น้ําท่วมภาคใต้

“สรรเพชญ” ชี้ ครม.สัญจรสงขลา สร้างโอกาสใหม่

ช่วงนี้หลายคนกำลังจับตามองการลงพื้นที่ของรัฐบาลเป็นพิเศษ โดยเฉพาะการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ หรือ “สรรเพชญ” ชี้ ครม.สัญจรสงขลา สร้างโอกาสใหม่ ให้กับพี่น้องชาวใต้ ล่าสุด นายสรรเพชญ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ออกมาตอกย้ำถึงความสำคัญของการประชุมครั้งนี้ว่าไม่ใช่แค่เรื่องของการเมือง แต่คือการเปิดประตูสู่การพัฒนาเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของหาดใหญ่และ 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้

“สรรเพชญ” ชี้ ครม.สัญจรสงขลา สร้างโอกาสใหม่ ให้พื้นที่

การลงพื้นที่ของ ครม. ในครั้งนี้ นายสรรเพชญมองว่าเป็นจังหวะสำคัญที่จะทำให้ปัญหาต่างๆ ที่ค้างคาในหลายกระทรวงถูกนำมาวางบนโต๊ะเดียวกัน เพื่อบูรณาการการแก้ปัญหาให้เห็นภาพรวม มากกว่าการทำงานแบบแยกส่วน นอกจากนี้ยังเป็นการวางรากฐานเพื่ออนาคต เพื่อให้หาดใหญ่กลับมาเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งอีกครั้ง

ความคืบหน้าของงบฟื้นฟูน้ำท่วม

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่หลายคนกังวลคือเรื่องการฟื้นฟูพื้นที่หลังเหตุอุทกภัย นายสรรเพชญย้ำชัดว่า “สรรเพชญ” ชี้ ครม.สัญจรสงขลา สร้างโอกาสใหม่ โดยในส่วนของการฟื้นฟูนั้น รัฐบาลไม่ได้รอการประชุมเพียงอย่างเดียว แต่ได้อนุมัติงบกลางกว่า 843 ล้านบาทให้กรมชลประทานดำเนินการซ่อมแซมและฟื้นฟูอาคารระบบชลประทานรวม 67 โครงการใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตั้งแต่ขั้นตอนการอนุมัติงบไปจนถึงการโอนงบประมาณ ทำให้การทำงานเดินหน้าไปได้อย่างรวดเร็วและเป็นรูปธรรม

  • ซ่อมแซมระบบชลประทาน 67 โครงการ
  • ครอบคลุม 5 จังหวัด: สงขลา สตูล ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
  • เน้นการแก้ปัญหาเชิงพื้นที่แบบบูรณาการ
  • วางโครงสร้างพื้นฐานเพื่อป้องกันน้ำท่วมอย่างยั่งยืน

สิ่งที่น่าสนใจคือมุมมองที่กว้างกว่าเรื่องการซ่อมแซม นายสรรเพชญกล่าวว่าเราต้องมองไปถึงอนาคตอีก 5-10 ปีข้างหน้า ว่าจะทำอย่างไรให้เมืองเติบโตอย่างมั่นคง ทั้งในด้านการค้า การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงกับประเทศเพื่อนบ้าน การประชุม ครม.สัญจรจึงถือเป็นกลไกสำคัญที่จะผลักดันโครงการใหญ่ๆ ที่ต้องอาศัยการตัดสินใจระดับนโยบายให้เกิดขึ้นจริง

ท้ายที่สุด การทำงานของภาครัฐควรได้รับการพิจารณาจากผลลัพธ์ที่ประชาชนจะได้รับ มากกว่าการตีความในมิติทางการเมืองเพียงอย่างเดียว หากการลงพื้นที่ครั้งนี้สามารถกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างงาน และแก้ปัญหาโครงสร้างพื้นฐานให้ดีขึ้นได้ นั่นคือชัยชนะที่แท้จริงของพี่น้องประชาชนชาวใต้ครับ

ที่มา – “สรรเพชญ” ชี้ ครม.สัญจรสงขลา สร้างโอกาสใหม่ ย้ำงบฟื้นฟูน้ำท่วมเดินหน้าแล้ว

รัฐบาลสั่งการผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังใกล้ชิดรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

รัฐบาลสั่งการผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังใกล้ชิดรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝน หลายพื้นที่ในประเทศไทยมักจะต้องเผชิญกับความท้าทายจากภัยธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคใต้ที่มักจะได้รับอิทธิพลจากมรสุมในหลายช่วงเวลา ล่าสุดทางรัฐบาลได้ออกมาตรการเชิงรุกเพื่อเตรียมความพร้อมรับมือ โดยมีคำสั่งจาก นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มอบหมายให้ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะประธานคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุทกภัยและภัยแล้ง เร่งดำเนินการสั่งการให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ให้ความสำคัญกับรัฐบาลสั่งการผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังใกล้ชิดรับมือสถานการณ์น้ำท่วม เพื่อลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนให้ได้มากที่สุด

การทำงานเชิงรุกในครั้งนี้มุ่งเน้นที่การบูรณาการหน่วยงานทุกภาคส่วน เพื่อให้การรับมือกับสถานการณ์น้ำเป็นไปอย่างมีเอกภาพและรวดเร็ว โดยมีการกำหนดแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ดังนี้:

แนวทางการดำเนินงานเพื่อรับมืออุทกภัย

  • การซักซ้อมรับมือภัยพิบัติ: ให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเตรียมพร้อมศูนย์พักพิงชั่วคราวและจุดจอดรถยนต์ในพื้นที่สูง
  • การใช้เทคโนโลยี: นำข้อมูลจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมชลประทาน และกรมอุตุนิยมวิทยา มาวิเคราะห์เพื่อบริหารจัดการการระบายน้ำในอ่างเก็บน้ำอย่างแม่นยำ
  • การช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง: กำหนดให้ผู้ป่วยติดเตียง ผู้สูงอายุ และกลุ่มเปราะบางเป็นกลุ่มเป้าหมายแรกที่ต้องได้รับความช่วยเหลือและดูแลอย่างใกล้ชิด
  • การสื่อสารสำรอง: เตรียมระบบการสื่อสารให้พร้อมในกรณีที่เกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อให้การประสานงานระหว่างหน่วยงานไม่สะดุด

