ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

“พลภูมิ” ลาออกพรรคเพื่อไทย ลุยช่วย “กลุ่มคนทำงาน” สู้ศึกเลือกตั้ง สก. เต็มตัว

“พลภูมิ” ลาออกพรรคเพื่อไทย ลุยช่วย “กลุ่มคนทำงาน” สู้ศึกเลือกตั้ง สก. เต็มตัว

กลายเป็นประเด็นที่สร้างความฮือฮาให้กับวงการการเมืองกรุงเทพฯ ไม่น้อย เมื่อนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีต สส.กทม. ฝีมือดีได้ออกมาประกาศลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอย่างเป็นทางการ โดยมีเป้าหมายหลักคือการทุ่มเทเวลาให้กับการสนับสนุน “กลุ่มคนทำงาน” ในการลงสนามสู้ศึกเลือกตั้ง สก. (สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร) ครั้งที่จะถึงนี้อย่างเต็มกำลัง

การตัดสินใจครั้งนี้ถือเป็นการก้าวออกจาก Comfort Zone ครั้งสำคัญ เพราะการที่ “พลภูมิ” ลาออกพรรคเพื่อไทย ลุยช่วย “กลุ่มคนทำงาน” สู้ศึกเลือกตั้ง สก. เต็มตัว นั้น สะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงที่อยากจะสร้างกลุ่มการเมืองที่มีความอิสระและมีความเข้าใจพื้นที่อย่างลึกซึ้ง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนากรุงเทพมหานครให้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม

เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งใหญ่

นายพลภูมิ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า การจากลาครั้งนี้เต็มไปด้วยความเคารพและมิตรภาพที่ดีกับพรรคเพื่อไทย โดยมองว่าประสบการณ์ที่สั่งสมมาจากการเป็นทั้ง อดีต สก. และ อดีต สส. จะเป็นฐานรากสำคัญในการผลักดันให้กลุ่มคนนี้ทำงานได้ตรงจุดมากขึ้น สำหรับความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจมีดังนี้:

  • การรวมตัวของอดีต สก. พรรคเพื่อไทยจำนวน 10 คน ที่ตัดสินใจลาออกเพื่อมาทำงานร่วมกับกลุ่มนี้
  • ความมุ่งมั่นที่จะไม่ยึดติดกับกรอบพรรคการเมือง เพื่อความอิสระในการประสานงานกับทุกฝ่าย
  • เน้นการลงพื้นที่เชิงลึก รับฟังปัญหาชาวบ้านโดยตรงตามวิถีทางของคนทำงานจริง

หลายคนตั้งคำถามว่า การที่ “พลภูมิ” ลาออกพรรคเพื่อไทย ลุยช่วย “กลุ่มคนทำงาน” สู้ศึกเลือกตั้ง สก. เต็มตัว จะส่งผลต่อสนามเลือกตั้งใน กทม. มากน้อยเพียงใด คำตอบน่าจะอยู่ที่ความสามารถในการเชื่อมประสานระหว่างนโยบายกับความต้องการของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ ซึ่งกลุ่มคนทำงานกลุ่มนี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าพวกเขามีความพร้อมและจริงจังมากเพียงใด

ในฐานะผู้ติดตามการเมือง เราคงต้องรอดูกันต่อไปว่า กลยุทธ์แบบ “อิสระแต่เข้มข้น” จะสามารถชนะใจชาวกรุงเทพฯ ได้มากน้อยแค่ไหน แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้เลยคือ พลังของคนทำงานที่ขับเคลื่อนด้วยหัวใจและประสบการณ์ น่าจะเป็นปัจจัยสำคัญที่เป็นตัวแปรในศึกครั้งนี้ได้อย่างแน่นอน หากคุณเป็นคนหนึ่งที่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในระดับท้องถิ่น อย่าลืมจับตาดูความเคลื่อนไหวของกลุ่มนี้ให้ดีครับ

ที่มา – “พลภูมิ” ลาออกพรรคเพื่อไทย ลุยช่วย “กลุ่มคนทำงาน” สู้ศึกเลือกตั้ง สก. เต็มตัว

กกต. ย้ำสมัครเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม

กกต. ย้ำสมัครเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม

การเลือกตั้งถือเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย โดยเฉพาะในระดับท้องถิ่นที่ใกล้ชิดกับพี่น้องประชาชนมากที่สุด ล่าสุดทางสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้ออกมาส่งสัญญาณเตือนอย่างจริงจังสำหรับผู้ที่เตรียมตัวลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม., สก., นายกเมืองพัทยา และ ส.ม. ว่าการตรวจสอบคุณสมบัติต่อจากนี้ต้องมีความละเอียดรอบคอบเป็นพิเศษ เพราะหากพลาดพลั้งขึ้นมา ผลกระทบอาจใหญ่หลวงกว่าที่คิด

กฎเหล็ก กกต. ย้ำสมัครเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม

สำหรับกำหนดการสำคัญที่ผู้สนใจต้องทราบคือ การเปิดรับสมัครจะมีขึ้นระหว่างวันที่ 28 พฤษภาคม ถึง 1 มิถุนายน 2569 และวันเลือกตั้งจริงคือวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 ทาง กกต. ขอเน้นย้ำเรื่อง กกต. ย้ำสมัครเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ผู้สมัครทุกคนต้องแสดงความรับผิดชอบต่อตนเองและสังคม

หากผู้ใดรู้อยู่แล้วว่าตนเองขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย แต่ยังฝ่าฝืนลงสมัครรับเลือกตั้ง จะต้องเผชิญกับบทลงโทษขั้นรุนแรง ดังนี้:

  • โทษจำคุก: มีกำหนดตั้งแต่ 1 ถึง 10 ปี
  • โทษปรับ: ตั้งแต่ 20,000 ไปจนถึง 200,000 บาท
  • โทษทางศาล: สั่งเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งเป็นเวลาถึง 20 ปี

ข้อกำหนดเหล่านี้อ้างอิงตามมาตรา 120 แห่งพระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งเป็นเครื่องมือป้องกันไม่ให้เกิดการใช้อำนาจหรือการเข้ามาบริหารงานโดยไม่โปร่งใสตั้งแต่ต้น

ในฐานะพลเมือง เราอยากเห็นการเลือกตั้งที่ใสสะอาดและผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนสมบูรณ์ที่สุด การที่หน่วยงานภาครัฐออกมาเตือนอย่างชัดเจนเช่นนี้ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะนอกจากจะเป็นการป้องปรามแล้ว ยังช่วยลดงบประมาณการจัดการเลือกตั้งซ้ำซ้อนในอนาคต อยากฝากถึงผู้สมัครทุกท่านว่าควรตรวจสอบเอกสารและสถานะของตนเองให้แม่นยำก่อนตัดสินใจยื่นใบสมัคร เพื่อป้องกันปัญหาที่จะตามมาภายหลัง และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยไปข้างหน้าด้วยการเมืองที่ขาวสะอาดครับ

ที่มา – กกต. ย้ำสมัครเลือกตั้ง กทม.-เมืองพัทยา ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม ชี้โทษคุก-เพิกถอนสิทธิ

“หม่อมกร” ประกาศชิงเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.” ปัดลุงป้อมหนุน

เชื่อว่าช่วงนี้หลายคนเริ่มจับตาสถานการณ์การเมืองท้องถิ่นกันอย่างคึกคัก โดยเฉพาะข่าวที่ทำเอาชาวกรุงต้องหันมาโฟกัส เมื่อ “หม่อมกร” ประกาศชิงเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.” อย่างเป็นทางการ ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องแบ็กอัพ งานนี้เจ้าตัวยืนยันเสียงแข็งว่าเป็นอิสระ พร้อมลุยเพื่อคนกรุงเทพฯ อย่างเต็มที่ครับ

ทำความรู้จัก “หม่อมกร” ประกาศชิงเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.”

การเปิดตัวของ ม.ล.กรกสิวัฒน์ เกษมศรี ในครั้งนี้ ไม่ได้มาเพียงลำพัง แต่มาพร้อมกับทีมงานมืออาชีพและวิสัยทัศน์ที่เน้นการแก้ปัญหาแบบ “ประสานสิบทิศ” โดยเจ้าตัวมองว่ากรุงเทพฯ ในปัจจุบันเปรียบเสมือนอยู่ในช่วงวิกฤติที่ต้องการการจัดการที่รวดเร็วและกล้าหาญ ทั้งเรื่องการปราบส่วย การจัดการขยะให้เป็นทรัพย์ และการสร้างความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

เหตุผลที่ “หม่อมกร” ประกาศชิงเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.” ต้องจับตามอง

ทำไมต้องเป็นเขา? คำตอบถูกสะท้อนผ่านมุมมองของ นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล อดีต รมว.คลัง ที่ระบุว่าเมืองหลวงต้องการผู้ว่าฯ ที่ประสานงานกับหน่วยงานอื่นได้เก่ง ไม่ใช่แค่ทำงานในกรอบอำนาจ กทม. เท่านั้น ซึ่งคาแรกเตอร์นี้ตรงกับแนวทางที่ “หม่อมกร” ประกาศชิงเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.” ได้วางไว้ นอกจากนี้เขายังย้ำชัดว่าการลงสมัครครั้งนี้ไม่มี “ลุงป้อม” หนุนหลัง เพราะอิสระคือจุดแข็งที่ทำให้เขาพูดคุยกับคนได้ทุกกลุ่ม

สำหรับทีมงานเบื้องหลังที่หม่อมกรดึงมาช่วยบริหารจัดการ ได้แก่:

  • นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล: ด้านการเงินการคลัง
  • นายอาทิตย์ เล่าสกุล: ด้านผังเมืองและสถาปัตย์
  • นายอภิชาติ ประสิทธิ์นฤทธิ์: ด้านการพัฒนาพลเมือง
  • นายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์: ด้านสาธารณสุข
  • พล.ต.นพรัตน์ แป้นแก้ว: ด้านความปลอดภัย

เมื่อถามถึงคู่แข่งคนสำคัญอย่างคุณชัชชาติ สิทธิพันธุ์ หม่อมกรก็น้อมรับการทำงานที่ผ่านมา แต่ก็มองว่ายังมีช่องว่างให้พัฒนาได้อีกมาก เพื่อเปลี่ยนโฉมเมืองหลวงให้เป็นเมืองที่ปลอดภัยและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นสำหรับทุกคน

ในฐานะคนกรุง เราควรเปิดรับทุกตัวเลือกที่พร้อมจะเข้ามาอาสาพัฒนาเมืองให้ดีขึ้น การมาของหม่อมกรถือเป็นสีสันสำคัญที่จะทำให้สนามเลือกตั้งครั้งนี้เข้มข้นยิ่งขึ้นไปอีก ทุกคนคิดเห็นอย่างไรกับการก้าวเข้ามาในครั้งนี้? ลองแสดงความคิดเห็นหรือร่วมแลกเปลี่ยนทิศทางอนาคตของ กทม. ไปพร้อมๆ กันนะครับ

ที่มา – “หม่อมกร” ประกาศชิงเลือกตั้ง “ผู้ว่าฯ กทม.” ขอโอกาสคนกรุง ปัด “ลุงป้อม” หนุนหลัง

“เต้” ชูนโยบายเปิด “สำนักงานจัดหาคู่” ลุยหาเสียง กทม.

