พระพันปีหลวง

ศุภมาส เคาะงบ 81 ล้าน ผลิตสื่อเทิดพระเกียรติ พระพันปีหลวง

เป็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับแวดวงสื่อสร้างสรรค์ในไทย เมื่อล่าสุดนางสาวศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาประกาศถึงความคืบหน้าสำคัญ โดยมีการอนุมัติงบประมาณเพื่อสร้างสรรค์ผลงานคุณภาพสูงผ่านโครงการ ศุภมาส เคาะงบ 81 ล้าน ผลิตสื่อเทิดพระเกียรติ พระพันปีหลวง เพื่อให้คนไทยได้ซาบซึ้งในพระราชกรณียกิจของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อย่างทั่วถึง

ศุภมาส เคาะงบ 81 ล้าน ผลิตสื่อเทิดพระเกียรติ พระพันปีหลวง

การประชุมบอร์ดกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ในครั้งนี้ มีเป้าหมายชัดเจนในการนำงบประมาณ 81 ล้านบาทมาใช้ในการจัดทำสื่อระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นสารคดีจดหมายเหตุประวัติศาสตร์ภายใต้ชื่อ “ศาสตร์และศิลป์แห่งพระราชพิธีพระบรมโกศ” รวมถึงการผลิตภาพยนตร์เฉลิมพระเกียรติที่จะรวบรวมชีวประวัติเพื่อส่งต่อเป็นมรดกทางวัฒนธรรมแก่คนรุ่นหลัง

เปิดกลยุทธ์ขับเคลื่อนโครงการสื่อสร้างสรรค์ปี 2570

นอกเหนือจากเรื่องการเทิดพระเกียรติแล้ว กองทุนสื่อฯ ยังได้เปิดเผยถึงงบประมาณปี 2570 ซึ่งถือเป็นข่าวดีของคนทำสื่อ โดยจะมีการเปิดรับข้อเสนอโครงการรวมวงเงิน 300 ล้านบาท สำหรับโครงการที่ได้รับอนุมัติ ศุภมาส เคาะงบ 81 ล้าน ผลิตสื่อเทิดพระเกียรติ พระพันปีหลวง ครั้งนี้จะมีส่วนร่วมสำคัญในการกระจายโอกาสให้เยาวชนไทยอายุไม่เกิน 25 ปี ได้แสดงความสามารถผ่านคลิปสั้นและการประกวดสุนทรพจน์ เพื่อให้เกิดการมีส่วนร่วมในระดับภูมิภาคและระดับประเทศอย่างแท้จริง

ประเภททุนที่เปิดรับสำหรับปีหน้า ได้แก่:

  • ทุนอุดหนุนทั่วไป ไม่เกิน 50 ล้านบาท
  • ทุนนิติบุคคลหรือวิสาหกิจเพื่อสังคม ไม่เกิน 40 ล้านบาท
  • ทุนเชิงยุทธศาสตร์ ไม่เกิน 110 ล้านบาท
  • ทุนความร่วมมือ ไม่เกิน 60 ล้านบาท
  • ทุนสนับสนุนโครงการขนาดใหญ่ ไม่เกิน 40 ล้านบาท

นับเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ภาครัฐให้ความสำคัญกับการสนับสนุนสื่อที่สร้างสรรค์และมีคุณค่าทางจิตใจ การดำเนินงานครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการกระตุ้นอุตสาหกรรมสื่อไทยให้ก้าวสู่ระดับสากล ผมมองว่านี่คือโอกาสสำคัญสำหรับคนทำคอนเทนต์ยุคใหม่ที่จะได้สร้างผลงานที่ทั้งทรงคุณค่าและเข้าถึงใจคนทุกวัยได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – “ศุภมาส” เคาะงบ 81 ล้าน ผลิตสื่อเทิดพระเกียรติ “พระพันปีหลวง”

รมว.ท่องเที่ยว เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน อยุธยา

เชื่อว่าหลายคนคงเคยได้ยินกิตติศัพท์ความงามของพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดินกันมาบ้าง แต่วันนี้เรามีข่าวที่น่าสนใจเกี่ยวกับการผลักดันแหล่งเรียนรู้แห่งนี้ให้กลายเป็นจุดหมายปลายทางที่สำคัญยิ่งขึ้น โดยล่าสุด รมว.ท่องเที่ยว เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน อยุธยา เพื่อวางแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมอย่างเป็นรูปธรรมครับ

รมว.ท่องเที่ยว เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน อยุธยา มุ่งเน้นการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้นำคณะลงพื้นที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดินและพิพิธภัณฑ์โขน การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยผ่านงานศิลปาชีพ โดยท่านรัฐมนตรีได้กล่าวชื่นชมงานประณีตศิลป์ที่สะท้อนถึงประวัติศาสตร์และภูมิปัญญาไทยได้อย่างทรงคุณค่า

ศักยภาพการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในอยุธยา

การที่ รมว.ท่องเที่ยว เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน อยุธยา ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการศึกษาดูงานเท่านั้น แต่เป็นการสร้างความร่วมมือเพื่อยกระดับการท่องเที่ยวในมิติต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นระยะสั้นหรือระยะยาว เพื่อให้คนรุ่นหลังได้เห็นถึงคุณค่าของศิลปะไทยที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อย่างดีเยี่ยม โดยเฉพาะที่มูลนิธิส่งเสริมศิลปาชีพฯ ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์ส่งเสริมศิลปาชีพมากกว่า 300 แห่งทั่วประเทศ

สำหรับนักท่องเที่ยวสายวัฒนธรรมที่อยากตามรอยไปสัมผัสความงดงาม มีข้อมูลที่น่าใจดังนี้ครับ:

  • พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน: ตั้งอยู่ที่ตำบลเกาะเกิด อำเภอบางปะอิน จัดแสดงผลงานหัตถกรรมชิ้นเอกที่หาชมได้ยาก
  • ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร: ตั้งอยู่ที่ตำบลช้างใหญ่ อำเภอบางไทร เน้นการเรียนรู้วิถีชีวิตภูมิปัญญาไทยที่จับต้องได้จริง

หากคุณมีโอกาสแวะเวียนมาจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ผมแนะนำให้ลองหาเวลามาชมความอลังการของงานฝีมือไทยเหล่านี้ที่พิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดินสักครั้งครับ เพราะนอกจากจะได้รูปสวยๆ แล้ว ยังได้รับพลังใจจากการได้เห็นความรักและความตั้งใจของพระพันปีหลวงที่ทรงสร้างอาชีพให้คนไทยได้มีกินมีใช้จนถึงทุกวันนี้ การสนับสนุนสถานที่เหล่านี้ก็เท่ากับช่วยอนุรักษ์รากเหง้าของชาติให้คงอยู่สืบไปครับ

ที่มา – รมว.ท่องเที่ยว เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ศิลป์แผ่นดิน อยุธยา หนุนเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

ศุภจี-ซาบีดา ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ

ศุภจี-ซาบีดา ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ

เมื่อเร็วๆ นี้ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พร้อมด้วย น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ได้ลงพื้นที่อาคารวิธานสถาปกศาลา ท้องสนามหลวง เพื่อติดตามความสำเร็จในการดำเนินงาน ศุภจี-ซาบีดา ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยได้รับรายงานว่าภาพรวมของงานก่อสร้างเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้อย่างเคร่งครัด

รายละเอียดความคืบหน้าโครงการสำคัญ

จากการลงพื้นที่ของคณะทำงาน ศุภจี-ซาบีดา ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ ในครั้งนี้ นายพนมบุตร จันทรโชติ อธิบดีกรมศิลปากร ได้ชี้แจงความคืบหน้าในส่วนต่างๆ ดังนี้:

  • งานโครงสร้างพระเมรุมาศและสิ่งปลูกสร้างประกอบแล้วเสร็จกว่าร้อยละ 50
  • งานสถาปัตยกรรมมีความคืบหน้าตามแผนงานที่กำหนดไว้
  • การเตรียมความพร้อมรับมือฤดูฝน โดยเร่งรัดการมุงหลังคาให้เสร็จสิ้นภายในเดือนมิถุนายน
  • การออกแบบพระโกศจันทน์ พระหีบจันทน์ และเครื่องประกอบต่างๆ ดำเนินการเสร็จสิ้นสมบูรณ์

นอกจากการก่อสร้างอาคารแล้ว ศุภจี-ซาบีดา ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ ยังครอบคลุมถึงการบูรณปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ซึ่งเหล่าช่างสิบหมู่กำลังเร่งมือปฏิบัติงานด้วยความประณีตสูงสุด เพื่อให้ทันต่อกำหนดการฝึกซ้อมฉุดชักราชรถที่จะมาถึงในช่วงเดือนกันยายนนี้ ทั้งหมดนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญที่มีความละเอียดอ่อนและต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในหลายสาขา เพื่อให้เกิดความสมพระเกียรติยศสูงสุดในงานพระราชพิธีสำคัญของไทย

การทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานภาครัฐและผู้เชี่ยวชาญทุกฝ่าย สะท้อนให้เห็นถึงความทุ่มเทเพื่อสืบสานงานช่างศิลปกรรมไทยอันทรงคุณค่า งานบูรณะในครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงการซ่อมแซมเชิงวัตถุ แต่เป็นการรักษาประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมที่ผูกพันกับสถาบันพระมหากษัตริย์ไทยไว้อย่างยั่งยืน สำหรับประชาชนที่เฝ้าติดตามข่าวสาร เชื่อมั่นได้ว่าคณะกรรมการปฏิบัติงานอย่างเต็มกำลังเพื่อให้ทุกขั้นตอนของพระราชพิธีเป็นไปอย่างสง่างามที่สุด

ที่มา – “ศุภจี-ซาบีดา” ตรวจความคืบหน้าจัดสร้างพระเมรุมาศ งานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ

เห็นชอบให้ ขรก. ลาอุปสมบท 93 รูป ถวายพระพันปีหลวง

ในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2569 คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติสำคัญที่แสดงถึงความเคารพยิ่งต่อพระบรมราชินี เห็นชอบให้ ขรก. ลาอุปสมบทหมู่ 93 รูป ถวายแด่พระพันปีหลวง ไม่ถือเป็นวันลา ซึ่งเป็นข่าวดีสำหรับข้าราชการและบุคลากรรัฐทุกประเภทที่อยากเข้าร่วมโครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ เพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

เห็นชอบให้ ขรก. ลาอุปสมบทหมู่ 93 รูป ถวายแด่พระพันปีหลวง ไม่ถือเป็นวันลา

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้แถลงข่าวหลังการประชุมครม. ว่า มติครม. อนุมัติให้ข้าราชการทุกประเภท พนักงานราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวของส่วนราชการ หน่วยงานของรัฐ และพนักงานรัฐวิสาหกิจ สามารถลาเข้าร่วมโครงการดังกล่าวได้ โดยไม่นับเป็นวันลา แต่ถือเสมือนปฏิบัติราชการหรือปฏิบัติงานปกติ และยังได้รับเงินเดือนเต็มจำนวนตามเดิม ตามที่กระทรวงมหาดไทยเสนอ

เห็นชอบให้ ขรก. ลาอุปสมบทหมู่ 93 รูป ถวายแด่พระพันปีหลวง ไม่ถือเป็นวันลา: รายละเอียดโครงการ

โครงการบรรพชาอุปสมบทหมู่ 93 รูป จัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ถึง 9 มีนาคม 2569 รวมระยะเวลา 10 วันเต็ม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในฐานะองค์พระบรมราชินูปถัมภ์มูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้ารักรวมใจเพื่อเยาวชนจังหวัดชายแดนใต้ โครงการนี้ไม่เพียงส่งเสริมให้บุคลากรรัฐได้ปฏิบัติธรรม แต่ยังเป็นการแสดงกตัญญูกตเวทีต่อพระกรุณาธิคุณอันหาญ้ำไม่ได้

การเห็นชอบในครั้งนี้ ช่วยลดอุปสรรคสำหรับผู้ที่สนใจ เพราะไม่ต้องกังวลเรื่องวันลาหรือเงินเดือน ทำให้มีโอกาสมากขึ้นในการพัฒนาศีลธรรม จิตใจ และเป็นแบบอย่างที่ดีให้เยาวชนรุ่นหลัง โดยเฉพาะในยุคที่สังคมต้องการพลังบวกและคุณธรรมมากยิ่งขึ้น

ใครบ้างที่เข้าร่วมได้ในโครงการนี้?

  • ข้าราชการพลเรือนสามัญและประจำ
  • ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา
  • ข้าราชการท้องถิ่น
  • พนักงานราชการ
  • ลูกจ้างประจำและชั่วคราว
  • พนักงานรัฐวิสาหกิจ

ทุกกลุ่มสามารถยื่นลาได้ทันที โดยหน่วยงานต้นสังกัดต้องอนุมัติตามระเบียบ ซึ่งจะช่วยให้ภาครัฐมีบุคลากรที่เข้มแข็งทั้งกายและใจมากยิ่งขึ้น

ความหมายและประโยชน์ของมติครม. ครั้งนี้

มติ เห็นชอบให้ ขรก. ลาอุปสมบทหมู่ 93 รูป ถวายแด่พระพันปีหลวง ไม่ถือเป็นวันลา ไม่ใช่แค่การอนุมัติลา แต่เป็นการส่งเสริมวัฒนธรรมไทย การบวชพระเพื่อถวายเป็นบุญกุศล ถือเป็นประเพณีอันดีงามที่หล่อหลอมจิตใจคนไทยมานาน นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้เข้าร่วมได้ฝึกฝนตนเอง ลดความเครียดจากการทำงาน และกลับมาปฏิบัติหน้าที่ด้วยพลังใจใหม่ สามารถนำหลักธรรมไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น ความอดทน ความเมตตา และความรับผิดชอบ

ในมุมกว้างขึ้น โครงการนี้ยังเชื่อมโยงกับการพัฒนาสังคม โดยเฉพาะเยาวชนในจังหวัดชายแดนใต้ ผ่านมูลนิธิที่พระบรมราชินีนาถทรงอุปถัมภ์ ซึ่งเน้นการศึกษาและคุณธรรม สะท้อนถึงพระราชปณิธานในการช่วยเหลือประชาชนอย่างต่อเนื่อง

กำหนดการคร่าวๆ ของโครงการบรรพชาอุปสมบท

  • 27 ก.พ. 2569: วันแรกของการเข้าค่าย
  • ระยะบวชและปฏิบัติธรรม
  • 9 มี.ค. 2569: วันสุดท้าย ออกจากความเป็นพระ

