ปลัดมหาดไทย

ศักดิ์ดา เร่งเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ ให้กลับสู่ปกติ

“ศักดิ์ดา” พร้อมปลัดมหาดไทย ลงพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ ติดตามการลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วม ฟื้นฟูทำความสะอาด และการให้บริการประชาชนทุกมิติ ย้ำ เร่งทำให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 4 ธันวาคม 2568 นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่ติดตามการลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ณ เทศบาลนครหาดใหญ่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา โดยมี นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น นายอัธยา นวลอุทัย ผู้ช่วยปลัดกระทรวงมหาดไทย ร.ต.อ.เขตรัฐ ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ช่วยราชการสำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

นายศักดิ์ดา และคณะ เดินพบปะเยี่ยมและให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ ตลอดจนนักศึกษาฝึกงานเทศบาลนครหาดใหญ่ ที่กำลังอำนวยความสะดวกประชาชนในการลงทะเบียน พร้อมสร้างความเข้าใจถึงวิธีการดำเนินการรวมถึงเอกสารที่ใช้ในการลงทะเบียน และสอบถามถึงความสะดวกของประชาชนที่มาใช้บริการ รวมถึงการช่วยเหลือของรัฐบาล

จากการสอบถามพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ ทราบว่าได้มีการระดมเจ้าหน้าที่จากทุกภาคส่วนของเทศบาลนครหาดใหญ่ รวมถึงนักศึกษาฝึกงานจากมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ มหาวิทยาลัยทักษิณ ในการให้บริการเอกสารลงทะเบียนรับเงินเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ ณ เทศบาลนครหาดใหญ่ แบ่งเป็น 2 ผลัด ผลัดที่ 1 ตั้งแต่เวลา 07.00 – 13.30 น. และผลัดที่ 2 ตั้งแต่เวลา 13.30 – 18.30 น. โดยจะปิดรับหลังประชาชนที่มาเข้าแถวรอลงทะเบียนจะหมด นอกจากนี้ได้แบ่งเจ้าหน้าที่จำนวนหนึ่งไปยังมหาวิทยาลัยเพื่อคีย์ข้อมูล เนื่องจากมีอุปกรณ์และระบบคอมพิวเตอร์ที่เสถียรกว่า

สำหรับจุดลงทะเบียนที่เทศบาลนครหาดใหญ่ แบ่งจุดยื่นเอกสาร ออกเป็นช่องที่ 1 เจ้าบ้านยื่นเอกสารด้วยตนเอง ช่องที่ 2 บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ช่องที่ 3 แมนชั่น อพาร์ทเม้นท์ หอพัก คอนโด และช่องที่ 4 บ้านตนเองไม่มีเลขที่ นอกจากนี้ กระทรวงมหาดไทยได้มอบหมายให้สำนักบริหารการทะเบียน กรมการปกครอง เปิดจุดบริการทำบัตรประชาชน จุดแจ้งการตายเพื่อขอรับใบมรณบัตร รวมถึงจุดบริการอาหารประชาชน จุดบริการผูกบัญชีพร้อมเพย์ ในบริเวณด้วย

จากนั้นคณะเดินทางต่อไปยังที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ เพื่อพบปะเจ้าหน้าที่กลุ่มงานทะเบียนและบัตร และศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉินเนื่องจากอุทกภัย วาตภัย และดินถล่ม อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา รวมถึงสอบถามปัญหาและอุปสรรคในการคีย์ข้อมูลของเจ้าหน้าที่ ซึ่งในขณะนี้ระบบมีความเสถียรและสามารถใช้การได้ได้อย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ต่อมาลงพื้นที่หลังที่ว่าการอำเภอหาดใหญ่ บริเวณถนนเพชรเกษมซอย 27 ติดตามการฟื้นฟูพื้นที่ ได้พบกับ นายวิชาญ แท่นหิน ผู้อำนวยการศูนย์ ปภ.เขต 7 สกลนคร ซึ่งอยู่ระหว่างการนำเจ้าหน้าที่กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เข้าทำความสะอาดบ้านเรือนที่พักอาศัยของประชาชน เข้ารายงานความก้าวหน้า โดยในวันนี้สามารถเก็บขยะไปแล้วกว่า 100 ลูกบาศก์เมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 260 เมตร โดย รมช.มหาดไทยยังได้สั่งการให้นำรถฉีดน้ำมาทำความสะอาด และเร่งดำเนินการขนย้ายและกำจัดขยะที่ส่งกลิ่นเหม็นรบกวนให้แล้วเสร็จโดยเร็ว.

