ราคาน้ํามันโลก

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 13 มีนาคม 2569 ทุกปั๊มล่าสุด

อัปเดตราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 13 มีนาคม 2569 สำหรับเพื่อนๆ ที่กำลังมองหาข้อมูลราคาน้ำมันล่าสุดจากทุกปั๊ม ไม่ว่าจะเป็น ปตท. บางจาก พีที เชลล์ หรือคาลเท็กซ์ บทความนี้มีครบทุกอย่าง ช่วยให้คุณวางแผนการเติมน้ำมันได้อย่างชาญฉลาด โดยเฉพาะในช่วงที่ราคาน้ำมันผันผวนจากราคาน้ำมันดิบโลกและค่าเงินบาท วันนี้เรามาอัปเดตข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือกันเลยครับ

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 13 มีนาคม 2569 ไม่มีการปรับขึ้นหรือลงมากนักเมื่อเทียบกับวันก่อนหน้า แต่ยังคงมีราคากลางที่แตกต่างกันเล็กน้อยตามสูตรของแต่ละบริษัทผู้ค้าปลีก ข้อมูลนี้รวบรวมจากเว็บไซต์ทางการของแต่ละปั๊ม ณ วันที่ 12 มีนาคม 2569 เพื่อให้คุณได้เช็คก่อนออกไปเติมได้ทันท่วงที ไม่ว่าจะใช้รถยนต์ รถจักรยานยนต์ หรือรถบรรทุก

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 13 มีนาคม 2569

ราคาน้ำมันปั๊ม “บางจาก” วันที่ 13 มี.ค. 2569

  • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 45.64 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 97 อยู่ที่ 49.54 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85S EVO อยู่ที่ 25.79 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20S EVO อยู่ที่ 27.84 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91S EVO อยู่ที่ 30.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95S EVO อยู่ที่ 31.05 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “ปตท.” วันที่ 13 มี.ค. 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85 อยู่ที่ 25.79 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 27.84 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 30.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 31.05 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 39.64 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 43.44 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 40.04 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” วันที่ 13 มี.ค. 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 28.94 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 31.78 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 32.35 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” วันที่ 13 มี.ค. 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 31.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 30.68 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 40.14 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 27.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” วันที่ 13 มี.ค. 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 49.51 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 31.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 30.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 27.84 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 45.64 บาท/ลิตร

หมายเหตุ: ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงการท้องถิ่น ซึ่งอาจแตกต่างกันไปตามพื้นที่ เช่น ในกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัด ราคาอาจสูงขึ้น 0.20-0.50 บาท/ลิตร หากคุณขับรถดีเซลทั่วไป จะเห็นว่าราคาอยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตรแทบทุกปั๊ม ส่วนแก๊สโซฮอล์ E85 ถูกที่สุดที่ 25.79 บาท/ลิตร เหมาะสำหรับรถที่รองรับเอทานอลสูง

ปัจจัยที่ทำให้ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 13 มีนาคม 2569 คงที่มาจากราคาน้ำมันดิบเบรนต์ที่ทรงตัว และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย หากคุณกำลังเลือกปั๊ม แนะนำเช็คโปรโมชั่น เช่น ปตท. หรือบางจากที่มักมีส่วนลดสำหรับสมาชิก หรือเชลล์ที่เน้นน้ำมันเกรดพรีเมียมช่วยประหยัดเครื่องยนต์ระยะยาว

สรุปแล้ว ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 13 มีนาคม 2569 ไม่น่าจะทำให้กระเป๋าเงินฉีกขาดมากนัก แต่เพื่อความประหยัด แนะนำเลือกแก๊สโซฮอล์ E20 หรือ E85 หากรถคุณรองรับ ลองคำนวณดูว่าปั๊มไหนใกล้สุดและราคาถูกสุดด้วยแอปหาปั๊มน้ำมัน จะช่วยประหยัดได้เยอะ ติดตามอัปเดตราคาน้ำมันรายวันกับเรานะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ กันด้วย!

ที่มา – ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 13 มีนาคม 2569 อัปเดตราคาน้ำมันแต่ละปั๊ม ราคาลิตรละกี่บาท

“อภิสิทธิ์” จี้ดึงกำไรค่ากลั่นเข้ากองทุน ลั่นทบทวนราคาพลังงาน

สถานการณ์ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นในช่วงนี้กำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวไทยอย่างมาก โดยเฉพาะราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินที่รัฐบาลพยายามตรึงไว้ แต่เบื้องหลังนั้นกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงต้องแบกรับภาระหนี้สินมหาศาล ล่าสุด “อภิสิทธิ์” จี้รัฐดึงกำไรค่ากลั่นเข้ากองทุนน้ำมัน เพื่อช่วยลดภาระและป้องกันปัญหาในอนาคต นอกจากนี้ยังเรียกร้องให้ทบทวนโครงสร้างราคาพลังงานทั้งระบบ เพื่อให้เหมาะสมกับวิกฤติเศรษฐกิจปัจจุบัน

“อภิสิทธิ์” จี้รัฐดึงกำไรค่ากลั่นเข้ากองทุนน้ำมัน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้โพสต์คลิปวิดีโอบนเฟซบุ๊กส่วนตัวเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 โดยชี้ให้เห็นว่าปัจจุบันค่าการกลั่นน้ำมันเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่า เมื่อเทียบกับเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สิ่งนี้ทำให้บริษัทน้ำมันได้กำไรส่วนต่างมหาศาล ขณะที่ประชาชนต้องเผชิญราคาน้ำมันแพง

อภิสิทธิ์เสนอว่ารัฐบาลควรนำกำไรส่วนนี้เข้าสู่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อชดเชยการตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ลิตรละเกือบ 16 บาท ซึ่งเป็นตัวเลขที่สูงผิดปกติ หากไม่ทำเช่นนี้ กองทุนจะขาดสภาพคล่องและอาจนำไปสู่การปรับราคาขึ้นในอนาคต สร้างผลกระทบหนักต่อผู้ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะรถบรรทุกและแท็กซี่ที่พึ่งพาดีเซลเป็นหลัก

