รัสเซีย

UK อ้าง รัสเซียสังหาร “นาวาลนี” ด้วยพิษจากกบลูกศรพิษ

UK อ้าง รัสเซียสังหาร “นาวาลนี” ด้วยพิษจากกบลูกศรพิษ เป็นประเด็นร้อนที่กำลังสร้างความฮือฮาในเวทีการเมืองโลก สหราชอาณาจักรออกมาแฉว่ารัฐบาลรัสเซียลงมือสังหารอเล็กเซ นาวาลนี ผู้นำฝ่ายค้านชื่อดัง ด้วยสารพิษร้ายแรงที่สกัดจากกบลูกศรพิษ ขณะที่เขากำลังถูกคุมขังในเรือนจำสุดห่างไกล

UK อ้าง รัสเซียสังหาร “นาวาลนี” ด้วยพิษจากกบลูกศรพิษ: รายละเอียดการเปิดโปง

เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 กระทรวงการต่างประเทศไทย เครือจักรภพ และการพัฒนา (FCDO) ของสหราชอาณาจักร ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการ โดยอ้างผลวิเคราะห์ล่าสุดจากตัวอย่างร่างกายของนาวาลนี พบสารพิษชื่อ อีพิบาติดีน (epibatidine) ซึ่งเป็นสารที่สกัดมาจากกบลูกศรพิษชนิดพิเศษ สารนี้มีฤทธิ์รุนแรงต่อระบบประสาท ทำให้เหยื่อเสียชีวิตอย่างรวดเร็วและยากต่อการตรวจพบ

นางอีเวตต์ คูเปอร์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของสหราชอาณาจักร กล่าวในที่ประชุมความมั่นคงมิวนิกว่า “มีเพียงรัฐบาลรัสเซียเท่านั้นที่มีวิธีการ แรงจูงใจ และโอกาสในการใช้สารพิษร้ายแรงนี้กับอเล็กเซ นาวาลนี” เธอยังเสริมว่า รัสเซียมองนาวาลนีเป็นภัยคุกคามต่ออำนาจของประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน การใช้วิธีสังหารโหดร้ายเช่นนี้ แสดงถึงเครื่องมืออันน่ารังเกียจที่รัสเซียมี และความหวาดกลัวต่อฝ่ายค้าน

ประวัติศาสตร์การวางยาพิษนาวาลนี: จากโนวิช็อกสู่พิษกบ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นาวาลนีตกเป็นเป้าของการลอบสังหาร ในปี 2563 เขาถูกวางยาพิษด้วย โนวิช็อก (Novichok) สารประสาทสงครามระหว่างเดินทางด้วยเครื่องบิน และได้รับการช่วยชีวิตในเยอรมนี หลังฟื้นตัว นาวาลนีตัดสินใจกลับรัสเซียเพื่อต่อสู้ต่อไป แต่ถูกจับกุมทันที และตัดสินจำคุก 3 ปี ก่อนถูกย้ายไปเรือนจำในเขตอาร์กติกเซอร์เคิล

นาวาลนีเสียชีวิตอย่างกะทันหันเมื่อ 16 กุมภาพันธ์ 2567 ขณะอายุ 47 ปี ตามคำให้การของรัสเซีย เขาเดินเล่นในเรือนจำไซบีเรีย ก่อนรู้สึกไม่สบายและเสียชีวิต แต่ภรรยาของเขา ยูเลีย นาวาลนายา ยืนยันมาตลอดว่าสามีถูกฆาตกรรม ล่าสุดเธอขอบคุณรัฐยุโรปที่เปิดเผยหลักฐาน

ประเทศอื่นๆ เข้าร่วมกล่าวหา: สวีเดน-ฝรั่งเศส-เยอรมนี

สหราชอาณาจักรไม่ใช่ชาติแรกที่กล่าวหา สวีเดน ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ และเยอรมนี ต่างเคยออกมาแฉมาก่อน FCDO ยังแจ้งองค์กรห้ามอาวุธเคมี (OPCW) แล้ว ว่าการกระทำนี้ละเมิดอนุสัญญาอาวุธเคมี

  • นาวาลนีคือใคร? นักรณรงค์ต่อต้านทุจริต ผู้นำฝ่ายค้านที่กล้าท้าทายปูติน
  • พิษกบลูกศรพิษคืออะไร? สารอีพิบาติดีน มีพิษรุนแรง 100 เท่าของมอร์ฟีน ใช้ทางการแพทย์แต่ปรับเป็นอาวุธได้
  • ผลกระทบ? เพิ่มความตึงเครียดรัสเซีย-ตะวันตก สะท้อนปัญหาการเมืองรัสเซีย

เหตุการณ์ UK อ้าง รัสเซียสังหาร “นาวาลนี” ด้วยพิษจากกบลูกศรพิษ นี้ ชี้ให้เห็นถึงความมืดมนของการเมืองรัสเซีย ที่ฝ่ายค้านถูกกำจัดอย่างโหดร้าย ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่านี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของสงครามเย็นรอบใหม่

ติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติม เพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ คุณคิดอย่างไรกับประเด็นนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ได้เลย!

ที่มา – UK อ้าง รัสเซียสังหาร “นาวาลนี” ด้วยพิษจากกบลูกศรพิษ

แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025 จากมอสโก

พบกับ แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025 ที่กำลังเป็นข่าวฮือฮาทั่วโลก! เจ้า Darlen Fleur Dalmore Black แมวเพศผู้สายพันธุ์อะบิสซิเนียน วัยเพียง 1 ปีครึ่ง จากรัสเซีย ได้รับการยกย่องให้เป็นสุดยอดแมวจากองค์กร World Cat Federation หลังคว้ารางวัลจากเวทีประกวดนานาชาติกว่า 40 รายการ และเอาชนะคู่แข่งเกือบ 1,500 ตัวในปีนี้

แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025 ปรากฏตัวในงาน Golden Paw

ในงานประกวด “Golden Paw” ที่กรุงมอสโก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา Darlen ได้อวดโฉมสร้างความประทับใจให้กรรมการและผู้ชมจำนวนมาก แมวตัวนี้ไม่เพียงสวยงาม แต่ยังมีคุณสมบัติครบถ้วนตามมาตรฐานสายพันธุ์อะบิสซิเนียน เช่น รูปร่างสมดุล ใบหูขนาดกำลังดี โครงสร้างศีรษะกระชับ กล้ามเนื้อแน่น แววตาคมกริบ สีขนสม่ำเสมอ และที่สำคัญคือการเคลื่อนไหวอันสง่างามพร้อมอุปนิสัยเป็นมิตร

