คนละครึ่งล่าสุด

อัปเดตล่าสุด! คนละครึ่ง จ่อเพิ่มสิทธิ เช็กเลย

โครงการคนละครึ่ง 2568 อัปเดตล่าสุด จ่อเพิ่มสิทธิให้ทุกกลุ่ม! ไม่ว่าจะเป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือผู้ที่อยู่ในระบบภาษี เตรียมตัวเช็กเงื่อนไขใหม่ล่าสุด ใครจะได้สิทธิเท่าไหร่บ้าง มาดูกันเลย

อีกไม่นานเกินรอ “รัฐบาลอนุทิน” เตรียมออกมาแถลงรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ “คนละครึ่ง” 2568 ที่นำกลับมาปัดฝุ่นใหม่ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจแบบเร่งด่วน คาดว่านโยบายต่างๆ จะเริ่มชัดเจนภายในเดือนตุลาคม 2568 นี้ โดยหลักการเบื้องต้นคือ จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคนในอัตรา 50:50 แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษี หรือยื่นแบบแสดงรายการภาษี อาจจะได้รับการสนับสนุนในอัตราที่สูงกว่า เช่น 60:40 ก็เป็นได้

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาอัปเดตข้อมูลโครงการ คนละครึ่ง ว่า แม้จะยังไม่มีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวทางเบื้องต้นสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิ์ในลักษณะ top up เช่น หากบัตรสวัสดิการให้สิทธิ์ 300 บาท รัฐบาลจะเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อให้ได้รับสิทธิไม่น้อยกว่าประชาชนทั่วไป

นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาถึงการมอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมให้กับผู้ที่อยู่ในระบบภาษี เช่น อาจจะได้รับสิทธิ์ 1,200 บาทต่อคน แทนที่จะเป็น 1,000 บาท ซึ่งรายละเอียดในส่วนนี้ยังต้องรอความชัดเจนอีกครั้ง แต่รับรองว่านโยบายนี้เกิดขึ้นแน่นอน เพราะได้มีการหารือกันถึงแนวทางการปฏิบัติแล้ว

คนละครึ่ง: อัปเดตล่าสุดจ่อเพิ่มสิทธิให้ทุกกลุ่ม

หลายคนอาจจะสงสัยว่าแล้วเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ล่ะ? ยังเข้าใช้งานได้ไหม?

ณ วันที่ 20 กันยายน 2568 พบว่าเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ที่เคยใช้ในโครงการก่อนหน้านี้ ยังไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้ อย่างไรก็ตาม นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ว่าที่ รมช.คลังคนใหม่ ได้เคยโพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “คนละครึ่งอาจถึงเวลาที่ต้องกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้จะกลับมาในเวอร์ชัน คนละครึ่ง 2.0 ให้ประชาชนซื้อขายแบบกระตือรือร้นมากขึ้น” ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีว่าโครงการนี้กำลังจะกลับมาในรูปแบบที่น่าสนใจยิ่งขึ้น

วิธีเตรียมพร้อมสำหรับ คนละครึ่ง: อัปเดตล่าสุด

เพื่อให้ทุกคนไม่พลาดสิทธิประโยชน์จากโครงการ คนละครึ่ง ที่กำลังจะกลับมา เรามาเตรียมความพร้อมกันก่อนดีกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ซึ่งเป็นช่องทางหลักในการใช้จ่าย

วิธีโหลดแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง”

1. เปิดแอปฯ App Store หรือ Google Play หรือ Play Store รองรับโทรศัพท์ที่ใช้ Android 9.0 ขึ้นไป หรือ iPhone ที่มี iOS 15.0 ขึ้นไป

2. พิมพ์ค้นหา “เป๋าตัง” ในช่องค้นหา

3. เลือก “GET” หรือ เลือก “ติดตั้ง”

4. เมื่อติดตั้งเสร็จ เปิดแอปฯ เป๋าตัง

5. ให้ความยินยอมจัดการข้อมูลยืนยันตัวตน

6. เตรียมบัตรประชาชน

7. ถ่ายรูปหน้าบัตรประชาชน เพื่อยืนยันตัวตน

8. ตรวจสอบเลขบัตรประชาชน และกรอกเบอร์โทรศัพท์เพื่อรับรหัส OTP

9. ใส่รหัส OTP 6 หลักที่ได้รับจากโทรศัพท์มือถือ

10. กรอกข้อมูล บัตรประชาชน

11. เลือกวิธียืนยันตัวตน

กรณียืนยันตัวตนด้วยบัญชี Krungthai NEXT

1. เข้าสู่ Krungthai NEXT

2. ระบุรหัส PIN Krungthai NEXT

3. กดปุ่มดำเนินการบนแอปฯ เป๋าตัง

4. กรอกรหัส OTP (OTP จะถูกส่งไปที่เบอร์โทรศัพท์ที่ผูกกับ Krungthai NEXT)

5. ตั้งค่ารหัส PIN

6. ยืนยันรหัส PIN

ทั้งนี้ ผู้สมัครต้องใช้บัญชี Krungthai NEXT ที่มีหมายเลขบัตรประชาชนเดียวกับแอปฯ เป๋าตัง

กรณียืนยันตัวตนด้วย การสแกนใบหน้า

1. เตรียมสแกนใบหน้า

2. สแกนใบหน้า (สามารถข้ามได้ หากโทรศัพท์ไม่มีกล้อง/ชำรุด)

3. ตั้งค่ารหัส PIN

4. ยืนยันรหัส PIN

5. เปิดการใช้งานระบบสแกนใบหน้า หรือ สแกนลายนิ้วมือ

6. ยอมรับ เงื่อนไขการใช้งานแอปฯ เป๋าตัง (ผู้ขอใช้บริการต้องยอมรับเท่านั้น)

7. แสดงหน้าจอเฉพาะความยินยอมที่ผู้ใช้งานไม่เคยตอบ (การตอบคือการให้ความยินยอมหรือไม่ให้ความยินยอมก็ได้)

8. ขณะระบบตรวจสอบข้อมูลผู้ใช้งาน จะพบข้อความบนการ์ดว่า “กำลังตรวจสอบข้อมูล”

9. หากลงทะเบียนสำเร็จ จะแสดงการ์ด wallet ดังภาพ เพื่อให้สมัครใช้บริการ.