อย่างไรก็ตาม ความสำเร็จในการจัดการกับสถานการณ์น้ำไม่ได้ขึ้นอยู่กับหน่วยงานรัฐเพียงอย่างเดียว แต่ยังต้องอาศัยความร่วมมือจากประชาชนในการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด การเตรียมความพร้อมของคนในชุมชนเองถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดความเสียหายได้เป็นอย่างดี รัฐบาลยังคงยืนยันที่จะติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่องเพื่อให้ประชาชนมั่นใจได้ว่าจะได้รับการดูแลอย่างทั่วถึง แม้ในสภาวะที่มีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศอย่างรวดเร็วก็ตาม

สำหรับพี่น้องประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย หากพบเหตุการณ์ผิดปกติ หรือต้องการความช่วยเหลือ อย่าลังเลที่จะติดต่อเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ตำรวจ หรือหน่วยกู้ภัยในพื้นที่ใกล้บ้านท่าน การเฝ้าระวังร่วมกันจะทำให้เราผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างปลอดภัยที่สุดครับ

ที่มา – รัฐบาลสั่งการผู้ว่าฯ 14 จังหวัดภาคใต้ เฝ้าระวังใกล้ชิดรับมือสถานการณ์น้ำท่วม

ปภ. ส่ง Cell Broadcast เตือนน้ำล้นตลิ่งพื้นที่ จ.กระบี่

ช่วงนี้ใครที่อาศัยอยู่ในจังหวัดกระบี่คงต้องเพิ่มความระมัดระวังกันเป็นพิเศษเลยครับ เพราะล่าสุดทาง ปภ. ส่ง Cell Broadcast เตือนน้ำล้นตลิ่งพื้นที่ จ.กระบี่ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง มาตั้งแต่ช่วงกลางดึก ทำเอาหลายคนต้องเร่งเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

สถานการณ์ล่าสุด: ปภ. ส่ง Cell Broadcast เตือนน้ำล้นตลิ่งพื้นที่ จ.กระบี่ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง

ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดของวันที่ 1 กรกฎาคม 2569 จังหวัดกระบี่เผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างหนักและต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.เมืองกระบี่ และโซนคลองกระบี่ใหญ่ ทำให้น้ำในลำคลองมีระดับสูงขึ้นอย่างน่ากังวล เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน ทางหน่วยงานจึงตัดสินใจระดมแจ้งเตือนภัยผ่านระบบมือถือเพื่อให้ทุกคนเตรียมพร้อมได้ทันท่วงที

มาตรการรับมือเมื่อได้รับแจ้งเตือนจาก ปภ. ส่ง Cell Broadcast เตือนน้ำล้นตลิ่งพื้นที่ จ.กระบี่ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง

สำหรับท่านที่ได้รับข้อความแจ้งเตือน หรืออาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะชุมชนริมฝั่งคลองกระบี่ใหญ่ ต.ทับปริก และ ต.กระบี่ใหญ่ ควรปฏิบัติ ดังนี้:

  • รีบยกของขึ้นที่สูง: นำทรัพย์สินที่มีค่าและเครื่องใช้ไฟฟ้าไปไว้ในที่ที่น้ำท่วมไม่ถึง
  • เตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน: เตรียมไฟฉาย ยาประจำตัว และอาหารแห้งไว้ให้พร้อม
  • ติดตามข่าวสาร: หมั่นเช็กข่าวจากช่องทางหลักของทางราชการหรือ ปภ. จังหวัดอย่างใกล้ชิด
  • เคลื่อนย้ายสัตว์เลี้ยง: ย้ายสัตว์เลี้ยงไปอยู่ในที่ปลอดภัยและพ้นจากระดับน้ำที่จะเอ่อล้น

แม้ว่าขณะนี้จะยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรง แต่การที่ ปภ. ส่ง Cell Broadcast เตือนน้ำล้นตลิ่งพื้นที่ จ.กระบี่ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณที่สำคัญมากว่าเราห้ามประมาทเด็ดขาดครับ อย่ารอให้ถึงเวลาวิกฤตแล้วค่อยเริ่มขยับตัว เพราะความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินเป็นเรื่องสำคัญที่สุดครับ หากใครมีคนรู้จักอยู่ในพื้นที่ดังกล่าว อย่าลืมส่งต่อข้อมูลนี้ให้เขาทราบด้วยนะครับ

ท้ายที่สุดนี้ ผมอยากให้ทุกคนดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ ฝนตกหนักแบบนี้ระวังเป็นหวัด และขอให้ทุกคนปลอดภัยจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ครับ

ที่มา – ปภ. ส่ง Cell Broadcast เตือนน้ำล้นตลิ่งพื้นที่ จ.กระบี่ หลังฝนตกหนักต่อเนื่อง

“ลิซ่า” ซัด “อนุทิน” กระจอกจริงๆ เฟคนิวส์น้ำท่วม

ดราม่าการเมืองไทยร้อนฉ่าไม่หยุดหย่อน ล่าสุดมีประเด็น“ลิซ่า” ซัด “อนุทิน” กระจอกจริงๆ เอาเรื่องเฟคนิวส์น้ำท่วมมาโจมตีว่าย่อเข่าถ่ายรูป ที่กลายเป็นหัวข้อฮือฮาในโซเชียลมีเดีย น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ลิซ่า” ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ออกมาโต้กลับแบบจัดเต็มต่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลังจากที่นายกฯ หยิบเรื่องเก่าเรื่องน้ำท่วมหาดใหญ่มาว่าเธอสร้างภาพลับๆ ล่อๆ เพื่อให้ดูเหมือนลงพื้นที่จริง

