ถนนทรุด ล่าสุด

เร่งแก้ปัญหา ถนนสามเสนทรุด เทปูนปิดรั่ว ก่อนฝนซ้ำ!

เจ้าหน้าที่เร่งปรับแผนแก้ถนนสามเสนทรุด เทปูนซีเมนต์ปิดรอยรั่วในอุโมงค์ หวังให้ทันก่อนฝนตกลงมาซ้ำเติมสถานการณ์ หลังจากเจอปัญหาใหญ่ เครนไม่สามารถยกชิ้นส่วนปูนที่มีปัญหาขึ้นมาได้

เมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 25 กันยายน 2568 นายสุริยชัย รวิวรรณ ผู้อำนวยการสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าภายหลังการปรับแผนของ รฟม. ในการเร่งคืนพื้นที่บริเวณถนนทรุดตัวลึก 20 เมตร หน้าทางเข้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ถนนสามเสน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) โดยระบุว่า แผนเดิมที่นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จะดำเนินการโดยใช้รถเครนและสลิงผูกกับปูนนั้น ไม่สามารถทำได้เนื่องจากชิ้นส่วนปูนติดขัดกับส่วนอื่น ๆ ในหลุมและดิน ทำให้ต้องมีการปรับแผนแก้ถนนสามเสนทรุดด้วยการเทปูนลงไป เพื่อเร่งคืนพื้นผิวจราจรและลดผลกระทบต่อประชาชน ซึ่งบริษัท ช.การช่าง เป็นผู้ตัดสินใจในเรื่องนี้

ปรับแผนแก้ถนนสามเสนทรุด

สำหรับการเทปูนลงไปนั้น มีจุดประสงค์เพื่อปิดปากหลุมที่เป็นรูรั่ว โดยจะเทเป็นแท่นปูนขึ้นไปก่อนประมาณ 3 เมตร เมื่อปูนเซ็ตตัวแล้ว จะนำทรายมาถมและอัดให้แน่น จากนั้นจะทำพื้นให้เต็ม ซึ่งจะช่วยรับน้ำหนักของฝั่ง สน.สามเสน และช่วยคืนพื้นผิวจราจรให้กลับมาใช้งานได้ดังเดิม

อย่างไรก็ตาม การเทปูนลงไปอาจทำให้ปูนไหลเข้าไปในอุโมงค์เนื่องจากไม่มีสิ่งใดรองปิดช่องอุโมงค์ไว้ กว่าปูนจะเซ็ตตัว ทาง ช.การช่าง จะต้องดำเนินการนำปูนและดินที่ค้างอยู่ในอุโมงค์ออกมา เนื่องจากเป็นผู้รับผิดชอบการก่อสร้างรถไฟฟ้า ซึ่งจะต้องดำเนินการแก้ไขให้เร็วที่สุด เพราะมีความกังวลว่าหากฝนตกลงมา สถานการณ์อาจเลวร้ายลงได้ และคาดว่าจะสามารถเริ่มงานให้เสร็จสิ้นได้ภายในวันนี้

ทีมวิศวกรได้ระบุว่า อุปสรรคในการดำเนินงานไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องน้ำหนักของชิ้นส่วนที่ติดค้างอยู่ภายในหลุมเท่านั้น แต่ยังมีเรื่องของฝนที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากข้อมูลจากกรมอุตุนิยมวิทยาคาดการณ์ว่าในอีก 2 วันข้างหน้าจะมีฝนตกลงมาอย่างหนัก หากยังไม่สามารถนำชิ้นส่วนทั้งหมดขึ้นมาได้ จะยิ่งทำให้การทำงานเป็นไปด้วยความยากลำบาก และอาจส่งผลกระทบให้เกิดดินสไลด์เพิ่มเติมและทำให้ตัวอาคารของสถานีตำรวจนครบาลสามเสนทรุดตัวเพิ่มขึ้นได้ ดังนั้น การเร่งปรับแผนแก้ถนนสามเสนทรุดจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

ความคืบหน้าล่าสุดในการปรับแผนแก้ถนนสามเสนทรุด

ในเวลา 14.55 น. ผู้สื่อข่าวรายงานจากจุดเกิดเหตุว่า รถผสมปูนซีเมนต์ คันละ 5 คิว ได้เดินทางมาถึงแล้ว 4 คัน โดยมีรายงานว่าจะมีการใช้รถผสมปูนซีเมนต์ทั้งหมดประมาณ 100 คัน และปูนซีเมนต์ประมาณ 500 คิว ในการดำเนินการครั้งนี้

นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้เดินทางเข้าพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจทีมงานในการแก้ไขปัญหาในครั้งนี้ด้วย

สถานการณ์ถนนสามเสนทรุดยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การปรับแผนแก้ถนนสามเสนทรุดในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วนเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด หวังว่าการเทปูนปิดรอยรั่วครั้งนี้จะสำเร็จลุล่วงไปด้วยดีก่อนที่ฝนจะตกลงมาซ้ำเติมสถานการณ์

ที่มา – ปรับแผนแก้ถนนสามเสนทรุด เร่งเทปูนปิดรอยรั่ว ให้ทันก่อนฝนตกซ้ำ

รฟม.ขอโทษ ถนนทรุดตัว: เร่งคืนผิวจราจร

รฟม.ขอโทษถนนทรุดตัว เผยสาเหตุเบื้องต้น พร้อมเร่งคืนผิวจราจรใน 2 สัปดาห์

จากเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณถนนสามเสน สร้างความกังวลให้กับประชาชน รฟม. (การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย) ได้ออกมาแถลงขอโทษ พร้อมชี้แจงสาเหตุเบื้องต้น และให้คำมั่นว่าจะเร่งคืนผิวจราจรให้เร็วที่สุดภายใน 2 สัปดาห์ เพื่อลดผลกระทบต่อการเดินทางของประชาชน

วันที่ 25 กันยายน 2568 นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. ได้แถลง ณ ศูนย์บัญชาการเหตุการณ์หลุมยุบ เขตดุสิต โดยกล่าวถึงกรณีรฟม.ขอโทษถนนทรุดตัว บริเวณใกล้ รพ.วชิรพยาบาล และ สน.สามเสน ว่า “รฟม. ขอกราบขออภัยผู้ป่วย ผู้ใช้บริการ รพ.วชิรพยาบาล และพี่น้องประชาชนที่สัญจร รวมถึงผู้ที่อยู่บริเวณถนนสามเสนและใกล้เคียง เราจะพยายามอย่างเต็มที่ในการดูแลและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อคืนสภาพพื้นที่ให้กลับมาใช้งานได้ปกติโดยเร็ว รวมถึงการเยียวยาและดูแลผลกระทบที่เกิดขึ้น”

