จัดตั้งรัฐบาล

ครม.อนุทิน 1: คาดคลอดโฉมหน้าเร็วๆ นี้!

จับตาโฉมหน้า ครม.อนุทิน 1! คาดว่าจะมีความชัดเจนอย่างช้าสุดภายในวันพรุ่งนี้ หลังจากที่นายกรัฐมนตรีได้ประกาศว่ารายชื่อเสร็จสิ้นแล้ว และจะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ภายในสัปดาห์นี้ บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทยในวันนี้ยังคงเงียบเหงา สร้างความสงสัยให้กับหลายฝ่าย

เมื่อวันที่ 16 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการทูลเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรี ครม.อนุทิน 1 ว่าจะมีความชัดเจนเร็วสุดในช่วงเย็นวันนี้ หรืออย่างช้าที่สุดในวันพรุ่งนี้ ซึ่งทั้งหมดนี้ต้องรอความชัดเจนจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) ว่าจะสามารถดำเนินการตามขั้นตอนได้เมื่อใด

บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทยในช่วงเช้าวันนี้ ยังคงเงียบเหงา มีแกนนำพรรคเดินทางเข้าที่ทำการพรรคบ้างประปราย อาทิ นายทรงศักดิ์ ทองศรี ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายศุภชัย ใจสมุทร ประธานคณะทำงานฝ่ายกฎหมายพรรคภูมิใจไทย ส่วนนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยังไม่มีกำหนดการเดินทางเข้าพรรคในวันนี้

ก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้ให้สัมภาษณ์ว่ารายชื่อคณะรัฐมนตรีเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว และจะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าฯ ได้ภายในสัปดาห์นี้ สร้างความคาดหวังให้กับประชาชนที่รอคอยการเข้ามาบริหารประเทศของรัฐบาลใหม่นี้

ครม.อนุทิน 1

ความล่าช้าในการประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นี้ ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในวงกว้าง หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงสาเหตุที่ทำให้การดำเนินการล่าช้ากว่าที่คาดการณ์ไว้ แม้ว่านายกรัฐมนตรีจะยืนยันว่ารายชื่อเสร็จสิ้นแล้วก็ตาม

การตรวจสอบประวัติของว่าที่รัฐมนตรีแต่ละคนถือเป็นขั้นตอนที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบุคคลที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งมีความเหมาะสม ไม่มีประวัติด่างพร้อย และสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ

ความคาดหวังของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลใหม่นั้นสูงมาก ทุกคนต่างหวังว่า ครม.อนุทิน 1 จะสามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ได้อย่างตรงจุด และนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง

ความท้าทายของ ครม.อนุทิน 1

ครม.อนุทิน 1 จะต้องเผชิญกับความท้าทายมากมาย ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ ปัญหาการเมือง และปัญหาสังคม การบริหารจัดการประเทศในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนเช่นนี้จึงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง

  • การกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาฟื้นตัว
  • การสร้างความปรองดองในสังคม
  • การแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำ
  • การพัฒนาระบบการศึกษาและสาธารณสุข

นอกจากนี้ รัฐบาลใหม่ยังต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนที่จะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

การทำงานเป็นทีมและความสามัคคีภายในคณะรัฐมนตรีเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะช่วยให้รัฐบาลสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้ การรับฟังความคิดเห็นของทุกฝ่ายและเปิดโอกาสให้มีการถกเถียงกันอย่างสร้างสรรค์จะช่วยให้ได้แนวทางแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุด

การสื่อสารกับประชาชนอย่างตรงไปตรงมาและสม่ำเสมอเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจให้กับรัฐบาล การรับฟังความคิดเห็นของประชาชนและนำไปปรับปรุงการทำงานจะช่วยให้รัฐบาลสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างแท้จริง

การมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศชาติให้ก้าวหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับประชาชนและทำให้ทุกคนร่วมมือกันสร้างสรรค์สังคมที่ดีขึ้น

เราหวังว่า ครม.อนุทิน 1 จะสามารถนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองและสร้างความสุขให้กับประชาชนได้สำเร็จ

ที่มา – ครม.อนุทิน 1 รอ สลค. ตรวจประวัติ คาดช้าสุดพรุ่งนี้-ภูมิใจไทย เช้านี้ยังเงียบเหงา

“นายกฯ อนุทิน” ขึ้นโครงร่างแถลงนโยบายรัฐบาลแล้ว

“นายกฯ อนุทิน” เผย ขึ้นโครงร่างแถลงนโยบายรัฐบาลแล้ว รายชื่อ “ครม.อนุทิน 1” ถือว่า 100% หลังตรวจประวัติเสร็จนำขึ้นทูลเกล้าฯ สัปดาห์นี้ ส่งทีมงานยื่นเอกสารเพิ่ม สลค. ทำเนียบฯ อังคารนี้งดประชุม ครม.

เมื่อเวลา 12.10 น. วันที่ 15 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ที่สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ถึงความคืบหน้าการจัดทำร่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา จะให้พรรคร่วมรัฐบาลเข้ามามีส่วนร่วมหรือไม่ ว่า เราขึ้นโครงร่างมาแล้ว จะส่งเนื้อหาของกระทรวงที่พรรคร่วมรัฐบาลรับผิดชอบเพื่อให้พิจารณาเพิ่มเติมแก้ไข รวมไปถึงตัดบางส่วนเพื่อทำให้รัฐมนตรีมั่นใจว่าสามารถเข้ามาแล้วทำงานได้

ผู้สื่อข่าวถามต่อ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) รายงานความคืบหน้าการตรวจสอบประวัติว่าที่รัฐมนตรีเป็นอย่างไรบ้าง นายอนุทิน ตอบว่าใกล้แล้ว เพราะรายชื่อถือว่า 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ซึ่งการตรวจประวัติถือเป็นขั้นตอนที่ต้องปฏิบัติก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ โดยจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในสัปดาห์นี้

ส่วนคำถามว่าหากมีการโปรดเกล้าฯ รายชื่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว จะแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภาภายในกี่วัน นายอนุทิน ระบุว่า เราจะรอการถวายสัตย์ปฏิญาณ ซึ่งระหว่างนั้นคงจะทำงานได้ระดับหนึ่ง เพราะต้องเร่งแถลงนโยบาย เนื่องจากการจะทำงานได้เต็มที่ต้องรอการแถลงนโยบาย ระหว่างนี้ก็อยู่ระหว่างการเตรียมนโยบาย ถ้าทุกอย่างเรียบร้อยก็จะนัดประธานรัฐสภาเพื่อแถลงนโยบายและทำงานเลย

ทั้งนี้ เมื่อตอบคำถามจบ นายอนุทิน บอกว่า “พอแล้วนะ” โดยผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามต่อว่ามีการรายงานรายชื่อ ครม. ที่ไม่ผ่านคุณสมบัติหรือไม่ นายกรัฐมนตรีไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว ก่อนจะเดินออกจากวงสัมภาษณ์