ศักดิ์ดา ติดตามลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งฟื้นฟูให้กลับสู่ปกติเร็วที่สุด

การลงพื้นที่ของรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความตั้งใจจริงในการช่วยเหลือผู้ประสบภัยเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ รัฐบาลมุ่งมั่นที่จะเร่งฟื้นฟูพื้นที่ให้กลับสู่สภาพปกติโดยเร็วที่สุด เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข

ความคืบหน้าการเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่

การดำเนินการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ประสบภัยน้ำท่วมในหาดใหญ่เป็นไปอย่างต่อเนื่อง หน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างร่วมมือกันเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ ทั้งการมอบเงินช่วยเหลือ การฟื้นฟูที่อยู่อาศัย และการสนับสนุนด้านอื่นๆ เพื่อให้ผู้ประสบภัยสามารถกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง

ที่มา – “ศักดิ์ดา” ติดตามลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วมหาดใหญ่ เร่งฟื้นฟูให้กลับสู่ปกติเร็วที่สุด

เร่งด่วน! ปลัด มท. สั่งเวรคีย์ข้อมูลขอรับเงินเยียวยา 9 พัน

สถานการณ์น้ำท่วมที่ผ่านมาสร้างความเดือดร้อนให้กับพี่น้องประชาชนเป็นอย่างมาก เพื่อเป็นการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประสบภัย ปลัดกระทรวงมหาดไทยจึงสั่งการด่วนให้เร่งดำเนินการคีย์ข้อมูลขอรับเงินเยียวยา 9 พันบาทอย่างเต็มที่ เพื่อให้เงินช่วยเหลือถึงมือประชาชนโดยเร็วที่สุด

ปลัด มท. สั่งจัดเวรคีย์ข้อมูลขอรับเงินเยียวยา 9 พัน ตลอด 24 ชั่วโมง

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2568 นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วยคณะ ได้ลงพื้นที่ตรวจติดตามความก้าวหน้าการฟื้นฟูพื้นที่เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ และติดตามการบันทึกข้อมูลเข้าระบบขอรับเงินเยียวยา 9 พันบาท ที่สำนักงานเทศบาลเมืองควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและจังหวัดสงขลา ร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) จัดเวรเจ้าหน้าที่สลับกันคีย์ข้อมูลขอรับเงินเยียวยา 9 พันบาทตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อเร่งให้ประชาชนได้รับเงินช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด

“ปัญหาล่าสุดในขณะนี้ที่ท้องถิ่นสะท้อนมา คือ การคีย์ข้อมูลในระบบที่ไม่เสถียร ซึ่งได้ประสานกระทรวง DEs มาช่วยขยายระบบแล้ว เพื่อให้รองรับการคีย์ข้อมูลที่มีการคีย์เป็นจำนวนมากแล้ว พร้อมทั้งสั่งการให้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นและจังหวัดสงขลาร่วมกับ อปท. บริหารจัดการเจ้าหน้าที่สลับเวรกันคีย์ข้อมูลกันตลอดทั้งกลางวันกลางคืน ตอนนี้ต้องเร่งระดมสรรพพลังช่วยกันเพื่อให้เงินเข้าถึงพี่น้องประชาชนได้เร็วที่สุด” นายอรรษิษฐ์ กล่าว

เอกสารประกอบการยื่นขอรับเงินเยียวยา

ปลัดกระทรวงมหาดไทยยังได้เน้นย้ำถึงการอำนวยความสะดวกประชาชนในการยื่นขอรับเงินเยียวยา โดยลดขั้นตอนและเอกสารที่ไม่จำเป็น เพียงใช้บัตรประจำตัวประชาชนและเลขพร้อมเพย์เท่านั้น

