ข่าววันนี้

เอเธล คาเตอร์แฮม ฉลอง 116 ปี มนุษย์อายุมากที่สุดในโลก

เอเธล คาเตอร์แฮม กลายเป็นมนุษย์ที่มีอายุมากที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่คนใหม่ และเพิ่งฉลองวันเกิดอายุครบ 116 ปีไปหมาดๆ หลังจากได้รับตำแหน่งมาได้ไม่นาน

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นางเอเธล คาเตอร์แฮม ผู้ครองสถิติมนุษย์อายุมากที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้ฉลองวันเกิดอายุครบ 116 ปี เมื่อวันอังคารที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา หลังจากที่ได้รับตำแหน่งมาเพียงไม่กี่เดือน เนื่องจากการเสียชีวิตของซิสเตอร์ อันเดร หรือ แม่ชี คานาบาร์โร ลูคัส ชาวบราซิล ผู้เคยครองสถิติก่อนหน้านี้

นางคาเตอร์แฮมฉลองวันเกิดอย่างเรียบง่ายกับครอบครัวของเธอที่บ้านพักคนชราในเมืองเซอร์เรย์ ทางตอนใต้ของกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

“เอเธลและครอบครัวของเธอรู้สึกขอบคุณอย่างมากสำหรับข้อความและความปรารถนาดีที่ส่งมาให้เธอเนื่องในวันเกิดอายุ 116 ปีของเธอในปีนี้” บ้านพักคนชรา “ฮอลล์มาร์ก” (Hallmark) ระบุในแถลงการณ์ และเสริมว่าถึงแม้เอเธล คาเตอร์แฮม จะไม่ให้สัมภาษณ์ใดๆ แต่ถ้าเป็นการพูดคุยกับพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ก็อาจเป็นข้อยกเว้น

เป็นที่ทราบกันดีว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 มักจะส่งจดหมายแสดงความยินดีเป็นการส่วนพระองค์ถึงชาวสหราชอาณาจักรที่ฉลองวันเกิดอายุครบ 100 ปี และเมื่อปีที่ผ่านมา พระองค์ก็ได้ส่งจดหมายถึงนางคาเตอร์แฮม เพื่อแสดงความยินดีกับการฉลองวันเกิดอายุครบ 115 ปี แต่จนถึงขณะนี้ยังไม่มีการยืนยันว่าพระองค์มีแผนที่จะติดต่อพูดคุยกับนางคาเตอร์แฮมหรือไม่

นางคาเตอร์แฮมเกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2452 ที่หมู่บ้านชิปตัน เบลลิงเกอร์ ทางตะวันตกเฉียงใต้ของอังกฤษ ซึ่งเป็นช่วง 5 ปีก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 จะปะทุขึ้น นั่นทำให้เธอเป็นชาวอังกฤษคนสุดท้ายที่เกิดทันในรัชสมัยของพระเจ้าเอ็ดเวิร์ดที่ 7

ปัจจุบันนางเอเธล คาเตอร์แฮม คือมนุษย์ที่มีอายุมากที่สุดในโลกที่ยังมีชีวิตอยู่ และได้รับการบันทึกชื่อไว้ในกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด หลังจากการเสียชีวิตของซิสเตอร์ อันเดร วัย 116 ปี เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา

สำหรับเจ้าของสถิติผู้ที่มีอายุยืนยาวที่สุดตลอดกาลคือ ฌานน์ หลุยส์ กาลม็อง ชาวฝรั่งเศส ผู้ซึ่งมีชีวิตอยู่บนโลกยาวนานถึง 122 ปี กับอีก 164 วัน ก่อนที่จะเสียชีวิตในปี 2540

ทั้งนี้ นางคาเตอร์แฮมเคยเปิดเผยเคล็ดลับในการมีอายุยืนยาวของเธอให้สื่อฟังว่า คือการ “ไม่โต้เถียงกับใคร ฟัง และทำในสิ่งที่อยากจะทำ” และเธอเพิ่งเลิกขับรถหลังจากอายุครบ 100 ปี

นางคาเตอร์แฮมมีชีวิตอยู่ยืนยาวกว่าลูกสาวทั้งสองคนของเธอ และนอร์แมน ผู้เป็นสามี โดยปัจจุบันเธอมีหลาน 3 คน และเหลนอีก 5 คน

เอเธล คาเตอร์แฮม มนุษย์อายุมากที่สุดในโลก ฉลองวันเกิด 116 ปี

เคล็ดลับอายุยืนของ เอเธล คาเตอร์แฮม

  • ไม่โต้เถียงกับใคร
  • ฟัง
  • ทำในสิ่งที่อยากทำ

นางเอเธล คาเตอร์แฮม มนุษย์อายุมากที่สุดในโลก เป็นแรงบันดาลใจให้เราเห็นถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและสงบ การดูแลสุขภาพจิตใจควบคู่ไปกับการดูแลสุขภาพกายอาจเป็นกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ชีวิตที่ยืนยาวและมีความหมาย

ที่มา – เอเธล คาเตอร์แฮม มนุษย์อายุมากที่สุดในโลก ฉลองวันเกิด 116 ปี

ทรัมป์เฮ! ศาลคืนทรัพย์ 500 ล้านดอลลาร์เป็นโมฆะ

โดนัลด์ ทรัมป์ เฮ! เมื่อศาลอุทธรณ์ตัดสินให้คำสั่งคืนทรัพย์กว่า 500 ล้านดอลลาร์เป็นโมฆะ คดีฉ้อโกงในนิวยอร์กพลิกผันอีกครั้ง มาดูกันว่าเกิดอะไรขึ้น!