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน เริ่มต้นเมื่อประชาชนสังเกตเห็นความผิดปกติของผิวถนนตั้งแต่เวลา 05.00 น. ต่อมาเวลา 05.30 น. เริ่มมีน้ำเอ่อขึ้นมาบนผิวถนน ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเข้ามากั้นพื้นที่ และในเวลา 07.00 น. เริ่มมีการพังทลายของพื้นผิวจราจรอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งเวลา 07.30 น. พบว่าดินและน้ำหายไปเป็นบริเวณกว้าง ลึกลงไปเกือบ 20 เมตร โดยดินได้ไหลเข้าไปในโครงสร้างสถานีรถไฟฟ้า ห้องโถงผู้โดยสาร ชานชาลา และอุโมงค์

นายกาจผจญ กล่าวเพิ่มเติมว่า รฟม. ไม่ได้นิ่งนอนใจ และได้เร่งดำเนินการตรวจสอบหาสาเหตุของรฟม.ขอโทษถนนทรุดตัว โดยเบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเกิดจากสภาพดินในบริเวณนั้น ประกอบกับน้ำใต้ดิน ทำให้ดินเปลี่ยนพฤติกรรมและทรุดตัวลง ส่งผลให้ท่อประปาหลักที่อยู่ลึกลงไป 3 เมตร ชำรุด น้ำประปาและน้ำเสียไหลออกมา ทำให้ดินขาดเสถียรภาพและไหลเข้าไปในสถานี

การแก้ไขและเยียวยา

รฟม. ได้หารือกับผู้รับจ้างและผู้ออกแบบ และวางแผนการแก้ไขเป็น 2 ระยะ:

  • ระยะที่ 1: เร่งคืนพื้นที่ผิวจราจร โดยจะเริ่มจากการอุดรอยรั่วบริเวณอุโมงค์และสถานีด้วยกระสอบทรายประมาณ 50,000 ลูก จากนั้นจะถมกลับด้วยซีเมนต์ผสม และปรับพื้นผิวถนนให้กลับมาเป็นปกติ เพื่อเปิดการจราจรบนถนนสามเสนให้เร็วที่สุด คาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์
  • ระยะที่ 2: ดำเนินการแก้ไขและซ่อมแซมอุโมงค์และสถานี เพื่อให้สามารถกลับมาใช้งานได้ตามปกติ รวมถึงซ่อมแซมอาคารที่ได้รับผลกระทบ เช่น สถานีตำรวจ

รฟม. ยืนยันว่าจะดูแลผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ และขอให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบติดต่อมายังช่องทางต่างๆ ของ รฟม. และผู้รับจ้าง

ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ รฟม.ขอโทษถนนทรุดตัว ครั้งนี้จะเป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในการก่อสร้างโครงการรถไฟฟ้าใต้ดินของ รฟม. แต่ทางหน่วยงานให้คำมั่นสัญญาว่าจะหาสาเหตุที่แท้จริง และกำหนดมาตรการป้องกันเพิ่มเติม เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีกในอนาคต

ความปลอดภัยและความสะดวกสบายของประชาชนเป็นสิ่งสำคัญที่สุด รฟม. จึงมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็ว

ที่มา – รฟม. ขอโทษถนนทรุดตัว เผยสาเหตุเบื้องต้น พร้อมเร่งคืนผิวจราจรใน 2 สัปดาห์

ผวา! พบน้ำซึมถนนสามเสน หวั่นซ้ำรอย


สถานการณ์ล่าสุดที่ถนนสามเสนสร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก หลังจากเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบ พบน้ำซึมถนนสามเสน ซึ่งอยู่ห่างจากจุดที่เคยเกิดเหตุถนนทรุดตัวเมื่อไม่นานมานี้เพียง 2 กิโลเมตรเท่านั้น เหตุการณ์นี้ทำให้ชาวบ้านหวาดหวั่นว่าอาจจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเหมือนบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล

ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมา ถนนบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลเกิดการทรุดตัวเป็นหลุมขนาดใหญ่ ก่อนเกิดเหตุการณ์ มีรายงานว่าพบน้ำซึมขึ้นมาบนพื้นผิวถนน และถนนมีลักษณะผิดปกติ ซึ่งเป็นสัญญาณเตือนก่อนที่จะเกิดการทรุดตัวลง

ล่าสุดเมื่อวันที่ 25 กันยายน เวลาประมาณ 08.30 น. มีรายงานว่าพบน้ำซึมถนนสามเสนอีกครั้ง บริเวณที่อยู่ห่างจากจุดเกิดเหตุเดิมประมาณ 2 กิโลเมตร ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องรีบนำกรวยมาวางกั้นพื้นที่เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และเพื่อตรวจสอบสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

พื้นที่ดังกล่าวเป็นแนวเส้นทางการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ ซึ่งมีการก่อสร้างใต้ดินตลอดแนว และอยู่ห่างจากโรงพยาบาลวชิรพยาบาลเพียง 2 กิโลเมตร ชาวบ้านในพื้นที่สังเกตว่ามีน้ำประปาซึมขึ้นมาประมาณ 2-3 วันแล้ว และน้ำใต้ดินดันถนนให้นูนขึ้น ทำให้ผิวจราจรไม่เรียบ ซึ่งผิดปกติจากเดิม

เจ้าหน้าที่จากการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า ถึงแม้จุดที่พบน้ำซึมถนนสามเสน จะอยู่ในแนวการก่อสร้างรถไฟใต้ดิน แต่ในเบื้องต้นยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับโครงการก่อสร้างหรือไม่ ต้องรอผลการตรวจสอบอย่างละเอียดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาสาเหตุที่แท้จริง

นายพิภพ ไทยถิ่นงาม และนายวิญญู ไทยถิ่นงาม เจ้าของร้านหมูมณีที่อยู่ใกล้เคียงกับจุดที่น้ำซึม เล่าว่า พวกเขาเห็นน้ำซึมขึ้นมาบนผิวถนนประมาณ 2-3 วันก่อนหน้านี้แล้ว แต่ในช่วงเช้าวันนี้ (25 กันยายน) พบว่ามีน้ำซึมออกมาจากผิวยางมะตอยมากผิดปกติเมื่อมีรถวิ่งผ่าน พวกเขาเชื่อว่าเป็นน้ำที่มาจากใต้ดิน เนื่องจากในวันนี้ไม่มีฝนตก

ด้วยความกังวลว่าจะเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอย พวกเขาจึงได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ให้มาตรวจสอบ และได้เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินเบื้องต้น เช่น เตรียมน้ำและไฟสำรองไว้ หากสถานการณ์รุนแรงกว่านั้นก็อาจจะต้องอพยพออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

เจ้าหน้าที่จากการประปานครหลวง (กปน.) ได้ทำการตรวจสอบน้ำที่ซึมขึ้นมา โดยใช้ผงเทสคลอรีน เบื้องต้นผลการตรวจสอบไม่พบส่วนผสมของคลอรีน ซึ่งบ่งชี้ว่าไม่ใช่น้ำประปา เนื่องจากท่อน้ำประปาวางอยู่ใต้แนวฟุตบาท การที่น้ำจะดันขึ้นมาได้นั้น มักจะขึ้นมาบริเวณฟุตบาทก่อน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่าน้ำที่ซึมออกมา อาจมาจากบ่อพักน้ำของหน่วยงานรัฐ หรือบ่อพักน้ำอาจมีการชำรุด