เชื่อว่าหลายคนต้องสะดุดตากับข่าวการเมืองล่าสุด เมื่อ “เต้ มงคลกิตติ์” นำทีมกลุ่มกรุงเทพบินได้ ลงพื้นที่ใจกลางเมืองอย่างสยามสแควร์ เพื่อเปิดตัวนโยบายสุดแปลกใหม่ที่ทำเอาวัยรุ่นฮือฮากันไม่น้อย นั่นคือการเสนอ “เต้” ชูนโยบายเปิด “สำนักงานจัดหาคู่” เพื่อช่วยเหลือคนโสดในกรุงเทพฯ ให้มีโอกาสพบรักแท้ผ่านระบบ AI อัจฉริยะ

“เต้” ชูนโยบายเปิด “สำนักงานจัดหาคู่” สู้ศึกเลือกตั้ง กทม.

การลงพื้นที่สยามพารากอนและสยามสแควร์ในครั้งนี้ นำโดยนายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ พร้อมด้วยนายภาสพงศ์ ไชยวิริญะวาณิชย์ ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ซึ่งไม่ได้มีเพียงนโยบายจัดหาคู่เท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการแก้ปัญหาปากท้องและคุณภาพชีวิตคนเมืองอีกด้วย

รายละเอียดนโยบาย “เต้” ชูนโยบายเปิด “สำนักงานจัดหาคู่” และสวัสดิการอื่นๆ

นอกจากนโยบายเรื่องความรักแล้ว กลุ่มกรุงเทพบินได้ยังนำเสนอนโยบายที่น่าสนใจอีกมากมาย เช่น:

  • การพัฒนาแอป “TEM7” เพื่อลดค่าธรรมเนียมไรเดอร์เหลือเพียง 5% เพิ่มรายได้ให้พี่น้องชาวส่งอาหาร
  • สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ สำหรับวินมอเตอร์ไซค์และผู้ค้าหาบเร่แผงลอย โดยมี กทม. เป็นผู้ค้ำประกัน
  • เงินอุดหนุนการศึกษา จ่ายเงินช่วยเหลือเด็กนักเรียนวันละ 100 บาท เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ปกครอง
  • การบริหารงบประมาณ ตรวจสอบโครงการจัดซื้อจัดจ้างอย่างเข้มงวดเพื่อลดปัญหาคอร์รัปชัน

ในมุมมองของทีมหาเสียง การเปิดหน่วยงานจัดหาคู่จะช่วยสร้างสังคมการพบปะที่ปลอดภัยและทันสมัย โดยใช้กรุงเทพมหานครเป็นศูนย์กลางในการประสานหน่วยงานเขต เพื่อให้คนโสดได้จับคู่กันอย่างเป็นระบบ ถือเป็นหนึ่งใน 30 นโยบายหลักที่กลุ่มกรุงเทพบินได้ตั้งใจผลักดันให้เกิดขึ้นจริงหากได้รับความไว้วางใจจากชาวกรุงเทพฯ

บรรยากาศการลงพื้นที่เต็มไปด้วยความเป็นกันเองและได้รับความสนใจจากกลุ่มวัยรุ่นอย่างท่วมท้น ไม่ว่าจะเป็นการขอถ่ายรูปหรือการพูดคุยเล่นอย่างสนุกสนาน ในฐานะคนกรุงเทพฯ คุณคิดอย่างไรกับนโยบายเหล่านี้? จะเป็นเพียงสีสันการเมืองหรือเป็นแนวทางใหม่ที่จะช่วยพัฒนาเมืองหลวงของเราให้น่าอยู่และอบอุ่นขึ้น หากคุณกำลังมองหาความเปลี่ยนแปลงในแง่มุมที่ไม่ซ้ำใคร การติดตามนโยบายของกลุ่มนี้ก็นับว่าเป็นทางเลือกที่น่าจับตาดูอย่างยิ่งครับ

ที่มา – “เต้” นำว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ลุยสยามสแควร์ ชูนโยบายเปิด “สำนักงานจัดหาคู่”

เจาะลึกประวัติ เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย สู้ศึกเลือกตั้ง สก.

หากพูดถึงสนามเลือกตั้งระดับท้องถิ่นของกรุงเทพมหานคร เชื่อว่าหลายคนต้องคุ้นหูกับชื่อของ เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย อย่างแน่นอนครับ วันนี้เราจะพาทุกคนมาเจาะลึกเส้นทางชีวิตและบทบาททางการเมืองที่น่าสนใจของอดีตรองประธานสภา กทม. ผู้นี้ ซึ่งล่าสุดได้ตัดสินใจก้าวเข้าสู่สนามเลือกตั้ง สก. ในนามของกลุ่มคนทำงานอีกครั้ง

ประวัติ เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย สู้ศึกเลือกตั้ง สก.

เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย หรือที่ชาวบ้านในเขตบึงกุ่มเรียกขานกันว่า “ส.ก.น็อบ” เป็นอีกหนึ่งคนรุ่นใหม่ที่มีโปรไฟล์ไม่ธรรมดา เขาเกิดเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2523 เป็นบุตรชายของร.ต.อ. ดร.นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย สื่อมวลชนและอดีตนักการเมืองชื่อดัง เส้นทางการศึกษาของเขานั้นไม่ธรรมดา โดยจบการศึกษาระดับปริญญาตรีจาก Hawaii Pacific University ประเทศสหรัฐอเมริกา ในสาขาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และปริญญาโทด้านยุโรปศึกษาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เส้นทางสู่การเมืองของ เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย

ก่อนจะเข้ามาทำงานรับใช้พี่น้องประชาชนอย่างเต็มตัว เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย เคยผ่านงานด้านสื่อสารมวลชนในฐานะดีเจมาก่อน ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาได้ใกล้ชิดกับปัญหาของประชาชนและมีความเข้าใจในงานด้านวัฒนธรรมชุมชนเป็นอย่างดี การเข้าสู่การเมืองครั้งนี้กับกลุ่มคนทำงาน ถือเป็นการประกาศชัดว่าเขาพร้อมจะสานต่องานพัฒนาเขตบึงกุ่มด้วยประสบการณ์ที่สะสมมาอย่างเต็มเปี่ยม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องผังเมือง การสาธารณสุข หรือแม้แต่การจัดการปัญหาสัตว์จรจัดในกรุงเทพมหานคร

ประวัติการทำงานของเขาไม่ใช่แค่การเป็น ส.ก. ทั่วไป แต่ยังผ่านการเป็นกรรมการในคณะกรรมการวิสามัญหลายชุด เช่น:

  • กรรมการ คณะกรรมการการสาธารณสุข
  • กรรมการ คณะกรรมการการระบายน้ำ
  • กรรมการ คณะกรรมการวิสามัญศึกษาแนวทางแก้ไขปัญหาสัตว์จรจัด
  • กรรมการ คณะกรรมการวิสามัญศึกษาความคุ้มค่าในการซ่อมแซมไฟฟ้าส่องสว่าง

ด้วยประสบการณ์ที่เข้มข้นขนาดนี้ ไม่แปลกเลยครับที่เขาจะได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่งรองประธานสภา กทม. มาก่อนหน้านี้ การกลับมาในครั้งนี้จึงเปรียบเสมือนการนำเอาความเชี่ยวชาญที่มีมาปรับใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของคนกรุงเทพฯ ในพื้นที่เขตบึงกุ่มให้ดีขึ้นไปอีกขั้น

ในมุมมองของผม การที่นักการเมืองที่มีประสบการณ์อย่างคุณน็อบเลือกประกาศตัวสู้ศึกในนามกลุ่มคนทำงาน ถือเป็นสีสันที่น่าสนใจมาก เพราะประชาชนในพื้นที่ต่างต้องการคนที่ “ทำจริง” และ “เข้าถึงง่าย” หากใครอาศัยอยู่ในเขตบึงกุ่ม อย่าลืมติดตามผลงานและวิสัยทัศน์ของว่าที่ผู้สมัครรายนี้กันให้ดีครับ เพราะเขาอาจเป็นคำตอบที่คุณกำลังมองหาเพื่อพัฒนาบ้านของเราให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ที่มา – ประวัติ “เนติภูมิ มิ่งรุจิราลัย” สู้ศึกสนาม กทม. ต่อ เปิดตัวชิงเก้าอี้ สก. กับกลุ่มคนทำงาน

กกต. แจง ผู้ว่าฯกทม. ลาออก ปลัดปฏิบัติแทน

สวัสดีครับชาวกรุงเทพฯ ทุกคน! วันนี้เรามาคุยเรื่องสำคัญเกี่ยวกับการเมืองท้องถิ่นกันหน่อยนะครับ โดยเฉพาะประเด็นที่หลายคนกำลังสงสัย นั่นคือ กกต. แจงหากผู้ว่าฯ กทม. ลาออกก่อนครบวาระ ปลัดกทม. ปฏิบัติหน้าที่แทน เรื่องนี้เพิ่งถูกเปิดเผยโดยสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ซึ่งเป็นข้อมูลที่ชัดเจนมากสำหรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นก่อนการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งใหม่

กกต. แจงหากผู้ว่าฯ กทม. ลาออกก่อนครบวาระ ปลัดกทม. ปฏิบัติหน้าที่แทน

ตามที่ กกต. ได้เผยแพร่เอกสารชี้แจงนั้น ระบุชัดเจนว่าหากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (ผู้ว่าฯ กทม.) พ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุอื่นนอกจากครบวาระ เช่น การลาออก หรือกรณีอื่นๆ ตามมาตรา 54 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2528 และที่แก้ไขเพิ่มเติม จะมี ปลัดกรุงเทพมหานคร เข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทนทันที จนกว่าจะมีผู้ว่าฯ คนใหม่เข้ารับตำแหน่ง ช่วยให้การบริหารเมืองหลวงไม่สะดุดชะงักครับ

ส่วนกรณีที่ผู้ว่าฯ พ้นตำแหน่งเพราะครบวาระตามปกติ ผู้ว่าฯ ผู้นั้นจะยังคงอยู่ในตำแหน่งต่อไป จนกว่าผู้ว่าฯ คนใหม่ที่ได้รับเลือกตั้งจะเข้ารับหน้าที่อย่างเป็นทางการ นี่เป็นจุดสำคัญที่ กกต. แจงหากผู้ว่าฯ กทม. ลาออกก่อนครบวาระ ปลัดกทม. ปฏิบัติหน้าที่แทน เพื่อให้ทุกคนเข้าใจถูกต้อง

กรณีครบวาระ vs ลาออก: ต่างกันอย่างไร?

มาดูรายละเอียดกันให้ชัดเจนครับ

  • ครบวาระ: ผู้ว่าฯ อยู่ต่อจนผู้ใหม่เข้ารับตำแหน่ง ช่วยรักษาความต่อเนื่อง
  • ลาออกหรือพ้นด้วยเหตุอื่น: ปลัดกทม. มาปฏิบัติแทนทันที ไม่ให้เกิดสุญญากาศในการบริหาร
  • ทั้งสองกรณีนี้ ช่วยป้องกันปัญหาการบริหารที่ล่าช้า โดยเฉพาะในเมืองใหญ่เช่น กทม. ที่มีประชากรหนาแน่น

กฎนี้แตกต่างจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นๆ เช่น อบจ., เทศบาล, อบต. ซึ่งปลัดจะปฏิบัติแทนในทุกกรณีที่ผู้บริหารว่าง ไม่ว่าจะครบวาระหรือไม่ ทำให้ กทม. มีระบบพิเศษที่ยืดหยุ่นกว่า

กำหนดการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. 2569

ผู้ว่าฯ กทม. และ สก. จะครบวาระในวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 ขณะที่ กกต. ได้กำหนดวันเลือกตั้งผู้ว่าฯ ใหม่ในวันอาทิตย์ที่ 28 มิถุนายน 2569 แล้วครับ ดังนั้น หากเกิดเหตุผู้ว่าฯ ลาออกก่อนหน้านั้น ปลัดกทม. จะเข้ามารับผิดชอบทันที ช่วยให้การเตรียมการเลือกตั้งราบรื่น

ทำไมเรื่องนี้ถึงสำคัญ? เพราะกรุงเทพมหานครเป็นหัวใจเศรษฐกิจของไทย การเปลี่ยนผ่านผู้บริหารต้องลื่นไหล มิฉะนั้นอาจกระทบโครงการใหญ่ๆ เช่น การจัดการจราจร, น้ำท่วม, หรือพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หากคุณเป็นคนกรุงเทพ คงไม่อยากให้เกิดช่องว่างใช่ไหมล่ะครับ

ประโยชน์ของกฎนี้ต่อชาวกรุง

กฎ กกต. แจงหากผู้ว่าฯ กทม. ลาออกก่อนครบวาระ ปลัดกทม. ปฏิบัติหน้าที่แทน นี้ ช่วยสร้างความมั่นใจให้ประชาชน โดยเฉพาะในช่วงเปลี่ยนผ่านการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ยังแสดงให้เห็นถึงความรอบคอบของกฎหมายไทยที่ออกแบบมาเพื่อเมืองหลวงโดยเฉพาะ

ย้อนดูประวัติศาสตร์ ผู้ว่าฯ กทม. ในอดีตเคยมีกรณีลาออกหรือพ้นตำแหน่งกะทันหัน ทำให้ต้องเร่งหาคนมาแทน ตอนนี้ระบบชัดเจนขึ้นมาก ช่วยลดความสับสน และให้ปลัดซึ่งเป็นข้าราชการประจำที่มีประสบการณ์มาจัดการต่อ

ในมุมมองของผม กฎนี้น่าจะช่วยลดดราม่าทางการเมืองได้บ้าง เพราะไม่ว่าผู้ว่าฯ จะลาออกด้วยเหตุผลอะไร เมืองก็ยังเดินหน้าต่อได้ หากคุณสนใจข่าวการเมืองท้องถิ่น ลองติดตามดูนะครับ อาจมีเซอร์ไพรส์ก่อนวันเลือกตั้ง!

สุดท้ายนี้ อย่าลืมไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. วันที่ 28 มิ.ย. 2569 นะครับ เสียงของคุณสำคัญมากต่ออนาคตกรุงเทพ ลองแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดอย่างไรกับกฎนี้ หรือผู้สมัครคนไหนที่คุณเชียร์บ้าง?

ที่มา – กกต. แจงหาก “ผู้ว่าฯ กทม.” ลาออกก่อนครบวาระ “ปลัด กทม.” ปฏิบัติหน้าที่แทน

อภิสิทธิ์ ยันเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. 16 พ.ค.

ข่าวการเมืองร้อนแรงในสัปดาห์นี้ เมื่อ อภิสิทธิ์ ยันเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. 16 พ.ค. อย่างเป็นทางการ พรรคประชาธิปัตย์เตรียมประกาศตัวบุคคลที่จะสู้ศึกใหญ่ชิงเก้าอี้ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สายตาคนการเมืองและประชาชนกำลังจับจ้องไปที่งานนี้ เพราะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ถือเป็นสนามสำคัญที่สะท้อนพลังของแต่ละพรรค

อภิสิทธิ์ ยันเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. 16 พ.ค.

เหตุการณ์เริ่มต้นจากงาน “AI Demo Day: Bangkok Builders Edition” ที่พรรคประชาธิปัตย์จัดขึ้นเมื่อเวลา 14.30 น. วันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ณ โกดังโรงงานยาสูบ 5 กรุงเทพฯ งานนี้รวมสุดยอดผู้เชี่ยวชาญด้าน AI จากไทยและต่างประเทศ โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ขึ้นกล่าวเปิดงาน ท่ามกลางกระแสข่าวลือเรื่องผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ที่กำลังจะตามมา

ในงานนี้ มีบุคคลที่น่าสนใจโผล่ร่วมหลายราย โดยเฉพาะ นายอนุชา บูรพชัยศรี อดีตผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเดินทางมาร่วมงานพร้อมนายสกลธี ภัททิยกุล รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ดูแลพื้นที่ กทม. และได้สนทนากับนายอภิสิทธิ์และนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรค

อนุชา บูรพชัยศรี ลาออกจากภูมิใจไทย ส่อเข้าร่วมประชาธิปัตย์

นายอนุชาเปิดเผยว่า เขามาร่วมงานในฐานะอดีต ส.ส. คลองเตย และยืนยันว่าลาออกจากพรรคภูมิใจไทยเรียบร้อยแล้วเมื่อปลายสัปดาห์ก่อน โดยพรรคทราบกระบวนการครบถ้วน เมื่อถูกถามว่าจะกลับมาร่วมงานกับพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ เขาตอบแบบมีนัยว่า “ตนมาดูงาน แต่อนาคตอาจจะมาร่วมงานกับพรรค” ทำให้หลายคนมองว่านายอนุชาคือตัวเต็งหนึ่งในการชิงตำแหน่งนี้

ภาพงาน AI Demo Day พรรคประชาธิปัตย์

นอกจากนี้ ยังมี ดร.พิเชษฐ์ ฤกษ์ปรีชา อีกหนึ่งตัวเต็งที่ปรากฏตัวในงาน สวมเสื้อสีฟ้า อดีตเลขานุการนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน อดีตผู้ว่าฯ กทม. ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาฝ่ายบริหาร LINE Plus (บริษัทแม่ของ LINE Thailand) เคยเป็น CEO LINE ประเทศไทยและผู้บริหาร Google ประเทศไทย ดร.พิเชษฐ์ระบุว่า มาร่วมในฐานะคนวงการไอที

จับตาอีกตัวเต็ง พิเชษฐ์ ฤกษ์ปรีชา ชาย IT สายผู้ว่าฯ

เมื่อสื่อถามนายอภิสิทธิ์ถึงเรื่องผู้สมัคร เขากล่าวทีเล่นทีจริงว่า “ขอให้รอวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ ที่พรรคจะเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. ในนามพรรค” โดยไม่ยอมรับหรือปฏิเสธว่าดร.พิเชษฐ์คือคนนั้น สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้สื่อข่าวและนักการเมือง

การปรากฏตัวของทั้งสองคนในงาน AI ชี้ให้เห็นว่าพรรคประชาธิปัตย์กำลังมองหาผู้สมัครที่มีวิสัยทัศน์ด้านเทคโนโลยี เพื่อพัฒนากรุงเทพฯ ในยุคดิจิทัล การเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ครั้งนี้คาดว่าจะเข้มข้น เพราะมีคู่แข่งจากหลายพรรค เช่น พรรคเพื่อไทย ก้าวไกล และภูมิใจไทย

  • จุดเด่นของอนุชา: ประสบการณ์การเมืองท้องถิ่น พื้นที่คลองเตยแข็งแกร่ง
  • จุดเด่นของพิเชษฐ์: ความเชี่ยวชาญ IT สามารถผลักดัน Smart City ได้จริง
  • กลยุทธ์ประชาธิปัตย์: ใช้ AI และนวัตกรรมเป็นจุดขาย

นอกจากนี้ พรรคยังเน้นนโยบายแก้ปัญหาประชาชน เช่น จราจร น้ำท่วม และเศรษฐกิจท้องถิ่น ซึ่งเป็น pain points ของคนกรุง

ในมุมมองของผู้เขียน อภิสิทธิ์ ยันเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. 16 พ.ค. นี้คือสัญญาณว่าประชาธิปัตย์พร้อมกลับมาครองกรุงเทพฯ อีกครั้ง ด้วยผู้สมัครรุ่นใหม่ที่มีศักยภาพ หากคุณคิดว่าใครจะเป็นตัวจริง? คอมเมนต์ด้านล่างได้เลย และอย่าลืมติดตามอัปเดตการเมืองเพิ่มเติมบนเว็บไซต์ของเรา!

การเลือกตั้งครั้งนี้จะเปลี่ยนโฉมกรุงเทพฯ อย่างไร รอติดตามกันในวันที่ 16 พ.ค. นี้นะครับ

ที่มา – “อภิสิทธิ์” ยันเปิดตัวแคนดิเดตผู้ว่าฯ กทม. 16 พ.ค. จับตาอีกตัวเต็ง “พิเชษฐ์ ฤกษ์ปรีชา”

ปชป. เตรียมเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 16 พ.ค.

ปชป. เตรียมเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 16 พ.ค. นี้ แย้มเป็นผู้ชาย อายุไม่ถึง 60 ปี บุคลิกดี สวัสดีครับเพื่อนๆ คนกรุงเทพฯ ทุกท่าน วันนี้เรามีข่าวการเมืองท้องถิ่นที่น่าติดตามมาฝากกัน พรรคประชาธิปัตย์ หรือ ปชป. กำลังเคลื่อนไหวร้อนแรง เตรียมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครอย่างเป็นทางการในวันที่ 16 พฤษภาคมนี้ โดยนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค ได้ให้สัมภาษณ์แบบแย้มๆ ว่าผู้สมัครคนนี้เป็นผู้ชาย อายุยังไม่ครบ 60 ปี มีบุคลิกภาพดี และมีประวัติการทำงานที่น่าจับตามอง

ปชป. เตรียมเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 16 พ.ค.

