วิปฝ่ายค้าน

“ไอติม” โว มีหมัดเด็ดซักฟอก ยันรวบรวมข้อมูลคดีโกงแน่น

เรียกได้ว่าสถานการณ์การเมืองกลับมาร้อนแรงอีกครั้ง เมื่อทางฝั่งพรรคประชาชนขยับตัวเตรียมความพร้อมสำหรับการเปิดสมัยประชุมสภา โดยล่าสุด นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ “ไอติม” ได้ออกมาให้สัมภาษณ์อย่างมั่นใจว่า “ไอติม” โว มีหมัดเด็ดซักฟอก ยันรวบรวมข้อมูลคดีโกงแน่น เพื่อเตรียมตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลให้เข้มข้นที่สุด โดยเน้นไปที่การทุจริตคอร์รัปชันที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคม

“ไอติม” โว มีหมัดเด็ดซักฟอก ยันรวบรวมข้อมูลคดีโกงแน่น พร้อมชนรัฐบาล

นายพริษฐ์เปิดเผยว่า ทางพรรคประชาชนได้มีการเตรียมความพร้อมมาตั้งแต่ก่อนปิดสมัยประชุม โดยให้โจทย์สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในการรวบรวมข้อมูลความผิดปกติและข้อครหาต่างๆ เพื่อเตรียมยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ โดยประเด็นที่น่าจับตามองและถือเป็นหมัดเด็ดนั้น ครอบคลุมหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น:

  • คดีการโกงตำแหน่ง สว.
  • ข้อครหาการสอบทุจริตในระดับท้องถิ่น
  • ปัญหาโครงการ TH-Passport
  • ประเด็นความผิดพลาดในการบริหารนโยบายต่างๆ ที่ยังไม่ปรากฏต่อสาธารณะ

ทำไมต้องจับตา “ไอติม” โว มีหมัดเด็ดซักฟอก ยันรวบรวมข้อมูลคดีโกงแน่น ในครั้งนี้?

การเคลื่อนไหวครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการทำหน้าที่ฝ่ายค้านที่เข้มแข็งเท่านั้น แต่ยังเป็นการตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของรัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล โดยนายพริษฐ์ได้ท้าทายว่าหากรัฐบาลมีความมั่นใจในผลงานจริง ก็ควรมาตอบกระทู้สดในสภาให้ครบตามหน้าที่ แทนการแสดงความมั่นใจผ่านสื่อเพียงอย่างเดียว ซึ่งที่ผ่านมาเราแทบไม่เคยเห็นการเข้ามาตอบกระทู้สดของนายอนุทินเลย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ประชาชนควรได้รับคำตอบอย่างโปร่งใส

นอกจากนี้ นายพริษฐ์ยังได้เน้นย้ำถึงเรื่องดัชนีความโปร่งใสของประเทศที่ดูเหมือนจะยิ่งแย่ลง ทั้งที่มีการตั้งเป้าหมายไว้สูง สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลต้องเร่งทำผลงานมากกว่าการมาโต้ตอบฝ่ายค้านด้วยวาจา เพราะสิ่งที่ประชาชนต้องการคือผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจและปากท้อง โดยเฉพาะเรื่องการกู้เงินจำนวนมหาศาลผ่าน พ.ร.ก. ที่ยังคงเป็นเครื่องหมายคำถามว่าคุ้มค่าและเกิดประโยชน์จริงหรือไม่

ในส่วนของความร่วมมือระหว่างพรรคร่วมฝ่ายค้าน นายพริษฐ์แสดงความหวังว่าทุกพรรคจะสามารถหาจุดร่วมกันในการตรวจสอบได้ แม้จะมีนโยบายที่แตกต่างกันบ้าง แต่เป้าหมายสำคัญคือผลประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติเป็นหลัก นอกจากนี้ยังมีการผลักดันกฎหมายสำคัญกว่า 40-50 ฉบับที่รอการพิจารณา ซึ่งฝ่ายค้านพร้อมจะทำงานร่วมกับวิปรัฐบาลและประธานสภาฯ เพื่อให้กฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อพี่น้องประชาชนได้ผ่านการพิจารณาโดยเร็วที่สุด

ท้ายที่สุดแล้ว การอภิปรายครั้งนี้จะเป็นบทพิสูจน์สำคัญว่าข้อมูลที่ฝ่ายค้านเตรียมมาจะสามารถสั่นคลอนความมั่นใจของรัฐบาลได้มากน้อยเพียงใด และที่สำคัญที่สุดคือประชาชนจะได้เห็นความจริงเบื้องหลังนโยบายต่างๆ ที่อาจสร้างความเสียหายต่อประเทศหรือไม่ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าเมื่อถึงวันอภิปรายจริง ใครจะเป็นผู้ที่ได้รับความไว้วางใจจากประชาชนมากที่สุดในฐานะตัวแทนที่ทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างแท้จริง

ที่มา – “ไอติม” โว มีหมัดเด็ดซักฟอก ยันรวบรวมข้อมูลคดีโกงแน่น

“ไอติม-พนิดา” จ่อแฉเส้นเงินคดี ฮั้วสว. โยงบุคคลใหม่

เรียกได้ว่าเป็นประเด็นร้อนแรงทางการเมืองที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เมื่อล่าสุดมีกระแสข่าวว่า “ไอติม-พนิดา” จ่อแฉเส้นเงินคดี ฮั้วสว. โยงบุคคลใหม่ ที่ไม่เคยเปิดเผยมาก่อนในการแถลงข่าวที่จะถึงนี้ ซึ่งถือเป็นภาคต่อของการขุดคุ้ยความผิดปกติในการเลือก สว. ที่หลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตมาอย่างต่อเนื่อง

