ฝนตกหนัก

พายุบัวลอยอ่อนกำลัง เช็กจังหวัดฝนหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาเพิ่งออกประกาศล่าสุดเกี่ยวกับ “พายุบัวลอย” อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ เช็กจังหวัดรับมือฝนตกหนักได้ที่นี่! ในช่วงนี้สภาพอากาศแปรปรวนมาก โดยเฉพาะจากอิทธิพลของพายุที่เคลื่อนตัวเข้ามาใกล้บริเวณประเทศไทย ทำให้หลายพื้นที่ต้องเตรียมรับมือกับฝนที่อาจตกหนักและน้ำท่วมฉับพลัน หากคุณอาศัยอยู่ในจังหวัดที่เสี่ยงภัย ควรติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย

“พายุบัวลอย” อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ เช็กจังหวัดรับมือฝนตกหนัก

วันที่ 30 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่องพายุ “บัวลอย” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 14 โดยระบุว่าพายุดีเปรสชัน “บัวลอย” (BUALOI) ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงแล้ว บริเวณแขวงหลวงน้ำทา ประเทศลาว เมื่อเวลา 01.00 น. และล่าสุดปกคลุมบริเวณประเทศเมียนมาตอนบนและลาวตอนบน เวลา 04.00 น. คาดว่าหย่อมนี้จะเคลื่อนตัวตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านเมียนมาตอนบนและภาคเหนือตอนบนของไทยในวันนี้

อิทธิพลจาก “พายุบัวลอย” อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ เช็กจังหวัดรับมือฝนตกหนักนั้น ส่งผลให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ทั่วประเทศมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม ประชาชนควรระวังอันตรายจากฝนสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะบริเวณลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และที่ลุ่มน้ำขัง

ผลกระทบต่อคลื่นลมและทะเล

นอกจากฝนตกหนักแล้ว คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนยังมีกำลังค่อนข้างแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร ในที่ที่มีฝนฟ้าคะนองอาจสูงเกิน 3 เมตร สำหรับทะเลอันดามันตอนล่าง คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และสูงกว่าในจุดที่มีพายุฝน ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 30 กันยายน 2568 เพื่อความปลอดภัย

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก “พายุบัวลอย” อ่อนกำลัง

จากประกาศของกรมอุตุฯ จังหวัดที่ต้องเตรียมรับมือฝนตกหนักมีดังนี้:

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน, เชียงใหม่, เชียงราย, ลำพูน, ลำปาง, พะเยา, น่าน, แพร่, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, ตาก, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, อุดรธานี, ชัยภูมิ
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์, อุทัยธานี, ชัยนาท, ลพบุรี, กาญจนบุรี รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
  • ภาคตะวันออก: ฉะเชิงเทรา, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด
  • ภาคใต้: ระนอง, พังงา

หากคุณอยู่ในพื้นที่เหล่านี้ ควรตรวจสอบสภาพอากาศล่วงหน้า และเตรียมแผนรับมือภัยพิบัติ เช่น ย้ายสิ่งของไปยังที่สูง หลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านพื้นที่เสี่ยง และติดตามข่าวสารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

เคล็ดลับรับมือฝนตกหนักจากพายุ

เพื่อความปลอดภัยในช่วง “พายุบัวลอย” อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ เช็กจังหวัดรับมือฝนตกหนัก แนะนำให้ประชาชนเตรียมถุงทรายกันน้ำ ตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้าน และหลีกเลี่ยงการขับขี่ในที่ลื่นหรือน้ำท่วม หากเกิดน้ำท่วมฉับพลัน อย่าพยายามข้ามน้ำลึกเพราะอาจเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต นอกจากนี้ การมีวิทยุสื่อสารหรือแอปพลิเคชันเตือนภัยจะช่วยให้คุณได้รับข้อมูลแบบเรียลไทม์

สภาพอากาศในประเทศไทยมักเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว โดยเฉพาะในฤดูฝน ดังนั้นการติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอจึงสำคัญมาก คุณสามารถเช็คข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทรสอบถามที่ 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง ประกาศนี้出ณวันที่ 30 กันยายน 2568 เวลา 05.00 น. และฉบับต่อไปจะออกเวลา 11.00 น. ในวันเดียวกัน

ในฐานะที่ปรึกษาด้านสภาพอากาศ สรุปว่าช่วงนี้ควรระมัดระวังเป็นพิเศษ หากมีฝนตกหนัก อย่าลืมแบ่งปันข้อมูลนี้ให้ครอบครัวและเพื่อนๆ เพื่อช่วยกันรับมือภัยพิบัติได้ดีขึ้น ลองเช็คพยากรณ์อากาศประจำวันเพื่อวางแผนกิจกรรมให้เหมาะสม

ที่มา – “พายุบัวลอย” อ่อนกำลังเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำ เช็กจังหวัดรับมือฝนตกหนัก

ประกาศพายุบัวลอย ฉบับ 10 ฝนตกหนักมาก

ประกาศฉบับ 10 ไต้ฝุ่น “บัวลอย” อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน เช็กจังหวัด “ฝนตกหนักมาก”