เกณฑ์ตัดสินที่ทำให้แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025 โดดเด่น

กรรมการพิจารณาจากหลายปัจจัย ไม่ใช่แค่รูปลักษณ์ภายนอกเท่านั้น การแสดงพฤติกรรมในสนามประกวด เช่น ความมั่นใจและความสงบ ก็มีส่วนสำคัญ Darlen ผ่านการแข่งขันเข้มข้น จนได้คะแนนสูงสุด สะท้อนถึงความทุ่มเทของผู้เพาะพันธุ์ ดารียา กรุซิโนวา เจ้าของฟาร์มที่ Darlen เกิด กล่าวว่า “การได้แมวที่สมบูรณ์แบบไม่ใช่เรื่องง่าย แม้พ่อแม่จะสวย แต่พันธุกรรมอาจคลาดเคลื่อนในรายละเอียดเล็กๆ เช่น ขนาดหูหรือสัดส่วนศีรษะ สิ่งสำคัญคือความสมดุลโดยรวม”

สายพันธุ์อะบิสซิเนียนเป็นหนึ่งในพันธุ์แมวที่เก่าแก่ที่สุด มีต้นกำเนิดจากเอธิโอเปีย (เดิมเรียก Abyssinia) ขนสั้นเรียบลื่น สีน้ำตาลแดงหรือเงินเงิน ดวงตาสีเขียวหรือทอง มีลาย “ติคกิ้ง” บนขนที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้ดูหรูหราเหมือนเสือขนาดจิ๋ว นิสัยกระฉับกระเฉง รักการปีนป่าย ต้องการพื้นที่ให้เล่นเยอะ เหมาะสำหรับเจ้าของที่ active

แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025

สำหรับ Darlen นิสัยเด่นคือพลังงานล้นเหลือ บางครั้งวิ่งวนรอบห้อง หางชูตั้ง ดวงตาเบิกกว้าง แต่ไม่ดื้อหรือมีปัญหาพฤติกรรม ปัจจุบันทำหน้าที่พ่อพันธุ์ที่ฟาร์ม มีแผนผสมพันธุ์เพื่อสืบทอดยีนชั้นนำ ชัยชนะนี้ไม่เพียงยกระดับชื่อเสียงของ Darlen แต่ยังตอกย้ำความเก่งกาจของวงการเพาะแมวรัสเซียบนเวทีโลก

Darlen แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025

หากคุณกำลังมองหาแมวพันธุ์อะบิสซิเนียน การเลี้ยงดูต้องใส่ใจโภชนาการเพื่อรักษากล้ามเนื้อและขนสวย ควรมีของเล่นและโครงปีนป่ายเพื่อระบายพลังงาน ลดความเครียด ลองนึกภาพมีแชมป์โลกอย่าง Darlen อยู่บ้าน สนุกแน่นอน! คุณเคยเลี้ยงแมวประกวดหรือสนใจพันธุ์นี้ไหม? แชร์ประสบการณ์ในคอมเมนต์ด้านล่างเลยนะ ชัยชนะของ แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025 เป็นแรงบันดาลใจให้คนรักแมวทั่วโลกพัฒนาสายพันธุ์ให้ดีขึ้น

  • จุดเด่นอะบิสซิเนียน: กระฉับกระเฉง สวยสง่า
  • เคล็ดลับเลี้ยง: ให้อาหารโปรตีนสูง เล่นด้วยทุกวัน
  • ประโยชน์ประกวด: เพิ่มมาตรฐานพันธุ์ สร้างชื่อเสียง

ที่มา – เผยโฉม “แมวที่ดีที่สุดในโลก 2025” จากมอสโก คว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติกว่า 40 รายการ

รัสเซียยืนยัน สั่งแบน WhatsApp อ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

รัสเซียยืนยัน สั่งแบน WhatsApp อ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย สร้างความฮือฮาในวงการเทคโนโลยีทั่วโลก โดยเฉพาะผู้ใช้งานในรัสเซียกว่า 100 ล้านคนที่ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ รัฐบาลมอสโกมองว่า WhatsApp ไม่ยอมปฏิบัติตามกฎหมายท้องถิ่น ทำให้ต้องบล็อกการเข้าถึงแอปยอดนิยมนี้

รัสเซียยืนยัน สั่งแบน WhatsApp อ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 รัฐบาลรัสเซียได้ออกมายืนยันอย่างเป็นทางการว่ารัสเซียยืนยัน สั่งแบน WhatsApp อ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย โดยดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลเครมลิน กล่าวกับสื่อมวลชนว่า การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นจริงเพราะ WhatsApp ไม่ยอมปฏิบัติตามบรรทัดฐานและข้อกำหนดทางกฎหมายของรัสเซีย

นอกจากนี้ รัฐบาลยังเรียกร้องให้ประชาชนหันไปใช้แอปส่งข้อความท้องถิ่นอย่าง MAX ซึ่งเป็นบริการที่พัฒนาโดยรัสเซียเอง MAX ไม่มีระบบเข้ารหัสแบบ end-to-end ทำให้ทางการสามารถตรวจสอบเนื้อหาได้ง่ายขึ้น สิ่งนี้นำไปสู่เสียงวิจารณ์จากนักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนที่มองว่าเป็นการละเมิดความเป็นส่วนตัว

สาเหตุหลักที่รัสเซียยืนยัน สั่งแบน WhatsApp

สาเหตุหลักมาจากนโยบายดิจิทัลโซเวเรนตี้ (Digital Sovereignty) ของรัสเซียที่ต้องการควบคุมแพลตฟอร์มต่างชาติ WhatsApp ซึ่งเป็นของ Meta จากสหรัฐอเมริกา ถูกกล่าวหาว่าไม่ส่งข้อมูลผู้ใช้ตามคำสั่งศาล และไม่ติดตั้งระบบตรวจสอบเนื้อหาตามกฎหมายรัสเซีย นอกจากนี้ ยังมีประวัติการบล็อกแอปอื่นๆ เช่น Instagram, Facebook และ Telegram ในอดีต