กรณ์ จาติกวณิช เตือนฟันกำไร 3 เท่าใน 10 วัน กองทุนเสี่ยงหนี้อ่วม

ในโพสต์เดียวกัน นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้วิเคราะห์เพิ่มเติมว่า ประชาชนอาจไม่รู้ว่าราคาน้ำมันหน้าปั๊มยังนิ่งสนิทเพราะกองทุนชดเชย เมื่อวันที่ 11 มีนาคม ชดเชยดีเซลถึง 16.97 บาทต่อลิตร แก๊สโซฮอล์ 91 และ 95 ชดเชย 7.41 บาท รัฐประกาศตรึงดีเซลที่ 29.94 บาทต่อลิตรจนถึง 17 มีนาคม 2569 หากสถานการณ์ไม่ดีขึ้น ราคาอาจพุ่งสูงเพื่อให้ตลาดปรับตัวและส่งเสริมการประหยัดพลังงาน

ที่น่ากังวลคือค่าการกลั่นพุ่ง 3 เท่าใน 10 วัน จากเดิม 2 บาทต่อลิตร เป็น 6 บาท หมายความว่ารัฐกำลังใช้เงินภาษีประชาชนจ่ายกำไรให้บริษัทกลั่นน้ำมัน หากกระทรวงพาณิชย์ควบคุมให้ค่ากลั่นปกติที่ 2 บาท ราคาน้ำมันจะถูกลงทันที 4 บาทต่อลิตร ซึ่งจะช่วยลดภาระกองทุนได้อย่างมาก

  • ค่ากลั่นเพิ่มจาก 2 บาท เป็น 6 บาทต่อลิตร ในเวลาเพียง 10 วัน
  • กองทุนชดเชยดีเซล 16.97 บาท/ลิตร แก๊สโซฮอล์ 7.41 บาท/ลิตร
  • ตรึงราคาดีเซล 29.94 บาท จนถึง 17 มี.ค. 2569
  • หากไม่ดึงกำไรเข้าสกน กองทุนอาจขาดทุนหนัก ส่งผลราคาน้ำมันพุ่ง
  • ต้องทบทวนราคาก๊าซหุงต้มและไฟฟ้าด้วย เพื่อลดผลกระทบเศรษฐกิจ

วิกฤติพลังงานครั้งนี้เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง สงครามรัสเซีย-ยูเครน และนโยบาย OPEC ที่ลดกำลังการผลิต ทำให้ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูง ในไทยที่นำเข้าน้ำมันเกือบ 100% จึงหลีกเลี่ยงผลกระทบไม่ได้ รัฐบาลต้องมีมาตรการเร่งด่วน ไม่ใช่แค่ตรึงราคา แต่ต้องปรับโครงสร้างให้โปร่งใสและยั่งยืน

การที่ “อภิสิทธิ์” จี้รัฐดึงกำไรค่ากลั่นเข้ากองทุนน้ำมัน ถือเป็นข้อเสนอที่ตรงจุดและเป็นประโยชน์ต่อประชาชน หากนำไปปฏิบัติ จะช่วยรักษาเสถียรภาพราคาและลดการเก็งกำไร นอกจากนี้ การทบทวนโครงสร้างราคาพลังงานทั้งหมด รวมถึงก๊าซ LPG และไฟฟ้า จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวเร็วขึ้น โดยไม่ปล่อยให้เอกชนได้กำไรเกินควรในยามวิกฤติ

ในมุมมองของผู้เขียน ข้อเสนอนี้สมเหตุสมผลและควรเร่งดำเนินการ รัฐบาลไม่ควรละเลยเสียงสะท้อนจากฝ่ายค้านที่มุ่งช่วยเหลือประชาชน ชาวไทยทุกคนควรติดตามและกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คุณคิดเห็นอย่างไรกับข้อเสนอนี้? แสดงความคิดเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความเพื่อให้ข้อมูลนี้แพร่กระจายสู่สาธารณะ

ที่มา – “อภิสิทธิ์” จี้รัฐดึงกำไรค่าการกลั่นเข้ากองทุนน้ำมัน ลั่นต้องทบทวนโครงสร้างราคาพลังงาน

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 12 มีนาคม 2569 เช็กราคาล่าสุด

อัปเดตด่วน! ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 12 มีนาคม 2569 ครับเพื่อนๆ ทุกคน สำหรับคนที่กำลังหาข้อมูลราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 12 มีนาคม 2569 เช็กราคาน้ำมันทุกชนิด ล่าสุดราคาลิตรละกี่บาท จากปั๊มน้ำมันชั้นนำอย่าง ปตท., บางจาก, พีที, คาลเท็กซ์ และเชลล์ วันนี้เรารวบรวมข้อมูลล่าสุดมาให้แล้ว วันที่ 11 มีนาคม 2569 มีการประกาศปรับราคาอย่างเป็นทางการจากเว็บไซต์แต่ละบริษัท ช่วยให้คุณวางแผนการเติมน้ำมันได้อย่างแม่นยำ ไม่ต้องลุ้นราคาแพงขึ้นกะทันหัน

ช่วงนี้ราคาน้ำมันโลกค่อนข้างผันผวน จากปัจจัยอย่างราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก สถานการณ์ geopolitical ในตะวันออกกลาง และนโยบาย OPEC+ แต่ดีใจด้วยนะครับ สัปดาห์นี้ราคาส่วนใหญ่ทรงตัว โดยเฉพาะดีเซลที่ยังอยู่ระดับ 29.94 บาทต่อลิตร เหมาะสำหรับรถกระบะและรถบรรทุกมากๆ ถ้าคุณขับรถเบนซิน ลองเช็คแก๊สโซฮอล์ E20 หรือ E85 ที่ราคาถูกกว่าและประหยัดน้ำมันกว่าเดิม มาดูรายละเอียดกันเลยครับ

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 12 มีนาคม 2569

ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 12 มีนาคม 2569 ปั๊ม “บางจาก”

