“รศ.ดร.ยุทธพร” มองว่าโครงการคนละครึ่งพลัส เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เหมาะสมกับรัฐบาลที่มีระยะเวลา 4 เดือน
เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 รศ.ดร.ยุทธพร อิสระชัย อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช ได้กล่าวถึงโครงการ “คนละครึ่งพลัส” ของรัฐบาล ซึ่งได้เริ่มต้นให้ร้านค้าลงทะเบียนแล้ว
รศ.ดร.ยุทธพร มองว่าโครงการนี้มีความน่าสนใจและมีศักยภาพในการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ในระยะสั้น ถึงแม้จะไม่ใช่นโยบายใหม่ แต่เป็นการนำโครงการที่ประชาชนคุ้นเคยกันดีกลับมาปรับปรุงให้เข้ากับบริบททางเศรษฐกิจในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าถูกจังหวะเวลาอย่างยิ่ง เพราะรัฐบาลชุดนี้เพิ่งเข้ามาบริหารประเทศได้ไม่ถึง 4 เดือน
ในสถานการณ์ที่เศรษฐกิจยังคงซบเซา การนำมาตรการในลักษณะนี้กลับมาใช้อีกครั้ง ถือเป็นการตัดสินใจที่เหมาะสม เพราะสามารถกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชนได้ในระยะเวลาอันสั้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้มีรายได้น้อยและผู้ประกอบการรายย่อย ซึ่งเป็นฐานสำคัญของระบบเศรษฐกิจ การนำโครงการเก่ากลับมาพร้อมกับการปรับปรุงแก้ไขจุดอ่อนและอุดช่องว่างที่เคยเกิดขึ้นในอดีต จึงเป็นการใช้ประโยชน์จากประสบการณ์ที่ผ่านมาให้ได้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนสามารถ “เดินต่อได้ก่อน” ในขณะที่ภาคธุรกิจฐานรากก็มีเงินหมุนเวียนเพิ่มมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม รศ.ดร.ยุทธพร ได้ย้ำว่า การขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้มีความยั่งยืนในระยะยาว จำเป็นที่จะต้องดำเนินควบคู่ไปกับการปฏิรูปโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศ ทั้งในด้านระบบการผลิต การกระจายรายได้ และความเป็นธรรมในการเข้าถึงทรัพยากรทางเศรษฐกิจของประชาชนทุกกลุ่ม พร้อมทั้งเสนอแนะให้รัฐบาลให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจอย่างทั่วถึง เพื่อให้พี่น้องประชาชนสามารถพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นในอนาคต
ดังนั้น โครงการคนละครึ่งพลัสจึงเป็นเหมือนจุดเริ่มต้นที่ดีในการสร้างความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจ แต่ในระยะยาวนั้น จะต้องมีการวางแผนกันอีกครั้ง เพื่อให้เศรษฐกิจของประเทศไทยเติบโตอย่างเป็นธรรมและยั่งยืน
โครงการคนละครึ่งพลัส: จุดเริ่มต้นกระตุ้นเศรษฐกิจ
โครงการคนละครึ่งพลัสกลับมาอีกครั้งเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ แต่คำถามที่หลายคนอาจสงสัยคือ โครงการนี้จะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจได้อย่างไร และมีปัจจัยอะไรบ้างที่จะส่งผลต่อความสำเร็จของโครงการนี้
ก่อนอื่น เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่า โครงการคนละครึ่งพลัสมีวัตถุประสงค์หลักคืออะไร วัตถุประสงค์หลักของโครงการนี้คือการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน โดยรัฐบาลจะช่วยออกค่าใช้จ่ายให้ครึ่งหนึ่ง และประชาชนจ่ายเองอีกครึ่งหนึ่ง ซึ่งจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชนและเพิ่มกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ
ข้อดีของคนละครึ่งพลัส
- ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน
- เพิ่มกำลังซื้อในระบบเศรษฐกิจ
- สนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อย
- ส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ
อย่างไรก็ตาม โครงการนี้ก็มีข้อจำกัดบางประการที่ต้องพิจารณา เช่น โครงการนี้อาจไม่ได้ส่งผลดีต่อทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียมกัน และอาจมีบางกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากโครงการนี้มากกว่ากลุ่มอื่น ๆ นอกจากนี้ โครงการนี้อาจมีผลกระทบต่อเงินเฟ้อได้ หากอุปสงค์เพิ่มขึ้นเร็วกว่าอุปทาน
เพื่อให้โครงการคนละครึ่งพลัสประสบความสำเร็จ รัฐบาลควรดำเนินการควบคู่ไปกับมาตรการอื่น ๆ เช่น การส่งเสริมการลงทุน การพัฒนาทักษะแรงงาน และการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน นอกจากนี้ รัฐบาลควรให้ความสำคัญกับการกระจายผลประโยชน์ของโครงการอย่างทั่วถึง เพื่อให้ทุกภาคส่วนของเศรษฐกิจได้รับประโยชน์จากการเติบโตทางเศรษฐกิจ
โดยสรุปแล้ว โครงการคนละครึ่งพลัสเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่น่าสนใจ แต่รัฐบาลควรดำเนินการด้วยความระมัดระวังและพิจารณาผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบคอบ เพื่อให้โครงการนี้สามารถสร้างผลประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน
โครงการคนละครึ่งพลัสเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย สิ่งที่สำคัญกว่าคือการสร้างรากฐานที่แข็งแกร่งและยั่งยืนสำหรับเศรษฐกิจไทยในระยะยาว
ที่มา – “ยุทธพร” ชี้ คนละครึ่งพลัส เหมาะกับรัฐบาล 4 เดือน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ


