รถยนต์สันดาป

ทุนจีนรุกฆาต ญี่ปุ่นเหนื่อยหนัก หลังวิกฤตหั่นราคารถ

ภาพรวมของอุตสาหกรรมรถยนต์ไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ซึ่งไม่ใช่เรื่องของการเปลี่ยนผ่านที่ราบรื่นเหมือนในอดีต แต่เปรียบเสมือนการเผชิญกับพายุใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ทุนจีนรุกฆาต ญี่ปุ่นเหนื่อยหนัก หลังวิกฤตหั่นราคากระทบอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย จนทำให้ระบบนิเวศการขายรถยนต์เดิมต้องสั่นคลอนอย่างรุนแรง

ทุนจีนรุกฆาต ญี่ปุ่นเหนื่อยหนัก หลังวิกฤตหั่นราคากระทบอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

หลายปีที่ผ่านมา ค่ายรถยนต์ญี่ปุ่นพึ่งพาฐานการผลิตที่แข็งแกร่งในไทยมาโดยตลอด แต่วันนี้ยอดการผลิตกำลังดิ่งลงทุบสถิติต่ำสุดในรอบ 5 ปี ยักษ์ใหญ่อย่าง Toyota ต้องหั่นกำลังการผลิตรถรุ่นหลักลงมหาศาล สัญญาณเหล่านี้ย้ำเตือนว่าอิทธิพลของรถยนต์สันดาปที่เราคุ้นเคยกำลังเข้าสู่ช่วงขาลงอย่างถาวร ยิ่งไปกว่านั้น เงื่อนไขการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวดของสถาบันการเงินที่ปฏิเสธสินเชื่อพุ่งสูงเกิน 50% ทำให้ตลาดรถยนต์ไทยติดหล่มอย่างหนัก แม้ค่ายรถจะพยายามอัดแคมเปญลดราคากระชากใจเพียงใด แต่หากไฟแนนซ์ไม่ปล่อยกู้ ลูกค้าก็ไม่สามารถตัดสินใจซื้อได้

ผลกระทบที่แท้จริงจาก ทุนจีนรุกฆาต ญี่ปุ่นเหนื่อยหนัก หลังวิกฤตหั่นราคากระทบอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

นอกจากตลาดที่ชะลอตัว โรงงานผลิตรถยนต์ไฟฟ้าจากจีนที่แห่กันเข้ามาตั้งฐานในไทยกำลังเผชิญกับภาวะกำลังการผลิตล้นเกิน เมื่อยอดขายในประเทศไม่เป็นไปตามเป้าหมาย และการส่งออกไปตลาดโลกถูกกีดกันด้วยกำแพงภาษี ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนยิ่งขึ้น โดยมีประเด็นสำคัญที่น่าจับตามองดังนี้:

  • โรงงานผลิตรถยนต์จีนบางแห่งอาจต้องปิดตัวลงหากสายป่านไม่ยาวพอ
  • SME ไทยที่เคยผลิตชิ้นส่วนรถสันดาปกำลังเผชิญวิกฤตครั้งใหญ่ เพราะรถยนต์ไฟฟ้าใช้ชิ้นส่วนน้อยกว่ามาก
  • พฤติกรรมผู้บริโภคเปลี่ยนไป รถยนต์ถูกมองเป็นเพียงเครื่องใช้ไฟฟ้าติดล้อที่ราคาลดลงทันทีที่ออกจากโชว์รูม
  • ความเชื่อมั่นในราคาขายต่อของรถมือสองดิ่งเหว ส่งผลกระทบต่อระบบไฟแนนซ์ทั้งระบบ

ความจริงที่น่าตกใจคือ ทุนจีนรุกฆาต ญี่ปุ่นเหนื่อยหนัก หลังวิกฤตหั่นราคากระทบอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย จนเราเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ย้อนกลับไม่ได้ ซึ่งในอนาคตแบรนด์ที่จะอยู่รอดไม่ใช่แบรนด์ที่มีเทคโนโลยีล้ำที่สุดเสมอไป แต่คือแบรนด์ที่สามารถบริหารจัดการซัพพลายเชนได้ดีที่สุดและมีเงินทุนหนาพอที่จะประคองตัวผ่านช่วงเปลี่ยนผ่านนี้ไปให้ได้ ประเทศไทยในวันนี้ไม่ได้เป็นดีทรอยต์แห่งเอเชียอย่างที่เคยภูมิใจอีกต่อไป แต่เป็นเพียงกลยุทธ์ของทุนข้ามชาติที่ใช้เราเป็นสมรภูมิ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ อุตสาหกรรมนี้ต้องการนโยบายจากภาครัฐที่ชัดเจนมากกว่าแค่การดึงเงินลงทุนต่างชาติ แต่ต้องเป็นการสร้างความยั่งยืนให้กับซัพพลายเออร์ไทย เพื่อไม่ให้เรากลายเป็นเพียงสุสานของทุนที่พ่ายแพ้ในสงครามราคาที่ไม่มีผู้ชนะที่แท้จริง

ที่มา – ทุนจีนรุกฆาต ญี่ปุ่นเหนื่อยหนัก หลังวิกฤตหั่นราคากระทบอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย

เทียบต้นทุนพลังงาน น้ำมันกับ EV ราคาปัจจุบัน

สวัสดีครับเพื่อนๆ ผู้ใช้รถทุกคน! ในช่วงนี้ราคาน้ำมันพุ่งสูงกันสุดๆ ทำให้หลายคนเริ่มลังเลว่าควรจะขับรถน้ำมันต่อไปหรือหันมาเล่นรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ดี วันนี้เรามาเทียบต้นทุนพลังงาน น้ำมันกับ EVกันแบบชัดเจน ในสถานการณ์ราคาปัจจุบันกันเลย จะได้ช่วยตัดสินใจได้ง่ายขึ้นนะครับ

สถานการณ์ล่าสุด (ข้อมูลอัพเดท มีนาคม 2567) ราคาน้ำมันโลกผันผวนรุนแรงจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง Brent Crude ทะลุ $103-$112 ต่อบาร์เรล WTI $91-$98 นักวิเคราะห์จากศูนย์วิจัยกสิกรไทยและ EIA คาดว่าราคาอาจยืนเหนือ $100 ไปอีก 1-3 เดือน ถ้าสถานการณ์ไม่คลี่คลาย แต่ระยะยาวปลายปีอาจลงมาที่ $70-$80 ถ้าการผลิต Non-OPEC เพิ่ม

เทียบต้นทุนพลังงาน น้ำมันกับ EV

หันมาดูไทย กองทุนน้ำมันติดลบ 35,000 ล้าน กบง. ปรับราคาขึ้นทุกชนิด 6 บาทต่อลิตร (26 มี.ค.) ราคาขายปลีกกรุงเทพฯ ดีเซล 32.94-33 บาท/ลิตร, แก๊สโซฮอล์ 95 35.05 บาท/ลิตร, เบนซิน 95 43.64 บาท/ลิตร แพงสุดในรอบปี!

ทีนี้มาสนุกกับการเทียบต้นทุนพลังงาน น้ำมันกับ EVต่อกิโลเมตร โดยสมมติฐานมาตรฐาน: รถน้ำมันกิน 15 กม./ลิตร (แต่ปรับตามค่าเฉลี่ยจริง), รถ EV กินไฟ 6 กม./หน่วย (หรือ 16.6 kWh/100 กม.)

ต้นทุนต่อกม. รถน้ำมัน (ICE)

  • ดีเซล: ประมาณ 2.60 บาท/กม.
  • แก๊สโซฮอล์ 95: ประมาณ 2.74 บาท/กม.
  • แก๊สโซฮอล์ E20: ประมาณ 2.40 บาท/กม. (ประหยัดสุดในกลุ่มน้ำมัน)

ต้นทุนต่อกม. รถไฟฟ้า (EV)

  • ชาร์จไฟบ้าน (Off-Peak): ประมาณ 0.49 บาท/กม. (ถูกสุด! ถ้าไฟบ้าน 3-4 บาท/หน่วย)
  • ชาร์จสถานีสาธารณะ (DC Fast Charge): 1.25-1.58 บาท/กม.

เห็นภาพชัดเลยใช่มั้ยครับ จากการเทียบต้นทุนพลังงาน น้ำมันกับ EV แล้ว EV ยังคงประหยัดกว่าชัดเจน 2-5 เท่าเลยนะ โดยเฉพาะถ้าชาร์จที่บ้านได้ทุกคืน แต่ถ้าข่าวปรับค่าไฟสาธารณะขึ้นเป็น 11 บาท/หน่วย ต้นทุน EV จะขยับเป็น 1.83 บาท/กม. ซึ่งเริ่มใกล้เคียงรถ Hybrid ประหยัดน้ำมัน 23-25 กม./ลิตรแล้วล่ะ

อย่าลืมต้นทุนแฝงด้วยนะครับ เช่น ค่าประกันภัย EV แพงกว่ารถน้ำมัน 20-30% เพราะอะไหล่แพงและเทคโนโลยีใหม่ แถมยางรถ EV สึกหรอเร็วกว่าปกติจากน้ำหนักตัวรถหนักและแรงบิดมหาศาลตอนออกตัว คิดรวมๆ แล้ว EV ยังคุ้มในระยะยาวถ้าวิ่งเยอะและชาร์จบ้านได้

สำหรับคนที่บ้านมี Wallbox ชาร์จช้าๆ ค่าไฟถูก ลองคำนวณดู: วิ่ง 20,000 กม./ปี EV ชาร์จบ้านประหยัดเงินได้ปีละ 30,000-50,000 บาทเทียบกับรถน้ำมัน! แต่ถ้าต้องพึ่งสถานีชาร์จอย่างเดียว โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่ยังน้อย อาจไม่ต่างจาก Hybrid มากนัก

นอกจากนี้ รัฐบาลยังมีนโยบายสนับสนุน EV อย่างลดภาษีนำเข้า เงินอุดหนุนค่าไฟชาร์จ ลองเช็คสิทธิ์ได้เลย สถานการณ์ราคาน้ำมันยังผันผวน รัฐแก้กักตุนไม่ได้ง่ายๆ EV จึงเป็นทางเลือกอนาคตที่ชัวร์กว่า

สรุปแล้วครับ เทียบต้นทุนพลังงาน น้ำมันกับ EV ในตอนนี้ EV ยังเป็นผู้ชนะ ถ้าคุณพร้อมติดตั้งจุดชาร์จบ้านและขับในเมือง แต่ถ้าวิ่งไกลหรืองบน้อย Hybrid ก็เป็นตัวเลือกกลางๆ ที่ลงตัว คุณล่ะพร้อมเปลี่ยนเป็น EV หรือยัง? ลองคำนวณต้นทุนส่วนตัวแล้วแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยครับ อย่าลืมกดไลค์แชร์ถ้าชอบด้วยนะ!

ที่มา – เทียบต้นทุนพลังงาน ระหว่างน้ำมันแต่ละประเภทกับรถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในสถานการณ์ราคาปัจจุบัน

รถยนต์ไฟฟ้าใช้งานได้นานกี่ปี? คำตอบชัดเจน

หลายคนที่กำลังสนใจรถยนต์ไฟฟ้า ใช้งานได้นานกี่ปีมักสงสัยว่ารถ EV จะทนทานเท่ารถน้ำมันหรือไม่ วันนี้เรามีคำตอบจากข้อมูลจริงการทดสอบและใช้งานจริงมาให้ จากความนิยมที่พุ่งสูง รถยนต์ไฟฟ้าในปัจจุบันหากขับปกติ ไม่บ้าพลัง จะมีอายุประมาณ 10-15 ปี หรือวิ่งได้ 150,000-300,000 กิโลเมตร ก่อนต้องเปลี่ยนแบตเตอรี่ที่ราคาแพง ซึ่งโดยรวมแล้วยาวนานกว่ารถสันดาปภายในเสียอีก

รถยนต์ไฟฟ้า ใช้งานได้นานกี่ปี

คำถามยอดฮิตรถยนต์ไฟฟ้า ใช้งานได้นานกี่ปีนั้น คำตอบคือประมาณ 10-15 ปี หากดูแลดี แบตเตอรี่สมัยใหม่ทนทานมาก ใช้งานได้นานกว่าชิ้นส่วนอื่นๆ โดยเสื่อมลงช้าๆ หากชาร์จด้วย AC แบบช้าๆ ไม่เร่ง DC ที่ร้อนจัด นอกจากนี้ ยางรถจะสึกหรอก่อนเพราะแรงบิดสูง โดยเฉพาะรถมอเตอร์คู่ที่ออกตัวแรง