สวัสดีครับเพื่อนๆ ทุกคน ในวันนี้เรามีข่าวสำคัญจากกรมอุตุนิยมวิทยาที่ทุกคนควรติดตาม โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ประกาศฉบับ 10 ไต้ฝุ่น “บัวลอย” อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน เช็กจังหวัด “ฝนตกหนักมาก” แล้วนะครับ พายุนี้เคลื่อนตัวเข้มข้นมาก ส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในประเทศไทยหลายภาคส่วน มาดูรายละเอียดกันเลย

ประกาศฉบับ 10 ไต้ฝุ่น “บัวลอย” อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน

ตามประกาศจาก กรมอุตุนิยมวิทยา วันที่ 29 กันยายน 2568 พายุไต้ฝุ่นบัวลอย (BUALOI) ได้เคลื่อนขึ้นฝั่งที่เมืองกว๋างบิ่ญ ประเทศเวียดนามตอนบน และอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงแล้วครับ ณ เวลา 04.00 น. ศูนย์กลางพายุอยู่ห่างประมาณ 50 กิโลเมตรทางทิศตะวันออกของแขวงเชียงขวาง ประเทศลาว ที่ละติจูด 18.4 องศาเหนือ ลองติจูด 105.6 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 111 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุดังกล่าวกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็ว 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และคาดว่าจะปกคลุมบริเวณประเทศลาวตอนบน ก่อนอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงตามลำดับ จากอิทธิพลนี้ ทำให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร่วมกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย

เช็กจังหวัดฝนตกหนักมากจากพายุบัวลอย

สำหรับพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหลักๆ คือ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ และฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยเฉพาะตามแนวขอบของพายุและด้านรับมรสุม จังหวัดที่ควรระวัง ได้แก่

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลก กำแพงเพชร สุโขทัย แพร่ อุตรดิตถ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองคาย นครพนม สกลนคร กาฬสินธุ์ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร อุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก: นราธิวาส ปัตตานี ยะลา สงขลา
  • ภาคใต้ฝั่งตะวันตก: ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล

ฝนตกหนักถึงหนักมากอาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และที่น้ำท่วมขังง่าย ประชาชนในพื้นที่เหล่านี้ควรวางแผนการเดินทางและเตรียมความพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติให้ดี

นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร ในที่ที่มีฝนฟ้าคะนองสูงกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่าง คลื่นสูง 2 เมตร และสูงกว่าในฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งจนถึง 30 กันยายน 2568

พายุบัวลอยครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศที่รุนแรงขึ้นจากภาวะโลกร้อน ดังนั้น การติดตามข้อมูลจากแหล่งที่น่าเชื่อถือจึงสำคัญมาก เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

สุดท้ายนี้ ขอแนะนำให้ทุกท่านติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถเช็คข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง หากมีข้อสงสัยหรือต้องการคำปรึกษาเพิ่มเติม สามารถคอมเมนต์ถามได้เลยครับ เราจะช่วยตอบให้

ที่มา – ประกาศฉบับ 10 ไต้ฝุ่น “บัวลอย” อ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อน เช็กจังหวัด “ฝนตกหนักมาก”

พายุบัวลอย ทวีกำลังเป็นไต้ฝุ่น ฝนถล่ม 28-30 ก.ย. 68

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออก ประกาศฉบับ 4 พายุบัวลอย แล้ว โดยพายุโซนร้อน “บัวลอย” ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นอย่างเป็นทางการ ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในรูปแบบฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 28 ถึง 30 กันยายน 2568 ประชาชนควรเตรียมตัวรับมือให้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากน้ำท่วมและภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น

ตามรายงานล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 27 กันยายน 2568 พายุ “บัวลอย” (BUALOI) ที่เคลื่อนตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ตอนกลาง ได้เพิ่มกำลังแรงขึ้นเป็นไต้ฝุ่น โดยล่าสุดเวลา 16.00 น. ศูนย์กลางพายุอยู่ที่ละติจูด 15.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็ว 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 29 กันยายน 2568 และจะค่อยๆ อ่อนกำลังลงตามลำดับ

ผลกระทบจากพายุบัวลอย ทวีกำลังเป็นไต้ฝุ่น

อิทธิพลจากพายุนี้ ทำให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ทั่วประเทศมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะฝนตกหนักมากในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นพื้นที่รับมรสุมโดยตรง

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มต่ำ และที่ราบน้ำท่วมขัง แนะนำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมแผนอพยพหากจำเป็น

คลื่นลมและคำเตือนสำหรับชาวเรือ

นอกจากฝนแล้ว คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังมีกำลังปานกลางถึงแรง ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ในบริเวณฝนฟ้าคะนองอาจสูงเกิน 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และสูงเกินในพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงบริเวณฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งระหว่างวันที่ 28-30 กันยายน 2568

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

วันที่ 28 กันยายน 2568:

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย บึงกาฬ ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: กาญจนบุรี ราชบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง
  • ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล

วันที่ 29 กันยายน 2568:

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองบัวลำภู ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ
  • ภาคตะวันออก: ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง
  • ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล

วันที่ 30 กันยายน 2568:

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ชัยภูมิ
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง
  • ภาคใต้: ระนอง พังงา

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักมากจากพายุบัวลอย

วันที่ 28 กันยายน 2568:

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: สกลนคร นครพนม อุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร
  • ภาคตะวันออก: จันทบุรี ตราด
  • ภาคใต้: ระนอง พังงา

