ฝนตกหนัก

พยากรณ์อากาศวันลอยกระทง: ไทยยังมีฝน

กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ “วันลอยกระทง” 5 พฤศจิกายน 2568 ประเทศไทยยังคงมีฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ และมีอากาศเย็นในตอนเช้า หลายคนคงกำลังวางแผนไปลอยกระทงกันอยู่ใช่ไหมคะ? มาเช็คสภาพอากาศกันก่อน จะได้เตรียมตัวพร้อม!

วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศพยากรณ์อากาศสำหรับวันลอยกระทง ซึ่งตรงกับวันที่ 5 พฤศจิกายน 2568 โดยคาดการณ์ว่าบริเวณประเทศไทยตอนบนยังคงมีฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ และจะมีอากาศเย็นในตอนเช้าบริเวณภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งนี้เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคกลางและภาคตะวันออก เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง

สำหรับใครที่วางแผนจะไปลอยกระทงในภาคใต้ ต้องระวังกันเป็นพิเศษนะคะ เพราะยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางแห่ง นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันเริ่มมีกำลังแรงขึ้น โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนบริเวณอ่าวไทยคลื่นสูง 1-2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ดังนั้น ควรตรวจสอบสภาพอากาศและคลื่นลมก่อนเดินทางเพื่อความปลอดภัย

พยากรณ์อากาศวันลอยกระทง

สรุปง่ายๆ คือ วันลอยกระทงปีนี้ ภาคเหนือและอีสานอากาศเย็นสบาย มีฝนเล็กน้อย ส่วนภาคกลางและตะวันออกมีฝนฟ้าคะนอง ภาคใต้ฝนตกหนักคลื่นลมแรง

คำแนะนำสำหรับวันลอยกระทง

  • ตรวจสอบพยากรณ์อากาศก่อนออกจากบ้าน
  • เตรียมเสื้อกันฝนหรือร่มไปด้วย หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงฝน
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนัก
  • ระมัดระวังอันตรายจากลมแรงและคลื่นสูง หากไปลอยกระทงใกล้ทะเล
  • เลือกกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติ ย่อยสลายง่าย เพื่อรักษาสิ่งแวดล้อม
  • ลอยกระทงในบริเวณที่ปลอดภัย และมีเจ้าหน้าที่ดูแล

นอกจากเรื่องสภาพอากาศแล้ว อย่าลืมดูแลตัวเองและคนรอบข้างให้ดีในช่วงเทศกาลนะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุขกับวันลอยกระทงค่ะ

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการวางแผนล่วงหน้าและเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ การตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง การเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น เสื้อกันฝน ร่ม และไฟฉาย รวมถึงการเลือกสถานที่ลอยกระทงที่ปลอดภัยและมีเจ้าหน้าที่ดูแล จะช่วยให้คุณและครอบครัวสามารถสนุกกับเทศกาลลอยกระทงได้อย่างเต็มที่และปลอดภัยค่ะ

นอกจากนี้ การเลือกกระทงที่ทำจากวัสดุธรรมชาติและย่อยสลายง่าย เช่น ใบตอง ต้นกล้วย หรือขนมปัง จะช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเป็นการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมอีกด้วย อย่าลืมลอยกระทงด้วยความระมัดระวัง ไม่จุดพลุหรือประทัดในที่สาธารณะ และทิ้งขยะให้เป็นที่ เพื่อรักษาความสะอาดของสถานที่จัดงาน

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับเทศกาลลอยกระทง ขอให้สิ่งไม่ดีทั้งหลายลอยไปกับกระทง และขอให้มีแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตนะคะ เดินทางปลอดภัยและสนุกกับเทศกาลค่ะ

ที่มา – กรมอุตุนิยมวิทยา พยากรณ์อากาศ “วันลอยกระทง” ไทยยังมีฝนบางพื้นที่

รัฐบาลเตือนรับมือพายุ “คัลแมกี” วันนี้ ฝนตกหนัก!