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมความคืบหน้าการจัดตั้ง ครม.อนุทิน 1 ภายหลังนายอนุทิน ระบุว่า ในส่วนของรายชื่อถือว่า 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว อยู่ในขั้นตอนตรวจสอบคุณสมบัติก่อนนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ในสัปดาห์นี้ ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวที่ทำเนียบรัฐบาลว่า เมื่อเวลา 09.00 น. ทีมงานของนายอนุทิน นำเอกสารมาส่งที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี (สลค.) เพิ่มเติม โดยคาดว่าเป็นเอกสารคุณสมบัติของผู้ที่ถูกเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีเพื่อทำการตรวจสอบ ขณะที่เมื่อเวลา 13.30 น. นางณัฐฏ์จารี อนันตศิลป์ เลขาธิการคณะรัฐมนตรี เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ขณะเดียวกัน สลค. ได้มีการแจ้งงดการประชุม ครม. ในวันที่ 16 กันยายน 2568

“นายกฯ อนุทิน” เผย ขึ้นโครงร่างแถลงนโยบายรัฐบาลแล้ว รายชื่อ ครม. ถือว่า 100%

ความคืบหน้าล่าสุด “นายกฯ อนุทิน” กับการจัดตั้งรัฐบาล

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลภายใต้การนำของ “นายกฯ อนุทิน” การที่นายกฯ ออกมายืนยันว่ารายชื่อคณะรัฐมนตรีถือว่า 100% แล้ว แสดงให้เห็นถึงความคืบหน้าที่เป็นรูปธรรม และเป็นสัญญาณที่ดีถึงการมีรัฐบาลที่พร้อมเดินหน้าบริหารประเทศในเร็ววัน

การที่ “นายกฯ อนุทิน” เร่งดำเนินการเรื่องนโยบายของรัฐบาล ก็เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกถึงความตั้งใจที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาและพัฒนาประเทศอย่างจริงจัง การที่เปิดโอกาสให้พรรคร่วมรัฐบาลเข้ามามีส่วนร่วมในการพิจารณาเนื้อหาของนโยบาย ก็แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสและความร่วมมือในการทำงานร่วมกัน

อย่างไรก็ตาม ขั้นตอนการตรวจสอบประวัติและความเหมาะสมของผู้ที่จะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อให้มั่นใจได้ว่าบุคคลเหล่านั้นมีความเหมาะสมและมีคุณสมบัติครบถ้วนในการทำหน้าที่สำคัญนี้

การงดประชุม ครม. ในวันที่ 16 กันยายน 2568 อาจเป็นผลมาจากการที่หลายฝ่ายกำลังเร่งดำเนินการในขั้นตอนต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งต้องใช้เวลาและความรอบคอบเป็นอย่างมาก

โดยรวมแล้ว สถานการณ์การเมืองในขณะนี้กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อที่สำคัญ การที่ “นายกฯ อนุทิน” และทีมงานสามารถดำเนินการต่างๆ ได้อย่างราบรื่นและรวดเร็ว ก็จะเป็นผลดีต่อประเทศชาติและประชาชนโดยรวม

การแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา ถือเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะทำให้ประชาชนได้รับทราบถึงแนวทางการบริหารประเทศของรัฐบาลชุดใหม่ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายควรให้ความสนใจและติดตาม

ที่มา – “นายกฯ อนุทิน” เผย ขึ้นโครงร่างแถลงนโยบายรัฐบาลแล้ว รายชื่อ ครม. ถือว่า 100%

อนุทินเตรียม ทูลเกล้าฯ ครม. สัปดาห์นี้ ลุยเศรษฐกิจ

“อนุทิน” เตรียม ทูลเกล้าฯ ครม. สัปดาห์นี้ แจงสภาอุตสาหกรรมฯ ไม่เปิดด่านไทย-กัมพูชาในตอนนี้ ชี้ เป็นรัฐบาลมา 6 ปี รู้ไส้ปัญหา ยึดสไตล์ทำงานคนละพรรคแต่พวกเดียวกัน มุ่งแก้ไขเศรษฐกิจในระยะสั้น

วันที่ 15 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประชุมหารือแนวทางการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมไทย ร่วมกับ นายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ นายธนกร วังบุญคงชนะ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม นายวรภัค ธันยาวงษ์ ว่าที่รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)

ทันทีที่นายกรัฐมนตรีเดินทางมาถึงได้แนะนำ นายสุชาติ และนายธนกร ให้กับนางศุภจี พร้อมกล่าวว่าให้ทำความรู้จักกันไว้เพราะนี่คือรัฐมนตรีของเรา จากนั้นเมื่อถึงห้องประชุม บรรดาผู้ร่วมประชุมได้ปรบมือต้อนรับนายกรัฐมนตรี ทางด้านประธาน ส.อ.ท. ได้มอบกระเช้าแสดงความยินดีและอวยพรวันเกิดให้กับนายอนุทิน ที่ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พร้อมกล่าวให้การต้อนรับว่า ในนามของสภาอุตสาหกรรมฯ ตนและทีมงานทุกท่านรู้สึกเป็นเกียรติและดีใจเป็นอย่างมากที่ได้รับเกียรติจากนายกรัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรีที่มาร่วมหารือกับ ส.อ.ท. ในวันนี้ ซึ่งเมื่อสักครู่ก่อนเข้าห้องประชุมตนได้แนะนำผู้บริหาร ส.อ.ท. ให้รู้จักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงขอแนะนำบางท่านที่ยังเหลืออยู่

จากนั้น นายกรัฐมนตรีกล่าวเปิดการประชุมว่า ในวงหารือวันนี้เป็นพี่น้องกันทั้งนั้น รู้จักกันมานาน หลังจากนี้เป็นช่วงเวลาที่ประเทศต้องขับเคลื่อน ให้ปัญหาที่เกิดขึ้นต้องได้รับการแก้ไข และจะมีการนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในสัปดาห์นี้ แต่เราคงไม่ปล่อยเวลาให้เสียประโยชน์ ได้ประสานกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย รัฐบาลกับผู้นำทางเศรษฐกิจต้องไปคู่กัน เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย ให้เกิดความมั่นคงแข็งแรงในมิติอื่นๆ เช่น หากเศรษฐกิจดีคุณภาพชีวิตก็จะดี สังคมก็จะมีความสงบสุข

นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า จริงๆ วันนี้ต้องการมารับฟังข้อกังวลข้อเสนอแนะจาก ส.อ.ท. สุดสัปดาห์ที่ผ่านมาพวกเราได้ประชุมร่างแถลงนโยบายรัฐบาลต่อรัฐสภา เนื่องจากเวลามีจำกัด ซึ่งแม้ยังไม่ได้ทำงานแต่หลังไมค์ก็ทำทุกอย่าง เพราะสไตล์ของพวกเราคือต้องทำงานเร็ว นโยบายของรัฐบาลที่จะเกิดขึ้นนั้นมุ่งเน้นแก้ไขเศรษฐกิจระยะสั้น วางรากฐานเพื่อการต่อยอดให้มีความมั่นคงต่อไปในระยะยาว