“ไอติม-พนิดา” จ่อแฉเส้นเงินคดี ฮั้วสว. โยงบุคคลใหม่

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส. พรรคประชาชน ได้ออกมาเคลื่อนไหวผ่านทางเฟซบุ๊กส่วนตัว เชิญชวนประชาชนร่วมติดตามการแถลงข่าวเจาะลึกหลักฐาน คดีโกง สว. ภาค 4 โดยงานนี้ไม่ได้มีแค่เรื่องของ “ใบสั่ง” เท่านั้น แต่ยังรวมถึงเส้นทางการเงินที่น่าสงสัยและสายสัมพันธ์เบื้องลึกเบื้องหลัง โดยจะมีพยานบุคคลสำคัญอย่าง นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ จากไอลอว์ มาร่วมตีแผ่ความจริงในครั้งนี้ด้วย

เปิดปม “ไอติม-พนิดา” จ่อแฉเส้นเงินคดี ฮั้วสว. โยงบุคคลใหม่ที่เกี่ยวข้อง

ทางด้าน น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ ได้ออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ไฮไลต์ของการแถลงข่าวในครั้งนี้คือการนำเสนอภาพเส้นทางการเงินที่ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยจะมีพยานกลุ่มใหม่จากจังหวัดที่แตกต่างออกไปมายืนยันถึงการทำเป็นขบวนการ ซึ่งสิ่งสำคัญที่สุดคือการที่เส้นเงินเหล่านี้กำลังพุ่งเป้าไปถึงบุคคลใหม่ที่ยังไม่เคยเปิดเผยตัวตนมาก่อน โดยบุคคลดังกล่าวมีความใกล้ชิดกับพรรคการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ

  • หลักฐานเส้นทางการเงินที่เชื่อมโยงถึงตัวบุคคลใหม่
  • ข้อมูลผลประโยชน์ต่างตอบแทนที่ผิดกฎหมายชัดเจน
  • ความกังวลต่อการทำงานของ กกต. ในชุดคณะอนุกรรมการที่ 36

สิ่งที่สังคมตั้งคำถามคือ หากหลักฐานมีความชัดเจนขนาดนี้ เหตุใดคณะอนุกรรมการของ กกต. จึงยังมองว่าไม่มีความผิด? สิ่งนี้สร้างความเคลือบแคลงใจให้กับประชาชนอย่างมากว่า กกต. ชุดใหญ่จะมีความเห็นอย่างไรต่อไป ท่ามกลางกระแสเรียกร้องให้ตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมาและโปร่งใสที่สุด

ในมุมมองส่วนตัวของผู้เขียน การติดตามประเด็นนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญของระบอบประชาธิปไตย เพราะหากกระบวนการคัดเลือกสภาสูงเกิดความไม่เป็นธรรม ย่อมส่งผลกระทบต่อโครงสร้างการบริหารประเทศในระยะยาว เราต้องจับตาดูว่าหลักฐานใหม่ในวันที่ 9 ส.ค. นี้ จะสามารถสั่นคลอนหรือมัดตัวผู้กระทำผิดได้มากน้อยเพียงใด และหวังว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะใช้ดุลยพินิจเพื่อรักษาความยุติธรรมให้แก่ประชาชนอย่างแท้จริง

ที่มา – “ไอติม-พนิดา” จ่อแฉเส้นเงินคดี ฮั้วสว. โยงบุคคลใหม่ที่ไม่เคยเปิดพรุ่งนี้

“ภราดร” ลั่นฟ้องแน่ หลัง “ยิ่งชีพ” ทำพรรคภูมิใจไทย เสียหาย

“ภราดร” ลั่นฟ้องแน่ หลัง “ยิ่งชีพ” ทำพรรคภูมิใจไทย เสียหาย

กลายเป็นประเด็นร้อนแรงในแวดวงการเมืองไทยอีกครั้ง เมื่อนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และ สส.อ่างทอง จากพรรคภูมิใจไทย ออกมาประกาศกร้าวเตรียมเดินหน้าฟ้องร้องดำเนินคดีกับ นายยิ่งชีพ อัชฌานนท์ ผู้อำนวยการโครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (ไอลอว์) หลังจากที่นายยิ่งชีพได้นำข้อมูลเก่าเกี่ยวกับการเลือก สว. มาเปิดเผยซ้ำในงานเสวนา จนกลายเป็นเหตุการณ์ที่ “ภราดร” ลั่นฟ้องแน่ หลัง “ยิ่งชีพ” ทำพรรคภูมิใจไทย เสียหาย จนกระทบต่อภาพลักษณ์ของต้นสังกัดอย่างรุนแรง

เปิดปมเหตุความขัดแย้งทางการเมือง

เหตุการณ์เริ่มต้นจากการที่นายยิ่งชีพได้เข้าร่วมกิจกรรมเสวนา “ครบรอบ 2 ปี เลือก สว. – เจาะลึกหลักฐานคดีฮั้ว สว. (ภาค 2)” ซึ่งมีการหยิบยกข้อมูลและรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับรัฐมนตรีมากล่าวอ้างอีกครั้ง ทำให้ทางฝั่งพรรคภูมิใจไทยมองว่านี่ไม่ใช่แค่การวิพากษ์วิจารณ์การทำงานทั่วไป แต่เป็นการขุดคุ้ยเรื่องเก่าที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อสาธารณชน

นายภราดรได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ทำเนียบรัฐบาลอย่างชัดเจนว่า การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัว แต่เป็นเรื่องที่เกี่ยวกับชื่อเสียงขององค์กรพรรค โดยยืนยันว่าการที่ “ภราดร” ลั่นฟ้องแน่ หลัง “ยิ่งชีพ” ทำพรรคภูมิใจไทย เสียหาย นั้น เป็นสิทธิ์ที่พรรคต้องปกป้องศักดิ์ศรีของตนเองจากข้อมูลที่ถูกตีความให้เกิดความเข้าใจผิด

  • นายภราดรชี้แจงว่าไม่ใช่การฟ้องเพื่อปิดปากตามที่หลายฝ่ายกังวล
  • ยืนยันว่าพรรคได้รับความเสียหายจากข้อมูลดังกล่าว
  • กำลังหารือทีมกฎหมายเพื่อดำเนินการขั้นต่อไป

