งบประมาณ

พปชร. ถาม รัฐบาลทำอะไรเร่งด่วนบ้าง?

พล.ต.ท.ปิยะ ซัดฝ่ายการเมืองไม่เข้าใจคำว่า “ความเร่งด่วน” ทางการทหาร เพราะแต่ละวินาทีหมายถึงชีวิต ชี้ของบฯ ซื้อรั้วลวดหนามหีบเพลงใช้เวลา 3-5 วัน หรือเป็นสัปดาห์ แต่ขอบริจาครวบรวมได้ภายในวันเดียว อัดรัฐบาลยังนิ่งเฉยไม่ออกหมายจับ “ฮุนเซน”

วันที่ 14 ส.ค. 2568 พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ กล่าวขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ร่วมกันบริจาครั้วลวดหนามให้กับกองทัพภาค 2 และพี่น้องประชาชนสามารถรวบรวมเงินบริจาคและรั้วลวดหนามได้ในวันเดียว กรณีนี้ต้องขอขอบคุณพี่น้องประชาชนคนไทยที่รักชาติและร่วมกันบริจาคลวดหนามให้กับกองทัพภาค 2 และพี่น้องประชาชนสามารถรวบรวมเงินบริจาคและรั้วลวดหนามได้ในวันเดียว ทางกองทัพภาค 2 ได้ย้ำความสำคัญของลวดหนามหีบเพลงในการลดความเสี่ยงต่อชีวิต-ความปลอดภัยของกำลังพลที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ชายแดนและประชาชน รวมทั้งการป้องกันอธิปไตยของชาติและความจำเป็นเร่งด่วนในการจัดหาในเวลาจำกัดและในจำนวนมาก ซึ่งสถานการณ์ปัจจุบันลวดหนามฯ ดังกล่าวในท้องถิ่นเริ่มหายาก ซึ่งนับแต่ ส.อ.ธีรพล เพียขันที เป็นเหยื่อกับระเบิดรายที่ 5 ในรอบไม่กี่วัน จึงมีความจำเป็นต้องใช้รั้วลวดหนามอย่างเร่งด่วน ทางกองทัพและทหารคงเห็นว่าการขอจากงบประมาณจากทางรัฐบาลอาจจะมีความล่าช้า อาจใช้เวลา 3-5 วัน หรือเป็นสัปดาห์ และหากใช้กระบวนการปกติกว่าจะได้งบประมาณมาก็ใช้เวลาเป็นเดือน กว่าจะใช้กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างตามระเบียบฯ ก็จะใช้เวลานานกว่า 1 เดือนหรือใช้เวลากว่านั้น ฝ่ายการเมืองไม่เข้าใจคำว่า “ความเร่งด่วน” ทางการทหาร เพราะแต่ละวินาทีหมายถึงชีวิตของทหารภายใต้บังคับบัญชาของเขา ซึ่งกรณีนี้ กองทัพภาค 2 สามารถรับบริจาคและรวบรวมลวดหนามหีบเพลงได้ภายในวันเดียว

กรณีดังกล่าว รัฐบาลต้องให้ความสำคัญและเข้าใจกระบวนการปฏิบัติเพราะสามารถจัดงบประมาณลงไปให้กองทัพภาค 2 ก่อนได้เลย โดยไม่จำเป็นให้กองทัพภาค 2 ร้องขอขึ้นมาให้เสียเวลา ไม่ว่าจะเป็นงบฉุกเฉินหรืองบลับตามความจำเป็นของสถานการณ์ เพราะบางกรณีการใช้กระบวนการงบประมาณตามวิธีการปกติจะมีความล่าช้าและไม่สามารถป้องกันความเสียหายที่เกิดขึ้นได้ทันเวลา รัฐบาลนี้ทำอะไรที่เร่งด่วนบ้าง นับตั้งแต่วันที่ 24 กรกฎาคม ที่มีการปะทะกันครั้งแรก เราสูญเสียพี่น้องประชาชนและทหารในวันแรก จนถึงวันนี้รวมเวลาแล้วนานกว่า 20 วัน เท่าที่ทราบ รัฐบาลมีแค่คำให้สัมภาษณ์หลังจากที่ฝ่ายค้านและสังคมกดดันว่าจะมีการดำเนินคดีนายฮุนเซนฯ ตามกฎหมายไทย ในประเทศตามกฎหมายไทยนั้น ยังไม่มีปรากฏหลักฐานการร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับนายฮุนเซนฯ แต่อย่างใด