วันที่ 29 กันยายน 2568:

  • ภาคเหนือ: เชียงราย พะเยา น่าน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม
  • ภาคตะวันออก: นครนายก จันทบุรี ตราด
  • ภาคใต้: ระนอง พังงา

วันที่ 30 กันยายน 2568:

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน
  • ภาคตะวันออก: จันทบุรี ตราด

จากประสบการณ์ในอดีต พายุไต้ฝุ่นอย่างนี้มักนำมาซึ่งความเสียหายรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานที่เคยเผชิญน้ำท่วมใหญ่ หากประชาชนเตรียมตัวล่วงหน้า เช่น จัดกระเป๋าเสบียง ตรวจสอบระบบระบายน้ำ และติดตามข่าวสาร จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

ขอแนะนำให้ทุกท่านติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด สามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง การเตรียมพร้อมวันนี้คือกุญแจสู่ความปลอดภัยพรุ่งนี้

ที่มา – ประกาศฉบับ 4 “พายุบัวลอย” ทวีกำลังเป็นไต้ฝุ่น เช็กจังหวัดฝนถล่ม 28-30 ก.ย. 68

หนักสุดรอบ 10 ปี! โคราชฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก

ในค่ำคืนที่ฝนเทลงมาอย่างหนักหน่วง โคราชฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก ได้สร้างความเสียหายรุนแรงที่สุดในรอบ 10 ปี โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอพิมาย จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 ฝนที่ตกไม่ขาดสายตลอดทั้งคืน ทำให้เกิดน้ำป่าหลากจากพื้นที่สูงไหลทะลักลงมา ส่งผลกระทบต่อชีวิตและทรัพย์สินของชาวบ้านหลายราย

โคราชฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก: เหตุการณ์ที่ไม่คาดฝัน

เหตุการณ์โคราชฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก ครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรง น้ำป่าที่ไหลเชี่ยวจากพื้นที่ราบสูงในอำเภอห้วยแถลง ได้พัดพามายังตำบลรังกาใหญ่ อำเภอพิมาย โดยเฉพาะบริเวณถนนสายพิมาย-ชุมพวง หน้าศาลโรงเรียนพิมายสามัคคี 1 ระดับน้ำท่วมสูงเกิน 30 เซนติเมตร ยาวระยะทางกว่า 1 กิโลเมตร ทำให้รถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถสัญจรได้สะดวก เนื่องจากกระแสน้ำไหลแรงและยังเพิ่มระดับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ชาวบ้านในพื้นที่ต้องหยุดชะงักการเดินทาง และเจ้าหน้าที่ต้องเร่งแจ้งเตือนให้หลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว

ภาพน้ำท่วมถนนจากโคราชฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก

บ้านพังถล่มทั้งหลังจากน้ำป่าไหลหลาก

ความเสียหายที่รุนแรงที่สุดเกิดขึ้นกับบ้านของนางฉลวย มุ่งครอบกลาง อายุ 58 ปี อยู่บ้านเลขที่หมู่ 6 ตำบลรังกาใหญ่ บ้านปูนชั้นเดียวหลังนี้ถูกน้ำป่าไหลซัดจนพังถล่มทั้งยวง โชคดีที่สมาชิกในครอบครัวสังเกตเห็นน้ำไหลมาอย่างรวดเร็วและหนีออกมาได้ทันเวลา จึงไม่มีผู้เสียชีวิตหรือบาดเจ็บรุนแรง นางฉลวยเล่าว่า “ฝนตกหนักทั้งคืน ไม่คิดว่าน้ำป่าจะไหลแรงขนาดนี้ มันมาอย่างไม่ทันตั้งตัว บ้านที่อยู่มานานพังลงทั้งหลังตอนนี้ยังประเมินความเสียหายไม่ได้เลย”

ภาพบ้านพังจากโคราชฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก

จากรายงานของผู้สื่อข่าว พบว่านี่เป็นเหตุการณ์โคราชฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก ที่รุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งครั้งนั้นเคยมีน้ำท่วมใหญ่เช่นกัน แต่คราวนี้ดูเหมือนจะหนักหน่วงยิ่งกว่า เนื่องจากปริมาณฝนสะสมสูงและพื้นที่ป่าเสื่อมโทรมทำให้การกักเก็บน้ำลดลง นอกจากบ้านที่พังแล้ว ยังมีผลกระทบต่อเกษตรกรรม โดยนาข้าวและสวนผลไม้ในพื้นที่ใกล้เคียงถูกน้ำท่วม ทำให้ผลผลิตเสียหายหนัก

ภาพน้ำป่าซัดบ้านในโคราช

มาตรการป้องกันและการช่วยเหลือหลังโคราชฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก

หลังเกิดเหตุ ทางเจ้าหน้าที่จากงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลตำบลพิมาย ได้เร่งลงพื้นที่สำรวจความเสียหายทันที โดยเตรียมให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัย เช่น การจัดหาที่พักชั่วคราว อาหาร และเงินช่วยเหลือเบื้องต้น นอกจากนี้ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้ติดตั้งป้ายเตือนและวางแผนขุดลอกคูคลองเพื่อป้องกันเหตุการณ์ซ้ำรอคอย