โครงการ คนละครึ่ง กำลังจะกลับมาอีกครั้ง เตรียมพร้อมรับสิทธิประโยชน์กันได้เลย! อย่าลืมติดตามข่าวสารอัปเดตล่าสุดจากทางภาครัฐอย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสดีๆ ที่จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันของเรา

ที่มา – อัปเดตล่าสุด “คนละครึ่ง” จ่อเพิ่มสิทธิให้ทุกกลุ่ม เช็กเงื่อนไข ใครได้เท่าไหร่บ้าง

คนละครึ่ง 2568: สิทธิพิเศษบัตรคนจน-คนเสียภาษี

เช็กเงื่อนไขใหม่ “คนละครึ่ง 2568” อัปเดตล่าสุด จ่อเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ผู้อยู่ในระบบภาษี – ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

“คนละครึ่ง 2568” อัปเดตความคืบหน้าล่าสุด ภายหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศสานต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยในระยะสั้น เตรียมที่จะฟื้นโครงการคนละครึ่ง แต่อาจจะมีการปรับเงื่อนไขการลงทะเบียน และสิทธิการใช้จ่าย โดยเน้นสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษี 

ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังได้ให้ความมั่นใจกับ “นโยบายคนละครึ่ง” เมื่อถามว่าประชาชนคาดหวังนโยบายคนละครึ่งเปิดกระเป๋ารอได้เลยใช่หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “รอได้ครับ เดี๋ยวรายละเอียดจะให้ รมว.คลัง ชี้แจงแผนที่เราได้วางเอาไว้และดำเนินการ เมื่อเราเข้ามาบริหารเต็มตัว เพื่อให้ดำเนินการได้เร็วที่สุด” 

ขณะที่ทางด้าน “กระทรวงการคลัง” ได้ออกมายืนยันว่า มีความพร้อมที่จะทำโครงการคนละครึ่งได้ทันที หากมีนโยบายออกมาชัดเจน เพราะขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน

โดยคาดการณ์ว่าโครงการคนละครึ่งฉบับอัปเกรด หรือ “คนละครึ่งอนุทิน” นี้ จะเริ่มใช้ได้ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 โดยใช้งบประมาณปี 2569 ในหมวดงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงินราว 25,000 ล้านบาท

เงื่อนไข “คนละครึ่งอัปเกรด” หรือ “คนละครึ่งพลัส”

ก่อนหน้านี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เคยให้สัมภาษณ์ว่า โครงการคนละครึ่งรอบใหม่จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคน โดยแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

  • ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะได้รับสิทธิพิเศษ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%” หรือรูปแบบ 60:40 โดยกลุ่มนี้จะมีผู้ได้รับสิทธิ ประมาณ 11 ล้านคน
  • ประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิจ่ายคนละครึ่ง หรือ 50:50 โดยประชาชนจ่าย 50% และรัฐช่วยจ่ายอีก 50%

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้สิทธิมากกว่า คือผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษี ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีจริงกับรัฐเท่านั้น โดยเงื่อนไขการใช้จ่ายเบื้องต้นจะไม่แตกต่างจากโครงการเดิมมากนัก แต่อาจมีลูกเล่นใหม่เพิ่มเติมให้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนวงเงินการใช้จ่ายต่อวันและวงเงินรวมของโครงการยังไม่ได้ข้อสรุป

อัปเดตล่าสุด “คนละครึ่งอนุทิน” ใครได้บ้าง

สำหรับเงื่อนไข คนละครึ่ง 2568 ล่าสุด นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เผยว่า ในส่วนของนโยบายคนละครึ่ง กำลังเป็นที่จับตามอง แม้จะยังไม่ได้มีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวทางเบื้องต้น คือ

  • เพิ่มสิทธิผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จ่อรับเงินรวม 1,000 บาท

ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิในลักษณะ top up เช่น หากบัตรสวัสดิการให้สิทธิ 300 บาท รัฐบาลจะเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อไม่ให้น้อยกว่าประชาชนทั่วไป 

  • มอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี

ขณะเดียวกัน ยังมีการพิจารณามอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี เช่น อาจได้รับสิทธิ์ 1,200 บาทต่อคน แทน 1,000 บาท จากนี้ต้องไปดูขั้นตอนทางเทคนิค แต่นโยบายนี้ปฏิบัติแน่ เพราะหารือกันมาถึงแนวทางการปฏิบัติแล้ว

  • ชงเพิ่มวงเงิน 200 บาทต่อวัน

โดยก่อนหน้านี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังได้เปิดเผยอีกว่า ภาคเอกชนได้เสนอให้เพิ่มวงเงินในโครงการคนละครึ่ง จากเดิม 150 บาทต่อวัน เป็น 200 บาทต่อวัน คนที่ใช้แพลตฟอร์ม และมีสิทธิอยู่แล้วจะไม่ต้องลงทะเบียนใหม่เมื่อถึงเวลาสามารถใช้ได้ทันที ส่วนคนที่ยังไม่เคยใช้ต้องลงทะเบียน และสำหรับคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ก็มีระบบออฟไลน์รองรับ

วิธีใช้สิทธิ “คนละครึ่ง 2568” ลงทะเบียนที่ไหน

ทั้งนี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เปิดเผยไว้ว่า การระงับบัญชีม้า จะไม่กระทบกับ “โครงการคนละครึ่ง” ที่เป็นนโยบายของรัฐบาล เพราะโครงการจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน ไม่เกี่ยวข้องกับบัญชี

ทั้งนี้ การลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ “โครงการคนละครึ่ง” ที่ผ่านมาสามารถลงทะเบียนได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ 

  • ลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com
  • ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” พร้อมผูกกับกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีชื่อว่า G-Wallet (กดแถบโครงการคนละครึ่ง) โดยจะต้องเติมเงินเข้าไปก่อนใช้บริการ

อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่ง 2568 ยังต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.

โครงการ “คนละครึ่ง 2568” ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่น่าจับตามอง ซึ่งจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์ต่างๆ ที่รัฐบาลมอบให้นะคะ

ที่มา – “คนละครึ่ง 2568” แย้มเพิ่มสิทธิให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ – อยู่ในระบบภาษี

อัปเดต! คนละครึ่ง ผู้ถือบัตรสวัสดิการฯ รับ 1,000 บ.

