พายุ

ประกาศฉบับ 9: พายุเฟิงเฉิน แรงขึ้น! ฝนตกหนัก

สถานการณ์น่าเป็นห่วง! กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 9 เตือนเรื่อง พายุเฟิงเฉิน ที่มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้น แม้ว่าจะไม่ได้เคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ก็ส่งผลกระทบทำให้บางจังหวัดมีฝนตกหนักถึงหนักมาก ต้องระวังกันด้วยนะครับ!

เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเกี่ยวกับ พายุเฟิงเฉิน ฉบับที่ 9 อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. พายุโซนร้อนเฟิงเฉินอยู่ในบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน ห่างจากเมืองดานัง ประเทศเวียดนามไปทางตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 430 กิโลเมตร โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางอยู่ที่ประมาณ 85 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้อย่างช้าๆ

ข่าวร้ายคือ พายุเฟิงเฉิน มีแนวโน้มที่จะทวีกำลังแรงขึ้นอีก และจะเคลื่อนเข้าใกล้ตอนใต้ของเกาะไหหลำ ประเทศจีน และชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางในช่วงวันที่ 22-23 ตุลาคม 2568 หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็วเนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่ลงมาปกคลุมบริเวณดังกล่าว โชคดีที่พายุนี้ไม่ได้เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง

อย่างไรก็ตาม จากอิทธิพลของ พายุเฟิงเฉิน ทำให้ในช่วงวันที่ 22-23 ตุลาคม 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทยจะมีฝนฟ้าคะนองบางแห่ง และภาคใต้จะมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากมีร่องมรสุมกำลังปานกลางพาดผ่านภาคใต้ตอนกลาง ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง

นอกจากนี้ คลื่นลมบริเวณอ่าวไทยตอนบนและทะเลอันดามันจะมีกำลังปานกลาง โดยมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นอาจสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

พายุเฟิงเฉิน: ประกาศฉบับ 9 เตือนฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาเน้นย้ำให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ของกรมอุตุนิยมวิทยา หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

รับมือพายุเฟิงเฉินอย่างไรดี?

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฝนตกหนัก น้ำท่วม
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • ตรวจสอบบ้านเรือนให้อยู่ในสภาพแข็งแรง
  • เตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น ไฟฉาย น้ำดื่ม ยา

สถานการณ์ พายุเฟิงเฉิน เป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักและน้ำท่วมเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและคนที่เรารัก อย่าประมาทและติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องนะครับ

ที่มา – ประกาศฉบับ 9 “พายุเฟิงเฉิน” มีแนวโน้มทวีกำลังแรงขึ้น กระทบบางจังหวัดฝนตกหนักมาก

พายุบัวลอย ทวีกำลังเป็นไต้ฝุ่น ฝนถล่ม 28-30 ก.ย. 68

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออก ประกาศฉบับ 4 พายุบัวลอย แล้ว โดยพายุโซนร้อน “บัวลอย” ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นอย่างเป็นทางการ ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในรูปแบบฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 28 ถึง 30 กันยายน 2568 ประชาชนควรเตรียมตัวรับมือให้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากน้ำท่วมและภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น

ตามรายงานล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 27 กันยายน 2568 พายุ “บัวลอย” (BUALOI) ที่เคลื่อนตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ตอนกลาง ได้เพิ่มกำลังแรงขึ้นเป็นไต้ฝุ่น โดยล่าสุดเวลา 16.00 น. ศูนย์กลางพายุอยู่ที่ละติจูด 15.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็ว 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 29 กันยายน 2568 และจะค่อยๆ อ่อนกำลังลงตามลำดับ

ผลกระทบจากพายุบัวลอย ทวีกำลังเป็นไต้ฝุ่น

อิทธิพลจากพายุนี้ ทำให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ทั่วประเทศมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะฝนตกหนักมากในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นพื้นที่รับมรสุมโดยตรง

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มต่ำ และที่ราบน้ำท่วมขัง แนะนำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมแผนอพยพหากจำเป็น

คลื่นลมและคำเตือนสำหรับชาวเรือ

นอกจากฝนแล้ว คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังมีกำลังปานกลางถึงแรง ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ในบริเวณฝนฟ้าคะนองอาจสูงเกิน 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และสูงเกินในพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงบริเวณฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งระหว่างวันที่ 28-30 กันยายน 2568

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

วันที่ 28 กันยายน 2568:

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย บึงกาฬ ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: กาญจนบุรี ราชบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง
  • ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล

วันที่ 29 กันยายน 2568:

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองบัวลำภู ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ
  • ภาคตะวันออก: ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง
  • ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล

วันที่ 30 กันยายน 2568:

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ชัยภูมิ
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง
  • ภาคใต้: ระนอง พังงา

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักมากจากพายุบัวลอย

วันที่ 28 กันยายน 2568:

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: สกลนคร นครพนม อุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร
  • ภาคตะวันออก: จันทบุรี ตราด
  • ภาคใต้: ระนอง พังงา

วันที่ 29 กันยายน 2568:

  • ภาคเหนือ: เชียงราย พะเยา น่าน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม
  • ภาคตะวันออก: นครนายก จันทบุรี ตราด
  • ภาคใต้: ระนอง พังงา

วันที่ 30 กันยายน 2568:

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน
  • ภาคตะวันออก: จันทบุรี ตราด

จากประสบการณ์ในอดีต พายุไต้ฝุ่นอย่างนี้มักนำมาซึ่งความเสียหายรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานที่เคยเผชิญน้ำท่วมใหญ่ หากประชาชนเตรียมตัวล่วงหน้า เช่น จัดกระเป๋าเสบียง ตรวจสอบระบบระบายน้ำ และติดตามข่าวสาร จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

ขอแนะนำให้ทุกท่านติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด สามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง การเตรียมพร้อมวันนี้คือกุญแจสู่ความปลอดภัยพรุ่งนี้

ที่มา – ประกาศฉบับ 4 “พายุบัวลอย” ทวีกำลังเป็นไต้ฝุ่น เช็กจังหวัดฝนถล่ม 28-30 ก.ย. 68

อัปเดตเส้นทางพายุโซนร้อนบัวลอย อาจเปลี่ยน 28-29 ก.ย.

อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “บัวลอย” ทิศทางอาจเปลี่ยนแปลงช่วง 28–29 ก.ย.นี้

ในช่วงฤดูฝนที่กำลังจะสิ้นสุดลงของประเทศไทย พายุโซนร้อน “บัวลอย” กำลังเป็นที่จับตามองของทุกคน โดยเฉพาะชาวไทยที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลด้านตะวันออกและภาคใต้ กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกอัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “บัวลอย” ล่าสุดเมื่อเช้าวันที่ 26 กันยายน 2568 โดยศูนย์กลางของพายุมุ่งหน้าตรงเข้าสู่ตอนกลางของฟิลิปปินส์ด้วยความเร็ว 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดการณ์ว่าจะผ่านฟิลิปปินส์และลงสู่ทะเลจีนใต้ในคืนวันเดียวกันนี้

อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “บัวลอย” ทิศทางอาจเปลี่ยนแปลง

จากข้อมูลล่าสุด พายุโซนร้อน “บัวลอย” (BUALOI) มีแนวโน้มเคลื่อนตัวไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ โดยเข้าใกล้ชายฝั่งเวียดนามและอ่าวตังเกี๋ย อย่างไรก็ตาม นักอุตุนิยมวิทยาเตือนว่า ทิศทางอาจเปลี่ยนแปลงช่วง 28–29 กันยายน 2568 เนื่องจากมีปัจจัยอุปสรรคหลายประการ เช่น ภูมิประเทศของเกาะฟิลิปปินส์ที่เป็นแนวเขื่อนกั้น และมวลอากาศเย็นที่แผ่ปกคลุมบริเวณตอนบนของทะเลจีนใต้ ซึ่งอาจทำให้พายุเบี่ยงเบนทิศทางได้

การเปลี่ยนแปลงนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกสำหรับพายุในเขตร้อน โดยปกติแล้ว พายุโซนร้อนมักได้รับอิทธิพลจากกระแสลมมรสุมและความกดอากาศต่ำ ซึ่งในครั้งนี้ กรมอุตุนิยมวิทยาแนะนำให้ประชาชนติดตามประกาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะเมื่อพายุเข้าสู่ทะเลจีนใต้แล้ว เพราะอาจส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในประเทศไทย โดยเฉพาะฝนตกหนักและคลื่นลมแรงตามชายฝั่ง

ผลกระทบที่คาดการณ์จากพายุโซนร้อน “บัวลอย”