“ลิซ่า” ซัด “อนุทิน” กระจอกจริงๆ เอาเรื่องเฟคนิวส์น้ำท่วมมาโจมตีว่าย่อเข่าถ่ายรูป

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในวันที่ 11 เมษายน 2567 ระหว่างการอภิปรายสรุปปิดแถลงนโยบายรัฐบาล นายอนุทินได้พูดถึงการลงพื้นที่ช่วยเหลือน้ำท่วมภาคใต้ โดยยกตัวอย่างตัวเองว่าลุยน้ำจริง ไม่ใช่แค่น้ำท่วมหัวเข่าแล้วย่อตัวลงไปสร้างภาพ แต่กลับโยงไปถึงดราม่าเก่าของ “ลิซ่า” ที่ถูกกล่าวหาว่าใส่ชูชีพแล้วย่อเข่าถ่ายรูปในช่วงน้ำท่วมหาดใหญ่ ทำให้ดูเหมือนน้ำท่วมหนัก ทั้งที่จริงๆ แล้วเป็นแค่เฟคนิวส์ที่ถูกพิสูจน์แล้ว

“ยกเรื่องอะไรมาตอบโต้ไม่ว่า แต่นายกฯ ยกเอาเรื่องเฟคนิวส์น้ำท่วมหาดใหญ่ ที่หาว่าดิฉันใส่ชูชีพแล้วย่อเข่าถ่ายรูปมาตอบ เรื่องนี้เป็นดราม่าและเฟคนิวส์ที่ถูกสร้างมาโจมตีดิฉัน ทั้งที่เรื่องนี้มีการพิสูจน์ความจริงไปแล้ว แทนที่จะเอาความสำเร็จที่ทำในช่วงน้ำท่วมหาดใหญ่ เอาแผนงานที่ทำมาฟาดหน้าดิฉัน แต่กลับเลือกเฟคนิวส์มาตอบ กระจอกจริงๆ!!!” นี่คือข้อความเด็ดจากโพสต์เฟซบุ๊กของลิซ่าที่กลายเป็นไวรัลทันที

ที่มาของดราม่าเฟคนิวส์น้ำท่วมหาดใหญ่

ย้อนกลับไปช่วงน้ำท่วมภาคใต้ครั้งใหญ่ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา ลิซ่าในฐานะ ส.ส. ได้ลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด เธอสวมชูชีพลุยน้ำ ถ่ายภาพและคลิปเพื่อแสดงให้เห็นสถานการณ์จริง แต่ทันใดนั้นก็มีคลิปตัดต่อแพร่กระจายในโลกออนไลน์ หาว่าเธอย่อเข่าลงเพื่อให้ดูเหมือนน้ำท่วมถึงอก สร้างภาพหลอกลวงประชาชน

  • คลิปต้นทาง: ลิซ่าลุยน้ำจริง น้ำท่วมถึงเอว สวมชูชีพเพื่อความปลอดภัย
  • คลิปเฟค: ตัดเฉพาะตอนย่อตัว ใส่เสียงประกอบเพื่อให้ดูน่าขัน
  • การพิสูจน์: ลิซ่าโพสต์คลิปเต็มยาวหลายนาที แสดงจุดที่น้ำลึกจริง มีพยานบุคคลยืนยัน
  • ผลลัพธ์: เฟคนิวส์ถูกหักหลังมือ สร้างศัตรูทางการเมืองเพิ่ม

แม้จะเคลียร์แล้ว แต่เรื่องนี้ถูกหยิบยกขึ้นมาอีกครั้งในเวทีการอภิปรายใหญ่ ลิซ่าจึงไม่ยอม ซัดกลับว่าการกระทำแบบนี้คือ “กระจอกจริงๆ” เพราะแทนที่จะพูดถึงผลงานรัฐบาลหรือแผนฟื้นฟูที่ทำได้จริง กลับไปขุดเรื่องเก่ามาโจมตี

ปฏิกิริยาจากสังคมและนักการเมือง

โพสต์ของลิซ่าทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หนัก นักการเมืองฝ่ายค้านหลายคนเข้าข้าง โดยมองว่านี่คือกลยุทธ์โจมตีส่วนตัวแทนการเมืองผลงาน บนทวิตเตอร์และเฟซบุ๊ก แฮชแท็ก #ลิซ่าซัดอนุทิน #เฟคนิวส์น้ำท่วม ติดเทรนด์ทันที ผู้ใช้เน็ตส่วนใหญ่เห็นใจลิซ่า เพราะพิสูจน์แล้วว่าเธอทำงานจริงจัง

ด้านรัฐบาลยังไม่มีแถลงการณ์ตอบโต้ชัดเจน แต่แหล่งข่าวจากพรรครัฐบาลระบุว่านายกฯ อาจตั้งใจยกตัวอย่างเพื่อเน้นย้ำความจริงใจในการทำงาน อย่างไรก็ตาม การใช้เฟคนิวส์เก่าแบบนี้ถูกมองว่าเสี่ยงต่อภาพลักษณ์

นอกจากนี้ ยังมีประเด็น“ลิซ่า” ซัด “อนุทิน” กระจอกจริงๆ เอาเรื่องเฟคนิวส์น้ำท่วมมาโจมตีว่าย่อเข่าถ่ายรูป ที่สะท้อนปัญหาใหญ่ของการเมืองไทย คือการใช้ข้อมูลเท็จโจมตีคู่แข่ง แทนที่จะแข่งขันด้วยนโยบายและผลงานจริง ในยุคดิจิทัลที่เฟคนิวส์แพร่กระจายง่าย การเมืองควรมีจริยธรรมมากกว่านี้

จากประสบการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ ลิซ่าได้ริเริ่มโครงการช่วยเหลือหลายอย่าง เช่น การตั้งจุดกระจายน้ำและเสบียง การประสานงานกับหน่วยทหารและอาสา รวมถึงการผลักดันงบประมาณฟื้นฟูท้องถิ่น ซึ่งเป็นผลงานที่ควรถูกนำมาพูดถึงมากกว่าเรื่องย่อเข่า

สุดท้ายแล้ว ดราม่านี้เป็นเครื่องเตือนใจว่านักการเมืองทุกคนควรโฟกัสที่ประชาชน ไม่ใช่การโจมตีส่วนตัว คุณคิดเห็นอย่างไรกับ“ลิซ่า” ซัด “อนุทิน” กระจอกจริงๆ เอาเรื่องเฟคนิวส์น้ำท่วมมาโจมตีว่าย่อเข่าถ่ายรูป ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้ข้อมูลจริงแพร่กระจาย!