นอกจากนี้ เมื่อถูกถามถึงความเห็นต่อกรณีที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ออกมาเตือนไม่ให้มีการฟ้องเพื่อปิดปากประชาชน นายภราดรได้ตอบสวนกลับทันทีว่า ไม่ใช่การฟ้องเพื่อปิดปาก แต่เป็นการปกป้องเกียรติของพรรคภูมิใจไทยที่ได้รับความเสียหายจากการนำเสนอข้อมูลดังกล่าว และย้ำว่าทุกขั้นตอนจะเป็นไปตามกระบวนการของกฎหมายอย่างเคร่งครัด

การฟ้องร้องในครั้งนี้ถือเป็นบทเรียนสำคัญของการใช้เสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นกับการปกป้องสิทธิ์ของนักการเมืองและพรรคการเมือง คงต้องติดตามกันต่อไปว่าผลของคดีนี้จะออกมาเป็นอย่างไร และจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศทางการเมืองในอนาคตหรือไม่ สำหรับใครที่ติดตามสถานการณ์นี้ “ภราดร” ลั่นฟ้องแน่ หลัง “ยิ่งชีพ” ทำพรรคภูมิใจไทย เสียหาย ถือเป็นประเด็นที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าจะมีใครถูกฟ้องเพิ่มอีกหรือไม่

ที่มา – “ภราดร” ลั่นฟ้องแน่ หลัง “ยิ่งชีพ” ทำพรรคภูมิใจไทย เสียหาย

ไอติม ขยี้โกงสว. ภาค 2 หลักฐานเด็ด กกต. เดินริบโพย มงคล

เชื่อว่าหลายคนคงยังจำประเด็นร้อนแรงทางการเมืองได้ สำหรับคดีการเลือก สว. ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ล่าสุด ไอติม ขยี้โกงสว. ภาค 2 กลายเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอีกครั้ง หลังจากที่พรรคฝ่ายค้านได้เปิดเวทีแฉข้อมูลเชิงลึกที่ทำเอาหลายคนต้องตาค้างกับหลักฐานใหม่ๆ ที่ถูกนำเสนอออกมา

เจาะลึก ไอติม ขยี้โกงสว. ภาค 2

นายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือคุณไอติม ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าผ่านเวทีวิปฝ่ายค้าน โดยตั้งคำถามสำคัญว่าเหตุใดคดีที่สังคมเฝ้ารอคอยมานานกว่า 2 ปี ถึงยังไปไม่ถึงศาลเสียที คุณไอติมชี้ให้เห็นถึงความผิดปกติในการทำงานของหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะ กกต. ที่ประชาชนตั้งคำถามถึงความเป็นธรรมและกระบวนการตรวจสอบที่ดูไม่โปร่งใสเท่าที่ควร

เปิดโปงความไม่ชอบมาพากลของ ไอติม ขยี้โกงสว. ภาค 2

หลักฐานที่ทางฝ่ายค้านนำเสนอนั้นถือว่าน่าตกใจเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็น:

  • พบโพยการลงคะแนนที่ผิดปกติอย่างชัดเจน
  • พฤติกรรมการจ้างวานโหวตและจ้างลงสมัครในหลายพื้นที่
  • มีเครือข่ายและพรรคการเมืองหนุนหลังอยู่เบื้องหลังกระบวนการเหล่านี้
  • กรณีการเดินทางไปริบโพยของ กกต. ที่ถูกตั้งคำถามว่าเป็นการทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมาหรือไม่

คุณไอติมยังได้เชื่อมโยงไปถึงกรณีของนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา โดยชี้ให้เห็นว่า ก่อนที่จะเกิดการเลือก สว. นั้น มีกระบวนการเตรียมการเอาไว้ล่วงหน้าอย่างเป็นระบบ ไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรือการแลกคะแนนทั่วไป แต่เป็นขบวนการที่วางแผนมาอย่างรัดกุมเพื่อชักใยผลการเลือกตั้งให้เป็นไปตามที่ต้องการ

ในมุมมองของพวกเรา ประชาชนทุกคนควรจับตาดูคดีนี้อย่างใกล้ชิด เพราะนี่คือบทพิสูจน์ความยุติธรรมขององค์กรอิสระในประเทศไทย หากหน่วยงานรัฐยังคงเกียร์ว่างหรือไม่สามารถตอบคำถามสังคมได้อย่างกระจ่างแจ้ง ความเชื่อมั่นต่อระบอบประชาธิปไตยของเราคงจะถดถอยลงไปเรื่อยๆ เราต้องร่วมกันเป็นกระบอกเสียงและใช้การตรวจสอบภาคประชาชนให้มีประสิทธิภาพที่สุดก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป

ที่มา – “ไอติม” ขยี้โกงสว. ภาค 2 มีหลักฐานชวนตาค้าง กกต. เดินริบโพย “มงคล”

นายกฯ ขำกลิ้ง ไอลอว์เปิดชื่อ 9 นักการ ภท. เอี่ยวคดีฮั้ว สว. ลั่นเชื่อถือไม่ได้

นายกฯ ขำกลิ้ง ไอลอว์เปิดชื่อ 9 นักการ ภท. เอี่ยวคดีฮั้ว สว. ลั่นเชื่อถือไม่ได้

กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงกันอย่างกว้างขวางในแวดวงการเมือง เมื่อมีการเปิดเผยข้อมูลจากกลุ่มไอลอว์ (iLaw) เกี่ยวกับรายชื่อนักการเมืองที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีฮั้วเลือก สว. ซึ่งงานนี้ทำเอา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ถึงกับหัวเราะร่าเมื่อทราบข่าวว่าชื่อตนเองปรากฏเป็นอันดับแรกในเอกสารดังกล่าว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อนายอนุทินให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนที่ทำการพรรคภูมิใจไทย โดยกล่าวถึงกรณี นายกฯ ขำกลิ้ง ไอลอว์เปิดชื่อ 9 นักการ ภท. เอี่ยวคดีฮั้ว สว. ลั่นเชื่อถือไม่ได้ ว่าตนยังไม่เห็นรายละเอียดของเอกสารดังกล่าว แต่เมื่อถูกถามย้ำถึงการที่มีชื่อคนในพรรคภูมิใจไทยเข้าไปพัวพันกว่า 9 คน นายกฯ ก็ได้โต้ตอบกลับด้วยท่าทีสบายๆ ว่าเรื่องนี้ต้องว่ากันไปตามกระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกฎหมาย

มาดูกันว่าประเด็นเรื่อง นายกฯ ขำกลิ้ง ไอลอว์เปิดชื่อ 9 นักการ ภท. เอี่ยวคดีฮั้ว สว. ลั่นเชื่อถือไม่ได้ มีอะไรน่าสนใจบ้าง

สำหรับท่าทีของนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ถือว่าเป็นการแสดงออกที่ชัดเจนว่าเจ้าตัวไม่ได้มีความกังวลต่อกระแสข่าวโจมตี โดยมีการตั้งข้อสังเกตถึงความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล ดังนี้:

  • การตั้งคำถามถึงที่มาของเอกสารว่ามีความน่าเชื่อถือเพียงใด
  • การย้ำเตือนว่าทุกอย่างต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ไม่ใช่การตัดสินผ่านโซเชียล
  • ยืนยันว่าตนเองไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แต่อย่างใด

อย่างไรก็ตาม ประเด็นเรื่องคดีฮั้วเลือก สว. เป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจอย่างมาก เพราะส่งผลกระทบโดยตรงต่อธรรมาภิบาลและการเลือกตั้งในประเทศไทย ความโปร่งใสจึงเป็นสิ่งที่ประชาชนต้องการเห็นเป็นอันดับหนึ่ง การที่ไอลอว์ออกมาเปิดเผยชื่อถือเป็นการเคลื่อนไหวที่สร้างแรงกระเพื่อมได้ไม่น้อย แต่ในขณะเดียวกัน ฝ่ายผู้ถูกกล่าวหาก็มีสิทธิ์เต็มที่ในการชี้แจงและดำเนินคดีตามสิทธิ์ของตนเอง เพื่อปกป้องชื่อเสียงภายใต้กรอบของกฎหมาย

บทเรียนในครั้งนี้สอนให้เราเห็นว่า โลกการเมืองในยุคปัจจุบันข้อมูลข่าวสารไหลเวียนรวดเร็วมาก การเสพข่าวสารจึงต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ และควรติดตามผลสรุปจากหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยตรง เพื่อให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนและเป็นธรรมกับทุกฝ่ายมากที่สุด

ที่มา – นายกฯ ขำกลิ้ง ไอลอว์เปิดชื่อ 9 นักการ ภท. เอี่ยวคดีฮั้ว สว. ลั่นเชื่อถือไม่ได้

กล้าธรรมร่วมงาน ปชน. ราบรื่น กั๊กร่วมยื่น ป.ป.ช.

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมือง! วันนี้เรามีเรื่องร้อนๆ มาอัปเดตกันแบบเป็นกันเองเลยนะครับ กล้าธรรมร่วมงาน ปชน. ราบรื่น แต่ยังกั๊กๆ เรื่องร่วมลงชื่อฝ่ายค้านยื่นสอบ ป.ป.ช. ในคดี “ศักดิ์สยาม” ชิดชอบ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายอรรถกร ศิริลัทธิยากร ส.ส.ฉะเชิงเทรา พรรคกล้าธรรม ได้เปิดใจก่อนประชุมใหญ่พรรคที่โรงแรมโกลเดน ทิวลิป ซอฟเฟอริน เมื่อ 28 เมษายน 2567 (ปีในข่าวอาจพิมพ์ผิดเป็น 2569) ว่าพรรคของเขาทำงานกับพรรคประชาชนได้ดีมากๆ ไม่มีดราม่าเลย

กล้าธรรมร่วมงาน ปชน. ราบรื่น แบบตรงไปตรงมา

คุณอรรถกรเล่าว่า ตั้งแต่เข้าร่วมวิปฝ่ายค้าน พรรคกล้าธรรมยึดหลักทำงานตรงไปตรงมา ถ้ามีจุดที่เห็นต่างก็บอกตรงๆ ไม่มีกั๊ก ตั้งแต่วันแรกที่ประชุมคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมฝ่ายค้าน ก็ได้รับการตอบรับดีมาก ทำงานด้วยกันมาสองเดือนแล้วลื่นไหลสุดๆ โดยเฉพาะกับ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ส.ส.บัญชีรายชื่อและประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ที่ทั้งคู่สไตล์พูดตรงๆ ไม่ต้องเดาใจกัน การทำงานแบบนี้ทำให้ทุกฝ่ายสบายใจ ไม่ต้องลำบากใจว่าจะพรรคกล้าธรรมจะไปทางไหน

เพื่อนๆ ลองนึกภาพสิครับ ในวงการการเมืองที่เต็มไปด้วยการเจรจาลับๆ การที่พรรคเล็กอย่างกล้าธรรมกล้าพูดกล้าแสดงจุดยืนแบบนี้ ถือเป็นลมเย็นเลยนะ โดยเฉพาะกับพรรคประชาชนที่เป็นหัวหอกฝ่ายค้าน การร่วมงานที่ราบรื่นแบบนี้ช่วยเสริมพลังฝ่ายค้านให้แข็งแกร่งขึ้นได้เยอะ

กั๊กร่วมลงชื่อฝ่ายค้าน ยื่นสอบ ป.ป.ช. คดี “ศักดิ์สยาม”

ส่วนประเด็นร้อนที่สื่อถามต่อ คือพรรคกล้าธรรมจะร่วมลงชื่อยื่นต่อประธานสภา เพื่อส่งศาลฎีกาตั้งกก.ไต่สวน ป.ป.ช. ว่าปฏิบัติหน้าที่มิชอบในคดีศักดิ์สยามหรือไม่? คุณอรรถกรตอบชัดว่า เช้านั้นประชุมวิปฝ่ายค้านไม่เป็นทางการ แต่ละพรรคโชว์จุดยืนกันหมด แต่เขาบอกไปตรงๆ ว่าต้องนำเรื่องนี้ไปคุยกับกรรมการบริหารและสมาชิกพรรคก่อน จะได้ไม่รับปากแล้วเปลี่ยนทีหลัง ซึ่งฝ่ายค้านก็เข้าใจและยินดีทำงานแบบนี้

ขณะนี้กำลังคุยกันในพรรค คาดอีก 1-2 วันรู้ผลครับ คดีศักดิ์สยามนี่เองที่ ป.ป.ช. ชี้มูลว่ามีพฤติกรรมรับผลประโยชน์จากบริษัทเอกชนตอนเป็น รมว.คค. แต่ฝ่ายค้านมองว่าป.ป.ช.อาจล่าช้าหรือไม่เด็ดขาดพอ เลยอยากยื่นสอบกลับ เพื่อให้เกิดความโปร่งใส

  • จุดเด่นของพรรคกล้าธรรม: ตรงไปตรงมา ไม่รับปากมั่ว
  • ความสัมพันธ์กับปชน.: ราบรื่น ไม่มีปัญหา
  • สถานะคดีศักดิ์สยาม: รอหารือภายในพรรค
  • บทบาทในฝ่ายค้าน: เสริมพลังด้วยหลักยึดมั่น

เพื่อนๆ คิดดูสิครับ การเมืองไทยมักมีดราม่าจากการสัญญาแล้วไม่ทำ แต่พรรคกล้าธรรมเลือกทางนี้ แสดงถึงความรับผิดชอบต่อฐานเสียงจริงๆ นอกจากนี้ ยังช่วยให้ฝ่ายค้านมีเอกภาพมากขึ้น ถ้ากล้าธรรมตัดสินใจร่วม ก็จะเป็นก้าวสำคัญในการตรวจสอบอำนาจรัฐ

ในมุมมองผมนะ การ กล้าธรรมร่วมงาน ปชน. ราบรื่น แบบนี้ เป็นตัวอย่างที่ดีให้พรรคเล็กๆ อื่นๆ ว่าสามารถยืนหยัดจุดยืนได้โดยไม่เสียเพื่อนร่วมงาน สุดท้ายแล้ว การเมืองที่ดีต้องโปร่งใสและซื่อสัตย์แบบนี้แหละ

คุณคิดยังไงกับจุดยืนของพรรคกล้าธรรม? จะร่วมยื่นสอบ ป.ป.ช. หรือไม่? คอมเมนต์มาบอกกันหน่อยครับ ติดตามข่าวการเมืองอัปเดตเพิ่มเติมได้ที่บล็อกเราเลย!

ที่มา – กล้าธรรมร่วมงาน ปชน. ราบรื่น กั๊กร่วมลงชื่อฝ่ายค้าน ยื่นสอบ ป.ป.ช. คดี “ศักดิ์สยาม”

6 พรรคแบ่งลงตัวเก้าอี้ประธาน กมธ. 35 คณะ

สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวข่าวการเมืองทุกท่าน วันนี้มีข่าวฮอตฮิตในวงการรัฐสภามาเล่าให้ฟังแบบเป็นกันเองเลยนะครับ เรื่อง 6 พรรคแบ่งลงตัวเก้าอี้ประธาน กมธ. 35 คณะ นี่เอง ที่ทุกคนรอคอยมานาน สุดท้ายก็เคลียร์กันได้เรียบร้อย ไม่มีดราม่าอะไรให้ปวดหัว

เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 23 เมษายน 2569 นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เรียกประชุมตัวแทน 6 พรรคการเมืองหลักๆ ได้แก่ พรรคภูมิใจไทย พรรคประชาชน พรรคเพื่อไทย พรรคกล้าธรรม พรรคประชาธิปัตย์ และพรรคไทรวมพลัง เพื่อถกกันเรื่องการแบ่งโควตาประธานกรรมาธิการ 35 คณะประจำสภาผู้แทนราษฎร หลังจากนั้นไม่นาน นายธนยศ ทิมสุวรรณ ส.ส.เลย พรรคภูมิใจไทย ในฐานะกรรมการประสานงานวิปรัฐบาล ก็ออกมาแถลงว่าทุกพรรคตกลงกันได้ แม้บางคณะจะมีหลายพรรคอยากได้เหมือนกัน แต่ทุกคนยอมถอยเพื่อส่วนรวม ไม่ผูกโยงกับกระทรวงที่รัฐมนตรีคุม เพื่อให้สภาเดินหน้าทำงานได้อย่างราบรื่นที่สุด

6 พรรคแบ่งลงตัวเก้าอี้ประธาน กมธ. 35 คณะ

มาดูกันครับว่าการแบ่งโควตา6 พรรคแบ่งลงตัวเก้าอี้ประธาน กมธ. 35 คณะ เป็นยังไงบ้าง พรรคภูมิใจไทย (ภท.) คว้าไปใหญ่เลย 14 เก้าอี้ พรรคประชาชน (ปชน.) 9 เก้าอี้ พรรคเพื่อไทย (พท.) 5 เก้าอี้ พรรคกล้าธรรม (กธ.) 4 เก้าอี้ พรรคประชาธิปัตย์ 2 เก้าอี้ และพรรคไทรวมพลัง 1 เก้าอี้ ถือว่าลงตัวสมชื่อ headline เลยครับ

พรรคภูมิใจไทยครองแชมป์ 14 เก้าอี้สำคัญ

พรรคภูมิใจไทยได้คณะกรรมาธิการเด็ดๆ หลายตัวเลยครับ ที่จะช่วยกำกับดูแลนโยบายหลักของประเทศ

