ตํารวจเมา

สั่งออกราชการ ตำรวจพัทยาเมายิงคนดับ

สวัสดีครับทุกท่าน วันนี้เรามาคุยกันเรื่องข่าวร้อนที่กำลังเป็นกระแสในโซเชียลกันดีกว่าครับ คือกรณี ตำรวจพัทยาเมายิงคนดับ ซึ่งกลายเป็นประเด็นใหญ่ที่ทำให้ประชาชนตั้งคำถามถึงความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ ล่าสุด ตำรวจภาค 2 ออกมาสั่งการเด็ดขาด สั่งให้ ตำรวจพัทยาเมายิงคนดับ ออกจากราชการไว้ก่อน และยืนยันชัดเจนว่าจะไม่ปกป้องคนผิดแน่นอน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 ที่พัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวชื่อดัง การกระทำของตำรวจรายนี้ไม่เพียงทำให้มีผู้เสียชีวิต แต่ยังกระทบภาพลักษณ์ของตำรวจทั้งประเทศอีกด้วย

ตำรวจพัทยาเมายิงคนดับ

ตำรวจพัทยาเมายิงคนดับ เกิดอะไรขึ้นบ้าง

จากข้อมูลที่ได้รับ ข้าราชการตำรวจสังกัดงานสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้เมาสุราจนเสียการควบคุม แล้วใช้อาวุธปืนยิงผู้อื่นจนเสียชีวิต เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวผู้เสียหายและสังคมเป็นอย่างมาก พล.ต.ต.ชาตรี สุขศิริ รองโฆษก ตร.ภ.2 เปิดเผยว่าพล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ตร.ภ.2 ได้สั่งการทันทีให้เร่งรัดดำเนินคดีทั้งทางวินัยและอาญา โดยเคร่งครัด รวดเร็ว โปร่งใส และเด็ดขาดตามกฎหมาย

คำสั่งออกจากราชการ ทันทีหลังเกิดเหตุ

เพื่อแสดงความจริงจัง ตำรวจภูธรจังหวัดชลบุรี ออกคำสั่งที่ 118/2569 ลงวันที่ 19 เมษายน 2569 สั่งให้ผู้ก่อเหตุออกจากราชการไว้ก่อน โดยอยู่ระหว่างควบคุมตัวดำเนินคดีที่ สภ.เมืองพัทยา นี่คือมาตรการที่ชัดเจนในการไม่ให้ผู้กระทำผิดมาขัดขวางการสอบสวน และรักษาวินัยขององค์กร ตำรวจภาค 2 ย้ำว่าพฤติกรรมนี้เป็นเรื่องเฉพาะตัว ขัดกับระเบียบ วินัย และอุดมการณ์ตำรวจโดยสิ้นเชิง

การดำเนินการของตำรวจภาค 2 กับกรณีตำรวจพัทยาเมายิงคนดับ

นอกจากคำสั่งออกราชการแล้ว ตำรวจยังยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างโปร่งใส เป็นธรรมกับทุกฝ่าย ไม่มีการละเว้นหรือปกป้องผู้กระทำผิด พนักงานสอบสวนกำลังเร่งตรวจสอบพยานหลักฐานให้ครบถ้วน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมสูงสุด ขณะเดียวกัน ก็แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และสัญญาว่าจะยกระดับการกำกับดูแล กวดขันวินัยเข้มงวดยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดซ้ำ

  • สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อนทันที
  • เร่งดำเนินคดีทางวินัยและอาญา
  • ยืนยันไม่ปกป้องคนผิด
  • เพิ่มการตรวจสอบพฤติกรรมตำรวจ
  • ฟื้นฟูความเชื่อมั่นประชาชน

ในมุมมองของผมเอง เหตุการณ์ ตำรวจพัทยาเมายิงคนดับ นี้เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญสำหรับเจ้าหน้าที่ทุกคน โดยเฉพาะในพื้นที่อย่างพัทยาที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่น การดื่มสุราเมาจนเสียสติแล้วใช้อาวุธปืน ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจในการดูแล ไม่ใช่เอาไว้ก่อเหตุ นี่แสดงให้เห็นว่าตำรวจเองก็ต้องถูกกฎหมายลงโทษเท่าเทียมกับประชาชน ถ้าตำรวจทำผิดก็ต้องรับผิดชอบเต็มๆ