ส่วนปัญหาเฉพาะหน้า ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาชายแดนไทยกัมพูชา โดยเฉพาะปัญหาของผู้ประกอบการ แต่ไทย-กัมพูชาก็ต้องมีการค้าขายกันอยู่ แต่ด้วยความขัดแย้งที่เกิดขึ้นมาถึงปัจจุบันนี้ เงื่อนไขข้อจำกัดต่างๆ การที่เราจะต้องรักษาอธิปไตย เกียรติภูมิของประเทศ การเปิดด่านจะไม่เกิดขึ้นในระยะสั้นนี้ ซึ่งก่อนจะเกิดสิ่งเหล่านั้นก็ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข ที่เราเป็นผู้กำหนด เพราะเราไม่ได้เป็นฝ่ายเริ่มก่อน ต้องพูดให้ชัดเจนเพื่อไม่ให้เกิดความกังวล เราต้องใช้ทุกวิธี เช่น การทหาร การทูต และหารือกับฝ่ายกัมพูชา ใช้องคาพยพทุกอย่างเพื่อแก้ปัญหาของ 2 ประเทศ โดยเร็วที่สุด

นายกรัฐมนตรี ระบุอีกว่า ในเรื่องของผู้ประกอบการ ที่อยู่ในโครงการ Thailand Plus One ในส่วนของกลุ่มประเทศ CLMV มีแนวคิดที่จะต้อง Matching กับเรา โดยเฉพาะ Local Content ที่เราเคยทำกับประเทศเพื่อนบ้าน จะต้องลงทุนผลิตในประเทศไทยแทน ดังนั้นคำว่า Local Content เป็นคำที่พวกเราต้องให้การสนับสนุน และให้ความสำคัญมาก ด้วยการเจรจากับประเทศคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของเราว่าเขามีข้อกำหนดมา ถือว่าประเทศไทยเราไม่ได้ด้อยไปกว่าประเทศอื่น แต่ยังมีเงื่อนไข โดยเฉพาะเรื่องการแปลงร่าง Local Content ที่กำหนดเงื่อนไขมา

ตนมองว่านี่เป็นโอกาสที่ดี ทำให้เราสามารถผลิตสินค้าส่งไปสหรัฐอเมริกาได้ และหากมีปัญหาก็ควรต้องส่งเสริมการลงทุนเพิ่มมากขึ้น อีกทั้งมองว่าเรื่องนี้ไม่แปลก เพราะเมื่อ 20-30 ปีก่อน ที่ไทยเราเริ่มอุตสาหกรรม OEM แต่ครั้งนี้อย่าให้เป็นการรับจ้างทำของ หรือจ้างประกอบ เราต้องเริ่มตั้งแต่เปิดช่องทางเศรษฐกิจ ถือเป็นโอกาสให้ไทยขยายตัวทางเศรษฐกิจ ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมาได้วางรากฐานเอาไว้สำหรับการขยายตัวอุตสาหกรรมของประเทศไทย ตนมองว่าเรายังไม่ได้ใช้ประโยชน์ตรงนี้อย่างเต็มที่ ทำให้เกิดการชะลอตัว ตอนนี้เราต้องพึ่งพาตัวเองมากขึ้น เพราะคู่แข่งข้างนอกเกิดมากขึ้น เช่น เวียดนาม และกัมพูชา ก็เป็นคู่แข่งที่น่ากลัว ในภาคอุตสาหกรรม ต้องหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย

ขณะเดียวกัน นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า บางครั้งต้องยอมรับว่ามีเรื่องการเมืองเข้ามาเกี่ยวข้อง แม้รัฐบาลชุดนี้เข้ามาในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่จะทำให้เห็นเป็นตัวอย่างว่าความเป็นหนึ่งเดียวของรัฐบาลที่สามารถฟันฝ่าอุปสรรคเหล่านี้ไปได้

“ที่ผ่านมาผมอยู่มา 6 ปี เห็นปัญหาเยอะแยะ ที่สำคัญการหวาดระแวงซึ่งกันและกัน เอาตรงนี้เสนอขึ้นมา เช่น พรรคนี้คุมกระทรวงอุตสาหกรรม แต่นายกฯ เป็นคนละพรรคกันก็ไม่สนับสนุนอย่างเต็มที่ เพราะกลัวคะแนนตกไปที่พรรคอื่น ซึ่งขอเรียนว่าสิ่งเหล่านี้จะไม่เกิดขึ้นในรัฐบาลของผม เพราะถือคติคนละพรรคแต่พวกเดียวกันสำคัญกว่าพรรคเดียวกันคนละพวก”

ในตอนท้าย นายอนุทิน เผยว่า ตนอยู่ภาคเอกชนมาก่อน มีความเชื่อมั่นว่าถ้าเศรษฐกิจดีประเด็นอื่นเป็นเรื่องเล็ก จะบอกว่าคนมีกิน มีใช้ หรือมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีด้วยก็ได้ ซึ่งจังหวะนี้ทำให้ผู้ร่วมประชุมหัวเราะขึ้นมา ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะกล่าวต่อไปว่า ตนและทีมงานของตนจะเร่งให้เกิดการวางรากฐานให้ได้มากที่สุดด้วยสไตล์การทำงานยึดภาพรวมเป็นหลัก ไม่ยึดภาพตัวเองเป็นหลัก ขอให้มั่นใจ อะไรที่ดีต่อส่วนรวมจะใช้อำนาจหน้าที่ของตนในฐานะนายกรัฐมนตรี ช่วยผลักดันความคาดหวังของพวกท่านให้เกิดความสำเร็จ.

อนุทินเตรียม ทูลเกล้าฯ ครม. สัปดาห์นี้

อะไรคือประเด็นหลักของการ ทูลเกล้าฯ ครม. สัปดาห์นี้

ประเด็นหลักคือการที่นายกรัฐมนตรีอนุทินได้แจ้งว่าจะนำรายชื่อคณะรัฐมนตรีขึ้นทูลเกล้าฯ ภายในสัปดาห์นี้ และให้ความสำคัญกับการหารือกับภาคเอกชนเพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน

การเตรียม ทูลเกล้าฯ ครม. สัปดาห์นี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการเริ่มต้นรัฐบาลใหม่ และการหารือกับสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะร่วมมือกับภาคเอกชนในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ

นอกจากนี้ การที่นายกฯ อนุทินกล่าวถึงการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และการส่งเสริม Local Content ในโครงการ Thailand Plus One แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ในการแก้ปัญหาทั้งในระดับประเทศและระดับภูมิภาค

การดำเนินการ ทูลเกล้าฯ ครม. สัปดาห์นี้ ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงความพร้อมของรัฐบาลในการบริหารประเทศ และการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่

การทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ การที่นายกฯ อนุทินให้ความสำคัญกับการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจาก ส.อ.ท. จึงเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม และแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงในการพัฒนาประเทศ

การประกาศ ทูลเกล้าฯ ครม. สัปดาห์นี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับประชาชนและภาคธุรกิจ เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของรัฐบาลในการทำงาน และการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น

การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจในระยะสั้น และวางรากฐานเพื่อการต่อยอดในระยะยาว เป็นแนวทางที่ถูกต้อง และจะช่วยให้ประเทศมีความมั่นคงและยั่งยืนในอนาคต

ที่มา – นายกฯ เผยทูลเกล้าฯ “ครม.อนุทิน” สัปดาห์นี้ นำว่าที่ รมต. คุย ส.อ.ท. ลุยฟื้น ศก.

