ทหารไทยเสียชีวิต

กองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ชายแดน กัมพูชายังไม่ให้ความร่วมมือ

กองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ชายแดนฝั่ง จ.สระแก้ว ระบุมีกำลังพลเสียชีวิต 2 คน ขณะที่การดำเนินกลยุทธ์ยึดพื้นที่ “บ้านคลองแผง-บ้านหนองจาน” ยังคงดำเนินต่อไป ท่ามกลางการระดมยิงจรวด BM-21 และปืนใหญ่จากกัมพูชาอย่างต่อเนื่อง ปัญหาสำคัญคือปัจจุบันกัมพูชายังไม่ให้ความร่วมมือในการปล่อยตัวคนไทยกลับประเทศ

กองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ชายแดน กัมพูชายังไม่ให้ความร่วมมือ

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม 2568 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 1 ได้สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ จ.สระแก้ว ประจำวัน โดยกองกำลังบูรพา (กกล.บูรพา) ยังคงปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยในสถานการณ์ความขัดแย้งไทย-กัมพูชา ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่ 4 แล้ว สรุปการปฏิบัติที่สำคัญได้ดังนี้

สถานการณ์ล่าสุดตามพื้นที่ชายแดน: กองทัพภาคที่ 1 สรุป

  • พื้นที่บ้านคลองแผง อ.ตาพระยา: การดำเนินกลยุทธ์เพื่อยึดพื้นที่ยังคงดำเนินอยู่ ฝ่ายกัมพูชายังคงระดมยิงอย่างต่อเนื่องด้วยอาวุธ BM-21, ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิด
  • พื้นที่บ้านหนองหญ้าแก้ว อ.โคกสูง: สามารถยึดครองพื้นที่ได้ตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2568 และได้วางกำลังตั้งรับตามแนวอ้างสิทธิ์ ฝ่ายกัมพูชายังคงระดมยิงด้วยอาวุธ BM-21 ประมาณ 40 นัด, ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิด
  • พื้นที่บ้านหนองจาน อ.โคกสูง: อยู่ระหว่างการดำเนินกลยุทธ์เพื่อยึดพื้นที่เช่นกัน โดยฝ่ายกัมพูชายังคงระดมยิงด้วยอาวุธ BM-21, ปืนใหญ่ และเครื่องยิงลูกระเบิดอย่างต่อเนื่อง
  • พื้นที่บ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ: มีการวางกำลังคุ้มครองพื้นที่ นอกจากนี้ บริเวณด่านถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ ฝ่ายไทยได้เตรียมการเปิดด่านเพื่อรับคนไทยจากฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชากลับประเทศ เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการรับตัวและคัดกรองตามขั้นตอน โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) พร้อมส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง จะดำเนินการคัดแยกและตรวจสอบหลักฐานการเข้า-ออกประเทศตามกฎหมายต่อไป ที่สำคัญคือจนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับความร่วมมือจากฝ่ายกัมพูชาในการปล่อยตัวคนไทยกลับเข้าประเทศ ซึ่งยังคงอยู่ระหว่างการเจรจาของทั้งสองฝ่าย
  • พื้นที่ อ.คลองหาด: วางกำลังคุ้มครองพื้นที่

สถานการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้น มีกำลังพลได้รับบาดเจ็บเดิม 14 นาย แต่มีกำลังพลสูญเสียเพิ่มเติมคือเสียชีวิต 2 นาย และได้รับบาดเจ็บ 20 นาย ทำให้สรุปยอดกำลังพลที่ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตตั้งแต่วันที่ 8 ธันวาคม 2568 จนถึงปัจจุบัน มีผู้บาดเจ็บรวม 34 นาย และเสียชีวิต 2 นาย

กองทัพภาคที่ 1 ขอยืนยันว่าจะปฏิบัติงานตามภารกิจอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยการปฏิบัติการทางทหารจะดำเนินการภายใต้กฎการปะทะและสิทธิในการป้องกันตนเอง จนกว่าภัยคุกคามในพื้นที่ชายแดน จ.สระแก้ว จะยุติลง เพื่อรักษาอธิปไตยของไทยและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนเป็นสำคัญ สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้เห็นความสำคัญของการรักษาความมั่นคงของชาติ และความเสียสละของเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัย การติดตามข่าวสารและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เป็นสิ่งที่เราทำได้ในฐานะประชาชนคนไทย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นที่กัมพูชายังไม่ให้ความร่วมมือในการส่งคนไทยกลับประเทศ การเจรจาและหาทางออกร่วมกันเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างประเทศ

