คนละครึ่งพลัส

“มัลลิกา” สั่ง บขส. ปรับตัวสู้เอกชน รถทัวร์ร่วมคนละครึ่งพลัส

“มัลลิกา” สั่ง บขส. ปรับตัวสู้เอกชน ยกระดับบริการ ดึงผู้โดยสาร รถทัวร์ร่วม “คนละครึ่งพลัส” แน่นอน พร้อมอัพเดทแผนเช่ารถโดยสารใหม่ 311 คัน คาดปี 69 ฟันกำไรในรอบ 7 ปี

นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม มอบนโยบายให้ บขส. เน้นย้ำความปลอดภัย และการดูแลความสะอาดของสถานีขนส่งทั่วประเทศ พร้อมทั้งสั่งให้ปรับตัวให้เหมือนเอกชน เพื่อยกระดับการให้บริการ ดึงดูดผู้โดยสาร และเพิ่มรายได้ นอกจากนี้ ยังยืนยันว่ารถทัวร์จะเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสอย่างแน่นอน

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ได้มอบหมายให้ บขส. ดำเนินงานและโครงการที่สำคัญ โดยเน้นการให้บริการประชาชนในการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว ปลอดภัย รวมทั้งการให้บริการเดินรถเชื่อมต่อแบบ Feeder Service ทั้งระบบ ล้อ ราง เรือ และอากาศ เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางเชื่อมต่อได้อย่างไร้รอยต่อ

เรื่องความปลอดภัยของพนักงานขับรถก็เป็นสิ่งสำคัญ พนักงานขับรถจะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยสูงสุด มีการตรวจปัสสาวะ และแอลกอฮอล์ทุกครั้งก่อนนำรถออกให้บริการประชาชน รวมถึงระยะเวลาในการขับรถให้เป็นไปตามที่กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กำหนด พร้อมทั้งจะต้องดูแลความสะอาดของสถานีขนส่งฯ และจุดจอดรถทั่วประเทศ ขณะเดียวกัน บขส. จะต้องปรับตัว และยกระดับการให้บริการให้เสมือนเป็นเอกชน ที่จะต้องดึงดูดผู้โดยสารมาใช้บริการ และสร้างรายได้ให้มากขึ้นด้วย การที่ “มัลลิกา” สั่ง บขส. ปรับตัวสู้เอกชนจึงถือเป็นเรื่องที่น่าติดตาม

สำหรับโครงการ “คนละครึ่งพลัส” นั้น บขส. และรถบริการร่วมเอกชน จะเข้าร่วมโครงการดังกล่าวอย่างแน่นอน ซึ่งถือเป็นการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งครั้งแรก โดยได้มอบหมายให้ ขบ. ไปดำเนินการรวบรวมผู้ประกอบการที่ประสงค์จะเข้าร่วมโครงการทั้งหมด ก่อนที่จะเปิดให้ประชาชนได้ใช้โครงการฯ ตามที่รัฐบาลกำหนด

ด้านนายอรรถวิท รักจำรูญ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บขส. กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการเช่ารถโดยสาร จำนวน 311 คัน มีบริษัท อิทธิพร อิมปอร์ต จำกัด เป็นคู่สัญญา คาดว่าจะนำรถโดยสารใหม่ให้บริการประชาชนภายในปี 2568 เพื่อใช้ทดแทนรถโดยสารเช่าที่หมดสัญญาและรถโดยสาร บขส. ที่ปลดระวาง

ขณะนี้ บขส. ได้รับมอบรถโดยสารใหม่มาแล้ว 3 คัน และจะทยอยรับมอบรถโดยสารที่เหลือจนครบ 311 คันภายในเดือนธันวาคม 2568

ในปี 2569 บขส. คาดการณ์ว่าจะมีรายได้กว่า 3,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2568 และจะมีกำไรประมาณ 30 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นการกลับมามีกำไรในรอบ 7 ปี ตั้งแต่ช่วงสถานการณ์โควิด-19 ส่วนจำนวนผู้โดยสาร ตั้งเป้าว่าจะมีกว่า 4 ล้านคน

สำหรับรถโดยสารใหม่ที่จะนำมาให้บริการมี 3 มาตรฐาน ได้แก่ รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 VIP (ม.1ก), รถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 พิเศษ (ม.1พ) และรถโดยสารปรับอากาศชั้น 1 (ม.1ข) ใช้เครื่องยนต์มาตรฐาน Euro 5 ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีระบบความปลอดภัยครบครัน และมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย

“มัลลิกา” สั่ง บขส. ปรับตัวสู้เอกชน

รายงานข่าวจาก บขส. ระบุว่า รถโดยสารใหม่จะนำมาให้บริการในทุกเส้นทางทั่วประเทศ เพื่อใช้ทดแทนรถโดยสารเช่าที่หมดสัญญาและรถโดยสาร บขส. ที่ปลดระวาง ปัจจุบัน บขส. มีรถโดยสารให้บริการทั้งหมด 254 คัน

บขส. ปรับตัวสู้เอกชนตามนโยบาย “มัลลิกา”

การที่ “มัลลิกา” สั่ง บขส. ปรับตัวสู้เอกชน นับว่าเป็นสัญญาณที่ดีในการยกระดับบริการขนส่งสาธารณะของไทยให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และเป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภคโดยรวม

อะไรคือสิ่งที่ บขส. ต้องปรับตัวเพื่อสู้กับเอกชน?

สิ่งสำคัญที่ บขส. ต้องปรับปรุงคือ การให้บริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้โดยสารมากขึ้น ปรับปรุงเรื่องความสะดวกสบาย ความสะอาด และความปลอดภัย รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการบริหารจัดการให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

การที่ “มัลลิกา” สั่ง บขส. ปรับตัวสู้เอกชน และรถทัวร์เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัสนี้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในประเทศได้อีกทางหนึ่งด้วย เพราะจะทำให้ประชาชนเดินทางได้สะดวกและประหยัดค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น

ที่มา – “มัลลิกา” สั่ง บขส. ปรับตัวสู้เอกชน เผยรถทัวร์ร่วม “คนละครึ่งพลัส” แน่นอน

ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส: กรุงไทยเปิดจุดบริการ พร้อมวิธีโหลดเป๋าตัง

ธนาคารกรุงไทย สาขาบุรีรัมย์ เปิดจุดบริการพิเศษ ONE Stop service ให้ผู้ประกอบการ ร้านค้า ผู้ให้บริการขนส่ง ที่ต้องการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส รับชำระค่าสินค้าและบริการผ่านแอปฯ “ถุงเงิน” พร้อมแนะนำให้ผู้มีสิทธิตามเงื่อนไข โหลดแอปฯ ถุงเงิน หรือเป๋าตังผ่าน App Store และ Google Play Store เพื่อหลีกเลี่ยงการโหลดจากลิงก์ที่ไม่น่าเชื่อถือ

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2568 นายศรีธรรม ราชแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ได้เข้าเยี่ยมชมการดำเนินงานของจุดบริการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาบุรีรัมย์ เพื่อให้กำลังใจเจ้าหน้าที่และอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

ตั้งแต่ช่วงเช้า มีผู้ประกอบการร้านค้าให้ความสนใจลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส เป็นจำนวนมาก โดยมีเจ้าหน้าที่คอยให้คำแนะนำในการเตรียมเอกสารและแบบฟอร์มการลงทะเบียน ผู้ประกอบการส่วนใหญ่พอใจกับการบริการที่รวดเร็วและสะดวกสบาย