บทเรียนสำคัญ: การเมืองไทยจะก้าวหน้าได้ต้องเลิกใช้เฟคนิวส์ มาแข่งกันด้วยผลงานจริงๆ ดีกว่า

ที่มา – “ลิซ่า” ซัด “อนุทิน” กระจอกจริงๆ เอาเรื่องเฟคนิวส์น้ำท่วมมาโจมตีว่าย่อเข่าถ่ายรูป

“ลิซ่า ภคมน” ลั่นคนใต้ยังไม่ได้เงินซ่อมบ้านน้ำท่วม

สวัสดีเพื่อนๆ ทุกคนครับ วันนี้เรามาพูดถึงประเด็นที่ชาวใต้หลายพันครัวเรือนกำลังเดือดร้อนกันอย่างหนัก นั่นคือเรื่อง “ลิซ่า ภคมน” ลั่นคนใต้ยังไม่ได้เงินซ่อมบ้านน้ำท่วม ซึ่งเป็นข่าวที่ น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ หรือที่ทุกคนรู้จักในชื่อ ลิซ่า ว่าที่ ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคประชาชน ได้โพสต์เฟซบุ๊กทวงถามให้รัฐบาลเร่งแก้ปัญหานี้แบบเป็นกันเอง แต่แฝงความเด็ดขาดสุดๆ หลังจากน้ำท่วมภาคใต้แห้งสนิทไปนาน 3 เดือน ชาวบ้านต้องดิ้นรนซ่อมบ้านด้วยตัวเอง แต่เงินช่วยเหลือยังค้างอยู่ในระบบราชการ!

“ลิซ่า ภคมน” ลั่นคนใต้ยังไม่ได้เงินซ่อมบ้านน้ำท่วม

จากโพสต์ของลิซ่าเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เธอชี้แจงชัดเจนว่าปัญหานี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ น้ำท่วมครั้งใหญ่ทำให้บ้านเรือนพังยับเยิน แต่ตอนนี้ชาวบ้านเข้าไปอยู่อาศัยได้แล้ว แต่เงินซ่อมบ้านจำนวน 49,500 บาทต่อหลัง ยังไม่ถึงมือใครเลย เพราะกระบวนการพิสูจน์ความเสียหายล่าช้าสุดๆ แถมตอนนี้เจ้าหน้าที่ลงสำรวจ ชาวบ้านก็ซ่อมไปแล้วตั้งนาน เก็บหลักฐานความเสียหายไว้ให้ดูได้ที่ไหนล่ะ?

ปัญหาหลักที่ลิซ่า ภคมน ชี้ให้เห็น

นอกจากความล่าช้าแล้ว ยังมีปัญหาทับถม เช่น เงินเยียวยาคำนวณเฉพาะค่าวัสดุ ไม่รวมค่าแรงช่าง ซึ่งในยุคนี้ค่าวัสดุก่อสร้างแพงขึ้นหลายเท่า ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่ใช่ช่างหาต้องจ้างคนอื่นมาทำ ลิซ่าถามตรงๆ ว่าคนที่ร่างระเบียบเคยคิดถึงความเป็นจริงของชาวบ้านบ้างไหม? แถมข่าวดีที่รัฐมนตรีแบดประกาศว่ากกต.อนุมัติเงิน 2 พันล้านบาท ก็เป็นเงินถ้วนหน้าที่ค้างท่อมานาน ไม่ใช่ของใหม่เอี่ยมอะไร

เพื่อนๆ ลองนึกภาพตามนะครับ บ้านพัง ฝ้าเพดานหลุด ประตูหน้าต่างหาย ต้องกู้ยืมญาติพี่น้องมาซ่อมเพื่อให้ลูกหลานมีที่อยู่อาศัย แต่รัฐบาลกลับเงียบกริบ ไม่บอกว่าจะได้เงินเมื่อไหร่ นี่แหละคือความทุกข์ที่แท้จริงของคนใต้

ข้อเสนอสุดแซ่บจากลิซ่า ภคมน เพื่อแก้ปัญหาเงินซ่อมบ้านน้ำท่วม

ลิซ่าไม่ได้แค่วิจารณ์ แต่เสนอทางออกชัดเจนเลยครับ ถ้าเธอเป็นรัฐบาล จะทำยังไงบ้าง ลองดูรายการนี้:

  • เลิกใช้ระบบเดินจดด้วยมือ: 改ใช้ดาวเทียม GISTDA ที่เห็นความเสียหายบ้านเลขที่ไหนบ้างได้ชัดเจน พรรคประชาชนเคยไปคุยมาแล้ว เทคโนโลยีไทยเรามีพร้อม!
  • ขยายเพดานเงินซ่อมบ้าน: จาก 49,500 บาท เป็น 100,000 บาทต่อหลัง เพราะค่าวัสดุปี 2569 แพงมาก ไม่พอจริงๆ
  • กระจายอำนาจให้ท้องถิ่น: ปลดล็อกให้ประกาศภัยพิบัติเอง ใช้งบในมือช่วยชาวบ้านทันที ไม่ต้องรอกรุงเทพฯ สั่ง
  • ปรับระเบียบกระทรวงการคลัง: รวมค่าแรงช่างเข้าไปด้วย เน้นประชาชนเป็นศูนย์กลาง ไม่ใช่ความสะดวกของเจ้าหน้าที่

ข้อเสนอเหล่านี้ฟังดูเข้าท่าไหมครับ? มันจะทำให้การเยียวยาเร็วขึ้น ยุติธรรมขึ้น และตรงใจชาวบ้านมากกว่าเดิมเยอะ

นอกจากนี้ ลิซ่ายังตำหนิรัฐบาลว่าอย่าประโคมข่าวจ่ายเงินทีละนิด แต่ต้องแก้ระบบทั้งหมด ลิซ่าจะติดตามทวงถามต่อเนื่องด้วยพลังเดียวกับที่นักการเมืองไล่เก้าอี้รัฐมนตรี สุดยอดไปเลย!

