในขั้นตอนการรวบรวมข้อมูล
  • มีรายชื่อข้าราชการบางส่วนที่เกี่ยวข้องจริง แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้
  • ต้องมีการหารือกับนายกรัฐมนตรีเพื่อกำหนดแนวทางในการตรวจสอบและแบ่งงานกันให้ชัดเจน
  • ประเด็นเรื่องการตั้งเป็นคดีพิเศษหรือไม่นั้น ยังคงต้องรอการพิจารณาและนโยบายจากรัฐบาลก่อน

อย่างไรก็ตาม แม้ทาง ป.ป.ท. จะออกมาปฏิเสธกระแสข่าวเรื่องรัฐมนตรีช่วย แต่ประชาชนและสื่อมวลชนยังคงเฝ้าจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะเรื่องการทุจริตสอบเป็นประเด็นที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อความเชื่อมั่นของระบบราชการไทย การตรวจสอบที่โปร่งใสและตรวจสอบได้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์นี้

บทเรียนในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นว่า กระแสสังคมออนไลน์มีความเร็วสูงในการกระจายข่าวสาร ดังนั้นหน่วยงานรัฐจึงต้องมีความรวดเร็วในการสื่อสารข้อเท็จจริง เพื่อลดความสับสนและเรียกคืนความเชื่อมั่นจากประชาชน เราหวังว่ากระบวนการยุติธรรมจะดำเนินการไปอย่างตรงไปตรงมาจนพบความจริงในที่สุด

ที่มา – เลขาฯ ป.ป.ท. บอก ไม่น่าถึงขนาดนั้น ปมกระแสข่าว รมช. เอี่ยวขบวนการทุจริตสอบท้องถิ่น

รัฐบาลเดินหน้ารับฟังความเห็น “ร่าง พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง” ถึง 1 ก.ค.นี้

สวัสดีครับทุกคน! วันนี้เรามีข่าวสารสำคัญเกี่ยวกับทิศทางกฎหมายของบ้านเรามาฝากกัน โดยเฉพาะผู้ที่สนใจหรือเกี่ยวข้องกับวงการสมุนไพร เพราะล่าสุดทางรัฐบาลได้ออกมาเคลื่อนไหวครั้งสำคัญกับการเดินหน้ารับฟังความเห็น รัฐบาลเดินหน้ารับฟังความเห็น “ร่าง พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง” ถึง 1 ก.ค.นี้ เพื่อให้ทุกคนได้มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางกฎหมายให้ครอบคลุมและตอบโจทย์การใช้งานจริงในปัจจุบันครับ

รัฐบาลเดินหน้ารับฟังความเห็น “ร่าง พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง” ถึง 1 ก.ค.นี้

การเปิดรับฟังความคิดเห็นในช่วงที่ 2 นี้ถือเป็นช่วงโค้งสุดท้ายที่สำคัญมากครับ โดยเป็นการเปิดให้ประชาชนและผู้ประกอบการได้แสดงความเห็นต่อตัวร่างพระราชบัญญัติโดยตรง หลังจากที่ช่วงแรกเราได้ผ่านการรับฟังความคิดเห็นในเชิงหลักการมาแล้ว เพื่อให้กฎหมายฉบับนี้มีความรอบคอบและรัดกุมที่สุด ท่านสามารถเข้าดูรายละเอียดและแสดงความคิดเห็นได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ผ่านช่องทางออนไลน์ตามที่รัฐบาลกำหนด

ทำไมต้องร่วมแสดงความคิดเห็นร่าง พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง?

การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการรับฟังเสียงประชาชนในครั้งนี้ เพื่อให้เกิดสมดุลระหว่างการใช้ประโยชน์ในทางการแพทย์ การขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ และที่สำคัญที่สุดคือการคุ้มครองสุขภาพประชาชน ดังนั้นการที่ รัฐบาลเดินหน้ารับฟังความเห็น “ร่าง พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง” ถึง 1 ก.ค.นี้ จึงเป็นโอกาสดีที่ทุกภาคส่วนจะได้ร่วมสร้างกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน เพื่อป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิดและสร้างความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมในอนาคตครับ

หากคุณมีข้อเสนอแนะที่อยากให้ภาครัฐนำไปพิจารณา สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมได้ง่ายๆ ผ่าน 2 ช่องทางหลัก ดังนี้ครับ:

  • ระบบกลางทางกฎหมาย: www.law.go.th
  • เว็บไซต์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก: www.dtam.moph.go.th