คนละครึ่งพลัส

สำหรับร้านค้าที่ต้องการเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ร้านค้าเดิมสามารถกดยืนยันเข้าร่วมโครงการผ่านแอปฯ “ถุงเงิน” ได้เลย ส่วนร้านค้าใหม่จะต้องดาวน์โหลดใบสมัครจากเว็บไซต์ www.คนละครึ่งพลัส.com กรอกข้อมูลให้ครบถ้วน พร้อมแนบเอกสารหลักฐาน และยื่นที่จุดบริการธนาคารกรุงไทยทุกสาขา

นายศรีธรรม ราชแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้กล่าวขอบคุณธนาคารกรุงไทยที่จัดบริการ ONE Stop service และเตือนประชาชนให้ดาวน์โหลดแอปฯ ถุงเงิน หรือเป๋าตัง จาก App Store หรือ Google Play Store เท่านั้น เพื่อป้องกันการถูกหลอกลวงจากมิจฉาชีพ นอกจากนี้ ยังเตือนร้านค้าไม่ให้ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า

คนละครึ่งพลัส

ผู้ที่มีสิทธิ์เข้าร่วมโครงการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ต้องมีสัญชาติไทย อายุ 16 ปีขึ้นไป มีบัตรประชาชน และไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ร้านค้าสามารถลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568 ส่วนประชาชนทั่วไปลงทะเบียนได้ตั้งแต่วันที่ 20-26 ตุลาคม 2568 และเริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ 29 ตุลาคม–31 ธันวาคม 2568

ผู้ที่ยื่นภาษีจะได้รับสิทธิ์สูงสุด 2,400 บาทต่อคน ส่วนกลุ่มทั่วไปจะได้สิทธิ์สูงสุด 2,000 บาทต่อคน จำกัดการใช้ไม่เกิน 200 บาทต่อวัน โดยรัฐบาลจะร่วมจ่าย 50% ผ่านแอปฯ เป๋าตัง และร้านค้ารับเงินผ่านแอปฯ ถุงเงิน

ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

ขั้นตอนการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสสำหรับร้านค้าใหม่

  • ดาวน์โหลดใบสมัครจากเว็บไซต์ www.คนละครึ่งพลัส.com
  • กรอกข้อมูลในใบสมัครให้ครบถ้วน
  • แนบหลักฐานสำเนาบัตรประชาชน และรูปถ่ายคู่กับร้านค้า
  • ให้กำนัน หรือผู้ใหญ่บ้านรับรอง
  • ยื่นเอกสารที่จุดบริการธนาคารกรุงไทย

การลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส เป็นโอกาสที่ดีสำหรับทั้งผู้บริโภคและร้านค้า ในการกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยเหลือค่าครองชีพ อย่ารอช้า รีบลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสกันนะคะ!

ที่มา – ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ธ.กรุงไทย เปิดจุดให้บริการร้านค้า แนะประชาชนโหลด “เป๋าตัง”

คนละครึ่งพลัส: กรมพัฒนาธุรกิจฯ ชวนร้านค้าร่วม!

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เชิญชวนผู้ประกอบการรายย่อยเข้าร่วมโครงการ คนละครึ่งพลัส เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเพิ่มรายได้ให้กับร้านค้า โอกาสดีๆ ที่ผู้ประกอบการไม่ควรพลาด!

กรมพัฒนาธุรกิจฯ ชวนผู้ประกอบการรายย่อย สมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส”

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า หลังจากรัฐบาลเปิดให้ร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568 ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่งพลัส.com (สำหรับร้านค้ารายใหม่ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5) กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงขอเชิญชวนผู้ประกอบการรายย่อยในเครือข่าย เข้าร่วมโครงการดังกล่าว

ทั้งนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีผู้ประกอบการที่อยู่ในการส่งเสริมกว่า 100,000 ราย ไม่ว่าจะเป็นร้านโชห่วย ธุรกิจแฟรนไชส์ ธุรกิจบริการ และร้านอาหาร Thai SELECT การเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส จะช่วยเพิ่มรายรับให้กับธุรกิจ และเพิ่มทางเลือกในการจับจ่ายใช้สอยให้กับประชาชน คาดการณ์ว่าโครงการนี้จะสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจไม่ต่ำกว่า 88,000 ล้านบาท

ทำไมต้องเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส?

  • เพิ่มยอดขาย: ดึงดูดลูกค้าใหม่ๆ และกระตุ้นยอดขายให้เพิ่มขึ้น
  • ขยายฐานลูกค้า: เข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่หลากหลาย
  • ประชาสัมพันธ์ร้านค้า: สร้างการรับรู้และโปรโมทร้านค้าให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น
  • ลดค่าใช้จ่าย: รัฐบาลช่วยสนับสนุนค่าใช้จ่ายส่วนหนึ่ง ทำให้ผู้ประกอบการประหยัดต้นทุน

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวเพิ่มเติมว่า “คาดว่าจะมีผู้ประกอบการที่อยู่ในการส่งเสริมของกรมฯ เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส ในครั้งนี้ ได้เกือบทุกราย” หลังจากโครงการเสร็จสิ้น กรมฯ จะรวบรวมข้อมูลจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อนำมาวิเคราะห์ข้อดี ข้อขัดข้อง และหาแนวทางในการส่งเสริมให้เกิดความต่อเนื่อง

นอกจากนี้ กรมฯ ยังมีแผนที่จะจัดหลักสูตรการบริหารจัดการธุรกิจ และให้ความรู้ที่จำเป็นด้านต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งให้ผู้ประกอบการ พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมในการเข้าร่วมโครงการต่างๆ ของรัฐบาลในอนาคต

ปัจจุบัน กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีผู้ประกอบการที่อยู่ในความดูแลกว่า 100,000 ราย ประกอบด้วยร้านโชห่วย 23,932 ราย, ธุรกิจแฟรนไชส์ (แฟรนไชซี) ที่มีสาขาทั่วประเทศ 60,497 ราย, ธุรกิจบริการ 26,143 ราย และร้านอาหาร Thai SELECT 463 ร้าน โดยผู้ประกอบการจำนวนมากเคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 มาแล้ว

สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส สามารถลงทะเบียนได้ที่เว็บไซต์ www.คนละครึ่งพลัส.com ตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 19 ธันวาคม 2568 อย่าพลาดโอกาสในการเพิ่มรายได้และขยายธุรกิจของคุณ!

โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งความพยายามของภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย และเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน หากโครงการประสบความสำเร็จ จะส่งผลดีต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมอย่างแน่นอน

ที่มา – กรมพัฒนาธุรกิจฯ ชวนผู้ประกอบการรายย่อย สมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส”

วิธีลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

มาดูกันเลย! วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง สำหรับผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 จะทราบผลทันที ส่วนผู้ลงทะเบียนใหม่จะทราบผลภายใน 3 วัน โดยสามารถเริ่มใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป

อัปเดตโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 15 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 ตามนโยบายรัฐบาล โดยภาครัฐจะร่วมจ่ายค่าสินค้าและบริการบางประเภทให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่าย เพิ่มกำลังซื้อ และสร้างรายได้ให้กับร้านค้ารายย่อย ซึ่งจะช่วยกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย โดยมีจำนวนสิทธิโดยประมาณ 20 ล้านสิทธิ หรือจนกว่าจะครบวงเงินสิทธิ 4.4 หมื่นล้านบาท

รัฐบาลเปิดให้ประชาชนเริ่มลงทะเบียนผ่านแอปฯ “เป๋าตัง” ตั้งแต่วันที่ 20 – 26 ตุลาคม 2568 เวลา 06.00 – 22.00 น. ผู้ที่ได้รับสิทธิร่วมโครงการ จะเริ่มใช้จ่ายได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 ช่วงเวลา 06:00 – 23:00 น. โดยการสแกนจ่ายเงินผ่านโครงการ ต้องมีการซื้อสินค้า/บริการจริงตรงตามมูลค่าที่สแกนจ่าย และไม่อนุญาตให้ผู้ประกอบการถอนเงินสด หรือรับแลกสินค้า/บริการคืนเป็นเงินสดในทุกกรณี

“คนละครึ่งพลัส” ลงทะเบียน – ใช้สิทธิผ่านแอปฯ “เป๋าตัง”

1. ดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตัง และเปิดใช้บริการ G Wallet

2. ลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง ดังนี้

  • ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง โดยจะแจ้งผลทันที
  • ผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง โดยจะได้รับ SMS และแจ้งเตือนบนแอปฯ เป๋าตัง ภายใน 3 วัน

3. ผู้ได้รับสิทธิเข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดแบนเนอร์ “โครงการคนละครึ่งพลัส” เพื่อเริ่มใช้จ่ายตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06:00 – 23:00 น.

ลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” 2568 เช็กคุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการ

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
  • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ (1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

ไทม์ไลน์สำคัญของโครงการคนละครึ่งพลัส

20 ต.ค. 68 : เปิดลงทะเบียนประชาชนเข้าร่วมโครงการวันแรกผ่านแอปฯ เป๋าตัง ระหว่างเวลา 06.00-22.00 น. ของทุกวัน

26 ต.ค. 68 : สิ้นสุดการลงทะเบียนของประชาชน เข้าร่วมโครงการผ่านแอปฯ เป๋าตัง ระหว่างเวลา 06.00-22.00 น. ของทุกวัน

29 ต.ค. 68 : เริ่มใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัสวันแรก ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. ของทุกวัน

7 พ.ย. 68 : ประชาชนเริ่มใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส ฟู้ดเดลิเวอรี่วันแรก ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. ของทุกวัน

11 พ.ย. 68 : กรุณาใช้สิทธิครั้งแรกภายในเวลา 23.00 น. เพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิตามเงื่อนไขของโครงการ

31 ธ.ค. 68 :  สิ้นสุดโครงการ เวลา 23.00 น.

วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” สำหรับผู้ที่เคยร่วมโครงการ “คนละครึ่งเฟส 5”

1. เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือก “แบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส”

2. อ่านรายละเอียดเงื่อนไขโครงการ จากนั้นกดปุ่ม “ลงทะเบียน”

3. แสดงข้อความการได้รับสิทธิ และวันที่เริ่มใช้สิทธิโครงการได้ กดปุ่ม “ตกลง”

4. เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือก แบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส

5. หน้าหลักโครงการ จะแสดงสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ที่ใช้ได้

วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” สำหรับผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งเฟส 5”

1. เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือก แบนเนอร์โครงการคนละครึ่ง พลัส

2. อ่านรายละเอียด เงื่อนไขโครงการ จากนั้นกดปุ่ม ลงทะเบียน

3. ตรวจสอบคุณสมบัติ สามารถดูผลได้ที่ SMS และการแจ้งเตือน บน แอปฯ เป๋าตัง ภายใน 3 วัน

4. ได้รับข้อความแจ้งเตือน ผ่านแอปฯ เป๋าตัง (กรณีได้รับสิทธิ)

5. แสดงข้อความการได้รับสิทธิ และวันที่เริ่มใช้สิทธิโครงการ ได้กดปุ่ม ตกลง

6. เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือกแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส

7. หน้าหลักโครงการ จะแสดงสิทธิคนละครึ่งพลัส ที่ใช้ได้

“ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสไม่ได้” จะขึ้นหน้าจออย่างไร

สำหรับ “ผู้ที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 มาก่อน” เมื่อลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัสผ่าน แอปฯ เป๋าตังแล้วไม่เข้าเงื่อนไขที่กำหนด จะปรากฏในขั้นตอนดังนี้

1. เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือกแบนเนอร์ “โครงการคนละครึ่งพลัส”

2. อ่านรายละเอียดเงื่อนไขโครงการ จากนั้นกดปุ่ม “ลงทะเบียน”

3. ข้อความ Error ที่แสดง ในกรณีต่างๆ ขณะที่ลงทะเบียนรับสิทธิ อาทิ

  • กรณีกดลงทะเบียนรับสิทธิ (สิทธิเต็มแล้ว)
  • กรณีไม่ได้รับสิทธิโครงการ (ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ)
  • กรณีไม่ได้รับสิทธิโครงการ (คุณสมบัติไม่เข้าเงื่อนไข)

4. กรณีลงทะเบียน หรือ ใช้สิทธินอกช่วงเวลา

“คนละครึ่งพลัส 2568” ใครได้บ้าง

ภาครัฐจ่าย 50% (ไม่เกิน 200 บาท/คน/วัน) ตลอดระยะเวลาใช้จ่ายในโครงการ ตั้งแต่ 29 ต.ค. 68 – 31 ธ.ค. 68 โดยกำหนดวงเงินสิทธิ ดังนี้

  • ประชาชนผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษี: 2,400 บาท/คน
  • ประชาชนผู้ไม่ยื่นแบบภาษี: 2,000 บาท/คน

หมายเหตุ: * ประชาชนผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้มีเงินได้กรณีทั่วไป (ภ.ง.ด. 90) แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงานตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ประเภทเดียว (ภ.ง.ด. 91) หรือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 95) ของปีภาษี 2567 ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568

ขั้นตอนการใช้ “สิทธิคนละครึ่งพลัส” ทำอย่างไร

  • ก่อนใช้สิทธิครั้งแรก ผู้ได้รับสิทธิจะต้องตรวจสอบสิทธิคงเหลือ และเงื่อนไขการใช้สิทธิ
  • การซื้อ – ขายสินค้า/รับ – ให้บริการ ผู้ซื้อและผู้ขายจะต้องทำธุรกรรมซื้อขายและสแกน QR เพื่อชำระค่าสินค้า/บริการกันแบบพบหน้า (face-to-face) ไม่สามารถทำธุรกรรมผ่านช่องทางออนไลน์หรือคนกลาง ไม่ว่าด้วยวิธีการใด
  • ใช้สิทธิได้ตั้งแต่ 06:00 – 23:00 น. ของทุกวัน
  • ห้ามผู้เข้าร่วมโครงการกระทำการใดๆ ที่สร้างความเข้าใจผิดหรือก่อให้เกิดอุปสรรคต่อการดำเนินการของมาตรการ/โครงการใดๆ ของรัฐ
  • สิทธิสินค้าและบริการที่ร่วม ได้แก่ อาหาร และ เครื่องดื่ม, สินค้าทั่วไป, บริการขนส่งสาธารณะ, บริการนวด, สปา และ ทำเล็บทำผม
  • สินค้าที่ไม่ร่วมโครงการ ได้แก่ สินค้าสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้แก่ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์, ผลิตภัณฑ์ยาสูบ, บัตรกำนัล, บัตรเงินสด และ บริการรูปแบบอื่นๆ ที่เป็นการชำระสินค้า หรือบริการล่วงหน้า

“คนละครึ่งพลัส” วิธีใช้สิทธิ ซื้ออาหารผ่าน “แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี”

สำหรับการใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ปี 2568 กรณีซื้ออาหาร/เครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (แพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี) มีข้อจำกัดดังนี้