ทรัมป์เฮ! ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้คำสั่งคืนทรัพย์กว่า 500 ล้านดอลลาร์เป็นโมฆะ

ในเดือนกุมภาพันธ์ 2567 ผู้พิพากษา อาร์เธอร์ เอนโกรอน ศาลสูงสุดแห่งรัฐนิวยอร์ก ได้มีคำตัดสินให้ โดนัลด์ ทรัมป์ และเหล่าจำเลยในคดี ต้องคืนทรัพย์สินมูลค่ามหาศาลกว่า 500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับรัฐนิวยอร์ก สาเหตุเนื่องมาจากคดีแพ่งที่ทรัมป์และพวกถูกฟ้องร้องในข้อหาโกหกเกี่ยวกับมูลค่าทรัพย์สินของบริษัท “ทรัมป์ ออร์แกไนเซชัน” โดยการประเมินมูลค่าทรัพย์สินสูงเกินความเป็นจริงอย่างมาก เพื่อหวังผลในการได้รับสินเชื่อที่ดีกว่า

แต่แล้วเรื่องราวก็พลิกผัน! เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ผู้พิพากษาจากแผนกอุทธรณ์ของศาลสูงสุดแห่งนิวยอร์ก ได้ตัดสินใจให้คำสั่งเดิมเป็น “โมฆะ” โดยให้เหตุผลว่า ถึงแม้ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะมีความรับผิดชอบตามกฎหมายในข้อหาฉ้อโกงจริง แต่การสั่งปรับเงินจำนวนเกือบครึ่งพันล้านดอลลาร์นั้น ถือว่ามากเกินไปอย่างมาก และอาจเป็นการละเมิดความคุ้มครองตามรัฐธรรมนูญในเรื่องบทลงโทษที่รุนแรงเกินกว่าเหตุ

ก่อนหน้านี้ ผู้พิพากษา อาร์เธอร์ เอนโกรอน ได้สั่งให้ ทรัมป์ คืนทรัพย์สินมูลค่า 354.8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่เมื่อรวมกับดอกเบี้ยแล้ว ยอดรวมของทรัพย์สินที่ต้องคืนกลับพุ่งสูงขึ้นจนเกิน 500 ล้านดอลลาร์ไปแล้ว

ผู้พิพากษา ปีเตอร์ โมลตัน ได้กล่าวว่า “ถึงแม้ว่าความเสียหายจะเกิดขึ้นแล้ว แต่มันไม่ใช่ความเสียหายที่รุนแรงถึงขนาดที่จะต้องคืนเงินเกือบครึ่งพันล้านดอลลาร์ให้กับรัฐ”

ปฏิกิริยาของ ทรัมป์ ต่อคำตัดสินให้คำสั่งคืนทรัพย์กว่า 500 ล้านดอลลาร์เป็นโมฆะ

หลังจากที่ศาลได้มีคำตัดสินออกมา โดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ได้โพสต์ข้อความแสดงความยินดีผ่าน Truth Social สื่อสังคมออนไลน์ของเขา โดยกล่าวว่าคำตัดสินของศาลในครั้งนี้คือ “ชัยชนะอย่างสิ้นเชิง”

“ผมเคารพในข้อเท็จจริงที่ว่า ศาลมีความกล้าที่จะโยนคำตัดสินที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายและน่าอับอาย ซึ่งกำลังทำร้ายธุรกิจทั่วทั้งรัฐนิวยอร์กทิ้งไป” ทรัมป์ กล่าว “มันเป็นการล่าแม่มดในเชิงธุรกิจ อย่างที่ไม่เคยมีใครเคยเห็นมาก่อน”

ในขณะเดียวกัน สำนักงานอัยการแห่งรัฐนิวยอร์ก ซึ่งเป็นผู้ฟ้องร้องคดีนี้ ก็ได้ออกมาแสดงความเห็นว่า คำตัดสินล่าสุดนี้ก็ถือเป็น “ชัยชนะ” เช่นกัน เนื่องจากผู้พิพากษายืนยันว่า ทรัมป์ และเหล่าจำเลยคนอื่นๆ ซึ่งรวมถึงบริษัทและลูกๆ อีกสองคนของเขา มีความผิดจริงในข้อหาฉ้อโกง และเหล่าผู้พิพากษาก็ไม่ได้ทำการยกเลิกบทลงโทษอื่นๆ ที่ไม่ใช่เรื่องของการเงินไป

สำนักงานอัยการยังระบุอีกว่าจะทำการยื่นอุทธรณ์ต่อศาลสูงสุดแห่งรัฐนิวยอร์ก เพื่อคัดค้านคำตัดสินในเรื่องค่าปรับดังกล่าวต่อไป คดี ทรัมป์เฮ! ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้คำสั่งคืนทรัพย์กว่า 500 ล้านดอลลาร์เป็นโมฆะ นี้ยังไม่จบง่ายๆ แน่นอน

  • คดีนี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของกฎหมาย
  • ผลกระทบต่อธุรกิจของทรัมป์
  • การเมืองที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้

คดี ทรัมป์เฮ! ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้คำสั่งคืนทรัพย์กว่า 500 ล้านดอลลาร์เป็นโมฆะ นี้ยังคงเป็นที่จับตามองของคนทั่วโลก และยังคงต้องติดตามดูกันต่อไปว่าผลสรุปสุดท้ายของคดีนี้จะเป็นอย่างไร

ที่มา – ทรัมป์เฮ ศาลอุทธรณ์ตัดสินให้คำสั่งคืนทรัพย์กว่า 500 ล้านดอลลาร์เป็นโมฆะ

จับแล้ว! ชายยูเครนต้องสงสัยระเบิดนอร์ดสตรีม

เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ เมื่อชายชาวยูเครนถูกจับกุมในอิตาลี ข้อหาต้องสงสัยร่วมวางระเบิดท่อส่งก๊าซ นอร์ดสตรีมใต้ทะเลบอลติก เรื่องราวนี้เกิดขึ้นหลังจากสงครามในยูเครนเริ่มต้นขึ้นไม่นาน สร้างความตึงเครียดให้กับสถานการณ์พลังงานในยุโรป

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อัยการเยอรมนีได้เปิดเผยว่า ชายชาวยูเครนถูกจับกุมตัวในอิตาลี โดยมีส่วนเกี่ยวข้องกับการระเบิดท่อส่งก๊าซ นอร์ดสตรีม ซึ่งเป็นท่อส่งก๊าซที่สำคัญจากรัสเซียไปยังเยอรมนี เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากรัสเซียเริ่มการบุกโจมตียูเครนอย่างเต็มรูปแบบในปี 2565

ผู้ต้องสงสัยชื่อ เซอร์ฮี เค. ถูกจับกุมในจังหวัดริมินี ประเทศอิตาลี เขาถูกกล่าวหาว่าเป็นหนึ่งในทีมที่วางระเบิดท่อส่งก๊าซใต้ทะเล นอร์ดสตรีม 1 และ นอร์ดสตรีม 2 ซึ่งเป็นเส้นทางหลักในการส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียไปยังเยอรมนี การระเบิดครั้งนี้ส่งผลกระทบอย่างมากต่อแหล่งก๊าซที่สำคัญของยุโรป ในช่วงเวลาที่พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตพลังงานอันเนื่องมาจากสงครามในยูเครน

จนถึงขณะนี้ ยังไม่มีฝ่ายใดยอมรับว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังเหตุการณ์ระเบิดดังกล่าว ยูเครนเองก็ปฏิเสธความเกี่ยวข้องใดๆ กับเหตุการณ์นี้

ชายชาวยูเครนถูกจับกุมโดยกองกำลังตำรวจทหารแห่งชาติ “คาราบิเนรี” ขณะที่เขาอยู่ในเมืองรีสอร์ท มิซาโน อาเดรียติโก อัยการระบุว่า เขาเป็นส่วนหนึ่งของทีมที่เช่าเรือยอชต์ เดินทางออกจากเมืองท่ารอสต็อกของเยอรมนี เพื่อก่อเหตุระเบิดใกล้กับเกาะบอร์นโฮล์มของเดนมาร์ก

ท่อส่งก๊าซทั้งสองของโครงการนอร์ดสตรีม 1 ทำหน้าที่ส่งก๊าซธรรมชาติจากชายฝั่งรัสเซียผ่านใต้ทะเลบอลติกไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของเยอรมนี ส่วนท่อ นอร์ดสตรีม 2 ยังไม่เคยถูกเปิดใช้งาน และเยอรมนียกเลิกการอนุมัติท่อนอร์ดสตรีม 2 ก่อนที่สงครามยูเครนจะเริ่มต้นขึ้น

หลังจากรัสเซียบุกโจมตียูเครน พวกเขาได้ปิดท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 1 เพื่อตอบโต้มาตรการคว่ำบาตรของชาติยุโรป ในวันที่ 26 กันยายน 2565 เกิดเหตุระเบิดหลายครั้งใต้ทะเลบอลติก ทำให้ท่อส่งก๊าซ นอร์ดสตรีม 3 จาก 4 ท่อมีรอยแตก

เนื่องจากยังไม่ทราบตัวผู้กระทำผิด ชาติตะวันตกจึงมุ่งความสงสัยไปที่รัสเซีย ในขณะที่มอสโกกลับกล่าวโทษสหรัฐฯ และสหราชอาณาจักร รายงานจากเยอรมนีในปี 2567 ชี้ว่า นักดำน้ำชาวยูเครนเช่าเรือยอชต์และเดินทางไปยังทะเลบอลติกเพื่อก่อเหตุระเบิด

ต่อมาในเดือนสิงหาคม 2567 อัยการเยอรมนีได้ออกหมายจับนักดำน้ำชาวยูเครนชื่อ โวโลดีเมียร์ ซี.

อัยการเยอรมนีกล่าวว่า ผู้ต้องสงสัยที่ถูกจับกุมในจังหวัดริมินีจะถูกนำตัวเข้ารับการไต่สวนก่อนที่จะถูกส่งตัวไปยังเยอรมนี

อย่างไรก็ตาม จนถึงปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานใดๆ ที่เชื่อมโยงประเทศยูเครน รัสเซีย หรือชาติอื่นๆ เข้ากับการโจมตีครั้งนี้

ชายยูเครนต้องสงสัยระเบิดนอร์ดสตรีม

สถานการณ์นี้ยังคงเป็นปริศนาที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การจับกุมชายชาวยูเครนอาจเป็นกุญแจสำคัญในการไขปริศนาการระเบิดท่อส่งก๊าซ นอร์ดสตรีม และอาจนำไปสู่การเปิดเผยผู้อยู่เบื้องหลังที่แท้จริง

เหตุการณ์ชายยูเครนต้องสงสัยระเบิดนอร์ดสตรีมส่งผลกระทบต่ออะไรบ้าง?

  • ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ: เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างรัสเซีย ยูเครน และประเทศในแถบยุโรป
  • วิกฤตพลังงาน: การระเบิดท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีมส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพลังงานของยุโรป และอาจทำให้วิกฤตพลังงานรุนแรงขึ้น
  • ความเชื่อมั่น: เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลและองค์กรระหว่างประเทศ

การสืบสวนยังคงดำเนินต่อไป และหวังว่าความจริงเบื้องหลังเหตุการณ์นี้จะถูกเปิดเผยในเร็ววัน เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับการลงโทษ และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต การระเบิดท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีมเป็นเหตุการณ์ร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อหลายฝ่าย การคลี่คลายคดีนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – ชายยูเครนโดนจับในอิตาลี ต้องสงสัยระเบิดท่อส่งก๊าซ “นอร์ดสตรีม”

แฟรงก์ คาปริโอ เสียชีวิต ผู้พิพากษาผู้ใจดีที่สุดในโลก

แฟรงก์ คาปริโอ ผู้พิพากษาผู้ใจดีที่สุดในโลก ถึงแก่กรรมแล้วในวัย 88 ปี หลังสร้างชื่อจากการตัดสินคดีด้วยความเมตตามากว่า 4 ทศวรรษ ผู้พิพากษาเป็นที่รักของใครหลายคนจากการใช้อารมณ์ขันและความเข้าใจในการตัดสินคดีต่างๆ

แฟรงก์ คาปริโอ ผู้พิพากษาผู้ใจดีที่สุดในโลก

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า แฟรงก์ คาปริโอ ผู้พิพากษาชาวอเมริกันที่โด่งดังไปทั่วโลกออนไลน์ จากการตัดสินคดีด้วยความเห็นอกเห็นใจและอารมณ์ขัน จนได้รับฉายาว่า แฟรงก์ คาปริโอ ผู้พิพากษาผู้ใจดีที่สุดในโลก ได้เสียชีวิตลงแล้วเมื่อวันพุธที่ 20 สิงหาคม 2568 สิริอายุ 88 ปี

การจากไปของเขาเกิดขึ้นเพียงหนึ่งวันหลังจากที่เขาโพสต์ข้อความบนอินสตาแกรมจากโรงพยาบาลเซาท์ เคาน์ตี ว่าเขาต้องเข้ารับการรักษาอีกครั้งเนื่องจากปัญหาสุขภาพ

ในช่วงปลายปี 2566 ผู้พิพากษาคาปริโอได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งตับอ่อน และเข้ารับการฉายรังสีครั้งสุดท้ายในเดือนพฤษภาคม 2567

เส้นทางชีวิตของ แฟรงก์ คาปริโอ ผู้พิพากษาผู้ใจดีที่สุดในโลก

ตั้งแต่ปี 2528 ถึง 2566 คาปริโอได้พิจารณาคดีนับพันคดีในเมืองโProvidence รัฐโรดไอส์แลนด์ ซึ่งเป็นบ้านเกิดของเขา และเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางในด้านความเห็นอกเห็นใจ อารมณ์ขัน และการพิจารณาถึงสถานการณ์ส่วนตัวของผู้ต้องหา ก่อนที่จะมีส่วนร่วมในวงการโทรทัศน์

วิดีโอการพิจารณาคดีต่างๆ ที่ผู้พิพากษาคาปริโอเป็นผู้ดำเนินรายการในรายการทีวีชื่อดังของเขา “Caught in Providence” มียอดผู้ชมหลายพันล้านครั้งทั่วโลกออนไลน์ ทำให้เขาได้รับฉายาว่า แฟรงก์ คาปริโอ ผู้พิพากษาผู้ใจดีที่สุดในโลก

หนึ่งในวิดีโอที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือตอนที่ผู้พิพากษาคาปริโอเชิญเด็ก ๆ มานั่งข้างเขาหลังบัลลังก์ในระหว่างการพิจารณาคดี และเปิดตัวตุ๊กตา “ผู้พิพากษาจิ๋ว” ที่เป็นรูปเหมือนของเขา นอกจากนี้ วิดีโอบน TikTok ที่แสดงกิจวัตรประจำวันของเขา การเซ็นหนังสือ และการดูวิดีโอรายการของตัวเอง ก็มียอดวิวมากกว่า 5 ล้านครั้ง

ผู้พิพากษาคาปริโอเคยให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2562 ว่า การพิจารณาคดีของเขาแสดงให้เห็นถึงส่วนหนึ่งของชีวิตในโรดไอส์แลนด์ ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างมาก และสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาเดียวกันที่ผู้คนทั่วประเทศกำลังเผชิญอยู่

เดวิด คาปริโอ บุตรชายของเขา ได้ออกมาขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่มอบความรักและการสนับสนุนให้กับบิดาของเขา และขอให้ผู้คนแสดงความเมตตาเล็กๆ น้อยๆ ต่อผู้อื่นเพื่อเป็นการรำลึกถึงบิดาของเขา