รองโฆษกรัฐบาลเตือนเกษตรกรให้ระวังผลกระทบจากพายุ “คัลแมกี” ในช่วงวันที่ 7–9 พ.ย. นี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในวันนี้ กทม.และปริมณฑล รวมถึงอีก 7 จังหวัด อาจมีฝนตกหนักบางจุด ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาน้ำท่วมขังได้ ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมรับมือรัฐบาลเตือนรับมือพายุ “คัลแมกี” วันนี้อย่างเคร่งครัด

เมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์ฝนที่ตกหนักในหลายพื้นที่ของประเทศไทย อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของพายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” (KALMAEGI) ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิกด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ โดยคาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ตอนกลางในช่วงวันที่ 4–5 พ.ย. และจะขึ้นฝั่งที่ประเทศเวียดนามตอนกลางในวันที่ 6–7 พ.ย. หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน และกลายเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง เคลื่อนเข้าปกคลุมพื้นที่ภาคอีสานของประเทศไทยในช่วงวันที่ 7 พ.ย. 68 ซึ่งจะส่งผลให้มีปริมาณฝนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในภาคอีสานก่อนที่จะขยายไปยังภาคอื่นๆ

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศพยากรณ์อากาศในช่วง 24 ชั่วโมงข้างหน้า โดยระบุว่าบริเวณภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคกลาง ภาคตะวันออก และกรุงเทพมหานคร จะมีฝนฟ้าคะนองในบางพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ สุพรรณบุรี กาญจนบุรี และนครปฐม โดยอุณหภูมิจะลดลงเล็กน้อย และมีอากาศเย็นในตอนเช้า ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักในบางจุด ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมขังได้

สำหรับภาคใต้ จะมีฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักในบางแห่ง ตั้งแต่จังหวัดเพชรบุรีลงไป คลื่นลมในทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังแรง โดยมีความสูง 1–2 เมตร (บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงกว่า 2 เมตร) ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง

ในส่วนของแนวโน้มสภาพอากาศใน 7 วันข้างหน้า (4–10 พ.ย. 68) กรมอุตุนิยมวิทยาได้คาดการณ์ไว้ดังนี้:

  • ในช่วงวันที่ 4–6 พ.ย. ประเทศไทยตอนบนจะมีปริมาณฝนลดลง และมีอากาศเย็นในตอนเช้า
  • ในช่วงวันที่ 7–10 พ.ย. จะมีปริมาณฝนเพิ่มขึ้นอีกครั้ง โดยเฉพาะในภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคอีสานตอนล่าง อันเป็นผลมาจากอิทธิพลของพายุ
  • ภาคใต้ จะมีฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง และคลื่นลมจะมีกำลังแรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงวันที่ 5–7 พ.ย. คลื่นสูง 2–3 เมตร

รัฐบาลเตือนรับมือพายุ “คัลแมกี” วันนี้

“รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชนในช่วงที่พายุไต้ฝุ่น “คัลแมกี” กำลังเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทย ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพของตนเองจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกษตรกร ควรป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผลผลิตทางการเกษตรจากฝนและลมแรง สำหรับชาวเรือในอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง ในช่วงระหว่างวันที่ 7–9 พ.ย. นี้ ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก และติดตามการประกาศแจ้งเตือนจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งปฏิบัติตามคำแนะนำ เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้น” นางสาวอัยรินทร์ กล่าว

สิ่งที่ต้องเตรียมตัวเมื่อ รัฐบาลเตือนรับมือพายุ “คัลแมกี” วันนี้

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศ: ตรวจสอบพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอเพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์
  • เตรียมพร้อมรับมือกับน้ำท่วม: หากอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยน้ำท่วม ควรเตรียมกระสอบทราย ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง
  • ตรวจสอบบ้านเรือน: ตรวจสอบความแข็งแรงของหลังคา ประตู หน้าต่าง เพื่อป้องกันความเสียหายจากลมพายุ
  • เตรียมสิ่งของจำเป็น: เตรียมน้ำดื่ม อาหารแห้ง ยา และของใช้จำเป็นอื่นๆ ให้พร้อม
  • หลีกเลี่ยงการเดินทาง: หากไม่จำเป็น ควรงดเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนักและพายุพัด

สถานการณ์พายุ “คัลแมกี” เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้ การที่รัฐบาลเตือนรับมือพายุ “คัลแมกี” วันนี้ ถือเป็นสัญญาณเตือนให้เราไม่ประมาทและเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – รัฐบาล เตือนรับมือพายุ “คัลแมกี” วันนี้ กทม.-ปริมณฑล ฝนยังตกหนักบางจุด

สภาพอากาศวันนี้ ฝนตกหนัก! กทม.ยังอ่วม

“กรมอุตุนิยมวิทยา” เตือน สภาพอากาศวันนี้ หลายจังหวัดยังคงมี “ฝนตกหนัก” อาจทำให้เกิดน้ำท่วมได้ในบางพื้นที่ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