อัปเดตล่าสุดเกี่ยวกับโครงการ “คนละครึ่ง”! มีการหารือแนวทางการปฏิบัติแล้ว โดยผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเตรียมเฮ เพราะจ่อรับสิทธิแบบ Top Up เพื่อให้ได้รับสิทธิไม่น้อยกว่าประชาชนทั่วไป งานนี้บอกเลยว่าห้ามพลาดสำหรับใครที่รอคอยโครงการนี้

ความคืบหน้าของโครงการ “คนละครึ่ง 2568” ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลชุดใหม่ นำโดยนายกรัฐมนตรี “อนุทิน ชาญวีรกูล” ที่ต้องการสานต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ในระยะสั้นนี้ เตรียมนำโครงการ “คนละครึ่ง” กลับมาปัดฝุ่นใหม่อีกครั้ง แต่คาดว่าจะมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการลงทะเบียนและสิทธิการใช้จ่ายบางส่วน โดยจะเน้นไปที่การสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษีมากยิ่งขึ้น

เงื่อนไขใหม่ คนละครึ่ง 2568

ก่อนหน้านี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ได้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า โครงการคนละครึ่งรอบใหม่นี้ จะแบ่งสิทธิของผู้เข้าร่วมโครงการออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ ด้วยกัน ได้แก่

  • กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: จะได้รับสิทธิพิเศษในรูปแบบ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%” หรือที่เราเรียกกันว่ารูปแบบ 60:40 โดยคาดว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิในกลุ่มนี้ประมาณ 11 ล้านคน
  • กลุ่มประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: จะได้รับสิทธิในรูปแบบจ่ายคนละครึ่ง หรือ 50:50 นั่นคือ ประชาชนจ่าย 50% และรัฐบาลช่วยจ่ายอีก 50%

ข่าวดี! ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐกับการเติมเงิน “คนละครึ่ง”

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐจะได้รับสิทธิประโยชน์อย่างไรในโครงการ “คนละครึ่ง” รอบนี้

ล่าสุด นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาเปิดเผยว่า นโยบายคนละครึ่ง ถือเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมาก แม้ว่าในขณะนี้จะยังไม่มีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการออกมา แต่มีแนวทางเบื้องต้นว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิในลักษณะของการ Top Up ยกตัวอย่างเช่น หากบัตรสวัสดิการเดิมให้สิทธิอยู่แล้ว 300 บาท รัฐบาลจะเติมเงินให้อีก 700 บาท เพื่อให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐได้รับสิทธิรวมเป็น 1,000 บาท ซึ่งจะไม่น้อยกว่าสิทธิที่ประชาชนทั่วไปได้รับจากโครงการ“คนละครึ่ง”

นอกจากนี้ ยังมีการพิจารณาถึงการมอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมให้กับผู้ที่อยู่ในระบบภาษี ตัวอย่างเช่น อาจจะได้รับสิทธิเป็น 1,200 บาทต่อคน แทนที่จะเป็น 1,000 บาท ซึ่งในขณะนี้ยังต้องพิจารณาถึงขั้นตอนทางเทคนิคต่างๆ อีกครั้ง แต่ยืนยันได้ว่านโยบายนี้จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน เนื่องจากได้มีการหารือกันถึงแนวทางการปฏิบัติเรียบร้อยแล้ว

โครงการ “คนละครึ่ง” ในครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่น่าจับตามองอย่างใกล้ชิด เพราะนอกจากจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานรากแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือประชาชนให้สามารถใช้จ่ายได้อย่างคล่องตัวมากขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จะได้รับการเติมเงินให้มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น การปรับปรุงเงื่อนไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และการเพิ่มแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษี จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้โครงการนี้ประสบความสำเร็จและสร้างประโยชน์สูงสุดแก่ทุกฝ่าย

โดยรวมแล้ว โครงการ “คนละครึ่ง” รอบใหม่นี้มีความน่าสนใจและน่าติดตามเป็นอย่างยิ่ง การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือประชาชนทุกกลุ่ม และการปรับปรุงเงื่อนไขให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการกระตุ้นเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น

ดังนั้น ใครที่กำลังรอคอยโครงการนี้อยู่ ก็เตรียมตัวให้พร้อม ติดตามข่าวสารและรายละเอียดต่างๆ อย่างใกล้ชิด เพื่อไม่ให้พลาดโอกาสในการเข้าร่วมโครงการดีๆ ที่จะช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไปพร้อมๆ กัน

ที่มา – อัปเดต “คนละครึ่ง” ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จ่อรับสิทธิรวม 1,000 บาท

คนละครึ่ง 2568: อัปเดตล่าสุด สิทธิประโยชน์เพิ่มเติม

อัปเดตล่าสุด “คนละครึ่ง 2568” จ่อเพิ่มสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม “ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี” แย้มอาจได้รับสิทธิ 1,200 บาทต่อคน

ความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่ง” ภายหลังจาก “รัฐบาลอนุทิน” มีแนวคิดที่จะนำกลับมาปัดฝุ่น เพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วนอีกครั้ง โดย “กระทรวงการคลัง” มีความพร้อมที่จะทำโครงการคนละครึ่งได้ทันที หากมีนโยบายออกมาชัดเจน เพราะขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน

เงื่อนไข “คนละครึ่งอัปเกรด” หรือ “คนละครึ่งพลัส” หรือ “คนละครึ่ง 2568”

ก่อนหน้านี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า โครงการคนละครึ่งรอบใหม่จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคนในอัตรา 50:50 แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีจะได้รับการสนับสนุนในอัตราที่สูงกว่า อาจอยู่ที่ 60:40

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้สิทธิมากกว่า คือผู้ที่อยู่ในระบบภาษีหรือยื่นแบบแสดงรายการภาษี ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีจริงกับรัฐเท่านั้น โดยเงื่อนไขการใช้จ่ายเบื้องต้นจะไม่แตกต่างจากโครงการเดิมมากนัก แต่อาจมีลูกเล่นใหม่เพิ่มเติมให้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนวงเงินการใช้จ่ายต่อวันและวงเงินรวมของโครงการยังไม่ได้ข้อสรุป