  • กมธ.แก้ปัญหาหนี้สิน ความยากจนและลดความเหลื่อมล้ำ – ช่วยเหลือประชาชนยากจนโดยตรง
  • กมธ.ความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ – คุมความมั่นคงชายแดนและแผนชาติระยะยาว
  • กมธ.คุ้มครองผู้บริโภค – ปกป้องสิทธิผู้ใช้บริการ
  • กมธ.การเงิน การคลัง สถาบันการเงินและตลาดการเงิน – ดูแลเศรษฐกิจการเงิน
  • กมธ.ที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม – จัดการป่าไม้และสิ่งแวดล้อม
  • กมธ.การปกครอง – ดูแลโครงสร้างปกครอง
  • กมธ.การกระจายอำนาจ การปกครองส่วนท้องถิ่น และการบริหารราชการรูปแบบพิเศษ – สนับสนุนท้องถิ่น
  • กมธ.ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ – ต่อต้านคอร์รัปชัน
  • กมธ.พลังงาน – ควบคุมนโยบายน้ำมันไฟฟ้า
  • กมธ.พาณิชย์และทรัพย์สินทางปัญญา – ส่งเสริมการค้า
  • กมธ.ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม – อนุรักษ์วัฒนธรรม
  • กมธ.การสื่อสาร โทรคมนาคม และดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม – พัฒนาดิจิทัล
  • กมธ.อุตสาหกรรม – สนับสนุนโรงงาน
  • กมธ.ตำรวจ – กำกับตำรวจ

เห็นมั้ยครับ พรรคภท.ได้คณะที่ทรงพลังมาก จะช่วยผลักดันนโยบายรัฐบาลได้ดี

พรรคประชาชน 9 เก้าอี้ เน้นกฎหมายและโครงสร้าง

  • กมธ.กฎหมาย การยุติธรรมและสิทธิมนุษยชน – ดูแลกฎหมายใหญ่
  • กมธ.กิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน – ตรวจสอบองค์กรรัฐ
  • กมธ.คมนาคม – รถไฟฟ้า ถนน สนามบิน
  • กมธ.ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ – คุมงบประมาณ
  • กมธ.ทหาร – กำกับกองทัพ
  • กมธ.พัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน – ส่งเสริมประชาธิปไตย
  • กมธ.พัฒนาเศรษฐกิจ – เศรษฐกิจฐานราก
  • กมธ.สวัสดิการสังคม – ช่วยเหลือสังคม
  • กมธ.ป้องกันและบรรเทาผลกระทบจากภัยพิบัติและสาธารณภัย – จัดการน้ำท่วม

พรรคเพื่อไทย 5 เก้าอี้ เน้นสังคมและการศึกษา

  • กมธ.กิจการเด็ก เยาวชน สตรี ผู้สูงอายุ ผู้พิการ กลุ่มชาติพันธุ์ และผู้มีความหลากหลายทางเพศ
  • กมธ.เกษตรและสหกรณ์ – ช่วยชาวนา
  • กมธ.แรงงาน – สิทธิแรงงาน
  • กมธ.อุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม
  • กมธ.ศึกษา – ปรับปรุงการเรียนการสอน

พรรคกล้าธรรม 4 เก้าอี้ พรรคเล็กแต่ได้คณะสนุกๆ

  • กมธ.กิจการสภาผู้แทนราษฎร
  • กมธ.กีฬา
  • กมธ.ท่องเที่ยว
  • กมธ.บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ

พรรคประชาธิปัตย์ได้ 2 คณะ คือ กมธ.การสาธารณสุข และกมธ.ป้องกันปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด (ป.ป.ง.) ส่วนพรรคไทรวมพลังได้ 1 คณะ กมธ.การต่างประเทศ

สรุปแล้ว 6 พรรคแบ่งลงตัวเก้าอี้ประธาน กมธ. 35 คณะ ครั้งนี้ ถือเป็นตัวอย่างที่ดีของการเจรจาแบบผู้ใหญ่ในแวดวงการเมืองไทย แสดงให้เห็นว่าพรรคร่วมรัฐบาลสามารถประนีประนอมกันได้เพื่อประโยชน์ของประเทศ จะช่วยให้การพิจารณากฎหมายและตรวจสอบรัฐบาลมีประสิทธิภาพมากขึ้น

คุณคิดยังไงกับการแบ่งโควตานี้คะ? พรรคไหนได้เปรียบสุด หรือมีคณะไหนน่าสนใจ? มาคอมเมนต์แลกเปลี่ยนความเห็นกันด้านล่างเลยนะครับ ติดตามข่าวการเมืองอัพเดทเพิ่มเติมได้ที่นี่!

ที่มา – 6 พรรคแบ่งลงตัวเก้าอี้ประธาน กมธ. 35 คณะ ภท. 14 เก้าอี้ ปชน. 9 พท. 5 กธ. 4

ส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป วีระยุทธ หัวหน้าพรรคใหม่

ส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป วาง “วีระยุทธ” หัวหน้าพรรคคนใหม่ ถอย “เท้ง” นั่งเลขาฯ เป็นข่าวร้อนที่หลายคนจับตาในแวดวงการเมืองไทยช่วงนี้เลยนะครับ พรรคประชาชน (ปชน.) ซึ่งเป็นพรรคใหม่ที่สืบสานอุดมการณ์จากพรรคก้าวไกล กำลังเคลื่อนไหวใหญ่ก่อนการประชุมใหญ่สามัญประจำปี วันที่ 24-26 เมษายน 2567 ตรงกับวันศาลฎีกานัดฟังคำสั่งคดี 44 ส.ส. เรื่องเสนอแก้ ม.112 ด้วยซ้ำ

ส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป วาง “วีระยุทธ” หัวหน้าพรรคคนใหม่ ถอย “เท้ง” นั่งเลขาฯ

มาดูรายละเอียดกันแบบชัดๆ เลยครับ จากข้อมูลที่ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อ 18 เมษายน 2567 พรรคกำลังจัดสรรตำแหน่งบริหารใหม่ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร หรือที่รู้จักในชื่อ “อ.ต้น” รองหัวหน้าพรรคคนปัจจุบัน จะก้าวขึ้นเป็น หัวหน้าพรรคประชาชนคนใหม่ แทนนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หรือ “เท้ง” หัวหน้าพรรคปัจจุบัน ที่จะถอยไปนั่งเลขาธิการพรรคแทนนายศรายุทธ์ ใจหลัก ที่ลาออกไปแล้ว การเปลี่ยนแปลงนี้เหมือนการโรลเลอร์โคสเตอร์เลยนะ สลับตำแหน่งเพื่อความสดใหม่