การแบนนี้ทำให้ชื่อโดเมนที่เกี่ยวข้องกับ WhatsApp หายไปจากทะเบียนชื่อโดเมนแห่งชาติ ผู้ใช้ในรัสเซียจึงเข้าถึงได้ยาก เว้นแต่จะใช้ VPN ซึ่งอาจผิดกฎหมายในบางกรณี WhatsApp ออกแถลงการณ์โต้แย้งว่า การกระทำนี้เป็นการบีบให้ผู้ใช้กว่า 100 ล้านคนเปลี่ยนไปใช้แอปที่ไม่ปลอดภัย ส่งผลให้ความเป็นส่วนตัวของประชาชนลดลง

ผลกระทบต่อผู้ใช้งานและทางเลือกอื่นๆ

ปฏิกิริยาจากชาวรัสเซียหลากหลาย บางคนอย่างแอนนา มองว่าเป็นการละเมิดสิทธิรัฐธรรมนูญ โดยจำกัดเสรีภาพในการเลือกแอป ขณะที่เอเลนาเห็นว่าไม่ใช่ปัญหาเพราะมีแอปอื่น เช่น Telegram ที่ยังใช้งานได้ ส่วนอาลีโอนากล่าวว่าจะใช้ VPN ต่อไปก่อนเปลี่ยนไป MAX

  • ผู้ใช้ต้องหันไปใช้ VPN เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ตลาด VPN เติบโต
  • MAX อาจกลายเป็นแอปหลัก แต่ถูกวิจารณ์เรื่องความปลอดภัย
  • Telegram ยังคงเป็นทางเลือกยอดนิยมเพราะมี end-to-end encryption
  • ธุรกิจและครอบครัวที่พึ่งพา WhatsApp ต้องปรับตัวด่วน

ในระยะยาว การแบนนี้อาจเร่งให้รัสเซียพัฒนาเทคโนโลยีท้องถิ่นมากขึ้น แต่ก็เสี่ยงต่อการโดดเดี่ยวทางดิจิทัลจากโลกภายนอก นักวิเคราะห์คาดว่าอาจกระทบเศรษฐกิจดิจิทัลของรัสเซีย โดยเฉพาะการค้าออนไลน์และการสื่อสารระหว่างประเทศ

จากประสบการณ์ในอดีต เช่น การแบน LinkedIn ในปี 2016 รัสเซียมักใช้มาตรการเหล่านี้เพื่อปกป้องข้อมูลประชาชนจากต่างชาติ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าเป็นเครื่องมือควบคุมข้อมูลมากกว่า WhatsApp ยังคงพยายามรักษาการเชื่อมต่อ โดยแนะนำให้ผู้ใช้ลองวิธีการต่างๆ เพื่อเข้าถึงบริการ

สำหรับคนไทยที่ใช้งาน WhatsApp กับเพื่อนในรัสเซีย ควรเตรียมแผนสำรอง เช่น Signal หรือ Telegram เพื่อไม่ให้การสื่อสารสะดุด หากคุณสนใจข่าวเทคโนโลยีและการเมืองระหว่างประเทศ สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด

ที่มา – รัสเซียยืนยัน สั่งแบน WhatsApp อ้างไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

รัสเซีย–ไทยติดโผ ชาวจีนแห่เที่ยวตรุษจีนปีม้า

รัสเซีย–ไทยติดโผ ชาวจีนแห่เที่ยวต่างประเทศเทศกาลตรุษจีนปีม้า กำลังเป็นกระแสฮอตในวงการท่องเที่ยวช่วงนี้! บริษัทท่องเที่ยวจีนหลายแห่งเผยว่า สัปดาห์หน้าจะเป็นเทศกาลตรุษจีนปีม้า หรือปีนักษัตรม้า วันหยุดยาวพิเศษถึง 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ ทำให้ชาวจีนแห่จองทริปต่างประเทศจำนวนมาก จุดหมายยอดฮิตครอบคลุมรัสเซีย ออสเตรเลีย ไทย เกาหลีใต้ และยุโรปเหนือ ขณะที่ญี่ปุ่นกลับเงียบเหงาลง

รัสเซีย–ไทยติดโผ ชาวจีนแห่เที่ยวต่างประเทศเทศกาลตรุษจีนปีม้า

เทศกาลตรุษจีนปีนี้พิเศษสุด เพราะวันหยุดยาวกว่าเดิม 1 วัน ส่งผลให้เกิดความคึกคักทั้งการช้อปปิ้ง ดูหนัง กินร้านดัง และที่สำคัญคือการท่องเที่ยว ทางการจีนคาดการณ์ "มหกรรมการเดินทาง 40 วัน" จะมีผู้โดยสารถึง 9.5 พันล้านคนเดินทาง เพิ่มจากปีก่อน 9.02 พันล้านครั้ง วันหยุดยาวนี้ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศได้ดีทีเดียว

ทำไมไทยและรัสเซียถึงครองใจชาวจีน

ประเทศไทยกลับมาอันดับ 1 อีกครั้ง! นายโจว เหว่ยหง ผู้บริหารสปริงทัวร์จากเซี่ยงไฮ้ บอกว่าสภาพอากาศไทยอบอุ่น หนีหนาวได้สบาย ชาวจีนที่เบื่อหิมะหนาว ๆ ในบ้านเกิดจึงเลือกไทยเป็นจุดหมายหลัก รัสเซีย–ไทยติดโผ ชาวจีนแห่เที่ยวต่างประเทศเทศกาลตรุษจีนปีม้า เพราะรัสเซียยอดจองพุ่งกว่า 100% หลังยกเว้นวีซ่าให้ชาวจีนตั้งแต่ธันวาคมปีก่อน

ออสเตรเลียก็ฟื้นตัวแรง จากข้อมูล Trip.com ยอดบินไกลเพิ่ม 100% เช่นกัน ส่วนเกาหลีใต้และยุโรปเหนือก็ติดอันดับต้น ๆ แม้เศรษฐกิจจีนจะมีปัญหา วิกฤติอสังหา แต่คนจีนหันมาซื้อ "ประสบการณ์" มากกว่าของฟุ่มเฟือย ตามที่ McKinsey วิเคราะห์

ญี่ปุ่นพลาดโอกาส เพราะอะไร?

ในทางตรงข้าม ญี่ปุ่นเสียความนิยมชัดเจน จากความตึงเครียดการเมืองระหว่างจีน-ญี่ปุ่น บวกคำเตือนความปลอดภัยจากรัฐบาลจีน Flight Master รายงานเที่ยวบินจีน-ญี่ปุ่นลด 49.2% ตั้งแต่วันที่ 2 กุมภาพันธ์ มียกเลิกกว่า 58 เส้น สายการบินต้องขยายนโยบายคืนเงิน-เปลี่ยนตั๋ว

  • ไทย: อันดับ 1 อากาศดี ราคาเข้าถึง
  • รัสเซีย: ยกเว้นวีซ่า ดึงดูดทันที
  • ออสเตรเลีย: การท่องเที่ยวระยะไกลฟื้น
  • เกาหลีใต้: วัฒนธรรมป๊อปดึงดูด
  • ยุโรปเหนือ: หิมะสวยแต่หรูหรา

สำหรับท่องเที่ยวในประเทศ ชาวจีนแบ่งเป็นสองฝั่ง ไปรับแดดที่ไหหลำ หรือเล่นหิมะที่ภูเขาฉางไป๋

สรุปแล้ว รัสเซีย–ไทยติดโผ ชาวจีนแห่เที่ยวต่างประเทศเทศกาลตรุษจีนปีม้า แสดงให้เห็นเทรนด์ท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไปจากปัจจัยวีซ่า สภาพอากาศ และการเมือง ไทยเรามีโอกาสทองรับนักท่องเที่ยวจีนมหาศาลปีนี้ เจ้าของธุรกิจโรงแรม ร้านอาหาร รีบเตรียมโปรโมชั่นพิเศษดึงดูดซะแต่เนิ่น ๆ เพื่อสร้างรายได้ก้อนโต!

ที่มา – รัสเซีย–ไทยติดโผ ชาวจีนแห่เที่ยวต่างประเทศเทศกาลตรุษจีนปีม้า ญี่ปุ่นยังลด

รัสเซียเดินหน้าบล็อก WhatsApp ตัดขาด 100 ล้านคน

รัสเซียเดินหน้าบล็อก WhatsApp อย่างจริงจัง สร้างความตื่นตระหนกให้ผู้ใช้งานกว่า 100 ล้านคนในประเทศ รัฐบาลมอสโกต้องการบังคับให้ประชาชนหันไปใช้แอป “Max” ที่พัฒนาโดยรัฐ ซึ่งไร้ระบบเข้ารหัสข้อมูล เพื่อให้เกิดการสอดแนมและควบคุมข้อมูลได้ง่ายขึ้น

รัสเซียเดินหน้าบล็อก WhatsApp: ความพยายามล่าสุดของรัฐบาล

บริษัท Meta เจ้าของ WhatsApp ออกแถลงการณ์ประณามการกระทำนี้ โดยระบุว่า รัสเซียเดินหน้าบล็อก WhatsApp ถือเป็น “ก้าวถอยหลัง” ที่จะทำให้ประชาชนสูญเสียความปลอดภัยในการสื่อสารส่วนตัว WhatsApp ยืนยันว่าจะพยายามทุกวิถีทางเพื่อรักษาการเชื่อมต่อให้ผู้ใช้ แต่สถานการณ์ในรัสเซียกำลังตึงเครียดมากขึ้น

ก่อนหน้านี้ รัสเซียเคยจำกัด Telegram และบล็อก Instagram กับ Facebook ไปแล้ว โดยให้เหตุผลว่าบริษัทเหล่านี้ไม่ยอมเก็บข้อมูลผู้ใช้ชาวรัสเซียในเซิร์ฟเวอร์ภายในประเทศ ตามกฎหมาย Yarovaya ที่บังคับใช้ตั้งแต่ปี 2016 ขณะนี้ WhatsApp ถูกมองว่าเป็นเป้าหมายถัดไป โดยสำนักข่าว TASS ของรัฐรายงานว่าจะบล็อกอย่างถาวรภายในปี 2026

เหตุผลเบื้องหลังรัสเซียเดินหน้าบล็อก WhatsApp

รัฐบาลรัสเซียประกาศ Meta เป็น “องค์กรหัวรุนแรง” ตั้งแต่ปี 2022 หลังเกิดสงครามยูเครน ทำให้แพลตฟอร์มสังคมออนไลน์ถูกปิดกั้น ผู้ใช้ต้องพึ่ง VPN เพื่อเข้าถึง แต่ VPN ก็ถูกจำกัดเช่นกัน จุดมุ่งหมายคือผลักดัน Max ซึ่งเป็น Super App คล้าย WeChat ของจีน รวมบริการส่งข้อความ จ่ายเงิน และบริการรัฐบาล แต่ปัญหาคือ Max ไม่มี end-to-end encryption ทำให้รัฐเข้าถึงข้อความได้ทุกเมื่อ

  • ตั้งแต่ปี 2025 Max ถูกติดตั้งอัตโนมัติในสมาร์ทโฟนเครื่องใหม่ทุกเครื่องที่ขายในรัสเซีย
  • พนักงานรัฐ ครู และนักเรียนถูกบังคับใช้ Max เท่านั้น
  • เจ้าหน้าที่รัสเซียยืนยันว่ามาตรการนี้ “เหมาะสม” เพื่อความมั่นคง

พาเวล ดูรอฟ ผู้ก่อตั้ง Telegram ชาวรัสเซีย เตือนว่ารัฐกำลังจำกัดเสรีภาพเพื่อสอดแนม โดยเปรียบกับอิหร่านที่เคยแบน Telegram แต่ประชาชนยังหาทางเลี่ยงด้วย VPN และ proxy เขาย้ำว่า “การเซ็นเซอร์ไม่ใช่คำตอบ”

ผลกระทบจากการที่รัสเซียเดินหน้าบล็อก WhatsApp

ผู้ใช้งาน WhatsApp ในรัสเซียกว่า 100 ล้านคนต้องเผชิญปัญหาการสื่อสารล่ม โดยเฉพาะครอบครัวและธุรกิจที่พึ่งพาแอปนี้ นอกจากนี้ ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจดิจิทัล เพราะนักพัฒนาและบริษัทต่างชาติอาจถอนตัว การควบคุมอินเทอร์เน็ตแบบนี้คล้ายกับ “Great Firewall” ของจีน ที่รัฐใช้ RuStore และ VK เป็นแพลตฟอร์มหลัก

ในทางปฏิบัติ ชาวรัสเซียหลายคนหันไปใช้ Signal หรือ ProtonMail ที่มี encryption แข็งแกร่ง หรือ VPN ชั้นนำอย่าง ExpressVPN และ NordVPN เพื่อเลี่ยงการบล็อก แต่รัฐก็กำลังพัฒนากฎหมายใหม่เพื่อปราบ VPN ทำให้สถานการณ์ยิ่งซับซ้อน

นอกจากนี้ รัสเซียเดินหน้าบล็อก WhatsApp ยังเป็นสัญญาณของแนวโน้ม authoritarianism ดิจิทัลทั่วโลก ที่รัฐบาลหลายแห่งพยายามควบคุมข้อมูลประชาชนเพื่อรักษาอำนาจ ในอนาคต เราอาจเห็นประเทศอื่นๆ ทำตาม เช่น อิหร่านหรือตุรกี

สำหรับคนไทยที่ใช้ WhatsApp วันละหลายชั่วโมง เรื่องนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของ privacy ลองตรวจสอบแอปที่ใช้ และพิจารณา VPN เพื่อป้องกันการสอดแนม หากคุณเป็นนักธุรกิจที่ติดต่อรัสเซีย ควรเตรียมแผนสำรองตั้งแต่ตอนนี้

ความเห็นส่วนตัว: การบล็อกแอปยอดนิยมเช่นนี้ไม่เพียงตัดขาดการสื่อสาร แต่ยังทำลายนวัตกรรมและเสรีภาพดิจิทัล รัฐควรส่งเสริมการแข่งขันแทนการผูกขาด คุณคิดอย่างไร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนัก!

ที่มา – รัสเซียเดินหน้าบล็อก WhatsApp ตัดขาดผู้ใช้งานกว่า 100 ล้านคน บีบใช้แอปฯ รัฐเพื่อสอดแนม

รัสเซียยืนยันทำตามสนธิสัญญาคุมนิวเคลียร์ ตราบสหรัฐทำด้วย

รัสเซียยืนยัน จะทำตามสนธิสัญญาคุมนิวเคลียร์ ตราบเท่าที่สหรัฐฯ ทำด้วย แม้สนธิสัญญา New START จะหมดอายุไปแล้ว สร้างความหวังท่ามกลางความตึงเครียดด้านอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างชาติมหาอำนาจทั้งสอง

รัสเซียยืนยัน จะทำตามสนธิสัญญาคุมนิวเคลียร์ ตราบเท่าที่สหรัฐฯ ทำด้วย

ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2569 นายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ได้ประกาศต่อสภาล่างของรัสเซียอย่างชัดเจนว่า มอสโกจะยังคงปฏิบัติตามบทบัญญัติของสนธิสัญญา New START แม้สัญญาฉบับนี้จะสิ้นสุดลงเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และยังไม่มีข้อตกลงใหม่ทดแทน การตัดสินใจนี้ถือเป็นสัญญาณบวกท่ามกลางสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โดยเฉพาะสงครามในยูเครนและการแข่งขันทางทหาร

สนธิสัญญา New START เป็นข้อตกลงควบคุมอาวุธนิวเคลียร์สุดท้ายที่เหลืออยู่ระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ ซึ่งเคยช่วยจำกัดคลังแสงนิวเคลียร์ของทั้งสองฝ่าย หากไม่มีข้อจำกัดเหล่านี้ อาจนำไปสู่การแข่งขันสะสมอาวุธครั้งใหม่ คล้ายยุคสงครามเย็น ซึ่งเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 50 ปีที่ไม่มีสนธิสัญญาควบคุมอาวุธนิวเคลียร์ระหว่างมหาอำนาจ

ประวัติและความสำคัญของสนธิสัญญา New START

สนธิสัญญาฉบับนี้ลงนามเมื่อปี 2553 ในยุคประธานาธิบดีบารัค โอบามา และประธานาธิบดีดมิทรี เมดเวเดฟ โดยกำหนดขีดจำกัดชัดเจนเพื่อลดความเสี่ยงสงครามนิวเคลียร์ สัญญาเดิมมีอายุ 10 ปี และขยายเพิ่มอีก 5 ปีในปี 2564 แต่สุดท้ายก็หมดอายุโดยไม่มีทายาท

ข้อจำกัดหลักในสนธิสัญญาคุมนิวเคลียร์ New START

  • หัวรบนิวเคลียร์ที่ประจำการ: ไม่เกิน 1,550 หัวรบต่อฝ่าย
  • ระบบส่งอาวุธ: ICBM, SLBM และเครื่องบินทิ้งระเบิดนิวเคลียร์ไม่เกิน 700 ลูก/ลำ
  • ระบบที่พร้อมรบ: ไม่เกิน 455 ระบบ
  • มีการตรวจสอบและแลกข้อมูลเพื่อสร้างความโปร่งใส

ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เสนอให้ทั้งสองฝ่ายยึดขีดจำกัดต่ออีก 1 ปี หากสหรัฐฯ ยอมรับ แต่ฝั่งวอชิงตัน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ต้องการดึงจีนมาร่วม ซึ่งปักกิ่งปฏิเสธ ทำให้การเจรจาล้มเหลว

ล่าสุด นายลาฟรอฟย้ำว่า “เราจะดำเนินการด้วยความรับผิดชอบ โดยวิเคราะห์นโยบายทหารสหรัฐฯ เรามีเหตุผลเชื่อว่าสหรัฐฯ จะไม่ละทิ้งขีดจำกัดเหล่านี้เร็วๆ นี้” เขายังระบุว่าจะจับตาสถานการณ์ และพร้อมเจรจาข้อตกลงใหม่หากสหรัฐฯ แสดงเจตจำนง

การหารือล่าสุดระหว่างรัสเซีย-สหรัฐฯ

รายงานจาก Axios ระบุว่า ที่การประชุมในอาบูดาบีเมื่อสัปดาห์ก่อน ทีมเจรจาทั้งสองฝ่ายหารือความเป็นไปได้ของข้อตกลงไม่เป็นทางการ เพื่อยึด New START ต่ออีก 6 เดือน นายดีมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียยืนยันว่ามีการพูดคุยเรื่องควบคุมอาวุธนอกกรอบการเจรจาไตรภาคียูเครน นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการฟื้นฟูความไว้วางใจ

อย่างไรก็ตาม ความตึงเครียดยังคงมี โดยเฉพาะหลังรัสเซียบุกยูเครน สหรัฐฯ ระงับการตรวจสอบตามสัญญา New START ตั้งแต่ปี 2565 ทำให้การยืนยันข้อจำกัดทำได้ยากขึ้น การที่รัสเซียยืนยัน จะทำตามสนธิสัญญาคุมนิวเคลียร์ จึงเป็นก้าวสำคัญในการลดความเสี่ยง

ผลกระทบหากไม่มีการควบคุมอาวุธนิวเคลียร์

หากทั้งสองฝ่ายละทิ้งข้อจำกัด อาจนำไปสู่การเพิ่มคลังอาวุธ สร้างต้นทุนมหาศาลและเพิ่มโอกาสผิดพลาด นอกจากนี้ จีนที่กำลังขยายคลังนิวเคลียร์อย่างรวดเร็ว อาจเร่งแข่งขัน สถานการณ์นี้อาจกระทบความมั่นคงโลก ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าอาจเข้าสู่ยุค “นิวเคลียร์เย็น” ใหม่

ในมุมมองของผู้เขียน การยืนยันของรัสเซียครั้งนี้แสดงถึงความรับผิดชอบ แม้ในช่วงวิกฤต แสดงว่ารัสเซียยังให้ความสำคัญกับเสถียรภาพยุทธศาสตร์ มันเปิดประตูให้การทูตทำงานต่อ แม้สหรัฐฯ ภายใต้บริหารใหม่จะต้องตอบสนอง

คุณคิดอย่างไรกับการตัดสินใจของรัสเซีย? มันจะนำไปสู่ข้อตกลงใหม่ได้หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และติดตามข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ!

ที่มา – รัสเซียยืนยัน จะทำตามสนธิสัญญาคุมนิวเคลียร์ ตราบเท่าที่สหรัฐฯ ทำด้วย

รัสเซียถล่มยูเครนต่อเนื่อง เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย รวมเด็กชาย 10 ขวบ

รัสเซียถล่มยูเครนต่อเนื่อง เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย รวมเด็กชาย 10 ขวบ สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียและยูเครนยังคงรุนแรงขึ้นไม่หยุดหย่อน ล่าสุดรัสเซียเปิดฉากโจมตีด้วยโดรนและขีปนาวุธจำนวนมาก ถล่มหลายเมืองทั่วยูเครนตลอดคืน สร้างความสูญเสียให้กับประชาชนอย่างน่าเศร้า โดยเฉพาะเด็กชายวัย 10 ขวบที่กลายเป็นเหยื่อรายหนึ่ง

รัสเซียถล่มยูเครนต่อเนื่อง เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย รวมเด็กชาย 10 ขวบ

ตามรายงานจากกองทัพอากาศยูเครน รัสเซียได้ยิงขีปนาวุธนำวิถีจำนวน 11 ลูก และส่งโดรนโจมตีกว่า 149 ลำ ซึ่งรวมถึงโดรน “ชาเฮด” ที่ผลิตโดยอิหร่าน ตั้งแต่ค่ำวันอาทิตย์จนถึงเช้ามืดวันจันทร์ (9 ก.พ.) แม้ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนจะสกัดกั้นได้กว่า 100 ลำ แต่ยังมีหลายจุดที่ถูกโจมตีสำเร็จ ส่งผลให้เกิดความเสียหายหนักและมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย

ความเสียหายในเมืองหลัก ๆ

การโจมตีครอบคลุมหลายภูมิภาค โดยเมืองโอเดสซา เมืองท่าสำคัญทางตอนใต้ ถูกถล่มหนักจนอาคารหลายหลังพังทลาย เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งช่วยเหลือท่ามกลางซากปรักหักพัง มีรายงานผู้เสียชีวิตชายวัย 35 ปี 1 ราย และบาดเจ็บ 2 ราย นายมิไคโล พนักงานไปรษณีย์วัย 32 ปี เล่าว่าได้ยินเสียงโดรนหึ่งก่อนระเบิดดังสองครั้ง หน้าต่างแตกกระจาย รถยนต์เสียหายหนัก นักศึกษาวัย 17 ปีก็บอกว่าแรงระเบิดทำให้กรอบประตูระเบียงหลุดออกมา

ที่ภูมิภาคคาร์คิฟทางตอนเหนือ พบร่างผู้เสียชีวิต 2 รายใต้ซากอาคารหลังโดรนโจมตี ได้แก่หญิง 1 รายและเด็กชายวัย 10 ขวบ ซึ่งเป็นภาพที่สะเทือนใจอย่างยิ่ง ส่วนที่เชอร์นีกิฟ ชายชราวัย 71 ปี เสียชีวิตขณะนอนอยู่บนเตียงในบ้านพักหมู่บ้านนอว์โกรอด-ซีเวอร์สกี จากการถูกโดรนรัสเซียถล่ม

  • โอเดสซา: อาคารพัง ชายวัย 35 ปีเสียชีวิต บาดเจ็บ 2 ราย
  • คาร์คิฟ: หญิงและเด็กชาย 10 ขวบเสียชีวิตใต้ซากปรักหักพัง
  • เชอร์นีกิฟ: ชายชรา 71 ปี เสียชีวิตในบ้าน

เหตุการณ์รัสเซียถล่มยูเครนต่อเนื่องครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการเจรจาสันติภาพที่ยังติดขัด โดยรัสเซียต้องการควบคุมโดเนตสค์ทั้งหมด ปัจจุบันยึดพื้นที่ยูเครนราว 20% สหรัฐฯ อยากให้สงครามจบกลางปีนี้ แต่คีฟและมอสโกยังขัดแย้งเรื่องเขตแดนและอธิปไตย

ผลกระทบต่อพลเรือนและอนาคตสงคราม

นอกจากความสูญเสียทางชีวิต การโจมตีเหล่านี้ยังทำลายโครงสร้างพื้นฐาน สร้างความหวาดกลัวให้ประชาชนยูเครนต้องหลบภัยในที่หลบภัยใต้ดิน สงครามที่ยืดเยื้อมานานกว่า 2 ปี ทำให้เกิดวิกฤตมนุษยธรรมรุนแรง ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าการใช้โดรนราคาถูกอย่างชาเฮด จะทำให้การโจมตีแบบนี้เกิดบ่อยขึ้น ยูเครนจึงต้องเสริมระบบป้องกันอากาศอย่างเร่งด่วน

ในมุมกว้าง สงครามนี้ไม่เพียงกระทบยูเครนและรัสเซีย แต่ส่งผลต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะราคาพลังงานและอาหารที่พุ่งสูง ประชาคมโลกเรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายหยุดยิงและหาทางออกทางการทูต

อย่างไรก็ตาม รัสเซียยังคงกดดันทางทหารอย่างต่อเนื่อง เพื่อบีบให้ยูเครนยอมรับเงื่อนไข ขณะที่ยูเครนได้รับอาวุธจากชาติตะวันตกเพื่อต่อสู้ ปฏิบัติการถล่มล่าสุดนี้ชี้ให้เห็นว่าสงครามยังห่างไกลจากจุดจบ

เราควรติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และสนับสนุนความพยายามเพื่อสันติภาพ ผู้บริจาคสามารถช่วยเหลือองค์กรด้านมนุษยธรรมเพื่อยูเครนได้ เพื่อบรรเทาทุกข์ของผู้ประสบภัย

ที่มา – รัสเซียถล่มยูเครนต่อเนื่อง เสียชีวิตอย่างน้อย 4 ราย รวมเด็กชาย 10 ขวบ

ผู้นำยูเครนเผย สหรัฐฯ ต้องการให้สงคราม จบภายในเดือนมิถุนายน

ผู้นำยูเครนเผย สหรัฐฯ ต้องการให้สงคราม จบภายในเดือนมิถุนายน ข่าวนี้กลายเป็นประเด็นร้อนที่ทั่วโลกจับตามอง หลังจากประธานาธิบดีโวโลดีเมียร์ เซเลนสกี ออกมาเปิดเผยข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับความพยายามของสหรัฐอเมริกาในการยุติความขัดแย้งระหว่างยูเครนและรัสเซียที่ยืดเยื้อมานาน

ผู้นำยูเครนเผย สหรัฐฯ ต้องการให้สงคราม จบภายในเดือนมิถุนายน

เมื่อวันเสาร์ที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569 หรือตามปฏิทินสากล นายเซเลนสกีได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน โดยระบุว่าสหรัฐฯ ได้เสนอเป็นครั้งแรกให้ทีมเจรจาของทั้งยูเครนและรัสเซีย เดินทางมาพบกันที่ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งคาดว่าจะเป็นเมืองไมอามี ในอีกหนึ่งสัปดาห์ข้างหน้า "เรายืนยันการเข้าร่วมของเราแล้ว" เซเลนสกีกล่าวอย่างมั่นใจ

ข้อมูลนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด โดยกองทัพรัสเซียยังคงโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ประชาชนจำนวนมากเผชิญกับไฟดับเป็นวงกว้างในช่วงอากาศหนาวเย็นยะเยือก ทำให้ชีวิตประจำวันยิ่งลำบาก

การประชุมไตรภาคีล่าสุดและความท้าทาย

ก่อนหน้านี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่จากยูเครน รัสเซีย และสหรัฐฯ ได้จัดการประชุมไตรภาคีรอบที่ 2 ที่กรุงอาบูดาบี เมืองหลวงของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่ผลการประชุมไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจน โดยเซเลนสกีเล่าว่าประเด็นยากๆ ยังคงเป็นอุปสรรค โดยเฉพาะเรื่องการยอมเสียสละดินแดนที่ยูเครนกำลังถูกกดดัน

อย่างไรก็ตาม มีการหารือครั้งแรกเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการประชุมสามฝ่ายระหว่างผู้นำระดับสูง ไม่ใช่แค่ตัวแทนเหมือนที่ผ่านมา แต่เซเลนสกีเตือนว่าต้องมีการเตรียมความพร้อมในหลายองค์ประกอบ

เมื่อถูกถามถึงกรอบเวลา เซเลนสกีตอบตรงๆ ว่า "ฝ่ายอเมริกันบอกว่าพวกเขาต้องการทำทุกอย่างให้เสร็จภายในเดือนมิถุนายน" และอธิบายเหตุผลว่าเกี่ยวข้องกับประเด็นภายในประเทศของสหรัฐฯ โดยเฉพาะการเลือกตั้งกลางเทอมในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งอาจเปลี่ยนสมดุลอำนาจในรัฐบาล

  • เหตุผลหลัก: การเลือกตั้งสหรัฐฯ อาจกระทบการสนับสนุนยูเครน
  • สถานที่เจรจา: คาดที่ไมอามี สัปดาห์หน้า
  • ความคืบหน้า: ยังไม่มีจากรัสเซียและสหรัฐฯ

สถานการณ์การโจมตีของรัสเซียล่าสุด

ในอีกด้านหนึ่ง สงครามยังดำเนินต่อไป นายเดนิส ชมีฮาล รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานยูเครน ระบุว่ารัสเซียโจมตีสถานีไฟฟ้าย่อยและสายส่งไฟฟ้าแรงสูง เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา มีการใช้โดรนกว่า 400 ลำ และขีปนาวุธ 40 ลูก โชคดีที่กองทัพยูเครนสกัดกั้นได้ส่วนใหญ่ แต่ความเสียหายยังเกิดขึ้น

นี่คือตัวอย่างของความท้าทายที่ยูเครนเผชิญ แม้จะมีความหวังจากสหรัฐฯ แต่การหยุดยิงยังห่างไกล สถานการณ์นี้ทำให้โลกตระหนักถึงความจำเป็นในการเจรจาอย่างเร่งด่วน

จากมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สหรัฐฯ อาจต้องการยุติสงครามก่อนฤดูร้อนเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาการเมืองภายใน และรักษาภาพลักษณ์ในเวทีโลก การเจรจาครั้งนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญ หากทั้งสองฝ่ายยอมถอย

อย่างไรก็ตาม ฝ่ายรัสเซียและสหรัฐฯ ยังเงียบ ไม่แสดงท่าทีชัดเจน ทำให้เกิดคำถามว่าข่าวนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนจริงหรือไม่