ปัญหานี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดกับตำรวจเมาแล้วก่อเหตุ สถิติจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติพบว่ามีคดีที่เกี่ยวข้องกับเจ้าหน้าที่เมาสุราหลายรายต่อปี ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการขาดการควบคุมตัวเองและการกำกับดูแลที่ไม่เข้มงวด ดังนั้น การสั่งการครั้งนี้ของ ตร.ภ.2 ถือเป็นสัญญาณดีที่แสดงถึงความมุ่งมั่นในการปฏิรูป

เพื่อป้องกันในอนาคต ผมคิดว่าน่าจะมีมาตรการเพิ่มเติม เช่น การตรวจแอลกอฮอล์สุ่มสำหรับตำรวจ การอบรมจริยธรรมอย่างต่อเนื่อง และบทลงโทษที่รุนแรงขึ้น สังคมเราก็มีส่วนสำคัญ โดยการรายงานพฤติกรรมน่าสงสัยของเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อให้เกิดการตรวจสอบที่รวดเร็ว

สุดท้ายนี้ ผมเชื่อว่าการดำเนินการอย่างเด็ดขาดครั้งนี้จะช่วยฟื้นความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้บ้าง คุณล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรกับกรณีนี้? มีประสบการณ์เจอเจ้าหน้าที่เมาแบบนี้บ้างไหม แชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลยนะครับ จะได้ช่วยกันหาทางแก้ไขปัญหาให้สังคมดีขึ้น!

ที่มา – สั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน “ตำรวจพัทยา” เมายิงคนดับ ตำรวจภาค 2 ลั่นไม่ปกป้องคนผิด

แจ้งข้อหา ร.ต.ต. เมาปืนดุ ฆ่าผู้อื่น

เหตุการณ์สุดช็อกในย่านสถานบันเทิงชื่อดังของพัทยา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ ร.ต.ต. เมาสุราแล้วเกิดออกรถไฟถลำ ยิงปืนใส่บุคคลอื่นจนเสียชีวิต ล่าสุด แจ้งข้อหา ร.ต.ต. เมาปืนดุ ฆ่าผู้อื่น เรียบร้อยแล้ว พร้อมเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งอาจนำไปสู่การไล่ออกจากราชการได้ ข่าวนี้สร้างความฮือฮาและเป็นเครื่องเตือนใจถึงความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ

แจ้งข้อหา ร.ต.ต. เมาปืนดุ ฆ่าผู้อื่น

จากกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ได้ออกมาแถลงความคืบหน้า โดยยืนยันว่าผู้ก่อเหตุคือ ร.ต.ต.จีระศักดิ์ ศรีคัทธะนาม หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมวดโจ้” อายุ 54 ปี ซึ่งสังกัด รองหัวหน้าหน่วยสืบสวน สภ.เมืองพัทยา จริง โดยได้แจ้งข้อหา ร.ต.ต. เมาปืนดุ ฆ่าผู้อื่น ในข้อหาหลักคือ “ฆ่าผู้อื่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา นอกจากนี้ยังมีข้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระราชบัญญัติควบคุมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 เช่น การยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต

หลังแจ้งข้อหา ร.ต.ต. เมาปืนดุ ฆ่าผู้อื่น จะมีขั้นตอนอย่างไร

หลังจากแจ้งข้อหาแล้ว ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวเข้าเรือนจำทันที โดยทาง สภ.เมืองพัทยาเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งโทษสูงสุดคือการไล่ออกจากราชการ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในการปฏิบัติหน้าที่ แม้ผู้กระทำผิดจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยกันเอง

สาเหตุเบื้องต้นของเหตุการณ์นี้ เกิดจากการที่ผู้ต้องหาเมาสุราในวงเหล้าที่สถานบันเทิงย่านพัทยา จากนั้นเกิดปากเสียงกับเพื่อนในวง (สวมเสื้อสีขาว) จนถึงขั้นชักปืนออกมา ยิงมั่วไปมา ผู้เสียชีวิตคือเจ้าของร้านกัญชาที่เห็นเหตุการณ์ พยายามเข้าไปไหว้และห้ามปราม รวมถึงพยายามแย่งปืน ก่อนถูกยิง 2 นัดเสียชีวิตคาที่

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) พบหลักฐานชัดเจน โดยผู้ต้องหามีท่าทีก้าวร้าว ผู้เสียชีวิต (ที่ถอดเสื้อ) เดินเข้าไปยกมือไหว้เพื่อขอร้องให้หยุด แต่ผู้ก่อเหตุไม่ฟังและลั่นไกยิงจนผู้เสียหายล้มลง จากนั้นเหตุการณ์นี้ถูกนำไปสู่การสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อหาความจริงทั้งหมด