ข่าวนี้มาจากการให้สัมภาษณ์ของ “อภิสิทธิ์” ก่อนเข้าร่วมการปฐมนิเทศผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ของพรรค เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2567 พรรคปชป. ยืนยันความพร้อมเต็มสูบ ทั้งทีมงาน นโยบาย และผู้สมัคร โดยเน้นย้ำว่าพร้อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับชาวกรุงเทพฯ ที่กำลังเผชิญปัญหาหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการจราจรติดขัด น้ำท่วม สิ่งแวดล้อม หรือการพัฒนาเมืองให้ทันสมัย

อภิสิทธิ์ยังชูจุดเด่นของพรรคที่มุ่งมั่นสร้างเอกภาพในทีมผู้สมัครสก. ครบทุกเขต ซึ่งผ่านการอนุมัติเรียบร้อยแล้ว การปฐมนิเทศครั้งนี้เป็นการซักซ้อมความเข้าใจเรื่องกฎหมายเลือกตั้งและกรอบการทำงานของพรรค เพื่อให้ทุกคนพร้อมลุยรับใช้ประชาชนอย่างมีประสิทธิภาพ พรรคไม่กังวลเรื่องคู่แข่ง แต่โฟกัสที่การนำเสนอทางเลือกที่ตอบโจทย์ชีวิตประจำวันของคนกรุง

คุณสมบัติเด่นของผู้สมัครที่ปชป. แย้มเบาๆ

จากที่แย้มออกมา ผู้สมัครปชป. คนนี้ตอบโจทย์ภาพลักษณ์ผู้นำท้องถิ่นได้ดีทีเดียว เป็นผู้ชายวัยทำงาน มีบุคลิกดี อายุน้อยกว่า 60 ปี ซึ่งน่าจะนำพลังงานสดใหม่มาสู่การบริหารกทม. ที่ต้องการความคล่องตัวและนวัตกรรม นอกจากนี้ยังมีประวัติการทำงานที่น่าสนใจ ซึ่งคาดว่าจะเปิดเผยรายละเอียดเต็มๆ ในวันเปิดตัว

ย้อนดูอุดมการณ์ของพรรคประชาธิปัตย์ที่ก่อตั้งมานานกว่า 80 ปี ผู้ก่อตั้งเคยเขียนไว้ชัดเจนว่า “รัฐควรกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นมากที่สุด” สมัยนั้นยังไม่มี อบจ. อบต. หรือผู้ว่าฯ ที่เลือกตั้งด้วยซ้ำ แต่ปชป. คือพรรคที่ผลักดันกฎหมายบริหารราชการกทม. พ.ศ. 2528 จนเป็นรากฐานมาถึงปัจจุบัน แสดงให้เห็นถึงความสอดคล้องระหว่างแนวคิดพรรคกับการเมืองท้องถิ่น

นโยบายที่คาดหวังจากปชป. ในศึกเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.

แม้ยังไม่เปิดตัว แต่จากท่าทีของอภิสิทธิ์ คาดว่านโยบายจะเน้นแก้ปัญหาเรื้อรังของกทม. เช่น การจัดการจราจรด้วยระบบขนส่งสาธารณะที่ครบวงจร การป้องกันน้ำท่วมด้วยโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ การพัฒนาสวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวให้มากขึ้น รวมถึงการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลในการบริการประชาชน เช่น แอปพลิเคชันแจ้งปัญหาแบบเรียลไทม์ ทีมสก. ที่ครบทีมจะช่วยเสริมพลังให้ผู้ว่าฯ ทำงานได้เต็มที่

การเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม. ครั้งนี้เป็นเวทีสำคัญ เพราะกทม. คือหัวใจเศรษฐกิจของประเทศ ชาวกรุงกว่า 10 ล้านคนรอคอยผู้นำที่เข้าใจปัญหาและมีวิสัยทัศน์ ปชป. ที่มีประสบการณ์ยาวนานในเวทีท้องถิ่น ก็น่าจะเป็นตัวเลือกที่น่าเชื่อถือ เปรียบเทียบกับพรรคอื่นๆ ที่กำลังเคลื่อนไหว เช่น พรรคเพื่อไทย หรือก้าวไกล ที่มีผู้สมัครเด่นๆ ออกมาแล้ว

  • จุดแข็งของปชป.: อุดมการณ์ชัดเจน ประสบการณ์บริหารท้องถิ่น
  • ทีมสก. ครบทุกเขต พร้อมสนับสนุนผู้ว่าฯ
  • นโยบายตอบโจทย์คนกรุง เช่น จราจร น้ำท่วม สิ่งแวดล้อม
  • ผู้สมัครบุคลิกดี อายุน้อย พลังเยาว์

ในมุมมองของผม ปชป. เตรียมเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. 16 พ.ค. ครั้งนี้ น่าจะสร้างเซอร์ไพรส์ให้วงการการเมืองได้ไม่น้อย เพราะรายละเอียดที่แย้มมามีเสน่ห์น่าติดตาม ชาวกรุงเทพฯ ควรศึกษาทุกทางเลือกให้ดี เพื่อเลือกผู้นำที่ใช่จริงๆ คุณคิดว่าผู้สมัครคนนี้จะเป็นใคร? ติดตามอัปเดตข่าวสารการเลือกตั้งกทม. และนโยบายจากพรรคต่างๆ ได้ที่บล็อกนี้เลยนะครับ!