แม้ว่าพายุจะยังไม่เข้าใกล้ประเทศไทยโดยตรง แต่ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น ได้แก่ การเพิ่มขึ้นของปริมาณฝนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคเหนือตอนล่าง ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะน้ำท่วมฉับพลันและดินถล่มในพื้นที่เสี่ยง นอกจากนี้ ชาวประมงและผู้ที่ใช้เรือในทะเลจีนใต้ควรหลีกเลี่ยงการออกทะเลในช่วงนี้ เนื่องจากคลื่นสูงกว่า 2-3 เมตร

เพื่อเตรียมพร้อม ประชาชนควรตรวจสอบพยากรณ์อากาศประจำวันจากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา และติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ หากคุณอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง แนะนำให้เตรียมเสบียงอาหาร น้ำดื่ม และยาสำคัญไว้ให้พร้อม

  • ติดตามการอัปเดตเส้นทางพายุทุกชั่วโมง
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางทางทะเล
  • เตรียมแผนอพยพหากจำเป็น
  • แจ้งเตือนญาติสนิทในพื้นที่เสี่ยง

นอกจากนี้ การเปลี่ยนแปลงของพายุยังสะท้อนถึงความไม่แน่นอนของสภาพภูมิอากาศในยุคโลกาภิวัตน์ ซึ่งได้รับผลกระทบจากภาวะโลกร้อน ทำให้พายุรุนแรงและทิศทางคาดเดายากมากขึ้น ผู้เชี่ยวชาญจากองค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) ชี้ว่าปี 2568 นี้เป็นหนึ่งในปีที่พายุเขตร้อนเกิดบ่อยที่สุดในทะเลจีนใต้

ในมุมมองของผู้เขียน การติดตามพายุอย่างใกล้ชิดไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยง แต่ยังเป็นโอกาสในการเรียนรู้เกี่ยวกับระบบนิเวศทางทะเลที่เปราะบาง หากคุณมีประสบการณ์จากพายุในอดีต สามารถแบ่งปันในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อให้ความรู้แก่ผู้อื่น

สุดท้ายนี้ อย่าลืมตรวจสอบข้อมูลล่าสุดจากกรมอุตุนิยมวิทยาเพื่อความปลอดภัยของคุณและครอบครัว หากมีคำถามเพิ่มเติม สามารถสอบถามได้ที่ช่องทางติดต่อของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

ที่มา – อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “บัวลอย” ทิศทางอาจเปลี่ยนแปลงช่วง 28–29 ก.ย.นี้

ประกาศฉบับสุดท้าย พายุ “รากาซา” ฝนหนัก 25-26 ก.ย.

ประกาศฉบับสุดท้าย! อิทธิพลจากพายุ “รากาซา” ทำให้ร่องมรสุมพาดผ่านประเทศไทย ส่งผลให้วันที่ 25-26 กันยายน 2568 หลายจังหวัดต้องเตรียมรับมือกับฝนตกหนักถึงหนักมาก เรามาอัปเดตสถานการณ์ล่าสุดกันค่ะ

เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 13 ซึ่งเป็นฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับพายุ “รากาซา” โดยเมื่อเวลา 13.00 น. พายุโซนร้อน “รากาซา” ได้อ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว และเมื่อเวลา 16.00 น. ศูนย์กลางพายุอยู่ที่บริเวณเมืองบั๊กกั่น ประเทศเวียดนาม พายุมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกด้วยความเร็วประมาณ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง มีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุม อย่างไรก็ตาม แม้พายุจะไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยโดยตรง แต่อิทธิพลของมันยังคงส่งผลกระทบอยู่

อิทธิพลของพายุ “รากาซา” ทำให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือตอนบนและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย มีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568 ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก มีฝนเพิ่มมากขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 25-26 กันยายน 2568

ตรวจสอบพื้นที่เสี่ยงภัย และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ ฝนตกหนัก 25-26 ก.ย. นี้กันด้วยนะคะ

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับนี้เป็นฉบับสุดท้ายของเหตุการณ์นี้

ประกาศฉบับสุดท้าย พายุ “รากาซา” เตือนจังหวัดได้รับผลกระทบ ฝนตกหนัก 25-26 ก.ย.