“เราต้องอำนวยความสะดวกประชาชน เอกสารอะไรที่ไม่จำเป็นไม่ต้องแล้ว เพียงมีบัตรประจำตัวประชาชนและเลขพร้อมเพย์ ในกรณีไม่มีบัตรประชาชนหรือเอกสารสูญหาย ทางสำนักทะเบียนท้องถิ่นหรือสำนักทะเบียนอำเภอ จะมีข้อมูลภาพถ่ายประชาชนในระบบฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์อยู่แล้ว เจ้าหน้าที่สามารถตรวจสอบใบหน้าประชาชนที่มาแจ้งกับใบหน้าในฐานข้อมูลได้” ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าว

สำหรับประชาชนที่ไม่สะดวกในการลงทะเบียนออนไลน์ สามารถเดินทางไปลงทะเบียนได้ที่เทศบาล โดยทางเทศบาลจะส่งข้อมูลไปยังอำเภอเพื่อดำเนินการต่อไป

ช่วยเหลือประชาชนที่ไม่มีพร้อมเพย์

สำหรับประชาชนที่ไม่มีระบบพร้อมเพย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยได้สั่งการให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น และจังหวัด ร่วมกับ อปท. และธนาคาร จัดเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกในการผูกเลขบัตรประชาชนกับระบบพร้อมเพย์ของบัญชีธนาคาร

การสั่งการให้เร่งคีย์ข้อมูลขอรับเงินเยียวยา 9 พันบาทอย่างเต็มที่ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความตั้งใจจริงของภาครัฐในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเงินช่วยเหลือนี้จะสามารถบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยให้พี่น้องประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุขโดยเร็ววัน

ที่มา – ปลัด มท. สั่งจัดเวรคีย์ข้อมูลขอรับเงินเยียวยา 9 พัน ตลอด 24 ชั่วโมง ย้ำเร่งให้เร็วที่สุด

“อนุทิน” บอกไม่เจ็บสะดุดล้มบันไดเฮลิคอปเตอร์

จากกรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ประสบอุบัติเหตุสะดุดล้มขณะลงจากเฮลิคอปเตอร์ระหว่างลงพื้นที่ตรวจสถานการณ์น้ำท่วมที่จังหวัดพิจิตร ได้มีการเปิดเผยถึงอาการและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยนายกฯ ได้กล่าวติดตลกกับสื่อมวลชนว่า “เป็นห่วงหรือสมน้ำหน้า” สร้างเสียงหัวเราะและคลายความกังวลให้กับผู้ที่ติดตามข่าวสาร

“อนุทิน” บอกไม่เจ็บสะดุดล้มบันไดเฮลิคอปเตอร์

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 17.15 น. วันที่ 10 ตุลาคม 2568 ที่จังหวัดชัยนาท ขณะที่นายอนุทินกำลังลงพื้นที่เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วม หลังจากการลงจากเฮลิคอปเตอร์ ปรากฏว่าได้เกิดการสะดุดล้มขึ้น แต่โชคดีที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยสามารถคว้าตัวไว้ได้ทัน ทำให้ไม่ได้รับบาดเจ็บรุนแรง

รายละเอียดเหตุการณ์ “อนุทิน” บอกไม่เจ็บสะดุดล้มบันไดเฮลิคอปเตอร์

เมื่อถูกถามถึงอาการบาดเจ็บ นายอนุทินยืนยันว่า “ไม่เจ็บ” พร้อมทั้งอธิบายว่าสาเหตุที่ทำให้สะดุดล้มเป็นเพราะง่ามของเฮลิคอปเตอร์ “ขายังไม่อ่อน” นายกฯ กล่าวติดตลก พร้อมเสริมว่าการช่วยเหลือจากปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้ไม่เกิดการบาดเจ็บที่รุนแรงกว่านี้

นอกจากนี้ นายอนุทินยังได้เปรียบเทียบเหตุการณ์ครั้งนี้กับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นที่วัดพระแก้ว ซึ่งในครั้งนั้นนิ้วหักจากการวิ่งตาม น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ทำให้เห็นถึงความแตกต่างของระดับความรุนแรงของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในแต่ละครั้ง

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความห่วงใยที่ประชาชนมีต่อนายกรัฐมนตรี รวมถึงความมีอารมณ์ขันและมองโลกในแง่ดีของนายอนุทินเอง ที่สามารถเปลี่ยนสถานการณ์ที่อาจดูตึงเครียดให้กลายเป็นเรื่องที่ผ่อนคลายได้