”เรื่องนี้ ไม่ใช่เรื่องยากครับ สำคัญว่าจะทำหรือไม่ทำ หรือทำเป็นหรือทำไม่เป็นเท่านั้น เรื่องนี้ ทางพรรคพลังประชารัฐได้แนะนำวิธีและข้อกฎหมายไว้ให้หมดแล้ว สามารถเอาไปดำเนินการเพื่อคุ้มครองสิทธิประโยชน์และขวัญกำลังใจของพี่น้องประชาชนชาวไทย การสั่งการให้ใช้กำลังทหารและมีผลต่อพลเรือนไทยของนายฮุนเซนฯ ที่ผ่านมาเป็นความผิดฐานสนับสนุนหรือจ้างวานใช้หรือร่วมกันฆ่าผู้อื่น และความผิดความมั่นคงภายนอกอาณาจักร ตามประมวลกฎหมายอาญา (ป.อาญา) มาตรา 83, 84, 86, 288 และมาตรา 289 และยังเป็นการกระทำผิดเกี่ยวกับความมั่นคงนอกราชอาณาจักร ตาม ป.อาญา มาตรา 119, 120, 127, 128 และ 129 อย่างชัดเจน อัยการสูงสุดเป็นหัวหน้าพนักงานสอบสวน เมื่อสอบปากคำญาติผู้ตายผู้เสียหาย สอบพยานเกี่ยวข้อง คดีนี้ อัตราโทษจำคุกอย่างสูงเกินกว่าสามปี สามารถขอศาลอาญาหรือศาลจังหวัดแล้วแต่กรณี ออกหมายจับได้เลย โดยไม่ต้องออกหมายเรียกก่อน ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา (ป.วิ.อาญา) มาตรา 66”

พล.ต.ท.ปิยะ กล่าวอีกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน แม้จะมีการชดเชยบางส่วนแล้ว แต่ก็ไม่เทียบเท่ากับความสูญเสียที่เกิดขึ้น รัฐบาลต้องใส่ใจให้มากกว่านี้ อย่าปล่อยล่าช้าเหมือนซ้ำรอย 4 ลูกเรือประมงที่ถูกทางการพม่าจับไปควบคุมนานกว่า 120 วัน กว่าจะได้รับการปล่อยตัวกลับมา ในที่สุด พี่น้องประชาชนจะเห็นได้เองว่าในสถานการณ์เช่นนี้เราต้องการมืออาชีพอย่างแท้จริงที่มาแก้ปัญหาของประเทศชาติ ไม่ใช่เอามือใหม่มาเอาประเทศเป็นหนูทดลอง

พปชร. ถามรัฐบาลทำอะไรเร่งด่วนบ้าง

พรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ได้ออกมาตั้งคำถามถึงรัฐบาลว่ามีมาตรการเร่งด่วนอะไรบ้างในการจัดการสถานการณ์ชายแดนที่ยังคงมีการปะทะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่ยังไม่มีการออกหมายจับนายฮุนเซน ท่ามกลางความสูญเสียที่เกิดขึ้น

รัฐบาลทำอะไรเร่งด่วนบ้าง ในสถานการณ์ชายแดน?

พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของ “ความเร่งด่วน” ในสถานการณ์ทางการทหาร โดยกล่าวว่าทุกวินาทีมีความหมายถึงชีวิต และการดำเนินการใด ๆ ที่ล่าช้าอาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่ไม่สามารถประเมินค่าได้ พปชร. จึงตั้งคำถามว่า พปชร. ถามรัฐบาลทำอะไรเร่งด่วนบ้าง เพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

พรรคพลังประชารัฐยังได้เสนอแนะแนวทางและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้รัฐบาลสามารถดำเนินการได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพในการคุ้มครองสิทธิประโยชน์และขวัญกำลังใจของประชาชนชาวไทย ซึ่งรวมถึงการดำเนินคดีกับนายฮุนเซน ตามกฎหมายไทยในข้อหาที่เกี่ยวข้องกับการสั่งการให้ใช้กำลังทหารที่มีผลกระทบต่อพลเรือนไทย

สถานการณ์ชายแดนยังคงเป็นประเด็นที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน รัฐบาลควรพิจารณาถึงมาตรการที่สามารถดำเนินการได้ทันที เพื่อลดความสูญเสียและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน พปชร. ถามรัฐบาลทำอะไรเร่งด่วนบ้าง และพร้อมที่จะสนับสนุนแนวทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน

พล.ต.ท.ปิยะ ทิ้งท้ายว่า ประชาชนจะเห็นเองว่าสถานการณ์เช่นนี้ต้องการมืออาชีพมาแก้ปัญหา ไม่ใช่มือใหม่มาลองของ โดย พปชร. ถามรัฐบาลทำอะไรเร่งด่วนบ้าง นั้น เป็นคำถามที่ต้องการคำตอบและการลงมือทำอย่างจริงจัง