ปัจจัยสำคัญที่กำหนดว่ารถยนต์ไฟฟ้าใช้งานได้นานกี่ปี

มาดูปัจจัยหลักกัน:

  • อายุแบตเตอรี่: ผู้ผลิตให้ประกัน 8 ปี/150,000-250,000 กม. ความจุเหลือ 70-80% เฉลี่ยเสื่อม 1.8-2.3% ต่อปี หลัง 10 ปียังเหลือ 75-85% พอใช้ประจำวัน
  • การใช้งานและบำรุงรักษา: ชาร์จสม่ำเสมอ จอดร่ม ชาร์จ AC ยืดอายุแบต รถ EV ชิ้นส่วนน้อย ไม่มีเกียร์ หัวเทียน เบรกregen ลดสึกหรอ
  • ระยะทางที่ลดลง: เริ่มต้นวิ่งไกล พอเสื่อมเหลือ 75% แต่ยังพอใจ 100,000-200,000+ กม. ขึ้นกับพฤติกรรม

รถ EV มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวน้อย ลดการสึกหรอจากความร้อน สั่นสะเทือนต่ำ เบรกทนยาว ยางเป็นจุดอ่อนเดียวที่ต้องเปลี่ยนบ่อยถ้าขับแรง

เจ้าของรถใหม่กังวลเรื่องเปลี่ยนแบตราคาแสน แต่ยากที่จะเสียทั้งดัน (เว้นอุบัติเหตุ) และรุ่นใหม่ทนกว่าเดิมมาก ข้อมูลจริงจากผู้ใช้ยืนยันว่าแบตเสื่อมช้า หลัง 5 ปีเหลือ 85-95% เดินทางประจำวันสบาย

ข้อดีอื่นๆ: ไม่มีระบบส่งกำลัง ลดบำรุงรักษา แต่ต้องอัพเดทซอฟต์แวร์ และเลือกยี่ห้อที่มั่นคง ปัญหาเล็กน้อยคือกินยาง หาที่ชาร์จยากตอนเที่ยวไกล ระยะทาง 350-400 กม. แต่ประหยัดกว่าเยอะ

สรุปแล้วรถยนต์ไฟฟ้า ใช้งานได้นานกี่ปีนั้นยาวนานเท่ารถน้ำมัน และดีขึ้นเรื่อยๆ ด้วยเทคโนโลยี ถ้าคุณพร้อมเปลี่ยน ลองหารถ EV ที่เหมาะกับไลฟ์สไตล์ดูครับ ประหยัดเงินยาวๆ แน่นอน!

ที่มา – ตอบคำถาม รถยนต์ไฟฟ้า ใช้งานได้นานกี่ปี ?

เริ่มแล้ว! ส่องรถใหม่ในมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025

ยอดขายรถยนต์ที่เริ่มมีแนวโน้มดีขึ้น ทำให้คาดการณ์ว่าในปีนี้ตัวเลขยอดขายรวมอาจอยู่ที่ 600,000 คัน และล่าสุดกับงานมหกรรมยานยนต์ หรือ Motor EXPO 2025 ค่ายรถยนต์จากญี่ปุ่น จีน และยุโรป ต่างเตรียมนำรถรุ่นใหม่มาเปิดตัวกันอย่างคึกคัก สำหรับรถยนต์รุ่นใหม่ที่เปิดตัวในงาน ส่องรถใหม่ในมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025 มีหลายรุ่นที่น่าสนใจ ทั้งรถยนต์ไฟฟ้า (EV) และรถยนต์สันดาปภายในจากหลากหลายแบรนด์

ส่องรถใหม่ในมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025

ในส่วนของรถกระบะรุ่นใหม่ที่น่าสนใจ ได้แก่ Toyota Hilux Travo, Volvo XC60 ใหม่, Nissan Serena e-POWER, Isuzu D-MAX และ MU-X รุ่นใหม่ นอกจากนี้ ยังมีการเปิดรับจองรถยนต์ไฟฟ้า THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e หลังจากที่ได้ศึกษาตลาดมาเกือบปี และพร้อมที่จะเข้าสู่ตลาดยานยนต์พลังงานใหม่ของไทย

