ฝนตกหนัก

ประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน 23-25 ก.พ. ฝนหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออก ประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน แล้วนะครับ เพื่อเตือนพี่น้องประชาชนทั่วประเทศไทยตอนบนให้เตรียมตัวรับมือกับพายุฤดูร้อนที่กำลังมาเยือนในช่วงวันที่ 23–25 กุมภาพันธ์ 2569 ใครที่กำลังวางแผนออกนอกบ้านหรือทำกิจกรรมกลางแจ้งช่วงนี้ อย่าประมาทเลย เพราะอาจเจอฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง ลูกเห็บตก และฝนตกหนักบางแห่ง รวมถึงฟ้าผ่าด้วย

ประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน ครอบคลุมพื้นที่ไหนบ้าง

ประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน นี้เริ่มมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 23 กุมภาพันธ์ เป็นต้นไป โดยจะเริ่มจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือก่อน จากนั้นลุยต่อไปยังภาคเหนือ ภาคกลาง กรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงภาคตะวันออก พื้นที่เสี่ยงสูงได้แก่ จังหวัดในอีสานตอนบนอย่างเลย หนองคาย อุดรธานี แล้วตามด้วยเชียงใหม่ ลำปาง พิษณุโลก นครสวรรค์ กรุงเทพฯ สมุทรปราการ ชลบุรี ระยอง เป็นต้น

ผลกระทบหลักจากประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน

  • ฝนฟ้าคะนองและฝนตกหนักบางแห่ง ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง
  • ลมกระโชกแรง อาจทำให้ต้นไม้หัก โครงสร้างเสียหาย
  • ลูกเห็บตก โดยเฉพาะพื้นที่ชนบทและภูเขา
  • ฟ้าผ่า เพิ่มความเสี่ยงในการทำกิจกรรมกลางแจ้ง

สภาพอากาศแบบนี้เกิดจากมวลอากาศเย็นจากจีนที่เคลื่อนลงมาปกคลุมอีสานและทะเลจีนใต้ ทำให้ลมใต้และลมตะวันออกเฉียงใต้พัดเข้ามาปะทะกับอากาศร้อนในไทยตอนบน บวกกับคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันตกที่ผ่านภาคเหนือ ส่งผลให้เกิดพายุฤดูร้อนแบบนี้แหละครับ

เตรียมตัวอย่างไรเมื่อมีประกาศฉบับ 2 พายุฤดูร้อน

เพื่อความปลอดภัย กรมอุตุฯ แนะนำให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้ง ใต้ต้นไม้ใหญ่ สิ่งปลูกสร้างเก่าแก่ หรือป้ายโฆษณาที่ไม่แข็งแรง ถ้าจำเป็นต้องออกจากบ้าน ควรวางแผนเส้นทางและเช็คพยากรณ์อากาศล่วงหน้า สำหรับเกษตรกรด้วยนะครับ ควรเสริมความแข็งแรงให้เรือนกระจก ฟาร์มไก่ หรือรวบรวมผลไม้ให้เรียบร้อย เตรียมผ้าใบคลุมผลผลิต และย้ายสัตว์เลี้ยงเข้าที่ปลอดภัย

นอกจากนี้ ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลงแบบนี้ อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองและครอบครัวด้วย ดื่มน้ำมากๆ สวมเสื้อผ้าที่เหมาะสม และถ้ามีอาการไม่สบายให้รีบพบแพทย์ทันที พายุฤดูร้อนแบบนี้มักมาเร็วไปเร็ว แต่ถ้าประมาทอาจเสียหายหนักได้

ช่องทางติดตามข้อมูลพายุฤดูร้อน

  • เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา: www.tmd.go.th
  • โทรสอบถาม: 0-2399-4012-13 หรือ 1182 ตลอด 24 ชม.
  • แอปพลิเคชัน TMD Weather

ในมุมมองของผม พายุฤดูร้อนเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นทุกปีในฤดูนี้ แต่ด้วยการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ทำให้รุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นการเตรียมพร้อมล่วงหน้าจึงสำคัญมาก หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง ลองแชร์ประสบการณ์พายุครั้งก่อนๆ ในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือบอกเพื่อนๆ ให้ช่วยกันแชร์ข่าวนี้เพื่อความปลอดภัยของทุกคนนะครับ สุดท้าย อย่าลืมติดตามประกาศจากกรมอุตุฯ อย่างใกล้ชิด!

ที่มา – ประกาศฉบับ 2 เตือน “พายุฤดูร้อน” ช่วงวันที่ 23–25 ก.พ. มีฝนตกหนักบางแห่ง

เช้านี้หนาว! 7-10 ม.ค. อุณหภูมิลดฮวบ

เช้านี้หนาวจริง! กรมอุตุนิยมวิทยาออกมาแจ้งเตือนว่าช่วงวันที่ 7-10 มกราคม 2569 ประเทศไทยตอนบนอุณหภูมิจะลดลงฮวบฮาบ 5-7 องศาเซลเซียส ส่วนกรุงเทพฯ และปริมณฑลก็จะสัมผัสอากาศเย็นลง 2-5 องศาเซลเซียส ใครที่รออากาศหนาว เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม!

เช้านี้หนาว! เตรียมรับมืออุณหภูมิลด

วันที่ 7 มกราคม 2569 กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศ 24 ชั่วโมงข้างหน้าว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลงอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับลมแรง และอุณหภูมิจะลดลงอีก 1-3 องศาเซลเซียส โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลางตอนบน จะมีอากาศเย็นถึงหนาว ใครที่อยู่ในพื้นที่เหล่านี้ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษนะคะ

สำหรับภาคกลางตอนล่าง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน จะมีอากาศเย็นในตอนเช้า เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนปกคลุมประเทศไทยตอนบน ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง รวมทั้งระวังอันตรายจากอัคคีภัยเนื่องจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง

ส่วนภาคใต้ตอนล่างมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมอ่าวไทย และภาคใต้ ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ห่างฝั่งทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือในบริเวณดังกล่าวเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่ง ส่วนประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระมัดระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่งไว้ด้วย

ฝุ่นละอองในระยะนี้ ประเทศไทยตอนบนมีการสะสมของฝุ่นละออง/หมอกควันอยู่ในเกณฑ์น้อยถึงปานกลาง โดยมีแนวโน้มลดลง เนื่องจากลมที่พัดปกคลุมมีกำลังแรงขึ้น

ช่วงวันที่ 7-10 ม.ค. 69 เตรียมตัวรับมืออากาศหนาว

ในช่วงวันที่ 7 – 10 มกราคม 2569 ประเทศไทยตอนบนจะมีอากาศหนาวเย็นลง กับมีลมแรง โดยอุณหภูมิจะลดลง 5 – 7 องศาเซลเซียสในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน อุณหภูมิจะลดลง 2 – 5 องศาเซลเซียส

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกหนึ่งจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ส่วนในช่วงวันที่ 11 – 13 มกราคม 2569 ประเทศไทยตอนบนจะเริ่มมีอุณหภูมิสูงขึ้น กับมีหมอกในตอนเช้า และมีหมอกหนาบางพื้นที่ แต่ยังคงมีอากาศเย็นถึงหนาว เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้จะมีกำลังอ่อนลง

สำหรับภาคใต้ในช่วงวันที่ 7 – 9 มกราคม 2569 มีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่งบริเวณตอนล่างของภาค เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังปานกลางที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ทะเลอันดามันมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร ห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ส่วนในช่วงวันที่ 10 – 13 มกราคม 2569 ภาคใต้จะมีฝนลดลง แต่ยังคงมีฝนฟ้าคะนองบางแห่งส่วนมากทางตอนล่างของภาค เนื่องจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือกำลังค่อนข้างแรงที่พัดปกคลุมอ่าวไทยตอนล่าง และภาคใต้ตอนล่างมีกำลังอ่อนลง ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันจะมีกำลังอ่อนลง โดยอ่าวไทยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ทะเลอันดามันมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ห่างฝั่งคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวัง ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน และภาคใต้ตอนบนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง และระวังอันตรายจากอัคคีภัยเนื่องจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง ส่วนชาวเรือบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง โดยประชาชนบริเวณชายฝั่งภาคใต้ฝั่งตะวันออกระวังอันตรายจากคลื่นที่ซัดเข้าหาฝั่ง ส่วนเรือเล็กบริเวณอ่าวไทยควรงดออกจากฝั่งไว้ด้วยตลอดช่วง

ในช่วงวันที่ 11 – 12 มกราคม 2569 ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบน ระมัดระวังการสัญจรผ่านบริเวณที่มีหมอกไว้ด้วย

สถานการณ์แผ่นดินไหว(ช่วงวันที่ 6 – 7 ม.ค. 69): ตรวจพบเหตุการณ์แผ่นดินไหว ขนาด 3.2, 3.0, 2.6, 3.7 มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมา ไม่มีผลกระทบต่อประเทศไทยแต่อย่างใด

ขณะที่แฟนเพจพยากรณ์อากาศประเทศไทย ระบุว่า พยากรณ์อุณหภูมิ กรุงเทพฯ ช่วงวันที่ 7-15 ม.ค. เวลา 7.00 น. ดังนี้

  • วันที่ 7 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 20.7 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 8 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 19.6 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 9 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 18.2 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 10 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 18.5 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 11 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 19.2 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 12 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 20.8 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 13 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 23.2 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 14 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 24.1 องศาเซลเซียส
  • วันที่ 15 ม.ค. 69 อุณหภูมิ 25.8 องศาเซลเซียส

สรุปแล้ว เช้านี้หนาวจริง ๆ อย่าลืมดูแลสุขภาพให้ดี เตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม และติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิดนะคะ เพื่อเตรียมรับมือกับสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

ที่มา – เช้านี้หนาว อุตุฯ เผย 7-10 ม.ค. 69 อุณหภูมิลดวูบ 2-7 องศาฯ เช็กเลยต่ำสุดวันไหน

พายุคริสต์มาสถล่มแคลิฟอร์เนียใต้ ฝนกระหน่ำ!

เทศกาลคริสต์มาสในรัฐแคลิฟอร์เนียตอนใต้กลับกลายเป็นช่วงเวลาที่น่าหวาดหวั่น เมื่อ “พายุคริสต์มาสถล่มแคลิฟอร์เนียใต้” รุนแรงที่สุดในรอบหลายปีพัดกระหน่ำ ทำให้เกิดฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน และความเสี่ยงดินโคลนถล่มในหลายพื้นที่

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติสหรัฐฯ (NWS) ได้ออกประกาศเตือนน้ำท่วมฉับพลันในนครลอสแอนเจลิสและพื้นที่ส่วนใหญ่ของแคลิฟอร์เนียตอนใต้ โดยมีความกังวลอย่างมากว่าอาจเกิดเหตุการณ์ดินถล่มที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

พายุลูกนี้ได้รับแรงผลักดันจากปรากฏการณ์ทางอุตุนิยมวิทยาที่เรียกว่า “Pineapple Express” ซึ่งเป็นกระแสลมชื้นจากเขตร้อนใกล้ฮาวาย พัดพาความชื้นจำนวนมหาศาลเข้าปะทะชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักต่อเนื่องในปริมาณที่อาจเทียบเท่าปริมาณฝนหลายเดือนภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน

นักพยากรณ์อากาศคาดการณ์ว่า บางพื้นที่อาจมีปริมาณฝนสะสมสูงถึง 25.4 เซนติเมตรภายในสัปดาห์นี้ ทำให้สถานการณ์ พายุคริสต์มาสถล่มแคลิฟอร์เนียใต้ ยิ่งน่ากังวล

ผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนีย นายแกวิน นิวซัม ได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในหลายเคาน์ตี รวมถึงลอสแอนเจลิส เพื่อเปิดทางให้สามารถระดมกำลังและจัดสรรทรัพยากรเพื่อรับมือภัยพิบัติได้อย่างรวดเร็ว หากสถานการณ์เลวร้ายลงกว่าเดิม

สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติได้เตือนอย่างชัดเจนว่า น้ำท่วมฉับพลันที่เป็นอันตรายต่อชีวิตยังคงเกิดขึ้นในแคลิฟอร์เนียตอนใต้อย่างต่อเนื่อง ทั้งวันนี้และวันพรุ่งนี้ ขณะเดียวกันยังมีหิมะตกหนักบนภูเขาและลมแรง ทำให้ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนตกอยู่ในอันตรายอย่างยิ่ง

ฝนระลอกแรกเริ่มถล่มพื้นที่ตั้งแต่คืนวันอังคาร ทำให้ต้นไม้หักโค่น เศษซากปรักหักพังกระจายตามท้องถนน และเกิดน้ำท่วมเล็กน้อยจนการจราจรติดขัด ก่อนที่สถานการณ์จะทวีความรุนแรงขึ้นในช่วงเช้าวันพุธ ซึ่งส่งผลให้เห็นภาพความเสียหายที่ชัดเจนจาก พายุคริสต์มาสถล่มแคลิฟอร์เนียใต้

รายงานระบุว่า บ้านเรือนและสถานประกอบการทั่วรัฐแคลิฟอร์เนียกว่า 101,000 แห่งไม่มีไฟฟ้าใช้ หลังสายไฟถูกลมแรงและฝนซัดขาด ขณะที่หลายเส้นทางหลักต้องปิดการจราจรเนื่องจากคำเตือนน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งยิ่งซ้ำเติมสภาพการจราจรที่หนาแน่นในช่วงวันหยุด

พื้นที่ชายฝั่ง เช่น แปซิฟิก พาลีเซดส์ และมาลิบู ถูกจับตาเป็นพิเศษ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการฟื้นฟูจากเหตุการณ์ไฟป่ารุนแรงเมื่อช่วงต้นปี สภาพภูมิประเทศที่เสียหายทำให้มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดดินโคลนถล่มเมื่อเผชิญกับฝนตกหนัก

สภากาชาดสหรัฐฯ ได้เปิดศูนย์พักพิงฉุกเฉินในหลายชุมชน หลังจากประชาชนบางส่วนได้รับคำสั่งให้อพยพออกจากพื้นที่ในทันที

นักอุตุนิยมวิทยา เอเรียล โคเฮน จาก NWS เตือนว่า ตั้งแต่ช่วงบ่ายวันพุธไปจนถึงวันศุกร์ หลายพื้นที่จะเผชิญกับน้ำท่วมรุนแรง รวมถึงหินถล่มและดินถล่ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่สูง พร้อมเตือนประชาชนที่มีแผนการเดินทางบนท้องถนนในช่วงคริสต์มาส ขอให้พิจารณาทบทวนแผนการเดินทางอีกครั้ง

นอกจากฝนตกหนัก นักอุตุนิยมวิทยายังได้เตือนถึงลมกระโชกแรงสูงสุดเกือบ 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในพื้นที่ภูเขาและทะเลทรายของลอสแอนเจลิสเคาน์ตี

ขณะที่เทือกเขาเซียร์รา เนวาดา ทางตะวันออกของรัฐ มีหิมะตกแล้วกว่า 30 เซนติเมตร และคาดว่าจะเพิ่มสูงถึง 152 เซนติเมตรก่อนที่พายุจะอ่อนกำลังลง

ผลกระทบจากพายุคริสต์มาสอนแคลิฟอร์เนียใต้ในครั้งนี้ซ้ำเติมความเปราะบางของรัฐ

แคลิฟอร์เนียยังคงเผชิญกับบาดแผลจากไฟป่าครั้งใหญ่ในช่วงต้นปี ซึ่งคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วอย่างน้อย 31 ราย ทำให้พายุในเทศกาลคริสต์มาสปีนี้ยิ่งตอกย้ำความเปราะบางของรัฐในช่วงเทศกาลแห่งความสุข

พายุคริสต์มาสถล่มแคลิฟอร์เนียใต้: ความเสียหายและผลกระทบ

ผลกระทบจากพายุคริสต์มาสถล่มแคลิฟอร์เนียใต้ครั้งนี้รุนแรงกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้หลายพื้นที่ประสบปัญหาอย่างหนัก

การรับมือกับพายุคริสต์มาสถล่มแคลิฟอร์เนียใต้

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์พายุคริสต์มาสถล่มแคลิฟอร์เนียใต้ เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับทุกคน

สิ่งที่เกิดขึ้นในแคลิฟอร์เนียใต้ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่รุนแรงของภัยธรรมชาติและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การเตรียมพร้อมรับมือและปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับอนาคต

ที่มา – พายุคริสต์มาสถล่มแคลิฟอร์เนียใต้ ฝนตกหนัก-เสี่ยงดินถล่ม ผู้ว่าฯ ประกาศภาวะฉุกเฉิน

สงขลากังวล! ฝนตกหนัก อุตุฯเตือน

สถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดสงขลาเริ่มเป็นที่กังวลของประชาชน หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าจะมีฝนตกปานกลางถึงหนัก ชาวบ้านในพื้นที่ต่างเฝ้าระวังและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้แหล่งน้ำและพื้นที่เสี่ยงภัย

ชาวสงขลากังวลน้ำท่วม เฝ้าดูระดับน้ำ อุตุฯ เตือน ฝนตกปานกลางถึงหนัก

วันที่ 18 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนในตำบลคอหงส์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ต่างพากันเฝ้าสังเกตระดับน้ำในอ่างกักเก็บน้ำแก้มลิงคลองเรียนอย่างใกล้ชิด หลังฝนตกหนักต่อเนื่องในช่วงหลายวันที่ผ่านมา และได้รับการแจ้งเตือนจาก ปภ.สงขลา ผ่านทางโทรศัพท์มือถือ สร้างความกังวลใจให้กับประชาชนที่เคยประสบกับปัญหาน้ำท่วมใหญ่ในอดีต

ชาวบ้านรายหนึ่งกล่าวว่า ตนเองรู้สึกกลัวเนื่องจากเคยเจอกับสถานการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่ แต่เมื่อเทียบกับสถานการณ์ในครั้งนั้น ยังรู้สึกอุ่นใจกว่า อย่างไรก็ตาม ฝนที่ตกหนักต่อเนื่องทำให้บางจุดเริ่มมีน้ำท่วมขัง แต่ยังไม่สูงมากนัก โชคดีที่ฝนได้เว้นช่วงไปบ้าง นอกจากนี้ ปัญหาขยะอุดตันตามแนวเขื่อนก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้น้ำล้นตลิ่งในบางพื้นที่ของตำบลคอหงส์

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน ชาวสงขลากังวลน้ำท่วม

กรมอุตุนิยมวิทยาได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก เตือนว่า ในช่วงเวลา 16.00 น. มีฝนปานกลางถึงหนักปกคลุมในจังหวัดนครศรีธรรมราช, สงขลา, ปัตตานี, นราธิวาส และบริเวณอ่าวไทยใกล้ชายฝั่ง โดยฝนจะเคลื่อนที่ไปทางตะวันตก ค่อนทางใต้เล็กน้อย บริเวณจังหวัดกระบี่, ตรัง, สตูล และยะลา คาดว่าจะตกต่อเนื่องไปจนถึง 3 – 4 ทุ่ม

สถานการณ์ ชาวสงขลากังวลน้ำท่วม ในครั้งนี้ เป็นผลมาจากปัจจัยหลายประการ ทั้งปริมาณฝนที่ตกหนักต่อเนื่อง และปัญหาการจัดการน้ำในพื้นที่ การเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย

เพื่อเป็นการบรรเทาความเดือดร้อนและลดผลกระทบจากสถานการณ์น้ำท่วม ชาวสงขลากังวลน้ำท่วม ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการขุดลอกคลอง กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำ และปรับปรุงระบบระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การให้ความรู้และสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีการป้องกันและรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมก็เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ประชาชนสามารถดูแลตนเองและทรัพย์สินของตนเองได้อย่างปลอดภัย

นอกจากนี้ ชาวสงขลากังวลน้ำท่วม อาจจะต้องพิจารณาเรื่องการวางแผนระยะยาวเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ที่ดินและการสร้างสิ่งปลูกสร้างให้สอดคล้องกับสภาพภูมิประเทศและปริมาณน้ำฝนที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เพื่อลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติทางธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต

ที่มา – ชาวสงขลากังวลน้ำท่วม เฝ้าดูระดับน้ำ อุตุฯ เตือน ฝนตกปานกลางถึงหนัก

อุตุฯ เตือน! ภาคใต้ฝนหนัก ไทยตอนบนอากาศเย็น

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศเตือน ฉบับที่ 30 เรื่อง อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ โดยเน้นย้ำถึงสถานการณ์ฝนตกหนักในภาคใต้และสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงในประเทศไทยตอนบน

อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ

ประกาศ ณ วันที่ 16 ธันวาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาแจ้งเตือนเรื่อง อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ ฉบับที่ 30 มีผลกระทบต่อเนื่อง

สถานการณ์ในภาคใต้ยังคงน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะจังหวัดพัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตรัง และสตูล ที่ยังคงมีฝนตกหนักบางแห่ง สาเหตุหลักมาจากอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้ ทำให้เกิดฝนตกอย่างต่อเนื่อง

คลื่นลมในอ่าวไทยตอนล่างมีกำลังแรง คลื่นสูง 2-3 เมตร และในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองอาจสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร สำหรับทะเลอันดามัน บริเวณห่างฝั่งและบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ข้อควรระวังสำหรับประชาชนจากประกาศ อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ

  • ประชาชนในภาคใต้ตอนล่างควรระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะในพื้นที่ลาดเชิงเขาและพื้นที่ลุ่มต่ำ
  • ชาวเรือในบริเวณอ่าวไทยและทะเลอันดามันควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งในบริเวณอ่าวไทยตอนล่าง
  • สำหรับประเทศไทยตอนบน มีอากาศเย็นและลมแรง อุณหภูมิจะลดลง 1-2 องศาเซลเซียส ขอให้ประชาชนดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ จึงส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว

กรมอุตุนิยมวิทยาเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามข่าวสารและประกาศเตือนอย่างใกล้ชิด สามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์สภาพอากาศเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การเตรียมพร้อมรับมือและติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ขอให้ทุกท่านรักษาสุขภาพและปลอดภัยจากภัยธรรมชาติ

ที่มา – อุตุฯ เตือนภาคใต้ฝนตกหนักมาก ไทยตอนบนอากาศเย็น ลมแรง อุณหภูมิลด 1-2 องศาฯ