คนละครึ่ง 2568 จ่อเพิ่มสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม

ล่าสุด นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เผยว่า ในส่วนของนโยบายคนละครึ่ง กำลังเป็นที่จับตามอง แม้จะยังไม่ได้มีการประกาศรายละเอียดอย่างเป็นทางการ แต่มีแนวทางเบื้องต้นว่า ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิ์ในลักษณะ top up เช่น หากบัตรสวัสดิการให้สิทธิ์ 300 บาท รัฐบาลจะเติมให้อีก 700 บาท รวมเป็น 1,000 บาท เพื่อไม่ให้น้อยกว่าประชาชนทั่วไป

ขณะเดียวกัน ยังมีการพิจารณามอบสิทธิประโยชน์เพิ่มเติมแก่ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี เช่น อาจได้รับสิทธิ์ 1,200 บาทต่อคน แทน 1,000 บาท จากนี้ต้องไปดูขั้นตอนทางเทคนิค แต่นโยบายนี้ปฏิบัติแน่ เพราะหารือกันมาถึงแนวทางการปฏิบัติแล้ว

รายละเอียดที่น่าสนใจของ คนละครึ่ง 2568

จากข้อมูลข้างต้น สิ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับโครงการ “คนละครึ่ง 2568” คือ การพิจารณาเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับผู้ที่อยู่ในระบบภาษี ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีในการสนับสนุนให้ประชาชนหันมาให้ความสำคัญกับการยื่นภาษีมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการได้รับสิทธิประโยชน์ที่มากขึ้น หรือการได้รับการเติมเงินเพิ่มในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นแรงจูงใจที่สำคัญ

นอกจากนี้ การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับผู้ที่อยู่ในระบบภาษี ยังเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจในการส่งเสริมการจัดเก็บภาษีที่เป็นธรรมและมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาประเทศในระยะยาวได้อีกด้วย

ถึงแม้ว่ารายละเอียดของโครงการ “คนละครึ่ง 2568” จะยังไม่ชัดเจนทั้งหมด แต่ก็เป็นที่แน่นอนแล้วว่า รัฐบาลกำลังพิจารณาแนวทางในการปรับปรุงและพัฒนาโครงการให้ดียิ่งขึ้น เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพราะฉะนั้น ต้องติดตามข่าวสารกันอย่างใกล้ชิด ว่าจะมีรายละเอียดใดเพิ่มเติมบ้าง และเราจะสามารถเข้าร่วมโครงการได้อย่างไร

และที่สำคัญก็คือ เตรียมตัวให้พร้อม หากมีการเปิดให้ลงทะเบียน ก็อย่ารอช้า รีบลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิประโยชน์จากโครงการ “คนละครึ่ง 2568” กันได้เลย เพราะโครงการดีๆ แบบนี้ ไม่ได้มีมาบ่อยๆ นะคะ

ที่มา – คนละครึ่ง 2568 อัปเดตล่าสุด จ่อเพิ่มสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม ผู้ที่อยู่ในระบบภาษี

อัปเดต คนละครึ่ง 2568: เงื่อนไขล่าสุด วงเงินใหม่

เตรียมอัปเดต คนละครึ่ง 2568! พบกับเงื่อนไขล่าสุดที่แบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ พร้อมข่าวดีเรื่องการพิจารณาเพิ่มวงเงินเป็น 200 บาทต่อวัน จากเดิม 150 บาทต่อวัน

ความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่ง 2568” ภายใต้การนำของรัฐบาล ที่มีนโยบายสานต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง โดยในระยะสั้น มีแนวโน้มที่จะนำโครงการ “คนละครึ่ง” กลับมาปรับปรุงใหม่ ซึ่งอาจมีการปรับเปลี่ยนเงื่อนไขการลงทะเบียน รวมถึงสิทธิประโยชน์ต่างๆ เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาให้ความสำคัญกับการเข้าระบบภาษีมากยิ่งขึ้น

คนละครึ่ง 2568: เงื่อนไขใหม่ที่ต้องรู้

ท่านปลัดกระทรวงการคลัง คุณลวรณ แสงสนิท ได้เคยให้ข้อมูลว่า โครงการคนละครึ่งในรอบใหม่นี้ จะมีการแบ่งผู้ได้รับสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่

  • กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา: กลุ่มนี้จะได้รับสิทธิพิเศษในรูปแบบ “รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่ายเอง 40%” หรือที่เรียกว่ารูปแบบ 60:40 โดยคาดการณ์ว่าจะมีผู้ได้รับสิทธิในกลุ่มนี้ประมาณ 11 ล้านคน
  • กลุ่มประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ: กลุ่มนี้จะยังคงได้รับสิทธิในรูปแบบเดิม คือ จ่ายคนละครึ่ง หรือ 50:50 โดยประชาชนจ่าย 50% และภาครัฐสนับสนุนอีก 50%

ข่าวดี! เตรียมชงเพิ่มวงเงิน คนละครึ่ง 2568 เป็น 200 บาทต่อวัน

ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้ โครงการ “คนละครึ่ง” เดิม มุ่งเน้นไปที่การฟื้นฟูเศรษฐกิจในระดับฐานราก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ประกอบการรายย่อย อาทิ กลุ่มหาบเร่ แผงลอย เพื่อส่งเสริมให้พวกเขามีรายได้จากการขายสินค้าที่เพิ่มมากขึ้น โดยภาครัฐจะร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปในสัดส่วน 50% ผ่านทางแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยมีการจำกัดวงเงินใช้จ่ายอยู่ที่ ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือสูงสุดไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาของโครงการ

สำหรับ “คนละครึ่งรอบใหม่” หรือ คนละครึ่ง 2568 นั้น คุณสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ให้ข้อมูลว่า ทางภาคเอกชนได้มีการเสนอให้พิจารณาเพิ่มวงเงินในโครงการคนละครึ่ง จากเดิม 150 บาทต่อวัน เป็น 200 บาทต่อวัน นอกจากนี้ ยังมีข่าวดีสำหรับผู้ที่เคยใช้แพลตฟอร์มและมีสิทธิอยู่แล้ว คือ ไม่จำเป็นต้องลงทะเบียนใหม่เมื่อถึงเวลาเปิดให้ใช้งาน สามารถใช้สิทธิได้ทันที ส่วนผู้ที่ไม่เคยใช้งานมาก่อน จะต้องทำการลงทะเบียนเพื่อเข้าร่วมโครงการ และสำหรับผู้ที่ไม่มีสมาร์ทโฟน ทางโครงการก็จะมีระบบออฟไลน์รองรับเพื่ออำนวยความสะดวกอีกด้วย