  • คำแนะนำสำหรับชาวโคราช: ในช่วงฤดูฝน ควรติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาและกรมชลประทานอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมแผนอพยพครอบครัว หากอาศัยใกล้พื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม
  • หลีกเลี่ยงการขับขี่ผ่านเส้นทางที่มีน้ำท่วม และใช้รถที่มีสมรรถนะสูง
  • ตรวจสอบโครงสร้างบ้านให้มั่นคง และมีอุปกรณ์ช่วยเหลือฉุกเฉินพร้อม

เหตุการณ์โคราชฝนตกหนัก น้ำป่าไหลหลาก ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการอนุรักษ์ป่าและจัดการน้ำให้ดีขึ้น หากเราร่วมมือกันดูแลสิ่งแวดล้อม ผลกระทบจากภัยธรรมชาติอาจลดลงได้

สุดท้ายนี้ หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าลังเลที่จะติดต่อหน่วยงานช่วยเหลือท้องถิ่นเพื่อขอความช่วยเหลือ หยุดภัยให้ได้ก่อนที่จะลุกลาม

ที่มา – หนักสุดในรอบ 10 ปี โคราชฝนตกหนักตลอดทั้งคืน น้ำป่าไหลซัดบ้านพังถล่มทั้งหลัง

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 พายุบัวลอย ฝนตกหนักไทย

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก เป็นข่าวที่คนไทยหลายคนกำลังให้ความสนใจ โดยเฉพาะในช่วงปลายเดือนกันยายนนี้ ที่อากาศแปรปรวนจากอิทธิพลพายุโซนร้อนกำลังแรงนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเตือนถึงสถานการณ์ที่อาจส่งผลกระทบต่อหลายภาคของประเทศ ทำให้ประชาชนต้องเตรียมตัวรับมือกับฝนฟ้าคะนองและน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้น

กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 2 เกี่ยวกับพายุ “บัวลอย” ซึ่งเป็นพายุโซนร้อนกำลังแรงที่ก่อตัวบริเวณทะเลจีนใต้ พายุนี้มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 13.1 องศาเหนือ ลองจิจูด 118.3 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 110 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตกด้วยความเร็ว 25 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนตามแนวชายฝั่งเวียดนาม และในวันที่ 28-29 กันยายน จะขึ้นฝั่งเวียดนามตอนบนก่อนอ่อนกำลังลง

อิทธิพลของกรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมากนี้ จะทำให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะฝนตกหนักมากบางแห่งในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออก

ผลกระทบจากพายุบัวลอยต่อประเทศไทย

จากประกาศของกรมอุตุฯ ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และที่ลุ่มน้ำท่วมขัง ในช่วงวันที่ 28-30 กันยายน 2568 นี้

  • ภาคเหนือ: ฝนตกหนักมากในหลายจังหวัด เช่น เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: อุดรธานี ขอนแก่น นครราชสีมา อาจได้รับผลกระทบหนัก
  • ภาคตะวันออก: ระยอง จันทบุรี ตราด เสี่ยงน้ำท่วมจากฝนต่อเนื่อง
  • ภาคกลาง: กรุงเทพฯ และปริมณฑล อาจมีฝนตกหนักในบางพื้นที่

นอกจากนี้ คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังคงแรง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณฝนฟ้าคะนอง ทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 2 เมตร และสูงกว่าในจุดฝน ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วง 28-30 กันยายน

สถานการณ์พายุบัวลอยนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ไทยเผชิญ แต่จากประสบการณ์ในอดีต เราพบว่าฝนตกหนักจากมรสุมสามารถก่อให้เกิดความเสียหายได้มาก หากไม่เตรียมพร้อม กรมอุตุฯ แนะนำให้ประชาชนติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์ www.tmd.go.th หรือโทรสายด่วน 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อรับมือทันท่วงที

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็วเช่นนี้ เกิดจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ยังคงมีผลกระทบ ทำให้ฤดูฝนยาวนานและรุนแรงขึ้น ดังนั้น การวางแผนเดินทางหรือกิจกรรมกลางแจ้งควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศล่วงหน้าเสมอ

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านเตรียมเสบียงอาหาร ยา และเอกสารสำคัญไว้ในที่ปลอดภัย หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยง และอย่าลืมช่วยเหลือเพื่อนบ้านที่ต้องการความช่วยเหลือ เพื่อให้ทุกคนผ่านพ้นช่วงฝนฟ้าคะนองนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – กรมอุตุฯ ประกาศฉบับ 2 “พายุบัวลอย” มรสุมกำลังแรง ทำไทยฝนตกหนักถึงหนักมาก

ฝนถล่มตราด 5 ชม. ท่วมถนนหลัก รถเล็กผ่านไม่ได้

ฝนถล่มตราด 5 ชม. ท่วมถนนหลัก รถเล็กผ่านไม่ได้

ในช่วงฤดูฝนที่ผ่านมา พื้นที่จังหวัดตราดต้องเผชิญกับเหตุการณ์ ฝนถล่มตราด ติดต่อกัน 5 ชั่วโมง น้ำป่าทะลักท่วมถนนสายหลัก รถเล็กสัญจรผ่านไม่ได้ ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนและนักเดินทางเป็นอย่างมาก เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 ที่อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด โดยฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงบ่าย ทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาบรรทัดลงสู่พื้นที่ลุ่มต่ำ ส่งผลให้ถนนสายหลักอย่างถนนตราด-คลองใหญ่ บริเวณบ้านคลองม่วงและคลองมะนาว ถูกน้ำท่วมขังเป็นระยะทางกว่า 100 เมตร ระดับน้ำสูงถึง 40-50 เซนติเมตร รถยนต์ขนาดเล็กจึงไม่สามารถผ่านได้ชั่วคราว