สวนดุสิตโพล: “พรรคประชาชน” คะแนนนำเลือกตั้ง

สวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจ “พรรคประชาชน” ได้คะแนนนำหากวันนี้มีการเลือกตั้ง รองลงมาคือกลุ่มที่ยังไม่ตัดสินใจ ตามด้วยพรรคภูมิใจไทยและพรรคเพื่อไทย ประชาชนคาดหวังเห็นรัฐบาลทำงานเชิงรุก และฝ่ายค้านตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างสร้างสรรค์

เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2568 สวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ในหัวข้อ “ความคาดหวังต่อพรรคการเมืองไทย ณ วันนี้” โดยทำการสำรวจจากกลุ่มตัวอย่างจำนวน 1,232 คน ระหว่างวันที่ 9–12 กันยายน 2568

ในส่วนของคำถามที่ว่า ประชาชนอยากเห็นบทบาทของพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาล ณ วันนี้เป็นอย่างไร ผลสำรวจพบว่า:

  • ร้อยละ 75.27 ต้องการเห็นพรรคการเมืองฝ่ายรัฐบาลทำงานเชิงรุก แก้ปัญหาได้จริง และตรวจสอบได้
  • ร้อยละ 64.73 ต้องการให้ทำงานร่วมกับทุกฝ่ายเพื่อประโยชน์ของประเทศ
  • ร้อยละ 57.22 ต้องการให้บริหารประเทศด้วยความตั้งใจ และมีผลงานที่ชัดเจน

ขณะที่คำถามเกี่ยวกับ บทบาทที่ประชาชนอยากเห็นจากพรรคการเมืองฝ่ายค้าน พบว่า:

  • ร้อยละ 68.32 อยากเห็นการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลอย่างตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์
  • ร้อยละ 59.95 ต้องการให้ทำหน้าที่เป็นกระบอกเสียงแทนประชาชนในสภาฯ
  • ร้อยละ 58.73 ต้องการให้ทุกพรรคทำงานร่วมมือกันเพื่อประโยชน์ของประเทศ

สำหรับประเด็นที่ ประชาชนต้องการให้พรรคการเมืองปรับปรุงมากที่สุด คือ:

  • ร้อยละ 64.29 เรื่องของความโปร่งใสและความซื่อสัตย์
  • ร้อยละ 62.91 การพูดจริง ทำจริง
  • ร้อยละ 58.45 ความสามัคคีกันในการทำงานเพื่อประชาชน

ที่น่าสนใจคือเมื่อถามว่า หากมีการเลือกตั้ง ณ วันนี้ ประชาชนจะเลือกพรรคการเมืองใด ผลปรากฏว่า:

  • ร้อยละ 23.94 จะเลือกพรรคประชาชน
  • ร้อยละ 21.35 ยังไม่ตัดสินใจ
  • ร้อยละ 14.20 จะเลือกพรรคภูมิใจไทย
  • ร้อยละ 11.61 จะเลือกพรรคเพื่อไทย
  • ร้อยละ 10.39 จะเลือกพรรคพลังประชารัฐ
  • ร้อยละ 18.51 จะเลือกพรรคอื่นๆ

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล กล่าวว่า สิ่งที่ประชาชนเรียกร้องไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่เป็นมาตรฐานพื้นฐานที่พรรคการเมืองควรยึดถือ และความคาดหวังเหล่านี้แสดงถึงความเชื่อมั่นที่ลดลงต่อการเมืองไทย พรรคการเมืองต้องสร้างผลงานและความน่าเชื่อถือเพื่อให้ได้รับการสนับสนุนจากประชาชน

ผศ.ยอดชาย ชุติกาโม วิเคราะห์ว่า การเมืองอยู่ในภาวะสุญญากาศ รัฐมนตรีรักษาการทยอยออกจากตำแหน่ง และคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของสังคม โดยเฉพาะประเด็นบันทึกข้อตกลง (MOA) ระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน

สวนดุสิตโพล: “พรรคประชาชน” คะแนนนำหากมีการเลือกตั้ง

ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการเห็นรัฐบาลใหม่ทำงานเชิงรุก โปร่งใส ตรวจสอบได้ และฝ่ายค้านทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา อย่างไรก็ตาม การยุบสภาในขณะนี้อาจไม่เหมาะสม เนื่องจากประชาชนยังไม่พร้อมสำหรับการเลือกตั้ง เพราะยังไม่มีพรรคใดได้รับคะแนนนิยมเกินร้อยละ 25 แม้ว่าพรรคประชาชน จะมีคะแนนนำอยู่ก็ตาม

ดังนั้น พรรคการเมืองทุกฝ่ายต้องเร่งสร้างผลงานและความเชื่อมั่นจากประชาชน หากต้องการได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า การได้รับความไว้วางใจจากประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับการสร้างความเข้มแข็งให้กับการเมืองไทย

ผลสำรวจชี้ “พรรคประชาชน” คะแนนนำการเลือกตั้ง

ผลสำรวจของสวนดุสิตโพลนี้เป็นสัญญาณที่สำคัญสำหรับทุกพรรคการเมือง โดยเฉพาะพรรคประชาชน ที่แม้จะมีคะแนนนำ แต่ก็ยังต้องทำงานอย่างหนักเพื่อรักษาและเพิ่มคะแนนนิยม นอกจากนี้ ทุกพรรคการเมืองควรให้ความสำคัญกับประเด็นที่ประชาชนต้องการ เช่น ความโปร่งใส ความซื่อสัตย์ และการทำงานร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศ

การเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การเลือกตั้งครั้งหน้าจะเป็นตัวตัดสินว่าประเทศไทยจะเดินหน้าไปในทิศทางใด ดังนั้น ทุกพรรคการเมืองจึงควรใช้โอกาสนี้ในการแสดงวิสัยทัศน์และนโยบายที่ชัดเจน เพื่อให้ประชาชนสามารถตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับอนาคตของประเทศ

อนาคตของการเมืองไทยขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า การติดตามข่าวสารและข้อมูลเกี่ยวกับพรรคการเมืองต่างๆ อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้ท่านสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและมีข้อมูลครบถ้วน

ที่มา – สวนดุสิตโพล “พรรคประชาชน” คะแนนนำหากมีการเลือกตั้ง รองลงมาภูมิใจไทย-เพื่อไทย

โพลชี้ “รัฐบาลอนุทิน” เสียงข้างน้อย เสถียรภาพสั่นคลอน?