พบน้ำซึมถนนสามเสน

สาเหตุที่อาจเป็นไปได้ที่ทำให้พบน้ำซึมถนนสามเสน

  • การก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดินอาจส่งผลกระทบต่อโครงสร้างใต้ดิน
  • ท่อประปาใต้ดินอาจมีการรั่วซึม
  • บ่อพักน้ำของหน่วยงานรัฐอาจชำรุด
  • น้ำใต้ดินมีปริมาณมากผิดปกติ

เหตุการณ์พบน้ำซึมถนนสามเสนในครั้งนี้ เป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และต้องมีการตรวจสอบหาสาเหตุที่แท้จริงอย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงซ้ำรอยเกิดขึ้นอีกในอนาคต ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยเร็ว เพื่อสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้กับประชาชนในพื้นที่

ที่มา – พบน้ำซึมถนนสามเสน ห่างจุดถนนทรุดตัว 2 กิโลเมตร ชาวบ้านหวั่นเกิดเหตุซ้ำรอย

นายกฯ ลงพื้นที่ถนนทรุดรอบดึก กู้บล็อกคอนกรีต

“นายกฯ อนุทิน” ลงพื้นที่ถนนทรุดรอบดึก รับเจ้าหน้าที่ต้องทำงานแข่งกับเวลา นำรถเครนขนาด 200 ตัน กู้บล็อกคอนกรีต จำนวน 4 ชิ้น ก่อนอัดกระสอบทราย เตรียมลงพื้นที่ชายแดน ลั่นจะไม่ยอมให้เสียอธิปไตย

เมื่อเวลา 22.50 น. วันที่ 24 ก.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลัง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) นัดพิเศษ ต่อมา นายอนุทิน ได้เดินทางออกจากทำเนียบรัฐบาล ไปยังจุดเกิดเหตุถนนทรุด บริเวณหน้า รพ.วชิรพยาบาล

ขณะที่บรรยากาศล่าสุด ยังไม่สามารถอุดบริเวณปล่องที่ยุบลงไปบริเวณอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงได้ เนื่องจากติดปัญหา ตรงที่มีบล็อกคอนกรีตขนาด 4-8 เมตร ซึ่งเป็นบ่อพักสายไฟของการไฟฟ้าฯ จำนวน 4 ชิ้น ชิ้นละประมาณ 30 ตัน ที่สไลด์ลงไปขวางทาง ทำให้ไม่สามารถอัดกระสอบทรายลงไปได้ และเสี่ยงต่อการที่น้ำ และดินจะไหลเข้าไปซ้ำ จึงต้องใช้เครนขนาด 200 ตัน ที่ใช้ในการกู้อาคาร สตง.ถล่ม ที่เดินทางมาจากปทุมธานี ลงไปเกี่ยวบล็อกแล้วนำขึ้นมาก่อน ซึ่งจะได้เร่งทำให้เสร็จในค่ำคืนนี้

จากนั้น เวลา 23.05 น. นายอนุทิน เดินทางมาถึงที่ รพ.วชิรพยาบาล โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. และเจ้าหน้าที่รับผิดชอบ รายงานสถานการณ์ล่าสุดให้รับทราบ

นายอนุทิน เผยว่า เราต้องมาดูงาน พร้อมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ต้องทุ่มเทเพื่อแก้ไขปัญหาให้ได้มากที่สุด พร้อมเร่งคืนพื้นผิวจราจรให้ได้มากที่สุด ให้เร็วที่สุด พรุ่งนี้ทาง รฟม. และผู้รับจ้างจะมีการแถลงข่าวประมาณ 11 โมง ในเรื่องเทคนิคไม่อยากพูดไปก่อน แต่อยากให้คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องเป็นผู้ชี้แจงดีกว่า

เมื่อถามว่า เท่าที่ดูมีปัญหาที่หนักใจหรือไม่ นายอนุทิน เผยว่า ปริมาณดินที่ถล่มลงไป และสิ่งที่เราจะต้องซ่อมในส่วนของอุโมงค์ที่อาจจะมีการยุบตัว รวมถึงเรื่องโครงสร้างที่เป็นส่วนประกอบ สายไฟฟ้า ความปลอดภัยของอาคารโดยรอบ ถือเป็นสิ่งเร่งด่วนที่ผู้รับผิดชอบทราบ และกำลังเร่งแก้ไข ทั้งการหยุดน้ำ และปิดกั้นรอยรั่วต่างๆ ส่วนเรื่องฝนนั้น ถ้ามีปริมาณฝนตกลงมามาก อาจทำให้เกิดดินสไลด์มากขึ้น ซึ่งเราต้องทำงานแข่งกับเวลา ช่วงนี้ต้องพยายามถม และบดอัดในส่วนที่ยังทำได้อยู่ ส่วนรายละเอียดอยากให้รอถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพรุ่งนี้

ส่วนตึกสูงโดยรอบนั้นทางโยธาธิการ จะมีการตรวจสอบอยู่แล้ว อย่างวชิรพยาบาล ที่เป็นตึกสูง มีที่จอดรถใต้ดิน จะมีกำแพงอยู่ใต้ดินอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเราจะสังเกตว่าดินที่ถล่มลงไปนั้นจะเป็นอาคารที่ไม่สูง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ตอนนี้เร่งอพยพคนออกไปทั้งหมดแล้ว และไม่มีการใช้งานอาคาร ทาง รฟม. ก็คงมีแผนว่าจะไปแก้ไขอาคารเหล่านั้นอย่างไร เนื่องจากมีบางอาคารที่เสาเข็มขาด เพราะเจาะเสาเข็มลงไปแค่ 21 เมตร จึงต้องมาดูว่า ในส่วนของอาคารที่เสาเข็มขาด จะเสริมกลับเข้ามาอย่างไร แต่ทุกอย่างต้องคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก

เมื่อถามถึงการยกบล็อก ขนาด 30 ตันขึ้นจากอุโมงค์ นายอนุทิน เผยว่า ก็เห็นกันอยู่แล้วว่าบล็อกที่สามารถตัดเป็นตอนๆ และทยอยยกขึ้นมาได้ และรถเครนสามารถเข้าไปใกล้จุดที่บล็อกคอนกรีตขวางอยู่ได้ เพื่อให้ถมกระสอบทรายได้เต็มที่ ซึ่งกระสอบทรายจะทำให้เกิดการแน่นหนาของดิน และลดความเสี่ยงของการถล่มของดินเพิ่มเติม