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

25 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ร้อยเอ็ด มหาสารคาม ยโสธร และศรีสะเกษ
  • ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา และระยอง
  • ภาคใต้ : จังหวัดระนอง และพังงา

26 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงราย พะเยา น่าน แม่ฮ่องสอน ตาก กำแพงเพชร และพิจิตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย อุดรธานี สกลนคร ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ ศรีสะเกษ นครราชสีมา บุรีรัมย์ ยโสธร และอำนาจเจริญ
  • ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และกาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด
  • ภาคใต้ : จังหวัดระนอง และพังงา

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนักมาก

25 กันยายน 2568 

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดมุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดจันทบุรี และตราด

26 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง แพร่ สุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู และชัยภูมิ

สถานการณ์พายุ “รากาซา” แม้จะอ่อนกำลังลง แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังผลกระทบจากฝนตกหนักอย่างต่อเนื่อง เตรียมตัวให้พร้อม รับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นนะคะ อย่าลืมติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่อความปลอดภัยของทุกคนค่ะ

ที่มา – ประกาศฉบับสุดท้าย พายุ “รากาซา” เตือนจังหวัดได้รับผลกระทบ ฝนตกหนัก 25-26 ก.ย.

ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุรากาซา เช็กจังหวัดรับมือ

ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย เช็กลิสต์รายชื่อจังหวัดเตรียมรับมือ 24-26 ก.ย. 68 เฝ้าระวังท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก

วันที่ 24 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเรื่อง พายุ “รากาซา” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 9 ระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันนี้ (24 ก.ย. 68) พายุไต้ฝุ่น “รากาซา” บริเวณชายฝั่งตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน มีศูนย์กลางอยู่ที่ละติจูด 21.5 องศาเหนือ ลองจิจูด 111.8 องศาตะวันออก ความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 155 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวทางทิศตะวันตก ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนผ่านตอนใต้ของมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ลงสู่อ่าวตังเกี๋ยในวันที่ 25 ก.ย. 68 นี้ และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนก่อนเคลื่อนขึ้นฝั่งประเทศเวียดนามตอนบน จากนั้นมีแนวโน้มจะอ่อนกำลังลงอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมีมวลอากาศเย็นจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุม ในช่วงวันที่ 25-26 ก.ย. 68 โดยพายุนี้ไม่เคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทย

จากอิทธิพลของพายุ “รากาซา” ส่งผลให้ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังแรงขึ้นในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 68 ทำให้บริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ 

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่ม และพื้นที่น้ำท่วมขัง สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรงขึ้น โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบน ควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24-26 ก.ย. 68 

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย.

เตรียมรับมือกับพายุรากาซา! กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศฉบับที่ 9 เตือนถึงสถานการณ์ฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายจังหวัดทั่วประเทศไทยในช่วงวันที่ 24-26 กันยายน 2568 นี้ เพื่อให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น เรามาเช็กรายละเอียดกันเลยว่าจังหวัดไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวังและเตรียมรับมือกับ ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย. กันบ้าง

จังหวัดที่ต้องเฝ้าระวังจาก ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย.

24 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน ลำปาง ลำพูน สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย บึงกาฬ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร สุรินทร์ และศรีสะเกษ
  • ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี สระบุรี และกาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และระยอง
  • ภาคใต้ : จังหวัดระนอง

25 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ ตาก พิษณุโลก และเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองคาย อุดรธานี สกลนคร กาฬสินธุ์ มุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคกลาง : จังหวัดกาญจนบุรี และราชบุรี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และระยอง
  • ภาคใต้ : จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ระนอง และพังงา

26 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ : จังหวัดแม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร และพิจิตร
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดหนองคาย อุดรธานี สกลนคร ขอนแก่น มหาสารคาม กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร สุรินทร์ และศรีสะเกษ
  • ภาคกลาง : จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี และกาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี และระยอง
  • ภาคใต้ : จังหวัดระนอง และพังงา

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก “ฝนตกหนักมาก”

24 กันยายน 2568 

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดจันทบุรี และตราด

25 กันยายน 2568 

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดบึงกาฬ นครพนม อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี
  • ภาคตะวันออก : จังหวัดจันทบุรี และตราด

26 กันยายน 2568 

  • ภาคเหนือ: จังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน อุตรดิตถ์ พิษณุโลกและเพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ : จังหวัดเลย หนองบัวลำภู และชัยภูมิ
  • ภาคตะวันออก: จังหวัดจันทบุรี และตราด

จาก ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย. ทำให้เราเห็นว่าหลายจังหวัดทั่วประเทศต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ดังนั้นการเตรียมตัวรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นจึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง อย่าลืมติดตามข่าวสารจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และวางแผนการเดินทางหรือกิจกรรมต่างๆ ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนที่คุณรัก

ที่มา – ประกาศฉบับ 9 เตือนพายุ “รากาซา” เช็กจังหวัดเตรียมรับมือฝนตกหนักมาก 24-26 ก.ย.

