เหตุการณ์สุดช็อกในย่านสถานบันเทิงชื่อดังของพัทยา เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับ ร.ต.ต. เมาสุราแล้วเกิดออกรถไฟถลำ ยิงปืนใส่บุคคลอื่นจนเสียชีวิต ล่าสุด แจ้งข้อหา ร.ต.ต. เมาปืนดุ ฆ่าผู้อื่น เรียบร้อยแล้ว พร้อมเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งอาจนำไปสู่การไล่ออกจากราชการได้ ข่าวนี้สร้างความฮือฮาและเป็นเครื่องเตือนใจถึงความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่รัฐ
แจ้งข้อหา ร.ต.ต. เมาปืนดุ ฆ่าผู้อื่น
จากกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 19 เมษายน 2569 เวลา 09.00 น. พ.ต.อ.เอนก สระทองอยู่ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ได้ออกมาแถลงความคืบหน้า โดยยืนยันว่าผู้ก่อเหตุคือ ร.ต.ต.จีระศักดิ์ ศรีคัทธะนาม หรือที่รู้จักกันในชื่อ “หมวดโจ้” อายุ 54 ปี ซึ่งสังกัด รองหัวหน้าหน่วยสืบสวน สภ.เมืองพัทยา จริง โดยได้แจ้งข้อหา ร.ต.ต. เมาปืนดุ ฆ่าผู้อื่น ในข้อหาหลักคือ “ฆ่าผู้อื่น” ตามประมวลกฎหมายอาญา นอกจากนี้ยังมีข้อหาเพิ่มเติมเกี่ยวกับพระราชบัญญัติควบคุมอาวุธปืน พ.ศ. 2490 เช่น การยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และการพกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
หลังแจ้งข้อหา ร.ต.ต. เมาปืนดุ ฆ่าผู้อื่น จะมีขั้นตอนอย่างไร
หลังจากแจ้งข้อหาแล้ว ผู้ต้องหาถูกควบคุมตัวเข้าเรือนจำทันที โดยทาง สภ.เมืองพัทยาเตรียมตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง ซึ่งโทษสูงสุดคือการไล่ออกจากราชการ สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงความเด็ดขาดในการปฏิบัติหน้าที่ แม้ผู้กระทำผิดจะเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยกันเอง
สาเหตุเบื้องต้นของเหตุการณ์นี้ เกิดจากการที่ผู้ต้องหาเมาสุราในวงเหล้าที่สถานบันเทิงย่านพัทยา จากนั้นเกิดปากเสียงกับเพื่อนในวง (สวมเสื้อสีขาว) จนถึงขั้นชักปืนออกมา ยิงมั่วไปมา ผู้เสียชีวิตคือเจ้าของร้านกัญชาที่เห็นเหตุการณ์ พยายามเข้าไปไหว้และห้ามปราม รวมถึงพยายามแย่งปืน ก่อนถูกยิง 2 นัดเสียชีวิตคาที่
จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด (CCTV) พบหลักฐานชัดเจน โดยผู้ต้องหามีท่าทีก้าวร้าว ผู้เสียชีวิต (ที่ถอดเสื้อ) เดินเข้าไปยกมือไหว้เพื่อขอร้องให้หยุด แต่ผู้ก่อเหตุไม่ฟังและลั่นไกยิงจนผู้เสียหายล้มลง จากนั้นเหตุการณ์นี้ถูกนำไปสู่การสอบสวนอย่างละเอียด เพื่อหาความจริงทั้งหมด
- ข้อกล่าวหาหลัก: ฆ่าผู้อื่น
- ข้อหาเพิ่มเติม: ยิงปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
- ข้อหาอื่น: พกพาอาวุธปืนในที่สาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร
- วินัย: สอบสวนร้ายแรง อาจไล่ออก
ประวัติของ ร.ต.ต.จีระศักดิ์ เพิ่งจบอบรมนายร้อยรุ่น 53 เมื่อปีที่แล้ว ก่อนมาประจำการที่ สภ.เมืองพัทยาในตำแหน่งรอง สว.สืบสวน เหตุการณ์นี้ไม่เพียงสร้างความสูญเสียให้ครอบครัวผู้ตายเท่านั้น แต่ยังทำลายภาพลักษณ์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ท่องเที่ยวยอดนิยมอย่างพัทยา ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งไทยและต่างชาตินับล้านคนต่อปี
ปัญหานี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าหน้าที่เมาสุราแล้วก่อเหตุรุนแรง โดยเฉพาะการใช้อาวุธปืนที่เป็นหน้าที่ ซึ่งควรใช้ปกป้องประชาชน ไม่ใช่ทำร้าย ตำรวจทุกนายต้องผ่านการฝึกอบรมและมีวินัยสูง แต่เมื่อเมาแล้วสติหลุด ทุกอย่างก็พังทลายได้ในพริบตา หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีมาตรการเข้มงวดมากขึ้น เช่น การตรวจแอลกอฮอล์ก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ หรือการควบคุมอาวุธปืนอย่างเคร่งครัด
นอกจากนี้ พื้นที่พัทยายังเป็นแหล่งสถานบันเทิงมากมาย รวมถึงร้านกัญชาที่ถูกกฎหมาย ทำให้มีผู้คนหลากหลายมารวมตัวกัน การดื่มสุราและปะทะคารมจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้ง แต่การใช้อาวุธปืนเกินกว่าเหตุแบบนี้ ไม่อาจยอมรับได้
เหตุการณ์แจ้งข้อหา ร.ต.ต. เมาปืนดุ ฆ่าผู้อื่นนี้ เป็นเครื่องเตือนใจสำคัญว่าการใช้อาวุธต้องมีสติและวินัย หากคุณเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ ยิ่งต้องยึดมั่นในจรรยาบรรณ หากเห็นด้วยกับมุมมองนี้ อย่าลืมแชร์บทความและแสดงความคิดเห็นด้านล่าง เพื่อให้สังคมตระหนักมากขึ้น ติดตามข่าวอาชญากรรมและเหตุการณ์เด่นอื่นๆ ได้ที่เว็บไซต์ของเรา
ที่มา – แจ้งข้อหา “ร.ต.ต.” เมาปืนดุ “ฆ่าผู้อื่น” เตรียมตั้งคณะกรรมการเอาผิดวินัยร้ายแรง