โมร็อกโกอ่วม! น้ำท่วมฉับพลันดับ 37 ศพ

น้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโก คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 37 ราย ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนว่าฝนจะยังคงตกหนักต่อเนื่องในอีกไม่กี่วันข้างหน้า สถานการณ์ยังน่าเป็นห่วงและต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

รายงานจากสำนักข่าวต่างประเทศระบุว่า เมืองซาฟี (Safi) ซึ่งเป็นเมืองท่าชายฝั่งของโมร็อกโก ประสบกับน้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโกอย่างรุนแรง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 37 ราย บาดเจ็บอีกหลายสิบคนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล นอกจากนี้ บ้านเรือนประชาชนอีกกว่า 70 หลังในย่านเมืองเก่าได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม

ภาพข่าวแสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของเหตุการณ์ น้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโก พัดพารถยนต์และกองขยะจำนวนมากลอยไปตามท้องถนน ถนนหลายสายถูกปิดเนื่องจากความเสียหายและซากปรักหักพังที่กีดขวางการจราจร ชาวเมืองซาฟีต่างตกอยู่ในความโศกเศร้าและความสิ้นหวัง

ชาวเมืองซาฟีรายหนึ่งกล่าวว่า “นี่เป็นวันที่มืดมนที่สุดในชีวิตของฉัน” ในขณะที่อีกคนให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า “ฉันสูญเสียทุกอย่างในน้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโกครั้งนี้ แม้แต่เสื้อผ้าก็ยังต้องขอยืมเพื่อนบ้าน” สะท้อนให้เห็นถึงความสูญเสียและความยากลำบากที่พวกเขาต้องเผชิญ

ทางการโมร็อกโกกำลังเร่งดำเนินการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง กรมอุตุนิยมวิทยาพยากรณ์อากาศว่าจะมีฝนตกหนักต่อเนื่องในวันอังคาร รวมถึงหิมะตกในบริเวณเทือกเขาแอตลาส ทำให้สถานการณ์ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้นไปอีก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบและบรรเทาความเดือดร้อน

ผู้เชี่ยวชาญด้านสภาพอากาศระบุว่า วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้สภาพอากาศในโมร็อกโกมีความผันผวนมากขึ้น ก่อนหน้านี้ โมร็อกโกต้องเผชิญกับภัยแล้งต่อเนื่องยาวนานถึง 7 ปี ส่งผลให้ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลดลงอย่างมาก และมาวันนี้ก็ต้องเผชิญกับน้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโกอีก การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อชีวิตและความเป็นอยู่ของผู้คน

น้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโก

ผลกระทบจากน้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโก

เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโกครั้งนี้ไม่ใช่แค่โศกนาฏกรรมที่คร่าชีวิตผู้คนและสร้างความเสียหายต่อทรัพย์สินเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณเตือนถึงความเปราะบางของประเทศต่อภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นจากสภาวะโลกร้อน เราจำเป็นต้องตระหนักถึงความสำคัญของการจัดการความเสี่ยงจากภัยพิบัติและการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างจริงจัง เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

สิ่งที่เราสามารถเรียนรู้ได้จากเหตุการณ์นี้คือ การเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง การมีระบบเตือนภัยที่มีประสิทธิภาพ การวางแผนอพยพที่รัดกุม และการสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง สามารถช่วยลดความสูญเสียและผลกระทบจากภัยพิบัติได้ นอกจากนี้ การให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉินก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ที่สำคัญที่สุดคือ การร่วมมือกันในระดับโลกเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ซึ่งเป็นสาเหตุหลักของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การลงทุนในพลังงานสะอาดและการพัฒนาเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อสร้างอนาคตที่ยั่งยืนและปลอดภัยสำหรับทุกคน

เหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโก เป็นบทเรียนราคาแพงที่เตือนให้เราตระหนักถึงความเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาสภาพภูมิอากาศและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต เราทุกคนมีส่วนร่วมในการสร้างโลกที่ปลอดภัยและยั่งยืนยิ่งขึ้น

ที่มา – น้ำท่วมฉับพลันในโมร็อกโก ดับแล้ว 37 ศพ อุตุฯ เตือนฝนตกต่อเนื่อง

กรมอุตุฯ เตือน! 4-7 ธ.ค. 68 ภาคใต้ฝนเพิ่ม

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน 4-7 ธ.ค. 68 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ส่วนภาคเหนือ อีสานล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนเกิดขึ้นได้บ้าง เตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