ที่มา – กองทัพภาคที่ 1 สรุปสถานการณ์ชายแดน กัมพูชายังไม่ให้ความร่วมมือส่งคนไทยกลับบ้าน

ส.ป.ก. ช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต ครัวเรือนทหารหาญ

จากสถานการณ์ความไม่สงบตามแนวชายแดน เลขาธิการ ส.ป.ก. เร่งสั่งการให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ โดยเน้น 3 มาตรการด่วน คือ การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต ครัวเรือนทหารหาญ รวมถึงการฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมที่เสียหาย

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (เลขาธิการ ส.ป.ก.) เป็นประธานในการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์และผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมีผู้บริหารระดับสูงของ ส.ป.ก. และปฏิรูปที่ดินจังหวัดจากศรีสะเกษ สุรินทร์ อุบลราชธานี บุรีรัมย์ จันทบุรี ตราด และสระแก้ว เข้าร่วมประชุมผ่านระบบ Zoom Cloud Meeting

นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม
นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ เลขาธิการสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

เลขาธิการ ส.ป.ก. กล่าวว่า ส.ป.ก. จะให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต ครัวเรือนทหารหาญ อย่างเต็มที่ รวมถึงครอบครัวของทหารที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบ โดยให้ ส.ป.ก. จังหวัดตรวจสอบข้อมูลและรายงานผลกระทบที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ โครงการต่างๆ ที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบ จะต้องรอจนกว่าสถานการณ์จะปลอดภัยก่อน

ส.ป.ก. ชู 3 มาตรการด่วน ช่วยเหลือ–ฟื้นฟู ดูแลผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต ครัวเรือนทหารหาญ

มาตรการและแผนการให้ความช่วยเหลือที่ ส.ป.ก. กำหนดไว้ประกอบด้วย:

  1. มาตรการเร่งด่วน: สำนักบริหารกลาง (สบก.) จะดำเนินการช่วยเหลือด้านสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นแก่เกษตรกรที่ได้รับผลกระทบ โดย ส.ป.ก. จังหวัดจะต้องสำรวจและแจ้งข้อมูลไปยัง สบก. และสำนักบริหารกองทุน (สบท.) จะออกมาตรการลดหรืองดหนี้สินของเกษตรกร
  2. มาตรการช่วยเหลือข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ และจ้างเหมาบริการ: กองการเจ้าหน้าที่ (กกจ.) จะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ โดยให้แจ้งความประสงค์ไปยัง กกจ.
  3. มาตรการฟื้นฟูเกษตรกร: สำนักพัฒนาและถ่ายทอดเทคโนโลยี (สพท.) จะให้ความช่วยเหลือในการฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับความเสียหาย โดยจะรวบรวมข้อมูลและความต้องการของเกษตรกรเพื่อจัดทำโครงการเสนอขออนุมัติจากคณะอนุกรรมการโครงการและการเงินกองทุนการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (อกก.คง.)

สถานการณ์ปัจจุบันของ ส.ป.ก. จังหวัดต่างๆ และผลกระทบต่อเกษตรกร:

  • ส.ป.ก.ศรีสะเกษ: พื้นที่เสี่ยงหลักคือ อำเภอกันทรลักษ์ อำเภอขุนหาญ และอำเภอภูสิงห์ มีผู้ได้รับผลกระทบจำนวนมาก จังหวัดได้จัดเตรียมศูนย์อพยพไว้รองรับ
  • ส.ป.ก.สุรินทร์: พื้นที่ได้รับผลกระทบคือ อำเภอกาบเชิง อำเภอพนมดงรัก อำเภอสังขะ และอำเภอบัวเชด โครงการต่างๆ ของ ส.ป.ก. ได้รับผลกระทบ จังหวัดได้จัดเตรียมศูนย์อพยพไว้รองรับ
  • ส.ป.ก.บุรีรัมย์: ชะลอโครงการต่างๆ ไว้ก่อน จนกว่าสถานการณ์จะยุติ
  • ส.ป.ก.จันทบุรี: ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
  • ส.ป.ก.ตราด: เตรียมพร้อมศูนย์พักพิงและยานพาหนะสำหรับอพยพ
  • ส.ป.ก.สระแก้ว: มีเกษตรกรได้รับผลกระทบจำนวนมาก กำลังขยายศูนย์พักพิงเพิ่มเติม
  • ส.ป.ก.อุบลราชธานี: เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดินได้รับผลกระทบใน 4 อำเภอ

