รถไฟฟ้า 20 บาท

สุริยะ ลั่นทำการเมืองให้หลานมันดู! คนละครึ่ง 70/30

การเมืองไทยกำลังร้อนระอุ! ในการปราศรัยใหญ่ครั้งแรกของพรรคเพื่อไทยที่ลานคนเมือง นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ประกาศก้องถึงความมุ่งมั่นที่จะ “ทำการเมืองให้หลานมันดู” พร้อมทั้งเสนอนโยบายต่อยอดโครงการคนละครึ่งสุดฮิต โดยรัฐออกให้ 70% และประชาชนจ่ายเพียง 30% เท่านั้น

สุริยะ ลั่นทำการเมืองให้หลานมันดู: ประสบการณ์ที่สั่งสม

นายสุริยะ เน้นย้ำถึงประสบการณ์ทางการเมืองที่สั่งสมมาตลอด 25 ปี โดยกล่าวว่า “ผมแก่ขึ้นทั้งประสบการณ์และองค์ความรู้” พร้อมทั้งแสดงความมั่นใจว่าพรรคเพื่อไทยจะสามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้ หากได้รับการสนับสนุนจากประชาชนอย่างเต็มที่ในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

ยกระดับคนละครึ่ง: รัฐจ่าย 70% ประชาชนจ่าย 30%

หนึ่งในนโยบายสำคัญที่นายสุริยะนำเสนอคือ การยกระดับโครงการคนละครึ่ง ซึ่งเป็นโครงการที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในอดีต โดยรูปแบบใหม่นี้ รัฐจะสนับสนุนค่าใช้จ่ายถึง 70% ในขณะที่ประชาชนจะจ่ายเพียง 30% เท่านั้น นโยบายนี้มีเป้าหมายที่จะช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนและกระตุ้นเศรษฐกิจในระดับฐานราก “นโยบายอะไรที่ทำเพื่อคนไทยเราพร้อมเดินหน้าต่อ โดยจะยกระดับคนละครึ่งโดยรัฐให้ 70% ประชาชนจ่าย 30% นโยบายเหล่านี้ทำได้จริง ถ้าเรามีแรงมากพอ” นายสุริยะกล่าว

นอกจากนโยบายคนละครึ่งแล้ว นายสุริยะยังได้กล่าวถึงนโยบายอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น การพัฒนาระบบคมนาคมให้ทันสมัยและเข้าถึงได้ง่ายขึ้น ไม่ว่าจะเป็นรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย รถเมล์แอร์ 10 บาท รวมถึงโครงการบ้านเพื่อคนไทยที่ราคาถูกและจับต้องได้จริง

“ตลอดเส้นทางการเมือง 25 ปี ตนเป็นนักทำที่ไม่เหมือนคนอื่น คือนักทำงานยากที่ท้าทาย ถ้างานง่ายตนไม่ทำ ทุกงานที่ตนตั้งใจไม่เคยล้มเหลว” นายสุริยะกล่าวอย่างหนักแน่น

นายสุริยะยังกล่าวถึงเป้าหมายของพรรคเพื่อไทยในการเลือกตั้งครั้งหน้าว่าต้องการ ส.ส. ให้ได้มากกว่า 200 ที่นั่ง เพื่อที่จะสามารถผลักดันนโยบายต่างๆ ให้เป็นจริงได้ แต่เมื่อมีกองเชียร์ตะโกนว่าต้องการ 300 ที่นั่ง นายสุริยะก็ตอบติดตลกว่า “ถ้า 300 ที่นั่งเดี๋ยวจะไม่มีเพื่อน”

  • คมนาคมสะดวกสบาย: รถไฟฟ้า 20 บาท รถเมล์แอร์ 10 บาท
  • ที่อยู่อาศัยราคาถูก: โครงการบ้านเพื่อคนไทย
  • เศรษฐกิจฐานรากเข้มแข็ง: ยกระดับคนละครึ่ง รัฐจ่าย 70%

การปราศรัยของนายสุริยะในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคเพื่อไทยในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป อย่างไรก็ตาม การที่พรรคเพื่อไทยจะสามารถบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้นั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของประชาชนในการเลือกตั้งครั้งหน้า

การประกาศนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการยกระดับโครงการคนละครึ่ง เป็นสิ่งที่น่าจับตามองอย่างยิ่งว่าจะสามารถดึงดูดคะแนนเสียงจากประชาชนได้มากน้อยเพียงใด และจะส่งผลต่อผลการเลือกตั้งที่จะมาถึงอย่างไร

ที่มา – “สุริยะ” ลั่นทำการเมืองให้หลานมันดู แก่ขึ้นแต่มากประสบการณ์ ต่อยอดคนละครึ่งรัฐออกให้ 70%

พท. เห็นด้วย ภท. ต่ออายุไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จี้ควรทำทุกเส้นทาง

พท. เห็นด้วย ภท. ต่ออายุไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จี้ควรทำทุกเส้นทาง

ในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 พรรคเพื่อไทย (พท.) ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจน โดยเห็นด้วยกับการตัดสินใจของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่ผลักดันให้รัฐบาลต่ออายุโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายอีก 2 เดือน สำหรับสายสีแดงและสีม่วง นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย กล่าวแสดงความยินดีกับมติคณะรัฐมนตรีที่ช่วยยืดหยุ่นโครงการนี้ต่อไป หากรัฐบาลยังไม่มีนโยบายช่วยเหลือค่าเดินทางที่เป็นระบบมากกว่านี้

พท. เห็นด้วย ภท. ต่ออายุไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จี้ควรทำทุกเส้นทาง

โครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ถือเป็นนโยบายที่ได้รับความนิยมอย่างมากจากประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เพราะช่วยลดภาระค่าเดินทาง ทำให้การใช้ระบบขนส่งสาธารณะเข้าถึงได้ง่ายขึ้น นายชนินทร์ ชี้ว่าการต่ออายุโครงการนี้เป็นเรื่องจำเป็น เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญกับค่าโดยสารที่สูงขึ้นทันที ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะกลุ่มคนรายได้น้อยที่พึ่งพารถไฟฟ้าในการเดินทางไปทำงานหรือเรียนหนังสือ

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังเรียกร้องให้รัฐบาลทบทวนมติเดิมที่ไม่ขยายโครงการไปยังทุกเส้นทาง โดยย้ำว่านโยบายนี้คือจุดเริ่มต้นสำคัญในการแก้ปัญหาโครงสร้างการสัญจรในเมืองอย่างยั่งยืน การทำให้ค่าโดยสารรถไฟฟ้าถูกลง 20 บาทตลอดสาย จะช่วยส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้รถไฟฟ้ามากขึ้น แทนการใช้รถยนต์ส่วนตัว ซึ่งจะนำไปสู่การลดปัญหาฝุ่นละออง PM2.5 การจราจรติดขัด และมลพิษทางอากาศที่เป็นปัญหาเรื้อรังของกรุงเทพฯ

ประโยชน์ของโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทต่อสังคมและเศรษฐกิจ

โครงการนี้ไม่เพียงช่วยเหลือประชาชนเท่านั้น แต่ยังมีผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวม การเพิ่มจำนวนผู้ใช้รถไฟฟ้าจะช่วยกระตุ้นการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เช่น การเชื่อมโยงระบบรถเมล์ให้เป็น Feeder Line ที่รองรับรถไฟฟ้าอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้การเดินทางภายในเมืองราบรื่นยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังเปิดโอกาสให้เกิดการลงทุนในพื้นที่ใกล้สถานีรถไฟฟ้า สร้างงานและรายได้ให้กับชุมชน

  • ลดค่าใช้จ่ายในการเดินทางสำหรับประชาชน
  • บรรเทาปัญหาการจราจรและมลพิษ
  • ส่งเสริมการใช้ขนส่งสาธารณะอย่างยั่งยืน
  • กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่นรอบเส้นทางรถไฟฟ้า

พรรคเพื่อไทยยืนยันว่านโยบาย 20 บาทตลอดสายควรขยายไปทุกเส้นทาง ไม่ว่าจะเป็นสายสีน้ำเงิน สีเขียว หรือเส้นทางอื่นๆ เพื่อให้เกิดความครอบคลุมทั่วถึง นายชนินทร์ เน้นย้ำว่า รัฐบาลไม่ควรเกรงใจคำวิจารณ์จากพรรคประชาชนที่มองว่าเป็นการใช้ภาษีช่วยเหลือเฉพาะคนเมือง เพราะนโยบายรัฐสามารถมีเป้าหมายหลากหลายได้ ไม่จำเป็นต้องมุ่งเน้นกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเท่านั้น การดำเนินโครงการนี้จะเป็นประโยชน์ต่อคนทั้งประเทศในระยะยาว โดยช่วยลดภาระด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพสาธารณะ

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านการขนส่ง นโยบายนี้ยังสอดคล้องกับแผนแม่บทการพัฒนาระบบขนส่งมวลชนของกรุงเทพฯ ที่มุ่งเน้นความยั่งยืน หากขยายโครงการไปทุกเส้นทาง คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นกว่า 30% ภายในปีหน้า ซึ่งจะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันและก๊าซหุงต้ม ลดการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ และประหยัดงบประมาณแผ่นดินในด้านสุขภาพที่เกี่ยวข้องกับมลพิษ

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลควรศึกษาผลกระทบทางการเงินให้รอบคอบ เพื่อหาแหล่งงบประมาณที่ยั่งยืน เช่น การจัดเก็บค่าธรรมเนียมจากผู้ประกอบการหรือการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บค่าโดยสาร นี่คือโอกาสสำคัญที่รัฐบาลจะแสดงให้เห็นถึงการแก้ปัญหาแบบบูรณาการ

สุดท้ายนี้ การผลักดันนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายไม่ใช่แค่การช่วยเหลือประชาชน แต่เป็นการลงทุนในอนาคตของเมืองหลวง หากคุณเห็นด้วยกับนโยบายนี้ ลองแบ่งปันความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวสารการขนส่งสาธารณะเพื่อผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้น

ที่มา – พท. เห็นด้วย ภท. ต่ออายุไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย จี้ควรทำทุกเส้นทาง

รมว.คมนาคมลั่น! ไม่ต่อ รถไฟฟ้า 20 บาท

“พิพัฒน์” ลั่น ไม่เดินหน้านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ส่งผล 1 ต.ค. 68 ประชาชนต้องกลับไปจ่ายค่ารถไฟฟ้าสายสีม่วง-แดง ในราคาปกติ แม้ว่ารัฐบาลก่อนจะเสนอ ครม. ขยายระยะเวลา 20 บาทจากหมด 30 ก.ย. 68 ไปหมด 30 ก.ย. 69 ก็ตาม เหตุไม่ใช่นโยบายพรรคภูมิใจไทย แต่จะหาวิธีในการลดค่าครองชีพประชาชน แบบครบทุกโหมด “บก-ราง-น้ำ” ภายใน 2 สัปดาห์หลังจากแถลงนโยบายรัฐบาล