ทั้งนี้ คาดการณ์ว่า โครงการคนละครึ่ง 2568 จะเริ่มเปิดให้ใช้งานได้ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 โดยจะมีการจัดสรรงบประมาณจากปี 2569 ในหมวดงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ เป็นจำนวนเงินประมาณ 25,000 ล้านบาท

โครงการคนละครึ่ง 2568 นี้ ถือเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่น่าสนใจจากภาครัฐ ซึ่งหากมีการปรับเพิ่มวงเงินจริง จะช่วยกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนได้มากยิ่งขึ้น และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ

ที่มา – อัปเดต “คนละครึ่ง 2568” เช็กเงื่อนไขล่าสุด ชงเพิ่มวงเงิน 200 บาทต่อวัน

“ธีระชัย” เตือน! ฟื้น “คนละครึ่ง” ต้องคิดถึงหนี้

“ธีระชัย” เตือนฟื้น “คนละครึ่ง” ต้องคำนึงหนี้สาธารณะ-จุดประสงค์โครงการ

“ธีระชัย” อดีต รมว.คลัง เตือนรัฐบาลอนุทิน ฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” ต้องคำนึงถึงหนี้สาธารณะและจุดประสงค์ของโครงการเป็นสำคัญ ยอมรับว่ามีข้อดีหลายอย่าง แต่ควรจะกำหนดวงเงินโดยรวมให้เหมาะสม

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thirachai Phuvanatnaranubala – – ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล แสดงความเห็นเกี่ยวกับโครงการ “คนละครึ่งอนุทิน” เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ว่า โครงการ “คนละครึ่ง” จะถูกวินัยการเงินการคลังหรือไม่ ตามที่รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำโครงการ “คนละครึ่ง” กลับมาใช้นั้น จะต้องคำนึงถึงหลักการวินัยการเงินการคลัง และปัจจัยดังต่อไปนี้:

1. ต้องประกาศแผนใช้คืนหนี้สาธารณะ: ขณะนี้ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะสูงถึง 11.7 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 63.6% ของ GDP แต่ละปี รัฐบาลยังขาดดุลงบประมาณอีก 8 แสนล้านบาท และตัวเลขขาดดุลนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งจะส่งผลให้รัฐบาลต้องกู้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อปิดงบประมาณที่ขาดดุล คาดการณ์ว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะพุ่งขึ้นไปถึงเพดาน 70% ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปีข้างหน้า

ดังนั้น แม้ว่าจะมีงบประมาณเหลือเพียงพอสำหรับรองรับโครงการ “คนละครึ่ง” แต่เนื่องจากงบประมาณขาดดุลในแต่ละปี ทำให้การทำโครงการ “คนละครึ่ง” เป็นการกู้หนี้สาธารณะโดยปริยาย

ในสถานการณ์ปัจจุบัน รัฐบาลจำเป็นต้องพิจารณาน้ำหนักและความจำเป็นเร่งด่วนในหลายด้านที่ต้องการงบประมาณ เช่น การเยียวยาผู้ค้ารายย่อยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และการช่วยเหลือเกษตรกรในการปรับตัวเพื่อรับมือกับมาตรการภาษีของทรัมป์

จึงขอแนะนำให้รัฐบาลชี้แจงให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนก่อนที่จะเดินหน้าโครงการ “คนละครึ่ง” ว่าได้พิจารณาถึงความจำเป็นเร่งด่วนอื่น ๆ และจัดสรรงบประมาณเตรียมพร้อมไว้หรือไม่ เป็นจำนวนเท่าไร รวมถึงรัฐบาลมีแผนการจะหาเงินมาชำระหนี้สาธารณะที่จะเกิดขึ้นจากโครงการ “คนละครึ่ง” นี้อย่างไร และเมื่อใด

2. โครงการที่เป็นรัฐสวัสดิการต้องจำกัดเฉพาะกลุ่มเปราะบาง: รัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าโครงการ “คนละครึ่ง” ของรัฐบาลอนุทินนั้น จะเป็นรัฐสวัสดิการ หรือเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะทั้งสองวัตถุประสงค์นี้มีประเด็นที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับวินัยการเงินการคลังที่แตกต่างกัน

หากมีวัตถุประสงค์เป็นรัฐสวัสดิการ จะต้องจำกัดวงเงินเฉพาะกลุ่มเปราะบางเท่านั้น เพราะการนำภาษีและหนี้สาธารณะของคนไทยทั้งประเทศไปอุดหนุนอย่างไม่ทั่วถึง รวมถึงผู้ที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อยู่แล้ว จะเป็นนโยบายที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการคลัง และเป็นนโยบายที่ทำขึ้นเพียงเพื่อให้ได้รับความนิยมทางการเมืองอย่างกว้างขวาง

ทั้งนี้ รัฐบาลอนุทินไม่ควรเปรียบเทียบกับรัฐบาลประยุทธ์ เพราะวิกฤตโควิดที่ต้องล็อคดาวน์ผู้คนได้สิ้นสุดลงแล้ว และโครงการ “คนละครึ่ง” ของรัฐบาลประยุทธ์ก็ได้เพิ่มหนี้สาธารณะไปมากแล้ว ดังนั้น รัฐบาลอนุทินต้องเข้าสู่ยุคแห่งการประหยัดและหาทางแก้ไขปัญหาหนี้สิน

โครงการ “คนละครึ่ง” จะกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร?