ฝนถล่มตราด ติดต่อกัน 5 ชั่วโมง น้ำป่าทะลักท่วมถนนสายหลัก รถเล็กสัญจรผ่านไม่ได้

เหตุการณ์ ฝนถล่มตราด ติดต่อกัน 5 ชั่วโมง น้ำป่าทะลักท่วมถนนสายหลัก รถเล็กสัญจรผ่านไม่ได้ นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่จังหวัดตราดต้องเผชิญ แต่ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงเนื่องจากปริมาณฝนที่ตกหนักและต่อเนื่องยาวนาน ผู้สื่อข่าวรายงานว่าฝนเริ่มตกหนักตั้งแต่ช่วงบ่ายวันดังกล่าว ทำให้ปริมาณน้ำจากภูเขาไหลลงมาอย่างรวดเร็ว เจ้าหน้าที่กู้ภัยจากองค์กรท้องถิ่นรีบเข้าพื้นที่เพื่อช่วยเหลือและตั้งจุดตรวจเพื่อแจ้งเตือนผู้ขับขี่ให้หลีกเลี่ยงเส้นทางนี้ ป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น เช่น อุบัติเหตุทางรถยนต์หรือรถเสีย

ผลกระทบจากการท่วมขังในพื้นที่ตราด

นอกจากปัญหาการจราจรแล้ว เหตุการณ์นี้ยังสร้างความกังวลให้กับชาวบ้านในพื้นที่ใกล้เคียง โดยเฉพาะพื้นที่การเกษตรและบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ริมทาง แม้เบื้องต้นจะยังไม่มีรายงานความเสียหายรุนแรง แต่หากฝนยังคงตกหนักต่อเนื่อง อาจส่งผลกระทบรุนแรงมากขึ้น เช่น พืชผลทางการเกษตรที่ถูกน้ำท่วมเสียหาย หรือบ้านเรือนที่เสี่ยงต่อการถูกน้ำไหลทะลัก นอกจากนี้ จังหวัดตราดยังมีพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลันในหลายอำเภอ เช่น อำเภอบ่อไร่และอำเภอเขาสมิง ซึ่งต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดในช่วง 1-2 วันนี้

เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์มากขึ้น เราสามารถแบ่งผลกระทบออกเป็นหัวข้อหลักดังนี้:

  • การจราจรติดขัด: ถนนสายหลักถูกน้ำท่วม รถเล็กผ่านไม่ได้ ผู้ใช้รถใช้ถนนต้องหาเส้นทางเลี่ยง
  • ความเสี่ยงต่อชีวิตและทรัพย์สิน: น้ำไหลแรงอาจก่อให้เกิดอุบัติเหตุ เจ้าหน้าที่แนะนำให้หลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง
  • ผลกระทบต่อเศรษฐกิจท้องถิ่น: ชาวเกษตรกรในพื้นที่ลุ่มอาจสูญเสียผลผลิต หากน้ำไม่ระบายทัน
  • มาตรการป้องกัน: หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังติดตามสภาพอากาศและเตรียมแผนรับมือน้ำท่วม

จากประสบการณ์ในอดีต เหตุการณ์น้ำท่วมในภาคตะวันออกเฉียงใต้อย่างตราดมักเกิดจากฝนตกหนักในช่วงฤดูมรสุม ซึ่งปีนี้คาดว่าปริมาณฝนจะมากกว่าปีที่แล้วเนื่องจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ส่งผลต่อสภาพอากาศทั่วโลก ชาวบ้านในพื้นที่ควรเตรียมตัวโดยการตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านและติดตามประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยา

นอกจากนี้ รัฐบาลและหน่วยงานท้องถิ่นได้เพิ่มมาตรการป้องกัน เช่น การขุดลอกคลองและสร้างกำแพงกันน้ำ เพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต แต่สำหรับเหตุการณ์ ฝนถล่มตราด ติดต่อกัน 5 ชั่วโมง น้ำป่าทะลักท่วมถนนสายหลัก รถเล็กสัญจรผ่านไม่ได้ ครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่ายังต้องเร่งรัดการจัดการน้ำให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ในฐานะผู้ที่ติดตามข่าวสารด้านภัยพิบัติ สิ่งสำคัญคือการสร้างความตระหนักรู้ให้กับประชาชน หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ควรเตรียมเสบียงอาหารและยาไว้ให้พร้อม และหลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงฝนตกหนัก เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

สุดท้ายนี้ การเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในปัจจุบันทำให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งมากขึ้น เราควรสนับสนุนนโยบายลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อบรรเทาปัญหาในระยะยาว หากมีข้อมูลอัปเดตเพิ่มเติม เราจะนำเสนอให้ทราบต่อไป

ที่มา – ฝนถล่มตราด ติดต่อกัน 5 ชั่วโมง น้ำป่าทะลักท่วมถนนสายหลัก รถเล็กสัญจรผ่านไม่ได้