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงคมนาคมว่า เมื่อเวลา 08.19 น. นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม พร้อมด้วยนางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม ได้เดินทางมากราบสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์กระทรวงคมนาคม หลังจากนั้นมารับมอบดอกไม้แสดงความยินดีจากผู้บริหารกระทรวงคมนาคม

โดยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมยืนยันว่าจะไม่เดินหน้านโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายในรถไฟฟ้าสายสีม่วง และ สายสีแดง อย่างแน่นอน แม้ว่ารัฐบาลชุดก่อนจะเคยมีมติ ครม. เมื่อวันที่ 6 ก.ค. 68 ขยายระยะเวลามาตรการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายจากหมดเขต 30 ก.ย. 68 เป็นหมดเขต 30 ก.ย. 69 ก็ตาม เนื่องจากไม่เป็นไปตามนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ขณะเดียวกันภายหลังจากที่รัฐบาลแถลงนโยบายเสร็จ ตนได้มอบหมายให้กระทรวงคมนาคม หาแนวทางในการลดค่าครองชีพประชาชนให้ครบทุกโหมดของการเดินทางทั้ง ทางบก ทางราง และ ทางน้ำ ภายใต้รัฐบาลชุดใหม่ เพื่อขยายผลให้ครอบคลุมมากกว่าเดิม แต่ยอมรับว่าอาจเกิดช่วงสุญญากาศบ้าง

ทั้งนี้ที่ไม่สามารถเดินหน้ามาตรการ 20 บาทตลอดสายได้เลยนั้น เพราะกรอบเวลาที่รัฐบาลต้องแถลงนโยบายต่อรัฐสภา จะมีขึ้นในวันที่ 29–30 ก.ย. 68 ทำให้การนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม. นัดแรกอาจไม่ทันการณ์ ส่งผลให้มีโอกาสที่ค่าโดยสารจะกลับไปใช้อัตราเดิมเป็นเวลา 1–2 สัปดาห์ก่อนประกาศนโยบายใหม่ เพราะเมื่อมีการเปลี่ยนรัฐบาล จำเป็นต้องนำเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม ครม. อีกครั้ง เพื่อพิจารณาว่าจะทำอะไรให้ได้มากกว่าที่เป็นอยู่

อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี มีเป้าหมายที่จะออกมาตรการแพ็กเกจลดค่าครองชีพด้านการคมนาคมอยู่แล้ว แต่ขอเวลา ภายใน 2 สัปดาห์หลังการแถลงนโยบาย ซึ่งเป้าหมายก็เพื่อแบ่งเบาภาระการเดินทางของประชาชน โดยจะครอบคลุมรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ ด้วย ซึ่งไม่ได้หยุดเฉพาะสายสีแดง และ สายสีม่วง รวมถึงรถโดยสารประจำทางทั้งรถร้อนและรถแอร์, ค่าทางด่วน และอาจรวมถึงการเดินทางทางน้ำ ส่วนการเดินทางทางอากาศและค่าธรรมเนียมการใช้สนามบิน (PSC) ยังไม่อยู่ในแผนพิจารณา คงไม่ได้หยุดแค่สีม่วงกับสีแดง แต่จะมองภาพรวมทั้งหมด

(ซ้าย) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม (ขวา) นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม
(ซ้าย) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม (ขวา) นางสาวมัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช รมช.คมนาคม

“ส่วนแนวคิด “ตั๋วร่วม” หรือค่าโดยสารราคาเดียว เช่น 40 บาทตลอดสาย ซึ่งเคยเป็นนโยบายหาเสียง จะถูกพิจารณาเป็นส่วนหนึ่งของแพ็กเกจใหม่ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องหาจุดสมดุลระหว่างภาระงบประมาณรัฐบาลและประโยชน์ของประชาชน โดยจะอ้างอิงบทเรียนจากนโยบาย 20 บาททุกเส้นทางในอดีตที่สร้างภาระชดเชยให้รัฐเกือบ 20,000 ล้านบาทต่อปี ซึ่งนโยบายนี้ก็อาจไม่เป็นธรรมต่อประชาชนในต่างจังหวัด”

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ในส่วนของการเร่งเดินหน้าผลักดันโครงการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่นั้น ก็ให้เดินหน้าตามปกติ ไม่มีสะดุด แม้ว่ารัฐบาลจะมีกรอบเวลาการทำงานเพียง 4 เดือน โดยเฉพาะโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่ง เพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทย-อันดามัน หรือ แลนด์บริดจ์ แม้ว่าโครงการนี้จะมีทั้งผู้สนับสนุนและผู้คัดค้านก็ตาม ส่วนโครงการรถไฟทางคู่ก็จะเร่งผลักดันภายในรัฐบาลชุดนี้ เพื่อเชื่อมต่อเศรษฐกิจภูมิภาค

อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

รมว.คมนาคม ลั่น ไม่สานต่อ “รถไฟฟ้า 20 บาท”

จากข่าวดังกล่าว รมว.คมนาคม ประกาศชัดเจนว่าจะไม่สานต่อนโยบาย รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย ซึ่งมีผลกระทบต่อผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีแดงโดยตรง นโยบายนี้เคยเป็นที่คาดหวังว่าจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของประชาชน แต่เนื่องจากไม่ใช่แนวนโยบายของพรรคภูมิใจไทย จึงทำให้ต้องมีการพิจารณาแนวทางอื่น ๆ ในการช่วยเหลือค่าครองชีพ