  • การใช้สิทธิผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีจะต้องเป็นการซื้อขายสินค้าเฉพาะประเภทอาหาร/เครื่องดื่มโดยประชาชนผู้เข้าร่วมโครงการฯ เท่านั้น
  • รัฐจะสนับสนุนเงินในส่วนค่าอาหาร/เครื่องดื่มเท่านั้น ไม่รวมค่าจัดส่งหรือค่าใช้จ่ายอื่น
  • ใช้สิทธิตามโครงการเพื่อสั่งอาหาร/เครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีได้ตั้งแต่ 06:00 – 21:00 น. ของทุกวัน
  • ห้ามมีการรับหรือเรียกเงินทอนเป็นเงินสด หรือประโยชน์รูปแบบอื่นนอกจากการสั่งอาหาร/เครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรี ไม่ว่ากรณีใด
  • การซื้อ-ขายอาหาร/เครื่องดื่มผ่านแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีจะต้องเป็นการซื้อ-ขายกันจริง โดยผู้ซื้อและผู้ขายไม่ได้อยู่สถานที่เดียวกันหรือเป็นบุคคลเดียวกัน

โดยแพลตฟอร์มฟู้ดเดลิเวอรีที่เข้าร่วมโครงการได้แก่ Grab Food, LINE MAN, ShopeeFood และ Robinhood

โครงการคนละครึ่งพลัส เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่รัฐบาลมุ่งหวังจะกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก หากใครมีคุณสมบัติครบถ้วน อย่าลืมลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิและช่วยกันขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้านะคะ

ที่มา – วิธีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง เริ่มใช้สิทธิวันแรก 29 ต.ค. 68

วิธีลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

มาดูขั้นตอนการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” แบบละเอียดผ่านแอปฯ เป๋าตัง สำหรับผู้ที่เคยได้รับสิทธิ “คนละครึ่ง” ครั้งแรก รวมถึงผู้ที่ไม่เคยใช้ “คนละครึ่ง” มาก่อนเลย

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2568 คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบโครงการคนละครึ่ง พลัส ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในการสร้างรายได้และลดรายจ่ายให้ประชาชน เพื่อให้มีกำลังในการจับจ่ายใช้สอย โดยจะเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ “คนละครึ่งพลัส” ตั้งแต่วันที่ 20 ตุลาคม ถึง 26 ตุลาคม 2568 (เวลา 06.00 – 22.00 น.)

ผู้ได้รับสิทธิสามารถใช้สิทธิได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึง 31 ธันวาคม 2568 (เวลา 06.00 – 23.00 น.) ซื้ออาหาร เครื่องดื่ม สินค้า และบริการที่กำหนดจากร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการฯ นอกจากนี้ ยังสามารถใช้สิทธิซื้ออาหารหรือเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (Food Delivery Platform) ที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ได้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน ถึง 31 ธันวาคม 2568 (เวลา 06.00 – 21.00 น.)

ไทม์ไลน์การใช้สิทธิ “คนละครึ่งพลัส” สำหรับประชาชนทั่วไป

  • วันนี้ ติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง และเปิดบริการ G-Wallet
  • 20 ต.ค. 68 เปิดลงทะเบียนประชาชนเข้าร่วมโครงการวันแรกผ่านแอปฯ เป๋าตัง ระหว่างเวลา 06.00-22.00 น. ของทุกวัน
  • 26 ต.ค. 68 สิ้นสุดการลงทะเบียนของประชาชน เข้าร่วมโครงการผ่านแอปฯ เป๋าตังฯ ระหว่างเวลา 06.00-22.00 น. ของทุกวัน
  • 29 ต.ค. 68 เริ่มใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัสวันแรก ตั้งแต่เวลา 06.00-23.00 น. ของทุกวัน
  • 7 พ.ย. 68 ประชาชนเริ่มใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส ฟู้ดเดลิเวอรี่วันแรก ตั้งแต่เวลา 06.00-21.00 น. ของทุกวัน
  • 11 พ.ย. 68 กรุณาใช้สิทธิครั้งแรกภายในเวลา 23.00 น. เพื่อไม่ให้ถูกตัดสิทธิตามเงื่อนไขของโครงการ
  • 31 ธ.ค. 68 สิ้นสุดโครงการ เวลา 23.00 น.

สำหรับการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” จะเปิดให้ลงทะเบียน 20 ล้านสิทธิ หรือจนกว่าจะครบวงเงินสิทธิในวงเงินไม่เกิน 44,000 ล้านบาท หรือถึงปิดลงทะเบียนวันสุดท้ายในวันที่ 26 ตุลาคม 2568 แล้วแต่เกณฑ์ใดจะถึงก่อน

ขั้นตอนลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง สำหรับผู้ไม่เคยใช้ “คนละครึ่ง”

ขั้นตอนการติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง และลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส

เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” เรามาดูขั้นตอนการติดตั้งแอปฯ เป๋าตังกันก่อน:

1. เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play หรือ Play Store

2. พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง” ในช่องค้นหา 

3. เลือก “GET” หรือ เลือก “ติดตั้ง”

4. เมื่อติดตั้งเสร็จ เปิดแอปฯ เป๋าตัง

5. ให้ความยินยอมจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน 

6. เตรียมบัตรประชาชน

7. ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน

8. ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP

9. ใส่รหัส OTP 6 หลักที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือ

10. กรอกข้อมูลบัตรประชาชน

11. เลือกวิธียืนยันตัวตน ด้วยบัญชี Krungthai NEXT หรือ ยืนยันตัวตนด้วย การสแกนใบหน้า

วิธียืนยันตัวตนด้วยบัญชี Krungthai NEXT

1. เข้าสู่ Krungthai NEXT

2. ระบุรหัส PIN Krungthai NEXT

3. กดปุ่มดำเนินการบนแอปฯ เป๋าตัง

4. กรอกรหัส OTP (OTP จะถูกส่งไปที่เบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับ Krungthai NEXT)

5. ตั้งค่ารหัส PIN

6. ยืนยันรหัส PIN

ลูกค้าต้องใช้บัญชี Krungthai NEXT ที่มีหมายเลขบัตรประชาชนเดียวกับแอปฯเป๋าตัง

กรณียืนยันตัวตนด้วยการสแกนใบหน้า

1. เตรียมสแกนใบหน้า

2. สแกนใบหน้า สามารถข้ามได้ หากโทรศัพท์ไม่มีกล้อง/ชำรุด

3. ตั้งค่ารหัส PIN

4. ยืนยันรหัส PIN

5. เปิดการใช้งานระบบสแกนใบหน้า หรือ สแกนลายนิ้วมือ

6. ยอมรับ เงื่อนไขการใช้งานแอปฯ เป๋าตัง (ผู้ขอใช้บริการต้องยอมรับเท่านั้น)

7. แสดงหน้าจอเฉพาะความยินยอมที่ผู้ใช้งานไม่เคยตอบ (การตอบคือการให้ความยินยอมหรือไม่ให้ความยินยอมก็ได้)

8. ขณะระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้งาน จะพบข้อความบนการ์ดว่า “กำลังตรวจสอบข้อมูล”

9. หากลงทะเบียนสำเร็จ จะแสดงการ์ด Wallet ดังภาพ เพื่อให้สมัครใช้บริการ

ขั้นตอนการลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัส ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

สำหรับขั้นตอนการลงทะเบียนรับสิทธิโครงการคนละครึ่งพลัส ของผู้ที่ไม่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง เฟส5 มาก่อน มีขั้นตอนดังนี้

1. เข้าแอปฯ เป๋าตัง เลือกแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส (แบนเนอร์จะอยู่ที่หน้าแรก และหน้า G-Wallet)

2. อ่านรายละเอียดเงื่อนไขโครงการ จากนั้นกด “ลงทะเบียน”

3. ตรวจสอบคุณสมบัติ สามารถดูผลได้ที่ SMS และการแจ้งเตือนบนแอปฯ เป๋าตัง ภายใน 3 วัน

4.  กรณีได้รับสิทธิ จะได้รับข้อความเตือนผ่านแอปฯ เป๋าตัง 

5. แอปฯ เป๋าตัง จะแสดงข้อความการได้รับสิทธิ และวันที่เริ่มใช้สิทธิตามโครงการ รวมถึงจำนวนเงินที่ได้รับ โดยผู้ที่ไม่ได้ยื่นแบบภาษี จะได้รับ 2,000 บาท ส่วนผู้ที่ยื่นแบบภาษี จะได้รับ 2,400 บาท จากนั้นกดปุ่ม “ตกลง”

6. เริ่มใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. เวลา 06.00 น. – 23.00 น.

กรณีลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ไม่สำเร็จ จะมี SMS แจ้งเตือนว่า “ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัสไม่สำเร็จ เนื่องจากคุณสมบัติของคุณไม่ตรงตามเงื่อนไขโครงการ”

หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการเตรียมตัวลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” นะคะ อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์และเตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสดี ๆ ที่รัฐบาลมอบให้ค่ะ

ที่มา – ขั้นตอนลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ผ่านแอปฯ เป๋าตัง สำหรับผู้ไม่เคยใช้ “คนละครึ่ง”

“ยุทธพร” ชี้ คนละครึ่งพลัส กระตุ้นเศรษฐกิจ

“รศ.ดร.ยุทธพร” มองว่าโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เหมาะสมกับรัฐบาลที่มีระยะเวลา 4 เดือน

เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 รศ.ดร.ยุทธพร อิสระชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้กล่าวถึงโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ของรัฐบาล ซึ่งได้เริ่มต้นให้ร้านค้าลงทะเบียนแล้ว

รศ.ดร.ยุทธพร มองว่าโครงการนี้มีความน่าสนใจและมีศักยภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น ถึงแม้จะไม่ใช่นโยบายใหม่ แต่เป็นการนำโครงการที่ประชาชนคุ้นเคยกันดีกลับมาปรับปรุงให้เข้ากับบริบททางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าถูกจังหวะเวลาอย่างยิ่ง เพราะรัฐบาลชุดนี้เพิ่งเข้ามาบริหารประเทศได้ไม่ถึง 4 เดือน

ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจยังคงซบเซา การนำมาตรการในลักษณะนี้กลับมาใช้อีกครั้ง ถือเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสม เพราะสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจ การนำโครงการเก่ากลับมาพร้อมกับการปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนและอุดช่องว่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต จึงเป็นการใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ที่ผ่านมาให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนสามารถ “เดินต่อได้ก่อน” ในขณะที่ภาคธุรกิจฐานรากก็มีเงินหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.ยุทธพร ได้ย้ำว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีความยั่งยืนในระยะยาว จำเป็นที่จะต้องดำเนินควบคู่ไปกับการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในด้านระบบการผลิต การกระจายรายได้ และความเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากรทางเศรษฐกิจของประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมทั้งเสนอแนะให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นในอนาคต

ดังนั้น โครงการคนละครึ่งพลัสจึงเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ แต่ในระยะยาวนั้น จะต้องมีการวางแผนกันอีกครั้ง เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน

โครงการคนละครึ่งพลัส: จุดเริ่มต้นกระตุ้นเศรษฐกิจ

โครงการคนละครึ่งพลัสกลับมาอีกครั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แต่คำถามที่หลายคนอาจสงสัยคือ โครงการนี้จะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจได้อย่างไร และมีปัจจัยอะไรบ้างที่จะส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการนี้

ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า โครงการคนละครึ่งพลัสมีวัตถุประสงค์หลักคืออะไร วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน โดยรัฐบาลจะช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่ง และประชาชนจ่ายเองอีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและเพิ่มกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ

ข้อดีของคนละครึ่งพลัส

  • ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
  • เพิ่มกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ
  • สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย
  • ส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ

อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ก็มีข้อจำกัดบางประการที่ต้องพิจารณา เช่น โครงการนี้อาจไม่ได้ส่งผลดีต่อทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียมกัน และอาจมีบางกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้มากกว่ากลุ่มอื่น ๆ นอกจากนี้ โครงการนี้อาจมีผลกระทบต่อเงินเฟ้อได้ หากอุปสงค์เพิ่มขึ้นเร็วกว่าอุปทาน

เพื่อให้โครงการคนละครึ่งพลัสประสบความสำเร็จ รัฐบาลควรดำเนินการควบคู่ไปกับมาตรการอื่น ๆ เช่น การส่งเสริมการลงทุน การพัฒนาทักษะแรงงาน และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการกระจายผลประโยชน์ของโครงการอย่างทั่วถึง เพื่อให้ทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ

โดยสรุปแล้ว โครงการคนละครึ่งพลัสเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น่าสนใจ แต่รัฐบาลควรดำเนินการด้วยความระมัดระวังและพิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ เพื่อให้โครงการนี้สามารถสร้างผลประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน

โครงการคนละครึ่งพลัสเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งและยั่งยืนสำหรับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว

ที่มา – “ยุทธพร” ชี้ คนละครึ่งพลัส เหมาะกับรัฐบาล 4 เดือน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ

ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส 2568: อัปเดตล่าสุด!

คนละครึ่งพลัส 2568 อัปเดตเงื่อนไขล่าสุด เช็กชัดๆ 3 กลุ่มที่อดรับสิทธิ์มีใครบ้าง พร้อมแนะวิธีลงทะเบียนสำหรับ “ผู้ที่เคยรับสิทธิ์” และ “ผู้ที่ไม่เคยรับสิทธิ์” โครงการคนละครึ่งเฟส 5

โครงการคนละครึ่งพลัส เป็นโครงการตามนโยบายของรัฐบาล โดยภาครัฐจะร่วมจ่ายค่าสินค้าและบริการบางประเภทให้แก่ประชาชนที่เข้าร่วมโครงการ เพื่อลดรายจ่ายให้ประชาชนมีกำลังจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น และสร้างรายได้แก่ร้านค้ารายย่อย นำไปสู่การกระตุ้นและฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย

คุณสมบัติผู้เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส

1. เป็นผู้มีสัญชาติไทย

2. มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

3. มีบัตรประจำตัวประชาชน

4. ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568

5. ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิ์หรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่
(1) โครงการคนละครึ่ง (2) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2 (3) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 (4) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ (5) โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

สิทธิ์โครงการคนละครึ่งพลัส ใครได้เท่าไหร่บ้าง

สำหรับกลุ่มผู้ได้รับสิทธิ์ 2,400 บาท

คือ ประชาชนผู้ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้มีเงินได้กรณีทั่วไป (ภ.ง.ด. 90) แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงาน ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร ประเภทเดียว (ภ.ง.ด. 91) หรือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ได้รับสิทธิ์ลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด. 95) ของปีภาษี 2567 ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568

สำหรับกลุ่มผู้ได้รับสิทธิ์ 2,000 บาท

คือ ประชาชนผู้ไม่ยื่น แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาข้างต้น

ช่องทางลงทะเบียนสิทธิ์ผ่านแอปฯ เป๋าตัง

ผู้ที่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง

ผู้ที่ไม่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง

วิธีลงทะเบียนและใช้สิทธิ์โครงการคนละครึ่งพลัส

เริ่มลงทะเบียนสำหรับประชาชน ผ่านแอปฯ เป๋าตัง วันที่ 20 – 26 ตุลาคม 2568 เวลา 06:00 – 22:00 น.