รายการ “Caught in Providence” ทำให้ผู้พิพากษาคาปริโอได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัล “เดย์ไทม์ เอมมีส์” (Daytime Emmys) ถึง 3 ครั้ง

แถลงการณ์ของครอบครัวคาปริโอที่โพสต์ผ่านอินสตาแกรมระบุว่า ผู้พิพากษาคาปริโอจะเป็นที่จดจำตลอดไปสำหรับการกระทำที่เปี่ยมน้ำใจนับไม่ถ้วนที่เขาเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้อื่น รวมถึงความอบอุ่น อารมณ์ขัน และความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของเขา ซึ่งได้ทิ้งร่องรอยที่ไม่อาจลบเลือนไว้ในใจของผู้คนที่รู้จักเขา

แฟรงก์ คาปริโอ ผู้พิพากษาผู้ใจดีที่สุดในโลก เป็นแบบอย่างของการใช้ดุลยพินิจและความเมตตาในการตัดสินคดี ซึ่งสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนมากมายทั่วโลก หวังว่าเรื่องราวของท่านจะเป็นที่จดจำและเป็นแรงบันดาลใจให้คนในวงการยุติธรรมต่อไป

ที่มา – แฟรงก์ คาปริโอ ผู้พิพากษาผู้ใจดีที่สุดในโลก ถึงแก่กรรมแล้วในวัย 88 ปี

สมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ ขออภัยปมหลวงพ่ออลงกต

สมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ ได้ออกมาขออภัยเกี่ยวกับกรณีป้ายประกาศเกียรติคุณ “หลวงพ่ออลงกต” โดยถือว่าเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญที่จะนำไปปรับปรุงการดำเนินงานให้ดียิ่งขึ้น

จากกรณีดราม่าเรื่องวุฒิการศึกษาของ “หลวงพ่ออลงกต” แห่งวัดพระบาทน้ำพุ ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่าท่านไม่ได้จบการศึกษาจากโรงเรียนเทพศิรินทร์ ทางสมาคมนักเรียนเก่าฯ จึงได้ทำการปลดป้ายชื่อของท่านออกจากหอเกียรติยศ พร้อมทั้งชี้แจงถึงเหตุผลที่ทำให้เกิดความผิดพลาดดังกล่าว

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เฟซบุ๊กของ สมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เผยแพร่แถลงการณ์เกี่ยวกับการถอดถอนชื่อ พระราชวัชรวิสุทธิประชานาถ (อลงกต ติกขปัญโญ) ออกจากประกาศเกียรติคุณนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ดีเด่น เนื่องในโอกาสครบรอบ 140 ปีของโรงเรียน

สมาคมฯ ระบุว่าการดำเนินการคัดเลือกนักเรียนเก่าที่โดดเด่นเพื่อเข้าสู่ Debsirin Hall of Fame ได้กระทำโดยคณะทำงานที่ประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิและตัวแทนจากคณะกรรมการสมาคมฯ โดยพิจารณาจากคุณสมบัติและผลงานต่างๆ อย่างรอบคอบ อย่างไรก็ตาม จากการที่พระราชวัชรวิสุทธิประชานาถ (อลงกต ติกขปัญโญ) ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าท่านไม่ได้ศึกษาที่โรงเรียนเทพศิรินทร์ ทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน และส่งผลให้การประกาศเกียรติคุณดังกล่าวไม่เป็นไปตามข้อเท็จจริง

ด้วยเหตุนี้ สมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ จึงได้ดำเนินการถอดถอนชื่อของท่านออกจากประกาศเกียรติคุณนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ดีเด่น และนำรูปภาพของท่านออกจากหอเกียรติยศ

ทางสมาคมฯ ได้แสดงความเสียใจต่อความผิดพลาดที่เกิดขึ้น และจะถือว่าเหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญในการปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานให้มีความถูกต้องและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ในการประกาศเกียรติคุณนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ที่สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนอย่างแท้จริง

สมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ ขออภัยปมหลวงพ่ออลงกต

ประเด็นหลักของเรื่องนี้คือความผิดพลาดในการตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะมีการประกาศเกียรติคุณ ซึ่งทางสมาคมฯ ได้ยอมรับและพร้อมที่จะแก้ไขปรับปรุง

สมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ กับบทเรียนที่ได้รับ

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดรอบคอบก่อนที่จะมีการประกาศเกียรติคุณหรือรางวัลใดๆ ก็ตาม เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นและสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงขององค์กร

การที่ สมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ ออกมายอมรับผิดและแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ถือเป็นการแสดงความจริงใจและความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหา ซึ่งจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมาชิกและสังคมโดยรวม

ต่อไปนี้ ทางสมาคมฯ ควรมีการกำหนดขั้นตอนการตรวจสอบข้อมูลที่เข้มงวดและชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ซ้ำอีก

สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ ไม่ว่าจะเป็นตัวหลวงพ่ออลงกตเอง หรือศิษย์เก่าเทพศิรินทร์ท่านอื่นๆ การให้อภัยและการเรียนรู้จากความผิดพลาดที่เกิดขึ้น จะเป็นหนทางสู่การพัฒนาและความก้าวหน้าต่อไป