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าจากประเทศจีน คาดว่าจะมีการแข่งขันด้านราคาอย่างต่อเนื่องหลังสิ้นสุดมาตรการ EV3.0 ทำให้รถยนต์ที่เปิดตัวไปแล้ว 1-2 ปี อาจมีการปรับราคาลงอีก 1-2 แสนบาท หรือมากกว่านั้น ซึ่งเคยมีให้เห็นมาแล้วถึง 4-5 แสนบาท รุ่นที่น่าจับตามอง ได้แก่ Avatr 07 รถหรูสำหรับเศรษฐีใหม่ และ Wuling Starlight MPV-Van ที่เน้นจุดเด่นด้านความประหยัด

รถยนต์ไฟฟ้าภายในงาน

  • Avatr 07 SUV ไฟฟ้าพรีเมียม มอเตอร์เดี่ยว/คู่
  • Geely EX2 แฮทช์แบ็กไฟฟ้า
  • Wuling Starlight MPV-Van: รถตู้ไฟฟ้า 7 ที่นั่ง
  • Jeacoo 5 EV
  • MG IM5
  • BYD Seal 05
  • MINI John Cooper Works EV
  • BMW iX3
  • HONDA eN1 EV
  • ICAR V23:
  • GAC Trumpchi M8 PHEV : รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด
  • Xpeng X9: รถตู้ไฟฟ้า
  • Mercedes-Benz  CLA with EQ Technology ซีดานไซล์เล็กรุ่นใหม่ล่าสุดขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า 100%
  • Mercedes-Maybach EQS 680 SUV: SUV ไฟฟ้า 100%
  • Leapmotor B10: SUV ขนาดกลางไฟฟ้า 
  • GWM WEY G9  รถตู้พลังงานผสม Plug-in Hybrid Hi4
  • Toyota bZ4X เอสยูวีไฟฟ้า
  • Toyota Hilux Travo e กระบะไฟฟ้า 
  • Mazda 6e

รถยนต์สันดาป/ไฮบริด

  • Nissan X-Trail e-POWER นำเข้าจากญี่ปุ่น
  • Toyota Hilux Travo: รถกระบะรุ่นใหม่
  • Volvo XC60 ใหม่: SUV ปลั๊กอินไฮบริด ปรับดีไซน์ใหม่
  • Nissan Serena e-POWER: MPV 7 ที่นั่ง
  • Isuzu D-MAX “The One & Only”:
  • MU-X “The Next Peak”: รถยนต์นั่งอเนกประสงค์
  • THE ALL-ELECTRIC MAZDA6e: รถยนต์ไฟฟ้ารุ่นแรกของ Mazda ในไทย
  • Toyota Yaris Ativ HEV รถยนต์ไฮบริด
  • Subaru Forester 2025 เอสยูวีขับเคลื่อนสี่ล้อ 
  • Suzuki Fronx
  • Mitsubishi XFORCE HEV: รถยนต์ไฮบริด
  • GWM TANK 500 ดีเซล
  • GWM TANK 300 ดีเซล
  • Porsche 911 GTS:
  • Porsche 911 Carrera:
  • Honda StepWGN e:HEV:
  • Mazda CX-5
  • Mercedes-Benz V300: รถตู้หรู

เตรียมตัวให้พร้อม ส่องรถใหม่ในมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025 ที่กำลังจะมาถึง

งาน Motor Expo 2025 จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 29 พฤศจิกายน ถึง 10 ธันวาคม 2568 ที่ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3 เมืองทองธานี รอบสื่อมวลชน วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 บัตรเข้าชมสำหรับบุคคลทั่วไปราคา 100 บาท

เวลาทำการ:

  • วันธรรมดา (จันทร์-ศุกร์): 12.00 – 22.00 น.
  • วันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์: 11.00 – 22.00 น.

อย่าพลาดโอกาสที่จะได้ ส่องรถใหม่ในมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025 สัมผัสประสบการณ์ยานยนต์แห่งอนาคต และค้นหารถยนต์ที่ใช่สำหรับคุณ!

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]  
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcom  
https://www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/         

ที่มา – เริ่มแล้ว ส่องรถใหม่ในมอเตอร์เอ็กซ์โป 2025

Scroll to top