ไต้ฝุ่น “รากาซา” อ่อนกำลัง มุ่งหน้าเวียดนาม

ไต้ฝุ่น “รากาซา” อ่อนกำลังเป็นพายุโซนร้อนแล้ว และกำลังมุ่งหน้าไปยังประเทศเวียดนาม หลังพัดถล่มจีน ไต้หวัน และฟิลิปปินส์ จนมีผู้เสียชีวิตแล้วหลายราย พายุนี้สร้างความเสียหายอย่างมาก และส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของผู้คนในหลายประเทศ

ไต้ฝุ่น “รากาซา” อ่อนกำลัง

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เจ้าหน้าที่และประชาชนในภาคใต้ของจีนและฮ่องกงกำลังดำเนินการทำความสะอาดครั้งใหญ่ หลังจากซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” พัดถล่ม ทำให้เกิดน้ำท่วมเป็นวงกว้าง และสร้างความเสียหายแก่ถนนหลายสาย กระแสลมแรงและปริมาณน้ำฝนที่มากเกินไป ทำให้เกิดความเสียหายต่อโครงสร้างพื้นฐานและบ้านเรือน

ไต้ฝุ่น “รากาซา” อ่อนกำลังลง แต่ยังคงเป็นภัยคุกคาม หลายหน่วยงานกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย และประเมินความเสียหายที่เกิดขึ้น

รากาซา พายุหมุนเขตร้อนที่ทรงพลังที่สุดในปีนี้ ทำให้ทางการจีนต้องอพยพประชาชนในมณฑลกวางตุ้งเกือบ 2 ล้านคน ขณะที่ก่อให้เกิดความเสียหายเป็นวงกว้างในฮ่องกง โดยเพิ่งกลับมาเปิดให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศได้ แต่โรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนบางแห่งยังคงต้องปิดทำการ

ก่อนหน้านี้ ไต้ฝุ่น “รากาซา” อ่อนกำลัง แต่ยังคงสร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่ไต้หวันและฟิลิปปินส์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วจำนวนมาก ความรุนแรงของพายุทำให้หลายพื้นที่จมอยู่ใต้น้ำ และการเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบาก

ในขณะที่ภาพความเสียหายเริ่มปรากฏชัดมากขึ้นเรื่อยๆ เจ้าหน้าที่ในมณฑลกวางตุ้งกำลังใช้รถขุดเพื่อเคลื่อนย้ายต้นไม้ที่โค่นล้มหลายพันต้นและเปิดเส้นทางจราจร ขณะที่บนโลกออนไลน์มีการแชร์คลิปวิดีโอ แสดงให้เห็นชาวบ้านในมาเก๊าพยายามตกปลาบนถนนที่ถูกน้ำท่วม โดยใช้ทั้งคันเบ็ด, แห, กระเป๋า หรือแม้แต่ที่ตักขยะ

สถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี ของรัฐบาลจีนรายงานว่า ไต้ฝุ่น รากาซา ทำให้ต้นไม้ในเมืองหยางเจียง มณฑลกวางตุ้ง หักโค่นกว่า 50,000 ต้น ขณะที่ในเมืองจูไห่ ถนนถูกน้ำท่วม เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องใช้เรือยางเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ติดค้างอยู่ในพื้นที่ โดยย่านชุมชนเก่าบางแห่งมีน้ำท่วมสูงจนถึงชั้นหนึ่งของตัวบ้าน

ผลกระทบและความเสียหายจากไต้ฝุ่น

ข่าวระบุด้วยว่า มีอิทธิพลของพายุทำให้เกิดไฟดับกระทบบ้านเรือนในมณฑลกวางตุ้งกว่า 56,000 ครัวเรือนเมื่อคืนวันพุธที่ผ่านมา และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 100 รายในฮ่องกง

ทั้งนี้ ไต้ฝุ่น รากาซา กำลังเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกตามแนวชายฝั่งจีนตอนใต้ มุ่งหน้าสู่ประเทศเวียดนาม โดยยังคงมีความเสี่ยงทำให้เกิดฝนตกหนักในประเทศจีน, เวียดนาม และพื้นที่อื่นๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แม้มันจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนแล้วก็ตาม

นายฝ่าม มิญ จิ๊ญ นายกรัฐมนตรีเวียดนาม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ปกป้องโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งรวมถึงเขื่อนและโรงพยาบาล ดูแลความปลอดภัยของเรือประมง และเตรียมพร้อมปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัยแล้ว โดยมีการยกเลิกหรือเลื่อนเที่ยวบินบางส่วน ขณะที่คนงานได้ตัดแต่งกิ่งไม้เพื่อป้องกันอันตรายจากลมในพื้นที่ตอนเหนือของประเทศแล้ว

สถานการณ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” อ่อนกำลังนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ เราควรตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น และมีแผนรับมือที่ชัดเจนเพื่อลดความเสียหาย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา – ไต้ฝุ่น “รากาซา” อ่อนกำลัง มุ่งหน้าสู่เวียดนาม หลังถล่มจีน-ไต้หวัน