ผลกระทบจากยกเลิก รถไฟฟ้า 20 บาท

การยกเลิกนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท จะส่งผลให้ประชาชนต้องกลับไปจ่ายค่าโดยสารในราคาปกติ ซึ่งอาจเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางประจำวัน โดยเฉพาะผู้ที่ต้องใช้บริการรถไฟฟ้าสายสีม่วงและสีแดงเป็นประจำในการเดินทางไปทำงานหรือทำธุระต่าง ๆ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลใหม่กำลังพิจารณามาตรการอื่น ๆ เพื่อช่วยเหลือค่าครองชีพในด้านการเดินทาง

แนวทางแก้ไขและมาตรการช่วยเหลือ

แม้ว่าจะไม่มีรถไฟฟ้า 20 บาท แล้ว รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังพิจารณาแพ็กเกจลดค่าครองชีพด้านการคมนาคม ซึ่งอาจครอบคลุมถึงรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ รถโดยสารประจำทาง ค่าทางด่วน และการเดินทางทางน้ำ โดยคาดว่าจะมีการประกาศรายละเอียดภายใน 2 สัปดาห์หลังการแถลงนโยบายของรัฐบาล

นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและอำนวยความสะดวกในการเดินทางของประชาชน ซึ่งรวมถึงโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้ (แลนด์บริดจ์) และโครงการรถไฟทางคู่

การยกเลิกนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทอาจสร้างความไม่พอใจให้กับผู้ใช้บริการ แต่รัฐบาลกำลังเร่งหามาตรการอื่น ๆ เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการเดินทางและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้ดียิ่งขึ้น ซึ่งต้องติดตามกันต่อไปว่ามาตรการใหม่จะตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนได้มากน้อยเพียงใด

ที่มา – รมว.คมนาคม ลั่น ไม่สานต่อ “รถไฟฟ้า 20 บาท” สายสีแดง-ม่วง เตรียมจ่ายเต็ม

สุริยะฝากสานต่อ! ถนนพระราม 2 และรถไฟฟ้า 20 บาท

“สุริยะ” ฝากรัฐมนตรีคมนาคมคนใหม่สานต่อสร้างถนนพระราม 2 ให้แล้วเสร็จภายในสิ้นปีนี้ พ้อเสียดายนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายผลักดันมาไกลหากเหลือแค่เข้าการพิจารณาของวุฒิสภา หากไม่สานต่อเปรียบเหมือน “มวยที่ชกมาถึงยก 4 เหลือแค่มวยยก 5” เท่านั้น

ที่กระทรวงคมนาคม เมื่อเวลา 10.00 น. นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รักษาการรองนายกรัฐมนตรี และ นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ได้เข้ามากราบลาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในกระทรวงคมนาคม พร้อมกล่าวลาผู้บริหารข้าราชการกระทรวงคมนาคมที่ได้ร่วมงานในช่วงที่ดำรงตำแหน่ง ซึ่งนายสุริยะ ได้กล่าวว่า หลังจากที่ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาเกือบ 2 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมได้เร่งวางยุทธศาสตร์เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศในหลายมิติ โดยเฉพาะการพัฒนาระบบราง ที่วางเป้าหมายไว้เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์จากการขนส่งทางบกที่มีราคาสูงมาสู่ระบบราง

นอกจากนี้ยังได้มีการแก้ปัญหาเร่งด่วนที่ประชาชนเผชิญหน้าในชีวิตประจำวันอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การแก้ปัญหาความแออัดที่สนามบินสุวรรณภูมิ ที่เคยมีคิวยาวเหยียด ก็ได้มีการติดตั้งเครื่องอำนวยความสะดวกและประสานงานกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เพื่อเพิ่มช่องทางเข้า-ออก ให้การเดินทางเป็นไปอย่างราบรื่นขึ้น

แม้หลายโครงการจะมีความคืบหน้า แต่ภารกิจของกระทรวงคมนาคมยังไม่สิ้นสุด อยากฝากถึงรัฐมนตรีคนใหม่ให้เข้ามาสานต่อ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง โครงการถนนพระราม 2 และโครงการทางด่วนพิเศษระหว่างเมือง M82 ให้แล้วเสร็จ เนื่องจากเส้นทางถนนพระราม 2 มีความสำคัญที่เป็นทางยกระดับในการแก้ปัญหาจราจรติดขัด และเป็นเส้นทางหลักมุ่งสู่ภาคใต้ พร้อมฝากปลัดกระทรวงคมนาคมให้เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการติดตามงานอย่างใกล้ชิด

นายสุริยะ ยังได้กล่าวต่อว่า ในส่วนของนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนั้น ยอมรับว่าเสียดายเพราะขณะนี้ได้มีการผลักดันกฎหมายมาจนเกือบแล้วเสร็จ พร้อมที่จะใช้แล้ว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นในเรื่องนี้ก็ต้องให้เป็นอำนาจในการตัดสินใจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมคนใหม่ ว่าจะสานต่อหรือไม่

ขณะที่ นางมนพร เจริญศรี รมช.คมนาคม ได้กล่าวถึงการผลักดันนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายว่า ถือเป็นนโยบายหลักของกระทรวงและได้ดำเนินการไปไกลมากแล้ว โดยเฉพาะการผลักดันร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง 3 ฉบับ ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ. การขนส่งทางราง, ร่าง พ.ร.บ. การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) และร่าง พ.ร.บ. ตั๋วร่วม ซึ่งผ่านการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 ของวุฒิสภา โดยมองว่าเปรียบเสมือน “มวยยก 4 ที่เหลือแค่มวยยก 5” ซึ่งหากกฎหมายเหล่านี้ผ่านก็จะสามารถเป็นเครื่องมือให้รัฐบาลชุดใหม่นำไปใช้สานต่อโครงการได้อย่างไร้รอยต่อ