วันที่ 4 พ.ย. 2568 เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า “พยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้า ประเทศไทยตอนบนจะมีฝนลดลงแต่ยังคงมีฝนตกหนักเกิดขึ้นได้บางพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดกรุงเทพมหานคร รวมทั้งปริมณฑล ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ตาก กำแพงเพชร นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี สุพรรณบุรี และนครปฐม เนื่องจากร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคกลาง และภาคตะวันออกเข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลาง

ในขณะที่บริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีนได้เคลื่อนเข้าปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีอุณหภูมิลดลงกับมีอากาศเย็นในตอนเช้า

ทั้งนี้ ขอให้เกษตรกรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร รวมทั้งดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีฝนตก รวมถึงระวังอันตรายจากฝนตกหนักซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมได้ในบางพื้นที่

สำหรับภาคใต้ยังคงมีฝนฟ้าคะนองและมีฝนตกหนักบางพื้นที่ ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร อ่าวไทยและทะเลอันดามันตอนล่างมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

อนึ่ง พายุไต้ฝุ่น ‘คัลแมกี’ บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนลงทะเลจีนใต้ตอนกลาง ในช่วงวันที่ 4–5 พ.ย. คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 6–7 พ.ย. จากนั้นมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นดีเปรสชัน และหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงอย่างรวดเร็ว และเคลื่อนเข้าปกคลุมประเทศไทยตอนบน”

สภาพอากาศวันนี้ อุตุฯ เตือนหลายจังหวัดยังคงมี “ฝนตกหนัก” โดยเฉพาะ กทม.

เตรียมรับมือ! สภาพอากาศวันนี้ มีฝนตกหนักในหลายพื้นที่

สถานการณ์ฝนตกหนักที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศไทยในขณะนี้ ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตประจำวันของประชาชนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขังในหลายจุด ทำให้การจราจรติดขัดและสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้ใช้รถใช้ถนน

เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นอีก ขอแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และวางแผนการเดินทางให้รอบคอบ หากจำเป็นต้องเดินทางในช่วงที่มีฝนตกหนัก ควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง และขับรถด้วยความระมัดระวัง

นอกจากนี้ ควรตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านและที่อยู่อาศัยให้พร้อมใช้งาน เพื่อป้องกันปัญหาน้ำท่วมขังภายในบ้าน และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การเตรียมสิ่งของจำเป็น ยาประจำตัว และอุปกรณ์สื่อสารให้พร้อมใช้งาน

สำหรับเกษตรกร ควรติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและคำแนะนำจากหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เพื่อวางแผนการเพาะปลูกและการเก็บเกี่ยวผลผลิตทางการเกษตรให้เหมาะสมกับสถานการณ์

สถานการณ์ฝนตกหนักที่เกิดขึ้นในขณะนี้เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังและติดตามอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนทุกคนเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง เพื่อผ่านพ้นช่วงฤดูฝนนี้ไปได้อย่างปลอดภัย

สถานการณ์ฝนตกหนักที่เกิดขึ้นในประเทศไทยขณะนี้ ยังคงเป็นสิ่งที่น่ากังวล และส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน รวมถึงการประกอบอาชีพของประชาชนในหลายพื้นที่ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น และรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน

ที่มา – สภาพอากาศวันนี้ อุตุฯ เตือนหลายจังหวัดยังคงมี “ฝนตกหนัก” โดยเฉพาะ กทม.

ชัชชาติแจง! น้ำท่วมรอระบาย หลังฝนถล่มกรุง

ฝนกระหน่ำทั่วกรุงเทพฯ! ผู้ว่าฯ ชัชชาติ ออกมาชี้แจงสถานการณ์น้ำท่วมรอระบาย พร้อมสั่งการเร่งระบายน้ำที่ยังคงค้างอยู่ในระบบลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา และเตรียมความพร้อมรับมือกับฝนที่คาดว่าจะตกลงมาอีกครั้งในคืนนี้

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในกรุงเทพมหานครช่วงเช้าวันนี้ หลังจากที่เมื่อคืนมีฝนตกลงมาอย่างหนัก โดยได้ติดตามสถานการณ์อยู่ที่ศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ กทม. 2 ดินแดง