วันที่ 1 ธันวาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา โพสต์ข้อความแจ้งเตือนว่า วันที่ 4 – 7 ธันวาคม 2568 ภาคใต้จะมีฝนเพิ่มขึ้น และมีฝนตกหนักบางแห่ง ทำให้ประชาชนในพื้นที่ต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากที่อาจเกิดขึ้นได้

เนื่องจากมีคลื่นกระแสลมฝ่ายตะวันออก เคลื่อนเข้าปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน ส่วนคลื่นลมบริเวณอ่าวไทยและห่างฝั่งทะเลอันดามันจะมีกำลังแรงขึ้น ชาวเรือควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีคลื่นลมแรง

ส่วนภาคเหนือ อีสานล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก กรุงเทพฯ และปริมณฑล มีฝนเกิดขึ้นได้บ้าง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด

กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน 4-7 ธ.ค. 68 ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ฝนตกหนักบางแห่ง

สถานการณ์ กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน 4-7 ธ.ค. 68 ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น นี้เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย การเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักเป็นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

ทำไมต้องติดตามข่าวสาร กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน 4-7 ธ.ค. 68 ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น

  • เพื่อเตรียมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้น
  • เพื่อวางแผนการเดินทางและหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยงภัย
  • เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับทรัพย์สิน

การติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยให้คุณสามารถรับมือกับสถานการณ์ กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน 4-7 ธ.ค. 68 ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คำแนะนำเพิ่มเติม:

  • ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางในพื้นที่เสี่ยงภัยในช่วงที่มีฝนตกหนัก
  • เตรียมพร้อมอุปกรณ์ที่จำเป็น เช่น ไฟฉาย ร่ม และเสื้อกันฝน
  • ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของคุณและคนที่คุณรัก

นอกจากนี้ การมีสติและไม่ประมาทเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการรับมือกับทุกสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การวางแผนรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ล่วงหน้าจะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนปลอดภัยจากสถานการณ์ฝนตกหนัก และขอให้ติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – กรมอุตุนิยมวิทยา เตือน 4-7 ธ.ค. 68 ภาคใต้มีฝนเพิ่มขึ้น ฝนตกหนักบางแห่ง

ประกาศฉบับ 1 เตือนพายุโคโตะและอากาศหนาวเย็น

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 1 เตือนเรื่องพายุ “โคโตะ” และอากาศหนาวเย็นบริเวณประเทศไทยตอนบน ซึ่งจะมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 26-30 พฤศจิกายนนี้ โดยเฉพาะ 8 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างที่ยังคงต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ ฝนตกหนัก

เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้เผยแพร่ประกาศเรื่อง ประกาศฉบับ 1 เตือนพายุ “โคโตะ” และอากาศหนาวเย็น บริเวณประเทศไทยตอนบน โดยมีผลกระทบตั้งแต่วันที่ 26-30 พฤศจิกายน 2568

พายุโซนร้อนกำลังแรง “โคโตะ” (KOTO) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนกลาง เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (26 พ.ย. 68) มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 12.3 องศาเหนือ ลองจิจูด 115.7 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 102 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนไปทางเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม คาดการณ์ว่าพายุ “โคโตะ” จะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนใต้ และพายุนี้จะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยตอนบน ในช่วงวันที่ 26-29 พฤศจิกายนนี้ จะมีอุณหภูมิลดลงและมีอากาศเย็นถึงหนาว พร้อมกับลมแรง โดยเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่จะมีอุณหภูมิลดลงถึง 5-8 องศาเซลเซียส ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และภาคตะวันออก อุณหภูมิจะลดลง 3-5 องศาเซลเซียส บริเวณยอดดอยและยอดภูจะมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด และอุณหภูมิต่ำสุด 3-12 องศาเซลเซียส สำหรับภาคใต้ตอนบนอุณหภูมิจะลดลง 2-4 องศาเซลเซียส

เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงหรือมวลอากาศเย็นกำลังค่อนข้างแรงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวดูแลรักษาสุขภาพเนื่องจากสภาพอากาศที่หนาวเย็นลง ระมัดระวังอันตรายจากอัคคีภัยที่อาจเกิดขึ้นจากสภาพอากาศแห้งและลมแรง รวมถึงเกษตรกรควรระวังความเสียหายที่จะเกิดต่อผลผลิตทางการเกษตร

คลื่นลมในอ่าวไทยและห่างฝั่งของทะเลอันดามันตอนบนจะมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