นอกจากนี้ ยังมีชื่อเด่นๆ อีกเพียบ เช่น น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ หรือ “ลิซ่า” ส.ส.บัญชีรายชื่อ จะขึ้นเป็นโฆษกพรรค แทนนายพริษฐ์ วัชรสินธุ หรือ “ไอติม” ที่จะไปเป็นประธานวิปฝ่ายค้านแทน ส่วนแม่ทัพแต่ละภาคก็จัดเต็ม ภาคเหนือตอนบนมี “ตี๋ ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์” ส.ส.เชียงใหม่ ภาคเหนือตอนล่าง “ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ” อดีตส.ส.พิษณุโลกเขต 5 ภาคอีสาน “วีรนันท์ ฮวดศรี” ส.ส.ขอนแก่น ภาคใต้ก็ “ภคมน” พ่วงด้วย และกทม. จ่อ “แบงค์ ศุภณัฐ มีนชัยนันท์” ส.ส.กทม. เรียกได้ว่าวางหมากครบทุกภูมิภาคเลย

ส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป: รับมือคดีใหญ่และการประชุมพรรค

ที่สำคัญคือ ทุกอย่างยังเปลี่ยนได้นะครับ ขึ้นกับมติที่ประชุมใหญ่ และคดียักษ์ 44 ส.ส. พรรคประเมิน 3 สถานการณ์ 1.ศาลไม่รับฟ้อง 2.รับฟ้องแล้วส.ส.หยุดปฏิบัติหน้าที่ หรือ 3.สั่งป.ป.ช.แก้คำร้อง พรรคจะเกาะติดสถานการณ์ไปพร้อมกัน การส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป วาง “วีระยุทธ” หัวหน้าพรรคคนใหม่ ถอย “เท้ง” นั่งเลขาฯ นี้ จึงเป็นกลยุทธ์เพื่อความมั่นคงท่ามกลางพายุการเมือง

ทำไมพรรคถึงเลือก “วีระยุทธ” ล่ะ? เขาเป็นนักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ อดีต ส.ว. มีประสบการณ์สูง เคยเป็นรองหัวหน้า ก้าวไกลมาก่อน ภาพลักษณ์น่าเชื่อถือ ส่วน “เท้ง” ลงเลขาฯ ก็ยังมีบทบาทสำคัญในการบริหารเบื้องหลัง พรรคประชาชนเกิดขึ้นหลังพรรคก้าวไกลถูกยุบ แต่สมาชิกย้ายมาเกือบหมด อุดมการณ์ปฏิรูปยังคงเดิม แกนนำรุ่นใหม่เหล่านี้จะช่วยพรรคฝ่าฟันอุปสรรค โดยเฉพาะคดี 112 ที่เป็นประเด็นร้อน

มาดูโครงสร้างแกนนำแบบละเอียดกันครับ

  • หัวหน้าพรรค: วีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร (อ.ต้น)
  • เลขาธิการพรรค: ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ (เท้ง)
  • โฆษกพรรค: ภคมน หนุนอนันต์ (ลิซ่า)
  • ประธานวิปฝ่ายค้าน: พริษฐ์ วัชรสินธุ (ไอติม)
  • ภาคเหนือตอนบน: ภัทรพงษ์ ลีลาภัทร์ (ตี๋)
  • กทม.: ศุภณัฐ มีนชัยนันท์ (แบงค์)
  • อื่นๆ: ศุภปกรณ์ (เหนือล่าง), วีรนันท์ (อีสาน), ภคมน (ใต้)

การจัดวางนี้แสดงถึงการกระจายอำนาจให้คนรุ่นใหม่และฐานเสียงแต่ละพื้นที่ พรรคประชาชนกำลังสร้างทีมที่แข็งแกร่งเพื่อสู้ศึกเลือกตั้งท้องถิ่นและใหญ่ในอนาคต

ในมุมมองผม การส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป วาง “วีระยุทธ” หัวหน้าพรรคคนใหม่ ถอย “เท้ง” นั่งเลขาฯ เป็นสัญญาณบวก พรรคปรับตัวเร็วท่ามกลางคดีรุมเร้า แสดงถึงความเป็นมืออาชีพ หากผ่านคดีนี้ไปได้ พรรคจะยิ่งแข็งแกร่ง คุณคิดยังไงกับไลน์อัพใหม่นี้? คอมเมนต์บอกกันหน่อยครับ หรือติดตามอัปเดตข่าวการเมืองร้อนๆ ได้ที่นี่ทุกวัน!

ที่มา – ส่องแกนนำ ปชน. รุ่นต่อไป วาง “วีระยุทธ” หัวหน้าพรรคคนใหม่ ถอย “เท้ง” นั่งเลขาฯ

เพื่อไทยเหน็บตั๋วช้างสีส้ม หวั่นรัฐมนตรีสร้างปัญหา

เพื่อไทย แซะ “ปกรณ์วุฒิ” ทำหน้าที่เหมือนโฆษกภูมิใจไทย ปกป้องค่ายสีน้ำเงิน เติมเสียง สส. หวั่น รมต.ปราสาทสายฟ้า อาจสร้างปัญหาการตรวจสอบและดำเนินคดีของหน่วยงานต่างๆ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 กันยายน 2568 นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงในตอนหนึ่งว่า ขณะนี้ประชาชนเห็นสัญญาณชัดเจน การเร่งเติมเสียงของพรรคภูมิใจไทย มีนักการเมืองพรรคต่างๆ เปิดตัวเข้าร่วมงานมากขึ้น น่าแปลกใจที่ นายปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน มองไม่เห็น ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยไม่ได้รวมเสียงข้างมาก ไม่เป็นสัญญาณให้เกิดเสียงเพิ่มเติมในรัฐบาล