ดินภูเขาสไลด์ปิดเนินพิศวง แม่สอด-ตาก เร่งเคลียร์

สถานการณ์ล่าสุดบนเส้นทางแม่สอด-ตากยังคงต้องใช้ความระมัดระวังอย่างสูง หลังเกิดเหตุดินภูเขาสไลด์ปิดเนินพิศวง เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อให้การสัญจรกลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานสถานการณ์ความคืบหน้าล่าสุดว่า แขวงทางหลวงตากที่ 2 ได้นำเครื่องจักรกลหนักเข้าพื้นที่เพื่อเคลียร์เส้นทางหลวงหมายเลข 12 หรือเส้นทางแม่สอด-ตาก บริเวณหลักกิโลเมตรที่ 18 ซึ่งเป็นช่วงเนินพิศวง ในอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก สืบเนื่องจากเหตุการณ์ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องในพื้นที่ ทำให้ดินภูเขาอุ้มน้ำไว้เป็นจำนวนมาก จนเกิดการสไลด์ตัวลงมาปิดทับเส้นทางการจราจรทั้งขาขึ้นและขาล่อง ส่งผลให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก

ในส่วนของการแก้ไขปัญหา ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถเปิดช่องทางจราจรขาออกจากอำเภอแม่สอดไปยังตัวเมืองตากได้แล้ว ทำให้รถยนต์สามารถสัญจรผ่านไปมาได้บ้าง แต่สำหรับช่องทางขาเข้า ยังคงมีดินและหินจำนวนมากปิดทับเส้นทางอยู่ เจ้าหน้าที่จึงต้องเร่งนำเครื่องจักรกลหนักเข้าดำเนินการเปิดเส้นทางอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ยังคงไม่น่าไว้วางใจ เนื่องจากดินยังคงมีการสไลด์ตัวลงมาเป็นระยะๆ ดังนั้น ผู้ที่จำเป็นต้องสัญจรผ่านบริเวณดังกล่าวควรเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษ

ดินภูเขาสไลด์ปิดเนินพิศวง

ความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ได้ทำการเปิดช่องทางจราจรอีกฝั่งหนึ่งเพื่อให้รถยนต์สามารถสัญจรผ่านไปมาได้เป็นการชั่วคราว พร้อมทั้งเร่งดำเนินการเคลียร์เส้นทางในจุดที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดอย่างต่อเนื่อง คาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกสักระยะในการเคลียร์เส้นทางทั้งหมดให้กลับสู่สภาพปกติ เนื่องจากปริมาณดินที่สไลด์ลงมามีจำนวนมาก

ผลกระทบที่เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ดินภูเขาสไลด์ปิดเนินพิศวง ไม่ได้จำกัดอยู่แค่การสัญจรเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย เนื่องจากเส้นทางแม่สอด-ตาก เป็นเส้นทางหลักที่ใช้ในการขนส่งสินค้าและการเดินทางระหว่างจังหวัด การปิดเส้นทางดังกล่าวจึงส่งผลให้การขนส่งสินค้าล่าช้าและมีต้นทุนที่สูงขึ้น นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวที่ต้องการเดินทางมายังแม่สอดก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน

ข้อควรระวังสำหรับผู้ใช้เส้นทาง

  • ตรวจสอบสภาพเส้นทางก่อนออกเดินทาง
  • ขับรถด้วยความระมัดระวังเป็นพิเศษ
  • ลดความเร็วและรักษาระยะห่างจากรถคันหน้า
  • เตรียมพร้อมสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงฝนตกหนัก

เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงขอความร่วมมือจากประชาชนในการหลีกเลี่ยงการเดินทางผ่านเส้นทางดังกล่าว หากไม่มีความจำเป็นเร่งด่วน เพื่อลดความแออัดและอำนวยความสะดวกให้แก่เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงาน

เหตุการณ์ดินภูเขาสไลด์ปิดเนินพิศวงในครั้งนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้เราต้องตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและการวางผังเมืองอย่างยั่งยืน เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่กำลังเร่งเคลียร์เส้นทาง ผู้ใช้รถใช้ถนนควรติดตามข่าวสารและประกาศจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการเดินทางและหลีกเลี่ยงเส้นทางที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ การมีน้ำใจและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อเพื่อนร่วมทาง ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เราผ่านพ้นสถานการณ์ยากลำบากนี้ไปด้วยกันได้

เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น เราทุกคนมีส่วนร่วมในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมเพื่อให้โลกของเราน่าอยู่ยิ่งขึ้น

ที่มา – ดินภูเขาสไลด์ปิดเนินพิศวง เส้นทางแม่สอด-ตาก เจ้าหน้าที่เร่งเคลียร์เส้นทาง

ไต้หวันดับ 2 ศพ! ฤทธิ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ทะเลสาบล้น

อิทธิพลของซูเปอร์ไต้ฝุ่น รากาซา ทำให้ทะเลสาบในไต้หวันล้นตลิ่งเข้าท่วมเมือง เบื้องต้นมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ ขณะที่มีผู้ติดค้างและสูญหายอีกนับร้อยราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อิทธิพลของซูเปอร์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ซึ่งกำลังเคลื่อนตัวเข้าหาภาคใต้ของประเทศจีน ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเกาะไต้หวัน ทำให้น้ำในทะเลสาบบนภูเขาเอ่อล้นทะลักตลิ่งไหลเข้าท่วมเมืองใกล้เคียง ล่าสุดมีรายงานพบผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ศพ ประชาชนอีกนับร้อยติดค้างหรือสูญหาย จากเหตุการณ์ ไต้หวันดับแล้ว 2 ศพ ฤทธิ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ทำทะเลสาบล้นตลิ่ง