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวถึงสถานการณ์ว่า เมื่อคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมาอย่างหนัก ซึ่งคาดว่าเป็นผลมาจากความกดอากาศสูงที่เริ่มอ่อนกำลังลงจากความหนาวเย็น ทำให้ร่องความกดอากาศต่ำดันตัวขึ้นมา ส่งผลให้เกิดฝนตกในพื้นที่กรุงเทพฯ โดยฝนหยุดตกในช่วงเวลาประมาณตี 2 ปริมาณฝนรวมสูงสุดวัดได้ที่จุดวัดศูนย์ราชการ-ถนนแจ้งวัฒนะ เขตหลักสี่ วัดได้ 131.5 มิลลิเมตร รองลงมาคือ จุดวัดสำนักงานเขตบางนา วัดได้ 116.5 มิลลิเมตร, จุดวัดสำนักงานเขตพระโขนง วัดได้ 115.5 มิลลิเมตร และจุดวัดสถานีสูบน้ำพระโขนง เขตคลองเตย วัดได้ 105.5 มิลลิเมตร

ผู้ว่าฯ ชัชชาติ กล่าวเพิ่มเติมว่า ระบบระบายน้ำของกรุงเทพมหานครได้รับการออกแบบมาให้สามารถรองรับปริมาณฝนได้ที่ 60 มิลลิเมตร แต่ปริมาณฝนที่ตกลงมาเมื่อคืนนี้เกินกว่า 60 มิลลิเมตรในหลายพื้นที่ ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมรอระบายในหลายจุด อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครทั้งเบื้องหน้าและเบื้องหลังได้ทำงานกันอย่างหนักตลอดทั้งคืน และ ณ เวลา 10.00 น. สถานการณ์กลับเข้าสู่ภาวะปกติเกือบทั้งหมด อาจมีน้ำท่วมขังบ้างเล็กน้อยในซอยย่อย และจุดที่ยังคงต้องเฝ้าระวังและมีน้ำท่วมขังนานเนื่องจากเป็นพื้นที่ที่มีการก่อสร้างถนนและเป็นพื้นที่ต่ำ ได้แก่ ถนนช่างอากาศอุทิศ (ซอย 15) เขตดอนเมือง และถนนอ่อนนุช (ซอย 59) ซึ่งจะต้องมีการวางแผนแก้ไขปัญหาระยะยาวต่อไป

ทั้งนี้ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้สั่งการให้สำนักการระบายน้ำเร่งดำเนินการเปิดประตูระบายน้ำและเดินเครื่องสูบน้ำทุกสถานีอย่างเต็มกำลัง เพื่อเร่งระบายน้ำที่ค้างอยู่ในระบบลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยา พร้อมทั้งให้ตรวจสอบความพร้อมของสถานีสูบน้ำหลัก อุโมงค์ระบายน้ำ และจุดเฝ้าระวังพิเศษ เพื่อให้สามารถรองรับปริมาณฝนที่อาจตกลงมาซ้ำในคืนนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

สำหรับคาดการณ์สภาพอากาศในวันนี้ กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีโอกาสเกิดฝนฟ้าคะนองร้อยละ 70 ของพื้นที่ โดยในช่วง 3 วันข้างหน้าปริมาณฝนจะลดลง ประชาชนสามารถติดตามสถานการณ์ฝนได้ที่ Facebook ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม กรุงเทพมหานคร และตรวจสอบจุดน้ำท่วมรอระบายบนถนนในกรุงเทพมหานครแบบ Real-time ได้ที่เว็บไซต์สำนักการระบายน้ำ https://weather.bangkok.go.th/Flood/

ชัชชาติแจง! น้ำท่วมรอระบาย หลังฝนถล่มกรุง

เตรียมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมรอระบายในอนาคต

การจัดการกับปัญหาน้ำท่วมในกรุงเทพฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยการวางแผนระยะยาว การปรับปรุงระบบระบายน้ำ และความร่วมมือจากทุกภาคส่วน การที่ผู้ว่าฯ ชัชชาติลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์และสั่งการแก้ไขอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและความมุ่งมั่นที่จะแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน

การที่กรุงเทพฯ ยังคงเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขัง แสดงให้เห็นว่าระบบระบายน้ำยังไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นได้ การแก้ไขปัญหาระยะยาวจึงเป็นสิ่งจำเป็น รวมถึงการสร้างความเข้าใจและความตระหนักให้กับประชาชนในการดูแลรักษาความสะอาดของท่อระบายน้ำและคลอง เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ

นอกจากนี้ การติดตามข่าวสารและข้อมูลสภาพอากาศอย่างใกล้ชิด รวมถึงการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนัก เป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนควรทำ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วมรอระบาย

ที่มา – ผู้ว่าฯ ชัชชาติ แจงน้ำท่วมรอระบาย หลังฝนถล่มทั่วกรุง สั่งเตรียมพร้อมรับมือฝนคืนนี้

เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปิด 3 พ.ย. 68 เหตุ น้ำท่วมขัง