ท้ายที่สุดนี้ ผมเชื่อว่าการมีส่วนร่วมของพวกเราทุกคนจะช่วยให้กฎหมายฉบับนี้มีความเป็นธรรมและส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รัฐบาลยังคงยืนยันว่าการเดินหน้าปรับปรุงกฎหมายในครั้งนี้จะช่วยสร้างทิศทางที่ยั่งยืน แม้กระบวนการอาจจะต้องใช้เวลา แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากการ รัฐบาลเดินหน้ารับฟังความเห็น “ร่าง พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง” ถึง 1 ก.ค.นี้ จะเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ทำให้กัญชา-กัญชงไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและปลอดภัยสำหรับทุกคนครับ อย่าลืมเข้าไปแสดงความคิดเห็นก่อนปิดรับนะครับ

ที่มา – รัฐบาลเดินหน้ารับฟังความเห็น “ร่าง พ.ร.บ.กัญชา-กัญชง” ถึง 1 ก.ค.นี้

ฉลอง 35 ปีความสัมพันธ์ สีหศักดิ์ เยือนคาซัคสถาน นำนักธุรกิจ 11 บริษัทบุกตลาด

เชื่อว่าหลายคนอาจจะยังไม่คุ้นเคยกับประเทศในแถบเอเชียกลางมากนัก แต่รู้ไหมครับว่าตอนนี้รัฐบาลไทยกำลังขยับตัวครั้งใหญ่เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ๆ ล่าสุด นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้ออกเดินทางเยือนสาธารณรัฐคาซัคสถานอย่างเป็นทางการ เพื่อกระชับมิตรภาพและเดินหน้าโครงการ ฉลอง 35 ปีความสัมพันธ์ สีหศักดิ์ เยือนคาซัคสถาน นำนักธุรกิจ 11 บริษัทบุกตลาด อย่างเต็มตัว เพื่อหวังดึงเม็ดเงินเข้าประเทศไทยครับ

ฉลอง 35 ปีความสัมพันธ์ สีหศักดิ์ เยือนคาซัคสถาน นำนักธุรกิจ 11 บริษัทบุกตลาด

การเยือนในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การไปกระชับความสัมพันธ์ทางการทูตแบบทั่วไปนะครับ แต่คือการเปิดประตูสู่โอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ เพราะคาซัคสถานถือเป็นพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของไทยในภูมิภาคเอเชียกลาง โดยนายสีหศักดิ์ ได้นำคณะนักธุรกิจไทยชั้นนำกว่า 11 บริษัท เข้าร่วมงาน Thailand – Kazakhstan Business Forum ที่เมืองอัลมาตี เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการไทยได้เจรจาธุรกิจโดยตรงกับทางคู่ค้าในพื้นที่

โอกาสทองในการขยายตลาดของผู้ประกอบการไทย

ทำไมเราถึงต้องให้ความสำคัญกับ ฉลอง 35 ปีความสัมพันธ์ สีหศักดิ์ เยือนคาซัคสถาน นำนักธุรกิจ 11 บริษัทบุกตลาด ในครั้งนี้? คำตอบคือ คาซัคสถานเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูงมาก ทั้งในด้านการค้า การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยข้อมูลที่น่าสนใจมีดังนี้ครับ:

  • คาซัคสถานเป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของไทยในภูมิภาคเอเชียกลาง
  • มีนักท่องเที่ยวชาวคาซัคสถาน เดินทางมาเยือนไทยมากที่สุดในภูมิภาคนี้
  • มีการลงนามแผนปฏิบัติการร่วมเพื่อยกระดับความร่วมมือระหว่างสองกระทรวงฯ

นอกจากการเจรจาทางด้านธุรกิจแล้ว การเยือนครั้งนี้ยังเป็นการเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 35 ปีความสัมพันธ์ทางการทูต ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนไทยที่จะก้าวออกไปสู่อินเตอร์มากขึ้น ถือเป็นข่าวดีที่แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ของภาครัฐในการหาตลาดใหม่ๆ เพื่อลดความเสี่ยงจากการพึ่งพาตลาดเดิมเพียงอย่างเดียว

ในฐานะที่ติดตามสถานการณ์เศรษฐกิจมาอย่างต่อเนื่อง ผมมองว่าการที่รัฐบาลให้ ฉลอง 35 ปีความสัมพันธ์ สีหศักดิ์ เยือนคาซัคสถาน นำนักธุรกิจ 11 บริษัทบุกตลาด เป็นธงนำในครั้งนี้ คือก้าวสำคัญที่จะเปลี่ยนโฉมการส่งออกไทยในอนาคต เราต้องจับตามองครับว่าหลังจากจบงาน Business Forum แล้ว จะมีข้อตกลงหรือเม็ดเงินลงทุนก้อนใหญ่ออกมาให้เราได้เห็นกันมากน้อยแค่ไหน เพราะนี่คือจุดเริ่มต้นของการสร้างความมั่งคั่งให้เกษตรกรและผู้ประกอบการไทยในดินแดนเอเชียกลางอย่างแท้จริงครับ

ที่มา – ฉลอง 35 ปีความสัมพันธ์ “สีหศักดิ์” เยือนคาซัคสถาน นำนักธุรกิจ 11 บริษัทบุกตลาด

Scroll to top