นอกจากนี้ นายอนุทิน ยังบอกด้วยว่า ในฐานะที่เป็นรัฐบาล ต้องกราบขออภัยพี่น้องประชาชนทุกท่าน ในสิ่งที่มันเกิดขึ้น เวลานี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาโทษใคร แต่ต้องเร่งคืนสภาพให้มากที่สุด ส่วนการรับผิดชอบในเรื่องความเสียหายต่างๆ หรือการรับผิดชอบสัญญาทางแพ่ง ทางอาญา ก็จะต้องมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด

ต่อข้อถาม เห็นว่ามีประชาชนร้องเรียนก่อนหน้านี้ นายอนุทิน ระบุว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด ตอนเช้าที่มายังไม่ได้รับตำแหน่ง ตอนนี้รับตำแหน่งแล้ว ก็มาดูแลอย่างใกล้ชิด แต่ตนและทางผู้ว่าฯ กทม. ทีมงาน ก็เป็นหน้าเดิมทั้งนั้น ก็ต่อสู้กันมาตั้งแต่แผ่นดินไหว ที่อาคาร สตง. กำลังสร้างถล่ม เหตุดินถล่มที่โคราช เมื่อ ก.ย. ปีที่แล้ว ลักษณะพื้นฐานไม่ต่างกันเท่าไร สิ่งที่เป็นปัญหาคือปริมาณดินจำนวนมากที่ไหลลงไปทับ แล้วหน้างานจะทำอย่างไร เพื่อขนย้ายดินเหล่านี้ออกมาให้ได้มากที่สุด

เมื่อถามว่าหลังรับตำแหน่งแล้ว จะลงพื้นที่ชายแดนหรือไม่ นายกฯ อนุทิน บอกว่า ต้องไปอยู่แล้ว เพราะมีตำแหน่งเป็น รมว.มหาดไทย อีกหนึ่งตำแหน่ง ตอนนี้ที่ชายแดน เรามีทั้งกองทัพ ทหาร ฝ่ายปกครอง อส. ทำหน้าที่อยู่ และโดยความรับผิดชอบก็ต้องไปด้วยตัวเองอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับทางรัฐบาลกัมพูชาอย่างเป็นทางการ แต่จุดยืนของเราชัดเจนว่า ในการรักษาอธิปไตย ยังให้กองทัพตัดสินใจผ่าน สมช. และกระทำได้โดยผู้ที่รับผิดชอบ ซึ่งตอนนี้คือแม่ทัพภาคที่ 2 ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแม่ทัพภาคที่ 2 หลังเดือนกันยายนนี้ คนใหม่ก็อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังได้แต่งตั้งให้ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ มาช่วยอีกแรง เนื่องจากเคยเป็นอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ท่าทีของไทยในเรื่องของการทูตก็ยังเหมือนเดิม จะต้องมีการขนอาวุธร้ายแรง ระเบิดต่างๆ กำลังพลต่างๆ ให้ออกไปจากพื้นที่ของไทย ไม่อย่างนั้นก็ยังคุยอะไรไม่ได้ เรายังมีจุดยืนในเรื่องการปิดด่านต่างๆ จนกว่าความเป็นภัยของกัมพูชาจะหมดไป

ต่อข้อถาม คิดอย่างไรที่กัมพูชาบอกว่า ปิดด่าน 100 ปี ก็ไม่เป็นไร นายอนุทิน บอกว่า ถ้าพูดจากใจ เดี๋ยวยิ่งกระทบความสัมพันธ์ อย่าให้เป็นแบบนั้นเลย เราก็พยายามให้ดีที่สุด แต่เราจะไม่ยอมเสียอธิปไตย หรือเสียเปรียบใดๆ เด็ดขาด อย่างไรก็ตาม ยิ่งกัมพูชาขนอาวุธหนัก หรือกำลังพลเข้าพื้นที่ การเจรจาก็จะไม่เกิดขึ้น และคงจะมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้น 

ส่วนเรื่องเงินเยียวยานั้น ได้เร่งเต็มที่ ซึ่งหลังจากที่มีการแถลงนโยบายเสร็จ ก็จะได้เร่งดำเนินการเรื่องเงินเยียวยาทันที

นายกฯ ลงพื้นที่ถนนทรุดรอบดึก กู้บล็อกคอนกรีต

จากเหตุการณ์นายกฯ ลงพื้นที่ถนนทรุดรอบดึก กู้บล็อกคอนกรีต บริเวณหน้า รพ.วชิรพยาบาล แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความรวดเร็วในการแก้ไขปัญหาของภาครัฐ โดยนายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอย่างใกล้ชิด

ความท้าทายในการกู้บล็อกคอนกรีต

การกู้บล็อกคอนกรีตขนาดใหญ่ที่สไลด์ลงไปในอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงเป็นงานที่ท้าทายอย่างมาก เนื่องจากต้องใช้เครื่องจักรขนาดใหญ่และต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของโครงสร้างโดยรอบ รวมถึงความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน

การแก้ไขปัญหาถนนทรุดครั้งนี้เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงาน ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อให้การดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่นและรวดเร็วที่สุด สิ่งสำคัญคือการเร่งคืนพื้นผิวจราจรให้กลับสู่สภาพเดิมโดยเร็ว เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชน

สถานการณ์นายกฯ ลงพื้นที่ถนนทรุดรอบดึก กู้บล็อกคอนกรีต ยังคงต้องติดตามอย่างใกล้ชิด และหวังว่าการแก้ไขปัญหาจะเป็นไปอย่างราบรื่นและสำเร็จลุล่วงด้วยดี เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกสบายของประชาชน

ที่มา – นายกฯ ลงพื้นที่ถนนทรุดรอบดึก เครน 200 ตัน กู้บล็อกคอนกรีต ก่อนอัดกระสอบทราย

นายกฯ ลงพื้นที่ถนนทรุดกลางดึก เร่งกู้บล็อกคอนกรีต

“นายกฯ อนุทิน” ฟิตจัด ลงพื้นที่ถนนทรุดกลางดึก! เผยเจ้าหน้าที่ต้องแข่งกับเวลา เร่งนำรถเครน 200 ตัน กู้บล็อกคอนกรีต 4 ชิ้น อัดกระสอบทราย พร้อมลุยชายแดน ย้ำไม่ยอมเสียอธิปไตย

เมื่อเวลา 22.50 น. วันที่ 24 ก.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุม ครม. นัดพิเศษ ได้เดินทางด่วนจากทำเนียบรัฐบาล ไปยังจุดเกิดเหตุถนนทรุดกลางดึก บริเวณหน้า รพ.วชิรพยาบาล

สถานการณ์ล่าสุด ยังไม่สามารถอุดบริเวณที่ยุบตัวในอุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงได้ เนื่องจากมีบล็อกคอนกรีตขนาด 4-8 เมตร ซึ่งเป็นบ่อพักสายไฟของการไฟฟ้าฯ จำนวน 4 ชิ้น แต่ละชิ้นหนักประมาณ 30 ตัน สไลด์ลงไปขวางทาง ทำให้ไม่สามารถอัดกระสอบทรายได้ และเสี่ยงต่อน้ำและดินที่จะไหลเข้าไปซ้ำ จึงต้องใช้เครนขนาด 200 ตัน จากเหตุการณ์ สตง.ถล่ม ที่ปทุมธานี เพื่อนำบล็อกขึ้นมาก่อน และเร่งทำให้เสร็จภายในคืนนี้