  • ข้อกล่าวหาหลัก: ฆ่าผู้อื่น
  • ข้อหาเพิ่มเติม: ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
  • ข้อหาอื่น: พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
  • วินัย: สอบสวนร้ายแรง อาจไล่ออก

ประวัติของ ร.ต.ต.จีระศักดิ์ เพิ่งจบอบรมนายร้อยรุ่น 53 เมื่อปีที่แล้ว ก่อนมาประจำการที่ สภ.เมืองพัทยาในตำแหน่งรอง สว.สืบสวน เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความสูญเสียให้ครอบครัวผู้ตายเท่านั้น แต่ยังทำลายภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างพัทยา ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาตินับล้านคนต่อปี

ปัญหานี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่เมาสุราแล้วก่อเหตุรุนแรง โดยเฉพาะการใช้อาวุธปืนที่เป็นหน้าที่ ซึ่งควรใช้ปกป้องประชาชน ไม่ใช่ทำร้าย ตำรวจทุกนายต้องผ่านการฝึกอบรมและมีวินัยสูง แต่เมื่อเมาแล้วสติหลุด ทุกอย่างก็พังทลายได้ในพริบตา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีมาตรการเข้มงวดมากขึ้น เช่น การตรวจแอลกอฮอล์ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ หรือการควบคุมอาวุธปืนอย่างเคร่งครัด

นอกจากนี้ พื้นที่พัทยายังเป็นแหล่งสถานบันเทิงมากมาย รวมถึงร้านกัญชาที่ถูกกฎหมาย ทำให้มีผู้คนหลากหลายมารวมตัวกัน การดื่มสุราและปะทะคารมจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่การใช้อาวุธปืนเกินกว่าเหตุแบบนี้ ไม่อาจยอมรับได้

เหตุการณ์แจ้งข้อหา ร.ต.ต. เมาปืนดุ ฆ่าผู้อื่นนี้ เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่าการใช้อาวุธต้องมีสติและวินัย หากคุณเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ยิ่งต้องยึดมั่นในจรรยาบรรณ หากเห็นด้วยกับมุมมองนี้ อย่าลืมแชร์บทความและแสดงความคิดเห็นด้านล่าง เพื่อให้สังคมตระหนักมากขึ้น ติดตามข่าวอาชญากรรมและเหตุการณ์เด่นอื่นๆ ได้ที่เว็บไซต์ของเรา

ที่มา – แจ้งข้อหา “ร.ต.ต.” เมาปืนดุ “ฆ่าผู้อื่น” เตรียมตั้งคณะกรรมการเอาผิดวินัยร้ายแรง

ร.ต.ต.เมาดุ ยิงปืนมั่ว เจ้าของร้านกัญชาตาย

เพื่อนๆ สายข่าวอาชญากรรมห้ามพลาด! เกิดเหตุสลดใจกลางย่านบันเทิงดังพัทยา เมื่อร.ต.ต.เมาดุ ยิงปืนมั่วในถนนวอล์กกิ้งสตรีท ทำให้เจ้าของร้านกัญชาที่กล้าหาญเข้าไปห้ามปรามถูกยิงเสียชีวิตคาที่ เรื่องนี้ไม่มีใครคาดคิดว่าจะเกิดขึ้นได้ยังไง โดยเฉพาะจากเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยซ้ำ มาฟังรายละเอียดกันเลย

ร.ต.ต.เมาดุ ยิงปืนมั่วในย่านสถานบันเทิง

เหตุการณ์สุดช็อกเกิดขึ้นเมื่อเวลา 01.06 น. วันที่ 19 เมษายน 2567 (หรือ 2569 ตามข่าว) พ.ต.ท.พีรยุทธ บริสุทธิ์ธรรม สวป.สภ.เมืองพัทยา ได้รับแจ้งเหตุยิงกันมีบาดเจ็บสาหัส บริเวณด้านหลังร้านกัญชาในถนนวอล์กกิ้งสตรีท พัทยาใต้ หมู่ 10 ต.หนองปรือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทันทีที่รับแจ้ง ตำรวจสายตรวจ ชุดสืบสวน และหน่วยกู้ภัยมูลนิธิสว่างบริบูรณ์ธรรมสถานรีบรุดไปที่เกิดเหตุทันที โดยมี พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผกก.สภ.เมืองพัทยา ควบคุมภาพรวม