3. โครงการที่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจต้องมุ่งเน้นให้เกิดผลต่อ GDP: หากมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จะต้องมุ่งเป้าไปที่ “กลุ่มคนที่มีศักยภาพ” ที่จะควักกระเป๋าจ่าย “ครึ่ง” เงื่อนไขควรปรับให้แตกต่างจากสมัยรัฐบาลประยุทธ์ โดยต้องกำหนดให้ “กลุ่มคนที่มีศักยภาพ” ควักกระเป๋าจ่าย “ครึ่ง” ก่อน เช่น รัฐบาลจะให้สิทธิ “ครึ่ง” เป็น 2 ระดับ ระดับแรกเมื่อจ่ายเกิน 500 บาท รัฐบาลจะชดเชยให้ 250 บาท และระดับที่สองเมื่อจ่ายเกิน 1,000 บาท รัฐบาลจะชดเชยให้ 500 บาท เป็นต้น

นอกจากนี้ ต้องบังคับให้ “กลุ่มคนที่มีศักยภาพ” เร่งการใช้จ่าย โดยกำหนดเงื่อนไขว่า สิทธิที่รัฐมอบให้ในแต่ละวัน หากผู้รับไม่ใช้สิทธิภายในวันนั้น สิทธิดังกล่าวจะหมดอายุ

ผมสรุปว่าโครงการ “คนละครึ่ง” มีข้อดีหลายอย่าง เช่น ช่วยเหลือพ่อค้ารายย่อย และดำเนินการได้อย่างรวดเร็วเพราะมีระบบพร้อมอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง รัฐบาลมีหน้าที่ต้องใช้จ่ายงบประมาณอย่างประหยัด และรอบคอบ ไม่ใช่ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย และการดำเนินโครงการนี้จะส่งผลให้ตัวเลขขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น เพื่อยึดมั่นในหลักการวินัยการเงินการคลัง รัฐบาลควรที่จะกำหนดวงเงินโดยรวมที่เหมาะสมสำหรับโครงการนี้ และชี้แจงประเด็นดังกล่าวต่อประชาชนอย่างละเอียดและชัดเจนก่อนที่จะดำเนินการ

การพิจารณาข้อดีข้อเสียและความเหมาะสมของโครงการ “คนละครึ่ง” อย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนโดยรวม

ที่มา – “ธีระชัย” เตือนฟื้น “คนละครึ่ง” ต้องคำนึงหนี้สาธารณะ-จุดประสงค์โครงการ

คนละครึ่ง 2568 อัปเดตล่าสุด! ใครได้สิทธิบ้าง?

อัปเดตความคืบหน้า “คนละครึ่ง 2568” กำหนดให้ใช้สิทธิผ่านแอปฯ เช็กเงื่อนไขใหม่ คนเสียภาษีเงินได้- ประชาชนทั่วไป ใครจะได้บ้าง

อัปเดตล่าสุด ความคืบหน้า “คนละครึ่ง 2568” ภายหลังจากที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศสานต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยในระยะสั้น เตรียมที่จะฟื้นโครงการคนละครึ่ง แต่อาจจะมีการปรับเงื่อนไขการลงทะเบียน และสิทธิการใช้จ่าย โดยเน้นสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษี

ซึ่งคาดการณ์ว่าคนละครึ่งฉบับอัปเกรด หรือ “คนละครึ่งอนุทิน” นี้ จะเริ่มใช้ได้ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 โดยใช้งบประมาณปี 2569 ในหมวดงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงินราว 25,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ยังได้ให้ความมั่นใจกับนโยบายคนละครึ่ง เมื่อถามว่าประชาชนคาดหวังนโยบายคนละครึ่งเปิดกระเป๋ารอได้เลยใช่หรือไม่ นายกฯ ตอบว่า “รอได้ครับ เดี๋ยวรายละเอียดจะให้ รมว.คลัง ชี้แจงแผนที่เราได้วางเอาไว้และดำเนินการ เมื่อเราเข้ามาบริหารเต็มตัว เพื่อให้ดำเนินการได้เร็วที่สุด โดยจะให้ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดและวิธีการดำเนินการให้เร็วที่สุด”

อัปเดตคนละครึ่ง 2568 ได้เท่าไร

สำหรับโครงการคนละครึ่ง เป็นหนึ่งในมาตรการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ มีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อกระตุ้นการจับจ่ายใช้สอยภายในประเทศ ด้วยการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ร้านค้ารายย่อยทั่วประเทศ เป็นการสนับสนุนเศรษฐกิจฐานราก และฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศทั้งระบบ

โดยก่อนหน้านี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เผยว่า ภาคเอกชนได้เสนอให้เพิ่มวงเงินในโครงการคนละครึ่ง จากเดิม 150 บาทต่อวัน เป็น 200 บาทต่อวัน คนที่ใช้แพลตฟอร์ม และมีสิทธิอยู่แล้วจะไม่ต้องลงทะเบียนใหม่ เมื่อถึงเวลาสามารถใช้ได้ทันที ส่วนคนที่ยังไม่เคยใช้ต้องลงทะเบียน และสำหรับคนที่ไม่มีสมาร์ทโฟนก็มีระบบออฟไลน์รองรับ

วิธีใช้สิทธิ “คนละครึ่ง 2568” ลงทะเบียนที่ไหน

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้เปิดเผยไว้ว่า การระงับบัญชีม้า จะไม่กระทบกับ “โครงการคนละครึ่ง” ที่เป็นนโยบายของรัฐบาล เพราะโครงการจะดำเนินการผ่านแอปพลิเคชัน ไม่เกี่ยวข้องกับบัญชี

ทั้งนี้ การลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ “โครงการคนละครึ่ง” ที่ผ่านมาสามารถลงทะเบียนได้ 2 ช่องทาง ได้แก่ 

  • ลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com
  • ลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” พร้อมผูกกับกระเป๋าสตางค์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีชื่อว่า G-Wallet (กดแถบโครงการคนละครึ่ง) โดยจะต้องเติมเงินเข้าไปก่อนใช้บริการ

เว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ล่าสุดยังเข้าไม่ได้

ก่อนหน้านี้ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ว่าที่ รมช.คลังคนใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “คนละครึ่งอาจถึงเวลาที่ต้องกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้จะกลับมาในเวอร์ชัน คนละครึ่ง 2.0 ให้ประชาชนซื้อขายแบบกระตือรือร้นมากขึ้น”

แน่นอนว่า ประชาชนจำนวนมาก ต่างค้นหาวิธีลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ กระทั่งล่าสุด วันที่ 17 ก.ย. 2568 ตรวจพบว่าโดเมน www.คนละครึ่ง.com ที่เคยใช้นั้นหายไป ซึ่งขึ้นว่าเป็นเว็บไซต์ไม่มีชื่อ และรายละเอียดที่โชว์ในหน้า google กลายเป็นภาษาจีนที่แปลได้ว่า “จำชื่อผู้ใช้ ลืมรหัสผ่าน? เข้าสู่ระบบ”