  • ไฮพรีเมียมดีเซล S อยู่ที่ 45.64 บาท/ลิตร
  • ไฮดีเซล S อยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร
  • ไฮพรีเมียม 97 อยู่ที่ 49.54 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85S EVO อยู่ที่ 25.79 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20S EVO อยู่ที่ 27.84 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91S EV อยู่ที่ 30.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95S EVO อยู่ที่ 31.05 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “ปตท.” วันที่ 12 มี.ค. 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E85 อยู่ที่ 25.79 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 27.84 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 30.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 31.05 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 39.64 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 43.44 บาท/ลิตร
  • ซูเปอร์พาวเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 40.04 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “เชลล์” วันที่ 12 มี.ค. 2569

  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 28.94 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 31.78 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 32.35 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร
  • เชลล์ ฟิวเซฟ ดีเซล อยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร
  • เชลล์ วี-เพาเวอร์ ดีเซล อยู่ที่ 49.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “พีที” วันที่ 12 มี.ค. 2569

  • ดีเซล อยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 อยู่ที่ 31.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 อยู่ที่ 30.68 บาท/ลิตร
  • เบนซิน อยู่ที่ 40.14 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 27.84 บาท/ลิตร

ราคาน้ำมันปั๊ม “คาลเท็กซ์” วันที่ 12 มี.ค. 2569

  • โกลด์ 95 เทครอน อยู่ที่ 49.51 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 95 เทครอน อยู่ที่ 31.05 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ 91 เทครอน อยู่ที่ 30.68 บาท/ลิตร
  • แก๊สโซฮอล์ E20 อยู่ที่ 27.84 บาท/ลิตร
  • ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 29.94 บาท/ลิตร
  • พาวเวอร์ ดีเซล เทครอน อยู่ที่ 45.64 บาท/ลิตร

หมายเหตุ: ราคาข้างต้นเป็นราคากลางที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องที่ ซึ่งอาจแตกต่างกันตามพื้นที่ใกล้ไกลจากกรุงเทพฯ นะครับ ถ้าอยู่นอกเมืองอาจแพงขึ้นนิดหน่อย

เคล็ดลับประหยัดค่าน้ำมันในยุคนี้

เพื่อนๆ ลองเช็คดูว่ารถคุณรองรับน้ำมันทางเลือกอย่างแก๊สโซฮอล์ E85 หรือ E20 มั้ยครับ ราคาถูกกว่าปกติเกือบ 6 บาทต่อลิตร แถมเครื่องยนต์สมัยใหม่ส่วนใหญ่ทนทานดี ไม่ต้องกังวลเรื่องตะกอนน้า นอกจากนี้ ดูแลรถให้ดี เช่น เปลี่ยนไส้กรองอากาศ สลับยางลมให้ถูกต้อง ช่วยยืดอายุเครื่องและประหยัดน้ำมันได้อีก 5-10% เลยทีเดียว

ส่วนคาดการณ์สัปดาห์หน้า ราคาน้ำมันน่าจะยังทรงตัว ถ้าไม่มีข่าวร้ายจากตะวันออกกลาง แต่แนะนำให้เช็คราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 12 มีนาคม 2569ทุกวันผ่านแอปปั๊มหรือเว็บไซต์เรา จะได้ไม่พลาดโปรโมชั่นเติมถูก!

สรุปแล้ว วันนี้ราคาดีเซลถูกใจมากสำหรับผู้ใช้รถใช้งานหนัก ส่วนเบนซินพรีเมียมยังแพงแต่คุ้มค่าถ้ารถสปอร์ต อย่าลืมเติมให้พอดี ถังอย่าเต็มเกินไปเผื่อราคาตกนะครับ ติดตามอัพเดทราคาน้ำมันล่าสุดได้ที่นี่ทุกวันเลย!

ที่มา – ราคาน้ำมันพรุ่งนี้ 12 มีนาคม 2569 เช็กราคาน้ำมันทุกชนิด ล่าสุดราคาลิตรละกี่บาท

“ศุภจี” ตามติดสงครามตะวันออกกลาง ขออย่าตื่นตระหนก

สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุขึ้นทุกวัน ทำให้หลายคนเริ่มกังวลกับผลกระทบที่อาจตามมา โดยเฉพาะราคาน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภคที่อาจปรับตัวสูงขึ้น ล่าสุด “ศุภจี” ตามติดสงครามตะวันออกกลาง อย่างใกล้ชิด โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญ เพื่อคลายความกังวลของประชาชน

“ศุภจี” ตามติดสงครามตะวันออกกลาง

นางศุภจี กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า รัฐบาลไทยได้จัดตั้ง ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพื่อติดตามเหตุการณ์แบบเรียลไทม์ โดยประสานงานกับทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อเตรียมมาตรการรับมือที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

ทุกวันเวลา 18.00 น. ศูนย์ฯ จะมีการแถลงข่าวอัปเดตสถานการณ์ล่าสุด เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ไม่ใช่ข่าวลือที่อาจทำให้เกิดความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น “เราติดตามวันต่อวัน และแจ้งให้ทุกคนทราบ หากมีอะไรเปลี่ยนแปลง จะรายงานทันที” นางศุภจี เน้นย้ำ

ขออย่าตื่นตระหนก รัฐบาลมีแผนชัดเจน

รัฐมนตรีศุภจี ย้ำชัดว่า ไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ให้ช่วยกันติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด รัฐบาลได้เตรียม "ฉากทัศน์" หรือสถานการณ์สมมติไว้หลายแบบแล้ว หากเป็นกรณีระยะสั้น จะใช้มาตรการที่เริ่มดำเนินการไปแล้ว เช่น การควบคุมราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินให้คงที่ รวมถึงสำรองสินค้าจำเป็นในสต็อก

แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ มาตรการเพิ่มเติมก็พร้อมออกมา เช่น การอุดหนุนราคาพลังงาน การกระจายสินค้าผ่านตลาดสดและห้างสรรพสินค้าที่ร่วมโครงการ และการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน 20 รายการ เพื่อให้ค่าครองชีพของประชาชนไม่พุ่งสูง