ขณะเดียวกัน ยังมีกฎหมายสำคัญที่ถูกผลักดันอย่างต่อเนื่องสามารถปลดล็อกปัญหาที่สะสมมานาน เช่น ร่าง พ.ร.บ. การท่าเรือ ที่ไม่ได้มีการแก้ไขมานานกว่า 71-72 ปี ซึ่งผ่านการพิจารณาหลักการของวุฒิสภาแล้ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในสิ้นเดือนกันยายนนี้ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารงานของการท่าเรือแห่งประเทศไทย และร่าง พ.ร.บ. ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคใต้ หรือ (SEC) ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการต่อเนื่องจากรัฐบาลชุดก่อน และร่าง พ.ร.บ. กำลังเตรียมเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีในลำดับต่อไป

สุริยะฝากสานต่อ ถนนพระราม 2 และรถไฟฟ้า 20 บาท

จากกรณีที่นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ได้ออกมากล่าวถึงความคืบหน้าของโครงการต่างๆ ของกระทรวงคมนาคมก่อนที่จะส่งมอบงานให้กับรัฐมนตรีคนใหม่นั้น ประเด็นที่น่าสนใจคือการเน้นย้ำถึงความสำคัญของโครงการถนนพระราม 2 และนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่ในความสนใจของประชาชนอย่างมาก

ความคืบหน้าล่าสุดของถนนพระราม 2

โครงการถนนพระราม 2นั้น ถือเป็นเส้นทางหลักที่สำคัญในการเดินทางสู่ภาคใต้ การพัฒนาและปรับปรุงเส้นทางนี้จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรที่ติดขัด และอำนวยความสะดวกในการเดินทางให้แก่ประชาชน

อนาคตของนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท

สำหรับนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนั้น เป็นนโยบายที่ได้รับการคาดหวังจากประชาชนเป็นอย่างมาก เนื่องจากจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และส่งเสริมให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากยิ่งขึ้น การสานต่อนโยบายนี้จึงเป็นสิ่งที่น่าจับตามองว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

การส่งมอบงานของกระทรวงคมนาคมในครั้งนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่สำคัญในการกำหนดทิศทางของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ การสานต่อโครงการต่างๆ ที่ริเริ่มไว้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้การพัฒนาประเทศเป็นไปอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน รอดูว่ารัฐมนตรีคนใหม่จะสานต่อนโยบายเหล่านี้อย่างไรต่อไป

ที่มา – “สุริยะ” ฝาก รมว.คมนาคมใหม่ สานต่อถนนพระราม 2 พ้อเสียดายนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาท

เลื่อนแล้ว! รถไฟฟ้า 20 บาท เริ่ม 15 พ.ย. ขอโทษทำกฎหมายไม่ทัน

“สุริยะ” แจงแก้ร่าง พ.ร.บ. ในสภาฯ ไม่ทัน – กฤษฎีกาแจ้งใช้งบกลางไม่ได้ เหตุไม่เร่งด่วน ทำนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เลื่อนเป็น 15 พ.ย. 68 ย้ำ! รถไฟสายสีแดง-ม่วง ยังราคาไม่เกิน 20 บาทตลอดสาย

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า มาตรการอัตราค่ารถไฟฟ้าสูงสุดไม่เกิน รถไฟฟ้า 20 บาท หรือ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ที่ทำมาเกือบ 2 ปี ในรถไฟฟ้า 2 สาย คือ สายสีม่วง (เตาปูน-คลองบางไผ่) และสายสีแดง (บางซื่อ-รังสิต และบางซื่อ-ตลิ่งชัน) ได้ผลตอบรับดีมาก และมั่นใจว่าผู้โดยสารจะเพิ่มขึ้น เพราะช่วยลดค่าครองชีพ เพิ่มโอกาสเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะที่ปลอดภัย สะดวก รวดเร็ว เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ลดรถยนต์ อุบัติเหตุ และมลพิษทางอากาศด้วย

นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม

กระทรวงคมนาคมเร่งผลักดัน พ.ร.บ. 2 ฉบับ เพื่อสนับสนุนมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ระยะที่ 2 ได้แก่ ร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. …. (พ.ร.บ.ตั๋วร่วม) และ พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 (พ.ร.บ.รฟม.) ซึ่งผ่านการพิจารณาของ กมธ.ส.ส. ครบทุกมาตราแล้ว และผ่านวาระที่ 1 อยู่ระหว่างพิจารณาวาระที่ 2 และ 3 ก่อนเข้าสู่ ส.ว.

นายสุริยะกล่าวว่า กรอบเวลาตอนนี้การพิจารณาร่าง พ.ร.บ. อาจจะไม่ทันกำหนดเปิดให้บริการ 1 ตุลาคม 2568 เนื่องจากการประกาศใช้มาตรการฯ ต้องรอกฎหมายลูกอีก 45 วัน คาดว่าจะประกาศใช้ได้ 15 พฤศจิกายน 2568 ครอบคลุมโครงข่ายรถไฟฟ้าในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 10 สาย คือ สีเขียว, สีทอง, สีเหลือง, สีชมพู, สีน้ำเงิน, สีม่วง, สีแดง และแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) รวม 276.84 กม. 194 สถานี