เวลา 23.05 น. นายอนุทินเดินทางถึง รพ.วชิรพยาบาล โดยมี นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. และเจ้าหน้าที่รายงานสถานการณ์

นายอนุทินกล่าวว่า ต้องมาให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ให้ทุ่มเทแก้ไขปัญหา และเร่งคืนพื้นผิวจราจรให้เร็วที่สุด รฟม. และผู้รับจ้างจะแถลงข่าวพรุ่งนี้ 11 โมง เรื่องเทคนิคขอให้ผู้เกี่ยวข้องชี้แจง

เมื่อถามถึงปัญหาที่หนักใจ นายอนุทินกล่าวว่า ปริมาณดินที่ถล่มลงไป การซ่อมอุโมงค์ที่อาจยุบตัว โครงสร้างส่วนประกอบ สายไฟฟ้า ความปลอดภัยของอาคารโดยรอบ เป็นสิ่งเร่งด่วนที่ผู้รับผิดชอบทราบและกำลังแก้ไข ทั้งการหยุดน้ำและปิดกั้นรอยรั่ว หากฝนตกหนัก อาจเกิดดินสไลด์มากขึ้น ต้องทำงานแข่งกับเวลา ช่วงนี้ต้องถมและบดอัดในส่วนที่ทำได้ รายละเอียดให้รอถามหน่วยงาน

อาคารสูงโดยรอบจะมีการตรวจสอบ โยธาธิการจะตรวจสอบ วชิรพยาบาลมีที่จอดรถใต้ดิน มีกำแพงใต้ดินอีกชั้น ดินที่ถล่มลงไปนั้นจะเป็นอาคารที่ไม่สูง ซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ตอนนี้เร่งอพยพคนออกไปหมดแล้ว และไม่มีการใช้งานอาคาร รฟม. คงมีแผนแก้ไขอาคารเหล่านั้น เสาเข็มบางอาคารขาด เพราะเจาะเสาเข็มลงไปแค่ 21 เมตร ต้องดูว่าจะเสริมอย่างไร ทุกอย่างต้องคำนึงถึงความปลอดภัย

เกี่ยวกับการยกบล็อก 30 ตัน นายอนุทินกล่าวว่า บล็อกสามารถตัดเป็นตอนๆ และทยอยยกขึ้นมาได้ รถเครนสามารถเข้าไปใกล้บล็อกคอนกรีตได้ เพื่อให้ถมกระสอบทรายได้เต็มที่ ซึ่งกระสอบทรายจะทำให้ดินแน่นหนา และลดความเสี่ยงดินถล่มเพิ่มเติม

นายอนุทินกล่าวขออภัยประชาชนในสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่ใช่เวลาโทษใคร แต่ต้องเร่งคืนสภาพให้มากที่สุด การรับผิดชอบความเสียหายต่างๆ หรือสัญญาทางแพ่ง ทางอาญา จะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวด

เมื่อถามว่ามีประชาชนร้องเรียนก่อนหน้านี้ นายอนุทินกล่าวว่า ยังไม่ทราบรายละเอียด ตอนเช้าที่มายังไม่ได้รับตำแหน่ง ตอนนี้รับตำแหน่งแล้ว ก็มาดูแลอย่างใกล้ชิด ตนและผู้ว่าฯ กทม. ทีมงาน เป็นหน้าเดิมทั้งนั้น สู้กันมาตั้งแต่แผ่นดินไหว ที่อาคาร สตง. กำลังสร้างถล่ม เหตุดินถล่มที่โคราช เมื่อ ก.ย. ปีที่แล้ว ลักษณะพื้นฐานไม่ต่างกัน ปัญหาคือปริมาณดินจำนวนมากที่ไหลลงไปทับ แล้วหน้างานจะทำอย่างไร เพื่อขนย้ายดินเหล่านี้ออกมาให้ได้มากที่สุด

เมื่อถามว่าหลังรับตำแหน่งแล้ว จะลงพื้นที่ชายแดนหรือไม่ นายกฯ อนุทินบอกว่า ต้องไปอยู่แล้ว เพราะมีตำแหน่งเป็น รมว.มหาดไทย อีกหนึ่งตำแหน่ง ตอนนี้ที่ชายแดน เรามีทั้งกองทัพ ทหาร ฝ่ายปกครอง อส. ทำหน้าที่อยู่ และโดยความรับผิดชอบก็ต้องไปด้วยตัวเองอยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ยังไม่ได้คุยกับทางรัฐบาลกัมพูชาอย่างเป็นทางการ แต่จุดยืนของเราชัดเจนว่า ในการรักษาอธิปไตย ยังให้กองทัพตัดสินใจผ่าน สมช. และกระทำได้โดยผู้ที่รับผิดชอบ ซึ่งตอนนี้คือแม่ทัพภาคที่ 2 ถึงแม้จะมีการเปลี่ยนแม่ทัพภาคที่ 2 หลังเดือนกันยายนนี้ คนใหม่ก็อยู่ในพื้นที่อยู่แล้ว นอกจากนี้ ยังได้แต่งตั้งให้ พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ มาช่วยอีกแรง เนื่องจากเคยเป็นอดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ท่าทีของไทยในเรื่องของการทูตก็ยังเหมือนเดิม จะต้องมีการขนอาวุธร้ายแรง ระเบิดต่างๆ กำลังพลต่างๆ ให้ออกไปจากพื้นที่ของไทย ไม่อย่างนั้นก็ยังคุยอะไรไม่ได้ เรายังมีจุดยืนในเรื่องการปิดด่านต่างๆ จนกว่าความเป็นภัยของกัมพูชาจะหมดไป

เมื่อถามว่าคิดอย่างไรที่กัมพูชาบอกว่า ปิดด่าน 100 ปี ก็ไม่เป็นไร นายอนุทินบอกว่า ถ้าพูดจากใจ เดี๋ยวยิ่งกระทบความสัมพันธ์ อย่าให้เป็นแบบนั้นเลย เราก็พยายามให้ดีที่สุด แต่เราจะไม่ยอมเสียอธิปไตย หรือเสียเปรียบใดๆ เด็ดขาด อย่างไรก็ตาม ยิ่งกัมพูชาขนอาวุธหนัก หรือกำลังพลเข้าพื้นที่ การเจรจาก็จะไม่เกิดขึ้น และคงจะมีมาตรการที่เข้มข้นขึ้น

ส่วนเรื่องเงินเยียวยานั้น ได้เร่งเต็มที่ ซึ่งหลังจากที่มีการแถลงนโยบายเสร็จ ก็จะได้เร่งดำเนินการเรื่องเงินเยียวยาทันที