นายชนินทร์ เผยต่อไปว่า หลายฝ่ายสับสน นายปกรณ์วุฒิ เป็นรองหัวหน้าพรรคประชาชนหรือโฆษกพรรคภูมิใจไทยคนใหม่กันแน่ พรรคประชาชนต้องเข้าใจว่าข้อตกลงรัฐบาลเสียงข้างน้อยของสีส้มและสีน้ำเงินนั้น พรรคเพื่อไทยไม่ได้ร่วมรับผิดชอบด้วย แม้จะมี สส.พรรคเพื่อไทย 9 คน สนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล แต่พรรคประชาชนคือคนโหวตหนุนนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรียกพรรค ต้องรับผิดชอบต่อการดำเนินการของรัฐบาลนี้

ขณะเดียวกัน คนเริ่มครหารัฐบาลนี้ไม่ได้ตั้งมาเพื่อยุบสภา แต่ตั้งมาเพื่อยุบคดีสีน้ำเงิน รัฐบาลนี้ตั้งขึ้นด้วยกลไกประหลาด มีผู้นำฝ่ายค้านหามแคนดิเดตพรรคภูมิใจไทยขึ้นเสลี่ยง มีประธานวิปฝ่ายค้านทำหน้าที่เสมือนโฆษกพรรคภูมิใจไทยให้ สส.กว่า 140 คน แบกองค์ประชุมแทนรัฐบาล ขัดที่เคยประกาศว่า การรักษาองค์ประชุมเป็นหน้าที่รัฐบาล วิปที่ตั้งขึ้นมาคือวิปฝ่ายค้าน หรือวิปฝ่ายค้ำให้รัฐบาลสีน้ำเงินกันแน่

นายชนินทร์ ยังกล่าวอีกว่า พรรคเพื่อไทยหวังว่ารัฐบาลใหม่จะปฏิบัติหน้าที่ด้วยความสุจริต ยึดผลประโยชน์ประชาชนและประเทศมากกว่าผลประโยชน์พวกพ้อง หรือมีเจตนาเข้ามาสะสางปัญหาคดีความที่พรรคภูมิใจไทยกำลังเผชิญ วันนี้ประชาชนกังวลรายชื่อรัฐมนตรีเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ผลประโยชน์ทับซ้อนเชื่อมโยงกลุ่มอิทธิพลการเมือง เป็นรัฐมนตรีปราสาทสายฟ้าคอนเนคชั่น อาจสร้างปัญหาการตรวจสอบและดำเนินคดีของหน่วยงานต่างๆ

ทั้งนี้ พรรคเพื่อไทยเตรียมทีม สส. รวบรวมข้อมูลอภิปราย การแถลงนโยบายรัฐบาล 2 ประเด็น คือ 1. นโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภาในการบริหารราชการแผ่นดิน และการแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2. คุณสมบัติรัฐมนตรี ความรู้ความสามารถ การขัดกันแห่งผลประโยชน์ ทั้งคดีเขากระโดง คดีฮั้วเลือก สว. รวมทั้งรัฐมนตรีอื่นๆ ที่มีข้อครหาไม่ซื่อสัตย์สุจริต หรือถูกคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด แต่ได้รับตั๋วช้างสีส้มจากพรรคประชาชนเข้าสู่ตำแหน่ง จะต้องได้รับการวินิจฉัยในมาตรฐานเดียวกับที่รัฐบาลเพื่อไทยเคยถูกตรวจสอบ

สำหรับประเด็นหลักที่เป็นไฮไลต์การแถลงนโยบายครั้งนี้คือ การตั้งคำถามตรงไปตรงมาว่า การที่พรรคภูมิใจไทยทำทุกวิถีทาง ยอมทุกอย่างเพื่อเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อยในเวลา 4 เดือน มีความเกี่ยวข้องอะไรกับคดีฮั้ว สว. และคดีที่ดินเขากระโดงหรือไม่ อาจทำให้ถึงจุดจบบางพรรคการเมือง.

เพื่อไทยเหน็บตั๋วช้างสีส้ม หวั่นรัฐมนตรีสร้างปัญหา

พรรคเพื่อไทยออกมาแสดงความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองในปัจจุบัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานของรัฐบาลผสม และบทบาทของพรรคภูมิใจไทย รวมถึงการที่ สส. พรรคอื่นออกมาปกป้องการทำงานของพรรคภูมิใจไทย

กังวลเรื่องตั๋วช้างสีส้ม

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงความกังวลเกี่ยวกับ “ตั๋วช้างสีส้ม” ที่อาจทำให้เกิดปัญหาในการตรวจสอบการทำงานของรัฐมนตรีบางท่าน

นอกจากนี้ พรรคเพื่อไทยยังได้เตรียมทีม สส. เพื่อรวบรวมข้อมูลสำหรับการอภิปรายในการแถลงนโยบายของรัฐบาล โดยจะเน้นไปที่ 2 ประเด็นหลัก คือ นโยบายที่จะแถลงต่อรัฐสภา และคุณสมบัติของรัฐมนตรี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความขัดแย้งทางผลประโยชน์

ประเด็นที่น่าสนใจคือ การที่พรรคเพื่อไทยตั้งคำถามถึงแรงจูงใจที่พรรคภูมิใจไทยยอมทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้เป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดยเชื่อมโยงกับคดีความต่างๆ ที่พรรคภูมิใจไทยกำลังเผชิญอยู่

ประเด็นเรื่อง ตั๋วช้างสีส้ม สร้างความกังวลให้กับหลายฝ่ายถึงความโปร่งใสในการทำงานของรัฐบาล และการเอื้อประโยชน์ให้กับกลุ่มทุนต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งที่สังคมไทยต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

พรรคเพื่อไทยแสดงความกังวลว่าการได้รับ ตั๋วช้างสีส้ม ของรัฐมนตรีบางท่านอาจนำไปสู่ปัญหาในอนาคต

ที่มา – พท. เหน็บตั๋วช้างสีส้ม หวั่น รมต.ปราสาทสายฟ้า สร้างปัญหา แซะ “ปกรณ์วุฒิ” ป้อง ภท.

Scroll to top