  • ติดตามแถลงข่าวทุกวัน 18.00 น. จากศูนย์ ศบก.
  • ใช้พลังงานอย่างประหยัด ลดการใช้น้ำมันส่วนบุคคล
  • ซื้อสินค้าจำเป็นในปริมาณเหมาะสม ไม่กักตุน
  • เลือกซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการคุมราคา

ผลกระทบสงครามตะวันออกกลางต่อไทย

สงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน และกลุ่มฮูธีในเยเมน ส่งผลโดยตรงต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูงขึ้นกว่า 10% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในไทยมีแนวโน้มปรับขึ้นตาม หากยืดเยื้อ อาจกระทบค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และราคาอาหารนำเข้า

อย่างไรก็ตาม ไทยมีสต็อกน้ำมันสำเร็จรูปเพียงพอใช้ได้ 3-6 เดือน และกำลังเจรจากับผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางเพื่อหาแหล่งทางเลือกเพิ่มเติม นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าต่างประเทศเพื่อกระจายความเสี่ยง

ครม.หนุน Work from Home เพิ่มประสิทธิภาพ

นอกจากมาตรการทางเศรษฐกิจแล้ว คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังมีมติส่งเสริมการประชุมออนไลน์และการทำงานแบบ Work from Home (WFH) สำหรับหน่วยงานรัฐและเอกชนที่พร้อม โดยนางศุภจี มองว่านี่เป็นโอกาสทองในการทบทวนกระบวนการทำงานเก่าๆ นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ ลดการเดินทาง ลดใช้พลังงาน และเพิ่ม productivity ในระยะยาว

“หน่วยงานไหนพร้อมก็เริ่มได้เลย ถือเป็นโอกาสปรับตัวให้เข้ากับยุคใหม่” เธอกล่าว หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น WFH จะช่วยลดความเสี่ยงการแพร่กระจายโรคหรือปัญหาการจราจรที่อาจเกิดจากความตึงเครียดทางสังคม

สรุปแล้ว แม้สถานการณ์ “ศุภจี” ตามติดสงครามตะวันออกกลาง จะน่ากังวล แต่รัฐบาลไทยพร้อมรับมือเต็มที่ ประชาชนอย่างเราควรติดตามข้อมูลจากช่องทาง官方 หลีกเลี่ยงข่าวปลอม และช่วยกันประหยัดพลังงาน หากทุกคนร่วมมือ เราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างราบรื่น คุณคิดเห็นอย่างไร ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดติดตามบล็อกเพื่ออัปเดตข่าวสารเศรษฐกิจล่าสุด!

ที่มา – “ศุภจี” ตามติดสงครามตะวันออกกลาง ขออย่าตื่นตระหนก ยันมีแผนคุมราคาสินค้า-พลังงาน

รู้จักเกาะคาร์ก ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันอิหร่าน

รู้จักเกาะคาร์ก ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันอิหร่าน เกาะเล็กๆ ในอ่าวเปอร์เซียที่เป็นหัวใจสำคัญของการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่าน คิดเป็นเกือบ 90% ของการส่งออกทั้งหมดของประเทศ หากถูกโจมตีจากสหรัฐหรืออิสราเอล อาจทำให้ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงทันที สร้างความผันผวนให้ตลาดพลังงานทั่วโลก

เกาะคาร์ก ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันอิหร่าน

เกาะคาร์กตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งอิหร่านประมาณ 24 กิโลเมตร ในอ่าวเปอร์เซีย แม้จะเป็นเกาะเล็กๆ แต่มีความสำคัญยิ่งใหญ่ต่อเศรษฐกิจอิหร่าน เพราะเป็นจุดศูนย์กลางในการส่งออกน้ำมันดิบเกือบทั้งหมดของประเทศ

อิหร่านเป็นผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่อันดับ 4 ของกลุ่ม OPEC โดยส่งออกน้ำมันดิบประมาณ 9 ใน 10 ส่วนผ่านเกาะคาร์กแห่งนี้ ปริมาณเฉลี่ยอยู่ที่ 1.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยผู้ซื้อหลักคือจีน นักวิเคราะห์ด้านพลังงานทั่วโลกต่างจับตาการเคลื่อนไหวของเรือบรรทุกน้ำมันจากเกาะนี้อย่างใกล้ชิด เพราะแม้การเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก็สามารถกระตุ้นให้ราคาน้ำมันโลกผันผวนได้ในทันที

โครงสร้างสำคัญบนเกาะคาร์ก ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันอิหร่าน

น้ำมันดิบจากแหล่งผลิตต่างๆ ในอิหร่านจะถูกส่งผ่านท่อใต้ทะเลมายังเกาะคาร์ก จากนั้นเก็บไว้ในคลังน้ำมันขนาดใหญ่เพื่อรอการบรรทุกขึ้นเรือ

สถานีส่งออกบนเกาะมีโครงสร้างที่แข็งแกร่งและทันสมัย ดังนี้:

  • ถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ รองรับได้ถึง 30 ล้านบาร์เรล
  • ท่าเรือที่สามารถเทียบบรรทุกน้ำมันได้พร้อมกัน 8 ลำเรือขนาดใหญ่
  • กำลังการบรรทุกสูงสุดกว่า 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน และสามารถเพิ่มเป็น 10 ล้านบาร์เรลในกรณีเร่งด่วน

ประชากรส่วนใหญ่บนเกาะคือแรงงานอุตสาหกรรมน้ำมันที่เดินทางเข้าออกผ่านสนามบินส่วนตัวซึ่งบริหารโดยบริษัทน้ำมันแห่งชาติอิหร่าน ทำให้เกาะแห่งนี้เป็นเหมือนเมืองน้ำมันลอยน้ำที่ขาดไม่ได้