นายกฯ ลงพื้นที่ถนนทรุดกลางดึก

สถานการณ์ล่าสุด ถนนทรุดกลางดึก

ถนนทรุดกลางดึกครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐานอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้น และลดผลกระทบต่อประชาชนให้มากที่สุด

ที่มา – นายกฯ ลงพื้นที่ถนนทรุดกลางดึก เครน 200 ตัน กู้บล็อกคอนกรีต ก่อนอัดกระสอบทราย

กปน. เริ่มจ่ายน้ำประปาเข้าบางพื้นที่แล้ว

กปน. เร่งบรรเทาผลกระทบผู้ใช้น้ำ จากเหตุ “ถนนทรุดตัว” บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล กระทบท่อประปาแตกรั่ว ล่าสุดเมื่อเวลา 19.00 น. เริ่มจ่ายน้ำประปาเข้าบางพื้นที่แล้ว

ความคืบหน้ากรณี เกิดเหตุถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล และสถานีตำรวจนครบาลสามเสน ใกล้เคียงกับจุดก่อสร้างทางขึ้น-ลงที่ 4 สถานีวชิรพยาบาล (PP19) ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) ลักษณะเป็นหลุมขนาดความกว้าง 30×30 เมตร ความลึก 50 เมตร แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต  

ล่าสุด นางสาวสุวรา ทวิชศรี ผู้ว่าการการประปานครหลวง (กปน.) เปิดเผยว่า จากเหตุถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งเกิดจากดินไหลเข้าไปในอุโมงค์ก่อสร้างรถไฟฟ้าใต้ดิน บริเวณรอยต่อระหว่างอุโมงค์และสถานี ส่งผลให้สิ่งปลูกสร้างและสาธารณูปโภคบริเวณใกล้เคียงทรุดตัวตามไปด้วย รวมถึงส่งผลให้ท่อประธานขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,200 มิลลิเมตร ได้รับความเสียหาย กปน. จึงมีความจำเป็นต้องหยุดจ่ายน้ำบางส่วน เป็นการชั่วคราว เพื่อลดผลกระทบมิให้น้ำประปาไหลเข้าสู่พื้นที่เกิดเหตุ และต้องวางแผนการซ่อมฉุกเฉิน ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อผู้ใช้น้ำในวงกว้าง พร้อมกันนี้ กปน. ได้เร่งดำเนินการบริหารจัดการผันน้ำจากพื้นที่ใกล้เคียงเข้ามาช่วยบรรเทาผลกระทบ รวมถึงขณะนี้ได้มีการให้บริการรถบรรทุกน้ำ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

สำหรับการดำเนินการในขั้นตอนต่อไป คือ การเร่งปรับปรุงและแก้ไขระบบท่อประธานขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1,200 มิลลิเมตร ที่ได้รับความเสียหาย ให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ เพื่อให้สามารถจ่ายน้ำประปาเข้าบางพื้นที่แล้วให้แก่ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวได้มากขึ้น รวมถึงการเร่งดำเนินการวางท่อจ่ายน้ำชั่วคราวสำหรับให้บริการกับโรงพยาบาลวชิรพยาบาล และพื้นที่ใกล้เคียงต่อไป อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าว ต้องมีการวางแผนอย่างรัดกุม เนื่องจากบริเวณพื้นที่เกิดเหตุยังคงมีการทรุดตัวของพื้นที่บริเวณใกล้เคียงอย่างต่อเนื่อง จึงเป็นอุปสรรคต่อการนำเครื่องจักรเข้าพื้นที่ รวมถึงยังคงมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยด้วย ทั้งนี้ หากประสบปัญหาจากการใช้น้ำในพื้นที่ดังกล่าว ต้องการบริการรถบรรทุกน้ำ สามารถติดต่อได้ที่ MWA Call Center “ศูนย์บริการประชาชน” โทร. 1125 ตลอด 24 ชั่วโมง

ซึ่งจากการตรวจสอบทางเพจเฟซบุ๊ก การประปานครหลวง กปน. (Metropolitan Waterworks Authority) ได้โพสต์ข้อความเมื่อเวลา 19.00 น. ระบุว่า  กปน. เริ่มจ่ายน้ำประปาเข้าบางพื้นที่แล้ว ถ.ราชวิถีฝั่งทิศใต้ จากแยกซังฮี้ถึงแม่น้ำเจ้าพระยา ถ.สามเสน จากแยกซังฮี้ ถึงคลองผดุงกรุงเกษม 

ทั้งนี้ หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติม จะรายงานให้ทราบต่อไป 

กปน. เริ่มจ่ายน้ำประปาเข้าบางพื้นที่แล้ว

พื้นที่ใดบ้างที่กปน. เริ่มจ่ายน้ำประปาเข้าบางพื้นที่แล้ว?

จากการประกาศของการประปานครหลวง (กปน.) เริ่มจ่ายน้ำประปาเข้าบางพื้นที่แล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ถนนราชวิถีฝั่งทิศใต้ ตั้งแต่แยกซังฮี้ไปจนถึงแม่น้ำเจ้าพระยา และถนนสามเสนจากแยกซังฮี้ถึงคลองผดุงกรุงเกษม การดำเนินการนี้ถือเป็นข่าวดีสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ท่อประปาแตกรั่วก่อนหน้านี้

เหตุการณ์ถนนทรุดตัวที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบต่อการจ่ายน้ำในวงกว้าง การที่กปน. สามารถจ่ายน้ำประปาเข้าบางพื้นที่แล้วได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพในการจัดการและแก้ไขปัญหาของหน่วยงาน

ความสำคัญของการแก้ไขปัญหาท่อประปาอย่างรวดเร็ว:

  • ลดผลกระทบต่อประชาชน: การมีน้ำประปาใช้อย่างต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการดำเนินชีวิตประจำวัน
  • สนับสนุนการทำงานของโรงพยาบาล: โรงพยาบาลวชิรพยาบาลเป็นสถานพยาบาลสำคัญ การมีน้ำใช้อย่างเพียงพอจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่ง
  • สร้างความเชื่อมั่น: การแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการทำงานของภาครัฐ

กปน. ยังคงดำเนินการแก้ไขปัญหาในส่วนที่เหลืออย่างต่อเนื่อง และให้คำมั่นว่าจะจ่ายน้ำประปาเข้าบางพื้นที่แล้วให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นในเร็ววัน หากท่านใดประสบปัญหา สามารถติดต่อ MWA Call Center 1125 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

การที่กปน. เร่งแก้ไขปัญหาและจ่ายน้ำประปาเข้าบางพื้นที่แล้ว ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี แต่เราก็ควรใช้น้ำอย่างประหยัดและรู้คุณค่า เพื่อให้มีน้ำใช้อย่างยั่งยืน