ส.ป.ก. มุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต ครัวเรือนทหารหาญ และฟื้นฟูพื้นที่เกษตรกรรมที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ โดยประสานงานกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้ความช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

มาตรการช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต ครัวเรือนทหารหาญ

จากรายงานสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น จะเห็นได้ว่า ส.ป.ก. ได้ให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือเกษตรกรเเละผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบอย่างจริงจัง โดยการออกมาตรการเร่งด่วนต่างๆ เพื่อบรรเทาความเดือนร้อนในเบื้องต้น เเละพร้อมที่จะฟื้นฟูพื้นที่การเกษตรให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ดังเดิม เพื่อให้เกษตรกรสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างปกติสุข

ที่มา – ส.ป.ก. ชู 3 มาตรการด่วน ช่วยเหลือ–ฟื้นฟู ดูแลผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต ครัวเรือนทหารหาญ

สดุดีทหารกล้า น้องสมาร์ท-ธนกร สังเวยชายแดน

ขอสดุดีวีรกรรม สดุดีทหารกล้า น้องสมาร์ท-ธนกร และเหล่าทหารผู้กล้าที่พลีชีพปกป้องอธิปไตยชาติ ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชาเพิ่มขึ้นเป็น 9 นาย สร้างความเศร้าสลดใจแก่คนไทยทั้งประเทศ

วันที่ 11 ธันวาคม 2568 เฟซบุ๊กเพจ Army Military Force ได้โพสต์ข้อความแสดงความเสียใจต่อการจากไปของ “พลทหารชาญชัย ผดุงโชค” หรือ น้องสมาร์ท อายุ 22 ปี ภูมิลำเนาจังหวัดกาฬสินธุ์ สังกัดกรมทหารราบที่ 112 กองพันทหารราบที่ 3 (ร.112 พัน.3) ตำแหน่งพลยิงปืนกล ซึ่งเสียชีวิตจากการถูกกระสุนปืน ค. ของฝ่ายกัมพูชาตกใส่ บริเวณสมรภูมิบึงตะกวน-บ้านคลองแผง อำเภอตาพระยา

ต่อมาไม่นาน เพจดังกล่าวได้แจ้งข่าวร้ายอีกครั้งถึงการเสียชีวิตของ “พลทหารธนกร สิงหาชาติ” ภูมิลำเนาจังหวัดมหาสารคาม สังกัดกองร้อยทหารราบที่ 211 กองพันทหารราบที่ 21 ตำแหน่งพลยิงลูกระเบิด 40 มม. (M203) ซึ่งพลีชีพกลางสมรภูมิปราสาทตาเมือนธม จากการถูกสะเก็ดกระสุนปืน ค. ของฝ่ายกัมพูชาเช่นกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า เหตุการณ์ปะทะระหว่างทหารไทยและทหารกัมพูชาบริเวณชายแดน ตั้งแต่วันที่ 8-10 ธันวาคม 2568 ส่งผลให้มีกำลังพลเสียชีวิตดังนี้:

  • จ.ส.อ.ศตวรรษ สุจริต
  • พลทหาร วายุ ขวัญเสือ
  • ส.อ.ชวกร เดชขุนทด
  • จ.ส.ท.จิระวัฒน์ มุ่งกลาง
  • พลทหารเทิดศักดิ์ ศรีลาชัย
  • จ.ส.อ.อนันดา อุดร
  • พลทหาร ธนรัตน์ จันทร์ประทัด
  • พลทหารชาญชัย ผดุงโชค (น้องสมาร์ท)
  • พลทหารธนกร สิงหาชาติ

เหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้นครั้งนี้ สร้างความสะเทือนใจให้กับประชาชนชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง ทุกคนต่างร่วมส่งกำลังใจให้กับครอบครัวของผู้เสียชีวิต และสดุดีวีรกรรมความกล้าหาญของเหล่าทหารกล้าที่เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย

สดุดีทหารกล้า น้องสมาร์ท-ธนกร วีรชนชายแดน

การเสียสละของทหารกล้าเหล่านี้จะไม่สูญเปล่า พวกเขาคือวีรบุรุษของชาติที่ควรค่าแก่การจดจำและยกย่อง เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและญาติมิตรของผู้เสียชีวิตทุกท่าน

สดุดีทหารกล้า น้องสมาร์ท-ธนกร และยอดนักรบผู้เสียสละ

กองทัพและรัฐบาลไทยได้ให้ความช่วยเหลือและดูแลครอบครัวของผู้เสียชีวิตอย่างเต็มที่ พร้อมทั้งดำเนินการสอบสวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียด เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย

สถานการณ์ชายแดนยังคงตึงเครียดและมีความผันผวนอยู่ตลอดเวลา ทหารไทยยังคงปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งเพื่อปกป้องอธิปไตยและรักษาความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดน เราขอเป็นกำลังใจให้กับทหารทุกนายที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละและอดทน

เหตุการณ์ความสูญเสียที่เกิดขึ้นนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความมั่นคงของชาติ และการให้ความสำคัญกับสวัสดิการและขวัญกำลังใจของทหารที่ปฏิบัติหน้าที่เสี่ยงภัยตามแนวชายแดน

พวกเราคนไทยทุกคน ขอร่วมส่งแรงใจให้ทหารหาญทุกท่าน และร่วมกัน สดุดีทหารกล้า น้องสมาร์ท-ธนกร รวมถึงวีรชนทุกท่านที่ได้สละชีพเพื่อชาติไทย

ขอให้ดวงวิญญาณของ สดุดีทหารกล้า น้องสมาร์ท-ธนกร และผู้เสียชีวิตทุกท่านไปสู่สุคติ และขอให้ครอบครัวของท่านเข้มแข็งและผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี

การสูญเสียครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราเห็นถึงความสำคัญของการมีเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาค การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และการให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนตามแนวชายแดน จะเป็นหนทางที่จะนำไปสู่ความสงบสุขและความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน

พวกเราคนไทยทุกคน จะไม่ลืมวีรกรรมและความเสียสละของทหารกล้าเหล่านี้ และจะร่วมกันสร้างสังคมที่เข้มแข็งและมั่นคง เพื่อให้สมกับความเสียสละของพวกเขา

ที่มา – สดุดีทหารกล้า “น้องสมาร์ท-ธนกร” ยอดวีรชนสังเวยสนามรบชายแดนไทย-กัมพูชา พุ่ง 9 นาย

กัมพูชายิงปืน ค. ทหารไทยดับ! อัปเดตล่าสุด

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียดขึ้น เมื่อมีรายงานเหตุการณ์ กัมพูชายิงปืน ค. ลงข้างยานเกราะสไตรเออร์ บริเวณด่านบึงตะกวน อำเภอตาพระยา จังหวัดสระแก้ว ส่งผลให้มีทหารไทยเสียชีวิต 1 นาย และได้รับบาดเจ็บอีก 10 นาย

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 10 ธันวาคม 2568 หลังจากที่กองทัพภาคที่ 1 ได้ส่งกำลังทหารราบพร้อมยานเกราะล้อยาง Stryker 8×8 เข้าควบคุมพื้นที่บริเวณด่านบึงตะกวน ซึ่งเป็นจุดที่ตั้งอยู่ตรงข้ามจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านตาพระยา การเคลื่อนกำลังพลดังกล่าวมีขึ้นภายหลังความตึงเครียดที่เกิดขึ้นต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา โดยก่อนหน้านี้มีการปักธงชาติไทยและตั้งรั้วลวดหนามหีบเพลงเพื่อแสดงอาณาเขต (ยานเกราะ Stryker บุกยึดคืน “ด่านบึงตะกวน” ปักธงชาติไทย-ตั้งรั้วลวดหนามหีบเพลง)

กัมพูชายิงปืน ค.