ผลโพลชี้ “รัฐบาลอนุทิน” เสียงข้างน้อยจะไม่มีเสถียรภาพ

ผลสำรวจนิด้าโพล ชี้ “รัฐบาลอนุทิน” เสียงข้างน้อย จะไม่มีเสถียรภาพ ทำงานด้วยความยากลำบาก คาดว่าจะอยู่ครบ 4 เดือนตามข้อตกลง

ศูนย์สำรวจความคิดเห็น นิด้าโพล สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) ได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง “รัฐบาลเสียงข้างน้อย” โดยทำการสำรวจความคิดเห็นจากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายอยู่ทั่วทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ จำนวน 1,310 ตัวอย่าง เมื่อวันที่ 8-9 กันยายน 2568 เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลเสียงข้างน้อยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี

ความคิดเห็นต่อรัฐบาลเสียงข้างน้อยของนายกฯ อนุทิน

เมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อรัฐบาลเสียงข้างน้อยของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ที่ได้รับการสนับสนุนจากพรรคประชาชน พบว่า:

  • 35.88% ระบุว่า รัฐบาลจะไม่มีเสถียรภาพ ทำงานด้วยความยากลำบาก เพราะต้องเจรจากับพรรคประชาชนตลอด
  • 30.31% ระบุว่า การตั้งรัฐบาลเสียงข้างน้อย เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดในขณะนี้
  • 23.66% ระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลเสียงข้างน้อย
  • 23.21% ระบุว่า เห็นด้วยกับรัฐบาลเสียงข้างน้อย
  • 23.05% ระบุว่า รัฐบาลจะมีเสถียรภาพ ทำงานได้ราบรื่น จากการสนับสนุนของพรรคประชาชน
  • 21.45% ระบุว่า ในท้ายที่สุด รัฐบาลจะขัดแย้งกับพรรคประชาชน
  • 10.61% ระบุว่า ในท้ายที่สุด ข้อตกลงระหว่างพรรคภูมิใจไทยกับพรรคประชาชน จะถูกฉีก
  • 10.53% ระบุว่า รัฐบาลอยู่ไประยะหนึ่ง จะกลายเป็นรัฐบาลเสียงข้างมากเอง
  • 8.17% ระบุว่า นายอนุทิน ควรรอเป็นนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลเสียงข้างมากหลังการเลือกตั้งครั้งหน้า
  • 5.34% ระบุว่า พรรคประชาชนควรเข้าร่วมรัฐบาลด้วย เพื่อเป็นรัฐบาลเสียงข้างมาก
  • 4.12% ระบุว่า ในท้ายที่สุด พรรคประชาชนจะจับมือกับพรรคเพื่อไทยล้มรัฐบาล
  • 0.99% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ส่วนคำถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อระยะเวลาในการบริหารรัฐบาลอนุทิน เสียงข้างน้อย พบว่า

  • 56.26% ระบุว่า รัฐบาลจะอยู่ครบ 4 เดือนตามข้อตกลง
  • 27.79% ระบุว่า รัฐบาลจะอยู่ได้นานกว่า 4 เดือน
  • 14.58% ระบุว่า รัฐบาลจะอยู่ไม่ถึง 4 เดือน
  • 1.37% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ขณะที่ความคิดเห็นของประชาชนต่อการที่พรรคประชาชนสนับสนุน นายอนุทิน ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี พบว่า

  • 30.38% ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย
  • 23.36% ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย
  • 23.13% ระบุว่า เห็นด้วยมาก
  • 22.67% ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย
  • 0.46% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

ในช่วงท้ายเมื่อถามถึงความคิดเห็นของประชาชนต่อการที่พรรคประชาชนไม่เข้าร่วมรัฐบาล พบว่า

  • 32.98% ระบุว่า เห็นด้วยมาก
  • 23.35% ระบุว่า ค่อนข้างเห็นด้วย
  • 22.52% ระบุว่า ไม่เห็นด้วยเลย
  • 19.39% ระบุว่า ไม่ค่อยเห็นด้วย
  • 1.76% ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

จากผลสำรวจนี้ สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของ “รัฐบาลอนุทิน” เสียงข้างน้อย และคาดการณ์ว่ารัฐบาลจะอยู่ได้ตามข้อตกลงเพียง 4 เดือนเท่านั้น อย่างไรก็ตาม มุมมองที่แตกต่างกันก็แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายทางความคิดเห็นของประชาชนต่อสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน

ที่มา – ผลโพลชี้ “รัฐบาลอนุทิน” เสียงข้างน้อยจะไม่มีเสถียรภาพ มองอยู่ครบ 4 เดือนตามข้อตกลง

ประวัติ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ ว่าที่ รมว.ยุติธรรม

เปิดประวัติ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เติบโตในจ.บุรีรัมย์  แซงโค้งสุดท้าย ผงาดเป็นว่าที่ รมว.ยุติธรรม ใน ครม.อนุทิน 1 ในปี 2568 ที่กำลังจะมาถึงนี้

วันที่ 14 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โผคณะรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล หรือ โผ ครม.อนุทิน 1 ทางด้านนายอนุทิน ยืนยันแล้วว่ามีความคืบหน้า 100 % แล้ว จะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าได้เร็วๆ นี้ ซึ่งตอนนี้รายชื่อนำส่งไปประกอบและบางส่วนทยอยส่งกลับมาแล้ว ซึ่งการตรวจสอบต้องการให้เกิดความชัดเจน และไม่มีปัญหา โดยต้องส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า รายชื่อที่ส่งไปไม่มีปัญหา

ขณะที่ตำแหน่งที่ต้องจับตามองเป็นพิเศษ คือ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ที่มีรายงานข่าวว่าจะเปิดตัวเป็นคนนอกเร็วๆ นี้ ล่าสุดมีชื่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เป็นแคนดิเดตถูกส่งชื่อไปตรวจสอบคุณสมบัติควบคู่กับรายชื่ออื่นด้วยในตำแหน่งนี้

ประวัติ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์

สำหรับประวัติ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 เข้ามารับราชการในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 ตั้งแต่ปี 2540 ในตำแหน่งสารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ ก่อนจะเติบโตมาเป็นรองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และถูกแต่งตั้งให้ขึ้นเป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ และรับราชการในตำแหน่งสุดท้าย คือ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3

โดย พล.ต.ท.รุทธพล ได้เขียนบรรยายถึงชีวิตรับราชการตำรวจไว้ว่า นับตั้งแต่ปี 2540 ที่ได้มารับราชการในพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 3 ในตำแหน่งสารวัตรสืบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองบุรีรัมย์ และต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ในตำแหน่งรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และถึงจุดสุดท้ายของชีวิตรับราชการ ซึ่งได้ผ่านภารกิจหน้าที่มาในหลายรูปแบบ ทั้งผู้ปฏิบัติและผู้บริหาร

ทุกภารกิจและหน้าที่ความรับผิดชอบ ได้รับความร่วมมือจากพี่ๆ น้องๆ ตำรวจภูธรภาค 3 ด้วยดีตลอดมา ได้เรียนรู้แลกเปลี่ยนประสบการณ์ซึ่งกันและกัน ร่วมกันฟันฝ่าอุปสรรค ปัญหาน้อยใหญ่ จนลุล่วงด้วยดีตลอดมา

ขอขอบคุณและเป็นกำลังใจให้พี่ๆ น้องๆ ตำรวจภูธรภาค 3 ทุกๆ ท่าน จงประสบแต่ความโชคดี มีความสุข มีความภาคภูมิใจในการทำงานในหน้าที่ของผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ มีกำลังกาย กำลังใจเข้มแข็งตลอดไป

ทั้งนี้ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ท.รุทธพล มักได้รับความไว้วางใจให้ดูแลงานสำคัญๆ เช่น การรักษาความปลอดภัยและการจราจร การจัดการแข่งขันรถจักรยานยนต์ชิงแชมป์โลก รายการ MotoGP สนามที่ 1 “PT Grand Prix of Thailand 2025” ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ และการรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกจราจร ในพิธีเปิด การแข่งขันวิ่ง “บุรีรัมย์ มาราธอน“ ประจำปี 2568 (BURIRAM MARATHON 2025) ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ที่มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ ขณะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษา เป็นประธานการเปิดงาน