ประกาศด่วน! เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ประกาศปิดให้บริการชั่วคราวในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เนื่องจากสถานการณ์ น้ำท่วมขัง บริเวณโดยรอบเรือนจำ ส่งผลให้การเข้าออกและการให้บริการต่างๆ เป็นไปด้วยความยากลำบาก ทางเรือนจำฯ จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยด่วน เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกของทุกฝ่าย

สืบเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ รวมถึงบริเวณโดยรอบเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและมีระบบระบายน้ำไม่ทันต่อปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินงานของเรือนจำฯ และการให้บริการแก่ญาติผู้ต้องขัง

เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ปิดให้บริการชั่วคราว เหตุ น้ำท่วมขัง

ทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้ประกาศแจ้งข่าวสารดังกล่าวผ่านทางเฟซบุ๊กของเรือนจำฯ โดยระบุข้อความว่า “เรียนญาติทุกท่าน วันนี้ 3 พ.ย. 2568 ทางเรือนจำขออนุญาตปิดให้บริการเยี่ยมญาติ/ทนายความ/ซื้อสินค้า/ฝากเงิน เนื่องจากบริเวณพื้นที่ให้บริการ มีน้ำท่วมขัง จึงต้องเร่งดำเนินการโดยด่วน จึงเรียนมาเพื่อทราบและขออภัยในความไม่สะดวก” การประกาศปิดให้บริการในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังได้อย่างเต็มที่

ผลกระทบจากสถานการณ์ น้ำท่วมขัง ต่อการเยี่ยมญาติ

การปิดให้บริการเยี่ยมญาติ ทนายความ รวมถึงการซื้อสินค้าและฝากเงิน ย่อมส่งผลกระทบต่อญาติผู้ต้องขังที่ต้องการติดต่อและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ต้องขังภายในเรือนจำฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้แสดงความเสียใจต่อความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และขอความเข้าใจจากญาติผู้ต้องขังทุกท่าน โดยจะเร่งดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

สำหรับญาติผู้ต้องขังที่ได้รับผลกระทบจากการปิดให้บริการในครั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารและประกาศเพิ่มเติมจากทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้ผ่านทางช่องทางเฟซบุ๊กของเรือนจำฯ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ที่ทางเรือนจำฯ ได้แจ้งไว้ ทั้งนี้ เพื่อให้ทราบถึงกำหนดการเปิดให้บริการอีกครั้ง และเตรียมความพร้อมในการติดต่อกับผู้ต้องขังได้อย่างทันท่วงที

สถานการณ์น้ำท่วมขังที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อประชาชนและธุรกิจในพื้นที่โดยรอบอีกด้วย หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาระบบระบายน้ำ และให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะยังไม่คลี่คลาย แต่เราเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน เราจะสามารถก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปได้ด้วยดี ขอให้ทุกท่านอดทนและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

ที่มา – “เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร” ประกาศปิดให้บริการ 3 พ.ย. 2568 หลังมี “น้ำท่วมขัง”

เวียดนามอ่วม น้ำท่วมบ้านนับแสน ดับพุ่ง 35 ศพ

สถานการณ์ในเวียดนามยังคงน่าเป็นห่วงอย่างมาก เนื่องจากยังคงเผชิญกับฝนตกหนักและน้ำท่วมอย่างหนักในพื้นที่ภาคกลางของประเทศ ทำให้บ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก โดยมีรายงานว่าบ้านเรือนถูกน้ำท่วมนับแสนหลัง และที่น่าเศร้าคือ มีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ เวียดนามอ่วม น้ำท่วมบ้านนับแสนหลัง ดับพุ่ง 35 ศพ แล้ว

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 สำนักงานจัดการภัยพิบัติของเวียดนามได้ออกมาเปิดเผยถึงสถานการณ์อันเลวร้ายนี้ โดยระบุว่า ปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างหนักนั้นถือเป็นประวัติการณ์ และส่งผลให้เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ในภาคกลางของประเทศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งจากรายงานล่าสุด มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 35 ราย และยังมีผู้สูญหายอีก 5 รายที่ยังไม่ทราบชะตากรรม

จังหวัดชายฝั่งของเวียดนามได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ก่อน โดยมีปริมาณน้ำฝนสะสมสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 1.7 เมตร ภายในระยะเวลาเพียง 24 ชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งครอบคลุมช่วงวันอาทิตย์และวันจันทร์ที่ผ่านมา (26-27 ตุลาคม) ทำให้หลายพื้นที่จมอยู่ใต้น้ำ