ทั้งนี้ อาจจะต้องรอความชัดเจน และรายละเอียดจากรัฐบาลอีกครั้ง เกี่ยวกับช่องทางและเว็บไซต์ในการลงทะเบียน

“คนละครึ่งอนุทิน” เปิดเงื่อนไขใหม่ แบ่งสิทธิเป็น 2 กลุ่ม

สำหรับคนละครึ่งเวอร์ชัน อัปเดตปี 2568 นี้ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เคยให้สัมภาษณ์ว่า โครงการคนละครึ่งรอบใหม่จะแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

  • ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะได้รับสิทธิพิเศษ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%” หรือรูปแบบ 60:40 โดยกลุ่มนี้จะมีผู้ได้รับสิทธิ ประมาณ 11 ล้านคน
  • ประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิจ่ายคนละครึ่ง หรือ 50:50 โดยประชาชนจ่าย 50% และรัฐช่วยจ่ายอีก 50%

ตรวจสอบสิทธิคนละครึ่ง เช็กคุณสมบัติล่าสุด

คุณสมบัติผู้ได้รับสิทธิ คนละครึ่ง 2568

สำหรับเงื่อนไขของผู้ร่วมโครงการคนละครึ่งที่ผ่านมา มีการกำหนดคุณสมบัติของผู้ที่สามารถลงทะเบียนรับสิทธิ์ ดังนี้

1. มีบัตรประจำตัวประชาชน และเป็นบุคคลสัญชาติไทย

2. มีอายุตั้งแต่ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน

3. ไม่เป็นผู้ได้รับสิทธิโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ (ผ่านบัตรประชาชน) และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้

อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่ง 2568 ยังต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ คนละครึ่ง 2568 สามารถติดตามข่าวสารและประกาศจากทางรัฐบาลได้โดยตรง เพื่อให้ไม่พลาดข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

ที่มา – อัปเดต “คนละครึ่ง 2568” ให้ใช้สิทธิผ่านแอปฯ เช็กเงื่อนไขใหม่ ใครได้บ้าง

เปิดหลักเกณฑ์ “คนละครึ่ง 2568” ใครเข้าข่ายบ้าง

อัปเดตโครงการ “คนละครึ่ง 2568” ภายใต้รัฐบาลอนุทิน แบ่งสิทธิเป็น 2 กลุ่ม เช็กเลยใครเข้าเงื่อนไขบ้าง

หลังจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้สานต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยในระยะสั้น เตรียมที่จะฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” แต่อาจจะมีการปรับเงื่อนไขการลงทะเบียน และสิทธิการใช้จ่าย โดยเน้นสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนเข้าสู่ระบบภาษี

คาดว่า “คนละครึ่งอนุทิน” นี้ จะเริ่มใช้ได้ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 นี้ โดยใช้งบประมาณปี 2569 ในหมวดงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจ วงเงินราว 25,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เผยเกี่ยวกับนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจว่า ได้เตรียมพร้อมมาตรการต่าง ๆ ไว้แล้ว ประชาชนสามารถรอได้เลยสำหรับโครงการ “คนละครึ่ง” โดยจะให้ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเป็นผู้ชี้แจงรายละเอียดและวิธีการดำเนินการให้เร็วที่สุด

คนละครึ่ง 2568

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เคยให้สัมภาษณ์ว่า โครงการคนละครึ่งรอบใหม่จะแบ่งสิทธิออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่

– ผู้เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา จะได้รับสิทธิพิเศษ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนจ่ายเอง 40%” หรือรูปแบบ 60:40 โดยกลุ่มนี้จะมีผู้ได้รับสิทธิ ประมาณ 11 ล้านคน

– กลุ่มประชาชนทั่วไปและผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิจ่ายคนละครึ่ง หรือ 50:50 โดยประชาชนจ่าย 50% และรัฐช่วยจ่ายอีก 50%

คนละครึ่ง 2568 ลงทะเบียนอย่างไร?

สำหรับโครงการ “คนละครึ่งรอบใหม่” หรือ คนละครึ่ง 2568 คาดว่าเริ่มใช้ได้เร็วสุด ในเดือนตุลาคม 2568 นี้

นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความเร็วในการแถลงนโยบายจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ด้วย หากรัฐบาลแถลงนโยบายแล้วสามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งจะจบ 30 กันยายนนี้ หากหลังจากนั้นจะต้องไปใช้งบประมาณปี 2569

เช่นเดียวกับ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ตอบคำถามไว้ว่า “โครงการคนละครึ่งจะได้ใช้เร็วสุดเมื่อไรนั้น คิดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ หลังจากมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่

www.คนละครึ่ง.com ยังเข้าไม่ได้

ปฏิเสธไม่ได้ว่า ขณะนี้โครงการคนละครึ่งมีความชัดเจนมากขึ้น ประชาชนต่างนับถอยหลังรอ รัฐบาลอนุทิน กดปุ่มเดินหน้าโครงการคนละครึ่ง ซึ่งหลายคนได้ย้อนกลับไปศึกษารายละเอียดโครงการฯ พร้อมกับค้นหาวิธีการลงทะเบียน ซึ่งเดิมจะเปิดให้ประชาชนลงทะเบียนผ่าน www.คนละครึ่ง.com

แต่ล่าสุด วันที่ 16 ก.ย. 2568 พบว่าโดเมน www.คนละครึ่ง.com ที่เคยใช้นั้นหายไป ซึ่งขึ้นว่าเป็นเว็บไซต์ไม่มีชื่อ และรายละเอียดที่โชว์ในหน้า Google กลายเป็นภาษาจีนที่แปลได้ว่า “จำชื่อผู้ใช้ ลืมรหัสผ่าน? เข้าสู่ระบบ”

โดยก่อนหน้านี้ นายวรภัค ธันยาวงษ์ อดีตกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงไทย ว่าที่ รมช.คลังคนใหม่ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ว่า “คนละครึ่งอาจถึงเวลาที่ต้องกลับมาอีกครั้ง แต่คราวนี้จะกลับมาในเวอร์ชัน คนละครึ่ง 2.0 ให้ประชาชนซื้อขายแบบกระตือรือร้นมากขึ้น”

โครงการ “คนละครึ่ง 2568” ถือเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่หลายคนรอคอย การแบ่งสิทธิเป็น 2 กลุ่มอาจทำให้เกิดความแตกต่างในการเข้าถึง แต่ก็เป็นความพยายามที่จะช่วยเหลือผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด หวังว่ารายละเอียดและเงื่อนไขต่าง ๆ จะมีความชัดเจนในเร็ววัน เพื่อให้ประชาชนได้เตรียมตัวและวางแผนการใช้จ่ายได้อย่างเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม แม้จะดูว่าโครงการคนละครึ่ง มีความคืบหน้าแต่ก็ยังต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป.