ที่มา – กปน. เริ่มจ่ายน้ำประปาเข้าบางพื้นที่แล้ว หลังเหตุถนนทรุดตัว กระทบท่อประปาแตกรั่ว

เปิดภาพสแกน 3 มิติ สน.สามเสน หลังถนนทรุด

จากเหตุการณ์ถนนทรุดตัวบริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ซึ่งส่งผลกระทบต่อพื้นที่โดยรอบ รวมถึงสถานีตำรวจนครบาลสามเสน ล่าสุดได้มีการเปิดภาพสแกน 3 มิติ บริเวณพื้นใต้อาคาร สน.สามเสน หลังเกิดเหตุถนนทรุดตัว เพื่อประเมินความเสียหายและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นใกล้กับจุดก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ทำให้เกิดหลุมขนาดใหญ่ สร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่เพื่อเร่งแก้ไขปัญหา โดยใช้กระสอบทรายถมหลุมตามมาตรฐานสากล

ทางด้านสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ได้เผยแพร่ภาพสแกน 3 มิติที่แสดงให้เห็นถึงความเสียหายใต้สถานีตำรวจนครบาลสามเสน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินความปลอดภัยของอาคาร

เปิดภาพสแกน 3 มิติ บริเวณพื้นใต้อาคาร สน.สามเสน หลังเกิดเหตุถนนทรุดตัว

ภาพสแกน 3 มิติ แสดงให้เห็นว่าดินได้สไลด์เข้าไปใต้ตัวอาคารสถานีตำรวจนครบาลสามเสนเป็นระยะทางประมาณ 15 เมตร ซึ่งเกือบจะสุดตัวอาคาร นอกจากนี้ยังพบเสาเข็มหัก 2 ต้น ทำให้เกิดความกังวลว่าอาคารอาจมีความเสี่ยงที่จะทรุดตัวลงไปอีก

ความเสี่ยงจากการทรุดตัวของอาคาร สน.สามเสน

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้ต้องมีการเฝ้าระวังและประเมินความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและประชาชนที่มาติดต่อราชการ การเปิดภาพสแกน 3 มิติ บริเวณพื้นใต้อาคาร สน.สามเสน หลังเกิดเหตุถนนทรุดตัวจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการวางแผนรับมือและแก้ไขปัญหา

ถึงแม้ว่าทางฝั่งโรงพยาบาลวชิรพยาบาลจะยังไม่พบความเสียหายเพิ่มเติม แต่การทรุดตัวของถนนก็ส่งผลกระทบต่อการสัญจรและการดำเนินชีวิตของประชาชนในพื้นที่โดยรอบ

เจ้าหน้าที่จาก บริษัท ช.การช่าง กำลังเร่งดำเนินการตรวจสอบและประเมินความเสียหายอย่างละเอียด เพื่อหาแนวทางแก้ไขที่เหมาะสมและปลอดภัยที่สุด

การแก้ไขปัญหาถนนทรุดตัวในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

การเปิดภาพสแกน 3 มิติ บริเวณพื้นใต้อาคาร สน.สามเสน หลังเกิดเหตุถนนทรุดตัว ถือเป็นข้อมูลสำคัญที่ช่วยให้เราเข้าใจถึงความรุนแรงของปัญหาและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

สถานการณ์เช่นนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราใส่ใจกับการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคพื้นฐาน และวางแผนการก่อสร้างอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ สน.สามเสน เป็นบทเรียนสำคัญที่ย้ำเตือนถึงความสำคัญของการตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีการก่อสร้างขนาดใหญ่

ที่มา – เปิดภาพสแกน 3 มิติ บริเวณพื้นใต้อาคาร สน.สามเสน หลังเกิดเหตุถนนทรุดตัว

รฟม. เร่งถมดินปิดอุโมงค์ ลดเสี่ยงดินทรุดตัวเพิ่ม

จากเหตุการณ์ดินทรุดตัวบริเวณใกล้เคียงกับโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงฯ ทำให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน เพื่อความปลอดภัยของประชาชนและลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อโครงสร้างโดยรอบ นี่คือรายละเอียดล่าสุดเกี่ยวกับมาตรการที่ รฟม. กำลังดำเนินการ

รฟม. สั่งผู้รับจ้างงานโยธา เร่งถมดินปิดปากอุโมงค์ ลดความเสี่ยงดินทรุดตัวเพิ่ม

รฟม. ได้สั่งการให้ผู้รับจ้างงานโยธา เร่งดำเนินการถมดินปิดปากอุโมงค์ของโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วง ช่วงเตาปูน – ราษฎร์บูรณะ (วงแหวนกาญจนาภิเษก) เพื่อลดความเสี่ยงในการทรุดตัวของดินเพิ่มเติม และป้องกันไม่ให้สถานการณ์เลวร้ายลงไปอีก

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นบริเวณหน้าทางเข้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ถนนสามเสน ใกล้เคียงกับจุดก่อสร้างทางขึ้น – ลงที่ 4 สถานีวชิรพยาบาล (PP19) เมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 ทำให้เกิดหลุมลึกขนาดใหญ่ และมีแนวโน้มที่จะทรุดตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งสร้างความกังวลให้กับประชาชนในพื้นที่

มาตรการเร่งด่วนเพื่อลดความเสี่ยงดินทรุดตัวเพิ่ม

นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. ได้เปิดเผยว่า รฟม. ได้สั่งการให้ผู้รับจ้างงานโยธา CKST-PL JV เร่งดำเนินการถมดินกลับโดยทันที โดยใช้วัสดุที่เหมาะสม เช่น กระสอบทรายและหินคลุก เพื่อหยุดการไหลของดินและน้ำใต้ดินเข้าสู่สถานีรถไฟฟ้า ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการทรุดตัวของดิน

  • การถมดิน: ใช้กระสอบทรายและหินคลุกเพื่อถมดินกลับ ลดการทรุดตัว
  • การกั้นพื้นที่: กั้นพื้นที่รอบบริเวณหลุม เพื่อความปลอดภัยของประชาชน
  • การเสริมแนวกั้น: ใช้กระสอบทรายเสริมเป็นแนวกั้น ไม่ให้น้ำฝนไหลลงไปในหลุมยุบเพิ่มเติม
  • การเฝ้าระวัง: เฝ้าระวังการเคลื่อนตัวของโครงสร้างอาคารข้างเคียงอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ รฟม. ยังได้ให้ความสำคัญกับการเฝ้าระวังการเคลื่อนตัวของโครงสร้างอาคารข้างเคียงอย่างต่อเนื่อง เพื่อประเมินผลกระทบและดำเนินการแก้ไขหากพบความผิดปกติ

การดำเนินการถมดินปิดปากอุโมงค์นี้ มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อเพิ่มเสถียรภาพของดินโดยรอบ ก่อนที่จะเข้าดำเนินงานก่อสร้างในขั้นตอนต่อไป การแก้ไขปัญหาอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของ รฟม. ในการดูแลความปลอดภัยของประชาชน และลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากโครงการก่อสร้าง

