ฝนตกหนัก

อุตุฯ เตือน! 8 จังหวัดใต้ฝนตกหนักมาก

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! กรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศเตือนฉบับที่ 19 ให้ประชาชนใน 8 จังหวัดภาคใต้ เตรียมรับมือกับ ฝนตกหนักมาก ที่อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

อุตุฯ เตือน 8 จังหวัดภาคใต้ “ฝนตกหนักมาก” ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

ตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 สถานการณ์ ฝนตกหนักมาก ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่างยังคงน่ากังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัด นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล

สาเหตุหลักมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงที่ปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนล่างและประเทศมาเลเซีย ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันยังคงมีกำลังค่อนข้างแรง ทำให้พื้นที่ดังกล่าวเผชิญกับ ฝนตกหนักมาก อย่างต่อเนื่อง

พื้นที่เสี่ยงต้องระวัง!

ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ภาคใต้ตอนล่าง ควรเตรียมพร้อมรับมือกับอันตรายจาก ฝนตกหนักมาก ฝนที่ตกสะสม อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

  • ตรวจสอบระดับน้ำในแม่น้ำลำคลองอย่างสม่ำเสมอ
  • เตรียมพร้อมอพยพหากสถานการณ์เริ่มรุนแรง
  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

นอกจากสถานการณ์ฝนตกหนักในภาคใต้แล้ว กรมอุตุนิยมวิทยายังแจ้งถึงสถานการณ์อากาศหนาวเย็นในประเทศไทยตอนบน โดยอุณหภูมิจะเริ่มสูงขึ้น แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาวในภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคกลางและภาคตะวันออกมีอากาศเย็นในตอนเช้า บริเวณยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และยอดภูมีอากาศหนาว

ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว ควรดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศมีการเปลี่ยนแปลง และระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจจะเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้ง รวมทั้งเพิ่มความระมัดระวังในการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอก

สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามัน ควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันควรงดออกจากฝั่งต่อไปอีกจนถึงวันที่ 25 พ.ย. 68

เตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างไร?

การเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ ฝนตกหนักมาก และน้ำท่วมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นต่อชีวิตและทรัพย์สิน นี่คือคำแนะนำเพิ่มเติม:

  • จัดเตรียมสิ่งของจำเป็น: เตรียมน้ำดื่ม อาหารแห้ง ยาประจำตัว ไฟฉาย และของใช้จำเป็นอื่นๆ ให้พร้อม
  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้า: ตรวจสอบอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้านให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย และควรติดตั้งเครื่องตัดกระแสไฟฟ้าอัตโนมัติ
  • เคลื่อนย้ายสิ่งของ: ยกสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม
  • ติดตามข่าวสาร: ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและประกาศเตือนภัยจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด
  • วางแผนอพยพ: วางแผนเส้นทางอพยพและจุดนัดพบในกรณีที่จำเป็นต้องอพยพ

สถานการณ์ ฝนตกหนักมาก ในภาคใต้ครั้งนี้ เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้เราสามารถผ่านพ้นสถานการณ์นี้ไปได้อย่างปลอดภัย

ที่มา – อุตุฯ เตือน 8 จังหวัดภาคใต้ “ฝนตกหนักมาก” ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

เมืองคอนเช้านี้อ่วม ฝนตกหนัก! เตือนรับมือน้ำท่วม

เช้านี้สถานการณ์น่าเป็นห่วง! เมืองคอนเจอกับ “ฝนตกหนัก” อีกระลอก ทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วมขัง ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นอีกครั้ง

เมืองคอนเช้านี้อ่วม “ฝนตกหนัก” อีกรอบ

สถานการณ์ล่าสุดในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ถนนสายกระโรม บริเวณหน้าปั๊มน้ำมันหัวอิฐ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช ฝั่งขาออกเมือง กลับมามีน้ำท่วมขังบนถนนในระดับสูงอีกครั้ง สร้างความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนเป็นอย่างมาก

สาเหตุหลักของสถานการณ์ “ฝนตกหนัก” ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ มาจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องหลายชั่วโมง ทำให้ปริมาณน้ำในคลองต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้ระดับน้ำจะเริ่มลดลงบ้างแล้วก็ตาม สถานการณ์เช่นนี้ทำให้ทางจังหวัดนครศรีธรรมราชต้องออกประกาศเตือนประชาชนให้เฝ้าระวังน้ำท่วมรอบที่ 2 อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

ประชาชนต้องเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักอย่างไร?

เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและทรัพย์สิน ควรเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ “ฝนตกหนัก” และน้ำท่วมที่อาจเกิดขึ้นดังนี้

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดจากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้
  • เตรียมสิ่งของจำเป็น เช่น น้ำดื่ม อาหารแห้ง ไฟฉาย ยาสามัญประจำบ้าน และอุปกรณ์สื่อสาร
  • ตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในบ้านให้อยู่ในสภาพที่ปลอดภัย
  • เคลื่อนย้ายสิ่งของมีค่าขึ้นที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหายจากน้ำท่วม
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้เตรียมพร้อมอพยพตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่ที่มีน้ำท่วมขัง
  • หากจำเป็นต้องเดินทาง ควรใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ

นอกจากนี้ การดูแลสุขภาพในช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยก็เป็นสิ่งสำคัญ ควรพักผ่อนให้เพียงพอ รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดโรค

สถานการณ์ “ฝนตกหนัก” ที่เกิดขึ้นในเมืองคอนในครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ และความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ การมีสติและความรอบคอบในการติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวเมืองคอนทุกท่านผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี อย่าลืมดูแลสุขภาพกายและใจให้เข้มแข็ง และช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบากนะครับ

ที่มา – เมืองคอนเช้านี้อ่วม “ฝนตกหนัก” อีกรอบ เตือนประชาชนเฝ้าระวังน้ำท่วมอีกรอบ

หาดใหญ่น้ำท่วม! เช็กพิกัดศูนย์พักพิงรับกระสอบทราย

ฝนถล่มต่อเนื่อง หาดใหญ่จมบาดาล ขณะที่ รพ.หาดใหญ่ ยังให้บริการผู้ป่วยในและผู้ป่วยฉุกเฉินได้ตามปกติ พร้อมเช็กพิกัด “ศูนย์พักพิง-รับกระสอบทราย-สถานที่จอดรถฉุกเฉิน”

จากสถานการณ์ฝนตกหนักเมื่อเวลา 21.30 น. ของวานนี้ (21 พ.ย. 68) ทำให้สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่เทศบาลนครหาดใหญ่เข้าขั้นวิกฤตหลายจุด มีปริมาณน้ำฝนที่ตกต่อเนื่องได้ไหลเข้าท่วมผิวจราจรและเอ่อล้นบนถนนสายสำคัญ ทำให้การสัญจรของประชาชนเป็นไปด้วยความยากลำบากอย่างยิ่ง พื้นที่ใจกลางเมืองหลายจุดต้องเผชิญกับน้ำท่วมขังในระดับสูงและเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

ทำให้เวลา 23.00 น. ทางเทศบาลนครหาดใหญ่ได้ประกาศยกธงแดงทั้งเมือง บรรดาพ่อค้าแม่ค้าในพื้นที่เริ่มทยอยขนย้ายสินค้าและเก็บของขึ้นที่สูง หลังระดับน้ำบริเวณโดยรอบเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องจากฝนตกหนัก เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพย์สิน

ต่อมาเวลา 23.46 น. ทาง ปภ.สำนักงานจังหวัดสงขลา ได้รายงานเตือนน้ำท่วม การแจ้งเตือนระดับสูงสุด มีฝนตกแช่ในพื้นที่ อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา และยังคงพบกลุ่มฝนในพื้นที่ ระวังน้ำท่วม ดินโคลนถล่ม ให้ยกของขึ้นที่สูง เคลื่อนย้ายรถไปที่สูง เก็บทรัพย์สินมีค่าและเอกสารสำคัญ ระวังไฟฟ้าดูด ดูแลกลุ่มเปราะบาง หากจำเป็นให้อพยพออกจากพื้นที่เสี่ยงไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวนั้น

ล่าสุด วันนี้ (22 พ.ย. 68) สถานการณ์น้ำท่วมหาดใหญ่ยังคงหนักต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณ พื้นที่เศรษฐกิจ ตลาดกิมหยงถนนวิพัฒน์อุทิศ 1 วัดอุทิศ 2 และนิพัทธ์ที่ 3 ถนนเพชรเกษม ช่วงหน้าหอนาฬิกาหาดใหญ่ น้ำยังคงท่วมสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรได้ เจ้าหน้าที่เร่งระดมกำลังช่วยเหลือ

ขณะที่ บรรยากาศโรงพยาบาลหาดใหญ่ พบว่าน้ำได้เริ่มทะลักเข้าบริเวณชั้น 1 โดยเมื่อเวลา 14.47 น. โรงพยาบาลหาดใหญ่ ได้เผยแพร่ประกาศระบุว่า “โรงพยาบาลยังคงสามารถให้บริการผู้ป่วยในและผู้ป่วยฉุกเฉินได้ตามปกติ เนื่องจากน้ำท่วมรอบโรงพยาบาลมีระดับสูงและมีกระแสน้ำเชี่ยว ผู้ป่วยฉุกเฉินแนะนำให้ใช้รถทหาร หรือรถทางราชการเท่านั้น ในการเดินทางเข้าสู่โรงพยาบาล”

ฝนถล่มต่อเนื่อง หาดใหญ่น้ำท่วมหลายพื้นที่ เช็กพิกัด “ศูนย์พักพิง-รับกระสอบทราย”

จากสถานการณ์น้ำท่วมดังกล่าว สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดสงขลา อำเภอหาดใหญ่ ได้รายงานจุดบริการศูนย์พักพิง โรงครัว จุดบริการกระสอบทราย และพื้นที่รองรับยานพาหนะในสภาวะฉุกเฉิน ดังนี้

เทศบาลนครหาดใหญ่

  •  เปิดศูนย์อพยพ 5 แห่ง ได้แก่ โรงเรียนเทศบาล 1 (เอ็งเสียงสามัคคี), โรงเรียนเทศบาล 3 (โศภณพิทยาคุณานุสรณ์), โรงเรียนเทศบาล 4 (วัดคลองเรียน), โรงเรียนเทศบาล 2 (บ้านหาดใหญ่) และโรงเรียนนานาชาติเซาท์เทิร์นหาดใหญ่
  • จัดเตรียมสถานที่จอดรถในสภาวะฉุกเฉิน 21 จุด
  • บริการกระสอบทราย 2 จุด คือ หลังสนามกีฬากลางจิระนคร และเรือนเพาะชำสวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่

เทศบาลเมืองบ้านพรุ

  • เปิดโรงครัว ณ อาคารดับเพลิง เทศบาลเมืองบ้านพรุ ตั้งแต่วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568
  • เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 4 แห่ง ได้แก่ สำนักงานเทศบาลเมืองบ้านพรุ, อาคารภาษีเจริญ, วัดเทพชุมนุม และโรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองบ้านพรุ
  • บริการกระสอบทราย 5 จุด ได้แก่ ดับเพลิง ทม.บ้านพรุ, ลานกีฬาอาคารภาษีเจริญ, ชุมชนเขต 9 ถนนเมืองบ้านพรุ 53, ศาลากลางบ้านโปะหมอ และศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งที่ 4

เทศบาลเมืองควนลัง

  • แจกจ่ายข้าวกล่องเพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่
  • เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราว 2 แห่ง ได้แก่ สำนักงานเทศบาลเมืองควนลัง อาคารป้องกันฯ ชั้น 2 และสนามกีฬาเนินขุมทอง
  • บริการกระสอบทราย 1 จุด ณ อาคารป้องกันและบรรเทาสาธารภัย ทม.ควนลัง
  • จัดเตรียมสถานที่จอดรถในสภาวะฉุกเฉิน 3 จุด

เทศบาลเมืองคอหงส์

  • แจกชุดยาสามัญประจำบ้านช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม
  • จัดสถานที่จอดรถในสภาวะฉุกเฉิน 5 จุด
  • เปิดศูนย์อพยพรวม 7 แห่ง ได้แก่ มณฑลทหารบกที่ 42, อาคารอเนกประสงค์บ้านคลองเตย, สำนักงานเทศบาลเมืองคอหงส์, ศูนย์ประชุมนานาชาติฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี, สำนักสงฆ์สัจธรรมบ้านไร่, อาคารอเนกประสงค์ศาลาต้นโพธิ์บ้านทุ่งโดน และอาคารอเนกประสงค์บ้านคลองหวะ
  • ให้บริการกระสอบทรายใน 8 ชุมชน รวม 37 จุด รวมถึงที่ทำการเทศบาลเมืองคอหงส์และอาคารศูนย์ย่อยงานป้องกันฯ

เทศบาลเมืองทุ่งตำเสา

  • เปิดโรงครัว ณ เทศบาลเมืองทุ่งตำเสา เพื่อประกอบอาหารช่วยผู้ประสบภัย
  • จัดเรือท้องแบน 2 ลำ สนับสนุนการเคลื่อนย้ายและการปฏิบัติงานในพื้นที่น้ำท่วม
  • เปิดศูนย์ช่วยเหลือประชาชน 3 จุด ได้แก่ รพ.สต.ทุ่งตำเสา (รับผิดชอบหมู่ 1, 2 และ 10), โรงเรียนอนุบาลเทศบาลเมืองทุ่งตำเสา (รับผิดชอบหมู่ 3, 4 และ 6) และศูนย์เทศบาลเมืองบ้านพรุ (รับผิดชอบหมู่ 5, 6 บางส่วน และหมู่ 7)
  • บริการกระสอบทราย ณ เทศบาลเมืองทุ่งตำเสา.

เช็กพิกัดด่วน! ฝนถล่มต่อเนื่อง หาดใหญ่น้ำท่วมหลายพื้นที่ เช็กพิกัด “ศูนย์พักพิง-รับกระสอบทราย”

สถานการณ์ ฝนถล่มต่อเนื่อง หาดใหญ่น้ำท่วมหลายพื้นที่ เช็กพิกัด “ศูนย์พักพิง-รับกระสอบทราย” ยังคงน่าเป็นห่วง ขอให้พี่น้องชาวหาดใหญ่ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

หากคุณกำลังประสบภัยน้ำท่วม อย่าลังเลที่จะติดต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อขอความช่วยเหลือ และอย่าลืมตรวจสอบข้อมูลสถานที่ ฝนถล่มต่อเนื่อง หาดใหญ่น้ำท่วมหลายพื้นที่ เช็กพิกัด “ศูนย์พักพิง-รับกระสอบทราย” ที่ใกล้ที่สุด เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและครอบครัวนะครับ

ที่มา – ฝนถล่มต่อเนื่อง หาดใหญ่น้ำท่วมหลายพื้นที่ เช็กพิกัด “ศูนย์พักพิง-รับกระสอบทราย”

พัทลุงฝนตกหนัก ประกาศภัยพิบัติ เร่งหาเด็กตกคลอง

สถานการณ์น่าห่วง! พัทลุงฝนตกหนัก ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติแล้ว 5 อำเภอ ประชาชนเดือดร้อนหนัก ล่าสุดเร่งค้นหาเด็กชายวัย 15 ปี พลัดตกคลองยังไร้วี่แวว

วันที่ 22 พฤศจิกายน 2568 สถานการณ์ พัทลุงฝนตกหนัก ยังคงต่อเนื่อง ทำให้พื้นที่ริมทะเลสาบสงขลา ได้แก่ อ.เมืองพัทลุง, อ.ควนขนุน, อ.บางแก้ว, อ.เขาชัยสน และ อ.ปากพะยูน ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากคลื่นลมในทะเลสาบสงขลาพัดหนุนตลอดเวลา

ชาวบ้านในพื้นที่ ม.9 ต.หานโพธิ์ อ.เขาชัยสน และ ม.4 ต.ลำปำ อ.เมืองพัทลุง ได้รับผลกระทบหนัก เส้นทางเข้าหมู่บ้านถูกตัดขาดโดยสิ้นเชิง สะพานเหล็กข้ามคลองลำปำ ม.4 ต.ลำปำ ยาว 80 เมตร ถูกน้ำปัดขาด ทำให้ชาวบ้านเกือบ 150 ครัวเรือนต้องใช้เรือหางยาวและเรือพายในการสัญจร

จากสถานการณ์พัทลุงฝนตกหนัก ส่งผลให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อนแล้วทั้ง 11 อำเภอของจังหวัด รวม 64 ตำบล 579 หมู่บ้าน 45 ชุมชน มีผู้ได้รับผลกระทบ 78,454 คน จำนวน 75,723 ครัวเรือน

การจัดงานแข่งขันมวยไทยรองชนะเลิศ ชิงถ้วยพระราชทานฯ “ไทยไฟท์พัทลุง” ซึ่งเดิมกำหนดจัดในวันที่ 23 พฤศจิกายน 2568 ณ บริเวณเกาะลอยหาดแสนสุขลำปำ ต.ลำปำ อ.เมืองพัทลุง ต้องถูกยกเลิกและเลื่อนไปจัดในวันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 ณ สถานที่เดิม

ก่อนหน้านี้ จังหวัดพัทลุงได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ 3 อำเภอ เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 ได้แก่ อ.เมืองพัทลุง, อ.เขาชัยสน และ อ.กงหรา และในวันนี้ (22 พ.ย.) ได้ประกาศเพิ่มอีก 2 อำเภอ คือ อ.ป่าพะยอม และ อ.ศรีนครินทร์

เมื่อเวลาประมาณ 13.00 น. ได้รับรายงานว่า เด็กชายวัย 15 ปี พลัดตกลงไปในคลองบางมวงที่มีน้ำลึกและเชี่ยวจัด หมู่ที่ 3 ต.ฝาละมี อ.ปากพะยูน เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิพัทลุงการกุศลกำลังเร่งค้นหาร่าง แต่ยังไม่พบตัว ก่อนหน้านี้ เมื่อวาน (21 พ.ย.) มีเด็กชายวัย 12 ปี จมน้ำเสียชีวิตในร่องน้ำสวนปาล์มน้ำมัน ต.จองถนน อ.เขาชัยสน

สถานการณ์ล่าสุด เวลา 15.00 น. สถานการณ์น้ำท่วมใน จ.พัทลุง ทวีความรุนแรงขึ้น ระดับน้ำในหลายพื้นที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะหมู่ 15 ต.ควนมะพร้าว เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งอพยพชาวบ้านและขนย้ายทรัพย์สินขึ้นที่สูง

ถนนสายหลักเพชรเกษมได้รับผลกระทบหนัก บริเวณบ้านโคกยา หมู่ 1 อ.เขาชัยสน ฝั่งขาขึ้นต้องปิดการจราจร เนื่องจากน้ำไหลแรงและสูง 50–70 ซม. ส่วนฝั่งขาล่องยังใช้ได้ แต่ต้องเพิ่มความระมัดระวัง ช่วงสี่แยกโพธิ์ทอง อ.ควนขนุน เจ้าหน้าที่ปิดฝั่งขาขึ้น และให้ใช้สวนเลนชั่วคราว

ขณะนี้ทั้ง 11 อำเภอของพัทลุงได้รับผลกระทบ ฝนยังตกต่อเนื่องและท้องฟ้าเหนือตัวเมืองยังมืดครึ้ม ส่งผลให้สถานการณ์มีแนวโน้มวิกฤตมากขึ้น

พัทลุงฝนตกหนัก ประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ เร่งหาเด็กตกคลอง

สถานการณ์ล่าสุด พัทลุงฝนตกหนักเป็นอย่างไร?

สถานการณ์ พัทลุงฝนตกหนัก ยังคงน่าเป็นห่วง ประชาชนในพื้นที่ควรติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – ฝนตกหนัก พัทลุงประกาศพื้นที่ภัยพิบัติ 5 อำเภอ เร่งหาตัวเด็กวัย 15 พลัดตกคลอง

ประกาศเตือน! ฝนตกมาก ภาคใต้ 20-23 พ.ย.