การออกมาขออภัยของ สมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์ ในครั้งนี้ ถือเป็นเรื่องที่น่ายกย่อง เพราะแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญที่จะยอมรับความผิดพลาด และพร้อมที่จะแก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อรักษาชื่อเสียงและเกียรติภูมิของสถาบัน

ที่มา – “สมาคมนักเรียนเก่าเทพศิรินทร์” ขออภัยปมป้าย “หลวงพ่ออลงกต” ถือเป็นบทเรียนสำคัญ

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำคัญ เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ประจำปี 2567 แก่ผู้ทรงคุณวุฒิในทางศิลปวิทยาจำนวน 6 ท่าน ถือเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ เรื่อง พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ประจำปี 2567 โดยมีรายละเอียดว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเหรียญอันทรงเกียรติแด่ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ รวมทั้งสิ้น 6 ท่าน ซึ่งแต่ละท่านล้วนเป็นผู้ที่สร้างคุณูปการต่อวงการศิลปวิทยาของประเทศ

รายนามผู้ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา

รายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ประจำปี 2567 มีดังนี้:

  • สาขาวิทยาศาสตร์: นายสุชาติ อุปถัมภ์
  • สาขาวิศวกรรมศาสตร์: นายเฉลิมชนม์ สถิระพจน์
  • สาขาแพทยศาสตร์: นางสาวอรินทยา พรหมินธิกุล
  • สาขามนุษยศาสตร์ (โบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์): นางสาวรัศมี ชูทรงเดช
  • สาขาแพทยศาสตร์ (เภสัชศาสตร์): นายวันชัย ดีเอกนามกูล
  • สาขาแพทยศาสตร์ (ทันตแพทยศาสตร์): ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช

แต่ละท่านที่ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ล้วนเป็นบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาของตน และได้สร้างผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติอย่างมากมาย การได้รับพระราชทานเหรียญในครั้งนี้จึงเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติและความสามารถของท่านเหล่านั้นอย่างสมควร

พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา เป็นเครื่องหมายแห่งความสามารถและความทุ่มเทในการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย ผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญนี้จึงถือเป็นบุคคลตัวอย่างที่ควรค่าแก่การยกย่องและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่น

ประกาศดังกล่าวได้ลงวันที่ 4 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 ซึ่งเป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน สามารถอ่านประกาศฉบับเต็มได้ที่ ราชกิจจานุเบกษา สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเหรียญและผลงานของแต่ละท่าน สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้

การพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยาในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ และเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้บุคคลากรที่มีความสามารถได้สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ให้แก่ 6 ผู้ทรงคุณวุฒิ

ลุ้น! เด็กต่ำกว่า 18 ปี อาจได้รับนิรโทษกรรม

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข กำลังหารือถึงความเป็นไปได้ในการแก้ไขมาตรา 112 โดยมีประเด็นสำคัญคือการพิจารณาว่าจะสามารถเพิ่มข้อยกเว้นให้แก่เด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เพื่อให้พวกเขาได้รับนิรโทษกรรมได้หรือไม่ เนื่องจาก กมธ. เล็งเห็นว่ามีเด็กและเยาวชนจำนวนมากที่ถูกดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธาน กมธ. ได้เป็นประธานในการประชุมเพื่อพิจารณาแก้ไขมาตรา 3 เกี่ยวกับการไม่นิรโทษกรรมแก่ความผิดตามมาตรา 112 ที่ประชุมได้ใช้เวลาในการถกเถียงกันเกือบ 3 ชั่วโมง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะแก้ไขอย่างไร และจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 28 สิงหาคม เพื่อลงมติในประเด็นนี้

นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ โฆษก กมธ. กล่าวว่า ที่ประชุมมีแนวคิดที่จะแก้ไขมาตรา 3 โดยมองหาแนวทางอื่น ๆ เพื่อบรรเทาความขัดแย้ง แม้จะไม่สามารถนิรโทษกรรมความผิดตามมาตรา 112 ได้โดยตรง เป้าหมายหลักของกฎหมายฉบับนี้คือการสร้างเสริมสังคมสันติสุข และเปิดโอกาสให้มีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเน้นย้ำถึงความระมัดระวังในการแก้ไข เพื่อไม่ให้ขัดต่อหลักการ และเพื่อป้องกันการตีตกกฎหมายหรือการฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ลุ้นเด็กต่ำกว่า 18 ปีได้รับนิรโทษกรรม

นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงแนวทางการแก้ไขอื่น ๆ เช่น การลดโทษ การบรรเทาโทษ หรือการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่ง กมธ. จะต้องหารือกันต่อไปในรายละเอียด

น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส. สมุทรปราการ พรรคประชาชน ในฐานะโฆษก กมธ. กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติ 12 ต่อ 11 เสียง ให้ปรับแก้ข้อความในมาตรา 3 โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการพิจารณาว่าจะปรับแก้ในรูปแบบใด ซึ่งข้อเสนอหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การต่อท้ายมาตรา 3 ว่ามิให้บังคับใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