ที่มา – พปชร. ถามรัฐบาลทำอะไรเร่งด่วนบ้าง ชายแดนปะทะมา 20 วัน ยังไม่ออกหมายจับ “ฮุนเซน”

ภูมิธรรมเสียใจ ทหารเหยียบกับระเบิด ซัดกัมพูชา

“ภูมิธรรม” แสดงความเสียใจทหารเหยียบกับระเบิด ซัดกัมพูชาไม่มีเจตนาให้เกิดสันติภาพ เตรียมยกหูคุย แม่ทัพภาค 2 หลังเพจกองทัพภาค 2 โพสต์รับบริจาคงบฯ ซื้อลวดหนาม ยืนยันรัฐบาลมีงบให้ ขอให้บอกมา

วันที่ 13 ส.ค. 2568 นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี รักษาราชการนายกรัฐมนตรีแสดงความเสียใจกับทหารที่ได้รับบาดเจ็บในการทำหน้าที่ และเห็นใจ ส่วนที่ทหารมีความเห็นว่าจะต้องตอบโต้เพราะจะต้องปกป้องตัวเองนั้น ซึ่งตามสนธิสัญญากฎหมายระหว่างประเทศ สามารถทำได้ถ้าคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องที่กระทบและเป็นปัญหาที่ผิดกับสัญญาต่างๆ โดยเฉพาะการใช้กับระเบิดโดยเฉพาะ ผิดอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งมีขั้นตอนจะต้องไปดำเนินการยื่นเรื่องฟ้องร้องกับสหประชาชาติให้เห็นว่าเรื่องนี้เป็นปัญหาและสหประชาชาติก็จะมีขั้นตอนแจ้งให้ทั้งสองฝ่ายทราบและมีกระบวนการดำเนินการต่อ ซึ่งเมื่อเช้าได้คุยกับกระทรวงการต่างประเทศก็พร้อมที่จะยื่นเรื่องและเป็นเรื่องที่ต้องใช้ความระมัดระวังแต่เห็นว่าเป็นเรื่องที่ทำได้และควรจะทำเพราะสิ่งต่างๆ ก็เห็นได้ชัดว่าความประสงค์ของกัมพูชาไม่ได้มีเจตนาที่จะให้เกิดสันติภาพ ทั้งนี้กองทัพบก กระทรวงการต่างประเทศและรัฐบาลได้หารือกันแล้วไม่จำเป็นต้องแจ้งให้พื้นที่รับทราบ

ภูมิธรรมเสียใจ ทหารเหยียบกับระเบิด ซัดกัมพูชา

นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณีที่เพจกองทัพภาคที่ 2 ที่ออกมาโพสต์ข้อความขอรับบริจาคงบประมาณซื้อลวดหนามว่าอยากจะทำความเข้าใจกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดเพราะหากคิดว่างบประมาณไม่พอสามารถแจ้งมาที่ผู้บัญชาการทหารบกหรือกองทัพบกได้เพราะตนเองก็พูดตลอดเวลากับแม่ทัพทั้งสามเหล่าทัพว่าอะไรที่ขาดและจำเป็นให้ยื่นเรื่องเข้ามารัฐบาลจะใช้งบฯ กลางเต็มที่แต่ไม่เคยมีเรื่องเสนอมา และคิดว่ายังไม่จำเป็นที่จะไปขึ้นเพจขอให้ประชาชนมาช่วยซึ่งคิดว่าจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจรัฐบาลไม่ได้มีอะไรขัดขวางตนเองก็อยากจะเรียนให้แม่ทัพภาคที่ 2 ทราบซึ่งตนเองจะโทรศัพท์คุยเพราะถ้าขาดจริงแล้วบอกมาเรามีงบประมาณให้อยู่แล้วและก็ได้บอกไปแล้วว่าอะไรที่สามารถเอาจากที่ไหนมาได้ก็ให้เอามาก่อนแล้วถ้าขาดก็ให้บอกมาใช้วิธีพิเศษในการพิจารณาได้เลยขอให้ได้ของ เรื่องนี้ตนเองคิดว่าอาจจะทำให้เกิดความไม่เข้าใจกันได้รัฐบาลยืนยันว่าอะไรที่ขณะนี้เป็นเรื่องที่ต้องสร้างความเข้มแข็งให้กำลังพลและประเด็นในการรักษาอธิปไตยของประเทศรัฐบาลไม่ได้ขัดวันนี้เปิดงบฯ กลางให้ใช้อยู่แล้ว