ความเสี่ยงด้านความมั่นคงของเกาะคาร์ก

แม้เกาะคาร์กจะมีฐานทัพเรือของอิหร่านประจำการอยู่ แต่ตำแหน่งที่ห่างไกลจากแผ่นดินใหญ่นั้นทำให้การป้องกันจากการโจมตีทางอากาศค่อนข้างยากลำบาก ในอดีตระหว่างสงครามอิหร่าน-อิรัก เกาะแห่งนี้เคยถูกโจมตีมาแล้ว ซึ่งยืนยันถึงความสำคัญทางยุทธศาสตร์

นักวิเคราะห์เตือนว่าหากเกิดความเสียหายรุนแรงต่อโครงสร้างส่งออกน้ำมัน อิหร่านอาจตอบโต้ด้วยกำลังทหารทันที สร้างความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางให้รุนแรงยิ่งขึ้น

สถานการณ์ตึงเครียดจากสหรัฐและอิสราเอล

ล่าสุด สถานการณ์ร้อนระอุหลังสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่อเป้าหมายในอิหร่านตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ แม้เกาะคาร์กจะยังไม่ถูกโจมตีโดยตรง แต่โครงสร้างพลังงานบางแห่งในเตหะรานถูกกระทบแล้ว

อิหร่านจึงเร่งขนส่งน้ำมันจากเกาะคาร์กออกให้มากที่สุดก่อนสถานการณ์จะเลวร้ายลง โดยเรือบรรทุกน้ำมันต้องผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางสำคัญของน้ำมันโลก และปัจจุบันจำนวนเรือที่ผ่านลดลงมากเนื่องจากความเสี่ยง

หากเกาะคาร์กถูกโจมตี จะเกิดอะไรขึ้นกับตลาดโลก

หากเกาะคาร์ก ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันอิหร่าน ถูกโจมตีจริง การส่งออกน้ำมันหลักของอิหร่านจะหยุดชะงักนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ส่งผลให้อุปทานน้ำมันโลกขาดแคลนทันที

ผลกระทบที่จะเกิดขึ้น ได้แก่:

  • ราคาน้ำมันดิบ Brent และ WTI พุ่งสูงกว่า 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลทันที
  • ช่องแคบฮอร์มุซอาจถูกปิดกั้น ส่งผลกระทบต่อการส่งออกน้ำมันจากอ่าวเปอร์เซียทั้งหมด ซึ่งคิดเป็น 20% ของโลก
  • เงินเฟ้อทั่วโลกเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะในสหรัฐและยุโรปที่พึ่งพาน้ำมันนำเข้า
  • เศรษฐกิจอุตสาหกรรมใหญ่ชะลอตัวจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น

นอกจากนี้ ยังอาจจุดชนวนสงครามภูมิภาคที่กว้างขึ้น สร้างความไม่แน่นอนให้กับนักลงทุนทั่วโลก

สรุปแล้ว เกาะคาร์กไม่ใช่แค่โครงสร้างพื้นฐานของอิหร่าน แต่เป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถเขย่าตลาดพลังงานโลกได้ทั้งระบบ นักลงทุนและผู้สนใจเศรษฐกิจควรติดตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมรับมือกับความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ คลิกอ่านข่าวต่างประเทศเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด

ที่มา – รู้จัก “เกาะคาร์ก” ศูนย์กลางส่งออกน้ำมันอิหร่าน หากถูกโจมตีอาจเขย่าตลาดพลังงานโลก

อิหร่านประกาศกร้าว หยุดส่งออกน้ำมันแม้ลิตรเดียว

สถานการณ์ในตะวันออกกลางกำลังตึงเครียดหนัก เมื่อ อิหร่านประกาศกร้าว จะไม่มีการส่งออกน้ำมัน “แม้แต่ลิตรเดียว” หากสงครามยังไม่ยุติ คำขู่ครั้งนี้จากกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ส่งผลกระเพื่อมไปทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดน้ำมันที่ผันผวนรุนแรง วันนี้เราจะมาวิเคราะห์กันว่าเรื่องนี้จะกระทบอะไรบ้าง และอนาคตของราคาน้ำมันจะเป็นอย่างไร

อิหร่านประกาศกร้าว จะไม่มีการส่งออกน้ำมัน “แม้แต่ลิตรเดียว” หากสงครามยังไม่ยุติ

กองกำลัง IRGC ยืนยันจุดยืนชัดเจน ว่าจะเป็นผู้กำหนดจุดจบของสงครามเอง นายอาลี โมฮัมหมัด นาอินี โฆษก IRGC กล่าวผ่านสำนักข่าวทัสนิมว่า “กองทัพอิหร่านจะไม่ยอมให้มีการส่งออกน้ำมันแม้แต่ลิตรเดียวจากภูมิภาคนี้ไปยังฝ่ายศัตรูและพันธมิตร จนกว่าจะมีประกาศเปลี่ยนแปลง” คำประกาศนี้เมินคำขู่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่บอกว่าจะถล่มตอบโต้ 20 เท่าหากปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ชนวนเหตุที่นำไปสู่การประกาศกร้าว

ทุกอย่างเริ่มต้นเมื่อ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดเสียชีวิต สงครามขยายวงกว้าง ช่องแคบฮอร์มุซที่ลำเลียงน้ำมันดิบกว่า 20% ของโลกหยุดชะงัก เรือบรรทุกน้ำมันถูกโจมตีซ้ำๆ ทำให้การค้าพลังงานสะดุด

IRGC ยังเสนอให้ประเทศอาหรับและยุโรป ขับไล่ทูตสหรัฐฯ-อิสราเอล เพื่อแลกกับสิทธิ์เดินเรือผ่านฮอร์มุซอย่างอิสระ นอกจากนี้ รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน นายอับบาส อารักชี ปฏิเสธเจรจาสหรัฐฯ เพราะถูกโจมตีทั้งที่การคุย 3 รอบมีความคืบหน้า

ผลกระทบต่อตลาดน้ำมันโลก

ราคาน้ำมันเบรนท์พุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สูงสุดตั้งแต่รัสเซียบุกยูเครน ก่อนร่วง 10% หลังทรัมป์บอกอาจยกเว้นคว่ำบาตรบางประเทศ เช่น รัสเซีย เพื่อบรรเทาขาดแคลน แต่สถานการณ์ยังน่ากังวล โดยเฉพาะไทยที่นำเข้าน้ำมันส่วนใหญ่

