สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางกำลังร้อนระอุขึ้นทุกวัน ทำให้หลายคนเริ่มกังวลกับผลกระทบที่อาจตามมา โดยเฉพาะราคาน้ำมันและสินค้าอุปโภคบริโภคที่อาจปรับตัวสูงขึ้น ล่าสุด “ศุภจี” ตามติดสงครามตะวันออกกลาง อย่างใกล้ชิด โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ได้ออกมาให้ข้อมูลสำคัญ เพื่อคลายความกังวลของประชาชน
“ศุภจี” ตามติดสงครามตะวันออกกลาง
นางศุภจี กล่าวในการให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่า รัฐบาลไทยได้จัดตั้ง ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง (ศบก.) เพื่อติดตามเหตุการณ์แบบเรียลไทม์ โดยประสานงานกับทุกกระทรวงที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพลังงาน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อเตรียมมาตรการรับมือที่รวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
ทุกวันเวลา 18.00 น. ศูนย์ฯ จะมีการแถลงข่าวอัปเดตสถานการณ์ล่าสุด เพื่อให้ประชาชนได้รับข้อมูลที่ถูกต้องจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ ไม่ใช่ข่าวลือที่อาจทำให้เกิดความตื่นตระหนกโดยไม่จำเป็น “เราติดตามวันต่อวัน และแจ้งให้ทุกคนทราบ หากมีอะไรเปลี่ยนแปลง จะรายงานทันที” นางศุภจี เน้นย้ำ
ขออย่าตื่นตระหนก รัฐบาลมีแผนชัดเจน
รัฐมนตรีศุภจี ย้ำชัดว่า ไม่ต้องตื่นตระหนก แต่ให้ช่วยกันติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด รัฐบาลได้เตรียม "ฉากทัศน์" หรือสถานการณ์สมมติไว้หลายแบบแล้ว หากเป็นกรณีระยะสั้น จะใช้มาตรการที่เริ่มดำเนินการไปแล้ว เช่น การควบคุมราคาน้ำมันดีเซลและเบนซินให้คงที่ รวมถึงสำรองสินค้าจำเป็นในสต็อก
แต่หากสถานการณ์ยืดเยื้อ มาตรการเพิ่มเติมก็พร้อมออกมา เช่น การอุดหนุนราคาพลังงาน การกระจายสินค้าผ่านตลาดสดและห้างสรรพสินค้าที่ร่วมโครงการ และการควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภคพื้นฐาน 20 รายการ เพื่อให้ค่าครองชีพของประชาชนไม่พุ่งสูง
- ติดตามแถลงข่าวทุกวัน 18.00 น. จากศูนย์ ศบก.
- ใช้พลังงานอย่างประหยัด ลดการใช้น้ำมันส่วนบุคคล
- ซื้อสินค้าจำเป็นในปริมาณเหมาะสม ไม่กักตุน
- เลือกซื้อสินค้าจากผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการคุมราคา
ผลกระทบสงครามตะวันออกกลางต่อไทย
สงครามในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความตึงเครียดระหว่างอิสราเอล-อิหร่าน และกลุ่มฮูธีในเยเมน ส่งผลโดยตรงต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญของโลก ราคาน้ำมันดิบ Brent พุ่งสูงขึ้นกว่า 10% ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ราคาน้ำมันสำเร็จรูปในไทยมีแนวโน้มปรับขึ้นตาม หากยืดเยื้อ อาจกระทบค่าขนส่ง ค่าไฟฟ้า และราคาอาหารนำเข้า
อย่างไรก็ตาม ไทยมีสต็อกน้ำมันสำเร็จรูปเพียงพอใช้ได้ 3-6 เดือน และกำลังเจรจากับผู้ผลิตน้ำมันในตะวันออกกลางเพื่อหาแหล่งทางเลือกเพิ่มเติม นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังเร่งเจรจาข้อตกลงการค้าต่างประเทศเพื่อกระจายความเสี่ยง
ครม.หนุน Work from Home เพิ่มประสิทธิภาพ
นอกจากมาตรการทางเศรษฐกิจแล้ว คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังมีมติส่งเสริมการประชุมออนไลน์และการทำงานแบบ Work from Home (WFH) สำหรับหน่วยงานรัฐและเอกชนที่พร้อม โดยนางศุภจี มองว่านี่เป็นโอกาสทองในการทบทวนกระบวนการทำงานเก่าๆ นำเทคโนโลยีดิจิทัลมาปรับใช้ ลดการเดินทาง ลดใช้พลังงาน และเพิ่ม productivity ในระยะยาว
“หน่วยงานไหนพร้อมก็เริ่มได้เลย ถือเป็นโอกาสปรับตัวให้เข้ากับยุคใหม่” เธอกล่าว หากสถานการณ์รุนแรงขึ้น WFH จะช่วยลดความเสี่ยงการแพร่กระจายโรคหรือปัญหาการจราจรที่อาจเกิดจากความตึงเครียดทางสังคม
สรุปแล้ว แม้สถานการณ์ “ศุภจี” ตามติดสงครามตะวันออกกลาง จะน่ากังวล แต่รัฐบาลไทยพร้อมรับมือเต็มที่ ประชาชนอย่างเราควรติดตามข้อมูลจากช่องทาง官方 หลีกเลี่ยงข่าวปลอม และช่วยกันประหยัดพลังงาน หากทุกคนร่วมมือ เราจะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้อย่างราบรื่น คุณคิดเห็นอย่างไร ลองแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมกดติดตามบล็อกเพื่ออัปเดตข่าวสารเศรษฐกิจล่าสุด!
ที่มา – “ศุภจี” ตามติดสงครามตะวันออกกลาง ขออย่าตื่นตระหนก ยันมีแผนคุมราคาสินค้า-พลังงาน