นายภูมิธรรมยังกล่าวถึงกรณีที่มีการเสนอให้การลาดตระเวนของทหารที่จะดูทุระเบิดจะต้องเปลี่ยนวิธีนั้นเรื่องนี้อยากจะขอความกรุณาและบอกกับประชาชนให้ช่วยกันแก้ปัญหาตนเองก็ไม่ได้รับความเป็นธรรมเหมือนกันแต่อยู่ในฐานะหน้าที่เราก็พยายามที่จะนิ่งให้มากที่สุดการที่บอกว่าตนเองไปเข้าข้างเขมร บอกว่าระเบิดที่โรงพยาบาลไม่ใช่อย่างโน้น อย่างนี้ ซึ่งมันไม่ใช่ ตนเองไม่ได้พูด ขอสื่ออย่าเอาไปบิดเบือนและทำลายรัฐบาลสร้างความแตกแยก และที่นักวิจารณ์การเมืองบางคนเอาไปพูดว่าให้ตัดขาผม จะได้รู้ว่าหัวอกทหารเป็นยังไง ซึ่งตนเองเตรียมจะฟ้องหมดซึ่งก็ไม่เคยคิดจะฟ้องใครแต่เรื่องนี้ต้องทำให้เป็นที่ประจักษ์เหมือนในอดีตที่เคยถูกโจมตี จากคณะของนายสนธิ ลิ้มทองกุล เรื่องนี้ก็เหมือนกันอย่าพูดอะไรพล่อยๆ และพูดอะไรที่ทำลายคนอื่น และอยากให้สื่อช่วยด้วยในสิ่งที่ตนเองได้พูดไปไม่อย่างนั้นจะพูดในสิ่งที่ควรพูดเท่านั้นจะไม่พูดอะไรที่มากไปกว่านี้แล้วเพราะพูดออกไปแล้วเอาไปทำร้ายกันและบิดเบือนตัดตอนบางส่วนเอาไปนำเสนอซึ่งคิดว่าไม่เป็นธรรมและจะให้ทนายความดำเนินการฟ้องทั้งหมดที่บิดเบือนข้อเท็จจริง

นายภูมิธรรมยังกล่าวกรณีชาวบ้านแตกตื่นเตรียมอพยพกลางดึกเมื่อคืน(12 ส.ค.2568)ว่าเห็นใจประชาชนที่มีความหวาดระแวงแต่เป็นหน้าที่ของทุกส่วนทั้งกองทัพและกระทรวงมหาดไทยที่จะต้องทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากให้ไม่ตื่นตระหนกเกินไปแต่เพราะสื่อสมัยนี้เป็นสื่ออิสระจำนวนมากออกมาปั่นข่าวทำให้เกิดความไม่สบายใจขึ้นจึงอยากขอร้องให้ทุกคนช่วย โดยเฉพาะสื่อสาธารณะและสื่อที่มีสำนักชัดเจนช่วยกันทำความเข้าใจกับประชาชนก็จะช่วยได้เยอะ

ต้องเร่งชี้แจงให้ชาวบ้านเข้าใจเรื่อง ภูมิธรรมเสียใจ ทหารเหยียบกับระเบิด ซัดกัมพูชา

ส่วนที่นายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรีออกมาโพสต์ข้อความแสดงความเห็นอยากให้รัฐบาลยื่นเรื่องนี้ไปถึงศาลอาญาระหว่างประเทศนั้น  นายภูมิธรรมกล่าวว่ากระทรวงการต่างประเทศได้ทำมาหลายเรื่องที่ผ่านมาได้คุยกับเลขาธิการสหประชาชาติ (UN) โดยเฉพาะคณะกรรมการออตตาวา ซึ่งเมื่อเช้าตนเองได้คุย ว่าได้ทำไปทุกอย่างก็ดีอยู่ทำอย่างเต็มที่แต่สิ่งที่สำคัญคือการชี้แจงหรือการทำความเข้าใจกับประชาชนและการทำให้นานาชาติได้รับรู้อาจจะช้าไปหรือเสียงดังไม่พอ  แต่ก็ยืนยันว่าส่วนที่เกี่ยวข้องกับการต่างประเทศเชื่อมั่นว่าต่างประเทศเข้าใจเรามากกว่ากัมพูชาเพราะทุกคนมองเห็น ซึ่งตนเองก็บอกไปว่าสิ่งที่สำคัญก็คือประชาชนในประเทศหากประชาชนในประเทศได้เข้าใจจะดียิ่งขึ้น

จากเหตุการณ์ ภูมิธรรมเสียใจ ทหารเหยียบกับระเบิด ซัดกัมพูชา นี้ แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติวิธี และการให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรง เราหวังว่าทุกฝ่ายจะร่วมมือกันเพื่อสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

ที่มา – “ภูมิธรรม” แสดงความเสียใจทหารเหยียบกับระเบิด ซัดกัมพูชาไม่มีเจตนาให้เกิดสันติภาพ

Scroll to top