“ผู้ที่ไม่เคยรับสิทธิ์” โครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565)

1. อัปเดตแอปฯ “เป๋าตัง” เป็นเวอร์ชันล่าสุด และเปิดใช้งาน G Wallet

2. เข้าแอปฯ “เป๋าตัง” และกดที่แบนเนอร์ “โครงการคนละครึ่งพลัส”

3. ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข และยืนยันลงทะเบียน

4. แจ้งผลการลงทะเบียนผ่านการแจ้งเตือนบนแอปฯ เป๋าตัง และ SMS (ภายใน 3 วัน)

5. เติมเงินเข้า G Wallet ก่อนเริ่มใช้สิทธิ์

6. เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06:00 – 23:00 น.

7. ตรวจประวัติการใช้สิทธิ์คงเหลือบนแอปฯ เป๋าตัง

“ผู้ที่เคยรับสิทธิ์” โครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565)

1. อัปเดตแอปฯ เป๋าตัง เป็นเวอร์ชันล่าสุด และเปิดใช้งาน G Wallet

2. เข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดที่แบนเนอร์ “โครงการคนละครึ่งพลัส”

3. ยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไข และยืนยันลงทะเบียน

4. แจ้งผลการลงทะเบียนผ่าน การแจ้งเตือนบนแอปฯ เป๋าตัง

5. เติมเงินเข้า G Wallet ก่อนเริ่มใช้สิทธิ์

6. เริ่มใช้สิทธิ์ได้ตั้งแต่ วันที่ 29 ตุลาคม – 31 ธันวาคม 2568 เวลา 06:00 – 23:00 น.

7. ตรวจประวัติการใช้สิทธิ์คงเหลือบนแอปฯ เป๋าตัง

ใครบ้างอดรับสิทธิ์คนละครึ่งพลัส

หลายคนอาจสงสัยว่าใครบ้างที่จะไม่ได้รับสิทธิ์ในโครงการคนละครึ่งพลัส 2568 นี้ มาดูกันว่ามีกลุ่มไหนบ้าง:

  • ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ : ประชาชนผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะไม่สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้
  • ผู้ที่ถูกระงับสิทธิ์ / ถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐบาล : ประชาชนผู้ที่ถูกสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ระงับสิทธิ์หรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐบาล ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง, โครงการคนละครึ่งเฟส 2, โครงการคนละครึ่งเฟส 3, โครงการคนละครึ่งเฟส 4, โครงการคนละครึ่งเฟส 5
  • ผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน : กลุ่มคนไม่มีสมาร์ทโฟน ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มของผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ได้รับสิทธิ์เติมเงินในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐคนละ 1,700 บาท รวมกับเงินที่รับอยู่แล้ว 300 บาท ทำให้กลุ่มบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้เงิน 2,000 บาท จะไม่ได้สิทธิ์คนละครึ่งพลัส.

สำหรับใครที่กำลังจะลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส 2568 อย่าลืมตรวจสอบสิทธิ์ของตัวเองให้ดีก่อนนะครับ เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสดีๆ จากรัฐบาล

อัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับการลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส 2568

โครงการคนละครึ่งพลัส 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น่าสนใจ ใครที่เข้าเงื่อนไขก็อย่าลืมไปลงทะเบียนกันนะครับ!

ที่มา – ลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส 2568 อัปเดตเงื่อนไขล่าสุด ย้ำ 3 กลุ่ม อดรับสิทธิ์

คนละครึ่งพลัส: ร้านค้าลงทะเบียนผ่านถุงเงินกรุงไทย

เปิดขั้นตอนการสมัครเป็น “ร้านค้าถุงเงิน” โหลดแบบฟอร์มลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” ผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com ตั้งแต่วันนี้ ถึง 19 ต.ค. 68 

วันที่ 15 ต.ค. 68 วันแรกของการเปิดให้ผู้ประกอบการร้านค้า ลงทะเบียน “ร้านค้าถุงเงิน” ในโครงการคนละครึ่งพลัส (โครงการฯ) ซึ่งจะสามารถลงทะเบียนได้จนถึงวันที่ 19 ต.ค.นี้  โดยมีรายละเอียดประเภทร้านค้า และการลงทะเบียนร้านค้า ดังนี้

  • ประเภทร้านค้าลงทะเบียน “ร้านค้าถุงเงิน”

1. เป็นผู้ประกอบการร้านค้าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการร้านค้าฯ) ดังนี้

1.1 ผู้ประกอบการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ

1.2 ร้านค้าธงฟ้าราคาประหยัดพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น (ร้านค้าธงฟ้าฯ) ที่ไม่ใช่นิติบุคคล เว้นแต่เป็นร้านค้าธงฟ้าฯ ของสหกรณ์ตามพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม หรือ

1.3 ร้านค้าของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตามพระราชบัญญัติกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ พ.ศ. 2547 (พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ) หรือ

1.4 ร้านค้าของวิสาหกิจชุมชนตามพระราชบัญญัติส่งเสริมวิสาหกิจชุมชน พ.ศ. 2548 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ) 

ทั้งนี้ ต้องไม่เป็นร้านค้าที่มีลักษณะเป็นร้านสะดวกซื้อที่เป็นธุรกิจแฟรนไชส์ และต้องมีการประกอบการที่สามารถตรวจสอบได้

2. เป็นผู้ประกอบการบริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม ที่มีสัญชาติไทย (ผู้ประกอบการบริการฯ) ดังนี้

2.1 ผู้ประกอบการบริการที่ไม่ใช่นิติบุคคล หรือ

2.2 ผู้ประกอบการบริการของกองทุนหมู่บ้านหรือกองทุนชุมชนเมืองตาม พ.ร.บ. กองทุนหมู่บ้านฯ หรือ

2.3 ผู้ประกอบการบริการของวิสาหกิจชุมชนตาม พ.ร.บ. ส่งเสริมวิสาหกิจชุมชนฯ 

ทั้งนี้ ต้องมีสถานประกอบการเป็นหลักแหล่งและตรวจสอบได้ และกรณีเป็นผู้ประกอบการบริการนวด สปา จะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

3. เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะ ที่มีสัญชาติไทยและไม่ใช่นิติบุคคล (ผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ) ดังนี้

3.1 ผู้ประกอบการประเภทรถยนต์รับจ้างบรรทุกคนโดยสารไม่เกินเจ็ดคน (TAXI – METER) รถตู้โดยสารประจำทางที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย รถยนต์สามล้อสาธารณะ รถสองแถวรับจ้าง และรถจักรยานยนต์สาธารณะ ทั้งนี้ ผู้ขับขี่ต้องมีใบขับขี่รถสาธารณะที่ถูกต้องตามกฎหมาย 

3.2 ผู้ประกอบการรถรับจ้างขนส่งผู้โดยสารที่สามารถตรวจสอบได้ เช่น สามล้อถีบ เป็นต้น

3.3 เป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะ ได้แก่ รถไฟฟ้าในเขตเมือง รถไฟ รถโดยสารประจำทางสาธารณะ และเรือโดยสารสาธารณะ (ผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ)

3.4 เป็นนิติบุคคลขนาดเล็ก เฉพาะที่เป็นบริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลที่ตั้งขึ้นตามกฎหมายไทยที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บริษัทหรือห้างหุ้นส่วนนิติบุคคลตามมาตรา 68 และงบการเงินตามมาตรา 69 แห่งประมวลรัษฎากร (ภ.ง.ด. 50) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชี 2567 ซึ่งขายอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไป หรือให้บริการนวด สปา ทำเล็บ ทำผม และให้บริการขนส่งสาธารณะ โดยมีรายได้ไม่เกิน 1.8 ล้านบาท ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 กันยายน 2568 ทั้งนี้ ผู้ให้บริการนวด สปา หรือผู้ให้บริการขนส่งสาธารณะจะต้องได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย

3.5 ร้านค้าจะต้องไม่เป็นผู้ที่ถูกสำนักงานเศรษฐกิจการคลังระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 1 – 5 

การสมัครใช้บริการ แอปฯ ถุงเงิน

  • มีบัญชีออมทรัพย์ หรือกระแสรายวันของธนาคารกรุงไทย
  • เป็นบุคคลธรรมดาสัญชาติไทย หรือเป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย และยังประกอบกิจการอยู่
  • มีที่อยู่ที่ธนาคารสามารถติดต่อร้านค้าได้โดยตรง และมีเบอร์โทรศัพท์ที่สามารถติดต่อได้สะดวก

** เงื่อนไขอื่นๆ เป็นไปตามที่ธนาคารกำหนด **

การลงทะเบียนร้านค้าถุงเงิน ในโครงการคนละครึ่งพลัส

1. กรณีเป็นผู้ประกอบการที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” 

2. กรณีเป็นผู้ประกอบการร้านค้าฯ ผู้ประกอบการบริการฯ หรือผู้ประกอบการด้านขนส่งสาธารณะฯ นอกเหนือจากที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ผ่านสาขาของธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) (ธ. กรุงไทยฯ)

3. กรณีเป็นผู้ประกอบการด้านขนส่งมวลชนสาธารณะฯ นอกเหนือจากที่เคยเข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 สามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการฯ ด้วยการเปิดใช้งานแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โดยตรงกับธนาคารกรุงไทย

ทั้งนี้ กรณีผู้ประกอบการตามข้อ 1 และข้อ 2 หากไม่ปรากฏข้อมูลการประกอบกิจการของผู้ประกอบการดังกล่าวในฐานข้อมูลของหน่วยงานภาครัฐ (ไม่มีแบนเนอร์ “คนละครึ่ง พลัส” ขึ้นแสดงในแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”) จะต้องได้รับการยืนยันว่าร้านค้ามีการประกอบกิจการจริงจากเจ้าหน้าที่ที่กระทรวงมหาดไทยหรือกรุงเทพมหานครมอบหมาย แล้วแต่กรณี ก่อน จึงนำใบสมัครไปยื่นผ่านสาขาธนาคารกรุงไทย

ร้านค้าที่ต้องสมัครผ่านสาขาธนาคารกรุงไทยเท่านั้น

  • ร้านค้าเครื่องใช้ไฟฟ้า/เทคโนโลยี
  • ธุรกิจนำเที่ยว/บริษัททัวร์
  • ธุรกิจค้าทอง/ทองคำรูปพรรณ
  • กลุ่มบริการด้านสุขภาพและการแพทย์
  • ธุรกิจค้าอัญมณี/เพชรพลอย
  • สถาบันการเงิน
  • การศึกษา
  • หน่วยงานรัฐบาล/องค์การมหาชน
  • องค์กร/สมาคม
  • หน่วยรับบริจาค

โดยสามารถตรวจสอบเอกสารที่ต้องใช้ประกอบการสมัครร้านค้าถุงเงินประเภทที่ต้องพิจารณา ตามเงื่อนไขของธนาคาร ที่นี่

วิธีสมัครเข้าร่วมโครงการสำหรับร้านค้าใหม่

1. มีบัญชีธนาคารกรุงไทย
2. สมัครเป็นร้านค้าถุงเงินผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com และดาวน์โหลด/อัปเดตแอปฯ ถุงเงินเป็นเวอร์ชันล่าสุด
3. ตรวจสอบประเภทกิจการและดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร ไปยื่นสมัครกับหน่วยงาน
4. นำเอกสารที่ได้รับการยืนยันแล้ว มายื่นสมัครเข้าร่วมโครงการ ณ จุดให้บริการ
5. ร้านค้าได้รับผลพิจารณาผ่าน SMS
6. เมื่อผ่านเข้าร่วมโครงการ แบนเนอร์คนละครึ่งพลัส จะปรากฏบนแอปฯ ถุงเงิน
7. กดยอมรับข้อตกลงและเงื่องไขโครงการ
8. รับชำระค่าสินค้าและบริการจากประชาชน
9. ตรวจสอบประวัติการรับเงิน บนแอปฯ ถุงเงิน

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มการสมัคร สำหรับร้านค้า

  • โหลดที่นี่ แบบฟอร์มการสมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” สำหรับร้านค้าที่ต้องได้รับการยืนยันการประกอบกิจการ (สำหรับกระทรวงมหาดไทย)
  • โหลดที่นี่ แบบฟอร์มการสมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” สำหรับร้านค้าที่ต้องตรวจสอบคุณสมบัติเฉพาะ (สำหรับธนาคารกรุงไทย)

ขั้นตอนการสมัครเป็น “ร้านค้าถุงเงิน” ผ่านแอปฯ ถุงเงิน

  1. กรอกข้อมูลเข้าใช้งาน กรอกเลขบัตรประชาชน หรือเลขประจำตัวผู้เสียภาษี และเบอร์มือถือเข้าใช้งานถุงเงิน
  2. ยืนยันรหัส OTP ที่ถูกส่งไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ระบุไว้
  3. กรอกข้อมูลร้านค้าที่สามารถติดต่อได้ และเลขบัญชีกรุงไทยที่ใช้รับเงิน
  4. ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมด ก่อนยืนยันสมัครเป็นร้านค้าถุงเงิน
  5. เริ่มใช้งานแอปฯ ถุงเงิน รับเงินด้วย QR พร้อมเพย์ได้ทันที

คนละครึ่งพลัส: ศูนย์ช่วยเหลือสำหรับร้านค้า

  • ติดต่อเกี่ยวกับรายการรับเงินภาครัฐ และการใช้งานแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” โทร. 0 2111 1111 กด 3 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง
  • ตรวจสอบสถานะลงทะเบียนร้านค้า โทร. 0 2111 1122 กด 3 ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการและวันนักขัตฤกษ์ 24 ชั่วโมง
  • สอบถามข้อมูลโครงการฯ: สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง โทร. 0 2273 9020 ต่อ 3510 3238 3313 3512 3532 หรือ 3502 ตั้งแต่วันจันทร์ – ศุกร์ ระหว่างเวลา 08.30 – 16.30 น. ยกเว้นวันหยุดราชการ และวันหยุดนักขัตฤกษ์

สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจเข้าร่วมโครงการคนละครึ่งพลัส อย่าลืมตรวจสอบคุณสมบัติและเตรียมเอกสารให้พร้อม เพื่อให้การลงทะเบียนเป็นไปอย่างราบรื่น และอย่าลืมดาวน์โหลดแบบฟอร์มแบบฟอร์มลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส สำหรับร้านค้า ผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com ให้ถูกต้อง เพื่อความสะดวกในการสมัคร

ที่มา – แบบฟอร์มลงทะเบียน คนละครึ่งพลัส สำหรับร้านค้า ผ่าน www.ถุงเงินกรุงไทย.com

เสียงสะท้อนร้านค้า วันแรกลงทะเบียน “ถุงเงิน” คนละครึ่งพลัส

เปิดเสียงสะท้อนจากร้านค้าต่างๆ ในวันแรกของการลงทะเบียน “ถุงเงิน” ร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ร้านค้าเดิมหลายรายบอกว่าการลงทะเบียนเป็นไปอย่างราบรื่น ใช้เวลาไม่ถึง 2 นาทีก็สำเร็จ แต่ก็มีบางร้านที่ประสบปัญหาลงทะเบียนไม่ได้ ต้องเดินทางไปติดต่อที่ธนาคาร จึงอยากให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาที่ระบบ