ที่เกิดเหตุ พบผู้บาดเจ็บชื่อ นายภัทรธร จิรโชคชัยกุล อายุ 41 ปี เจ้าของร้านกัญชา ถูกยิงด้วยปืนขนาด 11 มม. เข้าที่ใต้ราวนมด้านซ้าย 2 นัด อาการหนักมาก นอนหายใจรวยรินกับพื้น เพื่อนและพนักงานช่วยปั๊มหัวใจ แต่กู้ภัยนำส่งโรงพยาบาลพัทยาเมโมเรียลไม่ทัน ผู้เสียชีวิตทนพิษบาดแผลไม่ไหว กระสุนตัดขั้วหัวใจ สิ้นใจในเวลาต่อมา สลดจริงๆ

หลักฐานที่เกิดเหตุและการจับกุมร.ต.ต.เมาดุ ยิงปืนมั่ว

เจ้าหน้าที่กั้นพื้นที่ พบปลอกกระสุนปืน 11 มม. 2 ปลอก ใต้โต๊ะ และอาวุธปืนพกสั้นพร้อมกระสุน เก็บทั้งหมดเป็นพยานหลักฐาน ที่สำคัญควบคุมผู้ก่อเหตุได้ทันที คือ ร.ต.ต.จีระศักดิ์ ศรีคัทธะนาม อายุ 54 ปี รอง สว.สืบสวน สภ.เมืองพัทยาเอง ตำรวจนายนี้อยู่ในอาการเมาสุราหนักสุดๆ

นายโชติพงศ์ อายุ 48 ปี ผู้เห็นเหตุการณ์ เล่าว่า ก่อนเกิดเรื่อง ร.ต.ต.คนนี้เมามาย ชักปืนข่มขู่คนรอบข้าง แล้วลั่นไกยิงมั่วเข้าไปในสถานบันเทิง แต่โชคดีไม่มีใครเจ็บ จากนั้นนายภัทรธร เจ้าของร้านกัญชา พยายามเข้าไปห้าม ยกมือไหว้ ขอร้องให้เก็บปืน แต่ผู้ก่อเหตุไม่ฟัง แถมยังไม่มีทะเลาะอะไรกันมาก่อน สุดท้ายยิงใส่ 2 นัด ล้มลง แล้วยังหยิบโทรศัพท์ผู้ตายขว้างลงทะเล ก่อนเดินหนี แต่ทุกคนช่วยกันจับตัวมอบตำรวจ

  • ไทม์ไลน์เหตุการณ์:
  • ผู้ก่อเหตุเมาสุรา ชักปืนข่มขู่
  • ยิงมั่วในสถานบันเทิง ไม่มีเจ็บ
  • เจ้าของร้านกัญชาเข้าไปห้าม
  • ถูกยิง 2 นัด ทันทีที่ห้าม
  • ผู้ก่อเหตุขว้างโทรศัพท์ลงทะเล หนีแต่ถูกจับ

การดำเนินคดีหลังร.ต.ต.เมาดุ ยิงปืนมั่ว

พ.ต.อ.เอนก สั่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ รวบรวมพยานหลักฐานละเอียดยิบ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายเต็มที่ เหตุการณ์นี้เกิดในย่านท่องเที่ยวสำคัญอย่างวอล์กกิ้งสตรีท ที่มีนักท่องเที่ยวหนาแน่นทุกคืน อาจกระทบภาพลักษณ์พัทยาได้

ย่านสถานบันเทิงพัทยาเป็นจุดฮอตฮิต แต่ปัญหาสุราและอาวุธปืนยังเป็นห่วง โดยเฉพาะตำรวจที่ควรเป็นแบบอย่าง ต้องเข้มงวดกว่านี้ ร้านกัญชาที่ถูกกฎหมายก็เพิ่มมาก แต่ความปลอดภัยต้องมาก่อนนะเพื่อนๆ

เหตุการณ์ร.ต.ต.เมาดุ ยิงปืนมั่วนี้เป็นบทเรียนราคาแพง อย่าดื่มแล้วถือปืนเด็ดขาด! คุณคิดว่าตำรวจควรมีมาตรการอะไรเพิ่ม เพื่อป้องกันแบบนี้ คอมเมนต์บอกกันหน่อย สมัครรับข่าวสารอัปเดตข่าวอาชญากรรมได้เลย

ที่มา – ร.ต.ต. เมาดุ ยิงปืนมั่วในย่านสถานบันเทิง เจ้าของร้านกัญชาเข้าห้าม ถูกยิงเสียชีวิต

Scroll to top