ผู้สนใจควรติดต่อหน่วยงานต้นสังกัดหรือมูลนิธิโดยตรงเพื่อสมัคร เนื่องจากจำนวนจำกัดเพียง 93 รูปเท่านั้น

มติครม. ครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการผสมผสานระหว่างหน้าที่ราชการและการทำความดีส่วนบุคคล แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับจิตวิญญาณและวัฒนธรรมไทย หากคุณเป็นข้าราชการหรือรู้จักคนที่สนใจ อย่าพลาดโอกาสนี้ นี่คือเวลาที่จะได้บุญใหญ่และพัฒนาตนเองไปพร้อมกัน ลองแชร์ข่าวนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้ เพื่อให้มีผู้เข้าร่วมมากขึ้น สร้างพลังบวกให้สังคมไทย

สุดท้าย การบวชเพื่อถวายพระราชกุศลแด่พระพันปีหลวง คือการแสดงความจงรักภักดีที่แท้จริง ซึ่งจะเป็นมรดกทางใจให้ลูกหลานตลอดไป

ที่มา – เห็นชอบให้ ขรก. ลาอุปสมบทหมู่ 93 รูป ถวายแด่พระพันปีหลวง ไม่ถือเป็นวันลา

หมายกำหนดการ พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร

เตรียมตัวรับทราบ “ราชกิจจานุเบกษา” ได้ประกาศหมายกำหนดการ พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวารถวายพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” เนื่องในวาระ 100 วันแห่งการสวรรคต

เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่หมายกำหนดการ พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวารถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งจะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 31 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2569

เลขาธิการพระราชวังได้รับพระบรมราชโองการเหนือเกล้าฯ สั่งว่า เนื่องในโอกาสที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จสวรรคตครบ 100 วันในวันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวจึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้กำหนดการทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวาร ดังรายการต่อไปนี้

หมายกำหนดการ พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวารพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

รายละเอียดกำหนดการ

วันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

เวลา 17 นาฬิกา เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวางพวงมาลา เจ้าพนักงานประโคมสังข์ แตรงอน แตรฝรั่ง ปี่ กลองชนะ ปี่พาทย์ กองทหารเกียรติยศพระบรมศพถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมศพ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวาร สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่หน้าพระแท่นมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูปสวดพระพุทธมนต์ จบ ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์ที่จะถวายพระธรรมเทศนาและสวดธรรมคาถาขึ้นนั่งยังอาสน์สงฆ์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม พระราชาคณะถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา จบ พระสงฆ์ 4 รูปสวดธรรมคาถา แล้วทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ และทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนที่หน้าเตียงสวดพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

วันอาทิตย์ที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่งจากพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

เวลา 10 นาฬิกา เสด็จพระราชดำเนินเข้าพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ทรงจุดธูปเทียนเครื่องราชสักการะกราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่หน้าพระแท่นพระนพปฎลมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูปที่สวดพระพุทธมนต์แต่วันก่อน ถวายพรพระ จบ ทรงประเคนปิ่นโตภัตตาหารแด่พระสงฆ์ ทรงทอดผ้าไตร

พระสงฆ์ทั้งนั้นสดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เจ้าพนักงานนิมนต์พระสงฆ์อีก 93 รูปเท่าพระชนมพรรษา สวดมาติกา ทรงทอดผ้าไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ ถวายอนุโมทนา ถวายอดิเรก ถวายพระพรลา เสด็จพระราชดำเนินไปทรงจุดธูปเทียนที่หน้าเตียงสวดพระพิธีธรรม สวดพระอภิธรรม เสด็จพระราชดำเนินกลับพระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต

สำหรับประชาชนที่สนใจเข้าร่วมพระราชพิธี ควรแต่งกายสุภาพเรียบร้อย และปฏิบัติตามมาตรการที่ทางสำนักพระราชวังกำหนด เพื่อแสดงความเคารพและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระพันปีหลวง

ประชาชนชาวไทยต่างน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และขอร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย

ที่มา – หมายกำหนดการ พระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสตมวารพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

นายกฯ อนุทิน ทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล

รัฐบาลจัดพิธีทางศาสนา 5 ศาสนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน)

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2568 เวลา 07.30 น. ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศลและทำบุญตักบาตรถวายสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เนื่องในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) และพิธีทางศาสนา 5 ศาสนา พร้อมนางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภริยา โดยมีคณะรัฐมนตรีและคู่สมรส พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการในทำเนียบรัฐบาล ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง แต่งกายด้วยเครื่องแบบปกติขาวไว้ทุกข์ เข้าร่วมพิธี

เมื่อนายกรัฐมนตรีและภริยา เดินทางถึงตึกสันติไมตรี (หลังนอก) พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสน์สงฆ์ นายกรัฐมนตรีจุดเทียนบูชาพระรัตนตรัย และจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระสงฆ์ให้ศีล สวดพระพุทธมนต์ เสร็จแล้ว