รายงานข่าวระบุว่า กัมพูชายิงปืน ค. ลงข้างยานเกราะสไตรเออร์ ทำให้ทหารไทยได้รับบาดเจ็บสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทหารที่ได้รับบาดเจ็บได้รับการนำส่งโรงพยาบาลตาพระยาเพื่อทำการรักษาอย่างเร่งด่วน

สถานการณ์ล่าสุดหลังกัมพูชายิงปืน ค.

ขณะนี้ยังไม่มีรายงานเพิ่มเติมเกี่ยวกับสถานการณ์ล่าสุดบริเวณชายแดน อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่ากองทัพไทยจะเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย และมีการเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกันกับฝ่ายกัมพูชาเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์รุนแรงซ้ำรอย

เหตุการณ์ กัมพูชายิงปืน ค. ลงข้างยานเกราะสไตรเออร์ นับเป็นความสูญเสียที่สร้างความเสียใจให้กับครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ รวมถึงประชาชนชาวไทยเป็นอย่างยิ่ง การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธีและการเจรจาจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศและป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียเช่นนี้อีกในอนาคต

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การรายงานข่าวที่ถูกต้องและเป็นกลางมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ครบถ้วนและรอบด้าน การวิเคราะห์สถานการณ์อย่างมีเหตุผลจะช่วยให้สังคมเข้าใจถึงรากเหง้าของปัญหา และร่วมกันหาทางออกอย่างสร้างสรรค์

ความสูญเสียจากเหตุการณ์ความรุนแรงย่อมนำมาซึ่งความเศร้าโศกและบาดแผลในจิตใจ การให้กำลังใจและช่วยเหลือเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจึงเป็นสิ่งที่เราทุกคนสามารถทำได้ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่เข้มแข็งและพร้อมเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้น

การพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศต้องอาศัยความเข้าใจและความเคารพซึ่งกันและกัน การสร้างความร่วมมือในด้านต่างๆ จะช่วยลดความขัดแย้งและสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนในภูมิภาค

ที่มา – กัมพูชายิงปืน ค. ลงข้างยานเกราะสไตรเออร์ ทหารไทยเสียชีวิต 1 บาดเจ็บ 10

สดุดี! พลทหารเทิดศักดิ์ ศรีลาชัย พลีชีพปราสาทคนา

สดุดีทหารกล้ารายที่ 5 “พลทหารเทิดศักดิ์ ศรีลาชัย” พลีชีพกลางสมรภูมิปราสาทคนา ถูกสะเก็ดระเบิด BM-21 ถล่ม โลกออนไลน์ร่วมอาลัยความหาญกล้า

วันที่ 10 ธ.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์พร้อมใจร่วมไว้อาลัย และสดุดีทหารกล้าคนที่ 5 “พลทหารเทิดศักดิ์ ศรีลาชัย” สังกัด ร.23 พัน.3 กองพันสุรินทร์ พลีชีพเพื่อชาติ ในสมรภูมิปราสาทคนา เมื่อวันที่ 9 ธ.ค. ที่ผ่านมา

โดยมีรายงานว่า จากเหตุการณ์ปะทะที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้ไทยสูญเสียกำลังพลทหารกล้ารายที่ 5 คือ “พลทหารเทิดศักดิ์ ศรีลาชัย” อายุ 20 ปี สังกัด กองพันทหารราบที่ 3 กรมทหารราบที่ 23 (ร.23 พัน.3) ค่ายวีรวัฒน์โยธิน อ.เมือง จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นลูกหลานชาวอีสานจากบ้านภูสิงห์ จ.ศรีสะเกษ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สละชีวิตปกป้องแผ่นดินไทยในสมรภูมิปราสาทคนาอย่างห้าวหาญ เสียชีวิตหลังถูกสะเก็ดระเบิดจาก BM-21 ของกัมพูชา ขณะกำลังรักษาตัวที่ รพ.พนมดงรัก.