จากรายงานของหน่วยงานจัดการภัยพิบัติและเขื่อนเวียดนาม (VDDMA) ระบุว่า ผู้เสียชีวิตทั้ง 35 รายนั้น กระจายอยู่ในจังหวัดต่างๆ ได้แก่ เว้, ดานัง, ลัมด่ง และกว๋างจิ ส่วนเมืองฮอยอัน ซึ่งเป็นเมืองมรดกโลกที่ได้รับการรับรองโดย UNESCO ก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักเช่นกัน โดยมีระดับน้ำท่วมสูงถึงระดับเอว ทำให้ชาวบ้านต้องใช้เรือในการสัญจรไปมาภายในเมือง เนื่องจากแม่น้ำสายหลักได้เอ่อล้นตลิ่งสูงที่สุดในรอบ 60 ปี

กระทรวงสิ่งแวดล้อมของเวียดนามได้เปิดเผยว่า ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา มีบ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมรวมกันมากกว่า 100,000 หลังคาเรือน นอกจากนี้ ยังมีรายงานการเกิดดินถล่มมากถึง 150 ครั้ง ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับทรัพย์สินและโครงสร้างพื้นฐานเป็นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม รายงานล่าสุดของ VDDMA ระบุว่า ขณะนี้เหลือบ้านเรือนที่ยังคงถูกน้ำท่วมอยู่ราว 16,500 หลังคาเรือน ในขณะที่สัตว์ปีกและปศุสัตว์กว่า 40,000 ตัวถูกน้ำพัดพาไป และพื้นที่เพาะปลูกกว่า 5,300 เฮกตาร์จมอยู่ใต้น้ำ

เวียดนามอ่วม น้ำท่วมบ้านนับแสนหลัง ดับพุ่ง 35 ศพ

สถานการณ์ เวียดนามอ่วม น้ำท่วมบ้านนับแสนหลัง ดับพุ่ง 35 ศพ นี้ ตอกย้ำให้เห็นถึงผลกระทบอันรุนแรงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดขึ้นทั่วโลก เวียดนามเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่มีพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นบ่อยที่สุดในโลก และมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับฝนตกหนักในช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายนของทุกปี โดยปกติแล้ว ในแต่ละปีจะมีพายุไต้ฝุ่นหรือพายุโซนร้อนส่งผลกระทบต่อเวียดนามประมาณ 10 ลูก แต่ในปีนี้ พวกเขากลับต้องเผชิญกับพายุไปแล้วถึง 12 ลูก ซึ่งถือเป็นจำนวนที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยอย่างมาก

ผลกระทบจากเหตุการณ์ เวียดนามอ่วม น้ำท่วมบ้านนับแสนหลัง ดับพุ่ง 35 ศพ

รัฐบาลเวียดนามได้ประเมินตัวเลขความเสียหายทางเศรษฐกิจจากพายุที่เกิดขึ้นในปีนี้ไว้ที่ประมาณ 610 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทยราว 1.97 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนเงินที่สูงมาก และจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สถานการณ์ เวียดนามอ่วม น้ำท่วมบ้านนับแสนหลัง ดับพุ่ง 35 ศพ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ และการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชีวิตและทรัพย์สินของผู้คน

ที่มา – เวียดนามอ่วม น้ำท่วมบ้านนับแสนหลัง ดินถล่ม 150 ครั้ง ดับพุ่ง 35 ศพ

เตือน! สภาพอากาศแปรปรวน 12 จังหวัดฝนตกหนัก

เพื่อนๆ ชาวไทยเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงกันด้วยนะ! กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 12 เตือนเรื่อง สภาพอากาศแปรปรวน 12 จังหวัดฝนตกหนัก ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อหลายพื้นที่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งพี่น้องเกษตรกรต้องระวังเป็นพิเศษ

ประกาศฉบับ 12 เตือนสภาพอากาศแปรปรวน 12 จังหวัดฝนตกหนัก

ตามประกาศล่าสุดเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 (เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา) ระบุว่า ประเทศไทยตอนบนและภาคใต้ตอนบนกำลังเผชิญกับ สภาพอากาศแปรปรวน 12 จังหวัดฝนตกหนัก โดยเฉพาะจังหวัดเหล่านี้:

  • ตาก
  • กำแพงเพชร
  • นครสวรรค์
  • อุทัยธานี
  • ชัยนาท
  • กาญจนบุรี
  • ราชบุรี
  • สุพรรณบุรี
  • นครปฐม
  • พระนครศรีอยุธยา
  • เพชรบุรี
  • ประจวบคีรีขันธ์