นายกรัฐมนตรี และภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี ถวายเครื่องไทยธรรมและผ้าไตรแด่สมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดไตรมิตรวิทยาราม ประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยพระสงฆ์ รวมจำนวน 10 รูป พระสงฆ์อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำ กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

จากนั้น เวลา 08.00 น. นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการในสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี หัวหน้าส่วนราชการและรองหัวหน้าส่วนราชการในทำเนียบรัฐบาล ผู้บริหาร ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ของหน่วยงานในทำเนียบรัฐบาล ได้ร่วมใส่บาตรพระสงฆ์ ณ บริเวณด้านหน้าตึกสันติไมตรี

เมื่อแล้วเสร็จ นายกรัฐมนตรีและภริยา พร้อมผู้เข้าร่วมพิธี กลับเข้าไปยังตึกสันติไมตรี (หลังใน) นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และกล่าวน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ

“ข้าพระพุทธเจ้า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะรัฐมนตรี คู่สมรส ข้าราชการ และพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า ต่างน้อมจิตมั่น ร้อยรวมดวงใจเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อแสดงความจงรักภักดี และน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระผู้ทรงเป็นแม่ของแผ่นดิน ผู้ทรงบำเพ็ญพระราชกรณียกิจน้อยใหญ่นานัปการ เพื่อความวัฒนาของชาติบ้านเมือง และยังความผาสุกร่มเย็นแก่ผองพสกนิกร พระเกียรติคุณเป็นที่แซ่ซ้องก้องประจักษ์ ทั้งแก่ปวงชนชาวไทยและนานาอารยประเทศ พสกนิกรทุกหมู่เหล่าต่างล้วนคำนึงถึงด้วยสำนึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ อย่างมิรู้ลืมเลือน

วันที่ 12 ธันวาคม พุทธศักราช 2568 เป็นวาระครบ 50 วัน ปัญญาสมวาร แห่งการเสด็จสวรรคต รัฐบาลจึงกำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศล และพิธีทางศาสนา 5 ศาสนาขึ้น เพื่ออุทิศถวายพระราชกุศลแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

ในโอกาสนี้ ขอให้ผู้ที่ชุมนุมกัน ณ สถานที่แห่งนี้ และสถานที่ต่าง ๆ พร้อมใจกันยืนสงบนิ่ง เพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ของ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และขอเทิดทูนพระองค์ไว้เหนือเกล้าเหนือกระหม่อมตราบนิจนิรันดร์”

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี พร้อมผู้ร่วมพิธียืนสงบนิ่งแสดงความไว้อาลัย จากนั้น ผู้นำทางศาสนาทำพิธีทางศาสนาตามลำดับ ดังนี้ นายกรัฐมนตรีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย พระสงฆ์ให้ศีล ประธานสงฆ์ อ่านคำรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระสงฆ์ สวดมาติกา นายกรัฐมนตรีทอดผ้าไตรแด่พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระสงฆ์อนุโมทนา นายกรัฐมนตรีกรวดน้ำ ผู้นำศาสนาอิสลามกล่าวแสดงความอาลัย ผู้นำศาสนาคริสต์ประกอบพิธีอธิษฐานภาวนา คณะพราหมณ์ประกอบพิธีสวดมนต์ และศาสนาจารย์สวดกีรตันและอัรดาส

เมื่อเสร็จพิธีทางศาสนา นายกรัฐมนตรี ถวายของที่ระลึกแด่ประธานสงฆ์ และมอบของที่ระลึก แด่ผู้นำศาสนารวม 5 ศาสนา จากนั้น กราบลาพระรัตนตรัย และถวายความเคารพหน้าพระบรมฉายาลักษณ์สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสร็จพิธี

นายกฯ อนุทิน นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล

การจัดงานบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยมี นายกฯ อนุทิน นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ความสำคัญของพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล

พิธี นายกฯ อนุทิน นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล นี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีของคนในชาติ และการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่มีต่อประเทศชาติและประชาชนชาวไทย

การที่ นายกฯ อนุทิน นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศล เป็นการแสดงความเคารพและความอาลัยอย่างสูงสุดต่อพระองค์ท่าน และเป็นแบบอย่างที่ดีแก่ประชาชนในการทำความดีเพื่อสังคมและประเทศชาติ

พิธีดังกล่าวไม่เพียงแต่เป็นการแสดงความกตัญญูกตเวที แต่ยังเป็นการส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนาต่างๆ ในประเทศไทยอีกด้วย สะท้อนให้เห็นถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุข

ที่มา – “นายกฯ อนุทิน” นำ ครม. ร่วมพิธีทำบุญ 5 ศาสนา บำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) พระพันปีหลวง

วันเด็กแห่งชาติ 2569: จัดงานเทิดพระเกียรติ

กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) จัดประชุมคณะกรรมการจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2569 ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” พร้อมจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” โดยนายกรัฐมนตรีเตรียมเป็นประธานเปิดงาน

เมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานในการประชุมคณะกรรมการจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ 2569 โดยมีผู้บริหาร ข้าราชการ และผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเข้าร่วมประชุม เพื่อกำหนดแนวทางในการจัดกิจกรรมภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” ณ ห้องประชุมราวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

วันเด็กแห่งชาติ 2569

นางนฤมลกล่าวว่า การจัดงานวันเด็กแห่งชาติ 2569 จะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 10 มกราคม 2569 โดยกระทรวงศึกษาธิการเป็นหน่วยงานหลักในการดำเนินงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนต่างๆ เพื่อสร้างพื้นที่การเรียนรู้ที่สนุกสนานและส่งเสริมคุณธรรมให้แก่เยาวชนไทย ภายใต้แนวคิด “เรียนดี มีคุณธรรม” ในปีนี้ ได้เตรียมจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อเผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณด้านการศึกษา รวมถึงพระราชกรณียกิจในการเสด็จพระราชดำเนินไปยังพื้นที่ห่างไกลเพื่อดูแลเด็กและเยาวชนอย่างทั่วถึง โดยแบ่งออกเป็น 4 โซนหลัก ได้แก่

  • Light of Wisdom (แสงแห่งปัญญา)
  • Creative Earth Lab (ห้องทดลองโลกสร้างสรรค์)
  • Sufficiency for Happiness (พอเพียงสร้างสุข)
  • Water Wonder Zone (โซนมหัศจรรย์แห่งสายน้ำ)

ภายในงาน จะมีนิทรรศการ การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ การแข่งขันทักษะ กิจกรรมแสดงความสามารถของเด็กและเยาวชน รวมถึงการมอบรางวัลและเกียรติบัตรแก่เด็กที่มีผลงานโดดเด่น เช่น งานเขียน งานวาดภาพ และผลงานนวัตกรรมต่างๆ นอกจากนี้ งานปีนี้ได้รับเกียรติจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วยกิจกรรมจากหน่วยงานต่างๆ ที่เข้าร่วมอย่างมากมาย โดยมีจุดมุ่งหมายเพื่อเปิดพื้นที่ให้เด็กไทยได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันเด็กแห่งชาติ 2569

อย่าลืมเตรียมตัวพาลูกหลานไปสนุกกันในวันเด็กแห่งชาติ 2569 ที่กำลังจะมาถึงนี้ กิจกรรมมากมายรอให้น้องๆ หนูๆ ได้เข้าร่วม ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมที่เน้นการเรียนรู้ การสร้างสรรค์ หรือกิจกรรมที่ส่งเสริมคุณธรรมและจริยธรรม ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการเติบโตของเด็กๆ ในอนาคตอย่างแน่นอน

การจัดงานวันเด็กแห่งชาติ 2569 ในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การมอบความสุขและความสนุกสนานให้กับเด็กๆ เท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งเสริมให้เด็กๆ ได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองในด้านต่างๆ อย่างรอบด้าน เพื่อเติบโตเป็นเยาวชนที่มีคุณภาพและเป็นกำลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต

นอกจากนี้ การจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ยังเป็นการปลูกฝังให้เด็กๆ ได้เรียนรู้ถึงพระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่านที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย อีกทั้งยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ ได้นำแบบอย่างที่ดีของพระองค์ท่านมาปรับใช้ในการดำเนินชีวิตต่อไป

ดังนั้น ผู้ปกครองและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกท่าน ควรให้ความสำคัญกับการจัดงานวันเด็ก และสนับสนุนให้เด็กๆ ได้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ อย่างเต็มที่ เพื่อให้เด็กๆ ได้รับประโยชน์อย่างสูงสุดจากงานวันเด็กแห่งชาติ

เตรียมความพร้อมให้เด็กๆ ได้สนุกและเรียนรู้อย่างเต็มที่ในวันเด็กปีนี้!

ที่มา – วันเด็กแห่งชาติ 2569 ศธ. ประชุมจัดงาน-นิทรรศการเทิดพระเกียรติ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

นายกฯ ชื่นชม “ชัชชาติ” ดูแลประชาชนถวายบังคมพระบรมศพ

“นายกฯ อนุทิน” ตรวจเยี่ยมจุดบริการก่อนเข้าถวายบังคมพระบรมศพ “สมเด็จพระบรมราชชนนีพันปีหลวง” น้ำตาคลอในความจงรักภักดีของประชาชนและเจ้าหน้าที่ ชื่นชม “ชัชชาติ” บริหารจัดการ กำชับอำนวยความสะดวก

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เยี่ยมเยียนและตรวจเยี่ยมการให้บริการประชาชนที่มาเข้าเฝ้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่บริเวณสนามหลวง

โดยทันทีที่มาถึง นายชัชชาติ ได้พานายกรัฐมนตรีตรวจเยี่ยมหน่วยงานต่างๆ เช่น หน่วยพยาบาล พนักงานรักษาความสะอาด เจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและอาสาสมัคร โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยงาน และเป็นกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ในช่วงหนึ่งเจ้าหน้าที่คัดแยกขยะของ กทม. ได้ชี้ไปทาง นายชัชชาติ พร้อมกล่าวว่า ลูกพี่เก่ง ทำให้ นายชัชชาติ ออกตัวว่าไม่ใช่ เป็นเพราะทีมงานเข้มแข็ง