สดุดีทหารกล้ารายที่ 5 “พลทหารเทิดศักดิ์ ศรีลาชัย” พลีชีพกลางสมรภูมิปราสาทคนา

เหตุการณ์การเสียสละของ พลทหารเทิดศักดิ์ ศรีลาชัย ในสมรภูมิปราสาทคนา สร้างความสะเทือนใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ การจากไปของเขาไม่เพียงแต่เป็นการสูญเสียบุคคลากรที่สำคัญของกองทัพ แต่ยังเป็นการสูญเสียลูกชาย หลานชาย และเพื่อนของใครหลายๆ คน เรื่องราวของพลทหารเทิดศักดิ์เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความเสียสละอันยิ่งใหญ่ของทหารไทยที่ปกป้องอธิปไตยและผืนแผ่นดินของเรา

การปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ชายแดนนั้นเต็มไปด้วยความเสี่ยง ทหารต้องเผชิญกับอันตรายรอบด้าน ไม่ว่าจะเป็นการปะทะกับกองกำลังต่างชาติ การเหยียบกับระเบิด หรือการถูกโจมตีด้วยอาวุธหนัก แม้จะมีความเสี่ยงมากมาย แต่ทหารไทยก็ยังคงยืนหยัดปฏิบัติหน้าที่ด้วยความกล้าหาญและเสียสละ เพื่อรักษาความสงบและความมั่นคงของประเทศชาติ

ร่วมสดุดีวีรกรรม พลทหารเทิดศักดิ์ ศรีลาชัย

การสดุดีวีรกรรมของ พลทหารเทิดศักดิ์ ศรีลาชัย ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแสดงความอาลัย แต่ยังเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติของผู้ที่เสียสละชีวิตเพื่อชาติ เราสามารถร่วมกันสดุดีวีรกรรมของท่านได้หลายวิธี เช่น การแชร์เรื่องราวของท่านบนโซเชียลมีเดีย การร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือครอบครัวของท่าน หรือการเข้าร่วมกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงท่าน

นอกจากนี้ เรายังสามารถแสดงความขอบคุณและให้กำลังใจแก่ทหารที่ยังคงปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนได้ โดยการส่งจดหมายหรือของขวัญให้กำลังใจ หรือการร่วมบริจาคสิ่งของจำเป็นให้แก่หน่วยทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย การกระทำเหล่านี้จะช่วยให้ทหารรู้สึกว่าพวกเขายังคงได้รับการสนับสนุนและกำลังใจจากคนไทยทั้งประเทศ

การสูญเสีย พลทหารเทิดศักดิ์ ศรีลาชัย เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราตระหนักถึงคุณค่าของความสงบสุขและความเป็นเอกราชของชาติ เราควรที่จะร่วมกันรักษาความสงบและความมั่นคงของประเทศชาติให้คงอยู่สืบไป เพื่อให้สมกับความเสียสละของทหารกล้าทุกท่านที่ได้พลีชีพเพื่อชาติ

ขอสดุดีวีรกรรมของ พลทหารเทิดศักดิ์ ศรีลาชัย และทหารกล้าทุกท่านที่ได้เสียสละชีวิตเพื่อปกป้องผืนแผ่นดินไทย ขอให้ดวงวิญญาณของท่านไปสู่สุคติ

พวกเราคนไทยจะไม่ลืมความเสียสละของท่าน

ที่มา – สดุดีทหารกล้ารายที่ 5 “พลทหารเทิดศักดิ์ ศรีลาชัย” พลีชีพกลางสมรภูมิปราสาทคนา

ด่วน! กองทัพภาคที่ 2 อัปเดตสถานการณ์ กัมพูชา

“กองทัพภาคที่ 2” อัปเดตสถานการณ์ชายแดน การสู้รบขยายวงกว้าง รุนแรงด้วยจรวดหลายลำกล้อง “ฝ่ายกัมพูชา” เสียชีวิต 61 ศพ บาดเจ็บยังประเมินไม่ได้

เฟซบุ๊ก กองทัพภาคที่ 2 โพสต์ข้อความโดยระบุว่า “ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ประจำวันที่ 9 ธันวาคม 2568 (เวลา 17.00 น.) สถานการณ์ตั้งแต่เวลา 09.00 ถึง 17.00 ของวันนี้ ทหารกัมพูชาโจมตีฝ่ายเราอย่างหนัก การสู้รบขยายวงกว้างและมีความรุนแรงด้วยจรวดหลายลำกล้อง BM-21 ประมาณ 125 ครั้ง กระสุนลูกจรวด 5,000 นัด โดรนพลีชีพหรือโดรน FPV จำนวน 33 พื้นที่ ใส่ฐานและที่มั่นของฝ่ายเราในหลายแนวรบ โดยเฉพาะในพื้นที่ช่องอานม้าและช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี, เถียงตาม็อก จังหวัดศรีสะเกษ และช่องคนา ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์ ฝ่ายเราตอบโต้ด้วยอาวุธอย่างได้สัดส่วน