  • ราคาน้ำมันในไทย: คาดปรับขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลน้ำมันหน้า pump แพงขึ้น
  • เศรษฐกิจโลก: อัตราเงินเฟ้อพุ่ง ห่วงชะลอตัว
  • ช่องแคบฮอร์มุซ: หากปิดจริง 20% น้ำมันโลกหายไปทันที
  • การสูญเสีย: พลเรือนอิหร่านตาย 1,332 รายแล้ว

ทรัมป์คาดสงครามจบใน 4 สัปดาห์ แต่ยังไม่ชัด “ชัยชนะ” คืออะไร อิสราเอลย้ำเป้าโค่นระบอบนักบวชอิหร่าน

อิหร่านประกาศกร้าว จะไม่มีการส่งออกน้ำมัน “แม้แต่ลิตรเดียว” หากสงครามยังไม่ยุติ สะท้อนความเด็ดขาดท่ามกลางวิกฤตที่ยืดเยื้อ สถานการณ์นี้อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงพลังงานโลก เช่น เร่งหันไปใช้พลังงานทดแทนหรือน้ำมันจากแหล่งอื่น

ความเห็นส่วนตัว: สงครามครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่กระทบชีวิตประจำวันของทุกคนทั่วโลก โดยเฉพาะราคาน้ำมันที่เราทุกคนต้องจ่าย หวังว่าทุกฝ่ายจะหาทางออกสันติภาพได้เร็วๆ

CTA: คุณคิดว่าสถานการณ์นี้จะจบอย่างไร? คอมเมนต์ด้านล่างและแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ รับรู้กันครับ ติดตามข่าวอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – อิหร่านประกาศกร้าว จะไม่มีการส่งออกน้ำมัน “แม้แต่ลิตรเดียว” หากสงครามยังไม่ยุติ

เวียดนามวอนประชาชน “ทำงานที่บ้าน” ประหยัดน้ำมัน

เวียดนามวอนประชาชน “ทำงานที่บ้าน” ประหยัดน้ำมัน หลังจากที่ราคาน้ำมันพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากผลกระทบของสงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความขัดแย้งระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ทำให้เกิดการขาดแคลนเชื้อเพลิงทั่วโลก รัฐบาลเวียดนามจึงออกมาตรการเร่งด่วนเพื่อบรรเทาปัญหานี้

เวียดนามวอนประชาชน “ทำงานที่บ้าน” ประหยัดน้ำมัน

กระทรวงอุตสาหกรรมและการค้าของเวียดนาม ได้ออกแถลงการณ์เรียกร้องให้ภาคธุรกิจและสถานประกอบการ ส่งเสริมให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน หรือ Work from Home เพื่อลดการใช้รถยนต์ส่วนตัวและการเดินทางที่ไม่จำเป็น ซึ่งจะช่วยประหยัดการใช้น้ำมันได้อย่างมีประสิทธิภาพ ท่ามกลางวิกฤตอุปทานน้ำมันที่หยุดชะงักจากสงครามในตะวันออกกลาง

เวียดนามซึ่งพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นหลัก ได้รับผลกระทบหนักหน่วง โดยข้อมูลจาก Petrolimex ผู้ค้าน้ำมันรายใหญ่ที่สุด ระบุว่าราคาน้ำมันเบนซินพุ่งขึ้น 32% น้ำมันดีเซลเพิ่ม 56% และน้ำมันก๊าดสูงถึง 80% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดภาพแถวยาวเหยียดตามสถานีบริการน้ำมันในกรุงฮานอยและเมืองใหญ่

ผลกระทบจากสงครามอิหร่านต่อเวียดนาม

สงครามในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันดิบโลกทะลุ 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าอาจแตะ 140 ดอลลาร์หากสถานการณ์ไม่คลี่คลาย เวียดนามซึ่งมีความต้องการน้ำมันปี 2025 อยู่ที่ 28.6 ล้านลูกบาศก์เมตร ยังต้องพึ่งพาการนำเข้า แม้มีโรงกลั่นในประเทศอย่าง Nghi Son และ Binh Son แต่ก็ไม่เพียงพอ

มาตรการประหยัดน้ำมันที่รัฐบาลแนะนำ

นอกจากเวียดนามวอนประชาชน “ทำงานที่บ้าน” ประหยัดน้ำมันแล้ว รัฐบาลยังมีมาตรการอื่นๆ ดังนี้

  • สำหรับภาคธุรกิจ: สนับสนุน Work from Home ปรับปรุงโลจิสติกส์ ลดการตีรถเปล่า และพัฒนาพลังงานหมุนเวียน
  • สำหรับประชาชน: ใช้ระบบคาร์พูล (Carpool) ขนส่งสาธารณะ และปฏิบัติตามเคล็ดลับประหยัดน้ำมัน
    • ดับเครื่องยนต์เมื่อจอดนานเกิน 1 นาที
    • หลีกเลี่ยงการเบรกหรือเร่งกะทันหัน
    • ใช้เชื้อเพลิงชีวภาพ E5 และ E10

นายกรัฐมนตรีฝ่าม มิงห์ จิ๋ง ได้ติดต่อผู้นำคูเวต กาตาร์ และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ โดยตรง เพื่อขอรับประกันการส่งออกน้ำมันดิบ นอกจากนี้ยังยกเว้นภาษีนำเข้าเชื้อเพลิงทุกประเภทจนถึงสิ้นเดือนเมษายน และระดมน้ำมันสำรอง 4 ล้านบาร์เรลจากพันธมิตร

กระทรวงฯ ยังขอความร่วมมือไม่กักตุนหรือเก็งกำไรน้ำมัน ห้ามตื่นตระหนก และแจ้งเบาะแสหากพบสถานีบริการขายเกินราคาหรือหยุดขายโดยไม่มีเหตุผล

บทเรียนสำหรับประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียน

สถานการณ์เวียดนามวอนประชาชน “ทำงานที่บ้าน” ประหยัดน้ำมันนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้ประเทศเพื่อนบ้านอย่างไทยเตรียมรับมือวิกฤตพลังงาน โดยไทยควรส่งเสริม Work from Home ในระยะยาว พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน EV และพลังงานทดแทน เพื่อลดการพึ่งพานำเข้าจากตะวันออกกลาง

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ มาตรการเหล่านี้ไม่เพียงช่วยประหยัดน้ำมันในระยะสั้น แต่ยังเร่งการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจสีเขียว หากเวียดนามทำสำเร็จ จะเป็นต้นแบบที่ดีสำหรับอาเซียน

คุณคิดอย่างไรกับมาตรการเวียดนามวอนประชาชน “ทำงานที่บ้าน” ประหยัดน้ำมันนี้? ไทยควรนำไปปรับใช้หรือไม่? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนัก

ที่มา – เวียดนามวอนประชาชน “ทำงานที่บ้าน” ประหยัดน้ำมัน หลังสงครามอิหร่านทำราคาพุ่ง-ขาดตลาด

เลขาฯกฤษฎีกาชี้ทำสัญญาค้าน้ำมันได้ไม่ต้องผ่าน ครม.

ในสถานการณ์ที่ราคาน้ำมันโลกพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง รัฐบาลไทยกำลังเร่งหามาตรการรับมือเพื่อบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ล่าสุด เลขาฯกฤษฎีกาชี้ทำสัญญาค้าน้ำมันได้ไม่ต้องผ่าน ครม. ซึ่งเป็นข่าวดีที่ช่วยให้การดำเนินการรวดเร็วขึ้น โดยไม่ต้องรอขั้นตอนที่ยุ่งยาก

เลขาฯกฤษฎีกาชี้ทำสัญญาค้าน้ำมันได้ไม่ต้องผ่าน ครม.

วันที่ 9 มีนาคม 2567 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายปกรณ์ นิลประพันธ์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้เปิดเผยหลังจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล รักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานประชุมหารือแนวทางบริหารจัดการสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยมีการพูดถึงการจัดหาน้ำมันเพิ่มจากประเทศเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซีย แต่ไม่ได้เจาะจงที่ใดที่หนึ่ง

ประเด็นสำคัญคือ ในส่วนของสัญญาการค้าน้ำมันนั้น สามารถดำเนินการได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องนำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งช่วยย่นระยะเวลาและเพิ่มความคล่องตัวในการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงแนวคิดการแยกกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เลขาฯกฤษฎีกายืนยันว่าไม่ได้มีการหารือเรื่องนี้เลย มีเพียงประเด็นน้ำมันเท่านั้นที่ถูกพูดถึง

บริบทราคาน้ำมันโลกและผลกระทบต่อไทย

ราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงในช่วงนี้ เกิดจากปัจจัยหลายประการ เช่น ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และปัญหาห่วงโซ่อุปทาน ส่งผลให้ราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินในไทยปรับตัวสูงขึ้น สร้างแรงกดดันต่อผู้ประกอบการขนส่งและประชาชนทั่วไป

  • ราคาน้ำมันดีเซลเกิน 30 บาทต่อลิตร
  • ค่าขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้น 10-20%
  • ค่าครองชีพครัวเรือนสูงขึ้น ส่งผลต่อเงินเฟ้อ

การที่ เลขาฯกฤษฎีกาชี้ทำสัญญาค้าน้ำมันได้ไม่ต้องผ่าน ครม. จึงเป็นทางออกที่ช่วยให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพลังงาน สามารถเจรจาและทำสัญญานำเข้าน้ำมันดิบหรือน้ำมันสำเร็จรูปได้รวดเร็ว ลดความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา

ขั้นตอนการทำสัญญาค้าน้ำมันแบบเร่งด่วน

ตามคำชี้แจงของเลขาฯกฤษฎีกา การทำสัญญานี้ยึดตามกฎหมายว่าด้วยการปฏิบัติราชการทางปกครองและพระราชบัญญัติการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยหน่วยงานสามารถใช้อำนาจตามกฎหมายเพื่อความเร่งด่วนได้ โดยไม่ต้องรอครม. อนุมัติ ซึ่งช่วยประหยัดเวลาได้หลายสัปดาห์

อย่างไรก็ตาม ต้องมีการตรวจสอบความโปร่งใสและยึดหลักธรรมาภิบาล เพื่อป้องกันการทุจริต นอกจากนี้ รัฐบาลยังพิจารณามาตรการอื่นๆ เช่น การลดภาษีน้ำมันชั่วคราว การอุดหนุนกองทุนน้ำมัน และการส่งเสริมพลังงานทางเลือก

ความเห็นจากผู้เชี่ยวชาญและผลกระทบระยะยาว

ผู้เชี่ยวชาญด้านพลังงานมองว่า การตัดสินใจนี้เป็นก้าวสำคัญในการรับมือวิกฤตพลังงาน แต่ควรมีแผนสำรองระยะยาว เช่น การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน LNG หรือพลังงานหมุนเวียน เพื่อลดการพึ่งพาน้ำมันนำเข้า นอกจากนี้ ยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจการค้าชายแดนกับมาเลเซีย ซึ่งเป็นคู่ค้าสำคัญ

สำหรับประเด็นแยกกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา ที่ถูกปัดตกในการประชุมครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับปัญหาเร่งดึงมาก่อน ซึ่งเป็นแนวทางที่สมเหตุสมผลในสถานการณ์ปัจจุบัน

สรุปแล้ว เลขาฯกฤษฎีกาชี้ทำสัญญาค้าน้ำมันได้ไม่ต้องผ่าน ครม. เป็นข่าวดีที่ช่วยให้รัฐบาลไทยตอบสนองต่อวิกฤตได้อย่างรวดเร็ว ผู้ประกอบการและประชาชนควรติดตามการเปลี่ยนแปลงราคาน้ำมันในช่วงสัปดาห์หน้า หากราคาลดลง ค่าครองชีพก็จะผ่อนคลายลงตามไปด้วย

คุณคิดอย่างไรกับมาตรการนี้? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้รับรู้ข้อมูลสำคัญ!