ในฐานะคนไทยที่ห่วงใย เราควรติดตามเรื่องนี้ใกล้ชิด รัฐบาลต้องแสดงเจตจำนงจริงจัง ถ้าปล่อยไว้ ชาวใต้จะเดือดร้อนยาว คุณล่ะคิดยังไงกับข้อเสนอของลิซ่า? คิดว่ารัฐควรทำตามไหม? มาคอมเมนต์แชร์ความเห็นกันด้านล่างเลยนะครับ จะได้ช่วยกันกดดันให้ปัญหาเงินซ่อมบ้านน้ำท่วมคลี่คลายเร็วๆ

ที่มา – “ลิซ่า ภคมน” ลั่น 3 เดือนแล้วคนใต้ยังไม่ได้เงินซ่อมบ้านน้ำท่วม เสนอรัฐแก้ระเบียบทั้งระบบ

ด่วน! **สอบท้องถิ่น 68** เลื่อนสอบศูนย์ภาคใต้

อัปเดตล่าสุด “สอบท้องถิ่น 68” คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) มีมติเลื่อนสอบเฉพาะศูนย์สอบภาคใต้ เขต 1 และเขต 2 ออกไปจนกว่าสถานการณ์น้ำท่วมจะเข้าสู่สภาวะปกติ สำหรับผู้ที่กำลังเตรียมตัวสอบคงต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

เมื่อวันที่ 27 พ.ย. 68 คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) ได้เผยแพร่ข่าวสำคัญเกี่ยวกับการสอบท้องถิ่น 68 โดยระบุว่าในการประชุมครั้งที่ 11/2568 เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ได้มีมติให้เปลี่ยนแปลงศูนย์สอบจากจังหวัดสงขลาเป็นจังหวัดพัทลุงและจังหวัดตรังแทน เนื่องจากสถานการณ์อุทกภัย วาตภัย และดินโคลนถล่มที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ภาคใต้

สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบอย่างหนักต่อประชาชนในพื้นที่ ทั้งบ้านเรือน โรงเรียน ส่วนราชการ และถนนหนทางได้รับความเสียหาย ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันและการเดินทางของผู้เข้าสอบ นอกจากนี้ ผู้เข้าสอบในศูนย์สอบภาคใต้ เขต 1 ส่วนใหญ่มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ซึ่งอาจประสบปัญหาในการเตรียมตัวสอบแข่งขันที่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568

**สอบท้องถิ่น 68** เลื่อนจริง!

ด้วยเหตุผลดังกล่าว ในการประชุมครั้งที่ 12/2568 เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นจึงมีมติให้เลื่อนกำหนดการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก) และภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะสำหรับตำแหน่ง (ภาค ข) เฉพาะศูนย์สอบภาคใต้ เขต 1 และเขต 2 ออกไปจากเดิมที่กำหนดไว้ในวันอาทิตย์ที่ 7 ธันวาคม 2568 จนกว่าสถานการณ์จะกลับเข้าสู่สภาวะปกติ

แล้วกำหนดการใหม่ของ **สอบท้องถิ่น 68** คือเมื่อไร?

คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่นจะประกาศกำหนดวัน เวลา และสถานที่สอบใหม่ให้ทราบต่อไป ผู้ที่สมัครสอบในเขตพื้นที่ดังกล่าวโปรดติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจากช่องทางทางการของ กสถ.

ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการใหม่สำหรับการสอบในพื้นที่ภาคใต้ เขต 1 และ 2 การเลื่อนสอบครั้งนี้เป็นผลมาจากเหตุการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทางและการเตรียมตัวของผู้เข้าสอบ การตัดสินใจดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความรับผิดชอบของ กสถ. ต่อผู้เข้าสอบทุกคน

สำหรับผู้ที่ไม่ได้อยู่ในเขตพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ การสอบจะยังคงดำเนินต่อไปตามกำหนดการเดิม อย่างไรก็ตาม ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารและประกาศจาก กสถ. อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทราบข้อมูลที่ถูกต้องและเป็นปัจจุบัน

เตรียมตัวอย่างไรในช่วงเลื่อนสอบ:

  • ใช้เวลาที่เพิ่มขึ้นทบทวนเนื้อหา
  • ฝึกทำข้อสอบเก่าเพิ่มเติม
  • ติดตามข่าวสารจาก กสถ. อย่างใกล้ชิด
  • รักษาสุขภาพกายและใจให้พร้อมสำหรับการสอบ

การสอบท้องถิ่น 68 เป็นโอกาสสำคัญสำหรับผู้ที่ต้องการรับราชการในหน่วยงานท้องถิ่น ขอให้ทุกคนใช้ช่วงเวลาที่เลื่อนสอบนี้ให้เป็นประโยชน์ เพื่อเตรียมความพร้อมให้เต็มที่ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกคนประสบความสำเร็จในการสอบ

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น และส่งผลกระทบต่อหลายภาคส่วน การเลื่อนสอบครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่คำนึงถึงความปลอดภัยและความสะดวกของผู้เข้าสอบเป็นสำคัญ ขอให้ทุกคนเข้าใจและให้ความร่วมมือกับ กสถ. ในการดำเนินการต่างๆ

ที่มา – อัปเดตล่าสุด “สอบท้องถิ่น 68” ประกาศเลื่อนสอบ “ศูนย์สอบภาคใต้” เขต 1 และเขต 2