ปัจจุบันยังมีสถานการณ์อยู่ตลอดแนวการวางกำลัง จากผลการปะทะกันอย่างหนักตลอดห้วงเวลาที่ผ่านมา ฝ่ายเราได้สูญเสียนักรบกล้าสละชีพเพื่อพิทักษ์ชาติไปจำนวน 4 นาย บาดเจ็บรวม 68 นาย ฝ่ายกัมพูชาเสียชีวิต 61 นาย บาดเจ็บยังประเมินไม่ได้

กองทัพภาคที่ 2 จะดำเนินการทุกมาตรการเพื่อความมั่นคงปลอดภัย และรักษาอธิปไตยของประเทศอย่างเต็มกำลัง”.

ขอบคุณเฟซบุ๊ก กองทัพภาคที่ 2

กองทัพภาคที่ 2 อัปเดตสถานการณ์ กัมพูชาเสียชีวิต 61 ศพ บาดเจ็บยังประเมินไม่ได้

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชายังคงตึงเครียด โดยล่าสุด กองทัพภาคที่ 2 ได้ออกมาอัปเดตสถานการณ์การสู้รบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีความรุนแรงและขยายวงกว้างมากขึ้น การปะทะครั้งนี้ส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งสองฝ่าย โดยเฉพาะฝ่ายกัมพูชาที่มีผู้เสียชีวิตจำนวนมากถึง 61 ศพ และยังมีผู้บาดเจ็บอีกจำนวนมากที่ยังไม่สามารถประเมินได้

รายละเอียดสถานการณ์ล่าสุดจากกองทัพภาคที่ 2

จากข้อมูลที่ กองทัพภาคที่ 2 ได้รายงานผ่านทางเฟซบุ๊ก ระบุว่า ทหารกัมพูชาได้ทำการโจมตีอย่างหนักหน่วง โดยมีการใช้จรวดหลายลำกล้อง BM-21 จำนวนมากถึง 125 ครั้ง และกระสุนลูกจรวดอีกกว่า 5,000 นัด นอกจากนี้ยังมีการใช้โดรนพลีชีพหรือโดรน FPV โจมตีฐานและที่มั่นของฝ่ายไทยในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริเวณช่องอานม้าและช่องบก จังหวัดอุบลราชธานี, เถียงตาม็อก จังหวัดศรีสะเกษ และช่องคนา ปราสาทตาควาย จังหวัดสุรินทร์

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการสู้รบที่ยังคงดำเนินอยู่ แม้ว่าฝ่ายไทยจะมีการตอบโต้ด้วยอาวุธอย่างได้สัดส่วนแล้วก็ตาม การโจมตีอย่างต่อเนื่องจากฝ่ายกัมพูชาส่งผลให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินของทั้งสองฝ่าย

ความสูญเสียที่เกิดขึ้น:

  • ฝ่ายไทย: เสียชีวิต 4 นาย บาดเจ็บ 68 นาย
  • ฝ่ายกัมพูชา: เสียชีวิต 61 นาย บาดเจ็บยังประเมินไม่ได้

กองทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าจะดำเนินการทุกมาตรการเพื่อรักษาความมั่นคงปลอดภัยและอธิปไตยของประเทศอย่างเต็มกำลัง การอัปเดตสถานการณ์อย่างต่อเนื่องนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างแท้จริง

การสู้รบที่เกิดขึ้นนี้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงมากยิ่งขึ้นในอนาคต การแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธีและการเจรจาจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อหลีกเลี่ยงความสูญเสียและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

สถานการณ์ชายแดนยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด และหวังว่าทุกฝ่ายจะใช้ความอดทนอดกลั้นและหาทางออกร่วมกัน เพื่อนำไปสู่สันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค

ที่มา – “กองทัพภาคที่ 2” อัปเดตสถานการณ์ กัมพูชาเสียชีวิต 61 ศพ บาดเจ็บยังประเมินไม่ได้

Scroll to top