วันที่ 15 ตุลาคม 2568 ถือเป็นวันแรกของการเปิดลงทะเบียน “คนละครึ่งพลัส” สำหรับร้านค้า ทั้งร้านค้าใหม่และร้านค้าเดิม ผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน”

ลงทะเบียน “ถุงเงิน” ร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ขั้นตอนไม่ยุ่งยาก

ที่ตลาดประตูเชียงใหม่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ผู้ประกอบการร้านค้าต่างให้ความสนใจเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” พากันเข้าแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อลงทะเบียนกันตั้งแต่เช้า ส่วนใหญ่บอกว่าขั้นตอนไม่ยุ่งยาก ใช้เวลาอัปเดตและยืนยันข้อมูลไม่ถึงสองนาทีก็เสร็จ

นางสาวสิริญา จำนงค์ภักดี แม่ค้าขายอาหารในตลาด กล่าวว่า เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งมาตั้งแต่แรก เมื่อมีโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ก็ไม่ลังเลที่จะเข้าร่วมอีก มองว่าจะช่วยให้ประชาชนประหยัดค่าใช้จ่ายได้ แม้จะไม่ยั่งยืน แต่ก็ช่วยบรรเทาผลกระทบจากค่าครองชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี ส่วนการลงทะเบียนวันนี้ก็ไม่ยุ่งยากและใช้เวลาไม่นานในการยืนยันตัวตน แอปฯ ไม่ค้างหรือสะดุด

จากการสำรวจตลาด ยังมีร้านค้าอีกหลายรายที่ตัดสินใจไม่เข้าร่วมโครงการ เนื่องจากกังวลเรื่องข้อมูลรายได้ แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังจะยืนยันว่าจะไม่เก็บข้อมูลรายได้จากโครงการนี้ แต่หลายคนยังไม่ไว้ใจ กลัวจะมีการเปลี่ยนนโยบายภายหลัง จึงตัดสินใจไม่เข้าร่วมโครงการ

ธนาคารกรุงไทย คนแน่น พ่อค้าแม่ค้าต่อคิวลงทะเบียน “ถุงเงิน” คนละครึ่งพลัส

ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาเมืองชัยนาท มีบรรดาพ่อค้าแม่ค้าร้านค้าต่างๆ มารอต่อคิวลงทะเบียนร้านค้าตั้งแต่ธนาคารยังไม่เปิดทำการ

นายสถาพร วัฒนไพโรจน์รัตน์ ผู้จัดการธนาคารกรุงไทย สาขาเมืองชัยนาท เตรียมการรับมือโดยการแจกบัตรคิว ให้เจ้าหน้าที่คอยให้ข้อมูลและคำปรึกษาเพื่อความรวดเร็ว ส่วนใหญ่อยู่ที่พ่อค้าแม่ค้าลืมรหัสผ่านบ้าง โทรศัพท์ไม่มีสัญญาณอินเทอร์เน็ตบ้าง โทรศัพท์ตกรุ่นบ้าง หรือลืมถ่ายรูปร้านค้า ทางเจ้าหน้าที่ก็ให้คำแนะนำในการแก้ไขปัญหา

บรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า โครงการนี้จะเป็นโครงการที่พลิกฟื้นเศรษฐกิจได้ไม่มากก็น้อย ลงทะเบียนไว้ก็ไม่เสียหาย เพราะยังดีกว่าที่ผ่านมา เศรษฐกิจแย่มาก เพราะโครงการคนละครึ่ง รัฐช่วยจ่ายครึ่ง ประชาชนจ่ายครึ่ง เงินจะหมุนเวียน แต่ครั้งนี้ให้น้อย ก็ยังไม่แน่ใจว่าเงินจะหมุนเวียนมากน้อยแค่ไหน

ร้านค้าเดิมโวยเข้าไม่ได้ ฝากแก้ปัญหาที่ระบบ ดีกว่าให้ไปแออัดที่ธนาคาร

ที่จังหวัดขอนแก่น ร้านค้าส่วนใหญ่ต่างให้ความสนใจสมัครเข้าร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ทั้งร้านค้ารายเก่าและรายใหม่ ที่ร้านติมตูนไอติมโบราณ พบว่าพ่อค้าแม่ค้าในบริเวณใกล้เคียงต่างพากันมาสอบถามและทำการติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” รวมทั้งการอัปเดตข้อมูล หรือการยืนยันตัวตนตามขั้นตอนที่รัฐบาลกำหนด ซึ่งพบว่าบางรายสามารถยืนยันตัวตนและเข้าระบบได้ ในขณะที่บางรายไม่สามารถทำได้ ทั้งที่เคยเข้าร่วมโครงการของรัฐในมาตรการต่างๆ มาโดยตลอด

นางสาวฐิติญาณ จันทนภูผา เจ้าของร้านติมตูน ไอติมโบราณ ขอนแก่น กล่าวว่า ร้านตัดสินใจเข้าร่วมโครงการอีกครั้งเพื่อที่จะเสริมสภาพคล่องและมีรายได้จากโครงการดังกล่าว เพราะที่ผ่านมาก็เข้าร่วมโครงการและมียอดการใช้จ่ายที่มากขึ้นกว่าปกติ ดังนั้น เมื่อรัฐบาลมีนโยบายออกมาจึงตัดสินใจสมัครเข้าร่วมทันที และไม่กังวลเรื่องภาษีเพราะโดยส่วนตัวนั้นชำระอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ยังมีบางร้านที่ลงทะเบียนไม่ได้ ทั้งที่เคยร่วมโครงการกับรัฐบาลในเรื่องต่างๆ มาตลอด ซึ่งรัฐบาลก็ทราบว่าเริ่มเปิดให้ร้านค้าดำเนินการในวันนี้ ทำไมไม่เตรียมตัวให้พร้อม โครงการคนละครึ่งไม่ใช่เรื่องใหม่ ระบบเดิม ธนาคารเดิม แต่ก็ยังมีปัญหาคือร้านเดิมลงทะเบียนไม่ได้ และต้องไปติดต่อธนาคารเอง ลำพังร้านค้ารายใหม่ที่จะไปติดต่อกับธนาคารก็เยอะอยู่แล้ว และยังมีร้านเดิมที่มีปัญหาไปติดต่อกับธนาคารอีก จะยิ่งทำให้เกิดความแออัด อีกทั้งกำหนดระยะเวลาลงทะเบียนร้านค้าเพียง 5 วัน (15-19 ตุลาคม) เท่านั้น ดังนั้นจึงอยากให้ภาครัฐเร่งแก้ไขปัญหาที่ระบบมากกว่า ว่าติดขัดตรงไหน เพื่อให้ร้านค้าสามารถอัปเดตข้อมูลผ่านแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” ได้ทันที

ปัญหาที่พบในการลงทะเบียน “ถุงเงิน” คนละครึ่งพลัส

  • ร้านค้าบางรายไม่สามารถลงทะเบียนผ่านแอปฯ ถุงเงินได้
  • ร้านค้าต้องเดินทางไปติดต่อที่ธนาคารเพื่อแก้ไขปัญหา
  • ระบบอาจมีปัญหาหรือเกิดข้อผิดพลาดในการยืนยันตัวตน
  • ระยะเวลาการลงทะเบียนที่จำกัด อาจทำให้เกิดความแออัด

โครงการ “คนละครึ่งพลัส” เป็นโครงการที่ดีที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่การดำเนินการอาจจะต้องมีการปรับปรุงแก้ไขในเรื่องของระบบการลงทะเบียน เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับร้านค้าต่างๆ ให้สามารถเข้าร่วมโครงการได้อย่างราบรื่นและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ที่มา – เสียงสะท้อนร้านค้า วันแรกลงทะเบียน “ถุงเงิน” ร่วมโครงการ “คนละครึ่งพลัส”

Scroll to top