ม.อ.หาดใหญ่ งดเรียนสอบ ถึง 7 ธ.ค. 68

ประกาศด่วน! มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ (ม.อ.หาดใหญ่) ประกาศขยายเวลา งดการเรียน การสอบทุกรูปแบบ ไปจนถึงวันที่ 7 ธ.ค. 68 อันเนื่องมาจากสถานการณ์อุทกภัยที่ยังคงส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ในจังหวัดสงขลาและจังหวัดใกล้เคียง

เมื่อวันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ทางเพจเฟซบุ๊ก Prince of Songkla University ได้เผยแพร่ประกาศสำคัญจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ใจความสำคัญคือ การขยายเวลา งดการเรียน การสอบทุกรูปแบบ ไปจนถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2568 เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกของนักศึกษาและบุคลากรทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม

ม.อ. วิทยาเขตหาดใหญ่ งดการเรียน การสอบทุกรูปแบบ ไปจนถึงวันที่ 7 ธ.ค. 68

ทางฝ่ายทะเบียนและประมวลผล สำนักการศึกษาและนวัตกรรมการเรียนรู้ จะทำการปรับเปลี่ยนปฏิทินการศึกษาของภาคการศึกษาที่ 2/2568 และจะแจ้งรายละเอียดให้นักศึกษาและบุคลากรทราบอีกครั้งหนึ่ง ขอให้นักศึกษาติดตามข่าวสารจากทางมหาวิทยาลัยอย่างใกล้ชิด

สำหรับรายละเอียดในประกาศ เรื่องการเรียน การสอน และการสอบในช่วงอุทกภัย (ฉบับที่ 5) ได้ระบุไว้ว่า ก่อนหน้านี้ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ ได้ออกประกาศฉบับที่ 4 โดยให้มีการเรียนการสอนในรูปแบบออนไลน์ และงดการสอบไปจนถึงวันที่ 8 ธันวาคม 2568

อย่างไรก็ตาม เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน มหาวิทยาลัยจึงขอยกเลิกประกาศฉบับที่ 4 และประกาศให้ งดการเรียน การสอบทุกรูปแบบ ไปจนถึงวันที่ 7 ธันวาคม 2568 โดยจะมีการปรับเปลี่ยนปฏิทินการศึกษาและแจ้งให้ทราบอีกครั้ง ประกาศฉบับนี้มีผลบังคับใช้แทนประกาศฉบับก่อนหน้าที่มีเนื้อหาขัดแย้งกัน

ผลกระทบต่อนักศึกษาและแนวทางการปรับตัว

การประกาศ ม.อ. วิทยาเขตหาดใหญ่ งดการเรียน การสอบทุกรูปแบบ ไปจนถึงวันที่ 7 ธ.ค. 68 ส่งผลกระทบโดยตรงต่อนักศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของตารางการเรียนและแผนการสอบที่ต้องมีการปรับเปลี่ยน อย่างไรก็ตาม ทางมหาวิทยาลัยได้พยายามอย่างเต็มที่ในการหาแนวทางแก้ไขและลดผลกระทบให้น้อยที่สุด

สิ่งที่นักศึกษาควรทำในช่วงนี้คือ การติดตามข่าวสารจากทางมหาวิทยาลัยอย่างใกล้ชิด หมั่นตรวจสอบอีเมลและประกาศต่างๆ บนเว็บไซต์ของมหาวิทยาลัย เพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนปฏิทินการศึกษาและแนวทางการเรียนการสอนในช่วงสถานการณ์พิเศษเช่นนี้ นอกจากนี้ นักศึกษาควรใช้เวลาว่างในช่วงที่งดการเรียนการสอน ทบทวนบทเรียน และเตรียมตัวสำหรับการสอบที่จะมาถึง เพื่อให้พร้อมสำหรับการกลับมาเรียนอีกครั้ง

สถานการณ์อุทกภัยเป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น แต่เมื่อเกิดขึ้นแล้ว สิ่งสำคัญคือการปรับตัวและรับมือกับสถานการณ์อย่างมีสติ ทางมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จะพยายามอย่างเต็มที่ในการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนนักศึกษาและบุคลากรทุกคน ให้สามารถผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี

ขอเป็นกำลังใจให้นักศึกษาและบุคลากร ม.อ. หาดใหญ่ ทุกท่าน ปลอดภัยจากอุทกภัย และกลับมาเรียนรู้ได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง

ที่มา – ม.อ. วิทยาเขตหาดใหญ่ ประกาศงดการเรียน การสอบทุกรูปแบบ ไปจนถึงวันที่ 7 ธ.ค. 68

สรุปไทม์ไลน์ “น้ำท่วมภาคใต้” อัปเดตล่าสุด

จากสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ เนื่องจากฝนตกหนักจนถึงขั้นวิกฤติ จนระดับน้ำท่วมสูงกว่าทุกครั้ง ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก แม้จะอยากอพยพ แต่ก็ทำได้ด้วยความยากลำบาก ซึ่งทางเจ้าหน้าที่และกู้ภัยได้พยายามเร่งเข้าช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ ล่าสุด (27 พ.ย. 68) เราได้รวบรวมไทม์ไลน์อัปเดตเหตุการณ์สำคัญของอุทกภัย “น้ำท่วมภาคใต้” ดังนี้

สรุปไทม์ไลน์ “น้ำท่วมภาคใต้” 27 พ.ย. 2568 อัปเดตล่าสุด จุดวิกฤติระดับน้ำเริ่มลด

14.19 น. อาสาสมัคร 2 พันคน ผนึกกำลังเคลียร์ “หาดใหญ่” เริ่มปฏิบัติการฟื้นฟูทำบ้านเรือน – สิ่งของทันทีหลังน้ำลด

14.10 น. ภาพล่าสุด เขต 8 หาดใหญ่ จ.สงขลา หลังระดับน้ำเริ่มลดลงต่อเนื่อง ชาวบ้านบางส่วน ทยอยลุยน้ำออกมาเอง เพื่อมาขอความช่วยเหลือ และเติมเสบียง