ความเป็นไปได้ที่เด็กต่ำกว่า 18 ปีจะได้รับนิรโทษกรรม

น.ส.พนิดาย้ำว่า มาตรา 3 ยังไม่สิ้นสุด และจะต้องมีการพิจารณากันอีกครั้ง แต่สิ่งที่ที่ประชุมเห็นพ้องกันคือ เด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีจำนวนมาก ไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อประเทศ เพียงแต่มีความคิดเห็นที่แตกต่างจากผู้มีอำนาจเท่านั้น ดังนั้น ข้อยกเว้นในมาตรา 3 อาจเปิดโอกาสให้พวกเขาได้รับนิรโทษกรรม

การพิจารณาประเด็นการนิรโทษกรรมให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีนี้ ถือเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเกี่ยวข้องกับอนาคตของเยาวชนจำนวนมาก และอาจส่งผลต่อความปรองดองในสังคม การตัดสินใจของ กมธ. ในสัปดาห์หน้าจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

การที่ กมธ. เปิดใจรับฟังและพิจารณาข้อเสนอต่างๆ อย่างรอบด้าน ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ามีความพยายามที่จะหาทางออกที่เหมาะสมและเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่าผลการพิจารณาในท้ายที่สุดจะเป็นอย่างไร

ที่มา – ลุ้นเด็กต่ำกว่า 18 ปีได้รับนิรโทษกรรม กมธ. นัดชี้ขาดสัปดาห์หน้า

ลูกชาย “ป้ามีนา” โพสต์เศร้า ชาติหน้าขอเป็นแม่ผม

จากกรณีข่าวเศร้าสะเทือนใจ คดีฆาตกรรม “ป้ามีนา” แม่ค้าอาหารตามสั่ง วัย 62 ปี ที่ถูกทำร้ายเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับครอบครัวและคนใกล้ชิดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกชายของป้ามีนา ที่ได้โพสต์ข้อความสุดสะเทือนใจบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ไว้อาลัยต่อการจากไปของผู้เป็นแม่อันเป็นที่รัก

ลูกชาย “ป้ามีนา” โพสต์เศร้า “ชาติหน้ามีจริง ขอให้เป็นแม่ของผมทุกชาติเลย”

พลทหาร นิรัช คงตุ้ม อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นทหารประจำการอยู่แนวหน้าชายแดนไทย-กัมพูชา ได้โพสต์ภาพคู่กับมารดา พร้อมข้อความสุดเศร้ากินใจว่า “สิ่งที่แม่เคยสอน เคยบอก ผมจะไม่ลืม ยังไม่ได้บวชทดแทนให้เลย ทำไมรีบไปจัง แม่เป็นแม่ที่ดีเสมอมา ไม่เคยตีผมเลยสักครั้งในชีวิต ชาติหน้ามีจริง ขอให้เป็นแม่ของผมทุกชาติเลยยิ่งดี ขอให้แม่ไปสู่สุขคตินะครับ” ข้อความดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความรักและความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างแม่ลูก และความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต

เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อนางมีนา ปัตถา ถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงจนเสียชีวิต บริเวณหน้าร้านอาหารตามสั่งของตนเอง ในพื้นที่อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ก่อเหตุคือนางสาวจารุวรรณ โดยให้การอ้างว่าโมโหที่ผู้ตายปล่อยตนเองไปกับผู้ชายขณะเมาสุรา

ความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่: ข้อความสุดซึ้งจากลูกชาย “ป้ามีนา”

โพสต์ดังกล่าวของลูกชาย “ป้ามีนา” ได้ถูกแชร์ออกไปในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก ผู้คนต่างเข้ามาแสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งประณามการกระทำอันโหดร้ายของผู้ก่อเหตุ และขอให้กระบวนการยุติธรรมลงโทษผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เราเห็นถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรักและความผูกพันระหว่างแม่กับลูก ความรักของแม่นั้นยิ่งใหญ่และไม่มีสิ่งใดมาทดแทนได้ ดังนั้นจงทะนุถนอมและดูแลคนที่คุณรักให้ดีที่สุด ก่อนที่จะสายเกินไป

ความสูญเสียครั้งนี้เป็นความเจ็บปวดที่ยากจะบรรเทา แต่เชื่อว่ากำลังใจจากคนรอบข้างและความทรงจำอันดีงามเกี่ยวกับ “ป้ามีนา” จะช่วยให้ครอบครัวสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวปัตถา และขอให้ดวงวิญญาณของป้ามีนาไปสู่สุคติ

การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ย่อมนำมาซึ่งความเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้ง ไม่มีคำพูดใดสามารถปลอบประโลมความรู้สึกนี้ได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และร่วมกันนำพาความทรงจำอันดีงามเกี่ยวกับผู้ที่จากไป มาเป็นพลังในการดำเนินชีวิตต่อไป

เรื่องราวของ “ป้ามีนา” และข้อความสุดเศร้าของลูกชาย กลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ สะท้อนให้เห็นถึงความรักความผูกพันในครอบครัว และความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวปัตถาผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี และขอให้ดวงวิญญาณของ “ป้ามีนา” ไปสู่สุคติในสัมปรายภพ

ขอให้เรื่องราวของ “ป้ามีนา” เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ทุกคนตระหนักถึงคุณค่าของชีวิต และใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เรารักอย่างมีความสุข เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าความตายจะมาพรากคนที่เรารักไปจากเราเมื่อไหร่