เหตุการณ์สะดุดล้มของนายอนุทินในครั้งนี้ กลายเป็นที่สนใจและถูกพูดถึงในวงกว้าง ทั้งในแง่ของความปลอดภัยในการปฏิบัติภารกิจของผู้นำประเทศ และในแง่ของบุคลิกที่เป็นกันเองและเข้าถึงง่ายของนายอนุทินเอง

การลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความตั้งใจของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน แม้จะต้องเผชิญกับอุปสรรคและความท้าทายต่างๆ ก็ตาม รัฐบาลยังคงเดินหน้าในการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างเต็มที่

สำหรับประชาชนที่กำลังประสบปัญหาอุทกภัย สามารถติดต่อขอความช่วยเหลือได้จากหน่วยงานราชการในพื้นที่ หรือผ่านช่องทางต่างๆ ที่รัฐบาลได้จัดเตรียมไว้ เพื่อให้ได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

บทสรุปเกี่ยวกับ “อนุทิน” บอกไม่เจ็บสะดุดล้มบันไดเฮลิคอปเตอร์

โดยสรุปแล้ว เหตุการณ์ที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล **“อนุทิน” บอกไม่เจ็บสะดุดล้มบันไดเฮลิคอปเตอร์** เป็นเหตุการณ์เล็กน้อยที่แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจที่ประชาชนมีต่อผู้นำประเทศ และบุคลิกที่เข้าถึงง่ายของนายอนุทินเอง แม้จะเกิดอุบัติเหตุขึ้น แต่ด้วยความช่วยเหลือจากทีมงานและความไม่ประมาทในการปฏิบัติงาน ทำให้สามารถผ่านพ้นสถานการณ์ไปได้ด้วยดี และยังคงเดินหน้าในการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนต่อไป

เหตุการณ์นี้สอนให้เรารู้ว่า ความไม่ประมาทและความระมัดระวังเป็นสิ่งสำคัญในการดำเนินชีวิตประจำวัน และการมีสติอยู่เสมอจะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้

ที่มา – “อนุทิน” บอกไม่เจ็บสะดุดล้มบันไดเฮลิคอปเตอร์ หยอกสื่อเป็นห่วงหรือสมน้ำหน้า

ปลัด มท. ยัน “หลวงพ่ออลงกต” คนละเลขบัตรประชาชน

ปลัด มท. ยันเลขบัตรประชาชน “หลวงพ่ออลงกต” กับ “นายอลงกต” คนละเลขกัน กระทรวงมหาดไทยสั่งตรวจสอบเพิ่มเติมกรณีเลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ตรงกับของนายอลงกต พลมุข ข้าราชการกรมชลประทานที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยยืนยันว่าทั้งสองเป็นคนละคนกัน

นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ถึงกรณีดังกล่าวว่า สำนักบริหารทะเบียน กรมการปกครอง ยืนยันว่าเลขบัตรประจำตัวประชาชนของแต่ละบุคคลจะไม่ซ้ำกัน และได้ชี้แจงต่อสื่อมวลชนแล้วว่า เลขบัตรประชาชนของ “หลวงพ่ออลงกต” กับ “นายอลงกต” คนละเลขกัน โดยหลวงพ่ออลงกต นามสกุลเดิม พูลมุข (มีสระอู) ขณะที่นายอลงกต พลมุข (ไม่มีสระอู) ที่เสียชีวิตไปแล้ว เป็นคนละคนกันอย่างแน่นอน ทำให้เลขบัตรประจำตัวประชาชนก็แตกต่างกันด้วย ซึ่งเป็นหลักฐานทางทะเบียนที่ชัดเจน

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่ยังต้องตรวจสอบคือ การนำเลขบัตรประจำตัวประชาชนไปทำธุรกรรมของธนาคาร ซึ่งต้องตรวจสอบว่าเหตุใดจึงมีการใช้เลขบัตรของผู้เสียชีวิต ปลัดกระทรวงมหาดไทยกล่าวว่า ได้สั่งการให้กรมการปกครองตรวจสอบในส่วนที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดความกระจ่าง และคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 2 สัปดาห์จึงจะทราบผล