14.09 น. นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ผอ. โรงพยาบาลสะบ้าย้อย แนะแนวทางรับมือหลัง “น้ำท่วมลด” ต้องรีบวางระบบ “การจัดการศพ” และนิติเวช ชี้การรายงานตัวเลขความสูญเสียสำคัญ ต้องเป็นความจริงเท่านั้น เพื่อวางแผนลดความเสี่ยงในอนาคต

14.04 น. ปภ. สรุปสถานการณ์ น้ำท่วมภาคใต้ 9 จังหวัด วันนี้ (27 พ.ย. 68) เสียชีวิตแล้ว 25 ราย ประชาชนได้รับกระทบ 2,953,206 คน และมี 1,078,617 ครัวเรือน ได้รับความเดือดร้อน เร่งนำเครื่องจักรกลหนักเข้าพื้นที่ 6จังหวัด ระดับน้ำยังคงเพิ่มสูงขึ้น

14.00 น. พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4  ยันข่าวปลอม ทหารไม่มีถูกยิงดับ ขณะช่วยน้ำท่วม แต่มีชาวบ้านในพื้นที่ยิงขู่อาสาสมัคร พร้อมสั่งทุกกลุ่มต้องรายงานตัว ศป.กฉ. ส่วนหน้าก่อนเข้าพื้นที่

13.55 น. ไทยฮอนด้า พร้อมช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ บริการตรวจเช็ก–ซ่อมจักรยานยนต์ฟรี ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 68 ครอบคลุมเครือข่าย Wing Center, Honda BigWing และ CUB House

13.45 น.  “เทศบาลนครหาดใหญ่” กลับมาตอนน้ำลด โพสต์ขอโทษประชาชนปมแจกจ่ายอาหารให้กับผู้ประสบภัยล่าช้า โดนทัวร์ลงฉ่ำ

13.42 น. หาดใหญ่น้ำเริ่มลด กฟภ. ระดมทีมกู้ระบบไฟ ตั้งเป้าจ่ายคืน 70% ของพื้นที่วันนี้ พร้อมเตือน “เช็กก่อนเปิด” ห้ามยืนแช่น้ำในขณะตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัย

12.39 น. นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกฯ สั่งนำบะหมี่หม้อร้อนในตัว 1,200 หม้อ  ไม่ต้องใช้น้ำร้อน ที่ได้รับสนับสนุนจากภาคเอกชน ส่งถึงมือชาวบ้านน้ำท่วม รับมือขาดแคลนอาหาร ไฟฟ้าดับ

11.51 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ ประชุมเยียวยาช่วยผู้ประกอบการ-นักธุรกิจ-คนหาดใหญ่-จังหวัดภาคใต้ประสบภัยน้ำท่วม เตรียมมาตรการ 3 ระยะ เร่งประสานบริษัทประกันจ่ายชดเชยเร็วที่สุด ลั่น รอช้าไม่ได้ บ่ายนี้จ่อบินลงหาดใหญ่

11.50 น. สภาความมั่นคงแห่งชาติ ชี้แจง ประกาศใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน จ.สงขลา เพื่อลดขั้นตอนกฎหมาย ช่วยแก้ปัญหาได้รวดเร็ว มีเอกภาพ กันคนร้ายก่อเหตุ ฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ปัดควบคุมสื่อเสนอข่าวสาร

11.37 น. หลัง “หาดใหญ่” ระดับน้ำเริ่มลดลง บางจุดเห็นพื้นถนน เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.คอหงส์ อัปเดตเส้นทางน้ำลด จุดไหนรถผ่านได้ทุกชนิด จุดไหนยังผ่านไม่ได้

11.34 น. สทนช. ติดตามสถานการณ์ระดับน้ำ “คลองอู่ตะเภา” จ.สงขลา คาดระดับน้ำทุกสถานีจะทยอยลดลง “ต่ำกว่าตลิ่ง” ภายในวันนี้ 27 พ.ย. 68

11.20 น. ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ถกด่วนทุกหน่วย เคลียร์รถกีดขวางสะพานข้ามคลองอู่ตะเภา เหตุเป็นเส้นทางลำเลียงเข้าสู่ชุมชนได้ ลุยส่งอาหารวันละ 2 หมื่นกล่อง ดูแลผู้ประสบภัยเขต 8 พร้อมเดินหน้าแผนฟื้นฟูหาดใหญ่

11.18 น. ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง สั่งการตั้งศูนย์อำนวยการเครือข่ายวายุภักษ์ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ เร่งด่วนบูรณาการความร่วมมือทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงการคลัง พร้อมออกมาตรการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟู

10.46 น. กระทรวงพาณิชย์จัดตั้ง War Room ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้อย่างใกล้ชิด เชื่อมโยงการทำงานกับ ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย (ศป.กฉ.) ของรัฐบาล และทุกหน่วยงานในพื้นที่ เพื่อให้การช่วยเหลือเป็นไปอย่างรวดเร็ว มีเอกภาพ พร้อมเร่งเติมสินค้าบรรเทาความเดือดร้อน และเตรียมฟื้นฟูเศรษฐกิจทันที

10.41 น. กรมอุตุนิยมวิทยา รายงาน ศป.กฉ. คาดการณ์ 3 วันหลังจากนี้ ปริมาณฝน จังหวัดสงขลา ลดลง เตือน 3 จังหวัดชายแดนใต้มีฝนอยู่ในเกณฑ์ 20-50 มิลลิเมตร

10.40 น. ศป.กฉ. รับมอบความช่วยเหลือภาคเอกชนร่วมส่งต่อถุงยังชีพและของใช้ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมใต้ รัฐบาลย้ำระดมทุกภาคส่วน ด้านกรมปศุสัตว์ส่งหญ้าอาหารสัตว์พระราชทาน ช่วยอพยพสัตว์เลี้ยง เตรียมแผนฟื้นฟู

10.09 น. นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยัน กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ไม่ล่าช้าช่วยน้ำท่วม ภาพรวมเมื่อวานช่วยได้ 1,000 คน คุยผู้ว่าฯ สงขลา น้ำลดลงมาก ลั่น อยู่ระหว่างตรวจสอบปมชาวบ้านไล่ยิงกู้ภัย