อัปเดต! พายุไต้ฝุ่นรากาซา: 5 จังหวัดเฝ้าระวัง

กรมอุตุฯ อัปเดตเส้นทางพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” มีแนวโน้มจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ในวันนี้ กระทบไทยตอนบน มีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ 5 จังหวัด 

วันที่ 22 ก.ย. 68 กรมอุตุนิยมวิทยา อัปเดตพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” (RAGASA) บริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มจะเคลื่อนลงสู่ทะเลจีนใต้ในวันนี้ (22 ก.ย. 68) คาดว่า ในช่วงวันที่ 25 – 26 ก.ย. 68 จะเคลื่อนตัวลงสู่อ่าวตังเกี๋ยและขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบน หลังจากนั้นจะอ่อนกำลังตามลำดับ อิทธิพลของพายุนี้จะทำให้ร่องมรสุมและมรสุมที่พัดปกคลุมประเทศไทยมีกำลังแรงขึ้นในช่วงดังกล่าว

ส่งผลให้ประเทศไทยตอนบนมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยเฉพาะบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน ตาก บึงกาฬ อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง 

สำหรับบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง

พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า

ในช่วงวันที่ 22 – 25 ก.ย. บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคตะวันออกมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง เนื่องจากร่องมรสุมพาดผ่านภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น

ส่วนในช่วงวันที่ 26 – 28 ก.ย. ประเทศไทยยังคงมีฝนตกต่อเนื่อง และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยมีฝนตกหนักมากบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง และภาคตะวันออก เนื่องจากร่องมรสุมจะเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังอ่อนลงเป็นกำลังปานกลาง

ในช่วงวันที่ 22 – 23 ก.ย. และ 26 – 28 ก.ย. คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังปานกลาง โดยทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูง 1 – 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร 

ส่วนในช่วงวันที่ 24 – 25 ก.ย. คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2 – 3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบนมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร

ขอให้ประชาชนบริเวณประเทศไทยตอนบนระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่มไว้ด้วย ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและหลีกเลี่ยงการเดินเรือในบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองตลอดช่วง ส่วนเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งในช่วงวันที่ 24 – 25 ก.ย.

จังหวัดไหนบ้างที่ต้องเฝ้าระวังจากพายุไต้ฝุ่นรากาซา

จากประกาศของกรมอุตุนิยมวิทยา สถานการณ์ อัปเดตพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” 5 จังหวัด ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือ:

  • แม่ฮ่องสอน: เตรียมรับมือฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน
  • ตาก: เฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก
  • บึงกาฬ: ตรวจสอบความแข็งแรงของสิ่งปลูกสร้าง
  • อำนาจเจริญ: เตรียมพร้อมอพยพหากจำเป็น
  • อุบลราชธานี: ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

อัปเดตพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” 5 จังหวัด ระวังฝนตกหนัก

สถานการณ์ อัปเดตพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” 5 จังหวัด ที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนต้องเตรียมพร้อมรับมือ แผนฉุกเฉินควรถูกทบทวน และสิ่งของจำเป็นต้องจัดเตรียมให้พร้อมเสมอ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและครอบครัว

ประชาชนควรทำอย่างไรเพื่อรับมือพายุไต้ฝุ่นรากาซา

เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับ อัปเดตพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” 5 จังหวัด ที่อาจส่งผลกระทบ เราขอแนะนำให้คุณ:

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • ตรวจสอบบ้านเรือนให้อยู่ในสภาพแข็งแรง
  • เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น น้ำท่วม
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยง
  • หากอาศัยในพื้นที่เสี่ยง ให้เตรียมพร้อมอพยพ

อย่าประมาทและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์พายุที่กำลังจะมาถึง เพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเองและคนที่ท่านรัก

ที่มา – อัปเดตพายุไต้ฝุ่น “รากาซา” 5 จังหวัด ระวังฝนตกหนัก

พายุโซนร้อนมิแทก: ประกาศฉบับสุดท้ายก่อนสลายตัว

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับสุดท้ายเกี่ยวกับ พายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว โดยพายุนี้ได้อ่อนกำลังลงอย่างต่อเนื่องหลังจากขึ้นฝั่งประเทศจีน อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องเฝ้าระวังฝนตกหนักในบางพื้นที่ของประเทศไทย

พายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว

เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้แจ้งข่าว พายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว โดยอ้างอิงข้อมูลจากเว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา (เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 เวลา 16.00 น.) พายุโซนร้อนมิแทก (Mitag) บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้เคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน และเมื่อเวลา 01.00 น. ของวันที่ 20 กันยายน 2568 ได้ลดกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันแล้ว ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่มณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน (ละติจูด 23.0 องศาเหนือ ลองจิจูด 114.0 องศาตะวันออก) โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 55 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

ถึงแม้ว่า พายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว แต่ก็ยังส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในประเทศไทย โดยร่องมรสุมได้เลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนตกหนักบางแห่ง ขอให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้

ผลกระทบและคำแนะนำเกี่ยวกับพายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว

ถึงแม้ว่าพายุจะอ่อนกำลังลง แต่สิ่งที่ต้องระวังคือปริมาณฝนที่อาจตกลงมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากได้ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยงภัย ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการอย่างเคร่งครัด

  • ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง
  • หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะฝนตกหนัก
  • ระวังอันตรายจากฟ้าผ่า
  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลาก

สำหรับผู้ที่จะเดินทางไปยังบริเวณมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง เนื่องจากพายุยังคงส่งผลกระทบต่อสภาพอากาศในบริเวณดังกล่าว

กรมอุตุนิยมวิทยาได้เน้นย้ำให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ พายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว นี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศและการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ แม้ว่าพายุจะอ่อนกำลังลงแล้ว แต่ผลกระทบจากฝนตกหนักก็ยังคงต้องเฝ้าระวัง

ที่มา – ประกาศฉบับสุดท้าย พายุโซนร้อน “มิแทก” จ่ออ่อนกำลังลง ก่อนสลายตัวอย่างรวดเร็ว

อัปเดต! เส้นทางพายุโซนร้อน “รากาซา” กับไทย

มาอัปเดตเส้นทางพายุโซนร้อน “รากาซา” กันหน่อย! ตอนนี้มีแนวโน้มว่าจะทวีกำลังแรงขึ้น ซึ่งอาจส่งผลทางอ้อมต่อสภาพอากาศของประเทศไทยในช่วงสัปดาห์หน้า ใครที่กำลังวางแผนเที่ยว หรือมีกิจกรรมกลางแจ้ง ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเลยนะ

วันนี้ (19 กันยายน 2568) ทางเฟซบุ๊ก กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกมาโพสต์อัปเดตสถานการณ์ล่าสุดของพายุโซนร้อน รากาซา โดยระบุว่า ถึงแม้ว่าพายุ “รากาซา” จะยังอยู่ไกลจากประเทศไทย แต่มีแนวโน้มที่จะพัฒนาความรุนแรงขึ้นได้อีก เนื่องจากยังอยู่ในมหาสมุทร ซึ่งอาจทำให้สภาพอากาศของบ้านเราเปลี่ยนแปลงได้ในสัปดาห์หน้า แต่ไม่ต้องตกใจกันไปนะ! ทางกรมอุตุฯ ยืนยันว่า พายุลูกนี้คาดว่าจะสลายตัวหรืออ่อนกำลังลงก่อนที่จะเคลื่อนตัวเข้าสู่ประเทศไทยแน่นอน สิ่งสำคัญคือการติดตามข่าวสารและอัปเดตข้อมูลอย่างสม่ำเสมอ เพื่อเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้

อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “รากาซา”

นอกจากพายุ “รากาซา” แล้ว อีกหนึ่งพายุที่ต้องจับตาคือ พายุโซนร้อน “มิแทก” ที่กำลังก่อตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ตอนบน พายุลูกนี้มีทิศทางที่จะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณมณฑลกวางตุ้ง ประเทศจีน ในวันเดียวกัน (19 กันยายน 2568) โชคดีที่พายุ “มิแทก” ไม่ได้มุ่งหน้ามายังประเทศไทย แต่สำหรับใครที่มีแผนเดินทางไปยังบริเวณดังกล่าวในช่วงนี้ ควรตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง เพื่อความปลอดภัยนะจ๊ะ

สิ่งที่ต้องรู้เกี่ยวกับ พายุโซนร้อน “รากาซา”