การประกาศใช้มาตรการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนั้น ต้องทำตาม พ.ร.บ. ตั๋วร่วม คือ จัดตั้ง “กองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม” เพื่อชดเชยส่วนต่างรายได้ค่าโดยสารให้ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า เพื่อให้เก็บค่าโดยสารอัตรา รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายได้จริง จึงต้องแก้ไขกฎหมาย ซึ่งถ้าไม่ต้องแก้กฎหมาย ทำได้ตั้งแต่ปีก่อนแล้ว ประกอบกับกระทรวงการคลังกำหนดให้ต้องแก้ไข พ.ร.บ.รฟม. ด้วย

ระหว่างพิจารณาร่าง พ.ร.บ. กระทรวงคมนาคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หาแนวทางอื่น เช่น ขอรับการจัดสรรงบกลาง แต่คณะกรรมการกฤษฎีกา ระบุว่า ไม่สามารถเสนอของบกลางได้ เพราะไม่ใช่เหตุเร่งด่วน รวมถึงแนวทางการเริ่มมาตรการก่อน แล้วเมื่อ พ.ร.บ.ฯ ผ่านการพิจารณาและมีผลบังคับใช้ แล้วนำมาชำระย้อนหลัง คณะกรรมการกฤษฎีกา แจ้งยืนยันว่า ไม่สามารถดำเนินการได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า กระทรวงคมนาคม ได้พยายามดำเนินการในทุกวิธีทาง เพื่อให้ประชาชนได้ใช้บริการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายในทุกเส้นทางตามที่เคยกำหนด เพื่อลดภาระค่าครองชีพในการเดินทาง แต่ต้องรอกระบวนการทางกฎหมายต่อไป

นายสุริยะ เผยว่า รถไฟฟ้าสายสีแดงและสีม่วงยังคงใช้ราคาเดิม ประชาชนยังใช้นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายได้ต่อเนื่อง สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตนขอโทษประชาชน และหลังจากนี้กระทรวงฯ และทุกฝ่าย จะทำอย่างสุดความสามารถ เพื่อให้ประชาชนได้ใช้บริการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายอย่างแน่นอน

รถไฟฟ้า 20 บาท

ทำไมรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายถึงเลื่อน?

การเลื่อนการใช้งานจริงของนโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เกิดจากความล่าช้าในการพิจารณาร่างกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และข้อจำกัดทางกฎหมายในการใช้งบประมาณ ทำให้กระทรวงคมนาคมต้องเลื่อนกำหนดการออกไปเป็นวันที่ 15 พฤศจิกายน 2568

ถึงแม้จะมีการเลื่อนการใช้งานจริงของนโยบายออกไป แต่รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะผลักดันนโยบายนี้ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน และส่งเสริมการใช้ระบบขนส่งสาธารณะ

ที่มา – เลื่อนใช้จริง! รถไฟฟ้า 20 บาท เป็น 15 พ.ย. “สุริยะ” ขอโทษ ออกกฎหมายไม่ทัน

“โฆษกคมนาคม” เผยยอดลงทะเบียน รถไฟฟ้า 20 บาท ทะลุ 2 แสน!

“โฆษกคมนาคม” เผยยอดผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ล่าสุดทะลุ 2 แสนคนแล้ว! มั่นใจว่าจากนี้จำนวนจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่องแน่นอน ทุกฝ่ายกำลังเร่งทำงานอย่างเต็มที่เพื่อให้ประชาชนได้ใช้สิทธิ์นี้กัน

นายกฤชนนท์ อัยยปัญญา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงคมนาคม ในฐานะโฆษกกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงความคืบหน้าของนโยบายรัฐบาลในการใช้มาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาท (20 บาทตลอดสาย) ว่า ในช่วงเช้าของวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา มียอดผู้ลงทะเบียนรับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เกิน 200,000 คนแล้ว หลังจากที่เปิดให้ลงทะเบียนเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา

โฆษกกระทรวงคมนาคมยังกล่าวอีกว่า มั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่าจำนวนผู้ลงทะเบียนจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเน้นย้ำว่านโยบาย “รถไฟฟ้า 20 บาท” นี้ จะเป็นประโยชน์ต่อประชาชนในทุกๆ ด้านอย่างแน่นอน เพราะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง

รถไฟฟ้า 20 บาท ตลอดสาย ยอดลงทะเบียนทะลุ 2 แสน

หลังจากเปิดให้ลงทะเบียน 24 ชั่วโมง แอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ยังคงเปิดให้ลงทะเบียนได้ตามปกติ ไม่มีปัญหาขัดข้องใดๆ ทั้งสิ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าบริการออนไลน์ภาครัฐอื่นๆ ในแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ยังคงใช้งานได้ตามปกติ ประชาชนสะดวกสบายในการเข้าถึงบริการต่างๆ ของรัฐมากยิ่งขึ้น

ที่ผ่านมา ได้มีการแก้ไขปรับปรุงระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชน เช่น การให้แก้ไขข้อมูลบัตรด้วยตนเอง และให้ผู้ที่สมัครแอปพลิเคชันทางรัฐใหม่ ไม่ต้องลงทะเบียนที่เคาน์เตอร์อีกต่อไป

ปัญหาการผูกบัตร Rabbit และ EMV กับระบบ รถไฟฟ้า 20 บาท

สำหรับระบบผู้ให้บริการบัตรเอกชน เช่น บัตร Rabbit และบัตร EMV (KTB FastPay) อาจมีบางช่วงเวลาที่เกิดปัญหาติดขัดในการผูกบัตร เนื่องจากมีผู้ใช้งานจำนวนมากเข้าใช้งานพร้อมกัน แต่ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด จนระบบเริ่มกลับมาให้บริการได้เป็นปกติแล้ว