09.00 น. เฮลิคอปเตอร์กองทัพเรือ บนเรือหลวงจักรีนฤเบศร นำข้าวกล่องจากโรงครัวพระราชทานส่งให้กับโรงพยาบาลหาดใหญ่ และผู้ประสบภัยน้ำท่วมตามจุดต่างๆ ในจังหวัดสงขลา หน่วยซีล ลุยช่วยคนติดค้างตั้งแต่เมื่อคืน

07.46 น. “เปิ้ล นาคร” โพสต์ข้อความสะเทือนใจบอก 5 ร่างลอยอยู่ในบ้าน เกินกำลังที่จะเอาออกมาได้ ทำโซเชียลหดหู่ ภาวนาให้เหตุการณ์วิกฤตผ่านพ้นไปได้โดยเร็ว

สถานการณ์ปัจจุบันของ”น้ำท่วมภาคใต้”

สถานการณ์ “น้ำท่วมภาคใต้” ในปัจจุบันยังคงน่าเป็นห่วง แม้ว่าบางพื้นที่จะเริ่มมีน้ำลดลงบ้างแล้ว แต่ก็ยังมีหลายพื้นที่ที่ยังคงจมอยู่ใต้น้ำ และประชาชนยังคงต้องการความช่วยเหลืออย่างต่อเนื่อง การประสานงานและความร่วมมือจากทุกภาคส่วนจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการบรรเทาความเดือดร้อนและฟื้นฟูพื้นที่ประสบภัย

เหตุการณ์ “น้ำท่วมภาคใต้” ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ทำให้เราต้องหันมาใส่ใจกับการบริหารจัดการน้ำและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติให้มากยิ่งขึ้น การวางแผนป้องกัน การสร้างระบบเตือนภัย และการให้ความรู้แก่ประชาชน เป็นสิ่งที่จำเป็นที่จะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติในอนาคตได้

ที่มา – สรุปไทม์ไลน์ “น้ำท่วมภาคใต้” 27 พ.ย. 2568 อัปเดตล่าสุด จุดวิกฤติระดับน้ำเริ่มลด

ทหารช่วยน้ำท่วม ไม่มีถูกยิงดับ จริงหรือ? ฟัง มทภ.4!

จากกรณีข่าวลือบนโลกออนไลน์เรื่อง ทหารช่วยน้ำท่วม ไม่มีถูกยิงดับ ที่หาดใหญ่นั้น ทำให้เกิดความสับสนและตื่นตระหนกในหมู่ประชาชน ล่าสุด พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ได้ออกมายืนยันข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานการณ์ดังกล่าวแล้ว

พล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ยืนยันว่า ข่าวลือเรื่อง ทหารช่วยน้ำท่วม ไม่มีถูกยิงดับ เป็นข่าวปลอม โดยไม่มีทหารนายใดถูกยิงเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ามีกลุ่มอาสาสมัครภาคเอกชนที่เข้าไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยถูกยิงข่มขู่ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าว

เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อยและความปลอดภัยในการปฏิบัติงานช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม มทภ.4 ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานและกลุ่มอาสาสมัครที่ประสงค์จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วม ต้องรายงานตัวต่อศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินอุทกภัย ส่วนหน้า (ศป.กฉ. ส่วนหน้า) กองบิน 56 จังหวัดสงขลา ก่อนลงพื้นที่ทุกครั้ง เพื่อประสานงานและรับการสนับสนุนจากเจ้าหน้าที่ รวมถึงการประสานงานกับผู้แทนชุมชนและผู้บังคับบัญชาหน่วยงานในแต่ละพื้นที่ที่รับผิดชอบ

ทหารช่วยน้ำท่วม

ทหารช่วยน้ำท่วม ไม่มีถูกยิงดับ จริงหรือไม่?

การรายงานตัวก่อนลงพื้นที่นั้นมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อ:

  • ความปลอดภัย ของทีมช่วยเหลือ: เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถให้ข้อมูลสถานการณ์ล่าสุดและความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่
  • การประสานงานที่มีประสิทธิภาพ: เพื่อหลีกเลี่ยงความซ้ำซ้อนในการช่วยเหลือและเพื่อให้ความช่วยเหลือตรงจุดและทันท่วงที
  • การจัดการทรัพยากร: เพื่อให้การแจกจ่ายสิ่งของจำเป็นเป็นไปอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม

นอกจากนี้ มทภ.4 ยังกล่าวถึงมาตรการในการควบคุมอาวุธปืนในพื้นที่ที่ประกาศใช้พระราชกำหนด (พ.ร.ก.) ฉุกเฉิน โดยจะมีการหารือในที่ประชุมเพื่อกำหนดแนวทางปฏิบัติที่เหมาะสมต่อไป

ข้อควรระวังสำหรับประชาชน

ในช่วงสถานการณ์ฉุกเฉินเช่นนี้ ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้และอย่าหลงเชื่อข่าวลือที่ไม่ได้รับการยืนยัน เพื่อป้องกันความสับสนและตื่นตระหนก นอกจากนี้ ควรให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานและปฏิบัติตามคำแนะนำเพื่อความปลอดภัยของตนเองและส่วนรวม หากพบเห็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือเป็นภัยต่อความสงบเรียบร้อย โปรดแจ้งเจ้าหน้าที่ทันที

ทหารช่วยน้ำท่วม ไม่มีถูกยิงดับ เป็นข่าวที่สร้างความเข้าใจผิด ดังนั้นการตรวจสอบข้อมูลก่อนแชร์จึงสำคัญมากเสมอ

สิ่งสำคัญที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้คือการร่วมมือร่วมใจกันช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนและสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ด้วยความสามัคคีและความเสียสละ เราจะสามารถก้าวผ่านวิกฤตนี้ไปได้อย่างแน่นอน

ที่มา – ทหารช่วยน้ำท่วม ไม่มีถูกยิงดับ มทภ.4 สั่งทุกกลุ่ม รายงานตัวก่อนลงพื้นที่

Scroll to top