ขณะที่การจัดงานมุทิตาจิต ให้แก่ พล.ต.ต.ชาญชัย พงษ์พิชิตกุล อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ที่มีชื่อตัวเต็งจะมานั่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมก่อนหน้านี้ รวมถึงงานมุทิตาจิต ให้แก่ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และพล.ต.ต.ลาภ ศรีสำอางค์ อดีตรองจเรตำรวจ ช่วยราชการตำรวจภูธรภาค 3 ยังเลือกใช้สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ เป็นสถานที่จัดงานด้วย

กระทั่ง ครม.อนุทิน 1 ได้ถูกจัดตั้งขึ้น ก็มีชื่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในโค้งสุดท้าย

เส้นทางชีวิตราชการของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์

สำหรับเส้นทางชีวิตราชการของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ นั้น ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่น่าจับตามอง ด้วยประสบการณ์และความสามารถที่สั่งสมมา ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า เขาอาจจะเข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารกระทรวงยุติธรรมในอนาคตอันใกล้นี้

การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ จะนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาในด้านใดบ้าง คงต้องติดตามดูกันต่อไปอย่างใกล้ชิด

ที่มา – ประวัติ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ ว่าที่ รมว.ยุติธรรม ในโผ ครม.อนุทิน 1

“อนุทิน” ยันตั้งใจจริงแก้ รธน. กรอบ 4 เดือนทัน

“อนุทิน ชาญวีรกูล” เร่งทำนโยบายเตรียมแถลงรัฐสภา เดินหน้าทำตามข้อตกลง เชื่อมั่น “อนุทิน” ยันตั้งใจจริงแก้ รธน. กรอบ 4 เดือนทัน บอกไม่มีหรอก MOA มีแต่ MOU และตั้งใจจริงจะแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยดึง “บวรศักดิ์” ช่วยงาน เชื่อว่าจะทันภายใน 4 เดือนตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้

วันที่ 13 ก.ย. 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมร่วมกับว่าที่รัฐมนตรี เพื่อเตรียมจัดทำคำแถลงนโยบายต่อรัฐสภาว่า เป็นการประชุมเพื่อจัดทำร่างนโยบายของรัฐบาล ใน MOA ระบุว่าการยุบสภาคือ 4 เดือนหลังแถลงนโยบาย เราต้องการให้ทุกอย่างดำเนินไปด้วยความรวดเร็ว เข้ามาปุ๊บมีนโยบายเตรียมพร้อม ทำหนังสือขอให้ประธานรัฐสภาเปิดประชุมเพื่อแถลงนโยบายและยุบสภาโดยเร็ว เมื่อถามถึงนโยบายเร่งด่วนใน 4 เดือน นายอนุทิน กล่าวว่า ขอให้ทำนโยบายเรียบร้อยก่อน ส่วนใหญ่เป็นเรื่องที่ได้พูดเอาไว้ เช่น การแก้ไขสถานการณ์ไทย-กัมพูชา การทำประชามติเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญ ปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชน ทั้งนี้โครงการคนละครึ่งก็ถือว่าเป็นส่วนหนึ่ง ช่วงระยะเวลา 4 เดือน ที่เราต้องใช้อย่างเต็มที่ แต่จะได้ถึงระดับไหน ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ รวมไปถึงการนำสิ่งที่ประชาชนคาดหวังมาปัดฝุ่น เช่น โครงการคนละครึ่ง

เมื่อถามว่าใน 4 เดือนนี้การันตีผลงานรูปธรรมแน่นอนใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ผลงานการทำงานของตนเองที่ผ่านมาก็มีผลงานเรื่อย ๆ ส่วน MOA จะทำให้มีความกดดันในการทำงานหรือไม่นั้น MOA แปลว่าอะไร ใครไปเรียกก็ไม่รู้ จริง ๆ ไม่มี MOA ขยายมาจาก MOU แปลว่า Memorandum of Understanding คือการทำความเข้าใจ ต้องมีการจดบันทึก แต่ MOA แปลว่าข้อตกลง Agreement ไม่ต้องมี MO มีแต่ A ผู้สื่อข่าวถามว่าข้อตกลงสามารถผ่อนปรนได้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า เราทำตามให้มากที่สุด ง่ายดี ไม่ต้องเถียงกับใคร อย่างน้อยตนเองก็ทำตามข้อ 4 และ 5 ไม่พยายามทำตัวเป็นเสียงข้างมาก และไม่คิดจะทำอยู่แล้วรับสภาพรัฐบาลเสียงข้างน้อย ซึ่งคนทีเซ็นกับเรา ต่างคนก็ต่างรักษาสัญญา ทำให้รัฐบาลนี้เดินไปสู่วันที่ยุบสภาโดยเร็ว ตามข้อตกลงระบุว่าเริ่มนับ 4 เดือน หลังการแถลงนโยบาย ถ้ารอกระบวนการทูลเกล้าฯ และถวายสัตย์ปฏิญาณ 6 สัปดาห์ แล้วแถลงนโยบายแปลว่าเจตนารมณ์เราไม่ดี ตนเองจึงทำเรื่องเสนอทูลเกล้าฯ เลย และร่างนโยบายให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขณะนี้ทำกรอบใหญ่ก่อน และให้พรรคร่วมรัฐบาลอื่นมารับทราบด้วย ไม่ใช่ยัดเยียดเหมือนที่ผ่านมา เพราะพรรคร่วมรัฐบาลไม่มีปากมีเสียงเลย เป็นนโยบายของพรรคแกนนำอย่างเดียวเลยมีปัญหาทำงานไม่มีความสามัคคี ดังนั้นตอนนี้เรามีเวลาน้อย และมีเจตนารมณ์ร่วมกัน ก็เป็นไปตามนั้น

“อนุทิน” ยันตั้งใจจริงแก้ รธน. กรอบ 4 เดือนทัน

นายอนุทิน ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรอบระยะเวลาทำงาน 4 เดือน จะทำประชามติแก้รัฐธรรมนูญทันหรือไม่ ว่าตามระบบทันอยู่แล้ว แต่ต้องปรึกษาคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ด้วย เพราะเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับการเลือกตั้ง เนื่องจากจะมีการยุบสภา ซึ่งหากทำประชามติให้ทันพร้อมยุบสภาจะทำให้ประหยัดงบประมาณด้วย และพอเป็นประชามติรัฐบาลต่อไปเข้ามาก็จะใช้อ้างอิงเพื่อสามารถดำเนินเรื่องต่อไปได้ เมื่อถามว่า ศาลรัฐธรรมนูญไม่ให้ประชาชนเลือกสสร.โดยตรง นายอนุทิน กล่าวว่า อย่าเพิ่งลงรายละเอียด การที่ตนเชิญนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ มาช่วยทำงาน แสดงให้เห็นว่าตนไม่ได้พูดไปอย่างนั้น แต่ตั้งใจเชิญนักกฎหมาย และผู้เชี่ยวชาญด้านการแก้ไขรัฐธรรมนูญมาช่วยทำงานในรัฐบาล