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 12 เตือนเรื่อง “อากาศหนาวเย็น” บริเวณประเทศไทยตอนบน และที่สำคัญคือ ฝนตกมากถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ในช่วงวันที่ 20-23 พฤศจิกายนนี้ ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

ตามประกาศ ณ วันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่า ในช่วงเวลาดังกล่าว ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีอากาศเย็นถึงหนาวและลมแรง อุณหภูมิลดลงเล็กน้อย ส่วนภาคกลางรวมถึงกรุงเทพฯ และปริมณฑลก็จะมีอากาศเย็นและลมแรงเช่นกัน บริเวณยอดดอยและยอดภูอากาศจะหนาวถึงหนาวจัด

ขอให้ประชาชนรักษาสุขภาพจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง และระวังอันตรายจากอัคคีภัยเนื่องจากอากาศแห้งและลมแรง เกษตรกรควรป้องกันความเสียหายที่จะเกิดกับผลผลิตทางการเกษตร

สำหรับสถานการณ์ในภาคใต้ ซึ่งเป็นประเด็นหลักที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า จะมีฝนตกมากในหลายพื้นที่ และอาจมีฝนตกมากเป็นพิเศษในบางแห่ง ตั้งแต่วันที่ 20-23 พฤศจิกายน เนื่องจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ประกอบกับหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณอ่าวไทยและภาคใต้ตอนล่าง ทำให้คลื่นลมในอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร และสูงกว่า 3 เมตรในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ประกาศฉบับ 12 เตือนจังหวัดภาคใต้ รับมือ “ฝนตกมาก”

ดังนั้น ประชาชนในภาคใต้ควรระวังอันตรายจากฝนตกมากถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม ประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณชายฝั่งทะเลภาคใต้ฝั่งตะวันออกก็ต้องระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งด้วย ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในช่วงเวลาดังกล่าว

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก (ปริมาณตั้งแต่ 90.1 มิลลิเมตร ขึ้นไป) ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 2568 ได้แก่:

  • สุราษฎร์ธานี
  • นครศรีธรรมราช
  • พัทลุง
  • สงขลา
  • ปัตตานี
  • ยะลา
  • นราธิวาส
  • กระบี่
  • ตรัง
  • สตูล

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก (ปริมาณตั้งแต่ 35.1 ถึง 90.0 มิลลิเมตร):

20 พฤศจิกายน 2568

  • ชุมพร
  • ระนอง
  • พังงา
  • ภูเก็ต
  • กระบี่
  • ตรัง
  • สตูล

21-22 พฤศจิกายน 2568

  • นครศรีธรรมราช
  • พัทลุง
  • สงขลา
  • ปัตตานี
  • ยะลา
  • นราธิวาส

23 พฤศจิกายน 2568

  • นครศรีธรรมราช
  • พัทลุง
  • สงขลา

ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ ฝนตกมาก ในภาคใต้ครั้งนี้ ถือเป็นความท้าทายที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น การเตรียมพร้อมรับมือและการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – ประกาศฉบับ 12 เตือนจังหวัดภาคใต้ รับมือ “ฝนตกมาก” เฝ้าระวังน้ำท่วม 20-23 พ.ย.

นครศรีฯ อ่วม! **เกิดน้ำป่าหลาก** ดับ 2

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! ฝนตกหนักในหลายพื้นที่ของจังหวัดนครศรีธรรมราช ส่งผลให้เกิดน้ำป่าหลากจากต้นน้ำบนเทือกเขาหลวง สร้างความเสียหายเเละน่าเศร้า พบผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำแล้ว 2 รายในอำเภอท่าศาลา

เมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์เกิดน้ำป่าหลาก ว่าจากฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องในจังหวัดนครศรีธรรมราช โดยเฉพาะอำเภอแถบชายฝั่งทะเลอ่าวไทย เช่น ขนอม สิชล นบพิตำ ท่าศาลา เมือง ปากพนัง หัวไทร ทำให้ระดับน้ำในลำคลองหลายแห่งเริ่มสูงขึ้นจนเกือบล้นตลิ่ง โดยเฉพาะที่ลำคลองบ้านสามเทพ หมู่ที่ 15 ตำบลเทพราช อำเภอสิชล ซึ่งเกิดน้ำป่าหลากมาตลอดทั้งวัน สร้างความกังวลว่าจะส่งผลกระทบต่อน้ำท่วมบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ราบต่ำ ส่วนพื้นที่อื่น ๆ ยังคงอยู่ในระดับสีเขียว แต่เนื่องจากฝนยังคงตกต่อเนื่องทั่วทั้งจังหวัด ทุกภาคส่วนจึงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง

ทางด้านเทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้เตรียมการป้องกันโดยติดตั้งเครื่องสูบน้ำในจุดสำคัญของตัวเมืองไว้แล้ว ที่หนานหินท่าหา บ้านคีรีวง ตำบลกำโลน อำเภอลานสกา จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งเป็นพื้นที่รับน้ำจากต้นทางบนเทือกเขาหลวงนครศรีธรรมราชก่อนที่จะไหลเข้าสู่ตัวเมือง ระดับน้ำยังคงอยู่ในภาวะปกติ แต่มีอัตราการไหลของน้ำแรงขึ้นเล็กน้อยเนื่องจากฝนที่ตกอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลมาจากร่องมรสุมที่พาดผ่านบริเวณภาคใต้ ประกอบกับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นตั้งแต่วานนี้

ในพื้นที่ตัวเมืองจังหวัดนครศรีธรรมราชเอง ฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เมื่อวาน เทศบาลนครนครศรีธรรมราชได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพื่อเตรียมความพร้อมป้องกันอุทกภัยตามจุดสำคัญต่างๆ เพื่อรองรับสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องและรอการระบายน้ำ ส่วนระดับน้ำ ณ สะพานข้ามคลองหน้าเมือง ถนนพัฒนาการคูขวาง ยังคงเป็นระดับธงสีเขียว ทั้งนี้ จังหวัดนครศรีธรรมราชได้บูรณาการเตรียมการเพื่อป้องกันอุทกภัยร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง และเฝ้าระวังสถานการณ์อยู่ตลอด 24 ชั่วโมง

และล่าสุดวันนี้ (19 พ.ย.) มีรายงานข่าวเศร้า พบผู้เสียชีวิตจากการจมน้ำแล้ว 2 ราย ในอำเภอท่าศาลา จังหวัดนครศรีธรรมราช ขณะเดียวกัน ฝนตกหนักและลมกรรโชกแรงยังทำให้ต้นมะพร้าวล้มทับบ้านเรือนของชาวบ้านได้รับความเสียหายจำนวน 2 หลัง ในพื้นที่ หมู่ 8 ตำบลทุ่งใส อำเภอสิชล จังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งทางเจ้าหน้าที่หน่วยงาน ปภ.สิชล และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ให้การช่วยเหลือเป็นการด่วนแล้ว

นอกจากนี้ กองร้อยฝึกรบพิเศษที่ 4 สิชล กองทัพภาคที่ 4 ได้ส่งกำลังพลออกติดตามสถานการณ์น้ำป่าไหลหลากในหลายจุดของอำเภอสิชล โดยพบว่าในเวลา 14.20 น. ที่ผ่านมา ได้เกิดภาวะน้ำป่าไหลหลากจากต้นน้ำในพื้นที่ป่าเขาของเทือกเขาหลวง ในเขตอำเภอสิชล หลากลงมาอย่างต่อเนื่อง

เกิดน้ำป่าหลาก นครศรีธรรมราช

สถานการณ์น้ำป่าหลากล่าสุดในนครศรีธรรมราช

สถานการณ์น้ำท่วมเเละเกิดน้ำป่าหลากในนครศรีธรรมราชครั้งนี้ ส่งผลกระทบต่อหลายชีวิตเเละทรัพย์สิน ทั้งนี้หน่วยงานต่างๆได้เร่งให้ความช่วยเหลือเเละติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

  • ตรวจสอบสภาพบ้านเรือนเเละเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์
  • ติดตามข่าวสารเเละประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด
  • หากพบเจอสถานการณ์ฉุกเฉินให้เเจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที

ขอเป็นกำลังใจให้พี่น้องชาวนครศรีธรรมราชผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี และหวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นโดยเร็ววัน

ที่มา – เกิดน้ำป่าหลาก หลังฝนตกหนักในพื้นที่นครศรีธรรมราช จมน้ำดับแล้ว 2

ฝนถล่มกรุง! เช้านี้เลี่ยงรัชดาฯ หน้าศาลอาญา

เมื่อคืนที่ผ่านมา กรุงเทพฯ เผชิญกับฝนตกหนัก ทำให้เช้านี้หลายพื้นที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณถนนรัชดาภิเษก หน้าศาลอาญา ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก หากใครที่จำเป็นต้องเดินทาง โปรดวางแผนและหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว

ฝนถล่มกรุงกลางดึก เช้านี้แนะเลี่ยงเส้นทาง ถ.รัชดาฯ หน้าศาลอาญาน้ำท่วมขังสูง

สถานีตำรวจนครบาลพหลโยธินได้แจ้งเตือนและปิดการจราจรชั่วคราวบนถนนรัชดาภิเษก ตั้งแต่แยกรัชโยธินไปจนถึงแยกรัชดา-ลาดพร้าว เนื่องจากระดับน้ำท่วมขังยังคงสูง รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านไปได้

สถานการณ์ฝนถล่มกรุงกลางดึก เช้านี้แนะเลี่ยงเส้นทาง ถ.รัชดาฯ หน้าศาลอาญาน้ำท่วมขังสูง ทำให้ผู้ที่ต้องเดินทางในเส้นทางดังกล่าวได้รับผลกระทบอย่างมาก การจราจรติดขัดสะสมเป็นวงกว้าง และคาดว่าจะยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องไปอีกระยะหนึ่ง

สำหรับพื้นที่อื่น ๆ ที่ได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักเมื่อคืนนี้ ได้แก่ ถนนวิภาวดีรังสิต บริเวณหน้าไทยรัฐ โดยมีน้ำท่วมขังในช่องคู่ขนาน ทำให้การสัญจรเป็นไปด้วยความยากลำบาก อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ล่าสุด (06.40 น.) พบว่าระดับน้ำบริเวณหน้าไทยรัฐ และถนนพหลโยธิน บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่ของธนาคารทีเอ็มบีธนชาต (ttb) ได้ลดลงแล้ว

อัปเดตสถานการณ์ล่าสุด: ฝนถล่มกรุงกลางดึก เช้านี้แนะเลี่ยงเส้นทาง ถ.รัชดาฯ หน้าศาลอาญาน้ำท่วมขังสูง

ตามรายงานล่าสุดจาก FM91 Trafficpro เมื่อเวลา 06.39 น. ถนนรัชดาภิเษก ตั้งแต่แยกรัชโยธินไปจนถึงสะพานข้ามแยกรัชดา-ลาดพร้าว ยังคงมีน้ำท่วมขังทั้งสองฝั่ง โดยเฉพาะบริเวณตรงข้ามศาลอาญา ระดับน้ำยังคงสูงมาก ผู้ใช้เส้นทางควรหลีกเลี่ยง

คำแนะนำสำหรับผู้ใช้รถใช้ถนน:

  • หลีกเลี่ยงเส้นทางถนนรัชดาภิเษก ตั้งแต่แยกรัชโยธินถึงแยกรัชดา-ลาดพร้าว
  • วางแผนการเดินทางล่วงหน้าและเผื่อเวลาสำหรับการเดินทางมากขึ้น
  • ตรวจสอบเส้นทางและสถานการณ์น้ำท่วมก่อนออกเดินทาง
  • หากจำเป็นต้องเดินทางผ่านพื้นที่น้ำท่วม ให้ขับรถด้วยความระมัดระวัง
  • ติดตามข่าวสารและประกาศจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

สถานการณ์ฝนถล่มกรุงกลางดึก เช้านี้แนะเลี่ยงเส้นทาง ถ.รัชดาฯ หน้าศาลอาญาน้ำท่วมขังสูง แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการวางแผนรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมในเมืองใหญ่ การปรับปรุงระบบระบายน้ำและการแจ้งเตือนภัยที่รวดเร็วและแม่นยำ จะช่วยลดผลกระทบต่อประชาชนได้เป็นอย่างมาก

ขอให้ทุกท่านเดินทางด้วยความปลอดภัย และโปรดติดตามข่าวสารเพื่อปรับแผนการเดินทางให้เหมาะสมกับสถานการณ์

ที่มา – ฝนถล่มกรุงกลางดึก เช้านี้แนะเลี่ยงเส้นทาง ถ.รัชดาฯ หน้าศาลอาญาน้ำท่วมขังสูง

เขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำเพิ่ม เตือน 15 จังหวัด

กรมชลประทานคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำที่สถานีวัดน้ำ C.2 จังหวัดนครสวรรค์มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ส่งผลให้น้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยามีประมาณ 3,300 – 3,400 ลบ.ม./วินาที ทำให้มีการอนุญาตปรับระบายน้ำ “เขื่อนเจ้าพระยา” มากกว่า 2,700 ลบ.ม. เตือน 15 พื้นที่เฝ้าระวัง พื้นที่ริมน้ำ 15 แห่งต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (กนช.) อนุญาตให้ปรับเพิ่มการระบายน้ำ

เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 กรมชลประทานเปิดเผยว่า สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ได้ออกประกาศฉบับที่ 29/2568 เรื่อง เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก สทนช.ได้ติดตามสภาพอากาศและประเมินสถานการณ์น้ำร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ กรมอุตุนิยมวิทยา สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรธรณี กรมชลประทาน การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พบว่าในช่วงวันที่ 7 – 10 พฤศจิกายน 2568 มีแนวโน้มเกิดฝนตกหนักบางแห่งบริเวณภาคเหนือและภาคใต้ อาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม

กรมชลประทานคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำที่สถานีวัดน้ำ C.2 จังหวัดนครสวรรค์ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นประมาณ 2,900 – 3,000 ลบ.ม./วินาที และปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังและลำน้ำสาขาเพิ่มขึ้นประมาณ 400 ลบ.ม./วินาที ซึ่งจะทำให้ปริมาณน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา มีประมาณ 3,300 – 3,400 ลบ.ม./วินาที และรับน้ำเข้าระบบชลประทานฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตกรวม 550 ลบ.ม./วินาที

จากสถานการณ์ดังกล่าว กรมชลประทานได้ดำเนินการภายใต้เกณฑ์การบริหารจัดการน้ำของเขื่อนเจ้าพระยา โดยประธานคณะกรรมการทรัพยากรน้ำแห่งชาติอนุญาตให้กรมชลประทาน อนุญาตปรับระบายน้ำ “เขื่อนเจ้าพระยา” มากกว่า 2,700 ลบ.ม. เตือน 15 พื้นที่เฝ้าระวัง โดยปริมาณน้ำผ่านท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่เพิ่มขึ้น จะส่งผลให้ระดับน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบัน

อนุญาตปรับระบายน้ำ “เขื่อนเจ้าพระยา” มากกว่า 2,700 ลบ.ม. เตือน 15 พื้นที่เฝ้าระวัง

พื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำที่ต้องเฝ้าระวัง ได้แก่:

  1. คลองโผงเผง จังหวัดอ่างทอง, คลองบางบาล จังหวัดพระนครศรีอยุธยา, ตำบลหัวเวียง อำเภอเสนา, ตำบลลาดชิด ตำบลท่าดินแดง อำเภอผักไห่ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา (แม่น้ำน้อย)
  2. วัดสิงห์ อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
  3. อำเภอเมือง จังหวัดสิงห์บุรี
  4. อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี
  5. อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง
  6. ตำบลโพธิ์นางดำออก อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท
  7. วัดเสือข้าม อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
  8. อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง
  9. บ้านท่าทราย อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท
  10. ตำบลอินทร์บุรี อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี
  11. ตำบลเทวราช อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง
  12. ตำบลตลาดกรวด ตำบลย่านซื่อ ตำบลบ้านแห ตำบลจำปาหล่อ ตำบลมหาดไทย ตำบลโพสะ อำเภอเมือง, ตำบลบางจัก ตำบลสี่ร้อย ตำบลท่าช้าง ตำบลไผ่จำศีล ตำบลศาลเจ้าโรง อำเภอวิเศษชัยชาญ, ตำบลโพธิ์รังนก ตำบลบ่อแร่ ตำบลบางระกำ และตำบลองครักษ์ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง
  13. ตำบลตลุก ตำบลหาดอาษา และตำบลสรรพยา อำเภอสรรพยา จังหวัดชัยนาท
  14. ตำบลบ้านกระทุ่ม อำเภอเสนา, ตำบลบ้านกุ่ม อำเภอบางบาล, ตำบลบ้านโพ อำเภอบางปะอิน และตำบลประตูชัย อำเภอเมือง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
  15. อำเภออินทร์บุรี จังหวัดสิงห์บุรี

กรมชลประทานแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำ

กรมชลประทานได้ออกประกาศแจ้งเตือนสถานการณ์น้ำลุ่มเจ้าพระยา ฉบับที่ 10 ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 ส่งถึงผู้ว่าราชการจังหวัดในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา 11 จังหวัด ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเตรียมรับการระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาที่เพิ่มขึ้น ขอให้ประชาชนริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อยเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือหากระดับน้ำเพิ่มขึ้น หากมีสถานการณ์เปลี่ยนแปลง จะรายงานให้ทราบทันที

สถานการณ์น้ำในขณะนี้ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างต่อเนื่อง และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

การอนุญาตปรับระบายน้ำ “เขื่อนเจ้าพระยา” มากกว่า 2,700 ลบ.ม. เตือน 15 พื้นที่เฝ้าระวัง เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อบริหารจัดการน้ำในภาพรวม แต่ก็ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ลุ่มต่ำ การเตรียมพร้อมรับมือจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – อนุญาตปรับระบายน้ำ “เขื่อนเจ้าพระยา” มากกว่า 2,700 ลบ.ม. เตือน 15 พื้นที่เฝ้าระวัง

ปภ. เตือน! 52 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ออกประกาศเตือน 52 จังหวัดทั่วประเทศ ให้เตรียมพร้อมเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินถล่ม ในช่วงวันที่ 7-10 พฤศจิกายน 2568 นี้

เนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ทำให้มีความเสี่ยงที่จะเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคใต้

ปภ. เตือน! 52 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม

จากประกาศของสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) พบว่าหลายพื้นที่มีความเสี่ยงที่จะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก ซึ่งอาจนำไปสู่สถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ทาง ปภ. จึงได้แจ้งเตือนจังหวัดต่างๆ ให้เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ได้แก่:

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่, ลำปาง, ตาก, สุโขทัย, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, พิจิตร, เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย, บึงกาฬ, หนองบัวลำภู, สกลนคร, นครพนม, ชัยภูมิ, ขอนแก่น, บุรีรัมย์
  • ภาคกลาง: กาญจนบุรี, ราชบุรี, ปราจีนบุรี, ตราด, เพชรบุรี, ประจวบคีรีขันธ์
  • ภาคใต้: ชุมพร, ระนอง, นราธิวาส

นอกจากนี้ ยังมีพื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำขนาดกลางและเล็กที่มีปริมาณน้ำเกิน 80% ของความจุ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำหากเกิดน้ำล้น

ประชาชนต้องเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน ในพื้นที่ไหนบ้าง

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังอ่างเก็บน้ำ ได้แก่:

เชียงใหม่, ลำปาง, น่าน, แพร่, พะเยา, อุตรดิตถ์, สุโขทัย, กำแพงเพชร, พิษณุโลก, ตาก, นครสวรรค์, เพชรบูรณ์, อุทัยธานี, เลย, หนองคาย, บึงกาฬ, นครพนม, สกลนคร, อุดรธานี, หนองบัวลำภู, ชัยภูมิ, กาฬสินธุ์, ขอนแก่น, มหาสารคาม, มุกดาหาร, ร้อยเอ็ด, นครราชสีมา, ยโสธร, อำนาจเจริญ, บุรีรัมย์, ศรีสะเกษ, สุรินทร์, อุบลราชธานี, นครนายก, ฉะเชิงเทรา, ปราจีนบุรี, สระแก้ว, ชลบุรี, ระยอง, จันทบุรี, ตราด, กาญจนบุรี, ราชบุรี, ระนอง, สุราษฎร์ธานี, กระบี่, ภูเก็ต และอ่างเก็บน้ำที่มีปริมาณน้ำไหลเข้ามากกว่าความจุ

ทาง ปภ. ได้ประสานงานกับจังหวัดต่างๆ และศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต เพื่อเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ โดยให้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด รวมถึงจัดทีมปฏิบัติการพร้อมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยง

ขอให้ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยติดตามข้อมูลสภาวะอากาศและข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น หากพบเห็นสถานการณ์ผิดปกติ สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง หรือทางแอปพลิเคชัน “THAI DISASTER ALERT”

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ภัยพิบัติเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น ทั้งต่อชีวิตและทรัพย์สิน การติดตามข่าวสารและปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด จะช่วยให้เราทุกคนปลอดภัยจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้

ที่มา – ปภ. เตือน 52 จังหวัด เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินถล่ม 7 – 10 พ.ย. 68

Scroll to top