ประกาศฉบับ 1 เตือนพายุโคโตะและอากาศหนาวเย็น

นอกจากนี้ กรมอุตุนิยมวิทยายังได้แจ้งเตือน พื้นที่เสี่ยงภัยฝนตกหนักถึงหนักมาก ประจำวันที่ 26 พฤศจิกายน 2568 ตั้งแต่เวลา 18.00 น. ถึงเวลา 18.00 น. ของวันพรุ่งนี้

พื้นที่เสี่ยงฝนตกหนักจากพายุโคโตะ

พื้นที่ที่ต้องเฝ้าระวัง ฝนตกหนัก (ปริมาณน้ำฝน 35.1 ถึง 90.0 มม.) คือ 8 จังหวัดในภาคใต้ตอนล่าง ได้แก่ กระบี่ ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

  • กระบี่
  • ตรัง
  • พัทลุง
  • สตูล
  • สงขลา
  • ปัตตานี
  • ยะลา
  • นราธิวาส

สรุปคือ แม้ว่าพายุ “โคโตะ” จะไม่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อประเทศไทย แต่สิ่งที่ต้องระวังคือ ประกาศฉบับ 1 เตือนพายุ “โคโตะ” และอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะเรื่องของอุณหภูมิที่ลดลงในหลายพื้นที่ และสถานการณ์ฝนตกหนักในภาคใต้ตอนล่าง ขอให้ทุกคนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

ที่มา – ประกาศฉบับ 1 เตือนพายุ “โคโตะ” และอากาศหนาวเย็น เช็ก 8 จังหวัดยังเสี่ยงฝนตกหนัก

เตือน! ภาคใต้ 6 จังหวัด ฝนตกหนักมาก

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกประกาศเตือน 6 จังหวัดภาคใต้ให้เตรียมรับมือ ฝนตกหนักมาก ที่อาจก่อให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้

ประกาศล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 จาก เว็บไซต์ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออก ฉบับที่ 14 เน้นย้ำถึงสถานการณ์ “ฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณภาคใต้ฝั่งตะวันออกและคลื่นลมแรงบริเวณอ่าวไทย” ซึ่งจะมีผลกระทบต่อเนื่องถึงวันที่ 25 พฤศจิกายน 2568 นี้ โดยมีสาเหตุจากร่องมรสุมที่พาดผ่านอ่าวไทยตอนล่างและหย่อมความกดอากาศต่ำบริเวณภาคใต้ตอนล่าง รวมถึงอิทธิพลของมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทย ภาคใต้ และทะเลอันดามัน

ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ภาคใต้ฝั่งตะวันออกยังคงเผชิญกับฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่และ ฝนตกหนักมาก ในบางแห่ง โดยเฉพาะจังหวัดนครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

เตือน! ภาคใต้ 6 จังหวัด ฝนตกหนักมาก

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัยควรเฝ้าระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักถึงหนักมาก ฝนตกสะสม และลมกระโชกแรงเป็นพิเศษ ระมัดระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง และดินโคลนถล่มที่อาจเกิดขึ้นในพื้นที่ลาดเชิงเขา

สำหรับชาวเรือบริเวณอ่าวไทย ควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ เนื่องจากคลื่นลมในอ่าวไทยมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร เรือเล็กควรงดออกจากฝั่งไปอีก 1 วัน เพื่อความปลอดภัย

จังหวัดไหนบ้างที่ต้องระวังฝนตกหนักมากเป็นพิเศษ?

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ขอให้ประชาชนในจังหวัดเหล่านี้ติดตามข่าวสารและประกาศเตือนภัยอย่างใกล้ชิด

เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ ฝนตกหนักมาก ที่อาจเกิดขึ้น ขอแนะนำให้ประชาชนดำเนินการดังนี้:

  • ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศจากศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคใต้ฝั่งตะวันออกอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น จัดเตรียมสิ่งของจำเป็น ไฟฉาย ยา และอาหารแห้ง
  • ตรวจสอบและซ่อมแซมบ้านเรือนให้แข็งแรง
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

สถานการณ์ภัยธรรมชาติเป็นสิ่งที่ไม่สามารถคาดเดาได้ แต่การเตรียมพร้อมรับมือและการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด จะช่วยลดความเสี่ยงและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้

สุดท้ายนี้ อย่าลืมดูแลสุขภาพของตัวเองและคนรอบข้างในช่วงที่สภาพอากาศแปรปรวนเช่นนี้ การพักผ่อนให้เพียงพอ การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ จะช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

ที่มา – เตือนภาคใต้ 6 จังหวัด “ฝนตกหนักมาก” อาจทำให้พื้นที่เสี่ยงภัยเกิดน้ำท่วมฉับพลัน

Scroll to top