อนุทินย้ำชัดเจน ตั้งใจจริงแก้รัฐธรรมนูญ

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ยืนยันความตั้งใจจริงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ (รธน.) ภายในกรอบเวลา 4 เดือน โดยให้ความสำคัญกับการปรึกษาหารือกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างราบรื่นและเป็นประโยชน์ต่อประชาชนมากที่สุด การที่นายอนุทินดึงนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ อดีตประธานคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มาร่วมงานในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างเป็นรูปธรรม รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับการทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน และพร้อมที่จะทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญสำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและมีความสำคัญต่ออนาคตของประเทศ ดังนั้นการดำเนินการใดๆ จึงต้องมีความรอบคอบและคำนึงถึงผลประโยชน์ของทุกฝ่าย การที่นายอนุทินเน้นย้ำถึงความตั้งใจจริงในการ “อนุทิน” ยันตั้งใจจริงแก้ รธน. กรอบ 4 เดือนทัน จึงเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนว่ารัฐบาลชุดนี้จะทำหน้าที่อย่างดีที่สุด และพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นของทุกภาคส่วนเพื่อนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง “อนุทิน” ยันตั้งใจจริงแก้ รธน. กรอบ 4 เดือนทัน และจะดำเนินการอย่างโปร่งใสตรวจสอบได้ นอกจากนี้ การที่นายอนุทินกล่าวถึงการปรึกษาหารือกับคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เกี่ยวกับการทำประชามติ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในกระบวนการที่ถูกต้องตามกฎหมาย เพื่อให้ผลประชามติเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขรัฐธรรมนูญภายในกรอบเวลา 4 เดือนนั้น ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่ง เนื่องจากมีขั้นตอนและกระบวนการที่ต้องดำเนินการหลายอย่าง ดังนั้นจึงต้องมีการวางแผนและบริหารจัดการเวลาอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

การติดตามความคืบหน้าในการแก้ไขรัฐธรรมนูญอย่างใกล้ชิด และการแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ จะเป็นส่วนช่วยให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างแท้จริง

ที่มา – “อนุทิน” ยันตั้งใจจริงแก้ รธน. กรอบ 4 เดือนทัน บอกไม่มีหรอก MOA มีแต่ MOU

“เป๊ก เศรณี” เข้าภูมิใจไทย อวยพรวันเกิด “พ่ออนุทิน”

ภูมิใจไทยคึกคัก นักการเมืองตบเท้าเบิร์ธเดย์ “อนุทิน” 59 ปี นายก อบจ.สงขลา ขนทีม สจ.สงขลา ยื่นสมัครสมาชิกพรรค “นิพนธ์-พงศ์กวิน” มอบดอกไม้อวยพร ด้าน “เป๊ก เศรณี” ลูกชายเข้าพรรคภูมิใจไทย อวยพรวันเกิด “พ่ออนุทิน” ขอให้มีความสุข อายุยืนยาว เผย ซื้อแจ็คเก็ตให้พ่อไว้ใส่ทำงาน

วันที่ 13 ก.ย. 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศช่วงเย็นเริ่มคึกคักมากขึ้น บรรดานักการเมือง พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง นักการเมืองท้องถิ่น ทยอยเข้าอวยพร นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เนื่องจากในวันคล้ายวันเกิดครบรอบ 59 ปี ทั้งนี้ นายอนุทิน ได้เดินไปทักทายผู้ที่มาอวยพรวันเกิดตนเอง โดยนายสุพิศ พิทักษ์ธรรม นายก อบจ.สงขลา และทีมงาน อบจ.สงขลา ประมาณ 20 คน เข้าอวยพร พร้อมยื่นเอกสารสมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทยกับมือนายอนุทิน กล่าวว่า ไม่เคยเป็นสมาชิกพรรคใดตั้งแต่เกิด นายอนุทินได้พูดเป็นภาษาใต้ว่า “ยินดีต้อนรับ”

โดยนายสฤษฎ์พงษ์ เกี่ยวข้อง สส.กระบี่ พรรคภูมิใจไทย ได้พูดแซวว่า ยกทีมสงขลา ขณะที่นายอนุทิน พูดสำทับว่า กระบี่ด้วยสิ ทำให้นายสฤษฎ์พงษ์ กล่าวว่า “กระบี่ยกแล้วครับ” นายอนุทินจึงหันไปหานายทวี สุระบาล สส.ตรัง พรรคพลังประชารัฐว่า “ตรังด้วย” ด้านนายทวี กล่าวว่า ตรังยกไปก่อนแล้ว ก่อนที่นายสฤษฎ์พงษ์ จะระบุทิ้งท้ายว่า “อันดามัน 6 จังหวัดไปแล้วครับ”

จากนั้น นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ได้นำดอกไม้มาอวยพรนายอนุทิน พร้อมกระซิบอวยพรว่า “4+4 นะครับ” โดยผู้สื่อข่าวรายงานว่า 4+4 เป็นโค้ดที่อาจหมายถึงการเป็นรัฐบาล 4 เดือน ที่จะอยู่ต่อไปอีก 4 ปี

ขณะที่ ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เวลา 17.15 น. นายพงศ์กวิน จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.แรงงาน ในฐานะรองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ได้ส่งแจกันดอกไม้พร้อมการ์ดอวยพรวันเกิดนายอนุทินว่า “สุขสันต์วันเกิดนะครับท่านนายกฯ”

“เป๊ก เศรณี” เข้าภูมิใจไทย อวยพรวันเกิด “พ่ออนุทิน”

ต่อมาเมื่อเวลา 19:02 น. นายเศรณี ชาญวีรกูล บุตรชายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เดินทางเข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย โดยผู้สื่อข่าวถามว่าได้อวยพรอะไรให้กับนายอนุทินบ้าง นายเศรณี กล่าวว่า ขอให้มีความสุขมากๆ อายุยืนยาว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่านายอนุทินว่าอย่างไรบ้างนั้น นายเศรณี ตอบว่า ก็หอมแก้มกัน ส่วนได้มอบของขวัญอะไรให้กับนายอนุทิน นายเศรณี ระบุว่า ซื้อเสื้อแจ็คเก็ตไว้ให้ใส่ทำงาน

“เป๊ก เศรณี” ร่วมอวยพรวันเกิด “พ่ออนุทิน” สุดอบอุ่น

การปรากฏตัวของนายเศรณี ชาญวีรกูล ในงานวันเกิดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่พรรคภูมิใจไทย สร้างความสนใจให้กับสื่อมวลชนและผู้ร่วมงานเป็นอย่างมาก การที่ลูกชายมาอวยพรวันเกิด “พ่ออนุทิน” อย่างใกล้ชิด แสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของทั้งสอง นอกจากนี้ การที่นายเศรณีเลือกที่จะมอบเสื้อแจ็คเก็ตเป็นของขวัญ ยังสื่อถึงความใส่ใจและความปรารถนาดีที่อยากให้ผู้เป็นพ่อมีความสะดวกสบายในการทำงานอีกด้วย

นอกจากการเข้าร่วมอวยพรวันเกิด “พ่ออนุทิน” ของนายเศรณีแล้ว บรรยากาศภายในงานยังเต็มไปด้วยความคึกคักจากนักการเมืองและผู้มีชื่อเสียงจากหลากหลายวงการที่ต่างเดินทางมาร่วมแสดงความยินดี ทำให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับกำลังใจอย่างล้นหลามในวันสำคัญของเขา