  • ระยะทาง: ถึงแม้จะยังอยู่ไกล แต่ไม่ควรประมาท
  • ความรุนแรง: มีแนวโน้มทวีกำลังขึ้น
  • ผลกระทบต่อไทย: อาจมีผลทางอ้อมต่อสภาพอากาศ
  • การเตรียมตัว: ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์พายุเป็นสิ่งสำคัญเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง การเตรียมอุปกรณ์ฉุกเฉิน หรือการติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้เราสามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้อย่างปลอดภัย

ในช่วงฤดูฝนแบบนี้ พายุต่างๆ ก็พร้อมที่จะก่อตัวขึ้นได้เสมอ การติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือจึงเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆ เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและคนรอบข้าง อย่าลืมอัปเดตข้อมูล อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “รากาซา” และพายุอื่นๆ อย่างสม่ำเสมอนะทุกคน!

ที่มา – อัปเดตเส้นทาง พายุโซนร้อน “รากาซา” อาจมีผลทางอ้อมต่อสภาพอากาศของไทย

เตือน! “พายุมิแทก” ไม่เข้าไทย แต่ฝนตกหนัก

กรมอุตุนิยมวิทยาออกประกาศฉบับที่ 3 เรื่อง “พายุมิแทก” ซึ่งถึงแม้จะไม่เคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ส่งผลกระทบทำให้หลายพื้นที่ต้องเผชิญกับ “ฝนตกหนัก” ขอให้ประชาชนเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา กรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเรื่อง “พายุมิแทก” ฉบับที่ 3 ผ่านทางเว็บไซต์ โดยระบุว่าเมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 18 กันยายน 2568 พายุดีเปรสชันบริเวณทะเลจีนใต้ตอนบนได้พัฒนาเป็นพายุโซนร้อน “มิแทก” (Mitag) และเมื่อเวลา 04.00 น. ของวันที่ 19 กันยายน ศูนย์กลางของพายุอยู่ที่ละติจูด 21.8 องศาเหนือ ลองจิจูด 116.3 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 65 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณด้านตะวันออกของประเทศจีนตอนใต้ในช่วงวันที่ 19 กันยายน 2568 ด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง อย่างไรก็ตาม พายุนี้ไม่ได้เคลื่อนเข้าประเทศไทยโดยตรง แต่ขอให้ผู้ที่จะเดินทางไปยังบริเวณดังกล่าวตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทางในช่วงวันดังกล่าว

จากอิทธิพลของ “พายุมิแทก” ทำให้ร่องมรสุมเลื่อนขึ้นมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มมากขึ้น และมีฝนตกหนักในบางพื้นที่ ขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยตอนบนระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนตกสะสมที่อาจเกิดขึ้นในระยะนี้

เพื่อความปลอดภัย ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลได้ที่เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานการณ์ “พายุมิแทก” ล่าสุด

สถานการณ์ “พายุมิแทก” มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการเดินทางและกิจกรรมต่างๆ ได้อย่างเหมาะสม และเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักที่อาจเกิดขึ้นได้

ผลกระทบจาก “พายุมิแทก” ที่อาจเกิดขึ้น

แม้ว่า “พายุมิแทก” จะไม่เข้าไทยโดยตรง แต่ก็ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักในหลายพื้นที่ สิ่งที่ควรระวังมีดังนี้:

  • น้ำท่วมฉับพลัน: โดยเฉพาะในพื้นที่ลุ่มต่ำและใกล้แหล่งน้ำ
  • ดินโคลนถล่ม: ในพื้นที่ลาดชันและภูเขา
  • ฟ้าผ่า: หลีกเลี่ยงการอยู่ในที่โล่งแจ้งขณะฝนตก
  • การเดินทาง: วางแผนการเดินทางและตรวจสอบสภาพถนนก่อนออกเดินทาง

การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์เหล่านี้จะช่วยลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้ การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฝนตกหนักยังรวมถึงการตรวจสอบระบบระบายน้ำรอบบ้านเรือน การเตรียมอุปกรณ์จำเป็น เช่น ไฟฉาย เทียน และอาหารแห้ง และการติดตามข่าวสารจากหน่วยงานราชการอย่างสม่ำเสมอ

ถึงแม้ว่าพายุจะไม่เข้าไทยโดยตรง การเตรียมพร้อมก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและครอบครัว

ที่มา – เตือน “พายุมิแทก” ฉบับที่ 3 ไม่เคลื่อนเข้าไทย แต่กระทบหลายพื้นที่ “ฝนตกหนัก”

Scroll to top