สาเหตุของสถานการณ์นี้มาจากแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคใต้ตอนบนและภาคตะวันออก ประกอบกับลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมภาคเหนือและภาคกลาง ทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแปรปรวน

เพื่อนๆ อาจสงสัยว่า สภาพอากาศแปรปรวน 12 จังหวัดฝนตกหนัก นี้จะส่งผลกระทบอะไรบ้าง? สิ่งที่น่ากังวลคือ:

  • ผลผลิตทางการเกษตร: ฝนที่ตกหนักอาจทำให้พืชผลเสียหาย เกษตรกรควรเตรียมป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น
  • สุขภาพ: อากาศที่เปลี่ยนแปลงบ่อยอาจทำให้ไม่สบาย ดูแลสุขภาพกันด้วยนะ
  • การเดินทาง: เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง โดยเฉพาะบริเวณที่มีฝนตกหนัก อาจเกิดอุบัติเหตุได้ง่าย
  • น้ำท่วม: บางพื้นที่อาจมีน้ำท่วมขัง ระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน

ดังนั้น การเตรียมพร้อมรับมือกับ สภาพอากาศแปรปรวน 12 จังหวัดฝนตกหนัก จึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

อย่าลืมดูแลตัวเองและคนรอบข้างในช่วงที่สภาพอากาศไม่เป็นใจแบบนี้นะทุกคน! การเตรียมพร้อมและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – ประกาศฉบับ 12 เตือนสภาพอากาศแปรปรวน 12 จังหวัดฝนตกหนักบางพื้นที่

ฝนถล่มเคนยา ดินถล่ม! ดับ 21 สูญหาย 30

สถานการณ์น่าเศร้าในประเทศเคนยา เมื่อเกิดเหตุฝนถล่มเคนยา ทำให้เกิดดินถล่มครั้งใหญ่ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย และยังคงมีผู้สูญหายอีกกว่า 30 คน เหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายและความโศกเศร้าให้กับผู้ประสบภัยและครอบครัวเป็นอย่างมาก

ตามรายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศ นายคิปชัมบา มูร์โคเมน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของเคนยา ได้ยืนยันถึงเหตุการณ์ฝนถล่มเคนยาที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมดินถล่มในเขตมารากเวตตะวันออก ทางตะวันตกของประเทศ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา และจนถึงขณะนี้มีการยืนยันผู้เสียชีวิตแล้ว 21 ราย

รัฐมนตรีมูร์โคเมนได้โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า ยังมีผู้สูญหายอีกมากกว่า 30 คน ซึ่งญาติได้แจ้งความไว้แล้ว นอกจากนี้ ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัสอีก 25 คน ซึ่งได้รับการลำเลียงทางอากาศไปยังโรงพยาบาลเพื่อรับการรักษาอย่างเร่งด่วน

สภากาชาดเคนยา ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานปฏิบัติการกู้ภัย เปิดเผยว่า การเข้าถึงพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดยังคงเป็นไปอย่างยากลำบาก เนื่องจากถนนถูกตัดขาดจากเหตุดินโคลนถล่มและน้ำท่วมฉับพลัน

แม้ว่ารัฐบาลเคนยาจะตัดสินใจระงับปฏิบัติการค้นหาชั่วคราวในช่วงเย็นวันเสาร์ แต่ยืนยันว่าจะกลับมาดำเนินการต่อในวันอาทิตย์ โดยรัฐมนตรีมูร์โคเมนกล่าวว่า เจ้าหน้าที่กำลังเร่งจัดหาสิ่งของบรรเทาทุกข์ให้กับผู้ประสบภัย และเฮลิคอปเตอร์จากกองทัพและตำรวจพร้อมที่จะขนส่งสิ่งของไปยังพื้นที่ที่ต้องการความช่วยเหลือ

ขณะนี้ เคนยาอยู่ในช่วงฤดูฝนครั้งที่สองของปี ซึ่งปกติจะมีระยะเวลาไม่กี่สัปดาห์เท่านั้น เมื่อเทียบกับฤดูฝนครั้งแรกในช่วงต้นปี ซึ่งจะมีฝนตกหนักและยาวนานกว่ามาก

รัฐบาลเคนยาได้ออกคำเตือนอย่างเร่งด่วน ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แม่น้ำและพื้นที่ที่เคยประสบเหตุดินถล่ม ย้ายไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัยกว่า เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายที่อาจเกิดขึ้น

ฝนถล่มเคนยา ดินถล่มคร่าชีวิต!