สำหรับประชาชนที่ยังผูกบัตรไม่สำเร็จ สามารถกลับเข้ามาดำเนินการในขั้นตอนต่อไปได้ โดยไม่ต้องเริ่มลงทะเบียนใหม่ตั้งแต่ต้น ช่วยลดความยุ่งยากและเสียเวลาในการทำรายการ

กระทรวงคมนาคมขอยืนยันกับประชาชนว่า สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (DGA) และผู้ให้บริการเอกชนทุกฝ่าย กำลังทำงานร่วมกันอย่างเต็มที่ เพื่อให้การลงทะเบียนและการใช้สิทธิ์โครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายเป็นไปอย่างราบรื่น ตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อให้ประชาชนได้รับสิทธิตามโครงการอย่างแน่นอน

นโยบายรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสายนี้ ถือเป็นของขวัญปีใหม่ที่รัฐบาลมอบให้กับประชาชน เพื่อช่วยลดค่าครองชีพและส่งเสริมการใช้บริการขนส่งสาธารณะอย่างยั่งยืน หากใครยังไม่ได้ลงทะเบียน อย่ารอช้า รีบดาวน์โหลดแอป “ทางรัฐ” และลงทะเบียนเพื่อรับสิทธิ์ได้เลย!

ที่มา – “โฆษกคมนาคม” เผยยอดลงทะเบียนรับสิทธิ์ “รถไฟฟ้า 20 บาท” ล่าสุดทะลุ 2 แสนคน

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ส่อเลื่อน! เกิดอะไรขึ้น?

“มนพร” เผย รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ส่อแววเลื่อนจาก 1 ต.ค. 68 เหตุต้องรอพิจารณา พ.ร.บ. 3 ฉบับและกฎหมายลูก ชี้ “สายสีแดง-สีม่วง” อาจยุติใช้นโยบาย 20 บาท ใน 30 ก.ย.นี้ หลัง ครม. กำหนดให้ใช้ครบ 8 เส้นทางพร้อมกัน ด้าน “กฤษฎีกา” ตีตกแผนสำรองคมนาคม เสนอของบกลางชดเชยช่วงรอกฎหมาย เพราะมองว่าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน

รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ส่อแววเลื่อน

นางมนพร เจริญศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า จากการเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิ์รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” เมื่อวันที่ 25 ส.ค. 2568 พบว่ามีผู้ลงทะเบียนสำเร็จจำนวนมาก โดยแบ่งเป็นบัตร Rabbit และบัตร EMV

ขณะนี้ กระทรวงคมนาคมเร่งผลักดันพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) 3 ฉบับ เพื่อสนับสนุนมาตรการอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ระยะที่ 2 ได้แก่

  • ร่าง พ.ร.บ.การขนส่งทางราง พ.ศ. …. (เตรียมเข้าสู่การพิจารณาของ ส.ว.)
  • ร่าง พ.ร.บ.การบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม พ.ศ. …. (พ.ร.บ.ตั๋วร่วม) ซึ่งจะต้องจัดตั้ง “กองทุนส่งเสริมระบบตั๋วร่วม” เพื่อชดเชยส่วนต่างรายได้ค่าโดยสาร
  • พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ.2543 (พ.ร.บ.รฟม.) (อยู่ระหว่างการพิจารณาในวาระที่ 2 และ 3 ของสภาผู้แทนราษฎร)

นางมนพร กล่าวว่า รัฐบาลพยายามผลักดันให้ประกาศใช้มาตรการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ในวันที่ 1 ต.ค. 2568 แต่กระบวนการทางสภาอาจล่าช้า ทำให้ต้องขยับวันประกาศใช้ออกไป

ผลกระทบต่อสายสีแดงและสายสีม่วง

หากมีการขยับวันที่ประกาศใช้มาตรการระยะที่ 2 รถไฟฟ้าสายสีแดงและสีม่วงที่เปิดใช้มาตรการไปแล้วตั้งแต่ พ.ย. 2566 จะต้องยกเลิกมาตรการ 20 บาทตลอดสายออกไปก่อน เนื่องจากมติ ครม. กำหนดให้สายสีม่วงและสีแดงสิ้นสุดมาตรการในวันที่ 30 ก.ย. 2568 ก่อนจะเริ่มมาตรการครบทุกเส้นทางตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2568 เป็นต้นไป

มาตรการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ครอบคลุม 8 สาย ได้แก่ สายสีเขียว, สีทอง, สีเหลือง, สีชมพู, สีน้ำเงิน, สีม่วง, สีแดง และแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ (ARL) รวม 13 เส้นทาง รวมระยะทาง 276.84 กม. รวม 194 สถานี โดยมีเป้าหมายเพื่อลดค่าครองชีพ เพิ่มโอกาสในการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะ ลดรถยนต์บนถนน ลดอุบัติเหตุ และมลพิษทางอากาศ

นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง กล่าวว่า กำลังพิจารณาว่าจะใช้เงินจากกองทุนการรถไฟและเงินอุดหนุนจากรัฐบาล แต่ยังไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กฤษฎีกาตีความว่า กระทรวงคมนาคมไม่สามารถของบกลางมาชดเชยได้ เนื่องจากมองว่ายังไม่เป็นเรื่องเร่งด่วน ทำให้กระทรวงคมนาคมเร่งผลักดันการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ทั้ง 3 ฉบับให้ผ่านโดยเร็ว

การเลื่อนบังคับใช้รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย สร้างความกังวลให้กับผู้ใช้บริการที่รอคอยนโยบายนี้ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังคงมุ่งมั่นที่จะผลักดันนโยบายนี้ให้เกิดขึ้นจริง เพื่อประโยชน์ของประชาชนส่วนรวม

ที่มา – รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ส่อแววเลื่อน รอ พ.ร.บ. 3 ฉบับ สายสีแดง-สีม่วง โดนหางเลข

เริ่มแล้ว! ลงทะเบียน รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

เตรียมตัวให้พร้อม! รัฐบาลเปิดให้ลงทะเบียน รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ตั้งแต่วันที่ 25 สิงหาคมนี้เป็นต้นไป ไม่จำกัดสิทธิ โอกาสดีๆ ที่จะช่วยประหยัดค่าเดินทางมาถึงแล้ว!