ที่มา – เลขาฯกฤษฎีกาชี้ทำสัญญาค้าน้ำมันได้ไม่ต้องผ่าน ครม.

ปตท.-บางจาก ปรับราคาน้ำมันเบนซิน 10 มี.ค.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวรถทุกคัน! วันนี้เรามีข่าวสำคัญสำหรับคนขับรถทุกคนเลยนะครับ เพราะ ปตท.-บางจาก ปรับราคาน้ำมันเบนซิน ล่าสุดแล้ว มีผลตั้งแต่ตี 5 วันที่ 10 มี.ค. 2569 ใครที่กำลังวางแผนเติมน้ำมัน อย่าพลาดข้อมูลนี้เด็ดขาด!

ปตท.-บางจาก ปรับราคาน้ำมันเบนซิน มีผลตี 5 วันที่ 10 มี.ค. เช็กราคาล่าสุด

ตามรายงานล่าสุดจากผู้สื่อข่าว พีทีที สเตชั่น และ บมจ. บางจากปิโตรเลียม (BCP) ได้ประกาศปรับราคาน้ำมันกลุ่มแก๊สโซฮอล์แล้วครับ โดยเฉพาะน้ำมัน GSH91S EVO และ GSH95S EVO ที่ปรับขึ้นคนละ 50 สตางค์ต่อลิตร ส่วน GSH E20S EVO และ GSH E85S EVO ปรับลง 50 สตางค์ต่อลิตร ส่วนกลุ่ม Hi Premium และกลุ่มดีเซลยังคงราคาเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เวลา 05.00 น. วันที่ 10 มี.ค. 2569 เป็นต้นไป

การปรับราคาครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ราคาน้ำมันโลกที่ผันผวน จากปัจจัยต่างๆ เช่น ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก ความเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท และนโยบายของรัฐบาลเรื่องกองทุนน้ำมัน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อผู้ใช้รถยนต์ในไทยครับ เพื่อนๆ ที่ใช้รถประจำวัน ควรเช็กราคาก่อนเติมเพื่อประหยัดเงินในกระเป๋า

เช็กราคาน้ำมัน ปตท.-บางจาก ปรับราคาน้ำมันเบนซิน ใหม่ล่าสุด

มาดูรายละเอียดราคาน้ำมันใหม่กันเลยครับ (ราคายังไม่รวมภาษีบำรุง道路กรุงเทพฯ นะครับ):

  • GSH95S EVO: 31.05 บาท/ลิตร (ปรับขึ้น 0.50 บาท)
  • GSH91S EVO: 30.68 บาท/ลิตร (ปรับขึ้น 0.50 บาท)
  • GSH E20S EVO: 27.84 บาท/ลิตร (ปรับลง 0.50 บาท)
  • GSH E85S EVO: 25.79 บาท/ลิตร (ปรับลง 0.50 บาท)
  • เบนซินธรรมดา: 39.64 บาท/ลิตร (คงที่)
  • Hi Premium 97 (GSH95++): 49.54 บาท/ลิตร (คงที่)
  • Hi Diesel S: 29.94 บาท/ลิตร (คงที่)
  • Hi Premium Diesel S: 45.64 บาท/ลิตร (คงที่)

เห็นได้ชัดว่ากลุ่ม E20 และ E85 ที่ผสมเอทานอลสูง ราคาถูกลงนิดหน่อย เหมาะสำหรับรถที่รองรับ เหมาะกับคนที่อยากประหยัดงบประมาณครับ ส่วนดีเซลยังคงนิ่งๆ ดีสำหรับรถบรรทุกและรถกระบะ

นอกจากนี้ ปตท.-บางจาก ปรับราคาน้ำมันเบนซิน ครั้งนี้ยังสะท้อนถึงกลยุทธ์ของบริษัทในการตอบสนองต่อตลาดอย่างรวดเร็ว เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับบริการที่ดีที่สุด หากคุณเป็นคนที่เติมน้ำมันบ่อยๆ ลองคำนวณดูสิครับ ว่าการเปลี่ยนไปใช้น้ำมัน E20 หรือ E85 จะช่วยประหยัดได้เท่าไหร่ต่อเดือน

ในช่วงนี้ แนะนำให้เพื่อนๆ ติดตามข่าวสารราคาน้ำมันอย่างใกล้ชิด เพราะราคาอาจเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน โดยเฉพาะช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่กำลังใกล้เข้ามา ควรเช็คแอป PTT Station หรือ Bangchak เพื่อดูโปรโมชั่นเติมเงินล่วงหน้า หรือคูปองส่วนลดต่างๆ ด้วยนะครับ

สำหรับรถยนต์ไฟฟ้าหรือไฮบริด อาจเป็นทางเลือกในอนาคต แต่ตอนนี้ยังต้องพึ่งพาน้ำมันอยู่ดี ดังนั้นการเลือกน้ำมันให้เหมาะกับเครื่องยนต์สำคัญมาก เช่น ใช้ GSH95 สำหรับรถสมรรถนะสูง เพื่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งานยาวนาน

สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนขับขี่ปลอดภัย และวางแผนงบประมาณค่าอาหาร ค่าน้ำมันให้ดีนะครับ การติดตามข้อมูลอย่าง ปตท.-บางจาก ปรับราคาน้ำมันเบนซิน จะช่วยให้คุณไม่เสียเปรียบ ลองแชร์ประสบการณ์เติมน้ำมันของคุณในคอมเมนต์ด้านล่างด้วยสิ!

คำแนะนำ: เติมน้ำมันก่อนตี 5 วันที่ 10 มี.ค. เพื่อล็อคราคาเก่า ถ้ายังไม่ปรับ!

ที่มา – ปตท.-บางจาก ปรับราคาน้ำมันเบนซิน มีผลตี 5 วันที่ 10 มี.ค. เช็กราคาล่าสุด

Scroll to top