ในประเทศเพื่อนบ้านอย่างยูกันดา ก็ได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติเช่นกัน สภากาชาดท้องถิ่นรายงานว่า เกิดเหตุดินถล่มในหมู่บ้านคัปโซโม ทางตะวันออกของประเทศ ทำให้บ้านเรือนถูกทำลาย และมีผู้เสียชีวิต 4 ราย ซึ่งเป็นผู้อยู่อาศัยในบ้านทั้งหมด

สภากาชาดยังระบุอีกว่า น้ำท่วมกำลังสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับหมู่บ้านริมฝั่งแม่น้ำในเขตบูแลมบูลี นอกจากนี้ ฝนที่ตกอย่างต่อเนื่องทำให้แม่น้ำแอสติริและแม่น้ำซิปิเอ่อล้นตลิ่ง ส่งผลให้บ้านเรือน ไร่นา และโครงสร้างพื้นฐานได้รับความเสียหายอย่างกว้างขวาง

ผลกระทบจากฝนถล่มเคนยา และดินถล่ม

ความเสียหายจากเหตุฝนถล่มเคนยาและดินถล่มครั้งนี้นับว่าเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ ทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน การช่วยเหลือผู้ประสบภัยและการฟื้นฟูพื้นที่จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เราขอส่งกำลังใจให้กับผู้ประสบภัยและเจ้าหน้าที่ทุกคนที่กำลังปฏิบัติหน้าที่ช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้

สถานการณ์ฝนถล่มเคนยาเป็นเครื่องเตือนใจว่าภัยพิบัติทางธรรมชาติสามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ การเตรียมพร้อมรับมือและมีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – ฝนถล่มเคนยา ทำดินถล่ม ดับแล้ว 21 ศพ สูญหายอีก 30 คน

อุตุฯ เตือนฉบับ 9: ไทยอากาศแปรปรวน ฝนตกหนัก!

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน ฉบับที่ 9 เกี่ยวกับสถานการณ์ อุตุฯ เตือนฉบับ 9 ไทยอากาศแปรปรวน ฝนตกหนัก ที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2568 ขอให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้น

อุตุฯ เตือนฉบับ 9 ไทยอากาศแปรปรวน ฝนตกหนัก

ประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาฉบับล่าสุดนี้ เน้นย้ำถึงความแปรปรวนของสภาพอากาศที่จะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ ได้แก่ นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สุพรรณบุรี ลพบุรี สระบุรี เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต

สาเหตุของสภาพอากาศแปรปรวนมาจากการที่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณอ่าวไทยตอนบน เคลื่อนตามแนวร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคตะวันออก ภาคกลางตอนล่าง และภาคใต้ตอนบน ลงสู่ทะเลอันดามันตอนบน ประกอบกับมีแนวพัดสอบของลมตะวันออกและลมตะวันออกเฉียงใต้พัดปกคลุมภาคเหนือ ทำให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่

ผลกระทบจาก อุตุฯ เตือนฉบับ 9 ไทยอากาศแปรปรวน ฝนตกหนัก

สถานการณ์ อุตุฯ เตือนฉบับ 9 ไทยอากาศแปรปรวน ฝนตกหนัก นี้ อาจก่อให้เกิดผลกระทบหลายด้าน ดังนี้:

  • น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในพื้นที่เสี่ยงภัย
  • ความเสียหายต่อผลผลิตทางการเกษตร
  • การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบากและอาจเกิดอุบัติเหตุ
  • ปัญหาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ดังนั้น ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ดังกล่าว โดย:

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
  • ตรวจสอบสภาพบ้านเรือนและสิ่งของรอบบ้านให้แข็งแรง
  • เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น จัดเตรียมน้ำดื่ม อาหารแห้ง ยา และของใช้จำเป็น
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่

เกษตรกรควรเตรียมการป้องกันและระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร โดยการตรวจสอบระบบระบายน้ำ จัดทำแนวป้องกันน้ำท่วม และติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างสม่ำเสมอ

กรมอุตุนิยมวิทยายังคงเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และจะออกประกาศแจ้งเตือนหากมีการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ อุตุฯ เตือนฉบับ 9 ไทยอากาศแปรปรวน ฝนตกหนัก เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ขอให้ทุกท่านติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการอย่างเคร่งครัด เพื่อความปลอดภัยของตนเองและครอบครัว

ที่มา – อุตุฯ เตือนฉบับ 9 ไทยอากาศแปรปรวน ฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำท่วมบางพื้นที่

Scroll to top