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 น.ส.ศศิกานต์ วัฒนะจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาประกาศข่าวดีว่า กระทรวงคมนาคมพร้อมเดินหน้าโครงการ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย อย่างเต็มรูปแบบ โดยเปิดให้ประชาชนชาวไทยทุกคนสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ตั้งแต่เวลา 00.01 น. ของวันที่ 25 สิงหาคม 2568 เป็นต้นไป ข่าวดีคือ โครงการนี้ไม่จำกัดสิทธิและจำนวนผู้ลงทะเบียน ใครๆ ก็สามารถเข้าร่วมได้ เพียงแค่คุณเป็นบุคคลสัญชาติไทย มีบัตรประชาชน 13 หลัก และมีบัตรโดยสารที่รองรับการผูกกับระบบเท่านั้นเอง และที่สำคัญที่สุดคือ โครงการนี้จะเริ่มใช้งานจริงในวันที่ 1 ตุลาคม 2568 ครอบคลุมรถไฟฟ้า 10 สายทั่วกรุงเทพฯ และปริมณฑล

ลงทะเบียน รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ง่ายๆ ผ่านแอปฯ ทางรัฐ

สำหรับใครที่อยากเข้าร่วมโครงการ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย แต่ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรบ้าง ไม่ต้องกังวล เพราะขั้นตอนการลงทะเบียนนั้นง่ายมากๆ เพียงแค่ทำตามขั้นตอนเหล่านี้:

  1. ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” บนสมาร์ทโฟนของคุณ (สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ iOS และ Android)
  2. เมื่อเปิดแอปฯ แล้ว ให้มองหาเมนู “ลงทะเบียนรถไฟฟ้า 20 บาท” แล้วกดเข้าไปเลย
  3. กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลักของคุณให้ถูกต้อง
  4. ผูกบัตรโดยสารที่คุณต้องการใช้สิทธิเข้ากับระบบ โดยบัตรที่รองรับจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลักๆ คือ

บัตรที่รองรับโครงการรถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

  • บัตร EMV Contactless (Visa, Mastercard และบัตรแมงมุม EMV ของ MRT) สำหรับใช้กับรถไฟฟ้า MRT และ Airport Rail Link
  • Rabbit Card สำหรับใช้กับรถไฟฟ้า BTS

เมื่อลงทะเบียนเสร็จเรียบร้อยแล้ว อย่าลืมว่าในการใช้สิทธิทุกครั้ง คุณจะต้องแตะเข้า–ออกด้วยบัตรที่คุณได้ลงทะเบียนไว้เท่านั้น หากคุณใช้บัตรอื่น หรือซื้อตั๋วเที่ยวเดียว คุณจะถูกคิดค่าโดยสารตามอัตราปกติ

ข้อควรรู้อีกอย่างหนึ่งคือ สำหรับการเดินทางต่อเดียวกัน จะมีการกำหนดเวลา 180 นาที หากคุณเปลี่ยนสายระหว่างสถานีภายใน 30 นาที คุณยังสามารถใช้สิทธิ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย ได้ แต่ถ้าหากเกินเวลาที่กำหนด คุณจะถูกคิดค่าแรกเข้าใหม่ทันที ดังนั้น วางแผนการเดินทางของคุณให้ดี เพื่อให้ได้รับประโยชน์สูงสุดจากโครงการนี้

รองโฆษกรัฐบาลยังได้กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า โครงการ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย นี้ จะเปิดให้ลงทะเบียนได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่จำกัดจำนวนผู้ลงทะเบียน และคาดการณ์ว่าหลังจากที่เริ่มใช้งานจริง จะมีผู้โดยสารรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้นประมาณ 20% จากปัจจุบันที่มีผู้ใช้บริการเฉลี่ยวันละ 1.7 ล้านเที่ยว ซึ่งจากการทดลองให้ใช้บริการฟรีในสายสีแดงและสีม่วงเป็นเวลา 1 สัปดาห์ พบว่ามีผู้โดยสารเพิ่มขึ้นมากถึง 39% ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของมาตรการลดค่าโดยสารในการดึงดูดให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากยิ่งขึ้น

รัฐบาลจึงขอเชิญชวนประชาชนชาวไทยทุกคน ร่วมลงทะเบียนใช้สิทธิ รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย เพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และส่งเสริมให้คนไทยหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะกันมากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการจราจร และมลพิษในเมืองได้อีกด้วย

โครงการนี้เป็นอีกหนึ่งความตั้งใจดีๆ จากรัฐบาล ที่ต้องการช่วยเหลือประชาชนให้สามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย และประหยัดค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น อย่ารอช้า! รีบไปลงทะเบียนกันได้เลย!

ที่มา – เริ่ม 25 ส.ค. ลงทะเบียน “รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย” ผ่านแอปฯ “ทางรัฐ”

Scroll to top