การที่พรรคภูมิใจไทยได้รับความสนใจจากนักการเมืองและประชาชนทั่วไป เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความนิยมและความเชื่อมั่นที่เพิ่มขึ้นต่อพรรค การที่นักการเมืองท้องถิ่นจากสงขลายื่นสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทยในการพัฒนาประเทศและแก้ไขปัญหาต่างๆ ให้กับประชาชน นี่เป็นเรื่องที่น่ายินดีและควรได้รับการสนับสนุน

โดยรวมแล้ว งานวันเกิดของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นงานฉลองวันคล้ายวันเกิดเท่านั้น แต่ยังเป็นโอกาสอันดีที่นักการเมืองและประชาชนได้มาพบปะ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างความสัมพันธ์อันดีต่อกัน ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

มาร่วมติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองและให้กำลังใจนักการเมืองที่มุ่งมั่นพัฒนาประเทศไปด้วยกันนะคะ

ที่มา – “เป๊ก เศรณี” เข้าภูมิใจไทย อวยพรวันเกิด “พ่ออนุทิน” คนการเมืองคึกคักร่วมเบิร์ธเดย์

อนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม

“นายกฯ อนุทิน” ยอมรับมี “รมช.กลาโหม” เหตุคิดว่าจำเป็น ขอรอดู “รมว.ยุติธรรม” ว่าเป็นใคร ก่อนหัวเราะหลังสื่อจี้ถามเป็นอดีตตำรวจหรือไม่ ชี้ ทุกคนต้องมี ความสัมพันธ์กันหมด ปมเชื่อมโยง “บุรีรัมย์” ถามกลับ รมต.ยธ. คนปัจจุบัน สนิทกับใครบ้าง

วันที่ 13 ก.ย. 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีโผคณะรัฐมนตรี(ครม.) จะสามารถนำขึ้นทูลเกล้าได้เมื่อไหร่นั้น ว่า คาดว่าเร็วๆนี้ ซึ่งตอนนี้รายชื่อนำส่งไปประกอบและบางส่วนทยอยส่งกลับมาแล้ว ซึ่งการตรวจสอบต้องการให้เกิดความชัดเจน และไม่มีปัญหา โดยต้องส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความมั่นใจว่า รายชื่อที่ส่งไปไม่มีปัญหา

ส่วนมีความกังวลในการเข้ามาทำหน้าที่ตรงนี้ นายอนุทิน กล่าวว่าไม่มีนะ ทุกอย่างเป็นไปตามไทม์ไลน์ที่ตั้งไว้ ซึ่งตนก็เร่งถามไปที่เลขาคณะรัฐมนตรี และรัฐบาลที่ผ่านมาตนได้สอบถามไปว่า หลังจากมีการประกาศโปรดเกล้า นายกรัฐมนตรีใช้เวลาเท่าไหร่ ในการแถลงชื่อคณะรัฐมนตรี เลขาธิการครม.ก็ได้ตอบกลับมาว่า “นี่ก็เร็วแล้ว” ซึ่งต้องยอมรับว่าระยะภายหลังต้องมีการอิงคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญว่าด้วยเรื่องของจริยธรรม เราจึงต้องสอบถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อไม่ให้มีอะไรขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ส่วนตอนนี้ชื่อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมลงตัวแล้วหรือไม่ เพราะรัฐมนตรีคนอื่นมีการเปิดเผยชื่อออกมาหมดแล้ว นายอนุทิน กล่าวว่า เดี๋ยวขอรอให้ทุกอย่างเรียบร้อย ย้ำว่าเปิดเผยหมดทุกอย่าง ซึ่งตอนนี้ส่วนใหญ่ลงตัวหมดแล้ว และในส่วนรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม นายอนุทินบอกว่า มี คิดว่ามีความจำเป็น แต่ส่วนจะเป็นใครขอให้ทุกอย่างเรียบร้อยก่อน

ส่วนที่พรรคประชาชนมีการตั้งคำถามว่า ชื่อของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีความสัมพันธ์กับทางจังหวัดบุรีรัมย์ นายอนุทินย้อนถามกลับว่า และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนปัจจุบัน มีความสัมพันธ์กับใครบ้างหรือไม่ ก่อนย้ำว่าทุกคนก็มีความสำคัญ และความสัมพันธ์กันหมด ซึ่งต้องมีความรู้จักกันบ้าง รู้หน้าค่าตากัน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นอดีตตำรวจ นายอนุทินไม่ตอบ ก่อนจะหัวเราะแล้วเดินออกจากวงสัมภาษณ์ ก่อนจะหันมาพูดอีกว่า คนปัจจุบันเป็น ก่อนจะไม่ตอบว่าคนถัดไปเป็นหรือไม่

อนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม

อนุทินตอบคำถามเรื่อง รมว.ยุติธรรม

จากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) และมีประเด็นที่น่าสนใจคือการที่ท่านอนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรมนั้น ทำให้หลายฝ่ายจับตามองไปยังตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นพิเศษ

คำถามสำคัญคือใครจะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม? นายอนุทินยังคงอุบไว้ก่อน โดยให้เหตุผลว่าขอให้ทุกอย่างเรียบร้อยเสียก่อน แต่ก็ยอมรับเป็นนัยว่าตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมนั้นมีความจำเป็น

ประเด็นที่น่าสนใจอีกประการหนึ่งคือคำถามที่ว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่จะมีความเชื่อมโยงกับจังหวัดบุรีรัมย์หรือไม่ ซึ่งนายอนุทินได้ตอบกลับด้วยคำถามที่ชวนคิดว่า รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนปัจจุบันมีความสัมพันธ์กับใครบ้าง ก่อนจะย้ำว่าทุกคนมีความสัมพันธ์กันหมด

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อถูกถามว่าว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นอดีตตำรวจหรือไม่ นายอนุทินก็ไม่ได้ตอบคำถามนี้โดยตรง แต่เลือกที่จะหัวเราะแล้วเดินออกจากวงสัมภาษณ์ ซึ่งยิ่งทำให้เกิดความสงสัยและความสนใจในตำแหน่งนี้มากขึ้นไปอีก

การที่นายอนุทินอนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรมไม่ได้ให้คำตอบที่ชัดเจนเกี่ยวกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่ ทำให้หลายฝ่ายคาดการณ์ไปต่างๆ นานา แต่สิ่งที่แน่นอนคือตำแหน่งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง และการตัดสินใจเลือกบุคคลที่เหมาะสมจะส่งผลต่อการบริหารงานของรัฐบาลในภาพรวม

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของรัฐบาลจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพื่อให้เราเข้าใจถึงทิศทางและความเป็นไปของประเทศ และสามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างรอบด้าน

ดังนั้นการที่ อนุทินรับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม จึงเป็นประเด็นที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

การแต่งตั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมคนใหม่นี้จะเป็นใคร และจะมีนโยบายในการบริหารงานอย่างไร คงต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด เชื่อว่าในเร็วๆ นี้เราคงจะได้ทราบกันอย่างแน่นอน

ที่มา – “อนุทิน” รับจำเป็นต้องมี รมช.กห. ไม่ตอบชื่อ รมว.ยุติธรรม ชี้ทุกคนต้องมีความสัมพันธ์กันหมด

Scroll to top