จากนั้น นายกรัฐมนตรีเดินลงไปที่จุดสแกนก่อนเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง มีประชาชนพร้อมเจ้าหน้าที่ที่รออยู่ด้านล่างเข้ามาทักทายพูดคุย รวมถึงถ่ายภาพเซลฟี่ร่วมกับนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นกันเอง โดยนายชัชชาติ ยังได้พานายกรัฐมนตรีเยี่ยมเจ้าหน้าที่ที่มาปฏิบัติหน้าที่ พร้อมพูดคุยกัน

ต่อมา นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมในพระราชพิธีครั้งนี้ ว่า ตั้งแต่เช้าได้รับรายงานว่ามีประชาชนจำนวนมากมาถวายบังคมพระบรมศพ ขอชื่นชมหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และนายชัชชาติ ตนมองว่ามีการจัดเตรียมความพร้อมอย่างมาก อาหารการกิน ที่พักรับรอง ไม่ให้เกิดความลำบากกับประชาชน พวกเราเข้ามาดูกันในวันแรก ดูการบริหารจัดการการเข้าไปถวายสักการะ จะทำอย่างไรให้รวดเร็ว สวยงาม สมพระเกียรติยศ รวมถึงความเป็นระเบียบเรียบร้อย เท่าที่ทราบมาตอนนี้การจัดการดีมาก มีโรงอาหารพระราชทาน หน่วยงานภาครัฐนำอาหาร-เครื่องดื่มมามอบให้เพื่อความสะดวก น่าจะเป็นไปได้ด้วยดีและจะมีการพัฒนาประสิทธิภาพขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อถามว่ามีอะไรที่อยากจะเพิ่มเติมหรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุ ส่วนตัวคิดว่าผู้รับผิดชอบโดยตรงอย่าง กทม. ดูแลดีอยู่แล้ว ตนต้องเอ่ยปากชื่นชมผ่านนายชัชชาติ ว่ามีการเตรียมพร้อมที่มาก รวมถึงมีจิตอาสามาช่วย ในช่วงหนึ่งนายกรัฐมนตรีกล่าวด้วยน้ำตาคลอว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องของความจงรักภักดี ทุกคนทำด้วยใจ เมื่อทำด้วยใจแล้วผลงานต่างๆ ประสิทธิภาพและผลลัพธ์ต่างๆ ก็จะออกมา เป็นสิ่งที่สวยงาม ตนไปเจอประชาชนทั่วประเทศ เราต้องเข้าถึงและถวายบังคมพระบรมศพครบทุกคน ถือว่าเป็นเป้าหมายที่ต้องทำให้เกิดความสำเร็จสูงสุด

ส่วนคำถามว่าจะดูแลเรื่องการคมนาคมอย่างไร นายอนุทิน ตอบว่า เรามีการอำนวยความสะดวก ซึ่งตนจะเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอำนวยความสะดวก พร้อมนำเสนอว่าจะจัดการอย่างไร โดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องการเดินทาง

“พอมาถึงที่นี่แล้ว โอ้โหอากาศร้อน เราต้องทำให้พวกเขากราบพระบรมศพ ถ้าเป็นไปได้ก็ไปชมความงามของเกาะรัตนโกสินทร์ ทั้งวัดพระแก้ว วัดโพธิ์ ศาลหลักเมือง รวมถึงสถานที่สำคัญต่างๆ ผมคิดว่าจะเป็นสิ่งที่ดีทำให้มีความคึกคักขึ้นมา เศรษฐกิจก็ดีด้วย ยิ่งช่วงนี้มีโครงการคนละครึ่งพลัสด้วย พี่น้องประชาชนก็ได้ความเป็นสิริมงคลจากการถวายบังคมพระบรมศพ และยังได้จับจ่ายใช้สอย อย่างน้อยก็ได้หาความสำราญบ้างก่อนเดินทางกลับภูมิลำเนา”

ในช่วงท้ายเมื่อผู้สื่อข่าวกล่าวถึงประชาชนจากต่างจังหวัดเดินทางด้วยเท้า นายกรัฐมนตรีย้อนถามทันทีว่า จริงหรือ เป็นแคมเปญอะไรหรือไม่ เดี๋ยวจะดูแลอย่างดีเลย ถ้าพี่น้องประชาชนตั้งใจที่จะมากราบขนาดนั้นแล้วไม่มียานพาหนะ ขอให้แจ้งความจำนงที่นายอำเภอหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ตนจะให้ปลัดกระทรวงมหาดไทยกำชับเลยว่าเราต้องอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่มีแรงบันดาลใจที่สูงส่งขนาดนี้ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามเจตนารมณ์ให้ครบทุกคน.