สถานการณ์ปัจจุบันอยู่ภายใต้การควบคุม และ รฟม. กำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเต็มที่ เพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าความปลอดภัยคือสิ่งที่สำคัญที่สุด

ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ดินทรุดตัวจะสร้างความกังวลใจให้กับหลายๆ คน แต่การตอบสนองอย่างรวดเร็วและเด็ดขาดของ รฟม. แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน และความมุ่งมั่นในการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าสายสีม่วงให้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดี โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

ที่มา – รฟม. สั่งผู้รับจ้างงานโยธา เร่งถมดินปิดปากอุโมงค์ ลดความเสี่ยงดินทรุดตัวเพิ่ม

ชัชชาติยัน! ใช้กระสอบทรายถมหลุมทรุดมาตรฐานสากล


ชัชชาติยัน! ใช้กระสอบทรายถมหลุมทรุดมาตรฐานสากล

จากกรณีเหตุการณ์ถนนทรุดตัว บริเวณหน้าโรงพยาบาลวชิรพยาบาลและสถานีตำรวจนครบาลสามเสน ใกล้กับจุดก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วง ส่งผลให้เกิดความกังวลในเรื่องความปลอดภัยของผู้ที่อาศัยอยู่ในบริเวณนั้น ล่าสุด นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์และยืนยันว่า การใช้กระสอบทรายถมหลุมทรุดเป็นวิธีการที่เป็นไปตามมาตรฐานสากล

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 24 กันยายน 2568 โดยพบหลุมขนาดใหญ่กว้าง 30 เมตร ยาว 30 เมตร และลึก 50 เมตร โชคดีที่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้

ภายหลังการประชุมหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นายชัชชาติได้เปิดเผยว่า สาเหตุเบื้องต้นของการทรุดตัวเกิดจากน้ำที่ไหลเข้าไปในพื้นที่ก่อสร้างและช่องชาร์ปที่เชื่อมต่อกับอุโมงค์รถไฟฟ้า ทำให้ดินไหลเข้าไปในอุโมงค์

เพื่อให้สถานการณ์ดีขึ้น รฟม. และบริษัทผู้รับเหมาได้นำกระสอบทรายกว่า 50,000 ลูก มาใช้ในการอุดรอยรั่วและป้องกันไม่ให้ดินและทรายไหลลงไปในอุโมงค์ ซึ่งอาจทำให้เกิดการทรุดตัวเพิ่มเติมได้

“จากการใช้กระสอบทราย สถานการณ์มีความเสถียรมากขึ้น แต่ยังมีปัญหาเรื่องช่องชาร์ปที่ต้องแก้ไข” นายชัชชาติกล่าว “เราจะหารือกับ รฟม. และผู้รับเหมาเพื่อหาทางอุดช่องดังกล่าว และมั่นใจว่าการใช้กระสอบทรายจะช่วยให้สถานการณ์ดีขึ้น”

นอกจากนี้ จะมีการเทคอนกรีตเพิ่มเติมในจุดที่ใช้กระสอบทราย เพื่อเพิ่มความแข็งแรงและป้องกันการเคลื่อนตัวของดิน อาคารที่อยู่ในเกณฑ์เสี่ยงคือ สน.สามเสน เนื่องจากดินใต้ฐานอาคารอาจไหลออกไป ทำให้โครงสร้างไม่มั่นคง

เพื่อความปลอดภัย กทม. ได้สั่งห้ามรถใหญ่สัญจรในพื้นที่ถนนสุโขทัย และจะมีการประเมินความจำเป็นในการปิดการจราจรบนถนนดังกล่าวต่อไป ส่วนอาคารโรงพยาบาลวชิรพยาบาลได้รับการยืนยันว่ามีความปลอดภัย

ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้ได้รับการจัดหาที่พักชั่วคราว โดย กทม. จะลงพื้นที่สำรวจความต้องการและความจำเป็นของประชาชนในชุมชนสวนอ้อย เพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่

หัวใจสำคัญของการแก้ไขปัญหาในขณะนี้คือ การควบคุมปริมาณน้ำในพื้นที่ โดยการประปาได้ทำการตัดการระบายน้ำแล้ว และมีการใช้กระสอบทรายในการป้องกันไม่ให้น้ำจากภายนอกไหลเข้าไปในบ่อทรุด

นายชัชชาติยังกล่าวถึงกรณีที่มีผู้ร้องเรียนเรื่องน้ำท่วมขังบนผิวจราจรก่อนเกิดเหตุทรุดตัวว่า อาจเป็นผลมาจากการแตกของท่อประปาเนื่องจากการเคลื่อนตัวของดิน

ทำไมต้องใช้กระสอบทรายถมหลุมทรุด?

นายชัชชาติอธิบายว่า การใช้กระสอบทรายเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการอุดช่องว่างและป้องกันการไหลของดิน เนื่องจากกระสอบทรายมีความยืดหยุ่นและสามารถปรับตัวเข้ากับสภาพพื้นที่ได้ดี นอกจากนี้ ในอนาคต หากจำเป็นต้องรื้อกระสอบทรายออกเพื่อทำการก่อสร้างเพิ่มเติม ก็สามารถทำได้ง่ายกว่าการใช้วัสดุอื่น

“การใช้กระสอบทรายเป็นการคำนึงถึงอนาคตด้วย ไม่ใช่ทำไปแล้วต้องรื้อใหม่” นายชัชชาติกล่าว “ผมเชื่อว่าเป็นวิธีที่ถูกแล้ว”

ด้านนายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. กล่าวว่า รฟม. จะชี้แจงสาเหตุเบื้องต้นของเหตุการณ์ในวันที่ 25 กันยายน 2568 เวลา 11.00 น. ส่วนตัวแทนโรงพยาบาลวชิรพยาบาลยืนยันว่าอาคารของโรงพยาบาลมีความปลอดภัย และได้เตรียมมาตรการรองรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับการเดินทางของผู้ป่วย

โดยสรุปแล้ว การแก้ไขปัญหาถนนทรุดตัวบริเวณโรงพยาบาลวชิรพยาบาลยังคงดำเนินต่อไป โดยมีเป้าหมายหลักคือการควบคุมสถานการณ์ ป้องกันความเสียหายเพิ่มเติม และสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในพื้นที่ การใช้กระสอบทรายถมหลุมทรุด เป็นเพียงส่วนหนึ่งของมาตรการทั้งหมด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดเพื่อแก้ไขปัญหานี้ให้ลุล่วงโดยเร็ว

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการก่อสร้างโครงการขนาดใหญ่ในพื้นที่เมืองต้องมีการวางแผนและการจัดการความเสี่ยงอย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชุมชนและสิ่งแวดล้อม

ที่มา – ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ลงพื้นที่ถนนทรุดตัว ยันใช้กระสอบทรายถมหลุมเป็นมาตรฐานสากล

Scroll to top