ที่มา – ปชป. เตรียมเปิดตัวผู้สมัครผู้ว่า ฯ กทม. 16 พ.ค. นี้ แย้มเป็นผู้ชาย อายุไม่ถึง 60 ปี บุคลิกดี

ดุสิตโพล ชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. อันดับ 1

สวัสดีครับเพื่อนๆ คนกรุงเทพฯ ทุกคน! วันนี้เรามีข่าวดีหรือข่าวร้อนจาก ดุสิตโพล ชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. มาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ สวนดุสิตโพลจากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต เพิ่งปล่อยผลสำรวจความคิดเห็นของคนกรุงมหานคร โดยเฉพาะผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สำหรับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนที่ 18 ครั้งแรกนี้ กลุ่มตัวอย่าง 1,074 คน สำรวจทั้งออนไลน์และภาคสนาม วันที่ 6-8 พฤษภาคม 2567 ผลออกมาชัดเจนมาก ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ยังคงครองใจคนกรุงแบบนำโด่งเลยทีเดียว

ดุสิตโพล ชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. อยากเห็นเมืองแบบไหน

ก่อนอื่นมาดูกันว่าคนกรุงเทพฯ ฝันอยากเห็นกรุงเทพฯ เป็นเมืองแบบไหน จากผล ดุสิตโพล ชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. อันดับ 1 คือ เมืองที่รถไม่ติด ขนส่งมวลชนดี ค่าโดยสารไม่แพง ได้ถึง 28.82% นี่แหละปัญหาใหญ่ของเรา รถติดทุกวัน เดินทางลำบาก ค่า BTS MRT แพงขึ้นเรื่อยๆ อันดับ 2 เมืองสะอาด ทางเท้าสะดวก เดินง่าย 23.86% ทางเท้าปั๊บๆ เต็มไปด้วยแผงลอย หลุมบ่อ สะดุดตลอด อันดับ 3 เมืองปลอดภัยจากอาชญากรรมยาเสพติด 18.10% อันดับ 4 น้ำไม่ท่วม 14.75% และอันดับ 5 เมืองเศรษฐกิจที่มีคุณภาพชีวิตดี 14.47% ชัดเลยว่าปัญหาพื้นฐานยังรอแก้

ดุสิตโพล ชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. ใครจะได้เป็นเจ้าเมืองต่อ

มาต่อกันที่คำถามฮอต อยากให้ใครเป็นผู้ว่าฯ กทม. คนต่อไป? ผล ดุสิตโพล ชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นำขาดที่ 56.70% ตามมาด้วยโจ ชัยวัฒน์ 18.90% ยังไม่ตัดสินใจ 13.13% มัลลิกา บุญมีตระกูล 5.78% คมสัน พันธุ์วิชาติกุล 3.07% และอื่นๆ น้อยกว่า 2% ชัชชาตินำชัดเพราะผลงานบริหารเมืองที่ผ่านมา อย่างการจัดการน้ำท่วม จัดระเบียบเมือง ทำให้คนกรุงยังเชื่อมั่น

  • ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ 56.70%
  • ชัยวัฒน์ สถาวรวิจิตร 18.90%
  • ยังไม่ตัดสินใจ 13.13%
  • มัลลิกา บุญมีตระกูล 5.78%
  • คมสัน พันธุ์วิชาติกุล 3.07%

การเลือกตั้ง สก. กทม. พรรคประชาชนนำ

ส่วนสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (สก.) ล่ะ? คนกรุงคิดว่าจะเลือกจากพรรคไหน จากดุสิตโพล พรรคประชาชนนำที่ 40.13% ผู้สมัครอิสระ 21.23% ยังไม่ตัดสินใจ 19.46% พรรคประชาธิปัตย์และเพื่อไทย เท่ากัน 7.91% ภูมิใจไทย 2.89% แสดงว่าคนอยากได้ตัวแทนที่ทำงานจริงจัง ไม่ผูกมัดพรรคเก่า

  • พรรคประชาชน 40.13%
  • ผู้สมัครอิสระ 21.23%
  • ยังไม่ตัดสินใจ 19.46%
  • พรรคประชาธิปัตย์ 7.91%
  • พรรคเพื่อไทย 7.91%

ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล บอกว่าคะแนนชัชชาตินำชัดจากภาพจำการบริหาร ขณะที่ผศ.ดร.เอกอนงค์ ศรีสำอางค์ เสริมว่าคนกรุงต้องการเมืองที่อยู่สบายจริง ไม่ใช่แค่อวดสวย รถไม่ติด ขนส่งดี สะอาด ทางเท้าดี คือหัวใจ

ในมุมมองผมเองนะครับ ปัญหาเหล่านี้เป็นกันทุกวัน รถติดทำให้เสียเวลา เสียสุขภาพ ทางเท้าไม่ดีคนพิการหรือผู้สูงอายุลำบากมาก ชัชชาติทำได้ดีในบางเรื่องอย่างระบายน้ำ แต่ต้องเร่งขนส่งสาธารณะให้เข้าถึงทุกพื้นที่ ค่าโดยสารถูกลงหน่อยก็ดี ถ้าผู้สมัครคนไหนตอบโจทย์พวกนี้ได้ กทม. จะน่าอยู่ขึ้นเยอะเลย

สรุปแล้ว จากดุสิตโพล ชัชชาติ ผู้ว่าฯ กทม. ยังเป็นตัวเต็ง แต่การเมืองเปลี่ยนเร็ว ผลงานต้องต่อเนื่อง คุณล่ะครับ คิดว่าชัชชาติควรต่อหรือเปล่า? หรืออยากเห็นผู้ว่าฯ คนใหม่? คอมเมนต์บอกกันหน่อยนะ แล้วอย่าลืมไปใช้สิทธิเลือกตั้งกันด้วย จะได้เมืองในฝันจริงๆ!

ที่มา – ดุสิตโพล คน กทม. อันดับ 1 อยากให้ “ชัชชาติ” เป็นผู้ว่าฯ ต่อ จ่อเลือก สก. พรรคประชาชน

Scroll to top