ที่มา – เปิดหลักเกณฑ์ “คนละครึ่ง 2568” แบ่งสิทธิเป็น 2 กลุ่ม ใครเข้าเงื่อนไขบ้าง

คนละครึ่ง 2568: อัปเดต! ซื้ออะไรได้บ้าง

อัปเดตความคืบหน้าโครงการ “คนละครึ่ง 2568” นโยบายเรือธงรัฐบาลภูมิใจไทย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย ย้อนดูเงื่อนไข ขอบเขตการใช้จ่าย การซื้อสินค้าและบริการ

จากกรณีแผนเร่งด่วนทันที ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล เข้ามาเป็นนายกรัฐมนตรี โดยมีพรรคภูมิใจไทยเป็นแกนหลักรัฐบาล ประกาศฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” ที่เคยใช้ในยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ เพื่อเป็นนโยบายควิกวิน กระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น ช่วยลดค่าครองชีพประชาชน กระตุ้นการจับจ่ายใช้สอย

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยอมรับว่า นายอนุทิน และที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร พรรคภูมิใจไทย ทีมงานด้านนโยบายได้พูดถึงมาตรการนี้ เป็นส่วนหนึ่งเพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในระยะสั้น แต่หากนำมาใช้อาจไม่ใช่รูปแบบเดิม อาจเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้ครอบคลุมและตอบโจทย์มากขึ้น

โดยวานนี้ (15 ก.ย.68) ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) นายอนุทิน ยังให้ความมั่นใจกับนโยบายคนละครึ่ง หลังถามว่า จะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไรบ้าง นายกฯกล่าวว่า หลังไมค์มีการเตรียมความพร้อม เมื่อเราเข้าไปบริหารราชการแผ่นดินตามเวลาที่กำหนดจะดำเนินการ เมื่อถามว่าประชาชนคาดหวังนโยบายคนละครึ่งเปิดกระเป๋ารอได้เลยใช่หรือไม่ นายกฯตอบว่า “รอได้ครับ เดี๋ยวรายละเอียดจะให้ รมว.คลังชี้แจงแผนที่เราได้วางเอาไว้และดำเนินการ เมื่อเราเข้ามาบริหารเต็มตัว เพื่อให้ดำเนินการได้เร็วที่สุด

ล่าสุดวันนี้ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เปิดเผยอีกว่า พรรคภูมิใจไทยมีนโยบายเรือธง คือ โครงการคนละครึ่ง โดยว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อเตรียมรายละเอียด

สำหรับเงื่อนไขคนละครึ่ง 2568 เบื้องต้นแบ่งตามกลุ่มประชาชน ดังนี้

  • กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้ : รัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนจ่ายเอง 40%
  • ประชาชนทั่วไป (นอกระบบภาษี) : รัฐช่วยจ่าย 50% ประชาชนจ่ายเอง 50%

อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่งที่ผ่านมา รัฐบาลได้กำหนดคุณสมบัติผู้เข้าร่วมไว้ 4 ข้อ ได้แก่ มีสัญชาติไทย อายุ 18 ปีขึ้นไป มีบัตรประจำตัวประชาชน และไม่เป็นผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ การใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” โดยรัฐให้เงินอุดหนุนสูงสุดวันละ 150 บาท ต่อคน

ลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งล่าสุด

  • ยังไม่กำหนดชัดเจนลงทะเบียน www.คนละครึ่ง.com ได้หรือไม่ เนื่องจากเว็บไซต์ไม่สามารถใช้งานได้
  • ทั้งนี้ จากข้อมูล โครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ก.ย.–ต.ค. 2565) 

สำหรับขอบเขตการใช้จ่าย คือ สิทธิในโครงการครอบคลุมการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคทั่วไป อาหารและเครื่องดื่ม รวมทั้งบริการบางประเภท เช่น ร้านทำผม ร้านนวด แต่ไม่ครอบคลุมสินค้าต้องห้าม เช่น เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ยาสูบ และสลากกินแบ่งรัฐบาล

(อ่านข่าว : โครงการ “คนละครึ่ง” ซื้อสินค้า-บริการอะไรได้บ้าง)

อย่างไรก็ตาม “โครงการคนละครึ่งรอบใหม่” อยู่ภายใต้แนวคิดปรับปรุงรูปแบบให้เหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจและสังคมในปัจจุบัน ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าอย่างไร “ไทยรัฐออนไลน์” จะรีบรายงานให้ทราบต่อไป.

คนละครึ่ง 2568 ซื้ออะไรได้บ้าง? สรุปประเด็นสำคัญ

จากข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับโครงการ คนละครึ่ง 2568 นโยบายเรือธงของรัฐบาลภูมิใจไทย เราสามารถสรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการใช้จ่ายได้ดังนี้:

  • สินค้าอุปโภคบริโภค: ครอบคลุมสินค้าจำเป็นในชีวิตประจำวัน
  • อาหารและเครื่องดื่ม: สนับสนุนร้านค้ารายย่อยและกระตุ้นการบริโภค
  • บริการบางประเภท: เช่น ร้านทำผม ร้านนวด ช่วยเหลือธุรกิจขนาดเล็ก

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่ควรทราบคือ โครงการ คนละครึ่ง 2568 อาจมีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขและรายละเอียด ดังนั้น ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้ เพื่อให้ไม่พลาดสิทธิประโยชน์และข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับการใช้จ่ายในโครงการนี้

โครงการ คนละครึ่ง 2568 เป็นอีกหนึ่งมาตรการที่น่าสนใจในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน การติดตามข้อมูลและทำความเข้าใจเงื่อนไขการใช้จ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถใช้ประโยชน์จากโครงการนี้ได้อย่างเต็มที่

ที่มา – อัปเดต โครงการ “คนละครึ่ง” นโยบายเรือธงรัฐบาลภูมิใจไทย ซื้ออะไรได้บ้าง

Scroll to top