ไต้ฝุ่น รากาซา ซึ่งมีความรุนแรงเทียบเท่าเฮอริเคนระดับ 5 มีความเร็วลมสูงสุดถึง 285 กม./ชม. ทำให้มันกลายเป็นพายุที่รุนแรงที่สุดของปี 2568 จนถึงตอนนี้ และทำให้หลายพื้นที่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต้องประกาศเตือนภัยน้ำท่วม, คลื่นพายุหนุนซัดฝั่ง และดินถล่ม

ชายขอบด้านของพายุ รากาซา พัดกระหน่ำเกาะไต้หวันตั้งแต่เมื่อวันจันทร์แล้ว และทำให้คันดินกั้นทะเลสาบซึ่งเกิดจากดินถล่มก่อนหน้านี้ แตกออกในช่วงบ่ายวันอังคาร (23 ก.ย. 2568) ส่งผลให้น้ำไหลทะลักเข้าสู่เมืองกวงฟู ในเขตฮวาเหลียน ซึ่งอยู่ใกล้กับทะเลสาบ

น้ำจากทะเลสาบพัดทำลายสะพาน, ถอนรากถอนโคนต้นไม้ และท่วมรถยนต์หลายคัน โดยนาย หลี่ หลงเซิ่ง รองหัวหน้าสำนักงานดับเพลิงของเขตฮวาเหลียนเผยว่า บางพื้นที่มีน้ำท่วมสูงถึงชั้น 2 ของตัวบ้าน ขณะที่ในย่านใจกลางเมืองน้ำท่วมถึงชั้น 1 ก่อนที่ระดับน้ำจะลดลงตามลำดับ

นายหลี่บอกอีกว่า มีประชาชนประมาณ 263 คนยังติดค้าง และต้องอพยพขึ้นที่สูงในตอนที่แม่น้ำเพิ่มระดับอย่างกะทันหัน โดยพวกเขาไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายในทันที แต่กำลังกังวลมากเกี่ยวกับระดับน้ำที่สูง

ในพื้นที่อื่น ๆ ของไต้หวัน มีรายงานพบผู้บาดเจ็บ 6 คน, บริการเรือข้ามฟากถูกระงับ และเที่ยวบินระหว่างประเทศมากกว่า 100 เที่ยวถูกยกเลิกเนื่องจากไต้ฝุ่นรากาซาพัดผ่าน

ทั้งนี้ พยากรณ์อากาศคาดว่า ไต้ฝุ่น รากาซา จะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งมณฑลกวางตุ้งทางตอนใต้ของจีนในวันพุธนี้ (24 ก.ย.) โดยทางการมณฑลกวางตุ้งสั่งอพยพประชาชนแล้วกว่า 370,000 คน ขณะที่โรงเรียนกับธุรกิจหลายแห่งต้องปิดทำการ ขณะที่เมืองฮ่องกงยกระดับการเตือนภัยพายุไต้ฝุ่นเป็นระดับ 8 ซึ่งห่างจากระดับสูงสุด 2 ระดับ

ไต้หวันดับแล้ว 2 ศพ ฤทธิ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ทำทะเลสาบล้นตลิ่ง

สถานการณ์ ไต้หวันดับแล้ว 2 ศพ ฤทธิ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ทำทะเลสาบล้นตลิ่ง สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงของภัยธรรมชาติที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับทุกคน ไม่ว่าจะเป็นการติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศ การเตรียมอุปกรณ์ยังชีพ และการวางแผนอพยพหากจำเป็น

ผลกระทบจากไต้ฝุ่นรากาซาต่อไต้หวัน

ผลกระทบจากพายุไต้ฝุ่นรากาซาในไต้หวันครั้งนี้รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้เกิดความเสียหายต่อชีวิตและทรัพย์สินอย่างมาก ซึ่งส่งผลกระทบต่อ:

  • ผู้เสียชีวิตและผู้สูญหาย: มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนมาก
  • ความเสียหายต่อทรัพย์สิน: บ้านเรือน ถนน สะพาน และโครงสร้างพื้นฐานอื่นๆ ได้รับความเสียหายอย่างหนัก
  • การอพยพ: ประชาชนจำนวนมากต้องอพยพออกจากบ้านเรือนเนื่องจากน้ำท่วม
  • การหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ: โรงเรียน ธุรกิจ และบริการต่างๆ ต้องหยุดทำการ

เหตุการณ์ ไต้หวันดับแล้ว 2 ศพ ฤทธิ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ทำทะเลสาบล้นตลิ่ง ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง การวางแผนการจัดการภัยพิบัติที่มีประสิทธิภาพ และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีการรับมือกับเหตุการณ์ฉุกเฉินเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง

เมื่อเกิดภัยพิบัติ สิ่งสำคัญที่สุดคือการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน การร่วมมือกันระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนเป็นสิ่งสำคัญในการบรรเทาผลกระทบและช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ

อย่าลืมตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้านเสมอ และติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน

ที่มา – ไต้หวันดับแล้ว 2 ศพ ฤทธิ์ไต้ฝุ่น “รากาซา” ทำทะเลสาบล้นตลิ่ง

Scroll to top