ครอบครัวและเพื่อนฝูงเป็นสิ่งสำคัญ จงดูแลรักษาความสัมพันธ์อันดีเหล่านี้ไว้ เพราะพวกเขาจะเป็นคนที่อยู่เคียงข้างเราในทุกช่วงเวลาของชีวิต ทั้งในยามสุขและยามทุกข์

ดังนั้น จงใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน และทำทุกวันให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้ต้องมาเสียใจในภายหลัง

ที่มา – ลูกชาย “ป้ามีนา” โพสต์เศร้า “ชาติหน้ามีจริง ขอให้เป็นแม่ของผมทุกชาติเลย”

“นฤมล” ชง ครม. อนุมัติ แก้ปัญหาหนี้สินครู

นางนฤมล เตรียมเสนอ ครม. อนุมัติทุนสำรอง 1 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินครู บอร์ด สกสค. ไฟเขียวตั้งสหกรณ์กลาง หวังคุณภาพชีวิตครูดีขึ้น เตรียมเปิดให้ครูลงทะเบียนเฟสแรกตุลาคมนี้

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ครั้งที่ 5/2568 ว่า ที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบหลักการของโครงการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างยั่งยืน โดยขอให้ฝ่ายเลขานุการศึกษาข้อมูลและจัดทำรายละเอียดของโครงการ เพื่อนำเสนอให้แก่คณะกรรมการฯ พิจารณาในการประชุมคราวต่อไป พร้อมขอให้ปรับปรุงแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้สอดคล้องกัน รวมทั้งได้อนุมัติจ่ายค่าตอบแทนของสำนักงาน สกสค. ตามสัญญาจ้างเลขที่ 1/2567 และเห็นชอบการแต่งตั้งที่ปรึกษาเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ประจำปี 2569

ที่ประชุมฯ ยังรับทราบประเด็นที่สำคัญ ได้แก่ การติดตามทรัพย์สินคดีฟอกเงิน 3 คดี ภายหลังศาลมีคำสั่งให้คืนทรัพย์สินหรือชดใช้คืนให้แก่สำนักงานคณะกรรมการ สกสค., การติดตามคดีภายหลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว กรณีร่วมลงทุนโครงการโรงงานไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชนกับบริษัทหนองคายน่าอยู่ จำกัด และกรณีคณะกรรมการกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. อนุมัติซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินกับบริษัทบิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด

สำหรับโครงการจัดตั้งสหกรณ์กลาง สกสค.จะดำเนินการร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสถาบันการเงิน ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบของการรวมหนี้ทั้งระบบ จะเป็นการโอนหุ้น และโอนหนี้ พร้อมกับการันตีอัตราดอกเบี้ยต่ำให้ในการปรับโครงสร้างหนี้ โดยเฟสแรกจะเปิดให้ครูลงทะเบียนในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งได้กำหนดวงเงินทุนสำรองสำหรับปล่อยกู้ประมาณ 1 แสนล้านบาท และมีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปีแรก 0% ไปจนถึงปีที่ 4 ดอกเบี้ยไม่เกิน 4% เพื่อลดภาระหนี้ครู รวมถึงงบประมาณที่จะต้องนำมาชดเชยกรณีที่มีการลดหย่อนดอกเบี้ยให้แก่ครูที่ต้องการปรับโครงสร้างหนี้ในปีแรก 0% ในวงเงิน 6,000 ล้านบาท จะเสนอที่ประชุม ครม. พิจารณาด้วยเช่นกัน

“ขอฝากคณะกรรมการ สกสค. เป็นความหวังให้แก่ข้าราชการครูที่ปฏิบัติงานอยู่และเกษียณอายุราชการแล้ว สำหรับการแก้ปัญหาหนี้สินครู ดิฉันต้องการให้ครูทุกคนได้เข้าอบรมหลักสูตรวางแผนทางการเงิน เพื่อป้องกันการก่อหนี้ในอนาคต อีกทั้งสหกรณ์กลาง สกสค. จะดำเนินตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยจะนำเข้าระบบเครดิตบูโรด้วย” นางนฤมล กล่าว

แก้ปัญหาหนี้สินครู

รายละเอียดโครงการแก้ปัญหาหนี้สินครู

  • วงเงินทุนสำรอง: 1 แสนล้านบาท
  • ดอกเบี้ยปีแรก: 0%
  • ดอกเบี้ยปีที่ 2-4: ไม่เกิน 4%
  • เปิดลงทะเบียน: เดือนตุลาคมนี้

โครงการนี้มีเป้าหมายที่จะช่วยลดภาระหนี้สินของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยการปรับโครงสร้างหนี้และให้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง เพื่อให้ครูสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถมุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษาของชาติได้อย่างเต็มที่ การแก้ปัญหาหนี้สินครูอย่างยั่งยืนถือเป็นวาระสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาหนี้สินครู ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับครูทั่วประเทศ ครูคือผู้ที่เสียสละและทุ่มเทให้กับการศึกษาของชาติ การช่วยเหลือให้ครูหลุดพ้นจากภาระหนี้สินจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในอนาคตของประเทศ

สำหรับครูที่กำลังประสบปัญหาหนี้สิน อย่าลังเลที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ เพราะเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้รับการช่วยเหลือและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ปราศจากภาระหนี้สิน

ที่มา – “นฤมล” จ่อชง ครม.อนุมัติทุนสำรอง 1 แสนล้าน แก้ปัญหาหนี้สินครู

Scroll to top