นายกฯ ชื่นชม “ชัชชาติ” ดูแลประชาชนถวายบังคมพระบรมศพ

จากสถานการณ์ที่ประชาชนจำนวนมากเดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ นายกฯ อนุทินได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการอำนวยความสะดวกในทุกด้าน เพื่อให้ประชาชนทุกคนสามารถถวายบังคมพระบรมศพได้อย่างราบรื่นและสมพระเกียรติ

นายกฯ ชื่นชมการจัดการของ “ชัชชาติ”

นายกฯ อนุทิน ชื่นชมการทำงานของนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมมือกันดูแลประชาชนที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพอย่างเต็มที่ การจัดการที่เป็นระบบ และการอำนวยความสะดวกในด้านต่างๆ ทำให้การเดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

  • การจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่ม
  • การจัดเตรียมที่พัก
  • การดูแลด้านการแพทย์และพยาบาล
  • การรักษาความปลอดภัย

การที่ทุกภาคส่วนร่วมมือกันอย่างแข็งขัน แสดงให้เห็นถึงความจงรักภักดีและความตั้งใจจริงที่จะดูแลประชาชน

การที่นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจและให้ความสำคัญกับการดูแลประชาชนที่เดินทางมาถวายบังคมพระบรมศพ การชื่นชมการทำงานของนายชัชชาติและเจ้าหน้าที่ เป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน และกระตุ้นให้เกิดการพัฒนาปรับปรุงการบริการให้ดียิ่งขึ้นไปอีก

ที่มา – นายกฯ ตรวจเยี่ยมประชาชนถวายบังคมพระบรมศพ ชื่นชม “ชัชชาติ” จนท.-อาสาสมัคร

พสกนิกรหลั่งไหลกราบพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

ประชาชนจำนวนมากหลั่งไหล เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง วันแรกของการเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมอย่างเป็นทางการ บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและความจงรักภักดี

เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 กรุงเทพมหานครได้เผยแพร่ภาพบรรยากาศบริเวณสนามหลวงและอุโมงค์หน้าพระลาน ซึ่งประชาชนเดินทางมาด้วยความสงบและสำรวม เพื่อร่วมกราบถวายบังคมพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้เปิดให้สักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม สำนักพระราชวังเปิดให้เข้ากราบถวายบังคมได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 – 21.00 น.

พสกนิกรหลั่งไหล เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

ทางกรุงเทพมหานครได้เปิดจุดพักคอยสำหรับประชาชนตั้งแต่เวลา 07.30 น. และภายในเวลา 14.00 น. ของวันดังกล่าว มีผู้เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” แล้วกว่า 4,800 คน ท่ามกลางความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ กรุงเทพมหานครได้ร่วมกับหน่วยงานต่างๆ จัดเตรียมความสะดวกสบายและความปลอดภัยให้กับประชาชนที่เดินทางมา

มีการจัดเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครคอยให้คำแนะนำเกี่ยวกับจุดบริการ เส้นทาง และข้อปฏิบัติในการเข้ากราบถวายบังคม นอกจากนี้ ยังมีจุดพักคอยบริเวณสนามหลวงที่สามารถรองรับประชาชนได้ถึง 9,000 คน พร้อมทั้งบริการน้ำดื่ม ห้องสุขา และสิ่งอำนวยความสะดวกอื่นๆ อีกมากมาย รวมถึงจุดบริการอาหารและน้ำดื่มฟรี ตลอดจนจุดยืม-คืนเครื่องแต่งกายสุภาพสำหรับผู้ที่แต่งกายไม่ถูกต้องตามระเบียบ

การอำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุและผู้พิการในการกราบถวายบังคมพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้สูงอายุ ผู้พิการ และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือพิเศษ กรุงเทพมหานครได้จัดเตรียมรถวีลแชร์และรถกอล์ฟไว้ให้บริการ โดยมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าร่วมพิธีอันสำคัญนี้ได้อย่างทั่วถึงและปลอดภัย

ในส่วนของการเดินทาง กรุงเทพมหานครได้ร่วมกับกระทรวงคมนาคม จัดรถ ขสมก. ให้บริการฟรีใน 16 เส้นทาง รวมถึงเรือข้ามฟากและเรือด่วนเจ้าพระยา นอกจากนี้ ยังมีสายด่วน 1818 ให้บริการข้อมูลและคำแนะนำเกี่ยวกับการเดินทาง การแต่งกาย และข้อปฏิบัติอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเข้ากราบถวายบังคม

ขอความร่วมมือประชาชนแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยา และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อให้การเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพเป็นไปด้วยความเรียบร้อย สมพระเกียรติ และสะท้อนถึงความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวไทย

การหลั่งไหลของพสกนิกรในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความรักและความเคารพที่ประชาชนชาวไทยมีต่อสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวงอย่างหาที่สุดมิได้ พวกเราควรน้อมนำคำสอนของพระองค์ท่านมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อให้ประเทศชาติเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น

ที่มา – พสกนิกรหลั่งไหล เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” วันแรกจำนวนมาก

Scroll to top