สำหรับผู้อ่านที่สนใจ สถานการณ์ยูเครน-รัสเซียยังคงเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ติดตามข่าวอัปเดตล่าสุดได้ที่เว็บไซต์ของเรา เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ และแสดงความคิดเห็นของคุณในช่องคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณมองอนาคตสงครามนี้อย่างไร

ที่มา – ผู้นำยูเครนเผย สหรัฐฯ ต้องการให้สงคราม จบภายในเดือนมิถุนายน

นายพลรัสเซียถูกยิงบาดเจ็บสาหัสในมอสโก เร่งสอบสวนคดีลอบสังหาร

นายพลรัสเซียถูกยิงบาดเจ็บสาหัสในมอสโก เร่งสอบสวนคดีลอบสังหาร กำลังเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความฮือฮาไปทั่วโลก โดยเฉพาะในบริบทของความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อช่วงเช้าที่กรุงมอสโก ทำให้ทางการต้องเร่งรัดการสืบสวนทันที

นายพลรัสเซียถูกยิงบาดเจ็บสาหัสในมอสโก เร่งสอบสวนคดีลอบสังหาร

สื่อรัสเซียรายงานว่า พลโทวลาดิเมียร์ สเตปาโนวิช อเล็กเซเยฟ ซึ่งดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าสำนักงานข่าวกรองหลัก (GRU) แห่งกองทัพรัสเซีย ได้ตกเป็นเป้าหมายของการลอบสังหารภายในอาคารที่พักของตัวเอง เหตุการณ์เกิดขึ้นบริเวณถนนโวโลโคลัมสโกเย ในกรุงมอสโก พลโทอเล็กเซเยฟถูกลอบยิงที่ทางเข้าอพาร์ตเมนต์ โดยมือปืนกระหน่ำยิงหลายนัดก่อนหลบหนีไป

ในเบื้องต้นมีข่าวลือว่าเขาสิ้นใจในที่เกิดเหตุ แต่ข้อมูลล่าสุดยืนยันว่า นายพลรัสเซียถูกยิงบาดเจ็บสาหัสในมอสโก และถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างเร่งด่วน คณะกรรมการสอบสวนของรัสเซีย (SKR) ได้ตั้งข้อหาพยายามฆ่าและใช้อาวุธปืนผิดกฎหมายทันที เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดและสอบปากคำพยาน โดยเบาะแสชี้ว่าผู้ก่อเหตุอาจเป็น “ผู้หญิง” ซึ่งทำให้การสืบสวนเข้มข้นยิ่งขึ้น

ประวัติและบทบาทสำคัญของพลโทอเล็กเซเยฟ

แม้พลโทวลาดิเมียร์ อเล็กเซเยฟจะไม่ใช่บุคคลที่ออกหน้าสื่อบ่อย แต่ในวงการทหารรัสเซีย เขามีชื่อเสียงในนาม “สเตปาโนวิช” และมีบทบาทสำคัญในเหตุการณ์สำคัญหลายครั้ง เช่น ในช่วงกบฏวากเนอร์เมื่อ 23 มิถุนายน 2023 เขาเป็นผู้อัดคลิปวิดีโอเรียกร้องให้กลุ่มวากเนอร์หยุด “การเดินขบวนแห่งยุติธรรม” และเจรจากับเยฟเกนี พริโกซินที่กองบัญชาการเมืองรอสตอฟ เพื่อหาทางออกอย่างสันติ

นอกจากนี้ อเล็กเซเยฟยังมีส่วนสำคัญในการเปิดโปงการทุจริตมหาศาลในกระทรวงกลาโหมรัสเซีย ส่งผลให้เกิดการกวาดล้าง “นายพลสายบุ๋น” ที่หากินกับงบประมาณกองทัพ เขาเคยคุมปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายในซีเรีย และได้รับฉายา “วีรบุรุษแห่งสหพันธรัฐรัสเซีย” ในปี 2017 ทำให้เขาเป็นเป้าหมายที่น่าจะเป็นไปได้ทั้งจากศัตรูภายนอกและภายใน

สาเหตุที่เป็นไปได้ของคดีลอบสังหาร

เหตุการณ์ นายพลรัสเซียถูกยิงบาดเจ็บสาหัสในมอสโก เร่งสอบสวนคดีลอบสังหาร เกิดขึ้นเพียงวันเดียวหลังจากโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ประกาศกร้าวว่าจะทำให้ “จุดจบของสงคราม” เป็นนรกสำหรับรัสเซีย สร้างความสงสัยว่าอาจเป็นฝีมือหน่วยปฏิบัติการพิเศษจากยูเครน หรือความขัดแย้งภายในจากกลุ่มผลประโยชน์ที่ถูกเขาล่า

ในอดีต ยูเครนเคยอ้างความรับผิดชอบต่อการโจมตีบุคคลสำคัญของรัสเซีย เช่น การสังหารพลเอกอิกอร์ คิริลลอฟ หัวหน้าหน่วยป้องกันรังสี เคมี และชีวภาพ เมื่อเดือนที่แล้ว ซึ่งศาลรัสเซียตัดสินจำคุกตลอดชีวิตชายชาวอุซเบกิสถานที่ถูกกล่าวหาว่ารับบงการจากยูเครน ขณะที่หน่วยข่าวกรองรัสเซียเพิ่งขัดขวางแผนโจมตีในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก

  • มือปืนยิงหลายนัดและหลบหนี
  • ผู้ต้องสงสัยเป็นผู้หญิงจากกล้องวงจรปิด
  • ทางการปิดล้อมพื้นที่และระดมกำลังพิสูจน์หลักฐาน
  • เชื่อมโยงกับสงครามยูเครนและการทุจริตภายใน

เหตุการณ์นี้สะท้อนถึงความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในสงครามยูเครน ซึ่งอาจนำไปสู่การตอบโต้ที่รุนแรงจากรัสเซีย ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์ว่าการลอบสังหารบุคคลสำคัญเช่นนี้จะยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง

ติดตามพัฒนาการของคดีลอบสังหารนี้และข่าวต่างประเทศอื่นๆ เพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ คุณคิดว่าผู้อยู่เบื้องหลังคือใคร? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย!

ที่มา – นายพลรัสเซียถูกยิงบาดเจ็บสาหัสในมอสโก เร่งสอบสวนคดีลอบสังหาร

Scroll to top