ทั้งนี้ ปลัด มท. ยันเลขบัตรประชาชน “หลวงพ่ออลงกต” กับ “นายอลงกต” คนละเลขกัน โดยยืนยันว่าหลวงพ่ออลงกต ซึ่งเกิดในปี พ.ศ. 2503 และนายอลงกต ที่เกิดในปี พ.ศ. 2505 เป็นคนละคนกันอย่างแน่นอน และเลขบัตรประจำตัวประชาชนก็แตกต่างกัน

หลวงพ่ออลงกต

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีที่ข้อมูลของหลวงพ่ออลงกต ตั้งแต่ปี 2503 จนถึงปี 2552 ไม่ปรากฏในทะเบียนราษฎร์ แต่มีการนำเลขบัตรประชาชนไปใช้ทำธุรกรรมหรือออกหนังสือราชการ ซึ่งอาจมีความผิด ปลัดกระทรวงมหาดไทยตอบว่า เป็นเลขบัตรประจำตัวประชาชนเดิมที่ทำไว้ตั้งแต่มีการทำบัตรประชาชน แต่จะให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ หากพบข้อผิดพลาดหรือไม่ถูกต้อง ก็จะดำเนินการตามกฎหมาย

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องกองทุนอาทรประชานาถของวัดพระบาทน้ำพุ ที่อาจมีการนำเลขบัตรประชาชนของผู้เสียชีวิตไปเปิดเป็นพร้อมเพย์ ซึ่งนายอรรษิษฐ์ระบุว่า ต้องตรวจสอบว่าเหตุใดจึงใช้เลขของผู้เสียชีวิต เนื่องจากเลขของหลวงพ่ออลงกตนั้นเป็นคนละเลขกัน และต้องตรวจสอบผู้ที่นำไปใช้ เนื่องจากยังไม่แน่ใจว่าผู้ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการอย่างไร

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงมาขอข้อมูลจากกระทรวงมหาดไทยหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ตอบว่า กรมการปกครองเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบ และน่าจะดำเนินการในเรื่องนี้อยู่ ซึ่งหากมีความคืบหน้าก็จะมีการรายงานมายังกระทรวงมหาดไทยต่อไป

ปลัด มท. ยันเลขบัตรประชาชน “หลวงพ่ออลงกต” กับ “นายอลงกต” คนละเลขกัน

กรณีนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและเกี่ยวข้องกับข้อมูลส่วนบุคคล การตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้เกิดความกระจ่างและเป็นธรรมต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทางกระทรวงมหาดไทยและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและโปร่งใส

ข้อควรระวังเกี่ยวกับการใช้เลขบัตรประชาชน

จากกรณีนี้ เราได้เรียนรู้ถึงความสำคัญของการรักษาข้อมูลส่วนตัว โดยเฉพาะเลขบัตรประชาชน ซึ่งเป็นข้อมูลที่ละเอียดอ่อนและอาจถูกนำไปใช้ในทางมิชอบได้ เราจึงควรระมัดระวังในการให้ข้อมูลส่วนตัวแก่ผู้อื่น และตรวจสอบให้แน่ใจว่าข้อมูลของเราถูกนำไปใช้อย่างถูกต้อง

ปลัด มท. ยันเลขบัตรประชาชน “หลวงพ่ออลงกต” กับ “นายอลงกต” คนละเลขกัน เรื่องนี้สอนให้เรารู้ว่าทุกข้อมูลต้องได้รับการตรวจสอบอย่างละเอียด แม้ว่าจะเป็นข้อมูลที่ดูเหมือนจะชัดเจนแล้วก็ตาม การตรวจสอบซ้ำและการยืนยันข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้จึงเป็นสิ่งสำคัญ

สรุปได้ว่า กระทรวงมหาดไทยกำลังเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดเกี่ยวกับกรณีเลขบัตรประชาชนของหลวงพ่ออลงกต และจะดำเนินการตามกฎหมายหากพบว่ามีการกระทำผิดเกิดขึ้น

ที่มา – ปลัด มท. ยันเลขบัตรประชาชน “หลวงพ่ออลงกต” กับ “นายอลงกต” คนละเลขกัน

Scroll to top